Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 26 : Chapter 25 : Truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 204 ครั้ง
    18 ก.ย. 63

Chapter 25 : Truth

"อึ่ก!"ฉันเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัวเมื่อสบกับดวงตาคมสีเทอร์ควอยซ์ที่ทอประกายวาวโรจน์ราวกับจะแผดเผากันให้ตายเสียตรงนี้ให้ได้

ในหัวมีแต่งอ.งูลอยว่อนเต็มไปหมด อยากจะถามกลับไปนะว่าพี่แค้นอะไรกันมาแต่ชาติปางไหน แต่ดูจากแรงบีบที่คางแล้ว ขึนพูดอะไรไม่เข้าหูเกรงว่าวันนี้ฉันคงไม่ได้กลับบ้านเป็นแน่

"ฉันคือมิจิรุ"ฉันยังคงยืนยันเสียงแข็ง จ้องสบกับดวงตาแข็งกร้าวที่มีระลอกคลื่นของความไม่พอใจพาดผ่านเมื่อฉันพูดแบบนั้นออกไป  

เจ็บก็เจ็บ แต่ตอนนี้ต้องหาทางหนีจากสถานการณ์บ้า ๆ นี่ให้ได้ก่อน

"เธอไม่ใช่"ว่าแล้วก็ออกแรงบีบมากขึ้นจนแทบจะแหลกคามือ

"อึ่ก! ตอนนี้ฉันคือมิจิรุ!!!"ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดออกแรงปัดมือที่บีบคางฉันอยู่ออกไปแล้วตะโกนใส่สุดเสียงก่อนจะจ้องสบกับดวงตาคมอย่างจริงจัง"ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปรู้อะไรมา แต่ตอนนี้ฉันคือมิจิรุ"

ใช่ ตอนนี้ฉันคือมารุมิยะ มิจิรุ นักเรียนปี 1 หลักสูตรฮีโร่โรงเรียนยูเอย์ ก่อนเข้าเรียนอาจจะไม่ แต่ตอนนี้ นับตั้งแต่ที่สารภาพความจริงกับมาโคโตะไป ฉันก็คือมารุมิยะ มิจิรุ!

ปึง!!!!!

ฉันมองหมัดที่เฉี่ยวหน้าฉันไปไม่กี่มิลกระแทกเข้ากับกำแพงด้านหลังอย่างแรงจนกำแพงร้าว ก่อนจะต้องกลับมาสนใจด้านหน้าอีกครั้งเมื่อดาบิจงใจยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแทบชิด...ชนิดที่ว่าขยับผิดนิดเดียวมีจูบแน่

"บอกมาว่าเธอเป็นใคร"

"บอกไปแล้วมันจะมีอะไรเปลี่ยนไปงั้นหรอคะ? สำหรับคุณฉันไม่ใช่มิจิรุ แต่สำหรับคนอื่น ฉันคือมารุมิยะ มิจิรุอยู่ดี รู้ความจริงไปแล้วจะทำอะไรได้คะ ทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นขึ้นมางั้นหรอ ทำให้ฉันกลับไปอยู่บ้านที่เห็นแก่ผลประโยชน์มากกว่าครอบครัวงั้นหรอ หรือต่อให้ฉันหายไปจริง ๆ คุณคิดจริง ๆ หรอว่ามิจิรุจะฟื้นขึ้นมาจริง ๆ น่ะ บนโลกนี้ต่อให้มีอัตลักษณ์ดีเลิศเลอมากแค่ไหน แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่ไม่ว่ายังไงก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้อยู่ดี ชีวิตที่เสียไปแล้วต่อให้อยากเรียกคืนมันกลับมาแค่ไหน...มันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!"ฉันระบายความอัดอั้นของตัวเองใส่คนร่างสูงที่เอาแต่กดดันให้ฉันพูดความจริงออกไป

