Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : USJ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 237 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

Chapter 4 : USJ

            ฉันกระพริบตามองบรรยากาศแสนสดใสที่อีกไม่นานก็คงจะพังลงเพราะพวกสมาพันธ์วิลเลินบุกเข้ามาเพื่อสังหารออลไมท์ แต่คนซวยดันเป็นพวกนักเรียนห้อง1Aที่โดนจับแยกกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ส่วนมายเมนฉันก็เละจนแทบไม่เหลือหากออลไมท์มาไม่ทัน

            ดังนั้นในฐานะติ่งคนหนึ่ง ต้องปกป้องเมนของตัวเองให้ได้!

            วิธีการก็ง่ายแสนง่าย พิมพ์ข้อความSOSทิ้งไว้ในมือถือ รอเวลาแล้วกดส่ง แค่รอสัญญาณเท่านั้น

            ฉันยืนกอดอกฟังหมายเลข 13 อธิบายเกี่ยวกับข้อมูลของUSJ ก่อนที่อาจารย์จะเข้าไปสอบถามหาออลไมท์ที่ยังไม่มาสักที แล้วก็ได้รับคำตอบว่าระหว่างทางมาไปปฏิบัติหน้าที่ฮีโร่จนเวลาในการใช้พลังใกล้หมดเลยต้องพักเอาแรงอยู่ที่ห้องพัก

            เหอ ๆ เป็นคนที่ฝืนตัวเองเก่งดีจริง

            “ทำอะไรไม่นึกถึงตัวเองเอาซะเลย”แล้วก็โดนอาจารย์แซะไปตามระเบียบ

            “ช่วยไม่ได้ล่ะนะ มาเริ่มกันเลยมั้ย?”คำถามของอาจารย์คือสัญญาณการส่งข้อความไปหาพี่ชาย ฉันกดส่งข้อความไปหาพี่ชายในทันที

            ได้แต่หวังว่าพวกคณาจารย์จะมาทันก่อนอาจารย์โดนเจ้าสมองกล้ามโนมุอัดเละนะ

            “เอ่อ...ก่อนที่จะเริ่ม ขอพูดอะไรสักอย่าง สองอย่าง สามอย่าง 4 5 6 7...”ก็นั่นแหละค่ะ จากอย่างเดียวงอกเพิ่มขึ้นมาอีกเพียบ

            เพิ่มขึ้นเฉยเลย เป็นไม่กี่ครั้งที่ความคิดเด็กห้องเอเป็นไปในทางเดียวกัน

            “คิดว่าทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าอัตลักษณ์ของผมคือแบล็คโฮล ไม่ว่าอะไรก็สามารถดูดเข้ามาแล้วป่นเป็นผงได้ครับ”

            “ถ้ามีอัตลักษณ์แบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติแบบไหนก็สามารถช่วยคนได้ทั้งหมดเลยสินะครับ?”สมกับเป็นน้อน ฮีโร่แฟนเบอร์หนึ่งของเหล่าฮีโร่ ข้อมูลแน่นปึ้ก

            “ใช่แล้ว แต่ว่าพลังนี้ก็สามารถฆ่าคนได้ง่าย ๆ ด้วยเหมือนกันครับ”หมายเลข 13 ตอบกลับมา ทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนภายในห้อง“และในตัวทุกคนเองก็มีอัตลักษณ์แบบนั้นอยู่เหมือนกัน”

            “ในสังคมยอดมนุษย์นั้นได้กำหนดให้มีสิทธิในการใช้อัตลักษณ์อยู่ และยังมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวด ซึ่งดูเผิน ๆ แล้วเหมือนจะลงตัวดี แต่ยังไงก็ตาม หากก้าวผิดไปแม้แต่ก้าวเดียว อัตลักษณ์ของพวกเธอก็จะสามารถฆ่าคนได้เลย กรุณาอย่าลืมเรื่องนี้ด้วยนะครับ”หมายเลข 13 กำชับเสียงจริงจัง”จากการทดสอบสมรรถภาพของไอซาวะซัง พวกเธอน่าจะรู้ซึ้งถึงความเป็นไปได้ที่ซ่อนอยู่ในพลังของตัวเอง การฝึกต่อสู้แบบตัวต่อตัวของออลไมท์เองก็ด้วย คิดว่าน่าจะได้รับประสบการณ์ความอันตรายจากการที่ได้ใช้กับคนมาแล้ว”

