Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : ทีมช่วยเหลือ...โดนหมายหัว?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 259 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

Chapter 5 : ทีมช่วยเหลือ...โดนหมายหัว?

            “เวรเอ๊ย!”ฉันหลุดสบถออกมาเมื่อรู้ว่าหลงกับเจ้าเด็กเลือดร้อนสองคนนั่นไปตอนออกมาจากโซนตึกถล่ม ตอนแรกก็ไล่ตามหลังมาดี ๆ อยู่หรอก แต่ระหว่างที่ไล่ตามดันเจอพวกวิลเลินอีกกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่พุ่งตัวเข้ามารุมโจมตีกินโต๊ะฉันที่เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม

            คงกะว่าถ้าจัดการฉันได้จะจับเป็นตัวประกันไปข่มขู่เพื่อเรียกตัวออลไมท์ออกมาแน่ ๆ แต่ดันผิดคาดเพราะฉันสามารถจัดการได้ทั้งหมด แม้จะทุลักทุเลจนได้แผลถากเป็นทางยาวที่สีข้างก็ตาม ฉันกดปากแผลที่เลือดไหลออกมาไม่หยุดเอาไว้ขณะเดียวกันก็ใช้อัตลักษณ์รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง

            จะตามสองคนนั้นไปคงไม่ทันแล้ว ฉันตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปที่ลานกว้างที่อาจารย์กำลังต่อสู้กับพวกวิลเลิน สถานการณ์ภายนอกเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ โดยเฉพาะอาจารย์ที่ไม่รู้ว่าจะโดนโนมุอัดจนเละรึยังด้วย กับวิลเลินทั่วไปน่ะอาจารย์เก่งกว่าอยู่แล้ว แต่กับโนมุน่ะเป็นอะไรที่อาจารย์แพ้ทางแบบสุด ๆ เลยนี่สิ

            ตู้ม!

            เสียงระเบิดดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งอาคาร ฉันเร่งฝีเท้าวิ่งมาที่ลานกว้างก็พบกับสิ่งที่ทำให้ฉันยิ้มอย่างเบาใจออกมาได้ ออลไมท์กับมาโคโตะ ทั้งสองคนมาถึงที่USJแล้ว ในอ้อมแขนของออลไมท์อุ้มร่างที่บาดเจ็บสาหัสของอาจารย์และพวกน้อนหลบออกมาจากโนมุได้อย่างปลอดภัย มาโคโตะรับช่วงต่อจากออลไมท์ กลายร่างเป็นหมาป่าตัวเขื่องคาบเด็กทั้งสามและอาจารย์ที่สลบไปแล้วเหวี่ยงขึ้นหลัง ก่อนจะกระโจนไปรวมกลุ่มกับเด็กที่เหลือที่ทางออก

            “ออลไมท์!!!!!”เด็กห้องเอ(ที่อยู่ในบริเวณนั้น)ประสานเสียงพร้อมกันอย่างดีใจ

            “ออลไมท์! แบล็ควูฟ!”พวกวิลเลินร้องลั่นด้วยความตกใจที่เห็นฮีโร่อันดับหนึ่งและสิบห้ายืนอยู่ต่อหน้า

            การที่ฮีโร่อันดับหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในยามนี้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยิ่งเห็นฮีโร่อันดับที่สิบห้าอย่างแบล็ควูฟปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกันด้วยแล้วยิ่งทำให้พวกเด็ก ๆ ที่เผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายมาวางใจได้มากยิ่งขึ้น

            แบล็ควูฟย่อตัวให้เด็กทั้งสามลงจากหลังแล้วคลายร่างหมาป่าออก เขาวางตัวอาจารย์หนุ่มไว้บนพื้นก่อนจะเริ่มลงมือรักษาบาดแผลสาหัสที่หนักที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก บาดแผลนั้นค่อยสมานกันอย่างช้า ๆ การรักษาเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะอัตลักษณ์ของเขาไม่ใช้สายรักษาโดยตรง

            “แบล็ควูฟครับ อาจารย์จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ”มิโดริยะถามโปรฮีโร่หนุ่มด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเป็นกังวลกับบาดแผลของอาจารย์ประจำชั้น

            “ไม่เป็นไร รุ่นพี่แค่สลบไปเท่านั้น”แบล็ควูฟตอบกลับเสียงเรียบ สมาธิทั้งหมดถูกทุ่มไปกับการรักษาบาดแผล