พูดไปแล้วมันมีอะไรเปลี่ยนหรือไง มิจิรุคนนั้นได้ตายไปแล้ว ฉันไม่ใช่คนที่มาแย่งชิงชีวิตของมิจิรุไปสักหน่อย คนที่โดนแย่งชิงชีวิตมาคือฉันต่างหากล่ะ อยู่ดี ๆ ก็ถูกพามาอยู่ในร่างใครก็ไม่รู้ ทั้งกลัว ทั้งสับสน แต่ถ้าไม่ใช้ชีวิตต่อไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนอยู่ดี ถึงจะดีใจที่ได้มาอยู่ในอนิเมะเรื่องโปรด ได้หลุดพ้นจากครอบครัวบ้า ๆ ที่คิดจะขายฉันเพื่อธุรกิจ แต่ก็มีเรื่องหนึ่งที่มันติดค้างอยู่ในใจฉันที่ต่อให้อยากจะลบไปแค่ไหนก็ลบไปไม่ได้อยู่ดี

...ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน

ต่อให้พยายามทำตัวกลมกลืน ทำเป็นไม่สนใจ ทำเป็นไม่ใส่ใจมากแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้วความจริงข้อนี้มันก็ตอกย้ำให้ฉันไม่กล้าที่จะให้ใจกับใครเต็มร้อยอยู่ดี ในเมื่อลึก ๆ ในใจก็ยังมีความคิด ความเชื่อมั่นว่าโลกใบนี้มันไม่ใช่ที่ของฉัน ฉันถึงได้ไม่อยากผูกมัดตัวเองไว้กับใครยังไงล่ะ

แต่ถึงจะพูดแบบนั้นกว่าครึ่งในใจของฉันก็ผูกพันกับพวกเด็ก ๆ ในห้องไปแล้ว จะให้ปล่อยมือโดยไม่รู้สึกอะไรคงเป็นไปไม่ได้ ในตอนที่ยังสามารถอยู่ดูเด็กพวกนั้นเติบโตได้อยู่ก็อยากจะใช้สิทธิเหล่านี้ให้มันเต็มที่ ก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพวกเด็ก ๆ ไป

ดาบิมองใบหน้าขาวของเด็กสาวผมเงินที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาสองสีที่สั่นเครือไปด้วยความเศร้าหมอง เขามองเด็กสาวด้วยความรู้สึกสับสนในใจ ยอมรับเลยว่าทีแรกเขาไม่พอใจที่เห็นใครก็ไม่รู้มาใช้ชื่อของเด็กน้อยของเขา นับตั้งแต่วันที่เห็นเด็กสาวตรงหน้าเฉิดฉายอยู่ในงานกีฬาของยูเอย์ นั่นทำให้ลึก ๆ ในใจเขาก็แอบหวังว่าเด็กน้อยของเขาจะยังมีชีวิตอยู่  

จนได้พบกันซึ่งหน้าเมื่อตอนค่ำที่เด็กสาวได้โผล่มาที่ฐานลับของสมาพันธ์วิลเลินและพูดคุยกับโทมูระได้อย่างสนิทใจ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมิจิรุที่เขารู้จักทั้งเกลียดและหวาดกลัววิลเลินยิ่งกว่าอะไรดี เขาถึงได้มั่นใจว่าเด็กสาวไม่ใช่มิจิรุที่เขารู้จักอีกต่อไป ยิ่งท่าทางที่แสดงออกกับเขาตอนที่เขาเสี่ยงดวงทดสอบความมั่นใจของตัวเองด้วยการป้อนเค้กให้กับเด็กสาว

มิจิรุคนนี้ยอมกินเค้กที่เขาป้อนให้อย่างไม่อิดออด แถมยังคอยดูแลโทมูระและยัยเด็กวายร้ายนั่นอย่างดี นั่นทำให้เขาเชื่อสนิทใจเลยว่าเด็กสาวไม่ใช่มิจิรุของเขาอีกต่อไป เด็กน้อยของเขาไม่เคยทำตัวเป็นผู้ใหญ่คอยดูแลคนอื่น ไม่ยอมลงให้ใคร เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง และเกลียดวิลเลินเป็นที่สุด ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างนี้ไม่มีในตัวมิจิรุคนนี้เลยแม้แต่อย่างเดียว

เพราะแบบนั้นเขาถึงได้สงสัยว่าเด็กสาวที่สวมรอยเป็นเด็กน้อยของเขาคือใคร เด็กน้อยที่เขาเฝ้าคอยทะนุถนอมดูแลอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก แต่ในขณะเดียวกันคนที่ทำให้เด็กน้อยแตกสลายก็คือตัวเขาเอง ในวันที่มิจิรุรู้ว่าเขากลายเป็นวิลเลินก็เป็นวันเดียวกับที่เด็กคนนั้นตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองต่อหน้าต่อตาเขา เขาพยายามที่จะยื้อชีวิตเอาไว้แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน  