            “อัตลักษณ์ก็เหมือนคนเรานี่แหละ มีขาวก็ต้องมีดำ ไม่มีใครขาวไปทั้งหมด แล้วก็ไม่มีใครดำไปทั้งหมด อัตลักษณ์ก็เหมือนกัน มันขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองว่าจะใช้มันเพื่อช่วยเหลือหรือเข่นฆ่า แน่นอนว่ามันไม่เกี่ยวว่าจะเป็นอัตลักษณ์แบบไหน ต่อให้เป็นอัตลักษณ์ที่ดูเหมือนวายร้ายแต่ถ้าใช้มันเพื่อช่วยคนก็คือฮีโร่ กลับกันอัตลักษณ์ที่เหมือนฮีโร่แต่กลับใช้มันเพื่อเข่นฆ่าทำร้ายผู้อื่นก็คือวิลเลิน อัตลักษณ์ไม่มีดีหรือเลว มันอยู่ที่ตัวคนใช้ต่างหากว่าจะใช้มันเพื่ออะไร”ฉันพูดเสริมขึ้นมา เหตุการณ์ที่ฮิโตชิโดนบูลลี่เพราะอัตลักษณ์เป็นเหมือนตะกอนที่ตกค้างอยู่ในใจของฉัน ถึงจะเปลี่ยนแนวคิดผู้คนทั้งหมดไม่ได้ แต่ถ้าค่อย ๆ ปลูกฝังความคิดเรื่องนี้ให้กับทุกคนในห้องเอล่ะก็...ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

            “อะไร? ฉันพูดอะไรผิดหรือไง”ฉันถามขึ้นเมื่อทุกสายตาจดจ้องมาทางฉัน แม้แต่หมายเลข 13 หรืออาจารย์ก็ยังมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าอึ้ง ๆ เลย

            “อย่างที่มารุมิยะคุงพูดไป อัตลักษณ์ไม่มีดีหรือเลว แต่มันขึ้นอยู่กับวิธีใช้งาน ในคาบเรียนนี้เรามาปรับอารมณ์กันก่อน มาเรียนรู้ว่าจะใช้อัตลักษณ์ของตัวเองช่วยชีวิตคนอื่นยังไงกันเถอะ พลังของพวกเธอไม่ได้มีไว้เพื่อทำร้ายคนอื่น แต่ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่ามันมีไว้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นนะครับ”หมายเลข 13 เสริมต่อคำพูดของฉัน จนบรรยากาศหนักอึ้งหายไป ก่อนจะโค้งตัวปิดท้ายบทสนทนาทั้งหมด“แค่นี้แหละครับ ขอบคุณที่รับฟังอย่างสงบนะครับ”

            ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเชียร์ของเด็กห้องเอกับคำพูดสุดเท่ของอาจารย์หมายเลข 13 ผิดกับฉันที่เริ่มเครียดมากขึ้นทุกที เพราะการที่หมายเลข 13 โค้งจบบทสนทนานั้นหมายความว่าพวกวิลเลินกำลังจะบุกเข้ามาที่USJแล้วไงล่ะ

            “เอาล่ะ งั้นก่อนอื่นก็...”อาจารย์ยังพูดไม่ทันจบประโยค กระแสไฟฟ้าของUSJก็เกิดการลัดวงจรขึ้น ไฟฟ้าในอาคารทั้งหมดดับสนิท ฉันคว้าแขนคนที่ใกล้ที่สุดเอาไว้ ดวงตาจ้องไปที่น้ำพุกลางลานที่กระแสน้ำติด ๆ ดับ ๆ ก่อนที่มันจะบิดเบี้ยวเป็นหลุมดำที่กลายเป็นกลุ่มควันหล่อหลอมขึ้นเป็นร่างของคุโรกิริ วิลเลินผู้ถือครองอัตลักษณ์วาร์ปเกต