            “ทุกคนไม่บาดเจ็บกันใช่มั้ย”ฉันวิ่งมารวมตัวกับเพื่อนในห้องที่ทำหน้าโล่งใจที่เห็นฉัน ฉันส่งยิ้มเป็นเชิงว่าสบายดี ก่อนจะตรงเข้าไปหามาโคโตะที่กำลังรักษาอาจารย์อยู่

            “มาโคโตะ”

            “ดีใจที่ปลอดภัยนะ”มาโคโตะยิ้มบางส่งมาให้

            “อือ”ฉันพยักหน้ารับ วางมือลงบนแขนทั้งสองข้างที่ถูกโนมุหักจนเสียรูป ตั้งสมาธิเรียกใช้อัตลักษณ์ในการรักษาอาการบาดเจ็บของอาจารย์ แขนทั้งสองข้างที่หักจนผิดรูปค่อย ๆ กลับคืนสู่รูปร่างเดิมอย่างช้า ๆ รวมถึงบาดแผลที่เกิดขึ้นจากอัตลักษณ์ของโทมูระที่สมานกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน

            “พอแล้วล่ะ ที่เหลือฉันจัดการต่อเอง”มาโคโตะปรามเพราะรู้ดีว่าการใช้อัตลักษณ์นี้ค่อนข้างกินแรงฉันอย่างมาก ยิ่งฉันฝืนเร่งผลของมันให้เกิดเร็วขึ้นก็ยิ่งกินแรง ฉันยิ้มรับแล้วยอมวางมือแต่โดยดี เพราะรู้ดีว่าอาจารย์ในตอนนี้ปลอดภัยแล้วแน่นอน

            “มิโดริยะ/มิโดริยะจัง!!!”เสียงตะโกนเรียกชื่อน้อนของเด็กห้องเอทำให้ฉันต้องมองไปตามเสียงแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อน้อนพุ่งตัวเข้าไปหาออลไมท์ที่พลาดท่าโดนโนมุที่ผ่านหมอกดำของคุโรกิริจับตัวไว้ได้ แถมยังโดนเล่นงานซ้ำแผลเก่าอีก น้อนกระโจนตัวพุ่งเข้าไปหาออลไมท์เต็มกำลัง แต่ก็โดนคุโรกิริโผล่มาขวางเอาไว้

            บึ้ม!!!!

            “ให้ตายสิ! ทันฉิวเฉียดเลยนะเจ้าลูกหมา”ฉันพึมพำด้วยความโล่งอกที่เห็นคัตซึกิโผล่ออกมาซัดคุโรกิริเข้าไปเต็ม ๆ แล้วจับกดราบติดไปกับพื้น ก่อนที่โนมุจะถูกแช่แข็งด้วยอัตลักษณ์ของเด็กเด๋อที่เปิดตัวออกมาอย่างเท่ ออลไมท์สามารถดีดตัวออกมายืนข้างเด็กเด๋อในสภาพที่เลือดไหลซึมออกมาจากแผล ไม่นานเอจิโร่ก็โผล่เข้ามาโจมตีโทมูระแต่ก็ถูกหลบได้

            เจ้าพวกตัวแสบขาลุยของห้องเออยู่กันพร้อมหน้าเลย

            “มาโคโตะฝากดูแลคนอื่นด้วยนะ ฉันจะลงไปที่นั่น”ไม่รอฟังคำอนุญาต ฉันก็ปรับเปลี่ยนโครงสร้างขาของตัวเอง ดีดตัวลงมาหยุดที่ลานกว้างด้านหลังของออลไมท์ ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นฉันก็พุ่งตัวเข้าไปหาออลไมท์ใช้อัตลักษณ์ของตัวเองรักษาอาการบาดเจ็บให้อย่างรวดเร็ว ถึงจะไม่สามารถรักษาแผลเก่าให้ได้(สถานการณ์ไม่เอื้ออย่างแรง) แต่ก็ทำให้ปากแผลที่ปริแตกนั้นสมานกันจนเลือดหยุดไหล

