Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 8 : Chapter 7 : ฝึกซ้อมก่อนงานจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 216 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

Chapter 7 : ฝึกซ้อมก่อนงานจริง

            ฟุ่บ!

            ผลั่ก!

            โครม!

            "อั่ก!"ฉันหลุดร้องออกมาหลังจากพลาดท่าโดนมาโคโตะถีบอัดกำแพงห้องฝึกเต็มแรง ก่อนจะต้องพลิกตัวหลบไปด้ายข้างเมื่อมาโคโตะพุ่งเข้ามาโจมตีด้วยกรงเล็บหมาป่า ฉันยันตัวลุกขึ้นเรียกใช้อัตลักษณ์เปลี่ยนพื้นห้องให้กลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ แต่ไม่นานก็โดนมาโคโตะทำลายทิ้งไม่เหลือชิ้นดี ฉันยกดาบขึ้นมากันกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาหาก่อนจะกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงของมาโคโตะที่ใส่มาเต็มแรง จนกระเด็นไปไกลหลายเมตร

            "พักได้!"พอเห็นฉันทรุดลงไปนอนแหมะหมดแรงกับพื้น มาโคโตะเลยปล่อยให้พักได้หลังจับฉันอัดเป็นกระสอบทรายมากว่าสี่ชั่วโมง ฉันพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ที่ในที่สุดก็ได้พักเสียที

            สาเหตุที่ฉันต้องมาโดนอัดเป็นกระสอบทรายแบบนี้ มาจากงานกีฬายูเอย์ที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้านั่นแหละ มาโคโตะบอกว่าอย่างน้อยก็ต้องผ่านไปให้ถึงรอบประลองตัวต่อตัวไม่งั้นจะตัดเงินค่าขนมครึ่งหนึ่งจนกว่าจะจบเทอมหนึ่ง

            โหดร้ายมาก!!!

            แล้วฉันมีทางเลือกที่ไหนล่ะ นอกเสียจากต้องมาฝึกโหดกับมาโคโตะเพื่อพัฒนาฝีมือให้สามารถไปได้ถึงรอบประลองตัวต่อตัวน่ะ ปกติฉันก็ไม่ใช่สายบู๊ระยะประชิดอยู่แล้วด้วย ให้มาซ้อมกับมาโคโตะที่เป็นสายสู้ระยะประชิดที่พ่วงตำแหน่งฮีโร่อันดับสิบห้าห้อยท้ายด้วยนี่เล่นเอาหืดขึ้นคอพอ ๆ กับตอนเจอพวกวิลเลินบุกที่USJเลย

            "การตอบสนองดีขึ้น แต่ความเร็วในการประยุกต์ใช้อัตลักษณ์ยังไม่มากพอ ความพลิกแพลงในการใช้งานก็มีไม่กี่อย่าง ถ้าโดนจับทางได้เมื่อไหร่โดนซัดหมอบได้ง่าย ๆ เลยนะ ก่อนถึงงานกีฬาเธอต้องพัฒนาตัวเองไปให้ไกลกว่าตอนนี้เข้าใจมั้ย"มาโคโตะกอดอกยืนอยู่เหนือหัวฉันที่นอนหอบหายใจหมดแรงอยู่บนพื้น

            "ค่า"ขานรับเสียงอ่อน กล้ามเนื้อทั่วร่างกำลังกรีดร้องหลังจากได้พักจากการฝึกหนัก

            คนอื่นเขาฝึกกันด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยมเพราะอยากเป็นที่หนึ่งในงานกีฬ่า แต่ฉันที่ฝึุกเพราะไม่อยากโดนหักเงินค่าขนม แรงจูงใจต่างกันลิบลับ

            "พรุ่งนี้ให้พักได้หนึ่งวัน"ฉันนี่แทบจะร้องเย้ออกมา แต่ก็ต้องเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทำหน้าตื่นหลังได้ฟังประโยคต่อมาของมาโคโตะ"แต่วันนี้ฝึกยาวแบบไม่ต้องพัก ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ไม่ต้องนอน"

            ยักษ์มาร!!!

