Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 14 : Chapter 13 : ศึกทัวร์นาเมนต์ ตอนสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,384
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

Chapter 13 : ศึกทัวร์นาเมนต์ ตอนสอง

หลังจากวางสายจากท่านรองไป ฉันก็รีบวิ่งกลับมาที่สแตนอีกครั้ง เสียงการต่อสู้ที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสนามทำให้ฉันเร่งฝีเท้าไปที่สแตนของห้องเอที่พอมาถึงก็พบกับเด็กห้องเอที่กำลังตื่นตระหนกกับการต่อสู่ของโอชาโกะจังและเจ้าลูกหมาที่เป็นไปอย่างดุเดือด

"เฮ้!"ฉันส่งเสียงเรียกแล้วเดินเข้าไปหาพวกเด็กห้องเอที่หันมามองฉันเป็นทางเดียว

พอมาถึงพวกสาว ๆ ห้องเอก็วิ่งเข้ามาฟ้องฉันเสียยกใหญ่

"มิจิรุ บาคุโกวทำเกินไปแล้วนะ"

"หมอนั่นอัดโอชาโกะจังอยู่ฝ่ายเดียวเลย"

"ไม่รู้จักออมมือเลยหรือไง"

"แล้วมันทำไมหรอ?"ฉันถามกลับเสียงเรียบมองดูการต่อสู้ในสนามอย่างเรียบเฉย"เรียกฉันกลับมาด้วยเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ"

"มิจิรุจัง!!/คุณมิจิรุ!! ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ/คะ มันใช่เรื่องแค่นี้ที่ไหนกัน!!!"

"ต่อสู้ทั้งที่อีกฝ่ายออมมือให้มันจะไปมีประโยชน์อะไร ลองคิดว่านี่เป็นการต่อสู้จริง ๆ ดูสิ พวกเธอจะมีเวลามาสนใจมั้ยว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง อีกฝ่ายเป็นเด็กหรือว่าคนแก่น่ะ...ก็ไม่ ถ้าพวกเธอยังปรับทัศนคติเรื่องนี้ไม่ได้ก็อย่าคิดจะเป็นฮีโร่ เพราะถึงเป็นไปพวกเธอก็ตายเปล่าอยู่ดี อีกอย่างที่คัตซึกิเอาจริงแบบนี้ก็เพราะยอมรับในฝีมือของโอชาโกะจังยังไงล่ะ ถึงคัตซึกิจะปากร้าย ขี้โวยวาย อารมณ์เสียเหมือนคนมีประจำเดือนตลอดเวลาก็เถอะ แต่ก็เป็นคนที่ทุ่มเทให้กับการเป็นฮีโร่มากสุดคนหนึ่งนะ การทุ่มเทพลังทั้งหมดของตัวเองต่อสู้กับอีกฝ่ายน่ะถือเป็นการให้เกียรติที่ดีที่สุด คัตซึกิรู้เรื่องนี้ดีถึงได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ไงล่ะ แล้วก็...ถ้าคิดจะเป็นฮีโร่ล่ะก็หัดมองอะไรให้มันกว้างกว่านี้หน่อยจะดีกว่านะ"พูดจบฉันก็เดินลงไปดูแบบติดขอบสนาม เพราะการต่อสู้นี้น่ะถือเป็นค่าประสบการณ์ที่ดีที่นำไปประยุกต์ใช้ในอนาคตได้ ถึงคำพูดมันจะดูรุนแรงไปบ้างแต่ก็เป็นยาดีที่ช่วยกระตุ้นพวกเด็กห้องเอให้มีแนวคิดที่ดีขึ้นกว่านี้ล่ะนะ

 คำพูดของคุณแม่ประจำห้องเอทำให้เหล่าเด็กห้องเอต่างนิ่งเงียบและคิดตามสิ่งที่เด็กสาวได้พูดทิ้งท้ายเอาไว้

"เฮ้ย!แบบนั้นยังจะเรียกตัวเองว่าฮีโร่ได้อีกเรอะ! ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าขนาดนั้นก็รีบส่งเธอออกไปนอกสนามให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยสิ! เลิกรังแกเด็กผู้หญิงได้แล้วเฟ้ย!!!"

"ใช่ ๆ ๆ"

เสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความไม่พอใจของเหล่าคนดูดังขึ้นไปทั่วทั้งสนาม กว่าครึ่งที่ส่งเสียงโวยวายคือเหล่าฮีโร่อาชีพที่ทนดูการต่อสู้นี้ต่อไปไม่ไหว

คนพวกนี้มาเป็นฮีโร่ได้ยังไง เรื่องแบบนี้ก็ยังไม่เข้าใจอีกหรอ ฉันอดมองฮีโร่เหล่านั้นไม่ได้

[มีเสียงโห่ร้องขึ้นมาแล้ว แต่จริง ๆ ฉันก็คิดอย่างนั้...---หวา!!ศอกเรอะ!! ทำอะไรของแก๊!!!]พรีเซนต์ไมค์ที่แอบเห็นด้วยโดนอาจารย์ศอกใส่เข้าเต็มหน้าแล้วแย่งไมค์มาพูดแทน

[คนที่พูดว่ารังแกเมื่อกี้ก็เป็นโปรรึ? เป็นมากี่ปีแล้วหือ?!]คำพูดของอาจารย์ทำเอาทั่วทั้งสนามเงียบกริบ

นั่นแหละค่ะ เอาเลยมายเมน พูดเลย ๆ เอาให้พวกที่ดีแต่โห่นั่นรู้ตัวสักทีว่ากำลังทำบ้าอะไรกันอยู่!