เด็กคนนั้น...ตายต่อหน้าต่อตาเขา สิ้นลมหายใจไปในอ้อมกอดของเขาที่พยายามจะยื้อชีวิตคนที่สำคัญที่สุดของตัวเองเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ แล้วพาร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวกลับไปส่งที่บ้านโดยไม่ให้มาโคโตะรู้ หลังจากนั้นเขาก็ถอยห่างไม่อยากรับรู้ข่าวคราวอะไรอีกจนได้เห็นภาพเด็กสาวผมเงินแสนคุ้นตากำลังเฉิดฉายอยู่ในโทรทัศน์

"ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ ฉันจะได้กลับบ้าน"ฉันใช้ความพยายามอย่างมากที่จะบังคับเสียงของตัวเองให้มั่นคงทั้งที่ในความเป็นจริงมันยากเหลือเกิน ฉันอยากกลับไปนอนพักเต็มทีแล้ว ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์นี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อเห็นว่าดาบิไม่ยอมพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวและไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามอะไรอีก ฉันเลยเดินออกมาโดยไม่พูดไม่จาอะไร แต่ก็โดนมือหนาคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน

"เดี๋ยว...เธอเป็นใคร"

"นี่คุณ...!"ฉันตวัดตามองหน้าคนตัวสูงกว่าทั้งน้ำตาด้วยความไม่พอใจที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาเต็มอก

"สำหรับฉันเธอไม่ใช่มิจิรุ เพราะงั้นบอกชื่อจริงของเธอมาซะ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงแต่ยังแฝงความคาดคั้นไว้ในน้ำเสียง ดวงตาสีเทอร์ควอยซ์อ่อนแสงยามจ้องสบกับดวงตาของฉัน

ถึงจะไม่พอใจ แต่พอถูกพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง ทำให้ความไม่พอใจก่อนหน้านี้สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ จนฉันยังนึกสงสัยกับตัวเองเลยว่าแค่ถูกทำดีด้วยหน่อยก็ยอมใจอ่อนแล้วหรอน่ะ

"สโนว์"ฉันตอบกลับไปเสียงแผ่ว แกะมือหนาที่จับแขนฉันอยู่ออกแล้วเดินหนีออกมาโดยไม่หันกลับไปมองด้านหลังอีก

ถึงจะเป็นเมนหลักฝั่งวิลเลินก็จริง แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าได้เจอกันอีกเลย

คล้อยหลังเด็กสาวผมเงินที่เดินหายลับไปจากสายตาของเขาไปด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยอารมณ์ที่แปรปรวน แต่ที่เห็นเด่นชัดที่สุดในแววตาสีเทอร์ควอยซ์คู่นั้นคือความรู้สึกถูกใจ

"ไม่ใช่พระจันทร์เต็มดวง(Michiru)แต่เป็นหิมะ(Yuki)สินะ"ใบหน้าคมที่ครึ่งล่างมีผิวหนังเหี่ยวย่นที่ไหม้เกรียมตั้งแต่ริมฝีปากล่างไปจนถึงลำคอกำลังคลี่ยิ้มร้ายกาจชนิดที่ว่าหากเด็กสาวผมเงินเห็นคงวิ่งหนีแบบไม่เหลียวหลัง

วูบ!

"หนาวชะมัด"เด็กสาวยกมือลูบแขนตัวเองเบา ๆ เมื่อรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

 

 

แต่ก แต่ก แต่ก

ฉันพิมพ์ข้อความส่งไปในกลุ่มที่ได้รับคำชวนให้ไปใช้สระว่ายน้ำของทางโรงเรียนกัน แต่เพราะยังทำใจไม่ได้เลยขอนอนพักเอาแรงอยู่ที่บ้านก่อนดีกว่า ไหนจะต้องอยู่ปรามมาโคโตะไม่ให้กลายร่างเป็นหมาบ้าไปอาละวาดใส่คนที่ทำหน้าฉันเป็นรอยนิ้วอีก

