Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 16 : Chapter 15 : ศึกทัวร์นาเมนต์ ตอนจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 228 ครั้ง
    18 ส.ค. 63

Chapter 15 : ศึกทัวร์นาเมนต์ ตอนจบ

การแข่งรอบสุดท้ายได้เริ่มขึ้นแล้ว ระหว่าง มือระเบิดประจำห้องเอ บาคุโกว คัตซึกิ ปะทะ ก้อนน้ำแข็งเดินได้ โทโดโรกิ โชโตะ

ทันทีที่ทั้งสองได้รับสัญญาณเริ่มต้นการแข่ง โทโดโรกิก็เริ่มจู่โจมด้วยอัตลักษณ์น้ำแข็งของเขาในทันที น้ำแข็งขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางสนามอย่างรวดเร็ว บาคุโกวตั้งรับการโจมตีเหล่านั้นด้วยการใช้ระเบิดทำลายน้ำแข็งไปเรื่อย ๆ เป็นการแข่งกันระหว่างน้ำแข็งและระเบิด ทว่าน้ำแข็งของโทโดโรกิเป็นการโจมตีแบบวงกว้าง ไม่นานนักทั้งสนามก็กลายเป็นทุ่งน้ำแข็งอีกครั้ง

ความเงียบเกิดขึ้นเมื่อเห็นการโจมตีที่รวดเร็วยิ่งกว่าการแข่งรอบก่อน ๆ ของโทโดโรกิ แต่ทว่าบาคุโกวก็ไม่ใช่หมูในอวยที่จะยอมพลาดท่ากับเรื่องอะไรแบบนี้ เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสนาม เสียงดังกระหึ่มดังมาจากก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ขังร่างของบาคุโกวเอาไว้ ไม่นานนักก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ก้อนน้ำแข็งเริ่มร้าวก่อนจะแตกกระจายออกเผยให้เห็นร่างของบาคุโกวที่พุ่งเข้าโจมตีโทโดโรกิอย่างรวดเร็ว โทโดโรกิโต้กลับ แต่ทว่าสัญชาตญาณของบาคุโกวนั้นดีกว่ามาก

บาคุโกวใช้แรงระเบิดเปลี่ยนวิถีของร่างตัวเองหลบการโจมตีไปอย่างง่ายดาย มือแกร่งคว้าร่างของโทโดโรกิเอาไว้มั่น ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นบาคุโกวก็เหวี่ยงร่างของโทโดโรกิออกไปอย่างแรงพร้อมกับแรงระเบิดที่ช่วยขับส่งร่างของโทโดโรกิให้กระเด็นออกไปรุนแรงยิ่งกว่าเดิม แต่ก่อนที่โทโดโรกิจะกระเด็นออกไปนอกสนามเขาก็เรียกใช้อัตลักษณ์น้ำแข็งของตัวเองสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมา เขาสไลด์ไปบนกำแพงน้ำแข็งเข้าจู่โจมบาคุโกวที่ยืนอยู่กลางสนาม บาคุโกวใช้แรงระเบิดส่งร่างของตัวเองพุ่งเข้าโจมตี แต่ครั้งนี้โทโดโรกิไม่ประมาทคว้าแขนของบาคุโกวเอาไว้่ได้ โทโดโรกินิ่งลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะเหวี่ยงร่างบาคุโกวออกไปโดยไม่ยอมใช้เปลวไฟในการต่อสู้

บาคุโกวเลือดขึ้นหน้าเมื่อเห็นว่าโทโดโรกิไม่ยอมใช้เปลวไฟสู้กับเขาเหมือนที่ใช้กับเดกุ

"แกเลิกหยามกันสักทีสิวะ เดี๋ยวก็เชือดทิ้งซะหรอก"บาคุโกวคำรามลั่นด้วยความหัวเสีย ทั้งที่เขาแข็งแกร่งกว่าเดกุแต่ไอ้ครึ่ง ๆ นี่กลับไม่ยอมใช้ฝีมือทั้งหมดสู้กับเขา มันน่าหงุดหงิดจริง ๆ"ฉันอยากเป็นอันดับหนึ่งโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ถึงจะชนะสวะที่ดูถูกฉันได้มันก็ไม่มีค่าหรอก"

"โอย ๆ ถ้ามารุมิยะได้ยินเดี๋ยวก็โดนลากไปอบรมมารยาทหรอกบาคุโกว"คิริชิม่าที่ได้ยินคำพูดของบาคุโกวถึงกับเหงื่อตก พลางนึกถึงคุณแม่ประจำห้องที่มักจะคอยปรามบาคุโกวเอาไว้อยู่เสมอ แต่ตอนนี้แม่ไม่อยู่ คำหยาบมาเต็มจ้า!