            "มาซ้อมต้องได้แล้ว"

            "ไม่น้า!!!!"ร้องเสียงหลงพยายามวิ่งหนีออกจากห้องซ้อมนรกแห่งนี้ แต่ก็ไม่ืทันแล้ว มาโคโตะพุ่งเข้ามาโจมตีฉันชุดใหญ่จนฉันต้องตั้งท่าเตรียมสู้กลับไป ในหัวก็ได้แต่คิดหาแผนตอบโต้แต่ไม่ว่าจะใช้ไปกี่แผนก็โดนโต้ตอบกลับมาได้ทั้งหมด

            ก็สมกับเป็นโปรฮีโร่ล่ะนะ แต่ว่า...

            เวลานอนแสนสุุขของฉันอยู่ที่ไหนกันเล่า!!!!!!!!

 

 

 

            "ปีศาจชัด ๆ"ฉันบ่นอุบอิบขณะที่นั่งรับลมอยู่ที่ม้านั่งในสวนสาธารณะแถวบ้าน อาการปวดกล้ามเนื้อยังคงแสดงผลอย่างต่อเนื่อง ขนาดร่างกายฉันสามารถฟื้นฟูได้ดีกว่าคนทั่วไปแท้ ๆ แต่เล่นฝึกแบบฝืนขีดจำกัดติดต่อกันมาเกือบอาทิตย์โดยไม่ได้พัก ร่างกายจะพังก็ไม่แปลกใจเลย ไม่สิ!ที่ร่างกายฉันไม่พังไปก่อนนี่สิที่น่าแปลกใจกว่า

            ขอบอกเลยว่าการฝึกของมาโคโตะน่ะจัดอยู่ในหลักสูตรนรกของแท้ เล่นให้เริ่มฝึกตั้งแต่ตีสามถึงหกโมงเช้า จากนั้นก็ไปโรงเรียนตามปกติ กลับมาบ้านก็ฝึกต่อทันทีแล้วปล่อยให้พักตอนห้าทุ่มทุกวัน เล่นเอาฉันสลบไประหว่างการฝึกตั้งหลายรอบ

            ปกติฉันนอนวันหนึ่งไม่ต่ำกว่าแปดชั่วโมงนะ แต่นี่เล่นให้พักไม่ถึงสี่ชั่วโมงต่อวันแบบนี้ ร่างกายฉันจะไปไหวได้ไงกันเล่า!!!!

            "ไง~"เสียงทุ้มแหบที่ดังขึ้นข้างหูอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ผงะไปด้านหลังจนกระแทกเข้ากับร่างแกร่งที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเข้าเต็มเปา แขนแกร่งตวัดรวบร่างคนตัวเล็กเอาไว้กันไม่ให้หนี

            "นะ...นาย"ฉันถึงกับเสียงสั่นมองคนที่กอดตัวเองอยู่ด้วยความสับสน ทำไมโทมูระถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ!

           ไม่ใช่ว่าตอนนี้ต้องวางแผนอะไรสักอย่างอยู่กับออลฟอร์วันหรือไงกัน

            "ไม่ระวังตัวเลยนะ ฮีโร่~"น้ำเสียงยียวนกวนประสาทจนฉันเผลอคิ้วกระตุกไปนิดหน่อย ใบหน้าภายใต้ฮู้ดคลุมหัวกำลังแสยะยิ้มร้ายกาจ ก่อนที่ฉันจะเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงมือสากที่สอดผ่านเสื้อเข้ามาลูบไล้พุงกะทิของฉัน

            "นี่! อย่ามารุ่มร่ามนะ"ฉันปรามเสียงดุ จับแขนแกร่งแล้วดึงออกจากตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะขยับตัวถอยห่างเพื่อความปลอดภัยต่อพุงกะทิน้อย ๆ ของฉันไม่ให้โดนลวนลาม คนโดนปรามส่งเสียงชิออกมาอย่างไม่พอใจ

            เฮ้! คนที่ควรจะไม่พอใจน่ะมันฉันไม่ใช่หรือไง!

