Fic : BNHA/Boku no Hero Academia รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นเด็กห้อง1Aไปแล้วล่ะ(??? X OC)

ตอนที่ 13 : Chapter 12 : ศึกทัวร์นาเมนต์ ตอนต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    16 ส.ค. 63

Chapter 12 : ศึกทัวร์นาเมนต์ ตอนต้น

"ว่าแต่ทำไมฉันถึงต้องมานั่งพากย์กับอาจารย์ด้วยล่ะคะเนี่ย?"ฉันถามหลังจากศึกทัวร์นาเมนต์คู่แรกจบลงไป จำได้ว่าฉันกะจะมานอนพักเอาแรงก่อนลงสนามเฉย ๆ ไม่ใช่หรอ แล้วไหงมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย

"แต่เธอก็ทำได้ดีเลยนี่นา มารุมิยะ"พรีเซนต์ไมค์หันมาชมฉันระหว่างปล่อยให้ในสนามซึมซับบรรยากาศชัยชนะแรกที่เกิดขึ้นไป

"เพราะรู้อัตลักษณ์ของสองคนนั้นต่างหากล่ะคะ ถ้าไม่รู้ฉันก็พูดอะไรไม่ได้หรอก"ฉันตอบตามตรงก่อนจะขอตัวออกไปเตรียมตัวสำหรับการแข่งของตัวเอง"ขอตัวล่ะค่ะ"

ไปดูอาการของน้อนหน่อยก็น่าจะดี นิ้วหักไปตั้งสองนิ้วแบบนี้ ให้ไปสู้กับในรอบต่อไปคงจะไม่ไหว ถึงผลแพ้ชนะจะรู้อยู่แล้วก็ตาม แต่อย่างน้อยถ้าจะแพ้ล่ะก็แพ้ตอนที่ร่างกายพร้อมจะสมศักดิ์ศรีกว่าล่ะนะ ไม่งั้นเดี๋ยวก็จะมีพวกเพราะร่างกายบาดเจ็บก็เลยแพ้ ไม่ก็ร่างกายไม่พร้อมเลยสู้ได้ไมาเต็มที่ และอีกบลา ๆ ๆ ที่จะหาข้อผิดพลาดของใครสักคนมาอ้างเพื่อพูดโจมตี

คิดแล้วก็เปลี่ยนเส้นทางไปหาน้อนที่ตอนนี้น่าจะอยู่กับรีคัฟเวอรี่เกิร์ล เดินมาสักพักยังไม่ถึงห้องพยาบาลชั่วคราวก็พบกับน้อนที่เดินกุมมือออกมาจากห้องพยาบาลชั่วคราว

"อิซึคุ เป็นยังบ้างการต่อสู้แบบจริงจังครั้งแรกกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน"ฉันเดินเข้าไปหาน้อนแล้วจับมือข้างที่นิ้วหักมารักษาอาการให้ ระหว่างนั้นก็ชวนคุยไปด้วย

"ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำเต็มที่หรือยัง แต่ผม..."น้อนก้มหน้ากำมือแน่น

"กังวลเรื่องฮิโตชิสินะ"ฉันก็พอเดาได้ น้อนน่ะเป็นประเภทโลกสวยที่คิดว่าอยากจะช่วยทุกคนให้ได้ พอเจอคนที่ต่อต้านหรือปฏิเสธก็เลบเสียสูญนิดหน่อย

"ครับ"

"อย่ากังวลไปเลยน่า ปัญหาเรื่องของฮิโตชิมันก็มีแค่...คนที่จะช่วยได้ไม่ใช่นายก็เท่านั้นเอง อย่าคิดว่าตัวเองจะสามารถช่วยทุกคนได้ ความคิดแบบนั้นมันเกินตัวเกินไป ให้คิดแค่ว่าจะช่วยคนที่อยู่ตรงหน้ายังไงให้ได้ก็พอ อย่าแบกอะไรไว้บนบ่าเยอะเกินไป ไม่อย่างนั้นทุกอย่างมันจะล้มลงมาหมด ตอนนี้ยังทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พยายามไปทีละเล็กละน้อย สุดท้ายแล้วความพยายามไม่เคยทรยศใคร"ฉันลูบหัวปลอบน้อนก่อนจะขอตัวแยกออกไปเตรียมตัวทำสมาธิเพราะอีกไม่กี่คู่ก็จะถึงตาของฉันแล้ว

"อีกแล้วเรอะ"ฉันงึมงำในลำคอเมื่อเดินพ้นจากน้อนมาได้ไม่เท่าไหร่ก็มาเจอปัญหาตัวเป้งยืนอยู่ไม่ไกลจากห้องพักที่ฉันจะเข้าไปนั่งทำสมาธิ ถ้ามีแค่เด็กเด๋อคนเดียวน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ปัญหามันอยู่ที่เอนเดเวอร์ที่ยืนขวางทางของเด็กเด๋ออยู่นั่นไง

เฮ้อ! ขอไม่ยุ่งแล้วกัน แต่ถ้ามันเริ่มเกินเหตุค่อยเข้าไปปราม

"แกทำตัวน่าอายนะโชโตะ ถ้าแกใช้พลังฝั่งซ้าย แกก็จะชนะได้สบาย ๆ ทั้งรอบอุปสรรคและม้าศึก เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว แกต้องเหนือกว่าออลไมท์ เข้าใจรึเปล่า? แกต่างจากพี่น้องของแก แกคือผลงานที่ดีที่สุด!"เอนเดเวอร์พูดกับเด็กเด๋อที่ทำเป็นไม่สนใจเดินผ่านไป แต่เมื่อโดนพูดจี้จุดทำให้เด็กเด๋อเริ่มพูดโต้ตอบกลับ