"ถ้าไม่ไปให้สูงกว่าเจ้าเดกุมันก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่มีความตั้งใจที่จะชนะก็อย่ามายืนตรงหน้าฉัน! แกมายืนที่นี่ทำไมวะ บ้าเอ๊ย!!!!"บาคุโกววิ่งเข้าหาโทโดโรกิด้วยอารมณ์เดือดพล่านที่สุมอยู่เต็มอกจนเขาหัวร้อนไปหมด

บาคุโกว คัตซึกิรู้ตัวดีว่าเขาเกลียดความพ่ายแพ้ กระหายในชัยชนะ และใฝ่ฝันที่จะเป็นอันดับหนึ่งยิ่งกว่าใคร ๆ และสิ่งที่เขาเกลียดยิ่งกว่าความพ่ายแพ้ธรรมดา คือการพ่ายแพ้ให้กับเดกุ ไอ้เนิร์ดเวรที่ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ดีแต่พูดจาสวยหรูไปวัน ๆ แต่ก็ยังกระเสือกกระสนเข้ามาเรียนที่ยูเอย์ ทั้งที่เป็นแค่เดกุแท้ ๆ เป็นแค่ไอ้เนิร์ดที่ไร้อัตลักษณ์ แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ไอ้เนิร์ดเวรถึงได้มีอัตลักษณ์ขึ้นมาได้ล่ะ

โทโดโรกินิ่งไป ไม่ใช่ว่าเขาไม่เข้าใจสิ่งที่บาคุโกวพูด แต่ตั้งแต่ที่สู้กับมิโดริยะไปเขาก็สับสนไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป สิ่งที่ทำอยู่มันถูกหรือผิด อยากจะไปปรึกษามิจิรุแต่เจ้าตัวก็ไม่อยู่ให้ปรึกษา(เพราะหนีไปนอนที่ห้องกระจายเสียง) ที่มาลงแข่งรอบนี้ไม่ใช่ไม่อยากจะชนะ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไง เหมือนหลงทางอยู่ในวังวนที่เขาเองก็หาทางออกไม่เจอ และในตอนนั้นเองเสียงของคนที่ทำให้เขาตาสว่างเรื่องพลังก็ดังขึ้น

"โทโดโรกิคุง! อย่าแพ้นะ! พยายามเข้า!!"

เสียงตะโกนของมิโดริยะไม่เพียงแค่ทำให้โทโดโรกิได้สติ มันทำให้บาคุโกวที่หัวเสียอยู่อารมณ์เย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนใบหน้าของบาคุโกวที่คิดว่าตัวเองจะได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลังกับไอ้เวรครึ่ง ๆ นี่เสียที

เปลวไฟปรากฏขึ้นหลังจากหายสับสน บาคุโกวยิ้มกว้างพุ่งเข้าโจมตีโทโดโรกิเต็มกำลัง โทโดโรกิเองก็ตั้งท่าเตรียมโต้กลับบาคุโกวอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ทว่าภาพจำในวัยเด็กที่หวนกลับมาตอกย้ำนั้นทำให้เปลวไฟมอดดับลงไป ใจสู้เมื่อครู่หายวับไปในทันตา โทโดโรกิลดแขนลงไม่คิดโต้กลับบาคุโกวที่พุ่งเข้ามาเต็มกำลัง ระเบิดพุ่งทะลุผ่านกำแพงน้ำแข็งเข้ามาปะทะร่างของโทโดโรกิที่ยืนนิ่งงัน แรงระเบิดขนาดใหญ่ก่อให้เกิดเปลวไฟปริมาณมหาศาลแผ่กว้างไปทั่วทั้งสนาม น้แข็งแตกกระจายตามแรงระเบิด ไม่มีใครรู้ว่าโทโดโรกิที่เจอกับแรงระเบิดเข้าไปจะเป็นอย่างไร เหล่าผู้คนที่เฝ้ามองอยู่ต่างนิ่งเงียบลุ้นกันตัวโก่ง

