Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 2 : Chapter 1 : รายงานตัว ปี 1 ห้อง A หมายเลข 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    11 ส.ค. 63

Chapter 1 : รายงานตัว ปี 1 ห้อง A หมายเลข 21

            อ๊าก!! เช้าแล้วหรอเนี่ย ย้อนเวลากลับไปเมื่อวานนี้ก่อนได้มั้ย ฉันยังทำใจเรื่องที่ต้องไปเรียนที่UAไม่ได้เลยนะ ถึงจะรู้อัตลักษณ์ของตัวเองแล้ว แต่ไม่เคยใช้เลยสักครั้งเดียวมันจะไปรอดได้ยังไงกันเล่า!

            อย่างน้อยขอฝึกใช้อัตลักษณ์สักปีก่อนไม่ได้หรือไงกันT-T

            "เฮ้อ!"ถอนหายใจแบบคนหมดอาลัยตายอยาก ก้มหน้ามองพื้นทั้งที่รู้ว่ามองไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน ฉันมองนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับจนเห็นรองเท้าหนังสีดำสนิทคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ไล่สายตาขึ้นมองก็พบกับชายร่างสูงที่มีหูกับหางของหมาป่าสีดำแซมขาวยืนกอดอกหน้านิ่งอยู่ตรงหน้า

            "เป็นอะไรไป"เขาถามเสียงเรียบ

            ...ไม่อยากไปโรงเรียนเลย อยากจะพูดแบบนั้นออกไป แต่ถ้าพูดไปมีหวังโดนพี่แกฟาดหัวทิ่มกันพอดี สุดท้ายสิ่งที่พูดออกไปก็มีแค่...

            "เปล่า"

            มีแต่ต้องทำใจล่ะนะ

            "ตั้งใจเรียนอย่าให้เกรดตกล่ะ"เขาลูบหัวฉันเป็นการให้กำลังใจ ฉันยิ้มรับแบบคนหมดแรงก่อนจะเดินออกจากบ้านไปที่โรงเรียนยูเอย์ที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของฉันเท่าไหร่นัก เดินไปสิบห้านาทีก็ถึง

            อ่า ระหว่างเดินไปโรงเรียน ฉันขอแนะนำผู้ชายหูหมาป่าเมื่อกี้ก่อนก็แล้วกันนะจะได้ไม่สับสนกัน ผู้ชายคนนั้นคือมารุมิยะ มาโคโตะ พี่ชายแท้ๆของมิจิรุที่ตอนนี้ก็คือฉันเอง มาโคโตะอายุมากกว่ามิจิรุสิบปี ทำงานเป็นโปรฮีโร่ ชื่อฮีโร่ของมาโคโตะคือ'แบล็ควูฟ' อันดับในชาร์ตปัจจุบันอยู่ลำดับที่สิบห้า มาโคโตะมีอัตลักษณ์'สัตว์ร้ายแห่งแสงจันทร์'และ'การฟื้นฟูเบื้องต้น' ยามปกติอัตลักษณ์ของมาโคโตะทำให้เขามีหูกับหางของหมาป่า ช่วยเพิ่มทักษะการต่อสู้และการตอบสนองต่อกลิ่นกับเสียงได้เป็นอย่างดี เวลาใช้อัตลักษณ์แบบเต็มที่มาโคโตะจะกลายเป็นหมาป่าตัวใหญ่ขนาดห้าเมตร และเวลาพระจันทร์เต็มดวงพลังจะเพิ่มขึ้นห้าเท่าแต่ก็แลกมากับการที่อาจจะควบคุมสติของตัวเองไม่ได้ ส่วนอัตลักษณ์ที่สองจะทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วกว่าปกติ สามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นได้ แต่หากเป็นอาการบาดเจ็บสาหัสจะทำได้แค่บรรเทาอาการเท่านั้น

            ส่วนข้อมูลพวกนี้ฉันรู้ได้ยังไง มันถูกเขียนอยู่ในไดอารี่ของมิจิรุน่ะสิ เป็นพวกบราค่อนขนานแท้ หวงพี่ชายชนิดที่ว่ามีผู้หญิงที่ไหนเข้าใกล้เป็นต้องโดนเล่นงานลับหลังทุกที ที่หวงขนาดนี้เพราะเหลือกันแค่สองพี่น้อง พ่อกับแม่เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุเพลิงไหม้ตั้งแต่ที่มิจิรุอายุได้แค่แปดขวบ หลังจากนั้นคนที่เลี้่ยงมิจิรุมาตลอดก็คือมาโคโตะ