            ฟุ่บ!

            โทมูระทิ้งตัวลงนั่งข้างฉันโดยไม่พูดอะไร แต่จงใจนั่งเบียดจนฉันแทบจะเกยขึ้นไปนั่งบนตัก เราสองคนนั่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรเลยร่วมสิบนาที สุดท้ายเป็นฉันที่ทนไม่ได้เลยถามหาสาเหตุที่ทำให้วิลเลินตัวเป้งมาปรากฏตัวที่นี่

            "ออกมาเดินแบบนี้ไม่กลัวโดนจับหรือไง"ถึงจะไม่ชอบใจที่โดนลวนลาม แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้แม้่ว่าจะอยู่คนละฝั่งกัน

            ฉันน่ะมีนิสัยเสียที่หากชอบหรือสนใจใครไปแล้วจะไม่สนใจว่าเขาจะเป็นคนดีหรือว่าเลว แล้วจะคอยตามห่วงและไม่อยากเห็นเขาได้รับบาดเจ็บแม้จะรู้ดีว่าเขาสามารถดูแลตัวเองได้ก็ตาม เป็นนิสัยเสียข้อใหญ่ที่ทำให้ฉันไม่ค่อยอยากสร้างสัมพันธ์กับใคร เพราะมันมักจะทำให้ฉันมีปัญหากับคนหมู่มากหลายครั้งกับนิสัยแบบนี้

            "เหอะ! พวกฮีโร่น่ะทำงานชักช้ากันจะตายไป"ความเกลียดชังที่มีต่อฮีโร่รุนแรงดีเหลือเกิน

            "เกาคออีกแล้วใช่มั้ย"ฉันไล่สายตามองแล้วไปสะดุดกับรอยแผลบนคอที่ยังดูใหม่อยู่เลย ฉันถอนหายใจก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสคอแกร่งเพื่อรักษาบาดแผล"บอกแล้วไงว่าให้ดูแลตัวเองหน่อยน่ะ ฉันไม่ได้อยู่รักษานายได้ตลอดนะ"

            "ก็มาอยู่ด้วยกันสิ"คำชวนแบบไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ฉันชะงักไป

            "ได้ที่ไหนกันล่ะ"ฉันตอบปัดคำเชิญนั้นในทันที โดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของคู่สนทนาที่ฉายแววไม่พอใจอย่างมาก"ฉันยังเป็นนักเรียนอยู่เลยทำอะไรตามใจแบบนั้นได้ที่ไหน"

            "ถ้าเรียนจบแล้วจะไปอยู่ด้วยสินะ"ดวงเนตรสีโลหิตมองมาที่เด็กสาวฉายแววต้องการอย่างแรงกล้า

            "นี่หาเรื่องแกล้งฉันอยู่หรือไง?"ฉันตีไหล่โทมูระไปหนึ่งที แล้วพูดแซวกลับไป"รู้มั้ยว่าถ้าไปพูดแบบนี้กับคนอื่นเขาจะเข้าใจว่านายขอแต่งงานอยู่นะ"

            "ฉันไม่ได้...."โทมูระกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่เสียงโทรศัพท์ของฉันกลับดังขึ้นกลบเสียงนั้นไป

            ♪Twinkle Twinkle Littlestar♪

            "อ่า แปปนะ"ฉันยิ้มแหยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายโดยไม่ได้ดูชื่อคนโทร

            "ใครคะ?"