ตอนแรกก็ว่าจะทำเนียนไม่บอกอยู่หรอก แต่มาโคโตะเล่นเชิญอาจารย์ไอซาวะมาช่วยเค้นด้วยเลยกลายเป็นว่าสารภาพ(แถ)ไปตามตรงว่าไปเดินเล่นหลังชอปปิ้งแล้วไปเจอกับโรคจิตพอดีเลยโดนจับตัวไว้แต่ก็หนีออกมาได้

มาโคโตะที่รู้ก็บ่นอุบว่าฉันมันพวกดึงดูดพวกโรคจิตหรือไงนะ(แฟตต้องฟ้องเรื่องที่ฉันเจอตอนฝึกงานกับมาโคโตะแล้วแน่ ๆ ถึงได้พูดแบบนี้) อาจารย์ที่ได้ฟังก็ใช้สันมือฟาดลงกลางหัวแล้วอบรมฉันไปสองชั่วโมงเต็มโดยมีมาโคโตะเป็นลูกคู่  

ไอ้ฉันจะทำอะไรได้นอกจากนั่งรับฟังไปอย่างไม่มีข้อโต้แย้งน่ะ

หลังจากอาจารย์กลับไปมาโคโตะก็มาเค้นอีกรอบว่าโรคจิตจริงหรอที่ทำให้หน้าฉันเป็นรอยนิ้วแบบนี้ เค้นไปเค้นมาก็เลยพูดไปตามตรงว่าใครทำ พอรู้ความจริงก็แทบจะพุ่งตัวออกจากบ้านไปเคลียร์กับคนทำจนฉันคว้าไว้เกือบไม่ทัน

"มิจิรุกินข้าวกัน"มาโคโตะชะโงกหน้ามาเรียกจากห้องครัว ฉันโยนโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้ววิ่งลงไปหามาโคโตะที่ห้องครัว

"มาแล้ว ๆ"ฉันเดินลงมาถึงห้องครัวแล้วก็ต้องผงะกับอาหารมากมายที่วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ"เยอะเกินไปมั้ย?"

"กินเผื่อไว้ก่อนไปค่ายนรกไงล่ะ"มาโคโตะหันมายิ้มร่า พวงหางฟูนุ่มสะบัดไป

"ไม่ถึงกับนรกหรอกน่า...มั้ง"ฉันเถียงแบบไม่เต็มเสียงนัก ในเมื่อฉันเองก็รู้ดีแก่ใจว่าค่ายครั้งนี้มันต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่นอน แค่ฝึกในค่ายแบบปกติก็จะบ้าตายอยู่แล้ว ยังต้องหาทางรับมือกับสมาพันธ์วิลเลินอีก

อ่า...แค่นึกถึงก็อยากจะร้องไห้แล้ว

เวลานอนอันแสนสุขของฉันหายวับไปกับตาอย่างแน่นอน

ที่สำคัญที่สุด หัวหน้าทีมบุกรอบนี้คือโจทก์เก่าที่พึ่งมีปัญหากับฉันเมื่อไม่นานมานี้อย่าง...ดาบิ

แต่จะพูดให้ถูกคือคนที่มีปัญหาน่ะทางนั้น ฉันน่ะไม่ได้อยากจะมีปัญหาอะไรกับใครหรอก ยิ่งกับเมนของตัวเองแล้วยิ่งไม่อยากมี

ที่บอกว่าไม่อยากมีปัญหากับใครน่ะ...ขอเว้นเจ้าเด็กปากเสียห้องบีไว้คนนะ รายนั้นน่ะเหลือรับจริง ๆ แค่เห็นหน้าก็หมดอารมณ์นอนแล้ว

"นรกสุด ๆ เลยต่างหากล่ะ"มาโคโตะผู้มีประสบการณ์เข้าค่ายของทางยูเอย์มาแล้วถึงสามปีซ้อน"ไปแล้วต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ ถ้ามีปัญหาอะไรทิ้งเจ้าเด็กพวกนั้นไปก่อนเลยแล้ววิ่งไปหารุ่นพี่ให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เลยนะ เข้าใจมั้ย"

"ไม่ดีมั้ง"ฉันยิ้มแหย อย่างน้อยก็ลากคนอื่นติดมือมาด้วยก็ได้ ให้ทิ้งเลยเหรอ?