            “ขอบใจนะ สาวน้อยมารุมิยะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ คุณเป็นกำลังรบสำคัญที่จะเสียไปไม่ได้”ฉันตอบกลับแล้วกำหมัดชกกันจนเกิดเสียง ตั้งท่าพร้อมสู้กับเหล่าวิลเลินที่อยู่ตรงหน้า“อีกอย่างมาถึงขนาดนี้แล้วถึงห้ามไปมันก็เท่านั้น งานนี้ขอฉันร่วมด้วยก็แล้วกัน”

            “คัตจัง ทุกคน”สีหน้าของน้อนดูพร้อมสู้มากขึ้น เมื่อเห็นว่ารอบตัวนั้นมีเพื่อนที่พร้อมสู้ไปด้วยกัน

            วิลเลินที่เหลือรอดในตอนนี้มีแค่โทมูระคนเดียว แต่ถึงจะเหลือแค่คนเดียวก็เป็นคนที่อันตรายที่สุดในบรรดาวิลเลินทั้งหมดที่บุกมาที่USJแห่งนี้ ไม่ใช่เรื่องทักษะการต่อสู้ แต่เป็นด้านอัตลักษณ์ต่างหาก

ให้ตายสิ! เมื่อไหร่พวกอาจารย์จะมาสักทีนะ ออลไมท์เองก็ใกล้ถึงขีดจำกัดแล้วด้วย

“คุโรกิริที่เป็นทางเข้าออกโดนจับตัวได้ซะแล้ว ท่าทางจะแย่ซะแล้วสิ”ถึงจะพูดแบบนั้นออกมา แต่ท่าทางของโทมูระไม่ได้มีอาการตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

“ไอ้หน้าโง่นี่เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริง ๆ ด้วย แกจะกลายสภาพเป็นวาร์ปเกทเหมือนควันได้เฉพาะจุดเท่านั้น แล้วจากนั้นแกก็เอาควันนั่นมาบังร่างเนื้อไว้ใช่มั้ยล่ะ แถมตอนนั้นถ้าแกมีสภาพเป็นควันทั้งตัวล่ะก็แกคงไม่หลุดปากว่า’เกือบไป’ออกมาหรอก”พูดจบก็ระเบิดอับแผงเหล็กตรงคอของคุโรกิริพร้อมกับพูดขู่ด้วยสีหน้าราวกับวิลเลิน”อย่าได้ขยับเชียวนะ! ถ้าฉันเห็นแกมีพิรุธล่ะก็พ่อจะระเบิดให้ไม่เหลือซากเลย”

นี่ก็ขู่เขาเก่งจริ๊ง เหมือนเห็นภาพหมาปอมขนฟู ๆ กำลังเห่าบ๊อก ๆ ใส่ชาวบ้านเขาอยู่เลย ถึงแม้สถานการณ์จริงมันจะไม่น่ารักเหมือนในภาพที่เห็นก็ตาม

“คนเป็นฮีโร่เขาไม่พูดอะไรแบบนั้นกันหรอกนะ...”เอจิโร่ยิ้มแหยกับสิ่งที่คัตซึกิพูดขู่ออกไป

“ถูกปราบได้หมด แถมยังไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน เด็กสมัยนี้ยอดไปเลยแฮะ อายเด็กมันบ้างมั้ยเนี่ยพวกสมาพันธ์วิลเลิน”ให้โอกาสพูดใหม่อีกรอบ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนอะไรกันล่ะ มายเมนฉันโดนซัดเสียหมดสภาพ หมายเลข 13 ก็อาการสาหัส ออลไมท์เองก็ใกล้หมดเวลาเต็มที แถมฉันเองยังพลาดท่าโดนฟันเข้าที่สีข้างจนได้แผลใหญ่มาประดับตัว(ถึงจะรักษาไปแล้วก็เถอะ)

ตรงไหนที่เรียกว่าไร้รอยขีดข่วนกันฮะ!!!

“โนมุ”ทันทีที่โดนเรียกโนมุที่นอนแน่นิ่งก็เริ่มขยับตัวผ่านหมอกควันกลับมายืนเต็มตัว แม้ร่างกายครึ่งหนึ่งจะโดนน้ำแข็งกัดจนแหลกละเอียด แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหากับโนมุที่มีอัตลักษณ์ในตัวมากกว่าหนึ่งเลยสักนิดเดียว ร่างกายส่วนที่แตกละเอียดไปงอกใหม่ออกมาอีกครั้งและฟื้นฟูกลับมาเต็มร้อยได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าราวกับเป็นเรื่องเพ้อฝัน โนมุกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมรบอีกครั้ง