            [มารุมิยะ]เสียงทุ้มที่ลอดมาตามสายทำเอาฉันต้องดึงโทรศัพท์ออกมาดูชื่อคนโทรด้วยสีหน้าตื่น ๆ

            :[Aizawa-San]:

            "....มีอะไรรึเปล่าคะ?"ฉันเงียบไปพักใหญ่กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอ ไม่นึกไม่ฝันว่ามายเมนจะโทรมาหาฉันเองแบบนี้

            [แบล็ควูฟอยู่กับเธอรึุเปล่า]

            "ไม่ค่ะ ฉันออกมาข้างนอก อาจารย์มีอะไรรึเปล่า?"

            [ฉันติดต่อหมอนั่นไม่ได้]

            "มีเรื่องด่วนอะไรรึเปล่าคะ"

            [มีคำร้องขอทีมอัพมาจากโปรฮีโร่แถบคันไซน่ะ]

            "อ่า...วันนี้น่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลxxxน่ะค่ะ"ฉันตอบกลับไป เมื่อเช้าก่อนออกมาเห็นมาโคโตะแต่งตัวเหมือนจะออกไปไหนสักทีเลยถามไป แล้วก็ได้คำตอบว่าไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลแล้วก็เดินออกจากบ้านไปเลย

            [ตามหมอนั่นให้ทีแล้วกัน...ติ๊ด!]สั่งจบก็วางสายไปเลย ฉันนี่ยืนเกาหัวเลยทีเดียว มาไวไปไวดีจริง ๆ เมนฉัน

            "ดูเหมือนจะงานเข้า ไว้เจอกันใหม่นะ"ฉันโบกมือลาโทมูระแล้วเดินออกจากสวนสาธารณะเพื่อหารถไปโรงพยาบาลเพื่อแจ้งข่าวให้กับมาโคโตะ ขณะเดียวกันก็กดโทรหามาโคโตะไปด้วย

            "ชิ!"โทมูระส่งเสียงชิออกมาด้วยความไม่พอใจที่ไม่สามารถหว่านล้อมเด็กสาวให้มาอยู่ด้วยกันได้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปในโซนต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะปรากฏวาร์ปเกทขึ้นมาตรงหน้า โทมูระเดินหายเข้าไปในวาร์ปเกทด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

            

 

 

 

            "ทีมอัพ? จากไหน?"

            "คันไซ อาจารย์บอกมาแค่นี้"ฉันตอบกลับแล้วตักข้าวเข้าปาก ตอนนี้พวกเราสองพี่น้องอยู่ที่บ้านแล้ว พอดีว่าระหว่างทางจะไปโรงพยาบาลเจอมาโคโตะเดินสวนมาพอดี พวกเราก็เลยเดินกลับบ้านพร้อมกัน

            "คันไซ?"มาโคโตะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อมูลทีมอัพที่ส่งคำร้องเข้ามาหา ก่อนจะทำหน้ายุ่งเมื่ออ่านจบ แล้วเงยหน้ามาบอกกับฉันว่า"ภารกิจกู้ภัยน่ะ คงใช้เวลาพักใหญ่เลยล่ะกว่าจะเสร็จ อยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย?"

            "ได้ ๆ ไปวันไหนล่ะ?"ฉันพยักหน้ารับแล้วถามกลับ

            "มะรืนนี้"มาโคโตะตอบกลับมา ดวงตาคมที่จ้องมาอย่างหมายมาดนั่นทำเอาฉันหนาววูบ รู้สึกถึงลางซวยแบบแปลก ๆ

            "อะไรหรอ"ฉันถามแล้วพยายามหาทางรอดจากสถานการณ์ที่ชวนเสียเวลานอนของตัวเอง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อมาโคโตะคว้าหมับเข้าที่แขนฉันก่อนจะฉีกยิ้มร้ายกาจราวกับปีศาจร้าย"ไปฝึกกันเถอะ"

            "ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”ฉันร้องเสียงหลงแต่ก็ไม่อาจต่อต้านปีศาจจากนรกในคราบพี่ชายได้เลย

 

 

 

            สองวันต่อมา

  ฟุ่บ!

            ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง แขนขายกไม่ขึ้นแล้วตอนนี้ ทำได้เพียงนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียงเท่านั้น การฝึกของสองวันที่ผ่านมาบอกได้เลยว่าหนักกว่าทั้งอาทิตย์ที่เคยฝึกมาเสียอีก เรียกได้ว่าสภาพฉันอ่วมเละ แขนหัก ขาหัก กระดูกร้าว ซี่โครงหัก กล้ามเนื้อฉีก เส้นเอ็นอักเสบ โดนกัดจนได้แผลเหวอะ ผ่านมาหมดแล้วในสองวันนี้

            นี่ถ้าฉันไม่มีอัตลักษณ์ที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้เร็วกว่าชาวบ้านเขาล่ะก็มีตายคาการฝึกไปแล้ว ฝึกซะอย่างกับว่าจะส่งฉันไปสอบใบอนุญาตฮีโร่ในวันสองวันนี้ ทั้งที่ความจริงคือการเข้าร่วมงานกีฬาของยูเอย์

            “ไหน ๆ ก็ว่างแล้วหาข้อมูลเพิ่มดีกว่า”หลังจากนอนพักเอาแรงร่วมสามชั่วโมง ฉันก็กลับมาขยับร่างกายได้อีกครั้ง แม้จะมีอาการขัด ๆ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออยู่บ้าง แต่ก็ดีกว่าตอนแรกเยอะ(มาก)

            ฉันเดินตามหาของที่น่าจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับยัยหนูนี่รอบบ้าน อะไรที่คิดว่ามีประโยชน์ก็หยิบติดมือมาด้วย เดินหาอยู่เกือบชั่วโมงก็ได้ของที่ต้องการมาวางเรียงรายอยู่บนเตียง มีจดหมายเก่า ๆ อยู่สองฉบับ กับอัลบั้มรูปวัยเด็กของมิจิรุ ที่ไปเจออยู่ในหลืบหลังตู้เย็น

            ฉันเปิดอ่านจดหมายก่อนเป็นอันดับแรก กวาดสายตาผ่านเนื้อหาในจดหมายที่ไม่มีอะไรนอกจากการเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองผ่านจดหมาย จนมาถึงชื่อผู้เขียนที่อยู่เกือบสุดขอบกระดาษ

            ‘Touya.T’

            ฉันนั่งนิ่งไปพักใหญ่ โทยะงั้นหรอ? คงไม่ใช่หรอกมั้ง คนที่ชื่อโทยะก็มีเยอะแยะไป โลกมันไม่กลมขนาดนั้นหรอกน่า สะบัดไล่ความคิดนั้นออกไปก่อนจะหยิบจดหมายอีกฉบับขึ้นมาอ่าน ฉบับนี้ไม่มีอะไรเป็นจดหมายสกส.ปีใหม่เฉย ๆ ฉันเก็บจดหมายสองฉบับใส่ลิ้นชักข้างเตียง แล้วหันมาสนใจอัลบั้มรูปในมือแทน

            ฉันไล่เปิดอัลบั้มรูปที่มีรูปตั้งแต่สมัยยังเป็นทารกไล่มาเรื่อย ๆ จนถึงแปดขวบ หลังจากนั้นมารูปก็น้อยลงจนเหลือแค่ปีละรูปถึงสองรูปเท่านั้นเอง รูปสมัยทารกจนถึงสามขวบน่ะไม่มีปัญหาอะไร แต่ตั้งแต่สี่ขวบไปนี่สิที่ให้ข้อมูลใหม่ฉัน