"ไม่สิ ลากมาแค่โชจังก็พอ ที่เหลือช่างมัน เด็กบ้าพวกนั้นเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว"มาโคโตะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

"อ่า เข้าใจแล้ว"ฉันรับคำไป แต่แอบไขว้นิ้วไว้ด้านหลัง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องไปเรื่องอื่นแทน"กินข้าวกันเถอะ"

"กินเยอะ ๆ เลยนะ"มาโคโตะยิ้มกว้างตักกับข้าวใส่จานของฉันจนพูนล้นออกมานอกถ้วย อยากจะปรามอยู่หรอกแต่เห็นรอยยิ้มเหมือนเด็กบนหน้านั่นแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินไปเงียบ ๆ

 

 

 

 

"จุกชะมัด"ฉันนอนหงายอยู่บนเตียงในสภาพขึ้นอืดเต็มที่ หลังโดนมาโคโตะไล่ให้มาจัดกระเป๋าเตรียมไปค่าย ฉันนอนกลิ้งเกลือกไปมาบนเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถอ่านข่าวที่มีแต่ข่าววิลเลินโดนจับ ไม่ก็ข่าวฮีโร่นู่นนี่นั่นเต็มไปหมด จนฉันต้องโยนโทรศัพท์ทิ้งเพราะไม่อยากเสพข่าวพวกนี้ให้พวกหัวเล่น

ไม่มีอะไรทำเลยแฮะ

กุกกัก กุกกัก

นอนอืดอยู่บนเตียงได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรอยู่ที่หน้าต่าง พอหันไปฉันนี่ถลาไปเปิดหน้าต่างเกือบไม่ทัน แล้วดึงคนที่อยู่ด้านนอกให้เข้ามาในห้องของตัวเองก่อนจะชะโงกหน้าสอดส่องที่ถนนหน้าบ้านแล้วปิดหน้าต่างตามด้วยม่านปิดท้ายเพื่อกันสายตาคนข้างนอกไม่ให้เห็น ก่อนจะหันมากอดอกมองคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงของฉันด้วยท่าทีสบายอารมณ์

เอ่อ คุณพี่คะ จำได้ว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนยังจะฆ่าฉันให้ตายอยู่เลยไหงวันนี้ถึงโผล่มาบุกถึงห้องกันล่ะเพ่!

แถมยังลอยหน้าลอยตาแบบไม่กลัวโดนจับได้เลยสักนิด กลายเป็นว่าฉันเองนี่ล่ะที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนน่ะ!

"มาทำไม อยากโดนมาโคโตะปาดคอทิ้งหรือไง"ฉันทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้แล้วถามคนบนเตียงเสียงห้วน เหตุการณ์วันนั้นทำเอาฉันทำใจสุภาพด้วยไม่ลงจริง ๆ ฉันจงใจเว้นระยะห่างไว้แล้วนั่งใกล้กับประตูที่สุด เผื่อมีปัญหาอะไรจะได้วิ่งออกประตูไปหามาโคโตะง่าย ๆ

"เป็นห่วง?"เขาถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาฉันร้อน ๆ หนาว ๆ แปลก ๆ

"สำคัญตัวไปหน่อยมั้ย มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องห่วงนายด้วย"ฉันทำหน้ายุ่งใส่"ฉันไม่อยากให้ใครมาตายในห้องต่างหาก"

คนโตกว่าหัวเราะเสียงแผ่วในลำคอมองท่าทางขู่ฟ่อดฟ่อเหมือนลูกแมวของเด็กสาวผมเงินที่ปากบอกว่าไม่ห่วง ไม่แคร์แต่สายตาที่แอบเหลือบมองมาเป็นระยะ ๆ นั่นมันแฝงไปด้วยความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

"อะไร มองแบบนั้นทำไม!"คนโดนจับได้ยังไม่รู้ตัว พองขนขู่ฟ่อดฟ่อใส่คนตัวโตที่นั่งยิ้มอยู่บนเตียงของเธอด้วยท่าทางไม่พอใจ

"เปล่านี้"คนโตกว่าเบี่ยงประเด็นไม่ยอมตอบคำถาม"วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเรื่องไม่ต้องมาพองขนใส่ยัยลูกแมว"