            แต่ปกติมาโคโตะก็ไม่ค่อยอยู่บ้านนักหรอกเพราะงานของโปรฮีโร่ที่มักจะโดนเรียกตัวไปช่วยเรื่องงานจำพวกกู้ภัยบ่อยๆ(มันมีเขียนตัดพ้อเรื่องนี้ไว้ในไดอารี่ด้วยล่ะนะ)

            ถึงจะไม่ค่อยอยู่บ้านแต่ก็เป็นพี่ชายที่ดีล่ะนะ

 

 

 

            เฮ้อ!มาอยู่หน้าห้องเรียนจนได้ ภายนอกฉันคงดูเหมือนไม่คิดอะไร แต่ข้างในนี้วิญญาณลอยหลุดหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

            ยังไม่ได้เตรียมใจเลยอ่ะ แต่ก็มาถึงหน้าห้องขนาดนี้แล้วมีแต่ต้องเข้าไปสินะ ยังไม่อยากโดนมายเมนหมายหัวอ่ะ

            ครืด~

            เลื่อนประตูเปิดเข้าห้องแล้วก็ต้องพบว่าสมาชิกห้องเอหลายคนมาถึงห้องแล้ว ฉันยิ้มทักทายโดยไม่พูดอะไร แล้วกวาดมองรอบห้องเพื่อหามุมสงบแล้วก็พบกับที่นั่งริมหน้าต่างด้านหลังที่นั่งของท่านรอง ก้าวขาเข้าไปวางกระเป๋าเลื่อนเก้าอี้ทิ้งตัวนั่งแหมะก่อนจะฟุบหน้าแนบไปกับโต๊ะเพื่อตัดปัญหา แต่หูฉันก็ยังทำหน้าที่ในการฟังเสียงรอบตัวอยู่

            เสียงโวยวายของคุณหัวหน้าห้องกับเจ้าหนูระเบิดคัตซึกิยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่อง เสียงจอแจจากเพื่อนร่วมห้องคนอื่นก็มีแว่วมาบ้างแต่ที่ดังที่สุดก็คือเสียงของหัวหน้าห้องกับคัตซึกินั่นล่ะ ไม่นานนักเสียงก็เงียบไป

            อ่า ฉากนี้น่าจะเป็นตอนที่น้อนอิซึคุมาถึงห้องสินะ เดี๋ยวสักพักโอชาโกะจังที่เดินเข้ามาทักทายน้อนแล้วก็หยุดคุยอยู่หน้าห้องจนอาจารย์มานั่นแหละ

            "อ๊ะ หัวหยิกหยอยนั่น เธอคนที่ดูจืดๆนี่นา!"นั่นไงจุดเริ่มต้นของสามสหายทรีโอประจำห้องเอ

            จึ่ก จึ่ก

            ความรู้สึกเหมือนโดนใครสะกิดทำให้ฉันละความสนใจจากเหตุการณ์ที่หน้าประตูกลับมาสนใจเจ้าของสัมผัสที่แขน เอียงหน้าขึ้นดูว่าเป็นใครแล้วก็ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ...เด็กเด๋อกำลังจิ้้มแขนฉันด้วยใบหน้านิ่งสนิทล่ะ

            "มีอะไรรึเปล่า?"

            "เย็นนี้มีนัดกินโซบะกัน อย่าลืมล่ะ"

            ห๊ะ! ไปนัดไว้ตอนไหนฟะ งอ.งูลอยว่อนเต็มหัวฉันเลยตอนนี้ จำไม่เห็นได้เลยว่าเด็กนี่รู้จักเด็กเด๋อด้วย หรือรู้จักฟะ?