“อะไรกัน! ไม่ใช่อัตลักษณ์ดูดซับแรงกระแทกหรอกหรอ?”แม้แต่ออลไมท์เองก็คาดไม่ถึง

“ก็ไม่ได้บอกนี่ว่ามีแค่อย่างเดียวน่ะ นี่คือสุดยอดการสร้างใหม่ โนมุที่ถูกดัดแปลงมาให้ทนได้แม้กระทั่งพลัง 100 เปอร์เซ็นต์ของนายไงล่ะ เป็นมนุษย์กระสอบทรายขั้นสุดยอดเลยล่ะ”โทมูระตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจในผลงานชิ้นนี้

ทุกคนตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้ในทันที สมองฉันเร่งคิดหาแผนการรับมือกับความวินาศสันตะโรที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า ไม่สิ!ทางรอดน่ะมีอยู่ แต่ความเสี่ยงที่ตามมาก็สูงมากเหมือนกัน แถมฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะทำสำเร็จได้รึเปล่าเลยด้วยซ้ำ

“ก่อนอื่นก็ต้องเอาคนของเรากลับมาก่อน ไปเลย โนมุ”ไม่ทันได้คิดแผนการรับมืออะไรไปมากกว่านี้ โนมุก็พุ่งตัวเข้าไปหาเจ้าลูกหมาที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ากำลังจะโดนเล่นงาน ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความฉันคว้าตัวคนที่ใกล้ที่สุดไว้ก่อนที่ร่างกายจะลอยละลิ่วจากแรงปะทะของโนมุ

ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ฉันกุมแขนที่กระแทกกับพื้นอย่างแรงเพราะแรงปะทะ มองผ่านฝุ่นควันที่จางลงจนเผยให้เห็นร่างของโนมุที่ยืนอยู่ในจุดที่คัตซึกิอยู่ในตอนแรก คุโรกิริได้รับความช่วยเหลือไปแล้วและคนที่โดนอัดไปติดกำแพงก็คือออลไมท์

“คัตจัง!!!”น้อนร้องเรียกชื่อเสียงดังลั่น ฉันใช้ปลายดาบสะกิดแล้วเอียงคอไปด้านข้างเป็นเชิงว่าคนที่เรียกน่ะอยู่นี่ ขณะเดียวกันก็เร่งรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

จะบ้าตาย! ตั้งแต่มาอยู่ร่างยัยหนูนี่ไม่เจ็บตัวก็โดนลวนลาม ขอใช้ชีวิตอย่างสงบ ๆ หน่อยจะได้มั้ย ฉันแค่อยากนอนสบาย ๆ ก็เท่านั้นเองนะ!!!

“หลบได้งั้นหรอก สุดยอดเลย!”

“ใช่ที่ไหนล่ะ เงียบไปซะ ไอ้สวะ...โอ๊ย!ยัยเมี่ยงอีกแล้วนะเว้ย”เจ้าลูกหมาหันมาขู่ฟ่อด ๆ ทันทีที่โดนฉันเคาะหัวเข้าให้ ก่อนจะเงียบลงเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของฉันที่มองตรงไปที่กลุ่มควันตรงกำแพง

“เงียบซะ มันใช่เวลามาเถียงกันหรือไง”ฉันเตือนเสียงเรียบ เมื่อกี้ถ้าไม่ได้ออลไมท์พุ่งเข้าไปล่ะก็...เจ้าลูกหมาโดนอัดเละแน่ ๆ

ทำยังไงดี เข้าไปตอนนี้ก็ใช่ว่าจะช่วยอะไรได้ ทำไมพวกอาจารย์ยังมาไม่ถึงอีกนะ ทั้งที่ก็ให้หัวหน้าห้องออกไปตามก่อนเวลาแล้วแท้ ๆ 

“รู้จักคำว่าพอบ้างรึเปล่า”ออลไมท์ถามทั้งที่ยืนหอบจากอาการบาดเจ็บที่เริ่มแสดงอาการอีกครั้ง

“ถ้าเพื่อช่วยพรรคพวกมันไม่มีทางเลือกนี่นา แบบเมื่อกี้นี้ไง...”โทมูระชี้มาทางน้อนแล้วพูดต่อ”อ่า...เจ้าเด็กหน้าจืดนั่น พุ่งเข้ามากะจะชกฉันเต็มที่เลยนะ ความรุนแรงเพื่อผู้อื่นเป็นเรื่องที่ดีงามนี่นา ใช่มั้ยล่ะ ฮีโร่”