"ใครเป็นแมวกันฮะ!"ฉันมองค้อนคนโตกว่าที่ไม่สะทกสะท้านอะไรแม้จะโดนฉันจ้องมองแบบไม่พอใจ

มาพองขงพองขนอะไรกัน ฉันเป็นคนนะไม่ใช่แมว

"ใครโวยวายอยู่ก็คนนั้นแหละ"เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหยอกเหย้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าจริงจัง"วันนี้ฉันมาพูดเรื่องมิจิรุต่างหากล่ะ"

"คุยกันจบไปแล้วไม่ใช่หรือไง จะมาพูดอะไรกันอีก"ฉันถอยหลังไปนั่งติดประตูพร้อมวิ่งออกจากห้องได้ทุกเมื่อ

"เหตุผลที่มิจิรุฆ่าตัวตาย"

ฉันถึงกับหันขวับมองหน้าคนบนเตียงด้วยความตกใจทันที เมื่อกี้ฉันหูฝาดไปรึเปล่า ทำไมอยู่ดี ๆ คนหัวแข็งแบบเขาถึงได้อยากจะมาพูดเรื่องการตายของมิจิรุกันล่ะ ดูจากเหตุการณ์วันนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่เจ้าตัวไม่อยากพูดถึงเลยด้วยซ้ำ

"มิจิรุฆ่าตัวตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?"

"ที่เด็กนั่น...ที่มิจิรุฆ่าตัวตายก็เพราะฉันเอง"

"ห๊ะ!?"ฉันถึงกับร้องเสียงหลงมองหน้าเขาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะยกมือปางห้ามญาติ "เดี๋ยวนะ คือฉันตามไม่ทัน นายจะบอกว่าที่มิจิรุฆ่าตัวตายสาเหตุมันมาจากนาย?"

"ใช่"ดาบิตอบรับเสียงเรียบ เขาก้มหน้ามองพื้นมือสอดประสานกันบนหน้าตักกำแน่น"มิจิรุรับไม่ได้ที่ฉันเลือกที่จะเป็นวิลเลินน่ะ"

"หา? แค่นั้นเนี่ยนะ"คราวนี้ฉันร้องเสียงหลงของจริง ยกมือยีหัวด้วยความเครียดปนความเหลือเชื่อเมื่อรู้ว่ามิจิรุฆ่าตัวตายเพราะอะไร

"อ่า แต่สำหรับมิจิรุแล้วไม่ใช่เรื่องแค่นั้น เด็กคนนั้นน่ะ..."ดาบิก้มหน้ามองพื้นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

"เกลียดวิลเลินเข้ากระดูกดำชนิดที่ว่าตายก็ไม่เผาผี"ฉันพูดต่อประโยคของดาบิเสียงเรียบ เรื่องที่มิจิรุเกลียดวิลเลินก็มีเขียนในไดอารี่อยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะอาการหนักขึ้นขนาดคิดสั้นฆ่าตัวตายเพียงเพราะดาบิเลือกที่จะเป็นวิลเลิน

"โอ๊ย! ยัยเด็กนั่นถ้าเจอตัวนะจะฟาดให้หลังลายเลย"ฉันยกมือยีหัวด้วยความเครียดที่พุ่งสูงเมื่อรู้แล้วว่าสาเหตุที่เด็กคนนั้นฆ่าตัวตายคืออะไร"ฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลแค่นี้เนี่ยนะ ทำอะไรไม่คิดถึงคนข้างหลังบ้างเลยให้ตายสิ!"

"ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้นเลย ฉันแค่พูดความจริง ถ้าคนเราจะฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลแค่นั้นตอนเป็นสโนว์ฉันคงฆ่าตัวตายวันละหลาย ๆ รอบไปแล้ว แค่นายเลือกที่จะเป็นวิลเลินเลยฆ่าตัวตายงั้นหรอ...เหอะ! ชีวิตเก่าฉันบัดซบเฮงซวยกว่านี้ตั้งเยอะ ฉันยังไม่ปาดคอตัวเองทิ้งเลย แม่งเอ๊ย!!! €&£#÷@€&€$=@/%_$_^€=/$€_€/4×6_¥€£=/$€%/×5_9€£//÷6_"ฉันระเบิดอารมณ์ใส่คนบนเตียงก่อนจะดันหลังเขาให้ออกไปจากห้องเพราะรู้ดีว่าตัวเองตอนอารมณ์ไม่คงที่แบบนี้พร้อมจะพาลอาละวาดใส่ทุกคนที่อยู่ใกล้