            มายเมนหัวขวับทำหน้าเครียดทันที ไม่ต่างจากฉันที่ภายนอกหน้ายังนิ่งแต่ข้างในนี่เครียดหนักมาก ยิ่งเห็นมือซีดขาวที่ผ่านกลุ่มควันสีดำนั้นออกมาก็ยิ่งเครียด ถึงโทมูระจะเป็นเมนรอง แต่ยังไม่ได้ทำใจที่จะเจอเลยอ่ะ ขอไปตั้งหลักก่อนได้มะ

            เหอ ๆ คงไม่ได้สินะ ดูจากดวงตาสีแดงที่มองมาอย่างอาฆาตนั่นแล้ว ไม่สู้ก็ตาย

            “ไปรวมกันอยู่ที่เดียวซะ แล้วอย่าขยับไปไหนซะล่ะ!”อาจารย์ออกคำสั่งเสียงเครียด หันไปสั่งหมายเลข 13 ให้ปกป้องนักเรียน“หมายเลข 13 ช่วยปกป้องนักเรียนด้วย!”

            “อะไรล่ะนั่น?”

            ท่ามกลางกลุ่มหมอกสีดำ เหล่าวิลเลินและโนมุเดินเรียงแถวออกมาจากกลุ่มควันนั้นกระจายอยู่เต็มลานน้ำพุ แต่ที่เด่นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นชิการาคิ โทมูระ เมนรองฝั่งวิลเลินของฉันเอง เห็นครั้งเดียวก็จำไม่มีลืมกับชายหนุ่มผมฟ้าอ่อนเกือบขาวตาแดงที่มาพร้อมกับมือทั้งหลายของเขา โดยเฉพาะมือที่สวมอยู่บนหน้ายิ่งเพิ่มความน่าขนลุกไปอีกสิบ สิบ สิบเลยล่ะ

            “มาแบบเดียวกับเมื่อตอนสอบเข้าเหรอ คาบเรียนเริ่มแล้วสินะ?”

            “อย่าขยับนะ!”เสียงตวาดของอาจารย์ทำให้เด็กห้องเอชะงัก  มายเมนสวมแว่นกันลมมองตรงไปที่ลานน้ำพุด้วยสีหน้าจริงจังผิดกับทุกที ความตึงเครียดที่แผ่กระจายออกมาจากตัวจนพวกนักเรียนสัมผัสได้“พวกนั้นเป็นวิลเลินไงล่ะ”

            คำตอบสร้างความตกตะลึงให้กับนักเรียนห้องเอ อาจารย์หันมามองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง“คุมเจ้าพวกบ้าให้อยู่ล่ะ มารุมิยะ”

            ฉันได้แต่ยิ้มเครียดพยักหน้ารับคำสั่งของอาจารย์ ถึงแม้ว่าจะไม่มั่นใจว่าจะทำได้มั้ยเลยก็ตาม ฉันหันไปหาหัวหน้าห้องแล้วสะกิดเรียก ขณะเดียวกันก็ทำสัญญาณมือเป็นเชิงให้ทุกคนเงียบไว้และช่วยขยับมารวมกันเป็นกลุ่มไม่ใช่กระจายกันแบบตอนแรก

            “หัวหน้าห้องทำหน้าที่หน่อย”

            “คะ...!”

            “อย่าส่งเสียงดัง”ฉันดุเสียงเครียด กระซิบบอกแผนกับหัวหน้าห้อง ตอนนี้พวกอาจารย์น่าจะได้รับข่าวจากพี่ชายแล้วแต่คงยังไม่ได้เคลื่อนไหวเพราะไม่แน่ใจเรื่องข่าวสารที่ได้รับ ดังนั้นถ้าให้หัวหน้าห้องออกไปตามแล้วรายงานเหตุการณ์เพิ่มเติมน่าจะดีกว่า”รีบออกไปแจ้งข่าวกับพวกอาจารย์ที่โรงเรียนที หน้าที่นี้มีแต่นายที่มีขาที่เร็วที่สุดในห้องเท่านั้นที่ทำได้”

