Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 7 : Chapter 6 : เตรียมพร้อมก่อนงานกีฬา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 241 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

Chapter 6 : เตรียมพร้อมก่อนงานกีฬา

ข่าวเหตุการณ์ที่USJถูกวิลเลินบุกจู่โจมได้ถูกนักข่าวประโคมข่าวอย่างต่อเนื่อง นักเรียนหลายคนโดนนักข่าวไปดักรอหน้าบ้าน เพราะข่าวได้ปรากฏภาพของนักเรียนห้องเอ(เกือบ)ทั้งหมดที่ถูกลูกหลงจากเหล่าวิลเลินเด่นหราบนหน้าจอโทรทัศน์ แต่ก็ได้เหล่าอาจารย์ที่รู้ทันพวกนักข่าวเตรียมการรับมือช่วยเหลือให้นักเรียนห้องเอมาถึงโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยโดยไม่โดนรุมทึ้งไปเสียก่อน

แต่นักเรียนที่ว่านั่นไม่ได้รวมฉันด้วยหรอกนะ เพราะว่า...

“ตอนเย็นฉันจะมารับ เลิกแล้วโทรบอกทันทีเข้าใจมั้ย”

“ค่า”ขานรับด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ หลังจากที่ฉันนอนหลับรอคนอื่นอยู่บนรถบัส แล้วตื่นมาอีกทีที่โรงพยาบาล สิ่งแรกที่ตื่นมาเจอก็คือมาโคโตะที่พุ่งเข้ามากอดฉันแน่นแล้วเทศนาชุดใหญ่ที่ทำอะไรไม่คิด มาโคโตะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าฉันกลับมาได้ยังไง สิ่งที่สนใจมีแค่ฉันปลอดภัยแค่นั้นพอ ส่วนพวกอาจารย์พอเห็นฉันฟื้นแล้วก็เข้ามาถามถึงอาการกันยกใหญ่ ที่สำคัญคือถามว่าฉันรอดมาได้ยังไง

ฉันเลี่ยงบางคำถามไปเพราะไม่อยากโดนออลฟอร์วันหมายหัวในตอนนี้ อีกอย่างถึงจะเคยไปที่รังของสมาพันธ์วิลเลินมาแล้วก็ตาม แต่ฉันก็ไม่รู้อยู่ดีว่ามันอยู่ที่ไหน กว่าจะรอดมาได้ก็ผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวัน พวกอาจารย์ก็ยอมล่าถอยกลับไปเพื่อวางแผนรับมือพวกสมาพันธ์วิลเลิน

ฉันเดินเข้ามาในห้องเรียน โบกมือทักทายเพื่อนในห้อง เดินตรงไปนั่งแหมะที่โต๊ะตัวเองก่อนจะฟุบหน้านอนเอาแรงก่อนเริ่มคาบแรก เสียงจอแจพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานดังขึ้นไม่หยุดตั้งแต่ที่ฉันเดินเข้ามา

เอาเถอะ พวกเด็ก ๆ ยังสดใสอยู่ได้ เรื่องอื่นก็ช่างมันไปแล้วกัน

หลับตาผ่อนคลายเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทรา ก่อนจะต้องตื่นเพราะเสียงเห่าของเจ้าลูกหมา

“หนวกหู! เงียบหน่อยโว้ย!!!”

“เงียบน่าคัตซึกิ”ฉันปรามเสียงเรียบ แต่ผลที่ได้คือเงียบยกห้อง ฉันเงยหน้ามองก็เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ทำท่าจุ๊ปากใส่กัน

เล่นอะไรกันล่ะนั่น?

เอนตัวนอนอีกครั้ง แล้วก็ต้องตื่นขึ้นมาอีกรอบเพราะเสียงเตือนจากหัวหน้าห้อง

“ทุกคน!! คาบโฮมรูมเช้าจะเริ่มแล้วนะ! เลิกคุยและนั่งที่กันได้แล้ว!”