[ถ้าแค่พูดเพราะอารมณ์ล่ะก็ไม่มีประโยชน์ที่จะดูต่อไปหรอก กลับบ้านไปซะ! รีบกลับไปหาอาชีพใหม่ทำเถอะ]

"เจ๋งค่ะอาจารย์"ฉันหันไปชูนิ้วให้อาจารย์ที่นั่งพูดอยู่ที่ห้องกระจายเสียง

"อาจารย์ไอซาวะ?"เด็กห้องเอต่างนิ่งเงียบฟังสิ่งที่อาจารย์ประจำชั้นพูดประกาศออกไมค์ดังไปทั่วทั้งสนาม

[บาคุโกวน่ะ มาได้ถึงขนาดนี้เพราะเขาระมัดระวังตัว ยอมรับในความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายยังไงล่ะ เขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อชัยชนะ เขาจึงประมาทหรือแพ้ให้เธอไม่ได้]

เหมือนกันเลย เด็กห้องเอต่างนิ่งคิด คำพูดของอาจารย์ประจำชั้นและคุณแม่ของห้องนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าสิ่งที่บาคุโกว คัตซึกิทำอยู่เป็นเรื่องที่ดีแล้ว เหล่าเด็กห้องเอมองลงไปที่สนามอีกครั้งก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นสภาพการณ์ที่แท้จริงในสนาม

หรือว่านี่คือสิ่งที่มารุมิยะ/มิจิรุจังกับอาจารย์ไอซาวะต้องการจะบอกงั้นหรอ ห้องเอต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

"เก่งเหมือนกันน้า โอชาโกะจัง"

สถานการณ์ตอนนี้เจ้าลูกหมาน่ะติดกับโอชาโกะจังเข้าเต็ม ๆ เลยไงล่ะ ที่วิ่งวนเลียบติดพื้นไปมาทั่วสนามโดยปล่อยให้โดนโจมตีน่ะไม่ใช่เพราะดื้อดึงไม่ยอมแพ้ แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีที่ใช้ปิดฉากเจ้าลูกหมาต่างหาก เศษพื้นสนามที่ถูกเจ้าลูกหมาทำลายถูกโอชาโกะจังใช้อัตลักษณ์ทำให้มันลอยขึ้นไปอยู่เหนือสนามกว่าหลายร้อยชิ้น หากโดนโจมตีเข้าไปจัง ๆ ล่ะก็ต่อให้เป็นเจ้าลูกหมาก็มีสิทธิจอดได้เหมือนกัน

[ฝนดาวตกเรอะ!?]

โอชาโกะจังคลายอัตลักษณ์ออกทำให้เศษหินมากมายร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็วราวกับฝนดาวตก โอชาโกะจังพุ่งตัวฝ่ากลุ่มเศษหินเข้าไปหาเจ้าลูกหมาเพื่อโจมตีปิดฉาก แต่ว่า...

บู้ม!!!!!!!!!!!!!!!!!

"เธอดูถูกความสามารถของคัตซึกิเกินไปนะ"ฉันมองภาพในสนามที่สถานการณ์เปลี่ยนไปอีกครั้ง แรงลมมหาศาลพุ่งปะทะเข้ากับใบหน้าของฉัน

เจ้าลูกหมาใช้อัตลักษณ์ของตัวเองสร้างระเบิดขนาดใหญ่ทำลายเศษหินที่ตกลงมาจนเกิดเป็นแรงลมมหาศาลพัดร่างของโอชาโกะจังจนกระเด็นกระดอนออกไป กลุ่มควันขนาดใหญ่ปกคลุมไปทั่วทั้งสนามจนมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป เมื่อกลุ่มควันนั้นจางลงก็เผยให้เห็นโอชาโกะจังที่นอนคว่ำอยู่ห่างจากเจ้าลูกหมาไปไม่ไกล โดยที่คนที่ปล่อยระเบิดลูกใหญ่ออกไปนั้นยังคงยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน

[บ-บาคุโกวปล่อยระเบิดได้เฟี้ยวฟ้าวสุด ๆ !! ถล่มแผนการลับของอุรารากะจนหมดเลย!!!]

โอชาโกะจังถ้าอยากจะชนะล่ะก็ต้องมีแผนมากกว่านี้นะ เจ้าลูกหมาน่ะไม่ประมาทตั้งแต่รู้ว่าเธอสนิทกับน้อนแล้ว แต่ว่านะ...