            หัวหน้าห้องทำหน้าเครียดแต่ก็พยักหน้ารับ ระหว่างที่พวกวิลเลินยังสนใจอาจารย์อยู่ต้องให้หัวหน้าห้องออกไปตอนนี้นี่แหละ ฉันใช้อัตลักษณ์ทำให้หัวหน้าห้องเคลื่อนไหวแบบไร้เสียงชั่วคราวและทำให้ขนาดตัวเล็กลงเพื่อหลบเลี่ยงสายตา อย่างน้อยก็มากพอที่จะทำให้วิ่งออกไปได้โดยไม่โดนขวาง สะบัดมือให้สัญญานหัวหน้าห้องก็วิ่งออกไปแล้ว ร่างเล็กวิ่งฉิวออกไปโดยไม่มีใครทันได้รู้ตัว เพราะโดนบังสายตาจากนักเรียนคนอื่นในห้องเอที่มายืนรวมกัน

            ได้แต่หวังว่าหัวหน้าห้องจะตามพวกอาจารย์มาทันนะ

            “จะไม่เป็นอะไรแน่หรอครับ”น้อนถามเสียงสั่นกลัว

            “เชื่อมั่นในตัวพวกอาจารย์ก็พอ ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับพวกเราแล้วว่าจะเอาตัวรอดจนถึงตอนนั้นได้มั้ย”ฉันตอบไปตามจริง เวลานี้ปลอบไปก็เท่านั้น ต้องพูดกระตุ้นให้ลุกขึ้นสู้เพราะอีกเดี๋ยวก็จะโดนคุโรกิริจับแยกไปตามเขตภัยพิบัติต่าง ๆ แล้ว

            “แต่พวกนั้นมันวิลเลินนะ ไม่มีทางที่จะบุกเข้ามาในโรงเรียนฮีโร่ได้หรอกน่า”เอจิโร่ถามเสียงเครียด

            “อาจารย์คะ เซ็นเซอร์แจ้งเตือนล่ะคะ?”

            “มีอยู่แล้วล่ะ แต่ว่า...”หมายเลข 13 ก็กังวลที่เซ็นเซอร์ไม่ทำงานเสียที

            “พวกมันโผล่มาแค่ที่นี่หรือที่โรงเรียนด้วยล่ะ? ยังไงก็ตามถ้าเซ็นเซอร์ไม่ทำงานก็แปลว่ามีใครสักคนที่ใช้อัตลักษณ์ทำแบบนั้นได้ปนอยู่ในพวกมันด้วย พื้นที่นี้แยกห่างจากโรงเรียนซึ่งมีบางวิชาเรียนที่นี่ พวกมันอาจจะดูโง่ แต่ว่าก็ไม่ การจู่โจมแบบฉับพลันนี่คงจะวางแผนมาอย่างดีและมีเป้าหมายอย่างแน่นอน”คำพูดของเด็กเด๋อสร้างความตึงเครียดภายในกลุ่มเด็กห้องเอ

            “เป้าหมายน่ะเดาได้ไม่อยากนักหรอกนะ ถ้าคิดจะทำลายฮีโร่ล่ะก็ต้องทำลายสิ่งทีค้ำจุน สิ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของฮีโร่”ฉันแทรกขึ้นมาเสียงเครียด“อะไรคือสิ่งที่ค้ำจุนฮีโร่ในปัจจุบัน อะไรคือสัญลักษณ์ของฮีโร่กันล่ะ”

            “ออลไมท์”ตอบเป็นเสียงเดียวกันในทันที

            “หมายเลข 13 เริ่มการอพยพ พยายามติดต่อทางโรงเรียนอีกแรง อีดะวิ่งออกไปได้สักพักแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าจะปลอดภัย วิลเลินพวกนี้คงมีวิธีการปัองกันเซ็นเซอร์แน่ ๆ เป็นไปได้ว่ามีใครสักคนใช้คลื่นพลังวิทยุรบกวน”อาจารย์ว่าเสียงเครียดมองเหล่าวิลเลินที่เดินออกมาจากหมอกตควันสีดำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ

            “คามินาริ ลองใช้อัตลักษณ์ของแกติดต่อกับทางโรงเรียนดู พวกเราต้องทำทุกทางเพื่อติดต่อกับทางโรงเรียนให้ได้”

            “ครับ”

            “อาจารย์ล่ะ!? จะสู้คนเดียวหรอครับ”น้อนร้องถามเสียงหลงเมื่อเห็นอาจารย์ในสภาพเตรียมพร้อมลุย”ต่อให้ลบอัตลักษณ์ได้ แต่จำนวนขนาดนั้น...โอ๊ย!”

            “น้อย ๆ หน่อยอิซึคุ อาจารย์เป็นโปรฮีโร่นะ ต้องมีวิธีรับมือกับการต่อสู้กับวิลเลินเป็นฝูงอยู่แล้ว แค่กลยุทธ์เพียงอย่างเดียวน่ะ ไม่ทำให้อาจารย์เป็นโปรฮีโร่ได้หรอกนะ”ฉันใช้ปลายดาบเคาะลงกลางหัวน้อนเพื่อเรียกสติ รู้หรอกว่าเป็นห่วง แต่อาจารย์ไม่เป็นอะไรง่าย ๆ หรอกน่า

            ถ้าไม่บ้าจี้ไปตีกับโนมุตัว – ตัวอ่านะ อันนี้ได้แต่คิดในใจ

            “พูดดีนี่มารุมิยะ ดีแล้วล่ะที่ฉันให้เธอคุมเจ้าพวกบ้าในห้องน่ะ...ฝากด้วยล่ะ หมายเลข 13”ชมฉันเสร็จก็หันไปฝากฝังกับหมายเลข 13 แล้วกระโจนลงไปกลางวงพวกวิลเลินจัดการล่วงไปทีละคนด้วยความรวดเร็ว แต่ก็คงยื้อไว้ได้อีกไม่นาน ถ้าโทมูระส่งโนมุลงมาล่ะก็หืดขึ้นคอแน่

            แต่ถึงบรรยากาศจะเครียดยังไง อารมณ์ของฉันดันสองจิตสองใจขึ้นมาซะงั้น เครียดเรื่องวิลเลินบุกก็เครียด แต่ก็อยากพุ่งเข้าไปตีมือคนที่ยืนเกาคออยู่ด้วยเหมือนกัน เห็นแล้วมันน่านัก เป็นนิสัยที่ฉันเห็นแล้วอยากจะแก้ให้หลือเกินของโทมูระ เห็นแล้วเหมือนพวกแมวขี้ระแวงที่ชอบทำร้ายตัวเองอะไรแบบนั้น

            ไม่ได้ ๆ มิจิรุ มีสติกับเรื่องตรงหน้าก่อน อย่าพึ่งคิดจะพุ่งไปตีมือโทมูระเชียว

            ระหว่างที่อาจารย์กำลังรับมือ พวกเด็กห้องเอก็วิ่งไปที่ประตูทางออก ถามว่าทำไมฉันไม่ให้หนีออกไปตั้งแต่แรก เพราะไม่รู้ว่าการวิ่งหนีออกไปแบบบุ่มบ่ามจะทำให้เรื่องมันเลวร้ายลงรึเปล่า เลยพยายามคุมให้อยู่ตามเนื้อเรื่อง แม้ว่าฉันจะหลุดกรอบให้หัวหน้าห้องออกไปก่อนแล้วก็ตาม แต่การให้คนหายไปแค่คนเดียวแล้วเสี่ยงอยู่ต่อแต่โอกาสรอดมีมากขึ้นกับหายไปพร้อมกันยกกลุ่มแล้วเสี่ยงโดนฆ่าตายในทันที ฉันเลือกข้อแรก