"พูดได้แค่นี้หรอ เจ้าบ้า? ฉันจะชนะและก้าวหน้าไปพร้อมกับพลังของแม่เท่านั้น ฉันจะไม่ใช้พลังของนายในการต่อสู้"

"แม้จะได้ผลในตอนนี้ แกต้องไปถึงขีดจำกัดของมันแน่"

แปะ ๆ ๆ  

"พอแค่นั้นแหละค่ะ ทั้งสองคนเลย"เป็นฉันเองแหละที่ทนดูไม่ไหวต้องเข้าไปสอดเรื่องครอบครัวชาวบ้านเขาอีกรอบ คนพ่อก็พูดจาดี ๆ กับลูกไม่เป็น คนลูกก็เข้าสู่วัยต่อต้าน(ที่จริงก็ต่าต้านมานานแล้วล่ะนะ) เห็นแล้วมันอดเข้าไปยุ่งไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ

"มิจิรุ?/ยัยหนู!"สองพ่อลูกโทโดโรกิประสานเสียงกันเมื่อเห็นฉันเดินเข้ามาในวงสนทนา

"คุณลุงคะ นี่ถือเป็นคำขอร้องจากลูกสาวของเพื่อนรักคุณลุง...เลิกกดดันโชโตะได้แล้วค่ะ ตอนนี้โชโตะอาจจะไม่เข้าใจสิ่งที่คุณลุงต้องการจะบอกแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเข้าใจมัน คุณลุงต้องรอเวลานะคะ แน่นอนว่าเรื่องที่ฉันพูดคือเรื่องของพลัง ไม่ใช่เรื่องความต้องการทีุ่อยากจะให้ไปให้เหนือกว่าออลไมท์ คุณลุงจะอยากเหนือกว่าออลไมท์นั่นก็เป็นเรื่องของคุณลุง แต่ว่าโชโตะก็คือโชโตะ ไม่ใช่คุณลุง ความต้องการของโชโตะก็ต้องให้โชโตะเลือกเองค่ะ"ฉันหันไปคุยกับเอนเดเวอร์ที่ยืนกดดันเด็กเด๋อที่ไม่ยอมใช้พลังไฟในการแข่งทั้งสองรอบที่ผ่านมา

เป๊าะ!

"ส่วนโชโตะ นายไม่ควรพูดแบบนั้นกับคุณลุงนะ ถึงจะไม่ชอบใจยังไงคุณลุงก็ยังเป็นพ่อของนาย เรื่องที่ต่อต้านพ่อของตัวเองฉันเข้าใจ แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะต้องปิดผนึกพลังของตัวเองไว้เพียงเพราะว่าไม่ชอบคุณลุง จริงอยู่ที่นายคิดว่าพลังไฟนั่นเป็นของคุณลุง แต่ว่านะ...โชโตะก็คือโชโตะ ต่อให้เป็นไฟเหมือนกัน แต่ไฟนี้ก็เป็นพลังของนาย ไม่ใช่ของคุณลุง ตอนนี้นายอาจจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าได้สู้กับอิซึตุล่ะก็นายต้องเข้าใจแน่"ฉันดีดหน้าผากเด็กเด๋อที่พูดจาไม่ดีกับพ่อของตัวเอง รู้ว่าไม่ชอบเอนเดเวอร์ แต่ว่าถ้าเอาแต่พูดจาแบบนั้นจนติดเป็นนิสัย มันจะกลายเป็นนิสัยแย่ ๆ เอาน่ะสิ เพราะงั้นต้องแก้ตอนที่ยังแก้ได้

"...อือ"ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่เด็กเด๋อก็พยักหน้ารับรู้สิ่งที่ฉันพูดไป

"เอาเถอะ ๆ ไปเตรียมตัวแข่งได้แล้ว ฉันจะคอยเชียร์อยู่ที่สแตนนะ"ฉันดันหลังเด็กเด๋อให้เดินไปที่สนามได้แล้วเพราะใกล้ได้เวลาแข่งมากขึ้นทุกที

"ไปนะ"หันมาโบกมือหยอย ๆ เหมือนลูกน้อยเวลาต้องจากแม่ ฉันยิ้มขำแล้วโบกมือตอบ เด็กเด๋อยิ้มบางแล้วเดินออกไปด้วยอารมณ์ที่ดีกว่าตอนที่ได้เจอเอนเดเวอร์

"รู้ค่ะว่าที่ฉันทำเนี่ยยุ่งเรื่องครอบครัวมากเกินไป แต่ฉันไม่อยากเห็นครอบครัวของคุณลุงพังทลายลงไปเพราะความต้องการที่มากเกินพอดีของคุณลุง ฮ่า ๆ ๆ ฉันไม่คิดว่าคุณลุงจะเข้าใจมันในตอนนี้หรอกค่ะ แต่เชื่อเถอะค่ะ สิ่งที่ฉันพูดไปในวันนี้จะทำให้ครอบครัวของคุณลุงกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างแน่นอน จะช้าจะเร็วที่เหลือมันขึ้นอยู่กับตัวคุณลุงเองล้วน ๆ"ฉันหันมาพูดกับเอนเดเวอร์อีกเล็กน้อยก่อนจะขอตัวลาออกมา ก่อนไปฉันหันไปพูดทิ้งท้ายไว้ว่า"ทั้งที่รักโชโตะมากแท้ ๆ ฉันว่าแสดงออกมาตรง ๆ ดีกว่านะคะ ไม่ใช่ทำตัวอ้อมค้อมพูดเหมือนโชโตะเป็นเพียงแค่เครื่องมือ เด็กน่ะบางครั้งก็ไม่เข้าใจหรอกนะคะว่าผู้ใหญ่ต้องการอะไรถ้าไม่ยอมพูดออกไปตรง ๆ น่ะ ฉันว่าฉันยุ่งเรื่องนี้มากเกินไปแล้ว ขอตัวนะคะ"