            "อ่า เคๆ"ฉันยกมือทำท่าโอเคแล้วฟุบหน้านอนต่อ

            ถึงจะไม่รู้เรื่องอะไรก็เถอะนะ แต่เด็กเด๋อออกปากทวงนัดเองแบบนี้แปลว่าต้องสนิทกันพอควรนั่นแหละ ปกติเด็กนี่ทักใครก่อนที่ไหนล่ะ

            อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ของเด็กนี่กับเด็กเด๋ออ่ะนะ แต่ไม่ทันแล้วล่ะ มายเมนมานู่นแล้ว อ๊าย >w<!!! น่าย๊ากกกกกกก ดูหน้าง่วงๆนั่นสิ เหมือนแมวไม่มีผิด แถมพอมาอยู่ในถุงนอนสีเหลืองนั่นแล้วดูปุ๊กปิ๊ก ดุ๊กดิ๊กฝุดๆ ฮือออออออออ-////-!!!(ดีดดิ้นแค่ในใจ ทั้งที่ข้างนอกนิ่งสนิท)

            ฉันยันตัวลุกขึ้นมานั่งดีๆอีกครั้ง เพื่อฟังสิ่งที่มายเมนกำลังจะพูด ทั้งที่ในใจตอนนี้เหงื่อไหลพรากจนเต็มแม่น้ำได้แล้วเนี่ย ฮือ!ดีใจที่เจอมายเมนนะ แต่เค้ายังไม่พร้อมไปทดสอบสมรรถภาพอ่ะตัว

            "ฉันคืออาจารย์ประจำชั้น ไอซาวะ โชตะ ฝากด้วยนะ"น้ำเสียงทุ้มๆห้วนๆติดจะง่วงงุนของมายเมนช่างกร๊าวใจดีจริง>w< การทักทายของมายเมนทำให้เด็กห้องเอส่งเสียงฮือฮาด้วยความประหลาดใจ

            ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ สภาพมายเมนของฉันมันเหมือนอาจารย์ซะที่ไหนล่ะ บอกว่าเป็นคนค้ายายังน่าเชื่อถือกว่าเลย

            เสพหรือขายเลือกมาเลยค่ะอาจารย์ -3-

            "ถึงจะเร็วไปหน่อย แต่เอานี่ไปใส่แล้วไปรวมกันที่สนามซะ"อาจารย์คุ้ยหาของในถุงนอนสักพักแล้วหยิบมันออกมาชูให้นักเรียนทั้งห้องเห็นโดยทั่งกันพร้อมกับออกคำสั่งในฐานะอาจารย์ทันที

            อืม ขอนอกเรื่องหน่อยนะ

            ...จะเอาชุดพละไปใส่ไว้ถุงนอนทำไมกันคะ!!!

            ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ฉันก็เป็นคนแรกที่ลุกไปเปลี่ยนชุดพละตามคำสั่งของอาจารย์โดยมีเด็กเด๋อเดินตามมาติดๆ เหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่เลยวุ้ย

            มาถึงขนาดนี้แล้วอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดล่ะนะ

            หวังว่าจะไม่โดนไล่ออกตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนนะ

 

 

 

 

            ทันทีที่นักเรียนห้องเอมารวมตัวกันที่สนามครบทั้งยี่สิบเอ็ดคน ที่ความจริงตามอนิเมะคือยี่สิบคน แต่ดันมีฉันเพิ่มมาเป็นส่วนเกินเศษหนึ่งนี่ไง อาจารย์ไอซาวะก็ประกาศเหตุผลที่ให้มารวมตัวกันท่ามกลางเสียงประสานด้วยความตกใจของนักเรียนเกือบทุกคน เว้นฉัน(ที่รู้เรื่องอยู่แล้ว)กับเด็กเด๋อ(ที่แค่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความต๊กก๊ะใจ)

            "ทดสอบดูอัตลักษณ์!?"

            "แล้วพิธีปฐมนิเทศน์กับการชี้แจงรายละเอียดล่ะคะ?"โอชาโกะจังถามหาสิ่งที่นักเรียนทั่วไปควรได้รับในวันแรกของการเปิดเรียน แต่ขอโทษนะ ที่นี่คือยูเอย์ สถาบันสอนฮีโร่ไม่ใช่หรอ คาดหวังอะไรแบบธรรมดาๆได้ด้วยหรือไง

            "ถ้าจะเป็นฮีโร่ล่ะก็ ไม่มีเวลาไปเสียกับกิจกรรมยืดยาดพรรค์นั้นหรอก"ตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายแบบคนที่พร้อมจะหมดแรงตลอดเวลาแล้วอธิบายต่อในทันที"จุดขายของยูเอย์คือโรงเรียนที่เป็นอิสระ ซึ่งแน่นอนว่าทางฝั่งอาจารย์ก็เหมือนกัน"