"ฝืนตัวเองพอกันทั้งคู่เลยเจ้าเด็กพวกนี้"คนหนึ่งก็ฝืนใช้จนเจ็บแขน ส่วนอีกคน...

ฝืนเกินขีดจำกัดจนร่างกายทนไม่ไหว

ตุ้บ!

[อุรารากะ ดาวน์]

สถานการณ์เปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อทั้งสองกำลังพุ่งเข้าต่อสู้กับแต่ทว่าโอชาโกะจังกลับล้มลงเพราะร่างกายไม่อาจฝืนยืนต่อไปได้ แต่ว่าด้วยจิตใจไม่ยอมแพ้เธอพยายามคลานเข้าไปหาร่างของเจ้าลูกหมาที่เป็นคู่ต่อสู้ที่ตั้งท่าเตรียมสู้ด้วยความไม่หวั่นไหว เป็นการยอมรับในตัวของโอชาโกะจังที่มีจิตใจมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ แต่ก็ไม่อาจฝืนสภาพร่างกายของตัวเองต่อไปได้เลยสลบไปทั้งอย่างนั้น

มิดไนท์เข้าไปดูอาการของโอชาโกะจังก่อนจะลุกขึ้นประกาศชัยชนะของเจ้าลูกหมา

"คุณอุรารากะ สู้ต่อไม่ไหว บาคุโกวคุง ผ่านเข้าสู่รอบสอง!"

ตามมาด้วยเสียงเฮที่ดังลั่นไปทั่วทั้งสนาม เพราะคำพูดของอาจารย์ไอซาวะทำให้มุมมองผู้คนที่มีต่อเจ้าลูกหมาเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

[นัดที่แปด รอบแรก...เฮ้อ! อุรารากะ  อือ...บาคุโกว ผ่านเข้ารอบสอง]

เอ่อ...ทำตัวให้สมกับเป็นอาจารย์หน่อยสิคะ พรีเซนต์ไมค์

[ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยสิ] ดุเลยค่ะดุเลย!

[เอ้า! มาปรับอารมณ์กันใหม่...เอาแต่ใจจริง ๆ...รอบแรกจบลงไปแล้วจ้า!! หลังเบรกกันสักครู่ รอบต่อไปจะกลับมาแบบด่วนจี๋เลยจ้า]เล่นมุกกันอยู่หรอคะ ถึงได้ไม่ยอมปิดไมค์กันเนี่ย?

เฮ้อ! เอาเถอะ ตอนนี้สนามก็ซ่อมอยู่ กว่าจะถึงตาฉันลงสู้อีกรอบก็อีกสักพักเลยล่ะนะ ไปดูอาการเจ้าลูกหมาหน่อยแล้วกัน ยังไงรอบต่อไปฉันก็สู้โทริคุงไม่ไหวอยู่แล้ว ฉันไม่ใช่พวกสายรับมืออัตลักษณ์ที่มีความสามารถในการทะลุทะลวงขนาดนั้น

 

 

 

"บรรยากาศนี่มันอะไรกันฮะ"ฉันที่เดินกลับมาถึงสแตนของห้องเอต้องหรี่ตามองบรรยากาศแสนกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นภายในห้องที่บางส่วนยังทำใจยอมรับไม่ได้ คนที่ยอมรับได้ก็เอ่ยปากแซวเจ้าลูกหมาจนหัวเสีย

"เอาแขนมานี่ ฝืนตัวเองจนได้เรื่อง"ฉันเดินเข้าไปหาเจ้าลูกหมาแล้วช่วยรักษาแขนที่บาดเจ็บให้

"ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่า ยัยเมี่ยง!"ถึงปากจะว่าแบบนั้นแต่ก็ยื่นแขนข้างที่เจ็บมาให้รักษาอยู่ดี เจ้าเด็กซึนเดเระเอ๊ย!

"ลุยเต็มที่เลยนะ เก่งมาก ๆ"เมื่อรักษาเสร็จก็ยกมือลูบหัวฟูฟ่องของเจ้าลูกหมาที่นุ่มนิ่มผิดคาด  

หวา~เหมือนลูบขนหมาปอมเลยอ่ะ

"อย่ามาเล่นหัวเซ่! ยัยเมี่ยง!!!"เจ้าลูกหมาพยายามโยกหัวหลบแต่ก็ไม่พ้นเพราะฉันก็ขยับตามไปขยี้หัวเล่นจนหนำใจก่อนจะรู้สึุกถึงแรงกระตุกที่ด้านหลัง พอหันไปก็เจอกับเด็กเด๋อที่ช้อนตามองฉันตาแป๋ว

"ว่าไงโชโตะ?"เด็กเด๋อไม่ตอบแต่เอียงหัวมาหาเหมือนต้องการจะบอกอะไรสักอย่าง"อยากให้ลูบหัวหรือไง?"