ในวันเดียวฉันยุ่งเรื่องบ้านเด็กเด๋อไปสองรอบขนาดนี้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านขึ้นไปทุกทีแล้วสิ แต่จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่สบายใจอีก เฮ้อ!

 

 

 

"มิจิรุจังทางนี้ ๆ"

"เตรียมตัวพร้อมแข่งกันรึยัง?"ฉันถามแล้วเดินเข้าไปหาโอชาโกะจังที่โบกมือเรียกฉันให้ไปนั่งด้วย แต่ฉันก็เลือกนั่งข้างเอจิโร่ที่ติดริมทางเดินแทนเพราะมันสะดวกกว่า ก่อนจะหันไปหามาชิราโอะที่ดูจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าตอนแรกที่ขอถอนตัว"อารมณ์ดีขึ้นแล้วสินะมาชิคุง?"

"อือ ได้พักแล้วก็ดีขึ้นเยอะ"

"เมื่อกี้ตกใจมากเลยนะ ทำไมถึงไปอยู่ที่ห้องกระจายเสียงกับพวกอาจารย์ได้ล่ะ"โอชาโกะจังถามด้วยสีหน้าตื่น ๆ

"ไปนอนน่ะ ส่วนที่ไปพากย์ได้ไง อาจารย์บอกให้ไปช่วยพรีเซนต์ไมค์พากย์น่ะก็เลยเป็นอย่างที่เห็น"ฉันตอบไปตามตรง

"วางแผนสู้รึยังล่ะ"เอจิโร่ถามต่อ

"ไม่ล่ะ แผนน่ะไปวางตอนลงสนามก็ได้"ฉันส่ายหัวแล้วหันไปสนใจที่สนามที่การต่อสู้ได้เริ่มไปแล้ว"สนใจที่สนามเถอะ ดูไว้เป็นประสบการณ์"

"ครับ/ค่า"ตอบรับเสียงแข็งขัน

[นัดที่สองของรอบชิงชนะเลิศ พร้อมรึยัง...เริ่มได้!!!]

เมื่อสัญญาณเริ่มต่อสู้ดังขึ้น ฮันตะก็ทำการจู่โจมเด็กเด๋อก่อนในทันที เทปพุ่งเข้าไปรัดพันร่างของเด็กเด๋็อเอาไว้จนขยับไม่ได้แล้วจัดการเหวี่ยงร่างเด็กเด๋อไปให้ออกจากสนาม แต่ว่าเด็กเด๋อก็ไม่ใช่หมูในอวยที่จะมาพลาดท่ากับอะไรแบบนี้ พื้นที่สนามแข่งถูกแช่แข็งภายในพริบตาและก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลมาถึงคนดูบนสแตน น้ำแข็งขนาดมหึมาที่มีขนาดใหญ่ถึงขนาดที่ว่าปลายน้ำแข็งนั้นแทบเฉียดหน้าคนดูที่อยู่บนสแตนชั้นยนสุดหรือก็คือตรงที่ห้องเอนั่งอยู่นั่นเอง

แกร่ก!

"เฮ้อ จริง ๆ เลยน้า ไม่รู้จักควบคุมพลังเลยจริง ๆ"ฉันบ่นแล้วสัมผัสกับน้ำแข็งจนมันแตกกระจายออกไปทำให้พื้นที่บริเวณห้องเอกลับมาโล่งอีกครั้ง

การแช่แข็งพื้นสนามภายในพริบตานี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ในสนามและอาจจะรวมถึงผู้คนที่ดูผ่านจอโทรทัศน์ด้วย เพราะน้ำแข็งนี้มันสูงทะลุจนคนนอกสเตเดียมสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน แถมน้ำแข็งนั่นยังกินพื้นที่ไปกว่าครึ่งสนาม

"จะประชดพ่อก็อย่าให้เดือดร้อนคนอื่นสิโชโตะ"ฉันถอนหายใจแล้วเริ่มทำลายน้ำแข็งบางส่วนให้กับคนดู แต่ไม่ออกตัวหรอกนะว่าทำน่ะ

สภาพการณ์ตอนนี้คือฮันตะโดนแช่แข็งไปทั้งตัวเหลือแต่ส่วนหัวเท่านั้นที่ยังเหลือรอดแม้จะมีน้ำแข็งเกาะอยู่ประปรายก็ตาม แม้แต่มิดไนท์เองก็ยังโดนลูกหลงกลายเป็นน้ำแข็งไปครึ่งตัว