ใครจะไปคิดล่ะว่าสาเหตุการตายของมิจิรุมันจะมาจากเรื่องนี้น่ะ พอเอามาคิดเปรียบเทียบกับชีวิตเก่าของตัวเองแล้วก็เห็นได้ชัดเลยว่าเด็กคนนี้โชคดีกว่าฉันแค่ไหนที่ยังมีคนคอยรักคอยห่วงอยู่น่ะ แล้วดูฉันสิ สิ่งที่ฉันต้องเจอมาตลอดหลายปีคืออะไร ความเฮงซวยของครอบครัวตัวเองนี่ไง!

"มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย เรื่องวันนี้ก็ไม่ต้องไปพูดให้ใครฟังด้วย ฝังลืมไปเลยยิ่งดี!"พูดจบก็ปิดหน้าต่างใส่คนที่ถูกผลักออกไปอยู่ที่ระเบียงแล้วดึงผ้าม่านปิดเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องใจอ่อนคิดดึงเขากลับเข้ามาในห้องอีกรอบ

"เวรเอ๊ย!"ฉันสบถแล้วโถมตัวลงนอนบนเตียงด้วยความรู้สึกที่สับสนปนเปไปหมด

ทั้งที่คิดว่าตัวเองลืมไปได้แล้วแท้ ๆ แต่พอโดนสะกิดนิดหน่อยเรื่องสาเหตุการตายที่โคตรจะไร้เหตุผลมันทำเอาฉันอดหงุดหงิดแล้วนึกถึงชีวิตเก่าของตัวเองไม่ได้

ฆ่าตัวตายเพราะรับไม่ได้ที่ดาบิเป็นวิลเลินงั้นหรอ เหอะ! แล้วฉันที่โดนน้องแท้ ๆ มอมเหล้าไปให้พวกเจ้าหนี้รุมโทรมจนกลายเป็นคนหวาดกลัวสังคมไปเป็นปีล่ะ? ไหนจะโดนพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองขืนใจให้เป็นเมียอีก

ถามจริงเถอะว่าชีวิตใครมันบัดซบกว่ากัน?

 

 

 

Talks ท้ายบท

เฉลยแล้วนะว่ามิจิรุคนก่อนฆ่าตัวตายเพราะอะไร ใครมีความเห็นยังไงกับเรื่องที่น้องฆ่าตัวตายคอมเมนท์ได้เลยค่ะ

น้องบอกไม่รับรู้ น้องไม่อยากรู้อะไรแล้ว ยิ่งรู้ยิ่งเครียด อย่ามายัดเยียดอะไรให้น้องอีก ชีวิตเก่าน้องเลวร้ายพออยู่แล้ว

เห็นน้องเข้มแข็งแบบนี้แต่จริง ๆ ก็เก็บกดพอสมควรนะ พอระเบิดทีก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ

พี่บิมาแค่ไม่กี่ตอนรู้ความลับน้องเกือบหมด แต่มาโคโตะที่อยู่ด้วยกันมาตลอดตั้งแต่ที่น้องมาที่นี่ยังรู้ไม่เท่าพี่บิเลย

 

ไรท์ไม่มีข้อแก้ตัวค่ะ พอดีติดเกมIdentity Vเลยหลงด้อมไปนาน อุฮิ~ เปิดเรื่องใหม่เพราะความเห่อพี่น้องอู่ฉางค่ะ ใครชอบก็ลองไปอ่านดูได้นะคะ จุ๊บ ๆ


มีปรับแก้เนื้อหานิดหน่อย ไรท์ลองมาอ่านแล้วมันขัด ๆ น่ะ คนที่อ่านก่อนแก้ไปแล้วอ่านซ้ำได้ มีปรับนิดเดียว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 204 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

171 ความคิดเห็น

  1. #170 moomun (@moomun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 17:51