“ฉันน่ะนะ ออลไมท์ กำลังโมโหอยู่ล่ะ ฉันโมโหโลกใบนี้ที่แบ่งแยกความรุนแรงแบบเดียวกันเป็นฮีโร่กับวิลเลิน แล้วกำหนดว่าอันไหนดีอันไหนชั่ว สัญลักษณ์แห่งสันติภาพอะไรกัน สุดท้ายแล้วนายมันก็แค่เครื่องมือที่ใช้ความรุนแรงเพื่อจัดการเรื่องต่าง ๆ นั่นแหละ”

ทุกคนต่างยืนนิ่งกับสิ่งที่โทมูระพูดออกมา แม้แต่ออลไมท์เองก็ไม่สามารถหาคำพูดดี ๆ พูดตอบโต้กลับไปได้ โทมูระไม่หยุดแค่นั้น ยังคงพูดถึงแนวคิดของตัวเองต่อไป

“ความรุนแรงน่ะให้กำเนิดได้แต่ความรุนแรง ฉันจะทำให้โลกนี้รู้ซึ้งด้วยการฆ่านายยังไงล่ะ!”

ถึงฉันจะเห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าความรุนแรงก่อให้เกิดความรุนแรง แต่เรื่องฆ่าคนเนี่ยยังทำใจยอมรับไม่ได้เท่าไหร่ ก็ฉันมาจากโลกที่ไร้อัตลักษณ์นี่นา จะให้ปรับตัวได้ในทันทีเลยคงไม่ไหวหรอก แต่เรื่องที่เข้าใจมาตลอดตั้งแต่แรกน่ะ...คือโลกใบนี้ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม

ความเท่าเทียมหรือสันติภาพอะไรนั่นน่ะ มันก็แค่ของจอมปลอมที่สร้างมาเพื่อให้สังคมที่แสนเน่าเฟะดูดีขึ้นก็เท่านั้น!

“คงจะให้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ”ฉันดีดตัวเข้าไปขวางเอาไว้ระหว่างพวกวิลเลินกับออลไมท์ ก็รู้ว่าที่ทำอยู่นี่โคตรจะเสี่ยงอันตรายและบ้าบิ่นอย่างมาก แต่ฉันไม่อยากเห็นออลไมท์ตาย แล้วก็ไม่อยากเห็นโทมูระเจ็บตัวด้วย

ย้อนแย้งชะมัด! แต่ทำไงได้ล่ะ คนหนึ่งก็อาจารย์ อีกคนก็เมนรอง

“มารุมิยะซัง!!!/มารุมิยะ!!!/ยัยเมี่ยง!/มิจิรุ!”ประสานเสียงเรียกกันอย่างพร้อมเพียง

รู้น่าว่าชื่ออะไร ไม่ต้องพร้อมใจเรียกแบบนั้นก็ได้! แค่ก ๆ ไม่ใช่เวลามาตบมุกนี่หว่า โทษที ๆ

“สาวน้อยมารุมิยะ หลบไป นี่ไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเธอควรยุ่ง”ออลไมท์บอกพร้อมกับดันฉันให้หลบไปพ้นทาง

“ไม่ค่ะ คนที่ควรไปน่ะคือคุณต่างหาก”ฉันส่ายหัวไม่ยอมท่าเดียว ก่อนจะเบนสายตาไปที่เจ้าพวกเด็กแสบที่ทำท่าจะเข้ามาร่วมวงด้วย”พวกนายสี่คนหยุดตรงนั้นเลย นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อย่างการซ้อมต่อสู้นะ”

“หวา~ ทำยังไงดีล่ะ ออลไมท์ มีเด็ก ๆ อยากเล่นบทฮีโร่อยู่เต็มไปหมด...น่าสะอิดสะเอียนสิ้นดี”โทมูระแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงยียวน

“เฮ้อ! แนวคิดที่พูดมานั่นมันก็แค่เหตุผลที่นายใช้บังหน้าเพราะอยากหาเรื่องไม่ใช่หรือไง? ความจริงแล้วนายก็แค่เกลียดชังพวกที่เรียกตัวเองว่าฮีโร่ ไม่ใช่แค่ออลไมท์ใช่มั้ยล่ะ”ฉันถามกลับไป บอกไม่ได้หรอกนะว่าเข้าใจในสิ่งที่โทมูระคิดทั้งหมด แต่ที่รับรู้ผ่านทางอนิเมะมา โทมูระก็แค่เกลียดฮีโร่เพราะเหตุผลในวัยเด็กก็เท่านั้นเอง เรื่องออลฟอร์วัน วันฟอร์ออลอะไรนั่นฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว

“อย่ามาพูดเหมือนรู้ดีไปหน่อยเลย!!!!”ก็กะอยู่แล้วว่าต้องโดนโมโหใส่ โทมูระตวาดเสียงดังลั่น มือซีดยกขึ้นเกาคอของตัวเองระบายความเครียด ฉันยืนขมวดคิ้วก่อนที่จะ...

หมับ!

ปัง!

พุ่งตัวเข้าไปหาโทมูระแบบไม่ทันคิด จังหวะเดียวกับที่พวกทีมช่วยเหลือปรากฏตัว กระสุนปืนจากอาจารย์สไนป์ ฮีโร่ปืนไวยิงทะลุผ่านหมอกควันสีดำไม่ยั้ง เหล่าอาจารย์ลงมือเข้าช่วยเหลือนักเรียนที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วUSJ หน่วยช่วยเหลือเข้าไปตรวจดูฮีโร่อาชีพที่ได้รับบาดเจ็บเร่งขนย้ายผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล เห็นดังนั้นคุโรกิริจึงเปิดวาร์ปเกทพาตัวโทมูระ(และฉัน)ไปจากที่นี่โดยทิ้งโนมุไว้(เพราะโดนเหล่าอาจารย์ฮีโร่รุมจัดการอย่างรวดเร็ว)

ร่างทั้งสามหายไปต่อหน้าต่อตาเหล่าเด็กนักเรียนห้องเอและอาจารย์ฮีโร่ที่มาถึง ท่ามกลางเสียงร้องตกใจของคนที่รู้จักเด็กสาวที่หายไป

“มารุมิยะ!!!!!”

โดยเฉพาะพี่ชายของเด็กสาวที่หมายจะเข้าไปพาตัวเด็กสาวออกมาแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

“มิจิรุ!!!”

 

 

 

 

ฟุ่บ!

“อูย!”ร้องเสียงหลงเมื่อหลุดออกมาจากวาร์ปเกทได้ สภาพตอนนี้คือฉันนั่งแหมะอยู่บนตัว ในสภาพเลือดอาบไหล่ ตอนที่โดนพามาพร้อมกับโทมูระดันโดนกระสุนเฉี่ยวเข้าให้พอดีน่ะสิ ส่วนคนที่กลายเป็นเบาะให้ฉันน่ะเหรอ โดนยิงทะลุมือไปสองนัดเต็ม ๆ จนเลือดอาบไม่ต่างจากฉันนี่ไง

หมับ!

“อยู่นิ่ง ๆ!”ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ ฉันคว้ามือซีดของคนใต้ร่างขึ้นมารักษาแผลให้ทันทีโดยไม่ต้องคิด แผลที่ไหล่ฉันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อีกเดี๋ยวมันก็สมานกันเอง ทางโรงเรียนเองก็ไม่น่าเป็นห่วง มาโคโตะเองก็อยู่ที่นั่นด้วย เพราะงั้นฉันถึงได้เป็นห่วงทางนี้มากกว่าไงล่ะ

“หัดดูแลตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยสิ! แล้วที่คอนี่ก็ด้วย เกาบ่อยแค่ไหนกันฮะถึงได้เป็นรอยแผลเป็นแบบนี้น่ะ”เลื่อนมือขึ้นไปสัมผัสคอที่เต็มไปด้วยรอยแผลจากการเกาที่บางส่วนเป็นแผลแห้งเกรอะกรังดูแทบไม่ได้ คิ้วเรียวขมวดมุ่น ดวงเนตรต่างสีเพ่งสมาธิไปที่การรักษาเลยไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศรอบตัว รวมถึงสายตาที่มองมาของเหล่าวิลเลิน และไม่ทันได้นึกเลยว่าการกระทำของเธออยู่ในสายตาของออลฟอร์วันทั้งหมด