“ชี่!!!!”เด็กห้องเอมองไปที่หัวหน้าห้องที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียน ยกนิ้วแตะปากแล้วทำเสียงเป็นสัญญาณให้เงียบ ก่อนจะพร้อมใจชี้ไปที่เด็กสาวหลังห้องที่กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดที่โดนขัดเวลานอน

เด็กหนุ่มสะดุ้งแล้วเผ่นกลับไปนั่งที่ เด็กสาวที่ถูกกวนเวลานอนยกมือปิดปากหาวนั่งท้าวคางมองไปนอกหน้าต่าง เหล่าสมาชิกห้องเอกลืนน้ำลายลงคอมองเด็กสาวแบบหวาด ๆ เหตุการณ์ที่เด็กสาวออกตัวไปช่วยออลไมท์อย่างกล้าหาญยังคงติดตา รวมถึงการที่เด็กสาวรอดกลับมาได้แม้จะไม่รู้ว่าทำไม แต่เด็กสาวก็ถูกเพื่อนทุกคนในห้องจัดอันดับให้เป็นคนที่เก่งที่สุดไปแล้ว

“เตรียมตัวเข้าโฮมรูมสิ อาจารย์จะมาแล้วนะ”ฉันหันมาเตือนพวกเด็ก ๆ ที่เอาแต่จ้องหน้าฉันไม่เลิก พอดีกับที่ประตูเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นอาจารย์ที่ไม่ได้อยู่ในสภาพมัมมี่แบบในอนิเมะ แต่ก็ยังมีผ้าพันแผลพันอยู่บ้างประปราย

เฮ้อ! อย่างน้อยสิ่งที่วางแผนไว้ก็ไม่ได้พลาดไปทั้งหมดล่ะนะ

“อรุณสวัสดิ์”

“อาจารย์ไอซาวะกลับมาเร็วจัง!”ประสานเสียงด้วยความตกใจ ถึงจะรู้ว่าอาจารย์ได้รับการรักษาเบื้องต้นจากโปรฮีโร่แบล็ควูฟไปแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าอาจารย์จะมีสปิริตสูงถึงขนาดจะมาทำงานต่อทั้งที่เจ็บสาหัส

“สมกับเป็นมืออาชีพ!”

“อาจารย์ไม่เป็นไรแล้วหรอครับ”

“ก็อย่างที่เห็น ช่างเรื่องสุขภาพของฉันไปเถอะ”อาจารย์ตอบกลับ กวาดตามองนักเรียนแล้วพูดต่อ”ที่สำคัญการต่อสู้มันยังไม่จบ”

“การต่อสู้?”

“หรือว่า...”

“วิลเลินงั้นหรอ!!!”

เพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ทุกคนยังผวาเรื่องวิลเลินกันอยู่ ส่วนตัวฉันนั่งนิ่งไปสักพักก่อนจะนึกออก หลังเหตุการณ์ที่USJ พวกเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับงานกีฬายูเอย์นี่นะ

อ่า แค่นึกถึงก็อยากจะฝังรากนอนต่อบนเตียงแล้วสิ ไอ้งานนี่มันเป็นอะไรที่กินพลังงานและเสียเวลาการนอนของฉันมาก ไม่อยากเข้าอ่ะ แต่ก็ไม่เข้าไม่ได้อีก

“งานกีฬายูเอย์ไงล่ะ”อาจารย์พูดต่อ ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงตะโกนอย่างโล่งอกของทุกคนในห้อง“งานโรงเรียนธรรมดา ๆ ชัด ๆ เลย!!!”

“งานโรงเรียนธรรมดา ๆ เลย”เอจิโร่ลุกขึ้นกำหมัดด้วยความดีใจ ก่อนจะโดนขัดจากเจ้าหนูปิกาจู”เดี๋ยวก่อน ๆ”

“จัดงานกีฬาหลังจากวิลเลินพึ่งบุกเข้ามา มันไม่เร็วไปหน่อยหรอคะ?”เคียวกะถามด้วยความไม่เข้าใจ

“ถ้ามันบุกมาอีกจะทำยังไงล่ะครับ?”