[เพิ่มแรงเฉื่อยและหมุนตัวเหมือนตอนสู้กับอุรารากะจนทำให้เกิดระเบิดขนาดยักษ์ ราวกับกระสุนปืนใหญ่มนุษย์เลย!!!!]พรีเซนต์ไมค์บรรยายเหตุการณ์ในสนามอย่างเมามันส์[ส่วนโทโดโรกิก็ไม่สร้างระเบิดยักษ์เหมือนตอนที่สู้กับมิโดริยะ แล้วแบบนี้ผู้ชนะก็คือ....]

เหตุการณ์ในสนามที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนต่างเฝ้าลุ้นกันตัวโก่งว่าผู้ชนะในงานกีฬาปีนี้คือใครกัน

จะเป็นโทโดโรกิ โชโตะ ลูกชายของฮีโร่อันดับสอง หรือ บาคุโกว คัตซึกิ เด็กหนุ่มมากฝีมือกันแน่

ไม่ต้องรอให้คาดเดากันนาน กลุ่มควันก็จางหายไปราวกับรับรู้ความรู้สึกของคนดู เผยให้เห็นโทโดโรกิที่กระเด็นออกไปนอกสนามและบาคุโกวที่นอนหมอบอยู่ในสนาม ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ได้รับชัยชนะในการแข่งนี้ไปก็คือบาคุโกว!

หลังตั้งสติได้บาคุโกวยันตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปหาโทโดโรกิด้วยความเดือดจัดเมื่อรู้แล้วว่าโทโดโรกิดับไฟไปก่อนที่จะปะทะกับเขาจนทำให้ตัวเองกระเด็นออกนอกสนามไป ชัยชนะที่ได้รับในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้บาคุโกวพอใจเลยสักนิดกลับกันเขาหัวเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าไอ้เวรครึ่ง ๆ มันไม่ยอมเอาจริงเสียอีก นอกจากความหัวเสียที่พุ่งถึงขีดสุดแล้วในความโกรธเกรี้ยวนั้นแฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยที่ไม่มีใครได้รับรู้

"เฮ้ย! เลิกเล่นสักทีสิวะ!!! บอกแล้วไงว่ามันเปล่าประโยชน์!!! ไอ้อันดับหนึ่งแบบนี้น่ะ..."บาคุโกววิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อโทโดโรกิที่สลบไปแล้วด้วยความไม่พอใจ เขาอยากจะอาละวาดมันให้ได้เสียตรงนี้แต่ทว่า...

หมับ!

"คัตซึกิ"เสียงปรามแผ่วเบาจากเด็กสาวผมเงินที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ในสนามเมื่อไหร่ทำให้เขาปล่อยมือจากคอเสื้อของไอ้เวรครึ่ง ๆ อย่างไม่จำยอม แม้จะอยากอาละวาดต่อแค่ไหน แต่อารมณ์ของเขาในตอนนี้มันผสมปนเปกันไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งหัวเสีย ทั้งเสียใจ และผิดหวังกับชัยชนะที่ได้รับมาในครั้งนี้

มิดไนท์ที่คิดจะใช้อัตลักษณ์ห้ามปรามในตอนแรกเมื่อเห็นว่ามีคนสามารถห้ามเด็กหนุ่มเอาไว้ได้ก็ประกาศรายชื่อผู้ชนะในการแข่งนี้ทันที

"โทโดโรกิคุงออกนอกสนาม! ดังนั้นผู้ชนะคือบาคุโกวคุง!!!!"

เสียงเชียร์ดังลั่นเฮสนั่นไปทั่วทั้งสเตเดียมผิดกับอารมณ์ของผู้ชนะที่ดิ่งลงเหวและพร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า

หมับ!