            สรุปง่ายๆคือการเอาแต่ใจ(ใส่ใจนักเรียน)ในแบบของอาจารย์ไอซาวะนั่นแหละ

            มายเมนนี่เหมือนแมวจริงๆนั่นแหละ ทั้งเอาแต่ใจ หยิ่งผยอง เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดู คึคึ~

            "พวกเธอเคยทำกันมาแล้วตอนม.ต้น การทดสอบสมรรถภาพร่างกายโดยห้ามใช้่อัตลักษณ์น่ะ"

            ฉันทำหน้ามึนรับฟังสิ่งที่อาจารย์พูดไป แต่ในใจอยากบอก(ดังๆ)ว่านี่ไม่ได้เตรียมใจอะไรมาเลย การทดสอบสมัยม.ต้นของเด็กนี่เป็นยังไงฉันก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ก็มีแค่ความยืดหยุ่นของร่างกายที่เหมือนแมวของเด็กนี่ก็เท่านั้นเอง

            "จนป่านนี้ประเทศเราก็ยังไม่ให้ใช้อัตลักษณ์ในการทดสอบเพื่อเก็บผลลัพธ์เดิมๆอยู่ ซึ่งไม่เหมาะสมเอาซะเลย แต่ถ้าจะว่าก็ต้องไปว่ากระทรวงศึกษาธิการนั่นแหละนะ"

            เหอๆ ช่างเป็นการพูดเสียดสีเรื่องความเหลื่อมล้ำของการศึกษาที่มีในปัจจุบันได้หน้าตาเฉยเลยจริงๆ

            "ตอนสอบภาคปฏิบัติ คนที่ได้อันดับสูงสุดคือบาคุโกวกับมารุมิยะสินะ"

            ควับ!

            ฉันนี่หันหน้ามองมายเมนคอแทบหัก ตอนแรกก็ฟังผ่านๆไปตามเนื้อผ้าแบบไม่คิดอะไร แต่เพราะชื่อของฉันที่ไปปรากฏอยู่ในประโยคร่วมกับคัตซึกิทำให้ฉันกลายเป็นจุดสนใจในทันที หันมองข้างตัวที่เด็กเด๋อยังทำหน้านิ่งแต่ตาเป็นประกายชื่นชมมองมาที่ฉันนี่ยิ่งยืนยันสิ่งที่มายเมนพูดได้เป็นอย่างดีว่ามันคือเรื่องจริง

            ชิบผาย!!! ยัยเด็กบ้าจะทำตัวเด่นทำไมกันเนี่ย คนที่เดือดร้อนมันฉันนะเฮ้ย!!!! (กรีดร้องสติแตกในใจ แต่ข้างนอกคือเดินไปยืนข้างอันดับหนึ่งร่วมแบบหน้านิ่งสนิทไม่กระดิกแม้แต่นิดเดียว)

            "ตอนม.ต้นเคยขว้างลูกซอฟต์บอลได้กี่เมตร?"

            "67 เมตรครับ"

            ไม่รู้ค่ะ ตอบได้แค่ในใจแต่ความจริงที่พูดไปก็คือ...

            "เกือบ 60 เมตรมั้งคะ จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่"ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย ก่อนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากการกระซิบของเด็กเด๋อด้านหลัง"64.5 เมตร"

            "อ่า 64.5 เมตรค่ะ"ฉันแก้ตัวตอบใหม่อีกรอบ

            อาจารย์ไม่ได้สนใจคำตอบที่ดูำไม่ค่อยมั่นใจของฉันแล้วชี้นิ้วไปที่สนาม"ก็ดี งั้นลองขว้างใหม่โดยใช้อัตลักษณ์ของเธอด้วย"

            พวกเรามองหน้ากันก่อนที่ฉันจะผายมือให้คัตซึกิไปก่อนเป็นคนแรก

            "นายก่อนแล้วกัน"

            ขอยื้อเวลาทำใจหน่อยแล้วกัน

            คัตซึกิไปยืนอยู่ตรงวงกลมหลังได้รับลูกซอฟต์บอลจากอาจารย์ที่ถอยมายืนรวมกลุ่มกับพวกนักเรียนคนอื่นในห้อง