            “อิซึคุไปได้แล้ว”ฉันคว้าแขนน้อนที่ยังอุตส่าห์ยืนสังเกตการณ์ต่อสู้ของอาจารย์ให้วิ่งตามคนอื่นในห้องไป แต่ระยะทางระหว่างประตูกับบันไดทางลงมันไกลเกินไปจนไม่สามารถหลบหนีได้ทัน กลุ่มหมอกควันสีดำปรากฏร่างของคุโรกิริขึ้นมาขวางทางไม่ให้เด็กห้องเอหนีไปได้(แม้จะออกไปแล้วคนหนึ่ง)

            “ฉันไม่ปล่อยให้ไปหรอกนะ”

            “ยินดีที่ได้รู้จัก พวกเราคือสมาคมวิลเลิน อาจจะดูอวดดีไปหน่อย แต่พวกเราขอบุกไปยังรังของฮีโร่ ม.ปลายยูเอย์ หน่อยนะ เพื่อสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ เพื่อดับลมหายใจของออลไมท์”ถึงคำพูดจะสุภาพแต่เนื้อหาของมันช่างบาดลึกในใจเด็กห้องเอทั้งหลายเหลือเกิน”ที่จริงแล้ว ฉันคิดว่าออลไมท์จะอยู่ที่นี่ซะอีก แต่คงจะมีการเปลี่ยนแปลงสินะ?”

            ก็ควรจะอยู่อ่ะแหละ แต่พี่แกดันเป็นพวกฮีโร่เข้าเส้นเลือด ช่วยเหลือชาวบ้านจนไม่สามารถมาสอนร่วมในวิชากู้ภัยได้ตั้งแต่ต้นคาบไง เวลาเหลือน้อยเลยกะโผล่มาท้ายคาบทีเดียว

            “เอาเถอะ จะอยู่หรือไม่อยู่ นี่ก็เป็นการเล่นอย่างหนึ่งของฉัน”พูดจบยังไม่มีใครได้ทันตั้งตัว สองแสบของห้องก็พุ่งตัวเข้าไปจู่โจมคุโรกิริเข้าเสียแล้ว

            เวรเอ๊ย! เพราะคว้าน้อนกลับมารวมกลุ่มเลยพุ่งไปคว้าคัตซึกิกับเอจิโร่ไว้ไม่ทันจนได้สิน่า

            “ไม่คิดหรือไงว่าแกจะโดนพวกเราจัดการก่อนที่แกจะลงมือ?”

            “เจ้าพวกบ้า!!! จะเลือดร้อนยังไงก็ควรประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้ก่อนเข้าไปซัดกับมันเซ่!!!”ฉันโวยลั่น อีกเดี๋ยวได้โดนหมอกนั่นวาร์ปไปคนละทิศคนละทางแน่ ๆ

            “อันตราย อันตราย ถึงจะเป็นนักเรียนแต่ก็ยังเป็นไข่ทองคำ

            “แย่แล้ว ถอยไปทั้งสองคน”หมายเลข 13 ร้องเตือนเจ้าเด็กเลือดร้อนสองคนให้ถอยออกมา ไม่ต้องรอให้สองคนนั้นได้ถอยออกมา ฉันพุ่งตัวไปคว้าแขนคัตซึกิกับเอจิโร่ให้กลับมารวมกลุ่มอีกครั้ง 

“หน้าที่ของฉันคือทำให้พวกแกกระจัดกระจายและทรมานให้ตาย”กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งโอบล้อมพวกเราห้องเอเอาไว้จนมองไม่เห็นทางรอดกลายเป็นโดมควันสีดำขนาดใหญ่

“เกาะคนที่ใกล้ที่สุดเอาไว้เร็วเข้า!!!”ฉันตะโกนบอกทุกคนขณะที่ยังจับเจ้าเด็กแสบสองคนเอาไว้ไม่ให้ตัวเองลอยไปตามแรงดูด เพื่อนร่วมห้องหลายคนถูกหมอกสีดำดูดหายไปปล่อยในเขตภัยพิบัติต่าง ๆ ที่มีวิลเลินรอคอยจัดการพวกนักเรียนอยู่แล้ว แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีเพราะพื้นที่พวกนั้นเอื้ออำนวยต่อการใช้อัตลักษณ์ของเด็กห้องเอหลายคนยังไงล่ะ

แน่นอนว่าฉันโดนดูดมาที่โซนตึกถล่มพร้อมกับเจ้าเด็กแสบสองคนที่เลือดร้อนพุ่งเข้าจู่โจมศัตรูโดยไม่คิดถึงความสามารถของศัตรูเลยแม้แต่น้อยว่ามีมากน้อยแค่ไหน จบเรื่องเมื่อไหร่จะจับอบรมเสียให้เข็ด!