เด็กสาวผมเงินไม่พูดอะไรคว้ามือผู้ชนะเดินลงจากเวทีออกจากสนามไปอย่างเงียบ ๆ ปล่อยให้ฝ่ายพยาบาลมารับหน้าที่ดูแลเด็กหนุ่มผมสองสีต่อไป ตอนนี้เธอรู้ดีว่าคนที่ควรได้รับความช่วยเหลือก่อนไม่ใช่โทโดโรกิ แต่เป็นบาคุโกวต่างหากล่ะ

 

 

 

เมื่อมั่นใจว่าพ้นสายตาของคนอื่นแล้ว เด็กสาวผมเงินก็หยุดเดินแล้วดึงตัวเด็กหนุ่มผู้ชนะมากอดไว้เงียบ ๆ ไม่ได้พูดหรือปลอบอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวล้อมรอบบรรยากาศของพวกเธอเอาไว้ ร่างกายเด็กหนุ่มสั่นระริกก่อนจะระบายอารมณ์ออกมาผ่านการตะโกนที่น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความรวดร้าวบาดลึกจิตใจคนฟังและตัวเอง

"โธ่เว้ย!!!...โธ่เว้ย!!!...โธ่เว้ย!!!...โธ่เว้ย!!!!...ทั้งที่อยากจะชนะแบบสมศักดิ์ศรีแท้ ๆ แต่ไอ้เวรครึ่ง ๆ กลับ...ไอ้เวรนั่นกลับ...ฮึก!"

ปราการที่แข็งแกร่งพังทลายลงเมื่ออยู่้ในอ้อมกอดของเด็กสาวที่เปรียบเสมือนคุณแม่ของห้อง น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบหน้าอย่างคับแค้นใจ เขาไม่อยากยอมรับผลการแข่งนี้ แต่มันก็ทำไม่ได้เพราะผลการตัดสินออกมาแล้ว เขายอมรับไม่ได้ ผลการแข่งแบบนี้น่ะ จะให้เขาภูมิใจกับมันได้ยังไงกัน

แขนแกร่งโอบกอดร่างบอบบางของคุณแม่ประจำห้องไว้ราวกับต้องการที่พึ่ง เด็กหนุ่มปล่อยให้น้ำตาไหลออกไปเงียบ ๆ โดยไม่ร้องโวยวายอะไรอีก เด็กสาวกอดตอบ มือบางลูบกลุ่มไหมสีฟางเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร เรื่องบางเรื่องพูดไปมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สำหรับเด็กหนุ่มผมฟางในตอนนี้ไม่ได้ต้องการคำปลอบโยน หรือ คำพูดเชยชมสวยหรู สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ที่ให้เขาได้ระบายความอัดอั้นตันใจออกไปได้อย่างไม่ต้องปิดบัง และพื้นที่เหล่านั้นก็คือเด็กสาวผมเงิน มารุมิยะ มิจิรุ

เด็กสาวผมเงินปล่อยให้เด็กหนุ่มผมฟางร้องไห้จนพอใจ เธอไม่พูดหรือปลอบใจอะไรทั้งสิ้น สิ่งที่เธอทำมีเพียงกอดตัวเด็กหนุ่มเอาไว้แล้วปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมันเอง เธอรู้ดีว่าเด็กหนุ่มผมฟางเข้มแข็งแค่ไหน เมื่อล้มแล้วไม่นานก็สามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง เพียงแค่ให้เวลาเท่านั้น

 

 

 

"หัวโล่งขึ้นมั้ย?"ฉันถามหลังจากปล่อยให้เจ้าลูกหมาจมอยู่กับความคิดตัวเองจนไหล่เปียกไปหมด ตอนที่โดนอาจารย์ปลุกฉันก็นั่งงงอยู่พักใหญ่ พอเห็นนิ้วอาจารย์ชี้ไปที่สนามฉันถึงกับตาสว่างวิ่งลงไปที่สนามแทบไม่ทัน ไม่ต้องรอให้ใครพูดอะไร ฉันเดินเข้าไปหาเจ้าลูกหมาแล้วลากออกมาจากเวทีก่อนที่ระเบิดเวลาจะระเบิดตู้มออกมา แล้วที่เหลือก็อย่างที่เห็นไปเมื่อกี้นั่นแหละ

ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ของมัน เจ้าลูกหมาไม่ได้อยากได้คำปลอบอะไรหรอก แค่อยากได้สถานที่เงียบ ๆ ที่สามารถใช้ความคิดกับตัวเองได้แค่นั้นเอง

"อ่า"น้ำเสียงยังเจือแววหงุดหงิดอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะอาละวาดเหมือนตอนที่ได้รับชัยชนะในตอนแรกแล้ว

"งั้นกลับไปรับรางวัลกันเถอะ"ฉันจูงมือเจ้าลูกหมามาส่งที่ห้องสำหรับผู้ชนะทั้งสามที่ต้องขึ้นแท่นเตรียมรับรางวัลก่อนจะแยกตัวกลับไปที่สนาม

เมื่อออกมาเจอแสงสว่างก็พบว่าเหล่านักเรียนปีหนึ่งทั้งหมดมารวมตัวกันที่สนามเป็นที่เรียบร้อย เหลือแค่ฉันที่พึ่งมาถึง(เพราะไปส่งลูกหมามา) ที่พอมารวมตัวกับห้องเอปุ๊บ ก็โดนรุมปั๊บ

"มะ...มารุมิยะเธอไม่โดนหมอนั่นทำอะไรใช่มั้ย"เจ้าหนูปิกาจูถามเสียงสั่น สีหน้าหวาดกลัวชัดเจน

"ไม่ได้ถูกทำร้ายอะไรมาใช่มั้ย"ตามมาด้วยเหล่าสาว ๆ ของห้องที่จับฉันหมุนสำรวจดูด้วยความวิตก

"หมอนั่นไม่ได้อาละวาดอะไรใช่มั้ย"เอจิโร่ถามด้วยความเป็นกังวล

"ใจเย็น ๆ"ฉันปรามเด็กห้องเอก่อนจะทำท่าเบ่งกล้ามเพื่อบอกว่าตัวเองสบายดี"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ คัตซึกิก็สงบลงแล้วด้วย ยอมขึ้นไปรับรางวัลแบบดี ๆ แน่นอน"

จะเป็นงั้นหรอ เด็กห้องเอหรือแม้กระทั่งเด็กปีหนึ่งคนอื่น ๆ ยังคิดไปในทางเดียวกัน เนื่องจากท่าทางของบาคุโกวที่โดนลากออกไปนั้นบ่งบอกว่าพร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ

ไม่จำเป็นต้องให้ถามย้ำอะไรอีกเมื่อมิดไนท์เดินขึ้นมาบนเวที ความสนใจถูกเบนกลับไปหามิดไนท์อีกครั้ง

"การแข่งงานกีฬาทั้งหมดของปีหนึ่งในปีนี้ก็เสร็จสิ้นลงไปแล้ว จากนี้ไปจะเป็นพิธีมอบรางวัล~"สิ้นเสียงมิดไนท์ ทำนองเพลงดังขึ้นกระหึ่มไปทั่วสเตเดียมพร้อมกับพลุฉลองที่ถูกจุดขึ้นให้กับผู้ชนะทั้งสามอันดับ

แท่นปรัมพิธีเลื่อนออกก่อนที่ร่างของผู้ชนะทั้งสามจะปรากฏขึ้นเบื้องหลังม่านควัน หากเป็นไปตามอนิเมะคงได้เห็นเจ้าลูกหมาโดนล่ามโซ่พร้อมกับตระกร้อครอบปากที่กันไม่ให้เจ้าลูกหมากระโดดกัดใครได้ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันผู้ชนะทั้งสามต่างนิ่งสงบอยู่บนแท่นปรัมพิธี แม้ว่าผู้ชนะอันดับหนึ่งจะนิ่งสงบเหมือนลมสงบก่อนพายุจะมาก็ตาม

"ไม่เป็นอะไรแน่นะ"เอจิโร่กระซิบถามเสียงเครียด

"คิดว่าหมอนั่นกล้าอาละวาดทั้งที่ฉันยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้มั้ยล่ะ?"ไม่ตอบแต่ถามกลับ