            "เร็วๆล่ะ ขอแบบเต็มแรงเลยนะ"สิ้นเสียงอาจารย์ คัตซึกิก็เขวี้ยงลูกซอฟต์บอลออกไปเต็มแรงพร้อมกับใช้อัตลักษณ์ระเบิดของตัวเองในการส่งลูกซอฟต์บอลออกไปจากมือ ลูกซอฟต์บอลพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงไม่นานนักก็ลอยลับหายไปจากสายตาของทุกคนก่อนจะร่วงดิ่งลงมาห่างจากจุกที่คัตซึกิยืนอยู่ไปหลายร้อยเมตร

            "ก่อนอื่นก็ต้องรู้ขีดสูงสุดของตัวเอง นี่แหละคือวิธีการที่ได้ผลดีต่อการสร้างพื้นฐานของฮีโร่ล่ะ"อาจารย์ว่าพร้อมกับชูตัวเลขระยะทางที่คัตซึกิทำได้ขึ้นมาโชว์ให้ดู

            705.2 m.

            ระยะทางที่คัตซึกิทำได้สร้างแรงกระตุ้นให้กับเด็กคนอื่นในห้อง ฉันที่ยืนทำสมาธิอยู่สะดุ้งโหยงเมื่อโดนเรียก

            "ตาเธอแล้วมารุมิยะ"ร่างกายฉันกระตุกเพราะความเกร็งแต่ก็เพียงไม่นานเมื่อมาหยุดยืนในวงกลม ฉันที่นั่งทำความเข้าใจกับอัตลักษณ์ของเด็กนี่มาทั้งคืนก็พอเข้าใจวิธีการอยู่บ้าง แต่การใช้อัตลักษณ์ในการทำอะไรสักอย่างนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลอง หวังว่าแขนฉันจะไม่หักไปเพราะการทดลองที่ฉันคิดไว้หรอกนะ

            กร๊อบ กร๊อบ

            ฉันดัดคอตัวเองเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์ โยนลูกซอฟต์บอลในมือเพื่อกะน้ำหนัก จากนั้นก็ตั้งท่าแบบขว้างหอก ทำมุมปาที่สี่สิบห้าองศาเพื่อเพิ่มระยะทาง ฉันใช้อัตลักษณ์ในการปรับแต่งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น รวมถึงการตอบสนองของแขนขวาให้มีพลังเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า(ตามที่ร่างกายทนได้ในตอนนี้) ก่อนจะตวัดแขนออกไปเหมือนตวัดแส้ด้วยความเร็วสูงพร้อมกับปล่อยลูกซอฟต์บอลออกจากมือ

            ฟิ้ววววววววววว~

            ลูกซอฟต์บอลพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วถึงจะไม่เท่ากับของคัตซึกิแต่ก็เร็วกว่าที่ขว้างด้วยแรงแบบปกติไปมากโข ไม่นานนักลูกซอฟต์บอลที่ฉันปาไปก็ร่วงตกลงมาห่างจากจุดของคัตซึุกิไม่มาก

            "ใช้ได้"อาจารย์ว่าแล้วชูตัวเลขที่วัดได้ขึ้นมาโชว์ให้ทุกคนได้เห็น

            684.7 m.

            เป็นระยะทางที่หากเป็นตัวฉันคนก่อนคงไม่สามารถทำมันได้อย่างแน่นอน แต่ที่นี่กลับทำมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แม้จะแลกมากับอาการปวดแขนเหมือนแขนจะหลุดได้ทุกเมื่อ แต่ไม่นานมันก็ดึขึ้น

            เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกระลอกเมื่อเห็นระยะทางที่ฉันสามารถทำได้ ฉันยืนนวดแขนตัวเองเงียบๆ ปล่อยให้เด็กคนอื่นตื่นเต้นไปเพราะอีกไม่นานก็คงโดนอาจารย์พูดขัดอารมณ์จนสะอึกกันไปทั้งแถบ

            "ท่าทางน่าสนุกงั้นหรอ? ช่วงเวลา 3 ปีเพื่อการเป็นฮีโร่นี่คิดจะผ่านมันไปด้วยความคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?"อาจารย์ถามเสียงห้วน ก่อนจะแสยะยิ้มเอกลักษณ์ของตัวเองออกมา...นั่นไงเริ่มแล้ว"ดีล่ะ งั้นคนที่ได้คะแนนรวมต่ำสุดจาก 8 การทดสอบฉันจะถือว่าไม่มีแววและจะจัดการลบชื่อออกจากฐานข้อมูลนักเรียนเลยก็แล้วกัน"