"เซโระถูกตรึงไว้ขยับไม่ได้ โทโดโรกิผ่านเข้ารอบต่อไป"เสียงประกาศผู้ชนะในคู่ที่สองของมิดไนท์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่กำลังตกตะลึงของคนดู ก่อนจะมีเสียงคนตะโกนว่าไม่เป็นไรดังขึ้นเป็นลูกคลื่นขนาดยักษ์เพื่อปลอบใจฮันตะ เพราะในความคิดของทุกคนสาเหตุที่ฮันตะแพ้เพราะแข่งกับเด็กเด๋อที่เป็นลูกชายของเอนเดเวอร์ ฮีโร่อันดับสอง ส่วนเด็กเด๋อก็เดินเข้าละลายน้ำแข็งให้กับฮันตะเงียบ ๆ

แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเด็กเด๋อมันถึงได้เศร้านัก โกรธเอนเดเวอร์งั้นหรอ หรือว่ากังวลอะไรอยู่ ถึงฉันจะสัมผัสได้ถึงความเศร้านั้นแต่ก็รู้ตัวดีว่าคนที่จะทำให้เด็กเด๋อรู้ตัวว่าไฟนั่นไม่ใช่ของเอนเดเวอร์แต่เป็นของตัวเองคือน้อนที่จะต้องสู้กับเด็กเด๋อในรอบต่อไป

"เอจิโร่ ใกล้ถึงรอบฉันแล้วปลุกด้วยล่ะ"ฉันบอกกับเอจิโร่ที่นั่งติดกันก่อนจะเอนตัวนอนราบไปกับเก้าอี้แล้วหลับไปในทันที

zzZ

"เร็วเกินไปแล้่ว!"คิริชิม่าร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าคุณแม่ของห้องหลับไปแล้วภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที

การแข่งคู่ที่สามเป็นการแข่งระหว่างคามินาริและชิโอซากิเด็กสาวจากห้องบี การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงภายในเวลาไม่กี่นาที เด็กห้องเอแอบคิดว่าคามินาริจะเป็นฝ่ายชนะจากอัตลักษณ์สายฟ้าของเจ้าตัว แต่ก็ดันพลาดท่าโดนอัตลักษณ์ของชิโอซากิจัดการลงอย่างง่ายดาย

ชัยชนะของชิโอซากิไม่ได้ทำให้ห้องเอคิดอะไรมากนัก เรียกว่าไม่ค่อยสนใจเลยก็ว่าได้ เพราะสาเหตุที่คามินาริแพ้มาจากที่เจ้าตัวประมาทเอง แต่ปัญหามันเกิดต่อจากนั้นต่างหากล่ะ ชัยชนะของห้องบีทำให้ใครบางคนจงใจเดินมากวนประสาทห้องเอถึงที่

"อะไรกัน ๆ ไหนบอกว่าจัดการในพริบตาเดียวไง แปลกจังเลยนา คนที่ถูกจัดการในพริบตาเดียวก็คือตัวเอง ห้องเอเนี่ยต้องเก่งกว่าห้องบีไม่ใช่หรอ แปลกจังเลยน้า ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ...อั่ก!!!!"เด็กหนุ่มผู้ครองอัตลักษณ์ก๊อปปี้ โมโนมะ เนอิโตะ เป็นคนที่มาก่อกวนเด็กห้องเอด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยแล้วหัวเราะปิดท้ายเสียงดังลั่น เด็กห้องเอเริ่มหน้าซีดเหล่มองเด็กสาวผมเงินที่หลับอยู่ว่าตื่นหรือไม่ แล้วก็ต้องสะดุ้่งเมื่อเด็กสาวตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดและจัดการปิดปากคนที่ส่งเสียงก่อกวนเวลานอนของตนด้วยรองเท้าที่จงใจปาอัดหน้าคนพูดเสียเต็มแรงจนเจ้าตัวลงไปนอนแหมะนับดาวอยู่บนพื้น โดยไม่ต้องพึ่งเด็กสาวผมส้มที่มีหน้าที่ห้ามปรามจัดการเลยแม้แต่น้อย

"หนวกหู"น้ำเสียงเรียบเย็นติดห้วนดังขึ้นจากปากของผู้ปกครองประจำห้องเอ เด็กสาวลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนที่กล้าก่อกวนเวลานอนของเธอแล้วมองด้วยสายตาว่างเปล่า"ถ้ามีเวลามาเห่าหอนก่อกวนคนอื่น เอาเวลาไปพัฒนาตัวเองดีกว่ามั้ย?"

อูย...แรง!!! เด็กห้องเอและคนในบริเวณใกล้เคียงคิดเป็นเสียงเดียวกัน

"ชิ!"ฉันจิ๊ปากยกมือยีหัวด้วยความหงุดหงิดที่ต้องตื่นขึ้นมาเพราะเสียงหัวเราะของเจ้าเด็กปากเสียที่ตอนนี้สลบไปแล้วเพราะรองเท้าที่ฉันปาอัดใส่ไปเต็มแรง ฉันยกมือลูบหน้าเพื่อควบคุมอารมณ์ไม่ให้อาละวาดใส่เด็กสาวจากห้องบี"มีเพื่อนแบบนี้ลำบากแย่เลยนะ"

"โทษทีนะ"เคนโดยิ้มแห้งคว้าคอเสื้อเพื่อนร่วมห้องที่สลบไปแล้วของตนลากกลับไปที่สแตนของห้องตัวเองทันที ท่าทางของเด็กสาวผมเงินนั้นไม่ควรไปสะกิดให้โกรธอย่่างแรง