ขวับ ๆ เด็กห้องเอพร้อมใจกันส่ายหัวอย่างพร้อมเพรียงให้กับคำถามของคุณแม่ประจำห้อง

ไม่มีใคร(ในห้องเอ)กล้าออกนอกลู่นอกทางทั้งที่แม่ยังยืนคุมอยู่แบบนี้หรอก

"คัตซึกิเลิกเขม่นโชโตะได้แล้ว"ฉันปรามเสียงเนือย แสงแฟลชจากพวกนักข่าวยังคงสาดส่องไปที่ผู้ชนะทั้งสามอันดับ คนโดนปรามสะบัดหน้าหนีไปอีกทางไม่พูดอะไร เด็กเด๋อก็เอาแต่จมกับความคิดของตัวเองไม่สนใจโลกภายนอก ที่ดูจะเป็นผู้เป็นคนสุดก็มีแค่โทริคุงคนเดียว

แต่ละคน...เฮ้อ!

"ที่จริงแล้วอันดับที่สามนอกจากโทโคยามิคุงก็ยังมีอีดะคุง แต่เจ้าตัวขอกลับก่อนเพราะเรื่องของครอบครัว ขอบคุณที่เข้าใจนะ...ปิ๊ง (๐ 3 <)++"ว่าแล้วก็ขยิบตาให้กลับกล้องจนโทริคุงสะดุ้งกับท่าทางที่ไม่สมกับอาจารย์ของมิดไนท์

หัวหน้าห้องกลับบ้านก่อนงั้นหรอ เหมือนจะลืมอะไรไปสักอย่างนา...แต่ก็ช่างเถอะสนใจเรื่องตรงหน้าก่อนดีกว่า

"น่าเสียดายนะ อีดะจังมุ่งมั่นมากแท้ ๆ"กบน้อยรู้สึกเสียดายแทน ส่วนน้อนก็เอาแต่ทำหน้าเครียด

"มีอะไรรึเปล่าอิซึคุ หน้าเครียดเชียว"ฉันกระซิบถามน้อนที่เอาแต่ทำหน้าเครียดไม่เลิก

"มะ...ไม่มีอะไรครับ"น้อนปฏิเสธเสียงหลง ฉันหรี่ตามองก่อนจะยอมปล่อยผ่าน มีปัญหาแน่ ๆ และเป็นปัญหาที่ฉันก็รู้ดีแก่ใจ แต่้มันนึกไม่ออก

ใครเคยเป็นบ้างเวลาสำคัญดันนึกไม่ออก แต่พอไม่ได้คิดอะไรกลับนึกออกซะงั้น?

"จากนี้ไปจะเป็นการมอบเหรียญและคนที่จะเป็นผู้มอบเหรียญ แน่นอนว่าต้องเป็นเขาผู้นี้..."มิดไนท์ผายมือไปที่เหนือสเตเดียมที่มีร่างเงาขนาดใหญ่ของใครบางคนปรากฏขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์"ฮ่า ๆ ๆ ๆ"

ผู้ชมแสดงท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าเขาคนนั้นคือใคร

"ฮีโร่ของพวกเรา ออลไมท์"

"ฉันเอาเหรียญมาแล้ว"

มิดไนท์ยังพูดไม่ทันจบออลไมท์ก็กระะโดดลงมาตรงหน้า

ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ...นี่ไม่ได้นนัดแนะเวลากันหรือไงคะ?

"กะจังหวะผิดอ่ะ..."มิดไนท์ยิ้มแหย

เสียงพูดคุยของผู้ชมดังขึ้นเป็นระยะ ๆ เนื้อหาก็เกี่ยวกับเรื่องของออลไมท์ทั้งสิ้น แต่คำพูดเหล่านั้นก็ไม่ได้เข้าหูพวกสามอันดับแรกนักหรอก คนหนึ่งก็จมอยู่ในโลกส่วนตัว(เด็กเด๋อ) คนหนึ่งก็หัวเสียเกินกว่าจะสนใจ(เจ้าลูกหมา) อีกคนก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้(โทริคุง)

"ถ้าอย่างนั้นออลไมท์ กรุณามอบเหรียญเริ่มจากอันดับสามเลยค่ะ"