            สรุปง่ายๆคือไล่ออกนั่นเอง

            "หา!?"ประสานเสียงด้วยความตกใจ กระแสอารมณ์ในห้องเปลี่ยนไปในทันที ฉันยืนปิดปากหาวแบบไม่คิดอะไร หางตาเหลือบไปเห็นน้อนยืนกุมข้อมือตัวเองด้วยท่าทางเป็นกังวล อืม~ก็อยากเข้าไปช่วยปลอบใจหรอกนะ แต่ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย เพราะงั้นไว้ว่ากันหลังจากหมดวันนี้แล้วกัน ยังไงก็ไม่มีใครโดนไล่ออกอยู่แล้ว

            "จะทำยังไงมันก็สิทธิของฉัน"มายเมนเอามือเสยผมเผยให้เห็นใบหน้าเต็มๆเป็นครั้งแรก รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า พร้อมกับพูดประโยคที่เปรียบเสมือนสัญญาณเริ่มต้นของการเข้าเรียนที่ยูเอย์

            "ยินดีต้อนรับ นี่แหละแผนกฮีโร่ของม.ปลายยูเอย์!!"

 

 

 

            การทดสอบสมรรถภาพทั้งแปดอย่างเป็นไปตามเนื้อหาอนิเมะที่ฉันเคยดูมาทั้งหมด ทั้งเริ่องที่น้อนโดนอาจารย์ลบอัตลักษณ์ตอนจะปาบอลในตอนแรก เรื่องที่คัตซึกิจะพุ่งไปหาเรื่องน้อนแต่ก็โดนอาจารย์จับตัวไว้ด้้วยผ้าพันคอจนขยับไม่ได้ รวมถึงเรื่องที่น้อนปาบอลไปเต็มแรงแล้วแขนแหลกแต่นิ้วดันหักแทนเสียนี่ การทดสอบอื่นๆฉันก็ทำไปเท่าที่ตัวเองสามารถทำได้ในตอนนี้ ดีบ้าง แย่บ้างเป็นเรื่องปกติ

            และแล้วผลการทดสอบก็ออกมาจนได้ อันดับท็อปทรีของห้องก็เป็นไปตามเนื้อเรื่องนั่นแหละ ที่หนึ่งก็ท่านรอง ที่สองเด็กเด๋ิอ ที่สามคัตซึกิ อันดับที่เปลี่ยนไปคือที่สี่...ฉันเอง อันดับที่เหลือก็ลดหลั่นกันไปคนละหนึ่งลำดับ แต่ที่ไม่เปลี่ยนคืออันดับสุดท้ายยังเป็นน้อนอิซึคุเหมือนเดิม

            บรรยากาศในห้องเงียบกริบ ความอืดอัดแผ่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ ฉันยืนกอดอกรอดูฉากโวยวายของห้องเอหลังรู้ว่าโดนหลอก(ที่ตอนแรกคือกะทำจริง) ฉันแอบมองไปที่น้อนก่อนจะเดินเข้าไปหาดึงมือน้อนข้างที่นิ้วหักจนม่วงช้ำขึ้นมาดู

            "อ่ะ...มารุมิยะซัง?"

            "จะช่วยอยู่นิ่งๆ"ฉันว่าเสียงเรียบแล้วใช้อัตลักษณ์ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้ถึงจะไม่หายสนิท แต่ก็ไม่ได้หักเหมือนตอนแรกอีกแล้ว ถือว่าช่วยไม่ให้โดนคุณยายรีคัฟเวอรี่เกิร์ลบ่นเรื่องอาการบาดเจ็บก็แล้วกัน

            "อ๊ะ...ขอบคุณครับ"น้อนก้มหัวขอบคุณด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก ฉันพยักหน้ารับแบบไม่คิดอะไรแล้วเดินกลับมายืนพิงต้นไม้เงียบๆอีกครั้ง พอดีกับที่อาจารย์ปิดจอแสดงอันดับลงแล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

            "อนึ่ง เรื่องคัดออกนี่โกหกนะ"พูดเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศประจำวัน ไม่ใช่เรื่องชวนหัวใจวายอย่างการไล่เด็กอออก ทั้งห้องนิ่งค้างไปทันที ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าด้านล่างที่หลุดยิ้มขำออกมา