"เฮ้อ!"ฉันถอนหายใจยีหัวตัวเอง ก้าวขาเดินกลับไปนั่งที่ของตัวเองเตรียมนอนต่อ แต่หัวยังไม่ทันได้เอนแนบไปกับเก้าอี้เสียงงึมงำของน้อนก็ดังขึ้นเหมือนสวดร่ายคาถาอะไรสักอย่าง แม้แต่เพื่อนร่วมห้องยังนิ่งค้างมองน้อนที่เข้าโลกส่วนตัวไปแล้วด้วยสายตาอึ้ง ๆ ก่อนโอชาโกะจังจะชวนคุยจนน้อนหลุดจากโลกส่วนตัว คุยไปคุยมากลายเป็นเรื่องอัตลักษณ์ของคนในห้องเอไปได้ยังไงก็ไม่รู้

"แต่คนที่ผมยังคาดเดาอัตลักษณ์ไม่ค่อยได้ก็มีแค่มารุมิยะซังคนเดียวล่ะครับ"แหนะ มีวกมาหาฉันด้วย ฉันนั่งปิดปากหาวก่อนจะเอนตัวนอนต่อเมื่อเห็นว่าเรื่องสงบแล้ว รอบต่อไปก็เป็นหัวหน้าห้องไม่มีอะไรน่าห่วงเท่าไหร่ ผลการแข่งก็รู้อยู่แล้วด้วย

ยังไงการแข่งรอบนี้ก็เป็นแค่การแสดงสิ่งประดิษฐ์ของแม่หนูเครื่องจักร โดยใช้หัวหน้าห้องเป็นนักแสดงก็เท่านั้นเอง พอแสดงจนพอใจแล้วแม่หนูเครื่องจักรก็ยอมแพ้เองล่ะนะ เป็นการแข่งที่จะสงสารก็สงสาร จะขำก็ขำ

นอนต่อดีกว่า  

zzZ

"ฮ้าว~"ฉันตื่นมาอีกครั้งตอนการแข่งของหัวหน้าห้องใกล้จบพอดี ฉันยีหัวเดินลงจากสแตนเพื่อไปเตรียมตัวลงแข่งในรอบถัดไป

 

 

 

[เรามาต่อการแข่งขันนัดที่ห้าเลยนะ!]

ในที่สุดก็มาถึงรอบแข่งของฉันสักทีหลังจากหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปหลายรอบ ฉันยืนยืดเส้นยืดสายอยู่บนสนามรอฟังเสียงสัญญาณเริ่มแข่ง

[อัตลักษณ์แสนสะดวกจะสร้างก็ได้ ทำลายก็ดี คุณแม่ประจำห้องเอ หลักสูตรฮีโร่ มารุมิยะ มิจิรุ!]

คำแนะนำตัวพรรค์นั้นมันอะไรกันคะ พรีเซนต์ไมค์!!!! ฉันแอบมองแรงนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไร แค่ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงโดนบอกว่าเป็นคุณแม่ทั้งที่ก็อายุเท่ากับคนอื่น

"Hi~"ฉันโบกมือทักทายผู้ชมตามมารยาท(โดนมาโคโตะกำชับมาอีกที)

[พบกับ มีหงอนหรือเขาอะไรงอกออกมาด้วยนะนั่น หลักสูตรฮีโร่ อาชิโดะ มินะ]

"นัดแรกก็งานยากแล้วสิ"มินะจังทำหน้ายุ่ง

"ถ้ามัวแต่กลัวล่ะก็จะแพ้เอานะ"ฉันยิ้มแล้ววอร์มร่างกายไปด้วย

"โธ่! แม่อย่ากดดันเซ่!!!"มินะจังร้องลั่น

"ใครเป็นแม่กันเล่า! เลิกเรียกแบบนั้นได้แล้ว"ฉันทำหน้ายุ่งเมื่อโดนเรียกว่าแม่

"แม่ก็คือแม่ ไม่เห็นต้องสงสัยอะไรเลยมมิจิรุจัง"มินะจังเถียงกลับมา

"แล้วแต่เลย"ฉันยกมือกุมหน้าอย่างเหนื่อยใจ อาจารย์ก็เรียก เพื่อนร่วมห้องก็เรียก ฉันดูแก่ขนาดนั้นเลยเรอะ!!!

[เอ้า! เริ่มกันเลยมั้ยพวก! นัดที่ห้า สตาร์ท!!!!]

"หลบดี ๆ ล่ะมินะจัง"ทันทีที่พรีเซนต์ไมค์ประกาศให้เริ่มแข่งได้ ฉันก็ลงมือจู่โจมทันที ฉันเปลี่ยนสภาพพื้นสนามให้กลายเป็นหอกแหลมพุ่งเข้าโจมตีมินะจังอย่างรวดเร็ว มินะจังกระโดดถอยหลังปล่อยกรดออกมาเพื่อทำลายหอกแหลมที่พุ่งเข้ามาหา แต่ทว่ากรดเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรหอกแหลมที่พุ่งเข้ามาได้เลยแม้แต่น้อย

"อะไรกัน ทำไมถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ!"มินะจังร้องด้วยความตื่นตระหนกขณะวิ่งหลบหอกแหลมที่ฉันบังคับให้ไล่ตามไปอย่างไม่ลดละ

"ฉันเปลี่ยนให้พื้นพวกนี้มีพื้นผิวเป็นเรซินไวนิลเอสเทอร์ที่ผสมใยไฟเบอร์กลาสน่ะ"