            “นี่มัน...”ฉัยพึมพำหยิบรูปใบหนึ่งในอัลบั้มขึ้นมาดู มันเป็นภาพถ่ายสมัยสี่ขวบ ภาพถ่ายครอบครัวของมิจิรุที่ถ่ายร่วมกับครอบครัวโทโดโรกิ...ใช่ ภาพที่ถ่ายร่วมกับครอบครัวโทโดโรกิที่ยังอยู่กันครบหกคน ฉันพลิกไปด้านหลังก็เห็นข้อความที่เขียนอยู่บนนั้น

‘ความทรงจำแสนสำคัญ

เอ็นจิ เรย์ มาโมรุ และ มิกิ’

            มาโมรุกับมิกิ ชื่อพ่อแม่ของมิจิรุ หมายความว่าครอบครัวของยัยหนูสนิทกับครอบครัวของเด็กเด๋อมากแน่ ๆ ถึงว่าสิเด็กเด๋อถึงได้ติดฉันนัก ดูจากรูปในอัลบั้มยัยหนูเมื่อก่อนน่าจะเป็นเด็กเอาแต่ใจพอตัว อยากได้อะไรก็ต้องได้ มีเด็กเด๋อเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว แถมยังชอบไปเกาะแกะโทยะพี่คนโตของบ้านโทโดโรกิที่ตอนนี้ผันตัวเข้าสู่ดาร์กไซด์ไปแล้ว

            ในอัลบั้มส่วนใหญ่มีแต่ภาพคู่ของมิจิรุกับเด็กเด๋อที่อยู่ในสภาพยัยหนูเดินนำเด็กเด๋อเดินตาม มีบางรูปที่เป็นรูปถ่ายร่วมกับครอบครัวโทโดโรกิ แต่หลังจากแปดขวบไปก็ไม่ค่อยมีรูปถ่ายแล้ว ฉันนั่งไล่ดูรูปเก็บข้อมูลอย่างเพลิดเพลิน จนมาสะดุดกับรูปหนึ่งที่เป็นภาพยัยหนูสวมมงกุฎดอกไม้และกุมมือเด็กเด๋ออยู่

            ด้วยความสนใจฉันเลยพลิกรูปอ่านข้อความด้านหลังก่อนจะทำภาพหลุดมือกับข้อความนั้น

‘My Fiancée’

          คู่หมั้นงั้นหรอ!? ยัยหนูนี่กับเด็กเด๋ออ่ะนะ ไม่เห็นมีใครพูดถึงเรื่องนี้เลย เด็กเด๋อก็ดูไม่มีอาการอะไรเลยสักอย่างนอกจากทำตัวเป็นลูกเป็ดเดินตามแม่น่ะ

          ไม่รอให้จมอยู่กับความสงสัยนี้นาน ฉันกดโทรหาเด็กเด๋อทันที รอสายอยู่สองสามนาทีปลายสายก็รับ

          […]แต่ไม่พูดอะไรสักคำ

          รับแล้วก็พูดสิเฮ้ย!!!

“โชโตะ ขอถามอะไรหน่อยสิ”

[อะไรหรอ]

“ฉันกับนายเป็นคู่หมั้นกัน?”ฉันถามยิงตรงประเด็นแบบไม่อ้อมค้อม

[เคยเป็น...เธอถอนหมั้นไปเมื่อปีก่อนเพราะว่าชอบคนอื่นน่ะ]คำตอบของเด็กเด๋อทำให้ฉันโล่งใจ และก็รู้ทันทีเลยว่าสาเหตุของการถอนหมั้นนี้มาจากการที่ยัยหนูนี่แอบชอบเจ้าเด็กปากเสียจากห้องบี

“หรอ แล้วโกรธรึเปล่า”ถึงจะโล่งใจแต่ฉันก็เป็นห่วงความรู้สึกเด็กเด๋อเหมือนกันว่าจะโอเคมั้ย

[อือ ไม่เป็นไร ฉันชอบที่เป็นอยู่ตอนนี้มากกว่า]

“ก็ดีแล้วล่ะ”

[ทำไมถึงถามเรื่องนี้ล่ะ เธอเป็นคนถอนหมั้นเองนะ?]