ถามเล่น ๆ แต่เด็กเด๋อพยักหน้ากลับมาแบบจริงจังซะงั้น ฉันนิ่งไปก่อนจะยกมือลูบหัวเด็กเด๋อที่ดูจะอารมณ์ดีผิดคาด

ทำไม...ถึงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่เลี้ยงเด็กเลยฟะ

คุณแม่จริง ๆ ด้วย เด็กห้องเอที่เหลือต่างมีความคิดเดียวกันเมื่อเห็นภาพผู้ปกครองประจำห้องสามารถลูบหัวพวกตัวแสบของห้องได้เหมือนเด็ก ๆ

"หึหึ คิดว่าใครจะผ่านเข้ารอบ?"ฉันถามขึ้นลอย ๆ ขณะมองไปที่สนามที่จัดการแข่งตัดสินระหว่างเอจิโร่กับเจ้าเด็กจอมแหกปากของห้องบีเพื่อหาผู้เข้ารอบ

[คู่ที่เสมอกันในนัดที่เจ็ดของรอบแรก คิริชิมะและเท็ตสึเท็ตสึ! ผู้ชนะที่ผ่านเข้ารอบสองโดยการงัดข้อครั้งนี้คือ....]

ดุเดือดดีจริง ๆ สองคนนั้นไม่มีใครยอมใคร แต่ว่าคนที่ใจสู้มากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ

"ผู้ชนะ คิริชิม่าคุง ผ่านเข้าสู่รอบสอง!!!"มิดไนท์ประกาศชื่อผู้ชนะการแข่งงัดข้อที่ใช้เวลาร่วมสิบนาที

[ผู้ที่ได้ตั๋วเข้ารอบต่อไปก็คือคิริชิม่า!!!]

สองคนนั้นกลายเป็นเพื่อนกันไปซะแล้ว ก็สมกับเอจิโร่ดีล่ะนะ ไม่อย่างนั้นคงมาสนิทกับเจ้าลูกหมาจอมโวยวายไม่ได้หรอก

[เอ้า! แค่นี้ก็ได้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบสองครบแล้ว ทีนี้ก็มาเริ่มกันเลยน้า]

"ไปเตรียมตัวได้แล้ว รอบแรกของนายนะโชโตะ"ฉันตบหลังเด็กเด๋อเป็นการให้กำลังใจ

"อือ เจอกันรอบชิง"แหนะ ยังไม่หยุดพูดเรื่องชวนกดดันอีกนะคนเรา

"จ้า ๆ"ฉันรับคำแล้วโบกมือให้เด็กเด๋อไปที่สนามได้แล้ว ส่วนตัวเองก็เอนหลังนอนพักเอาแรงก่อนลงไปสู้กับโทริคุง"ถึงเวลาแล้วปลุกด้วยนะ"

พูดจบฉันก็หลับไปในทันที

zzZ

 

 

 

หลังผู้ปกครองประจำห้องเอหลับไป การแข่งขันก็ได้เริ่้มต้นขึ้น โทโดโรกิเปิดฉากการต่อสู้ด้วยน้ำแข็งขนาดใหญ่ แต่มิโดริยะก็ทำลายมันลงได้อย่างง่ายดายแต่ก็แลกมาด้วยนิ้วที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากการใช้พลังเต็มร้อย ไม่นานนักคิริชิม่าก็ได้กลับมาที่สแตนของห้อง เด็กหนุ่มผมแดงทักทายเพื่อนร่วมห้องและพูดคุยกับบาคุโกวในฐานะคู่แข่งที่จะเจอกันในรอบที่สอง

"ฉันจะฆ่าแก"บาคุโกวตอบกลับไปก่อนจะสะดุ้งกันยกห้องเมื่อเด็กสาวที่ควรจะหลับอยู่ส่งเสียงออกมา

"คัตซึกิสุภาพหน่อย...zzZ"

"หลับอยู่ล่ะ"คิริชิม่าหน่วยกล้าตายชะโงกหน้าดูเด็กสาวแล้วหันมาบอกกับเพื่อนคนอื่นที่พร้อมใจกันถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วหลุดขำออกมา

"คิก ๆ โดนดุทั้งที่ยังหลับว่ะ"คามินาริปิดปากกลั้นขำสุดฤทธิ์

"หา? อยากตายหรอวะไอ้ไฟฟ้าเฮงซวย!!"บาคุโกวฉุนขาดเตรียมพุ่งเข้าไปอัดคามินาริ ร้อนถึงคิริชิม่าต้องมาช่วยห้ามปรามไว้ก่อนที่คุณแม่จะตื่นมาอาละวาด"น่า ๆ เสียงดังมาก ๆ ระวังมารุมิยะตื่นนะ"

คำเดียวหยุดทุกอย่าง เด็กห้องเอพยายามกลั้นขำสุดฤทธิ์แบบไม่ส่งเสียง ส่วนบาคุโกวแม้จะหงุดหงิดแต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับคนที่หลับอยู่เลยได้แต่นั่งกอดอกด้วยความโมโห โดยมีคิริชิม่าคอยปรามอยู่เนือง ๆ เป็นอันจบความวุ่นวายบนสแตนของห้องเอ

ในสนามเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง โทโดโรกิพุ่งเข้าโจมตีมิโดริยะพร้อมกับใช้น้ำแข็งจู่โจมไปด้วย มิโดริยะยังคงใช้พลังตอบโต้กลับไปอย่างต่อเนื่องแม้จะสูญเสียมือไปแล้วข้างหนึ่งก็ตาม แต่ด้วยจิตใจไม่ยอมแพ้เขายังหาเส้นทางตอบโต้โทโดโรกิกลับไปให้ได้

โทโดโรกิพุ่งเข้าจู่โจมจากด้านบน มิโดริยะกระโดดหลบถอยห่าง แต่นั่นคือโอกาสที่โทโดโรกิเล็งไว้ เด็กหนุ่มผมสองสีใช้อัตลักษณ์น้ำแข็งของตนแช่แข็งเท้าของมิโดริยะเอาไว้ได้ทันก่อนที่เด็กหนุ่มจะกระโดดหลบไปได้พ้น มิโดริยะทุ่มเข้าโจมตีด้วยหมัดสุดแรงจนน้ำแข็งแตกกระจายและเกิดแรงลมหนาวมหาศาลพุ่งพัดปะทะเข้ากับคนดูอย่างแรง โทโดโรกิกระเด็นถอยไปจนเกือบตกเวที แต่ว่าก็ใช้่น้ำแข็งของตนสร้างเป็นกำแพงสูงขึ้นมากันร่างของตัวเองเอาไว้ได้ การโจมตีนั้นของมิโดริยะแลกมากับแขนซ้ายที่ได้รับบาดเจ็บจนกลายเป็นสีม่วงช้ำ

โทโดโรกิใช้น้ำแข็งเข้าจู่โจมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บรรยากาศรอบตัวมิโดริยะเปลี่ยนไป เด็กหนุ่มกำลังไม่พอใจที่โทโดโรกิเอาแต่มองไปที่เอนเดเวอร์ทั้งที่กำลังต่้อสู้กับเขาอยู่ มิโดริยะทำลายน้ำแข็งจนแหลกละเอียด ครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน การโจมตีนี้สร้างแรงลมมหาศาลพัดร่างของโทโดโรกิจนถอยไปเกือบสุดขอบสนามหากไม่สร้างน้ำแข็งขึ้นมากันไว้ โทโดโรกิคงตกสนามไปแล้ว

มิโดริยะไม่พอใจในตัวโทโดโรกิที่ต่อสู้ด้วยพลังเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทั้งที่คนอื่นที่ลงมาต่อสู้ในสนามแห่งนี้ทุ่มสุดตัวด้วยพลังทั้งหมดที่มี ภาพการต่อสู้ของอุรารากะและบาคุโกวยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของมิโดริยะ

"ทุกคนต่อสู้ด้วยทุกอย่างที่มี เพื่อชนะและเข้าใกล้ความฝัน เพื่อเป็นที่หนึ่ง นายอยากจะชนะเพราะใช้พลังครึ่งเดียวงั้นหรอ? นายยังทำให้ฉันเป็นรอยไม่ได้ด้วยซ้ำ! สู้กับฉันด้วยทุกอย่างที่มีซะ!!!"

โทโดโรกินิ่งเงียบไปก่อนจะตวาดขึ้นมาด้วยความโกรธ

"วางแผนอะไรไว้ล่ะ ตาแก่นั่นยัดเงินนายหรือไง ฉันโกรธแล้วนะ!!"

โทโดโรกิพุ่งเข้าจู่โจมมิโดริยะด้วยความโกรธที่พุ่งขึ้นสูงเมื่อมีเรื่องของเอนเดเวอร์มาเกี่ยวข้อง เมื่อเข้าถึงตัวมิโดริยะที่รออยู่แล้วปล่อยหมัดเข้ากลางลำตัวโทโดโรกิเข้่าอย่างจัง แต่โทโดโรกิก็ไม่เสียท่าง่าย ๆ เขาได้แช่แข็งแขนข้างหนึ่งของมิโดริยะไปแล้วในจังหวะที่ร่างกายกำลังลอยออกห่าง แม้ว่านั่นจะแลกมากับอาการบาดเจ็บที่มากขึ้นของมิโดริยะก็ตาม

โทโดโรกิยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง แม้จะจุกแต่ความโกรธที่มีมากกว่าทำให้เขาโหมโจมตีมิโดริยะต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนขีดจำกัดของตัวเองว่าทนต่อความหนาวเย็นได้ถึงแค่ไหนโดยไม่ใช่ความร้อนจากฝั่งซ้ายละลายน้ำแข็งเหล่านั้น ทั้งสองผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ทั้งคู่ต่างใกล้ถึงขีดจำกัดด้วยกันทั้งคู่ หากโทโดโรกิไม่ยอมใช้ความสามารถฝั่งซ้ายของตน การโจมตีของเขาจะช้าลงเรื่อย ๆ ส่วนมิโดริยะหากฝืนโจมตีต่อไปแขนของเขาอาจจะใช้การไม่ได้อีก

ผู้ชมที่เฝ้ามองดูการแข่งขันนี้ได้แต่เฝ้ามองอย่างลุ้นระทึก ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ การต่อสู้ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำก็ผู้คนไปอีกนาน

มิโดริยะยังคงฝืนร่างกายใช้อัตลักษณ์โจมตีโทโดโรกิต่อไป ทั้งที่นิ้วทั้งห้าแทบจะใช้งานอะไรไม่ได้แล้ว

"ทำไมนายถึงยังสู้อีก!"