"เอ๋?"มินะจังทำหน้างงกับศัพท์ที่ฉันพูดออกไป

"ง่าย ๆ ก็เป็นพื้นผิวที่ทนกรดได้ไงล่ะ"ฉันตอบกลับไปแบบที่เข้าใจได้ง่าย ๆ เพราะรู้อัตลักษณ์ของมินะจังอยู่แล้วฉันถึงเลือกการโจมตีแบบนี้ไงล่ะ มินะจังเป็นพวกที่มีความเร็วและทักษะการเคลื่อนที่ในระดับต้น ๆ ของห้อง ยิ่งมีพื้นที่มากเท่าไหร่ก็ยิ่งเสี่ยงจะโดนโจมตีมากเท่านั้น ดังนั้นถ้าจำกัดพื้นที่ของมินะจังได้ล่ะก็...โอกาสชนะมีมากกว่าครึ่ง!

"ขี้โกงอ๊า!!! แบบนี้จะโจมตีแม่ยังไงล่ะ โจมตีไปเท่าไหร่ก็โดนกันได้หมด แถมยังโดนไล่ตามจนหาทางหนีแทบไม่ได้แบบนี้...อ๊ะ!"มินะจังโวยวายใส่ฉันโดยไม่ทันระวังเลยว่าฉันจงใจจำกัดขอบเขตไปเรื่อย ๆ จนมินะจังวิ่งหลุดออกจากสนามไปเอง กว่าจะรู้ตัวว่าหลุดออกนอกสนามก็ตอนที่ฉันคลายอัตลักษณ์ออกไปแล้ว

"คุณอาชิโดะออกนอกสนาม คุณมารุมิยะ ผ่านเข้าสู่รอบสอง!!"มิดไนท์ประกาศผลการแข่งพร้อมกับแสงแฟลชที่สาดกระจายถี่ยิบจนฉันอดเบ้หน้าไม่ได้

[อาชิโดะออกนอกสนามไปแล้วจ้่า สมกับเป็นคุณแม่ของห้องเอ มารุมิยะ มิจิรุ ชนะไปอย่างง่ายดายเลยจ้า]

ไอ้สมกับเป็นคุณแม่เนี่ยหมายความยังไงกันแน่เนี่ย!?

"ไหวนะมินะจัง?"ฉันเดินเข้าไปหามินะจังที่ยืนอยู่นอกสนาม

"แม่ใจร้ายอ่ะ เล่นแบบนี้จะไปชนะได้ไงกันล่ะ"มินะจังโวยวายใส่ฉัน

"หรืออยากสู้กับโชโตะ?"แกล้งแหย่กลับไป แต่มินะจังกลับส่ายหัวจนคอแทบหลุด"ไม่ล่ะ ให้สู้กับโทโดโรกิมีหวังโดนแช่แข็งแบบเซโระกันพอดี"

"กลับไปพักกันเถอะ"ฉันเดินนำมินะจังกลับไปที่สแตน พอมาถึงก็เจอน้อนกำลังนั่งวิเคราะห์อัตลักษณ์และความสามารถอยู่อย่างตั้งใจ เห็นแบบนั้นฉันเลยเลี่ยงหนีไปนั่งกับเอจิโร่แทน

น้อนในสภาพนั้น ฉันเองก็ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก เหมือนหลุดไปโลกที่ฉันเข้าไปถึงอ่ะ

"ไม่คิดว่าเธอจะหาทางรับมืออาชิโดะได้นะมารุมิยะ ฉันนึกว่าเธอเป็นพวกโจมตีระยะไกลซะอีก"

"นั่นสินะ แต่สู้กันตัวต่อตัวแบบนั้น ถ้าไม่รีบจบเกมคนที่แย่อาจเป็นฉันก็ได้"ฉันตอบไปตามจริง เพราะรู้ดีว่ามินะจังน่ะทักษะการเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นของร่างกายเป็นอันดับต้น ๆ ของห้องเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้ซ้อม(เป็นกระสอบทราย)กับมาโคโตะมาก่อนคงแพ้ไปตั้งแต่รอบนี้แล้ว

"ฉันออกไปหาอะไรกินก่อนนะ จะฝากซื้ออะไรมั้ย?"ฉันหันไปถามพวกเด็ก ๆ เพราะตอนนี้ท้องฉันเริ่มส่งเสียงประท้วงแล้วว่าต้องการอาหารอย่างเร่งด่วน

"ไม่ล่ะ/ไม่เป็นไร"ประสานเสียงตอบ สายตาจับจ้องไปที่สนามที่เป็นการแข่งระหว่างโทริคุงกับท่านรอง ที่มันคงจะจบลงภายในไม่กี่นาที ก็ไม่ได้อวยใครเป็นพิเศษหรอกนะ แต่ว่าท่านรองตอนนี้สู้โทริคุงไม่ได้หรอก ดาร์กชาโดว์ของโทริคุงเป็นสายโจมตีที่สามารถตั้งรับได้ด้วย ความรุนแรงก็ขึ้นอยู่กับเวลา ยิ่งมืดก็ยิ่งแข็งแกร่ง

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเอาอะไรฉันก็เดินออกมาหาอะไรกินในงานคนเดียว เดินแวะเข้าร้านนู้น ออกร้านนี้เป็นว่าเล่น จนรู้ตัวอีกทีอาหารก็เต็มมือจนล้นไปหมด