“มารุมิยะ”

“คะ?”ฉันที่นั่งเหม่ออยู่ขานรับมายเมนที่เรียกชื่อแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“อธิบายสิ”

“อธิบาย?...อ๋อ”ฉันนั่งนิ่งไปก่อนจะร้องอ๋อแล้วมองหน้ามายเมน แม้จะสงสัยว่าทำไมไม่ทำเองล่ะคะ เป็นอาจารย์ไม่ใช่หรือไง แต่ฉันก็บ้าจี้มากพอที่จะทำตามมายเมนล่ะนะ

“เหตุการณ์เมื่อวานทำให้โรงเรียนได้ออกมาตราการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาและเป็นระบบมากขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างที่รู้กัน...งานกีฬายูเอย์เป็นงานใหญ่ เป็นไปไม่ได้ที่จะยกเลิกเพียงเพราะวิลเลินบุก และงานกีฬาของเราเป็นหนึ่งในงานใหญ่ของญี่ปุ่น เปรียบเสมือนงานโอลิมปิคในเวอร์ชั่นที่ยิ่งใหญ่และอลังการกว่า แน่นอนว่าฮีโร่จากทั่วทั้งประเทศก็จะมาสอดส่องหาเด็กที่มีแววจากในงานนี้ด้วย รวมถึงกรณีที่เรียนจบจากยูเอย์ก็จะมีโอกาสเข้าร่วมบริษัทอาชีพได้เลย...ก็เท่านี้แหละ”ฉันนั่งนิ่งเรียบเรียงความคิดก่อนจะพูดมันออกมาตามที่เข้าใจ

“แน่นอนว่าการได้เข้าร่วมกับบริษัทฮีโร่ชื่อดังจะทำให้ได้ประสบการณ์และความนิยมมากขึ้น เวลามีจำกัด ถ้าหวังจะเป็นมืออาชีพเส้นทางสู่อนาคตของพวกเธอจะเปิดในงานนี้ โอกาสครั้งแรกจากทั้งหมดสามครั้ง คนที่อยากจะเป็นฮีโร่จะพลาดงานนี้ไม่ได้เด็ดขาด”อาจารย์เสริมต่อจากที่ฉันพูดไป

“ถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าขี้เกียจนักล่ะ”

“ครับ/ค่ะ/...ค่า”คนอื่นขานรับเสียงมุ่งมั่น ผิดกับฉันที่ขานรับแบบหมดแรง

ฟังแล้วรู้สึกหมดแรงจริง ๆ ถ้าเผลอทำตัวเด่นในงานนี้ก็เท่ากับว่าเวลานอนของฉันก็ต้องลดลงไปด้วยน่ะสิ

ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์ ฉันจะทำตัวให้ไม่โดดเด่น เพื่อเวลานอนอันแสนสุข!

“เลิกคาบได้”

 

 

 

เวลาผ่านมาถึงช่วงกลางวัน

ฉันกำลังยืนจ้องหน้าอยู่กับเด็กเด๋อที่เล่นเดินตามฉันไปทุกที่ด้วยความสงสัย จะลุกไปไหนทีก็มีเด็กเด๋อเดินตามต้อย ๆ ๆ ตั้งแต่คาบเช้าจนถึงพักกลางวันก็ยังทำอยู่

ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่ว่า...

“ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้าถึงหน้าห้องน้ำก็ได้นะโชโตะ”ฉันถอนหายใจมองเด็กเด๋อที่เอาแต่เดินตามไม่ยอมพูดอะไร

เด็กเด๋อส่ายหัว จับชายเสื้อฉันไว้เหมือนกลัวฉันจะหนีไปไหน“ไม่เอา เดี๋ยวก็หายไปอีก”

เอ่อ...ทำไมเหมือนเห็นภาพเด็กงอแงเวลาหลงกับพ่อแม่ แล้วพอมาเจออีกรอบก็เลยเกาะติดเพราะกลัวผู้ปกครองหายฟะ

“เมื่อวานมันเหตุสุดวิสัยน่า ฉันไม่หายไปไหนหรอก”ฉันถอนหายใจเดินนำเด็กเด๋อกลับไปที่ห้อง ตลอดทางมีแต่สายตาใคร่รู้สงสัยมองตามตลอด

ไม่มองก็บ้าแล้ว เด็กผู้ชายตัวโต ๆ กำลังเดินตามเด็กผู้หญิงต้อย ๆ ๆ แบบนี้ยังไงก็ต้องเป็นที่สนใจอยู่แล้ว ยิ่งคน ๆ นั้นคือหนุ่มฮอตของโรงเรียนที่ได้รับโควต้าเข้าเรียนสาขาฮีโร่โดยไม่ต้องสอบแบบเด็กเด๋อนี่ด้วยแล้วยิ่งเด่น