"เพราะฉันแบกรับความหวังของทุกคนที่ฉันรัก ฉันอยากจะยิ้มและปกป้องพวกเขา เพื่อเป็นฮีโร่ที่สุดยอด นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะเป็น!!! นั่นคือเหตุผลที่ทุกคนให้ฉันมา!!!"

มิโดริยะพุ่งเข้าจู่โจมโทโดโรกิอีกครั้งจนเด็กหนุ่มผมสองสีต้องถอยออกมาเพื่อหลบการโจมตี

คำพูดของมิโดริยะนั้นทำให้โทโดโรกิย้อนนึกไปถึงวัยเด็กที่ยังมีความสุขของเขา ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับคุณแม่ที่แสนใจดี ได้เฝ้ามองและใฝ่ฝันที่จะเป็นฮีโร่แบบออลไมท์ ก่อนที่มันจะแทนที่ด้วยความทรงจำที่แสนเจ็บปวดที่ถูกสร้างขึ้นมาจากพ่อของเขา ความเจ็บปวด ความเศร้าโศก ความเหงา ความโดดเดี่ยวที่ได้รับมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แม้ว่าในช่วงเวลาเหล่านั้นจะมีแสงสว่างแสนเบาบางคอยเข้ามาประคองเขาเอาไว้แต่มันก็พังทลายลงไปในเวลาไม่นาน

มารุมิยะ มิจิรุ คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ข้างเขามาตลอด แต่เมื่อปีก่อนเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงเด็กสาวเริ่มออกห่างจากเขา ความมืดมิดเริ่มกลับมาเกาะกุมเขาอีกครั้ง แสงสว่างที่จางหายไปทำให้เขาจมอยู่กับความแค้น ความชิงชังที่มีต่อพ่อของเขา จนเขาเข้าเรียนที่ยูเอย์ เขาได้พบกับแสงสว่างของเขาอีกครั้ง เขาเป็นคนเข้าหาเด็กสาวก่อนแม้ในใจจะหวาดกลัวว่าจะโดนถอยห่าง แต่เขากลับต้องแปลกใจเมื่อเด็กสาวเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แต่ทว่าเขากลับชอบเด็กสาวในตอนนี้มากกว่า ถึงจะปากร้าย ทำตัวไม่สนโลก เอาแต่นอน แต่ทว่าก็คอยเป็นห่วง ดูแล ตามใจคนรอบตัวจนเหมือนไม่ใช่มิจิรุที่เขารู้จัก มิจิรุในตอนนี้สว่างจ้าราวกับแสงอาทิตย์คอยนำทางเขาที่หลงทางอยู่ในความมืดมิดที่เรียกว่าความแค้น

เขาพูดได้เต็มปากเลยว่าหากให้สูญเสียมิจิรุในตอนนี้ไป โลกของเขาคงไม่เหลือแสงสว่างอะไรให้ค้ำจุนอีกเลย

"ฉันไม่รู้เรื่องทั้งหมดหรือการตัดสินใจของนาย แต่การเป็นที่หนึ่งโดยไม่ใช่พลังทั้งหมดเพื่อปฏิเสธพ่อของนาย ฉันว่าควรพอได้แล้ว นั่นคือเหตุผล...ที่ฉันชนะ!!! ฉันจะเอาชนะนาย!"

มิโดริยะพุ่งเข้าโจมตีโทโดโรกิเต็มแรง ร่างของเด็กหนุ่มผมสองสีลอยอยู่กลางอากาศระหว่างนั้นคำพูดที่เขาแทบจะลืมเลือนไปแล้วของคุณแม่ที่คอยปลอบประโลมเขาในยามที่โดนตาแก่นั่นรังแกอยู่ฝ่ายเดียวกับภาพความทรงจำของบาดแผลด้านซ้ายก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด

ภาพคุณแม่ที่คอยปลอบประโลมเขายามเจ็บปวดกับภาพของคุณแม่ที่พังทลายเพราะทนไม่ได้ที่จะเห็นนเขาเป็นเหมือนตาแก่นั่นจนเอาน้ำร้อนสาดเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายของเขา คำว่าน่าเกลียดของคุณแม่ยังคงฝังรากลึกในความทรงจำของเขา รวมถึงคำโกหกของตาแก่นั่นที่บอกว่าคุณแม่ไม่สบายเลยต้องไปอยู่โรงพยาบาลทั้งที่สาเหตุของเรื่องทั้งหมดมาจากตัวเองแท้ ๆ เพราะเหตุการณ์ในตอนนั้นทำให้ความเกลียดชังของเขาที่มีต่อพ่อเพิ่มมากขึ้นจนแม้แต่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง

เพราะเหตุการณ์นั้นทำให้เขาเลือกที่จะปฏิเสธพลังด้านซ้ายของตัวเอง ด้านซ้ายที่คุณแม่รังเกียจ พลังที่เหมือนกับพ่อ เขาอยากจะปฏิเสธมัน

"นั่นพลังของนายไม่ใช่รึไง!?"คำพูดของมิโดริยะทำให้เขานึกถึงคำพูดของคุณแม่ที่ลืมไปแล้วได้กับคำพูดที่มิจิรุเคยพูดไว้กับเขาก่อนที่จะลงสู้ในทัวร์นาเมนต์รอบแรก

'ลูกไม่จำเป็นต้องโทษเลือดของลูกหรอก ไม่เป็นไรหรอกที่เป็นแบบนี้ ลูกอยากเป็นใครจ๊ะ'

'โชโตะก็คือโชโตะ ต่อให้เป็นไฟเหมือนกัน แต่ไฟนี้ก็เป็นพลังของนาย ไม่ใช่ของคุณลุง'

เปลวไฟที่เขาไม่เคยคิดจะใช้ในการแข่งนี้ถูกจุดขึ้นมาจนลุกโหมไปทั่วทั้งสนาม

"ยอมใช้จนได้นะ โชโตะ"เด็กสาวที่นอนหลับอยู่สัมผัสได้ถึงไอความร้อนในปริมาณมหาศาลพึมพำขึ้นมาทั้งรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าที่หลับไหล

'ตอนนี้นายอาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าได้สู้กับอิซึคุล่ะก็นายจะต้องเข้าใจแน่'

ที่เธอพูดหมายถึงแบบนี้เองหรอมิจิรุ เป็นแสงสว่างที่ชอบทำอะไรยุ่งยากเสียจริงนะ แต่ว่าเพราะแบบนี้มิจิรุถึงได้เป็นแสงสว่างของเขามาตลอดยังไงล่ะ

"แม้อยากจะชนะ เพื่อช่วยศัตรูคนที่กำลังกลุ้มอยู่เนี่ยนะ"โทโดโรกิใช้เปลวไฟละลายน้ำแข็งที่อยู่ตามตัวไปจนหมด"ฉันก็อยาก...เป็นฮีโร่!"

"ชะ...อุ๊บ!"เอนเดเวอร์ที่คิดจะพูดกับลูกชายที่อยู่กลางสนามกลับพูดไม่ออกเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งโผล่มาด้านหลังแล้วใช้พวงหางสีดำแซมขาวปิดปากเขาเอาไว้

"ขอโทษนะครับ แต่ว่ามิจิรุเขาขอมาน่ะ"เป็นแบล็ควูฟนั่นเองที่ปิดปากของเอนเดเวอร์เอาไว้ น้องสาวจอมเอาแต่ใจอุตส่าห์ขอร้องมาทั้งที มีหรือพี่ชายอย่างเขาจะไม่ทำตามคำขอน่ะ ถึงแม้ว่านิสัยตอนนี้จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่มิจิรุก็ยังเป็นน้องสาวที่เขารักที่สุดอยู่ดี

เอนเดเวอร์แม้อยากจะเผาหางของแบล็ควูฟมากแค่ไหนแต่เขาก็ทำไม่ลง เพราะชายหนุ่มเป็นลูกชายของเพื่อนรักที่ฝากฝังเอาไว้กับเขาก่อนที่จะตาย ทำให้เขาไม่สามารถลงมือทำร้ายชายหนุ่มได้ ยัยหนูนั่นเจ้าเล่ห์เหมือนใครกันนะ รู้จักใช้คนมาห้ามปรามเขาได้ดีจริง ๆ

"สุดยอด"มิโดริยะเผลอยิ้มออกมากับพลังที่เก็บซ่อนไว้ของโทโดโรกิ

"ทำไมถึงยิ้มล่ะ บาดเจ็บขนาดนั้น ในสถานการณ์แบบนี้ นายบ้าไปแล้วแน่ ๆ อย่ามาโทษฉันแล้วกัน"โทโดโรกิที่ตัดสินใจใช้พลังฝั่งซ้ายในการต่อสู้ เริ่มลงมือจู่โจมอีกครั้ง น้ำแข็งและเปลวไฟลุกโชนไปทั่วทั้งสนามอย่างรวดเร็ว มิโดริยะแม้จะบาดเจ็บจนแทบยืนไม่อยู่แต่ก็เรียกใช้อัตลักษณ์ของตนเตรียมโต้ตอบกลับการโจมตีนั้น