"ความหิวไม่เคยปราณีใครจริง ๆ"คิดผิดจริง ๆ ที่ออกมาเดินเล่้นในงานตอนหิวจัดเนี่ย หน้ามืดซื้ออาหารมามากขนาดนี้โดยที่ไม่รู้ตัวเลยแฮะ ขืนกินหมดนี่ได้จุกจนเดินไม่ได้แหง หาคนช่วยกินดีกว่า

คิดแล้วก็กวาดตามองหาผู้โชคดีที่จะได้อาหารฟรี(เพราะฉันกินคนเดียวไม่หมด) มองหาไปมองหามาก็ดันไปเห็นคนหน้าตาคุ้น ๆ เดินอยู่ไกล ๆ อืม หัวทอง ๆ แบบนั้นมัน...โทงาตะ มิริโอะ หนึ่งในบิ๊กทรีของยูํเอย์นี่นา ทำไมมาคนเดียวล่ะนั่น?

ฉันนั่งจ้องอยู่นานจนคนถูกจ้องรู้ตัว เขาเดินเข้ามาหาฉันที่ยังคงลืมตัวจ้องอยู่ จนมาถึงโต๊ะ มือใหญ่ที่โบกไปมาตรงหน้าเรียกสติฉันให้กลับมา

"จ้องฉันไม่วางตาแบบนั้น มีปัญหาอะไรรึเปล่า?"

"อ่า...อยากหาคนช่วยกิน'พวกนี้'น่ะค่ะ"ฉันตอบแบบอึน ๆ แล้วชี้ไปที่อาหารมากมายที่วางเต็มโต๊ะที่มีฉันนั่งอยู่แค่คนเดียว"สนใจแบ่งกันมั้ยคะ?"

"โห~ นี่กินคนเดียวหมดเลยหรอ กินจุจังน้า"รุ่นพี่ทำหน้าตื่นมองอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะก่อนจะหันไปข้าง ๆ เพื่อคุยกับคนที่มาด้วย...เอ๊ะ!นั่นมัน...ทามะคุงนี่นา*-*

"ทามากิมากินด้วยกันมั้ย น้องเขาชวนแหนะ"

"ไม่ดีนะมิริโอะ นายอย่ารับปากอะไรง่าย ๆ แบบนี้สิ"คนที่หลบอยู่หลังรุ่นพี่พูดเตือนด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พอดีหน้ามืดไปไม่หน่อย เลยซื้อมาเยอะเกินกว่าที่จะกินคนเดียวหมด ฉันกำลังหาคนช่วยกินพอดี สนใจมากินด้วยกันมั้ยคะ?"ฉันถามแล้วยื่นกล่องทาโกยากิไปให้ราวกับจะแกล้ง...ก็แกล้งนั่นแหละ

ตอนนี้ทามะคุงน่าจะเป็นอินเทิร์นในสำนักงานของแฟ็ตกัม BMIโปรฮีโร่ที่เปิดสาขาอยู่ที่โอซาก้า(คิดว่านะ) อาหารที่ได้กินบ่อย ๆ ก็คือทาโกยากินี่แหละ เห็นท่าทางสั่น ๆ เหมือนแมวขี้กลัวแล้วมันอยากแกล้งน่ะ แต่ก็ไม่ได้จะแกล้งให้ร้องไห้หรืออะไรหรอกนะ แค่มันรู้สึกเหมือนเจอสัตว์ตัวเล็ก ๆ ทั้งที่ทามะคุงเป็นรุ่นพี่แท้ ๆ

"งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ ขอบคุณที่เลี้ยง"รุ่นพี่ยิ้มกว้างดึงทามะคุงลงมานั่งตรงข้ามกับฉัน ก่อนจะลงมือจัดการอาหารปริมาณมหาศาลที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

"ไม่กินหรอคะ?"ฉันถามคนที่เอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมแตะอะไรสักอย่าง ฉันนั่งนิ่งก่อนจะนึกได้ว่ารุ่นพี่ไม่ค่อยถูกกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่...งั้นเอางี้แล้วกัน อุตส่าห์จะเก็บไว้แกล้งอาจารย์สักหน่อย แต่เอามาใช้ตอนนี้ก็ได้ล่ะมั้ง

ฟุ่บ!

"ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่กลัวแล้วเนอะ"ฉันใช้อัตลักษณ์ปรับร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ โดยไม่ลืมปรับขนาดเสื้อผ้าให้เล็กตามลงมาด้วย ไม่งั้นได้มีการโชว์เปลือยให้พวกรุ่นพี่เห็นแน่ ๆ ตอนนี้ฉันคงสภาพร่างเด็กแบบนี้ได้สูงสุดก็ราว ๆ 15 - 20 นาที เอามันมาใช้แบบนี้ถ้ามาโคโตะรู้โดนบ่นแหง

"ว้าว! อัตลักษณ์อะไรน่ะ หดร่างหรอ?"รุ่นพี่ดูตื่นตาตื่นใจกับฉันในร่างเด็กห้าขวบ

"เปล่าค่ะ ไว้เจอกันครั้งหน้าจะบอกนะคะ"ฉันยิ้่มตอบรุ่นพี่ ก่อนจะกระโดดลงจากเก้าอี้ที่ตอนนี้สูงกว่าฉันลงไปยืนที่พื้น หยิบทาโกยากิขึ้นมาหนึ่งกล่องเดินไปหาทามะคุง แล้วงัดทักษะการแสดงระดับเด็กอนุบาลของตัวเองออกมาใช้

"กินด้วยกันนะ"ฉันแอ๊บเสียงเด็กเล็กเด็กน้อย เอื้อมมือไปกระตุกชายเสื้อแล้วยื่นกล่องทาโกยากิให้กับทามะคุงที่เงียบไปก่อนจะหลุดยิ้มออกมาแล้วรับกล่องทาโกยากิไปกินเงียบ ๆ ดูท่าจะไม่ค่อยกลัวเด็กสินะ

แต่ก็แอบอายกับทักษะการแสดงระดับเด็กอนุบาลของตัวเองเหมือนกันนะ

"ขอบคุณนะ..."