    รอค่าาาคุณแม่หัวร้อนเลยอะ
    #170
    0
  2. #165 toon_luf (@toon_luf) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 10:54
    คุณไรท์เมื่อไหร่จะมาต่อคะ;;_;;
    #165
    0
  3. #164 Osaki1730 (@Osaki1730) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2563 / 19:32
    แงงงงง อยากอ่านอีก ลุ้นคู่ดาบินะคะเนี่ยกาาก
    #164
    0
  4. #163 sataporn-aum (@sataporn-aum) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 23:23

    แงวววววว
    #163
    0
  5. #162 LoveAnime2 (@LoveAnime2) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 21:29

    ขอร้องล่ะ
    #162
    0
  6. #161 aemmaliwan (@aemmaliwan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 05:53

    ไรท์ขาาาาาา กลับมาเถอะน้อววววววว
    #161
    0
  7. #160 toon_luf (@toon_luf) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 15:07
    แงงง คุณไรท์เรารออยู่นะคะ;;^;;
    #160
    0
  8. #159 wrafonxhgfc (@wrafonxhgfc) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 18:16

    ไรท์ตายยังงงงงงง?!
    #159
    0
  9. #158 Atanasia11 (@Atanasia11) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 12:52

    น้องน่าจะเก็บกดมานาน//เเอบสงสาร=^=;
    #158
    0
  10. #156 wrafonxhgfc (@wrafonxhgfc) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 07:59
    ชีวิตก่อนน้อนน่าสงสาร
    #156
    0
  11. #152 UsamarU (@UsamarU) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 20:35
    สรุป ดาบิ×OC เคเลยแม่ ..
    #152
    0
  12. #151 Devil Blackrose (@3stars18jan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 18:55
    เราว่าคนปกติคงไม่มีอารมณ์มาเล่าประวัติตัวเองแบบละเอียดยิบอย่างนั้นนะคะ แถมเราว่ามิจิรุควรบอกทุกอย่างกลับมาโคโตะได้แล้วนะเพราะถ้าเป็นเรามาโคโตะก็คงเป็นเหมือนหลักที่มั่นคงที่สุดของตัวเองแล้วเล่าทุกอย่างให้เค้าฟัง
    #151
    0
  13. #150 themoonshine_rik (@themoonshine_rik) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 18:34
    โอ้ยย มิจิรุคนก่อนน่าตีจริงๆนั่นแหละ แต่น้องชีวิตบัดซบมาก สงสารเลย ไม่เป็นไรนะลูก ตอนนี้มีแต่คนรักหนูแล้ว//กอดมิจิรุ

    ปล.ขอญาตไปตามหวีดอีกด้อมก่อนนะค๊าา
    #150
    0
  14. #149 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 18:00
    ส่วนตัวนะ จะว่าไงดีล่ะ แอบรู้สึกแปลกๆที่น้องระเบิดอารมณ์แต่พูดละเอียดยิบให้กับคนที่จะฆ่ากันเมื่อไม่กี่วันก่อน จะบอกเพราะเป็นเมนวิลเลินหรือรู้จักมาก่อนก็ไม่น่าเกี่ยวอะ ถ้าจะระเบิดอารมณ์จริงๆ แค่แบบ "เหตุผลแค่นี้ถึงกับฆ่าตัวตาย แล้วชีวิตที่บัดซบชิ-หายของฉันไม่หนักกว่ารึไง(วะ) &^/#&&=#,&/&/" แล้วก็ด่ารัวๆมากกว่า..มั้ง?

    ไม่น่ามีอารมณ์มาพูดรายละเอียดชีวิตเมื่อก่อนของตัวเองให้[ใครก็ไม่รู้ ไม่สนิทด้วยอีกต่างหาก]ฟังหรอก..คิดว่านะ 55555
    #149
    3
    • #149-1 R.E.A.P.T (@Rotasu) (จากตอนที่ 26)
      18 กันยายน 2563 / 18:03
      เห็นด้วยค่ะ คืออารมณ์แบบ คนที่ระเบิดออกมาจริงๆ ไม่มีกระจิตกระใจมานั่งอธิบายอะไรขนาดนี้หรอกค่ะ ไม่มีเวลามาเรียบเรียงตำพูดและเรื่องราวหรอก
      #149-1
  15. #148 namiace1 (@namiace1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 17:54
    อันนี้หนูเห็นด้วย
    #148
    0