โทมูระขมวดคิ้ว ดวงเนตรสีโลหิตมองลอดผ่านง่ามนิ้วที่สวมอยู่บนใบหน้า มองเด็กสาวที่กำลังใช้อัตลักษณ์ของตัวเองรักษาแผลให้เขาด้วยความไม่เข้าใจ ความใจดีของพวกฮีโร่จอมปลอมงั้นหรอ หรือว่ากำลังสมเพชเขาอยู่กันแน่ มือซีดขยับหมายจะสัมผัสตัวเด็กสาว แต่ยังไม่ทันได้เคลื่อนไหว ดวงเนตรต่างสีที่ดูเฉยชาแต่แฝงแววเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิดเงยขึ้นสบกับดวงเนตรสีโลหิตก่อนที่แววตานั้นจะฉายแววโล่งใจที่บาดแผลนั้นหายไปจนหมด

“ไหนดูสิ”ฉันงึมงำจับคนใต้ร่างพลิกไปพลิกมาเพื่อหาบาดแผล ก่อนจะนึกขึ้นได้เมื่อหันไปเจอกับคุโรกิริที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง ฉันนั่งนิ่งก่อนจะทุบมือแล้วพูดว่า“จริงด้วย ตอนนี้อยู่คนละฝั่งกันนี่ ๐.๐!”

พึ่งจะรู้ตัวหรอ! เสียงในใจของคุโรกิริที่ไม่ได้พูดออกไป

“แล้วไง? จะฆ่ากันหรือเปล่าล่ะ คุณสุดยอดวายร้าย?”ฉันลุกขึ้นแล้วมองไปที่จอทีวีที่ปรากฏตัวอักษรว่าSound Only บนหน้าจอแสดงให้เห็นว่าออลฟอร์วันรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทั้งหมด

“หึหึหึ เป็นเด็กสาวที่แปลกดีนะ สนใจมาร่วมสมาพันธ์วิลเลินมั้ยล่ะ”

หือ?

“ไม่ล่ะ”ฉันตอบปัดคำเชิญนั้นในทันที”แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดพวกวิลเลินหรอกนะ อีกอย่างตอนนี้นอกเวลางาน แล้วฉันก็ไม่ใช่ฮีโร่เต็มตัวด้วย ไม่คิดจะสู้กับคุณหรอก เสียเวลานอนฉันหมด”

ฉันโบกมือปัด ๆ เป็นการบอกว่าไม่เอาด้วยหรอก ไม่ได้อยากเป็นทั้งฮีโร่ หรือ วิลเลิน อะไรทั้งนั้นแหละ แค่อยากหาที่นอนสงบ ๆ เท่านั้นเอง ส่วนที่ยังอยู่ในยูเอย์ก็แค่ไม่อยากให้ความพยายาม(?)ของเจ้าของร่างคนก่อนมันเสียเปล่าก็แค่นั้นแหละ

“จะบอกว่าไม่ได้อยากเป็นฮีโร่งั้นรึ?”น้ำเสียงของออลฟอร์วันแสดงถึงความประหลาดใจ

“ถ้าจะพูดให้ถูก ฉันไม่อยากเป็นอะไรก็ตามที่มันทำให้เสียเวลานอนอ่ะนะ”ฉันตอบกลับไปนิ่ง ๆ

“ฮะฮ่าฮ่าฮ่า...คุโรกิริส่งเด็กนี่กลับไปซะ”ออลฟอร์วันสั่งหลังจากหัวเราะออกมาเสียงดัง

อ้าว! รอดเฉย

ฉันนี่ยืนงงที่รอดจากการถูกฆ่าของออลฟอร์วัน ทั้งที่เตรียมใจแล้วว่าคงตายแน่ ๆ

“ไม่ฆ่างั้นหรอ?”

“คนน่าสนใจแบบเธอ ยังสร้างความสนุกให้ฉันได้อยู่ ยังไม่ฆ่าหรอกแต่ถ้าหมดความน่าสนใจเมื่อไหร่ก็ตาย”เป็นคนที่เอาแต่ใจจริง ๆ

“ถึงจะไม่รู้ว่าทำให้สนุกได้ยังไง แต่ก็ขอบคุณแล้วกัน”ฉันได้แต่รับคำไปทั้งที่ไม่เข้าใจ ฉันหันไปหาคุโรกิริ”ยังไงก็ขอรบกวนไปส่งที่แถว ๆ โรงเรียนยูเอย์ก็แล้วกันนะ”