"มารุมิยะ มิจิรุค่ะ"ฉันแนะนำตัว

"ฉันโทงาตะ มิริโอะนะอยู่ปีสาม"รุ่นพี่แนะนำตัวแล้วชี้ไปที่ทามะคุง"ส่วนนี่อามาจิคิ ทามากิ ปีสามเหมือนกัน"

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะรุ่นพี่โทงาตะ รุ่นพี่อามาจิคิ"ฉันยิ้มรับการแนะนำตัวนั้น ก่อนจะชะงักเมื่อโทรศัพท์สั่นครืดอยู่ในกระเป๋า ฉันหยิบขึ้นมากดรับโดยไม่ได้ดูชื่อคนโทรเข้า

"ฮะ..."ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคก็โดนปลายสายแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

[คุณมิจิรุคะรบกวนมาที่สนามด้วยเถอะค่ะ ตอนนี้คุณบาคุโกวกับคุณอุรารากะกำลังแข่งกันอยู่]

"ใจเย็นก่อนนะโมโมะ มีอะไรงั้นหรอ"ฉันปลอบปลายสายให้ใจเย็นลง การแข่งของคู่หูดูโอ้ตัวแข็งจบไปแล้วสินะ ถ้าจำไม่ผิดผลการแข่งคือเสมอกันเพราะน็อคไปทั้งคู่

[การแข่งมันรุนแรงเกินไปแล้วค่ะ คุณมิจิรุช่วยมาทีเถอะค่ะ]

"เข้าใจแล้ว ๆ จะรีบไปแล้วกัน"ฉันได้แต่่รับคำก่อนจะวางสายไป ยกมือเกาหัวแบบงุนงงว่า...แค่การแข่งของโอชาโกะจังกับเจ้าลูกหมามันมีอะไรน่าห่วงงั้นหรอ

"ขอตัวก่อนนะคะรุ่นพี่ เพื่อนตามตัวแล้ว อาหารพวกนั้นยกให้หมดเลยค่ะ"ฉันหันไปลาพวกรุ่นพี่แล้วคลายอัตลักษณ์กลับร่างเดินแล้ววิ่งไปที่สนามแข่ง

"เป็นเด็กที่น่าสนใจดีนะ"มิริโอะหันมาพูดกับเพื่อนสนิทที่นั่งหน้าแดงเถือกหลบอยู่หลังเขาด้วยความตื่นเต้นระคนสนใจ

"อ่า...อือ"ตอบกลับทั้งที่หน้ายังแดงเถือกกับการกระทำของเด็กสาวผมเงินที่ใช้อัตลักษณ์แปลงร่างเป็นเด็กเพียงเพราะคิดว่าเขาเจ้าหาคนไม่เป็น...ซึ่งก็จริง

"หวังว่าจะได้เจอกันอีกเนอะ"มิริโอะได้พูดสิ่งที่เขาคิดอยู่พร้อมกับจัดการอาหารบนโต๊ะอย่างอเร็ดอร่อย แต่เด็กคนนั้นหน้าคุ้น ๆ นะเหมือนเคยเห็นที่ไหน(งานแข่งกีฬาของพวกปีหนึ่งไงล่ะทามากิคุง~)

 

 

 

Talks ท้ายบท

น้องบอกรำคาญเลยปารองเท้าใส่มันซะเลย น้องเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองเหมือนแม่ตรงไหนทั้งที่อายุก็เท่ากับคนอื่น

น้องแค่หน้ามืดไปหน่อย รู้ตัวอีกทีอาหารเต็มมือซะแล้ว

สองในสามบิ๊กทรีปรากฏตัวแล้วนะ ถึงจะมาแค่ตอนท้ายก็เถอะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #40 neonlekchom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 11:16
    เรือ พี่มิริโอะ กับเรือพี่ทามากิ เริ่มแล่นแล้วค่า~
    #40
    1
  2. #39 Cutter-AL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 07:19

    เราโฟกัสรองเท้าบินได้---55555555555
    #39
    2
  3. #38 zolo24055612 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 00:46

    อ๊ากกกกกก อยากอ่านต่ออีกตอนนนนน อัพทีร้อยตอนรวดเลยได้ไหมคร้า!!!!!!!!!!
    #38
    1
  4. #37 Mynun9412 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 21:59
    เริ่มสงสัยละอัตลักษณ์ยัยน้อนคืออะไร สงสัยฝุดๆ!
    #37
    1
  5. #36 Satangandomsin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 21:37
    การได้เห็นเมนตัวเองที่นานๆทีออกมาในแต่ละเรื่องมันกระชุ่มกระชวยจิตใจมากเลยค่ะ ทามากิน่ารัก 555555
    #36
    1
  6. #35 namiace1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 21:24
    อ่า....ทามากิมึนละ
    #35
    1