กลับมาถึงห้องฉันก็โดนเด็กเด๋อนั่งจ้องแบบไม่พูดอะไรจนรู้สึกอึดอัด ต้องหาอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ

“ไปกินโซบะกันมั้ย?”ฉันเอ่ยชวนทำสัญญาณมือเป็นเชิงว่าไปที่โรงอาหารกัน

เด็กเด๋อมองหน้าฉันนิ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับหงึก ๆ เดินตามหลังฉันไปที่โรงอาหาร ฉันแยกตัวไปจองโต๊ะ ส่วนเด็กเด๋ออาสาไปซื้ออาหารโดยให้เหตุผลว่า...กลัวหาย

ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบมั้ยล่ะ จะกลัวอะไรขนาดนั้น?

แต่เพื่อความสบายใจเลยยอมมานั่งจองโต๊ะให้ล่ะนะ ความจริงคือปฏิเสธสายตาเหมือนลูกหมาหงอย ๆ นั่นไม่ได้มากกว่า

เวรเอ๊ย! เหมือนเลี้ยงลูกอยู่เลย ทั้งที่ยังหาแฟนไม่ได้สักคน

“เป็นอะไรไปอีกล่ะโชโตะ”ฉันถามคนที่พอกลับมาก็เอาแต่นั่งกินโซบะไม่พูดไม่จา แต่หัวคิ้วนี่ผูกกันจนแทบเป็นโบว์”คิดอะไรอยู่งั้นหรอ?”

“งานกีฬายูเอย์ฉันต้องชนะ”

อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง

“มิจิรุ”

“อ้า(ว่า)?”ฉันส่งเสียงขานรับในลำคอ

“เธอคิดว่ามิโดริยะ อิซึคุเป็นอะไรกับออลไมท์”

แค่ก!

คำถามนั่นเล่นเอาฉันสำลักน้ำที่ดื่มอยู่ก่อนจะมองหน้าเด็กเด๋อที่ดูจริงจังและเคร่งเครียดอย่างมากในการหาคำตอบ

“จะใช่ลูกลับ ๆ ของออลไมท์หรือเปล่านะ”

“ไม่หรอกน่า”ฉันบอกปัดทันที

น้อนก็แค่คนที่ได้รับสืบทอดพลังวันฟอร์ออลมาจากออลไมท์ก็เท่านั้นเอง ไม่ใช่ลูกลับ ๆ อะไรนั่นหรอก 

เป็นไปไม่ได้ ๆ

“แต่ออลไมท์สนใจในตัวมิโดริยะมากเลยนะ”ยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก ไปได้ยินเรื่องนี้มาตอนไหนเนี่ย ขอย้อนความแป๊ป

ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก

ปิ๊ง!

อ้อ ตอนที่หัวหน้าห้องกับโอชาโกะจังคุยกันตอนรอซื้ออาหารแน่ ๆ เท่าที่รู้สองคนนั้นแค่คุยกันว่าออลไมท์ถูกใจน้อนเฉย ๆ เองนี่นา มันโยงไปเรื่องลูกลับ ๆ ของออลไมท์ได้ไงเนี่ย?

“คิดมากน่า”ฉันเลี่ยงไม่ตอบใช้ตะเกียบเคาะหัวเด็กเด๋อ ก่อนจะเลิกสนใจคำถามประหลาดที่ถูกถามไม่เลิกจากคนที่จริงจังในเรื่องแปลก ๆ

เฮ้อ! นี่ฉันกำลังเลี้ยงลูกอยู่จริง ๆ ใช่มั้ยเนี่ย?

 

 

 

เลิกเรียน

ครืด!

“กะ...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”เสียงตะโกนของโอชาโกะจังทำให้ฉันตื่นขึ้นมาหลังเผลองีบไปตอนช่วงท้ายคาบ ก่อนจะเบนสายตาไปทางต้นเสียงแล้วหลุดปากออกมาว่า...