แต่ตอนนี้เอาตัวให้รอดจากพวกวิลเลินที่บุกเข้ามาไม่ยอมหยุดนี่เสียก่อน!

“ตายซะ”คัตซึกิพุ่งเข้าจัดการวิลเลินร่วงไปหลายคน เอจิโร่ใช้อัตลักษณ์ของตัวเองต่อสู้กับเหล่าวิลเลิน ส่วนฉันน่ะหรอ...

พลั่ก!!!

“โรคจิต!”ตวัดขาเตะก้านคอวิลเลินที่มาจับก้นฉันสลบไปกองกับพื้นนี่ไง ยังดีที่เคยเรียนมวยไทยมาก่อน ถึงจะแค่จากวิชาพละที่โรงเรียนก็เถอะนะ

“พวกมันมีกันแค่นี้สินะ กระจอกชะมัด!”

“เอาล่ะ รีบไปช่วยทุกคนกันเถอะ ถ้าพวกเรายังอยู่ที่นี่ แสดงว่าคนอื่นก็ยังอยู่ใน USJ เหมือนกัน ฉันเป็นห่วงพวกที่ไม่มีท่าโจมตีจัง”

ป๊อก! ป๊อก!

ฉันเคาะปลายดาบลงกลางหัวเจ้าเด็กเลือดร้อนสองคนเต็มแรง

“ทำอะไรของแกฟะ ยัยเมี่ยง”หมาปอมคู่ฟ่อด ๆ ทันทีที่โดนฉันเคาะหัวเข้าให้

“ฉันเกี่ยวอะไรเนี่ยมารุมิยะ”เอจิโร่กุมหัวถามเสียงหลง

“รู้ตัวมั้ยว่าการกระทำเมื่อกี้มันเป็นอะไรที่บ้ามาก โชคดีที่ทางนั้นไม่ทันตั้งตัวพวกนายเลยโจมตีสำเร็จ ถึงมันจะไม่ได้ผลก็เถอะนะ แต่ว่าหัดคิดให้มันรอบคอบก่อนโจมตีศัตรูจะได้มั้ย ถ้าเกิดฝั่งนั้นไม่ได้มาแค่คนเดียว มีใครรับประกันได้ว่าคนที่อยู่ด้านหลังพวกนายจะไม่โดนจับเป็นตัวประกันเพื่อข่มขู่”ฉันกอดอกมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฉันจะไปเชือดไอ้วาร์ปเกทนั่น...โอ๊ย!ยัยเมี่ยงรอบที่สองแล้วนะ!!!”

“ที่พูดไปนี่ไม่ได้เข้าหัวเลยใช่มั้ยคัตซึกิ บอกแล้วไงว่าให้ประเมินความสามารถของศัตรูก่อนไปสู้น่ะ”ฉันทำท่าจะเคาะอีกรอบแต่ก็โดนเอจิโร่เข้ามากอดไว้ไม่ให้เอาดาบไปเคาะหัวเจ้าลูกหมาเลือดร้อน

“เวลาแบบนี้ยังจะทำตัวเป็นเด็กอีกหรอบาคุโกว การโจมตีทางกายภาพทำอะไรมันไม่ได้นายก็รู้”

“หนวกหู!!! ไอ้ตัวนั้นมันเป็นทางเข้าออกของศัตรูเลยนะ ต้องจัดการมันให้ได้ก่อน พอจวนตัวมันจะได้หนีไปไหนไม่ได้ไงล่ะ แล้วแผนที่ไว้ใช่จัดการเจ้านั้นก็ใช่ว่าจะไม่มี”