ซีเมนทอสที่รับรู้ถึงความรุนแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าใช้อัตลักษณ์ของตนสร้างกำแพงเพื่อป้องกันผลกระทบจากการโจมตีที่กำลังจะเกิดขึ้น มิดไนท์ก็เรียกใช้อัตลักษณ์ของตนเพื่อหยุึดยั้งเด็กหนุ่มทั้งสองคน แต่ทว่าก็ไมทันเสียแล้ว โทโดโรกิสร้างน้ำแข็งในปริมาณมหาศาลเข้าโจมตี มิโดริยะวิ่งหลบการโจมตีเหล่านั้นด้วยขาที่เสริมอัตลักษณ์ของออลฟอร์วันเข้าไปหาโทโดโรกิที่ยืนตั้งรับรออยู่แล้ว โทโดโรกิใช้เปลวไฟจากฝั่งซ้ายสร้างเปลวไฟในปริมาณมหาศาลเข้าโจมตี

พลังทั้งสองพุ่งเข้าหากัน ก่อนที่กำแพงซีเมนต์จะปรากฏขวางทางการโจมตีนั้นแต่ก็ไม่อาจกันไว้ได้พังทลายลงในทันที เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ กลุ่มควันมหาศาลปกคลุมไปทั่วทั้งสนาม แรงลมมหาศาลพัดพาทุกสิ่งรอบตัวให้ลอยกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่เด็กสาวผมเงินที่หลับไหลอยู่จนร่างเล็กลอยขึ้นจากเก้าอี้ ร้อนถึงเด็กหนุ่มผมแดงที่นั่งข้าง ๆ ต้องคว้าเอาไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะถูกพัดออกไปนอกสนามเข้าจริง ๆ

"ยังหลับอยู่ได้ น่าเหลือเชื่อจริง ๆ"คิริชิม่ายิ้มแหย ทั้งที่ปกติตื่นง่ายแท้ ๆ ทำไมรอบนี้หลับลึกนักล่ะ

[เกิดอะไรขึ้น?]พรีเซนต์ไมค์ที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดจนหงายหลังร่วงจากเก้าอี้ร้องถามเสียงหลงโดยลืมไปว่าตัวเองเปิดไมค์อยู่[ห้องของนายมันอะไรกันเนี่ย!!!]

[อากาศที่เย็นลงอย่างรวดเร็วและความร้อนที่ขยายตัว]ผิดกับอาจารย์ประจำชั้นห้องเอที่ดูจะไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด

[นั่นทำให้ระเบิดหรอ? ร้อนขนาดไหนเนี่ย?! ไม่เห็นอะไรเลย! นี่ใครเป็นผู้ชนะกันแน่?]หลังจากตั้งหลักได้พรีเซนต์ไมค์ก็กลับมาทำหน้าที่อีกครั้ง

เมื่อกลุ่มควันจางลงก็เผยให้เห็นภาพที่ทุกคนต่างชะงักงัน มิโดริยะแม้จะยังยืนอยู่ได้แต่ก็ุถูกแรงระเบิดผลักกระเด็นจนร่างกระแทกกับกำแพงสเตเดียมก่อนที่ร่างจะเอนล้มลงไปกองกับพื้นเพราะเจ้าตัวสลบไปแล้วทั้งยืนในสภาพร่างกายที่ยับเยินจนแทบดูไม่ได้ ส่วนโทโดโรกินั้นหากไม่ได้ใช้พลังน้ำแข็งของตนสร้างมากันเอาไว้ก็คงหลุดออกนอกสนามไม่ต่างกัน

"มะ...มิโดริยะคุงออกนอกสนาม โทโดโรกิคุงเข้ารอบต่อไป"

และแล้วการแข่งคู่แรกในรอบที่สองก็จบลงไปท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนดูที่เฝ้ามองการต่อสู้อย่างลุ้นระทึกตลอดการแข่ง

ผู้ชนะในรอบสอง คู่แรก โทโดโรกิ โชโตะ

 

 

 

Talks ท้ายบท

น้องรีบวิ่งมาแทบตาย ที่ไหนได้ก็แค่เด็กตีกันธรรมดา 

น้องสามารถหลับได้แม้จะเกิดเรื่องมากมายในการแข่งก็ตาม น้องบอกไม่ไหวแล้วง่วง และ เด็กเด๋อใช้พลังไฟแล้วค่า เฮ~(ปรบมือ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #45 pattypimpisa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 01:13
    ไม่น่ามาเจอเรื่องนี้ตอนดึกๆเลยค่ะ ไม่ได้นอน
    #45
    0
  2. #44 tingtingg4213 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 23:13
    คนจะเป็นพ่อคงยากแล้วแหละ ต้องผ่านด่านเด็กเด๋อ(+ เหล่าลูกๆห้องเอ)ให้ได้ก่อนล่ะนะ 55555
    #44
    0
  3. #43 0619323351 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 22:35
    ไม่ว่าจะหลับหรือตื่นคุณแม่ก็สามารถดุได้5555
    #43
    0
  4. #42 Mynun9412 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 22:01
    ขออีกตอนได้ไหมมม สนุกมากกกกก อุแง้
    #42
    0
  5. #41 Warina2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 18:11
    เอนดูความคุณแม่ ดุทั้งที่หลับ สุดจ๊าบ5555555555555
    #41
    0