“อ่า ลืมไปเลย”ยกมือกุมหัวมองภาพนักเรียนจากห้องอื่นที่มายืนสอดแนมอยู่หน้าห้องเอจนแน่นเต็มทางเดินไปหมด

“พวกเธอมีธุระอะไรกับห้องเอน่ะ?”

“สอดแนมคู่แข่งสินะ?”คัตซึกิเดินไปที่ประตูแบบไม่คิดอะไร”เราก็ทำเหมือนเราเป็นวิลเลินสิ”

เจ้าเด็กหัวองุ่นทำหน้าตกใจมองหน้าน้อนแล้วชี้ไปที่คัตซึกิเป็นเชิงฟ้องว่าหมอนี่เอาอีกแล้ว!

ฉันที่กะจะไม่เอาตัวเข้าไปยุ่งก็รีบเก็บกระเป๋าเตรียมเดินเนียนหนีไปทางอื่น กำลังจะหนีออกทางหน้าต่าง แต่แล้วก็ต้องผงะกับเด็กห้องเอเกินครึ่งที่มองมาพร้อมกับส่งสายตาว่า...จัดการนั่นทีเถอะแม่

ไอ้นั่นที่ว่าก็ไม่ใช่อะไร เจ้าลูกหมาขี้โวยวายที่กำลังขู่ฟ่อด ๆ เห่าใส่ชาวบ้านชาวช่องอยู่ที่หน้าประตูนั่นไง

ทำไมฉันเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นพี่เลี้ยงเด็กมากขึ้นทุกวันกันนะ?

“ฉันมาดูสิ่งที่พวกห้องเอทำ แต่นายดูหยิ่งดีนะ นักเรียนหลักสูตรฮีโร่เป็นแบบนี้ทุกคนเลยรึไง?”

ขวับ ๆ เด็กห้องเอกว่าครึ่งพร้อมใจกันส่ายหัวคอแทบหลุด

หือ? เสียงนี้มันคุ้น ๆ นา ฉันยอมเดินเข้าไปอยู่ในวงความวุ่นวายแล้วก็ต้องเลิกคิ้วมองคนที่ยืนจ้องหน้าอยู่กับเจ้าลูกหมาที่ขู่ฟ่อด ๆ ใส่คนอื่นไม่เลิก

“แบบนี้ทำให้ฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่”

ฉันยืนหาวมองดูคัตซึกิกับฮิโตชิที่ยืนประกาศสงครามหาเรื่องกันอยู่หน้าห้องแบบไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง ที่ลุกมาเพราะได้ยินเสียงคุ้นหูเฉย ๆ เหอะ

“มารุมิย้า! ช่วยจัดการเจ้าบ้านั่นทีเถอะT-T๐-”เจ้าเด็กหัวองุ่นร้องเรียกชื่อฉันเสียงหลง ชี้ไปที่คัตซึกิที่กำลังแยกเชี้ยวขู่แง่ง ๆ ใส่ฮิโตชิกับนักเรียนคนอื่น

“ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็กนะ ทำไมต้องทำ”

ไม่ใช่พี่เลี้ยง แต่เป็นผู้ปกครองต่างหากเล่า ความคิดของเด็กห้องเอที่คิดเหมือนกัน

“เฮ้ย เฮ้ย! ฉันอยู่ห้องบี ได้ยินว่าสู้กับวิลเลินมาสินะ อย่าเหลิงนะเฟ้ย!...อั่ก!”เด็กหนุ่มผมเงินส่งเสียงโวยวายอยู่หน้าห้องก่อนจะร้องเสียงหลงเมื่อโดนอะไรบางอย่างปาใส่เข้ากลางหน้าผาก

“หนวกหู! พูดดี ๆ ไม่เป็นหรือไง จะตะโกนทำไมฮะ หูไม่ได้หนวกพูดเสียงปกติก็ได้ยินมั้ยล่ะฮะ”เป็นฉันเองที่ปายางลบใส่เจ้าเด็กคู่หูคู่ฮาของเอจิโร่ในงานกีฬาจนอีกฝ่ายหน้าหงายไปเลย“แล้วมายืนออทำไมหน้าห้องคนอื่นฮะ บ้านช่องไม่มีให้กลับหรือไง”