“ไม่มีอะไรหรอก”ฉันบอกปัดแล้วเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น“เตรียมตัวพร้อมสำหรับการแข่งแล้วรึยัง?”

จะบอกได้ไงล่ะว่าฉันไม่ใช่มิจิรุที่นายรู้จักน่ะ

[อือ ฉันจะชนะโดยไม่ใช้พลังของตาแก่อย่างเด็ดขาด]น้ำเสียงมุ่งมั่นที่แฝงไปด้วยความเกลียดชัง ทำให้ฉันได้แต่ถอนหายใจ

ความรู้สึกของเด็กเด๋อที่มีต่อเอ็นเดเวอร์ในตอนนี้มันฝังรากลึกจนเกินไป พูดอะไรไปตอนนี้ก็คงไม่ฟังอยู่ดี ต้องรอให้โตกว่านี้แล้วค่อยจับเข่าคุยกันเรื่องนี้

“นั่นก็แล้วแต่นาย แต่อยากจะบอกอะไรไว้อย่าง...ที่นี่คือยูเอย์ ไม่มีอะไรที่ได้มาจากการทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรอกนะโชโตะ ถ้านายต้องการชนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรไฟนั่นก็เป็นสิ่งจำเป็น พลังนั่นเป็นของนายไม่ใช่ของคุณลุง ถึงจะเป็นไฟเหมือนกัน แต่ไฟของนายน่ะมันอบอุ่นกว่านะ”

[...อือ]

“เอาเถอะยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร อีกไม่นานนายก็จะเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดเองนั่นแหละ”ฉันถอนหายใจ ไม่คิดว่าเด็กเด๋อจะเข้าใจสิ่งที่ฉันบอกในตอนนี้หรอก”ยังไงก็นอนพักเก็บแรงให้พร้อมลุยในงานกีฬาก็แล้วกัน”

[อือ...ขอบคุณนะมิจิรุ]

“ขอบคุณฉันเรื่องอะไร”

[ที่อยู่ด้วยกันมาตลอดน่ะ]

อุ่ก! เป็นความรู้สึกที่หน่วงและจุกอยู่ในอก เพราะคนที่อยู่กับเด็กเด๋อมาตลอดไม่ใช่ฉัน แต่เป็นมิจิรุตัวจริง ส่วนฉันน่ะเหมือนมาปาดหน้าเค้กรับหน้าต่อเอาตอนขึ้นม.ปลายก็เท่านั้นเอง

“เหมือนกัน แค่นี้นะโชโตะ”

ติ๊ด!

ฉันกดวางสายด้วยความรู้สึกที่หน่วงอยู่ในอก ถึงจะเป็นเวลาไม่นานแต่ฉันก็เริ่มผูกพันกับทุกคนมากขึ้นทุกที ถ้าวันหนึ่งเจ้าของร่างตัวจริงมาทวงคืน ฉันจะกล้าปล่อยมือจากทุกคนไปหรือเปล่านะ?

 

 

 

Talks ท้ายบท

น้องเหนื่อย น้องท้อ น้องต้องการนอน แต่น้องทำไมได้ ชีวิตน้องยังต้องใช้เงิน

ความจริงน้องก็รู้สึกผิดที่มาอยู่ในร่างของมิจิรุโดยที่ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างตัวจริงไปไหน แต่เชื่อไรท์เรื่องนี้ไม่มีมาม่า(มั้ง?)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 216 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #90 MaisieMaisie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 19:48
    ถ้าตัด“มั้ง”จะดีต่อตับหนูมากค่ะ //หยอกๆ
    #90
    0
  2. #12 Warina2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 17:10

    !!!!!!!!
    #12
    1
  3. #11 Mynun9412 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 15:05
    โทมุระแซ่บอยู่เด้ ดาบิน่าจะแซ่บอีหลี5555
    #11
    1