            คึคึ ฉากนี้ดูกี่ทีก็ขำ มาเจอกับตัวนี่กลั้นขำแทบไม่อยู่

            "เพื่อให้พวกเธอดึงพลังออกมามากที่สุดเลยโกหกเพื่อให้ได้ผลที่ดีไง"พูดด้วยรอยยิ้มเอกลักษณ์ สามหน่อทรีโอของห้องร้องเสียงหลง ก่อนจะโดนท่านรองพูดด้วยสีหน้าหน่ายใจว่ามันเป็นเรื่องโกหก เกือบทั้งห้องทำหน้าแบบคาดไม่ถึง แต่ไม่นานบรรยากาศก็กลับมาสดใสอีกครั้ง

            เหอๆ ไม่อ่ะ...ความจริงมายเมนกะไล่ออกจริงๆนั่นแหละ แต่เห็นแววเลยกลับคำหน้าตาเฉยอ่ะ เอาแต่ใจสมเป็นแมวจริงๆ

            "ก็ตามนั้นแหละ กลับไปที่คลาสจะมีเอกสารหลักสูตรการเรียนวางไว้อยู่ เอาไปอ่านผ่านๆตาไว้ล่ะ"พูดจบก็เดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนไปก็ยื่นเอกสารให้น้อนแล้วสั่งให้ไปห้องพยาบาลแม้ว่าจะได้รับการรักษาไปแล้วจากฉัน แต่มันก็ไม่ได้หายสนิทให้ไปรักษาต่อที่ห้องพยาบาลก็ดีแล้วล่ะ

            ฉันยืนมองความวุ่นวายอยู่ร่วมนาที ก่อนจะตัดสินใจกลับไปนอนเอาแรงต่อที่ห้อง แต่ก็โดนคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน ฉันไล่มองตามแขนที่จับแขนฉันไว้จนมาหยุดที่หน้าของคนที่จับแขนฉันอยู่

            ...เด็กเด๋อนั่นเองที่คว้าแขนฉัน

            "ไปไหน?"ถามเสียงนิ่ง

            "กลับห้อง"ฉันตอบกลับเรียบๆ แล้วถามกลับ"ไปมั้ย?"

            เด็กเด๋อพยักหน้านิ่งๆ เดินตามฉันมาเหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่

 

 

 

Talks ท้ายเรื่อง

            มิจิรุชอบเรียกคนอื่นด้วยชื่อ เว้นแต่บางคนที่เอ็นดูจะเรียกด้วยฉายา และใช่ค่ะ 1 ในเมนหลักของน้องคืออาจารย์ไอซาวะนั่นเอง

            ชาวบ้านชาวช่องเขากลัวอาจารย์กันหมด แต่น้องนั้นมองอาจารย์เป็นแมวดำจอมเอาแต่ใจค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าความคิดน้องจะขัดกับความเป็นจริงไปบ้างก็ขอให้เข้าใจกันนะคะ

 

เพิ่มเติมท้ายเรื่อง

ตัวละครใหม่

มารุมิยะ มาโคโตะ(Marumiya Makoto) อายุ 25 ปี ส่วนสูง 187 ซม. อาชีพ : โปรฮีโร่ อันดับที่ 15

อัตลักษณ์ : สัตว์ร้ายแห่งแสงจันทร์(Moonlight Beast) กับ ฟื้นฟูเบื้องต้น(Initial Recovery)

ชื่อฮีโร่ : แบล็ควูฟ(Black Wolf)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

171 ความคิดเห็น

  1. #113 Ploy peep (@0898807400) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 04:02
    ขอโทษทีนะ เด็กเด๋อนี่ใครอ่ะ สงสัยมาก ไรต์น่าจะเขียนบอกชื่อไว้หน่อยนะ
    #113
    1
    • #113-1 Kodkanok (จากตอนที่ 2)
      24 สิงหาคม 2563 / 21:09
      ต้าวโชโตะค่ะ
      #113-1
  2. #75 xamphrmingein85 (@xamphrmingein85) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 00:02
    กรี๊ดเราเมนอาจารย์เค้าเหมือนกันลงเรื่ออาจารย์เลยค่าาาา
    #75
    0
  3. วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 19:19

    เราทีมเด็กเด๋อได้มั้ย//ดูก็รู้ว่าชั้นเมนใคร

    #ทีมเด็กเด๋อ

    #1
    1
    • #1-1 hinakochan (@hinakochan) (จากตอนที่ 2)
      17 สิงหาคม 2563 / 14:10
      จะใช่หรือเปล่านา~
      #1-1