“ฉันไม่ได้ห้ามเรื่องนั้น แต่ที่จะบอกก็คือให้ประเมินความสามารถของมันแล้ววางแผนรับมือต่างหากล่ะ”ฉันถอนหายใจก่อนจะต้องตวัดสายตาไปด้านข้างคัตซึกิที่มีวิลเลินพุ่งเข้ามาจู่โจม แต่ก็โดนคัตซึกิคว้าหัวแล้วระเบิดอัดใส่เต็มแรงจนสลบคาที่

“พวกมันส่งพวกกระจอกแบบนี้มาเจอเรา ส่วนใหญ่น่ะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง”ว่าแล้วก็โยนวิลเลินนั่นทิ้งแบบไม่ไยดี

“ใช่ ไอ้ที่ส่งมาหาพวกเราที่นี่น่ะกระจอก แต่ที่อยู่ตรงลานกว้างน่ะกลับกันแน่ ๆ วางแผนไว้หน่อยก็ดี”ฉันว่าก่อนจะตวัดตัวเตะวิลเลินที่โผล่มาจากด้านบนจนปลิวออกไปทางหน้าต่าง

ยอดเลย ปฏิกิริยาตอบสนองไวชะมัด คิริชิม่ามองเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนที่ความเห็นเหมือนจะไม่ลงรอยกัน แต่ทักษะการต่อสู้สูงทั้งคู่ด้วยความทึ่ง

“จะว่าไป นายก็ทำตัวใจเย็นเป็นกับเขาด้วยหรอ? ปกติออกจะ...”เป็นคำถามที่เหมือนด่ากลาย ๆ นะเอจิโร่ แต่ก็เห็นด้วยล่ะนะ

“ฉันก็ใจเย็นเป็นปกติอยู่แล้วเว้ย ไอ้ทรงผมงี่เง่า!!”สาบานสิว่าใช่ คำพูดกับการกระทำมันไปคนละทางนะคัตซึกิ

“ถ้าอยากไปก็ไปซะไอ้งี่เง่า”คัตซึกิก็คือคัตซึกิล่ะนะ หัวร้อนง่าย หัวเสียง่าย แต่เรื่องต่อสู้น่ะไว้ใจได้เป็นอันดับต้น ๆ ของห้องเลยล่ะ

“เชื่อใจเพื่อนงั้นหรอ เป็นลูกผู้ชายสุด ๆ เลยนี่หว่า บาคุโกว ขอตามนายไปจนสุดทางเลยก็แล้วกัน”ไม่อ่ะ หมอนี่แค่อยากไปซัดคุโรกิริให้หายแค้นก็เท่านั้นแหละ

“เฮ้อ! ปล่อยให้พวกนายไปกันสองคนได้ที่กันล่ะ พวกนายไปไหนฉันไปด้วยแล้วล่ะตอนนี้”ฉันถอนหายใจแล้วตามหลังเจ้าเด็กเลือดร้อนสองคนที่กำลังจะไปที่ลานกว้าง

เพราะโดนส่งมาที่โซนตึกถล่ม เลยไม่รู้เลยว่าอาจารย์จะเป็นยังไงบ้าง หวังว่าจะไม่โดนโนมุซัดเละไปก่อนล่ะนะ

รอหน่อยนะอาจารย์

ความช่วยเหลือใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าทนได้พวกเรารอดแน่นอน

 

 

 

Talks ท้ายเรื่อง

โดนฝากฝังเรื่องยุ่งยากซะแล้วสิ เห็นน้องแบบนี้สู้ได้นะเออ ส่วนบาคุโกวกับคิริชิม่า โดนกันไปคนละโป๊ก สองโป๊กที่ดันเลือดร้อนทำอะไรไม่ปรึกษาชาวบ้าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 237 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

171 ความคิดเห็น

  1. #118 kaijuuuuu (@pack88899) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:15

    แม่ก็แม่จริงๆแหละ


    #118
    0
  2. #6 CUTE_VILLAIN (@Jayda35248) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 13:06
    น้องเท่มากเลย...
    #6
    1