“เฮอะ!”คัตซึกิแค่นเสียงในลำคอเดินผ่านพวกนักเรียนที่ยืนออออกไป แต่ก็โดนเอจิโร่เรียกตัวไว้ก่อน

“เดี๋ยวสิบาคุโกว จะทำยังไงดีล่ะ เป็นความผิดของนายนะที่ทุกคนเกลียดเรา”

“ครั้งนี้ฉันว่าคัตซึกิก็ไม่ได้ผิดนะ แค่พูดไม่เข้าหูไปหน่อยเท่านั้นเอง”

“เธอก็เอากับหมอนี่ด้วยหรอมารุมิยะ”เอจิโร่ร้องเสียงหลงชี้ไปทางคัตซึกิที่ยืนทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ที่ประตู

ทำไมวันนี้ถึงได้ไปเข้าข้างบาคุโกวล่ะ ความคิดเด็กห้องเอกว่าครึ่งที่เห็นว่าวันนี้จอมหาเรื่องอันดับหนึ่งของห้องไม่โดนว่า

“มันไม่เกี่ยวหรอกว่าจะโดนเกลียดหรือไม่โดนเกลียด สิ่งสำคัญคือไปอยู่บนสุดของงานให้ได้ก็พอ ถ้ามัวแต่กลัวที่จะโดนเกลียดพวกนายก็เป็นฮีโร่ไม่ได้หรอกนะ คิดหรอว่าพอเป็นฮีโร่แล้วจะมีแต่คนชอบ คนรักน่ะ...งี่เง่า!

อุ่ก!

ทำไมถึงได้โดนด่ายกห้องได้ล่ะ

“ถ้าคิดจะเป็นฮีโร่สิ่งที่พวกนายควรจำฝังหัวเอาไว้เลยก็คือ...บนโลกนี้ไม่มีใครที่จะถูกรักโดยไม่โดนเกลียด จะอาชีพไหน จะเป็นใคร จะอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่มาจากไหน ทุกคนก็ถูกรักและถูกเกลียดเหมือนกันทั้งนั้น แทนที่จะเอาเวลาไปสนใจคนที่เกลียด เอาเวลาพวกนั้นมาทำให้คนที่รักเราภูมิใจไม่ดีกว่าหรือไง”

จริงด้วย!!!

จากโดนด่ากลายเป็นหลักคำสอนสัจธรรมชีวิตไปได้ยังไงล่ะเนี่ย

“จบนะ เข้าใจแล้วก็แยกย้ายกลับบ้านไปได้แล้ว อย่ามายืนเกะกะหน้าห้อง”พูดจบก็สะพายกระเป๋าเดินออกไปแบบไม่เหลียวหลัง ด้านหลังเด็กสาวมีเด็กหนุ่มผมสองสีเดินตามไปติด ๆ และเด็กสาวไม่รู้เลยว่าคำพูดของเธอที่พูดเพื่อให้คนอื่นกลับบ้านไปในวันนี้ จะทำให้คนเหล่านั้นมีไฟฮึดสู้ในงานกีฬามากกว่าเดิมหลายเท่า

 

 

Talks ท้ายบท

            น้องไม่ได้ทำอะไรนะ น้องแค่อยากกลับบ้านไปนอน

            ในสายตาห้องเอตอนนี้น้องกลายเป็นผู้ปกครองเต็มตัวไปแล้วล่ะ ใครทำอะไรไม่ดีฟ้องน้องไว้ก่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 241 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

171 ความคิดเห็น

  1. #10 Mynun9412 (@Mynun9412) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 15:21
    ชอเตาะน่าเอ็นดูจังลูกกกก55555555
    #10
    1
  2. #8 Icepiar_ (@Warina2) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:31
    อ้ย ความคุนแม่ของห้อง555555555
    #8
    1
  3. #7 justsaybeep (@justsaybeep) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 22:26
    น้องโชโตะคือตามติดคุณแม่เป็นลูกเป็ดเลย

    อ้ย ๆๆๆๆๆ เอ็นดู ส่วนน้องคือกลายเป็นไลฟ์โค้ชไปซะแล้วใช่ไหมคะเนี่ย 555555555555
    #7
    1