"หนุ่มน้อยโทโคยามิ ยินดีด้วยนะ แข็งแกร่งจริงนะเธอเนี่ย"ออลไมท์ยิ้มกว้างมอบเหรียญให้กลับโทริคุงพร้อมเอ่ยชมแล้วเข้าไปกอดโทริคุงพร้อมกับพูดแนะนำ"ยังไงก็ตามเพื่อสู้กับอัตลักษณ์ได้หลายประเภทจะเอาแต่พึ่งอัตลักษณ์อย่างเดียวไม่ได้นะ ถ้าเธอฝึกฝนความแข็งแกร่งของตัวเองก็จะมีตัวเลือกมากขึ้นในการต่อสู้นะ"

"รับทราบครับ"

"หนุ่มน้อยโทโดโรกิ ยินดีด้วยนะ ที่ไม่ยอมใช้ข้างซ้ายในรอบชิงคงจะมีเหตุผลบางอย่างอยู่สินะ?"ออลไมท์มอบเหรียญให้กับเด็กเด๋อพร้อมกับถามหาเหตุผลที่ไม่ยอมใช้ข้างซ้ายในการต่อสู้รอบชิง

"พอได้สู้กับมิโดริยะ...ผมก็ไม่เข้าใจขึ้นมา เหตุผลที่คุณสนใจหมอนั่น...ผมเริ่มจะเข้าใจนิดหน่อยแล้วล่ะ ผมอยากเป็นฮีโร่เหมือนคุณ แต่ว่าถ้าผมยังไม่สามารถแก้ไขได้ ผมก็ยังไม่เหมาะสม ผมยังมีเรื่องต้องสะสางให้ชัดเจนอยู่"เด็กเด๋อก็คือเด็กเด๋อล่ะนะ คิดอะไรก็พูดออกมาแบบซื่อ ๆ

"สีหน้าของเธอแตกต่างจากเดิมมาก ฉันจะไม่ถามต่อแล้วกัน เธอในตอนนี้จะต้องทำในสิ่งที่ต้องทำได้แน่"ออลไมท์กอดให้กำลังใจเด็กเด๋อแล้วเดินไปหาผู้ชนะอันดับหนึ่งพร้อมกับเหรียญที่เจ้าตัวไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว

"เอาล่ะ หนุ่มน้อยบาคุโกว ทำได้ดีมากที่ทำในสิ่งที่ตัวเองปฏิญาณเอาไว้ได้"ออลไมท์เดินเข้าไปหาเจ้าลูกหมาที่นิ่งสงบจนน่าแปลกใจ

"ออลไมท์...อันดับหนึ่งแบบนี้สำหรับผมมันก็แค่ขยะ ผมไม่คิดจะจดจำมันไว้หรอกนะ"เจ้าลูกหมาพูดกับออลไมท์ด้วยน้ำเสียงมั่นคง เปรียบเสมือนคำปฏิญาณว่าในปีหน้าจะต้องคว้าอันดับหนึ่งอย่างสมศักดิ์ศรีมาให้ได้ การแข่งในครั้งนี้ไม่นับว่าเป็นชัยชนะ

"อื้ม ในสังคมมนุษย์มักจะมีการเปรียบเทียบแบบนี้ คนที่สามารถรักษาเป้าหมายไปสู่จุดสูงสุดได้มีไม่เยอะหรอกนะ รับเหรียญไว้สิ คิดซะว่าเป็นแผลที่ลืมไม่ได้ก็แล้วกัน"ออลไมท์มอบเหรียญให้กับเจ้าลูกหมาที่เอาแต่ยืนนิ่งไม่ยอมรับเหรียญไป

"คัตซึกิอย่าดื้อ"ฉันเตือนออกไป เพราะตอนนี้พวกนักข่าวกำลังจับจ้องอยู่ ฉันไม่อยากให้ใครมาเขียนข่าวเสีย ๆ หาย ๆ เกี่ยวกับห้องเอหรอกนะ

"ชิ!!!"ส่งเสียงไม่พอใจออกมาเสียงดังฟังชัด

ไม่พอใจอยู่ล่ะ ความคิดของคนในสนามทั้งหมด

ดีจังที่แม่อยู่นี่ ความคิดเด็กห้องเอที่สายตาจ้องมองไปที่แผ่นหลังของคุณแม่ประจำห้องที่ทำเหมือนมายืนคุมลูกเวลารับรางวัล