คุโรกิริเปิดวาร์ปเกทขึ้นมาอีกครั้ง ฉันไม่รู้ว่าจะทำตามคำขอมั้ย แต่อย่างน้อยก็ได้กลับบ้านแล้วล่ะ คิดมากไปก็เครียดเปล่า ๆ ก่อนเดินเข้าวาร์ปเกทฉันล้วงหยิบของอย่างหนึ่งยัดใส่มือของโทมูระแล้วเดินผ่านวาร์ปเกทโผล่มาบนรสบัสของโรงเรียน

อ่า...คนอื่น ๆ อยู่ข้างนอกกันสินะ ดูร้อนรนกันจัง มีเรื่องอะไรกันรึเปล่านะ?

แต่ว่าตอนนี้ง่วงสุด ๆ ไปเลยล่ะ เพราะงั้น...ราตรีสวัสดิ์นะ

zzZ

เด็กสาวนอนหลับไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าสาเหตุของความวุ่นวายนอกรถบัสนั้นมาจากเธอส่วนหนึ่ง กว่าจะรู้ก็คือตอนตื่นมาที่โรงพยาบาลนั่นแหละ

และเด็กสาวไม่รู้ตัวเลยว่า...ไปปักธงตัวอันตรายเข้าให้เสียแล้ว

 

 

 

ตัดมาทางสมาคมวิลเลิน

หลังจากคุยวางแผนจัดการฮีโร่กับอาจารย์ของตัวเองเสร็จไป โทมูระก็ก้มมองแท่งพลาสติกทรงกระบอกสีขาวขนาดเล็กในมือด้วยสายตาหลากอารมณ์ เขาขยับมือโดยระมัดระวังไม่ให้นิ้วทั้งห้าสัมผัสโดยตรงกับของที่ได้รับมาจากเด็กสาวที่แปลกประหลาด ที่ดูไม่เหมือนฮีโร่หรือวิลเลิน เป็นเด็กผู้หญิงที่แตกต่างจากทุกคนที่เขาเคยได้เจอ

เขายกมือลูบคอที่ได้รับการรักษาอย่างลืมตัว ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นเต็มอก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเด็กสาวยังตราตรึงลอยวนเวียนอยู่รอบตัวแม้ว่าเด็กสาวจะกลับไปแล้วก็ตาม ความรู้สึกแรงกล้าบางอย่างตีตื้นขึ้นเต็มอก รอยยิ้มร้ายถูกวาดขึ้นบนใบหน้าซีดขาว

อยากได้

“ไม่ล่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดพวกวิลเลินหรอกนะ” คำพูดของเด็กสาวลอยวาบเข้ามาในห้วงความคิด

ถ้าไม่ยอมมาด้วยกันดี ๆ แค่แย่งชิงมาก็พอ

 

 

 

Talks ท้ายบท

            น้องผู้สนใจเพียงแค่การนอน เลยรอดพ้นจากออลฟอร์วันมาแบบงง ๆ แถมไปปักธงตัวอันตรายแบบไม่รู้ตัวอีกต่างหาก

            น้องแค่เป็นห่วงตามประสาติ่งเฉย ๆ ร่างกายมันขยับไปเอง น้องไม่ได้ตั้งใจ

            น้องไม่ได้อยู่ฝั่งฮีโร่ น้องอยู่ฝั่งที่น้องสามารถนอนได้โดยไม่เจอเรื่องวุ่นวาย~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 259 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #154 dokidokiprecure (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 10:26

    ปักตัวร้ายไปละ1

    #154
    0
  2. #88 MaisieMaisie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 19:22
    แล้วฝั่งไหนล่ะที่บ่วุ่นวาย ( ̄. ̄)? ยังไงน้องก็หนีไม่พ้นหรอก(เหล่ตาดูคนถูกปักธงสดๆ ร้อนๆเมื่อกี้)
    #88
    0
  3. #57 DEVILPRINCESS (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 13:15
    เรือหายดันไปปักธงตัวหายนะสะงั้นต่อไปงานหนักแน่คุณแม่เอ้ยยยย
    #57
    0
  4. #56 fangylovely (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 08:30
    ปักธงเฉย หนูคะ555555555
    #56
    0
  5. #9 Mynun9412 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 15:16
    เลือกไม่ถูกในทันที 55555สนุกมากกกกก
    #9
    1