"แผลนี่ผมจะเอาคืนในปีหน้า"สุดท้ายเจ้าลูกหมาก็ยอมรับเหรียญไปแต่โดยดีแม้ว่าจะทำหน้าไม่พอใจอยู่ก็ตาม ออลไมท์หันมาชูนิ้วให้ฉันก่อนจะพูดปิดพิธี

"และนี่คือผู้ชนะในครั้งนี้ แต่ว่าทุกคน ไม่ว่าใครก็สามารถยืนบนแท่นนี้ได้ทั้งนั้น ก็อย่างที่เห็น...การแข่งขัน! การผลักดันกัน! การปีนไปอยู่จุดสูงสุด! เหล่าฮีโร่รุ่นต่อไปเหล่านี้กำลังเจริญงอกงามอยู่!"ออลไมท์ชูนิ้วขึ้นฟ้าพร้อมกับยิ้มออกมา"และสุดท้ายที่อยากจะพูดทิ้งเอาไว้ ทุกคนมาพูดพร้อมกันเถอะ หนึ่ง สอง..."

"ขอบคุณที่เหน็ดเหนื่อย!!"

"Plus Ultra!!!!!"

ไปคนละทางเล๊ย!!!! ฉันนี่ยกมือกุมขมับเลยทีเดียว นัดแนะกันบ้างสิเฮ้ย!!!

"เอ๋? ตรงนั้นมันต้อง'Plus Ultra'ไม่ใช่เหรอ ออลไมท์?"ก่อนจะตามมาด้วยเสียงประท้วงของคนดูที่พูดออกมาพร้อมกัน

"เอ่อ...คือ...คิดว่าทุกคนเหน็ดเหนื่อยก็เลย..."ออลไมท์ได้แต่ยิ้มแห้งก่อนจะพูดปิดท้ายงานอีกครั้ง"งั้นเอาใหม่นะ หนึ่ง สอง..."

"Plus Ultra!!!!!!!"

เสียงตะโกนนี้เปรียบเสมือนการปิดฉากงานกีฬายูเอย์ลง และ เป็นสัญญาณการเริ่มต้นของความวุ่นวายครั้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้เช่นกัน

กว่าจะมีใครได้รู้ตัว ความวุ่นวายครั้งใหม่ก็แทรกเข้ามาในสังคมของเหล่าฮีโร่เสียแล้ว

 

 

 

Talks ท้ายบท

ปิดฉากลงไปแล้วจ้ากับงานกีฬายูเอย์(ปาดเหงื่อ) หาบทลงให้บาคุโกวคุงไม่กลายเป็นหมาปอมคลั่งในงานได้เสียที

ถ้าน้องไปห้ามไม่ทันคงเกิดเรื่องวุ่นวายแน่ ๆ น้องบอกไม่ปลอบหรอกนะ ปลอบไปก็เท่านั้น แต่ก็ยืนปล่อยให้เจ้าลูกหมากอดไปหลายสิบนาทีจนไหล่เปียก

ความจริงหมาปอมควรโดนล่ามแบบนี้ แต่เมื่อแม่มาคุมแล้วนั้น…

.

.

.

.

.

.

.

ได้แต่จำยอมอยู่ในความสงบแทน 555+

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 228 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

171 ความคิดเห็น

  1. #107 themoonshine_rik (@themoonshine_rik) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 15:08
    เชียร์พี่ดาบิค่ะ!!!
    #107
    0
  2. #55 kusachi shiga (@shiga123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 03:19

    เลือกทีมไม่ได้ เชียร์ดาบิค่ะ เอ้ะ...
    #55
    0
  3. #54 Mynun9412 (@Mynun9412) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 00:35
    สนุกค้าบบบบยย
    #54
    0
  4. #53 jar@prefect@ (@jarinthip36) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 22:50
    ชอบอ่ะ
    #53
    0
  5. #51 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 20:40
    น่ารักอะ 5555
    #51
    0
  6. #50 kaotoo6260 (@kaotoo6260) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 20:09

    เเม่คุมต้องเงียบไว้ก่อนสินะ!//พยักหน้าอย่างใช้ความคิด
    #50
    0