Fic : KNB Love Invisible รักนะ(ไม่)อยากบอก[??? X OC]

ตอนที่ 3 : Chapter 1 : เปิดเทอมวันแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    7 ก.ค. 62

Chapter 1 : เปิดเทอมวันแรก

            ใหญ่ชะมัด

            แหงนมองดูภาพรวมสุดแสนอลังการงานสร้างของโรงเรียนใหม่ที่หรูหรา งดงามสมกับราคาค่าเทอมอันแพงมหาศาลที่เสียไป ยิ่งมารวมกับพวกรุ่นพี่ที่เดินเข้าโรงเรียนอย่างเป็นระเบียบยิ่งทำให้ฉันชักลังเลว่าตัวเองเลือกเรียนถูกที่รึเปล่า

            ราคุซัน โรงเรียนสุดหรูหราของเกียวโต นักเรียนมากมายที่จบจากที่นี่ต่างเติบโตเป็นคนมีชื่อเสียงมากมาย การเรียนการสอนของที่นี่เข้มงวดอย่างมาก ถึงขนาดมีคนเคยกล่าวว่าราคุซันคือโรงเรียนสำหรับดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการต่างๆที่มีอยู่มากมายทั่วโลก

            คนอื่นเลือกเรียนเพราะอะไรฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ฉันเลือกที่นี่เพราะชุดมันสวยดีก็เท่านั้นเอง

            เหตุผลดูสิ้นคิดแต่ชุดนักเรียนมันสวยจริงๆนะ!๐(>.<)

            ผลั่ก!

            ขณะที่ฉันกำลังยืนชื่นชมความอลังการงานสร้างของโรงเรียนก็ถูกชนเข้าอย่างแรงจนเซถลาไปหลายก้าว

            "โอ๊ะ!"คนที่ชนฉันอุทานเสียงหลงมองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรสักอย่าง

            "เป็นอะไร?"เพื่อนที่มาด้วยถาม

            "ไม่รู้ว่ะเหมือนชนอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรสักอย่าง"คนที่ชนฉันตอบด้วยสีหน้างุนงงไม่หาย

            "สะดุดอากาศรึเปล่าเหอะ ดูยังไงก็ไม่มีอะไรให้ชนได้เลยนะเฟ้ย นายคงตื่นเต้นเกินไปมากกว่า"เพื่อนที่มาด้วยถอนหายใจแล้วเดินลากคนที่ชนฉันให้เดินตามไป

            เอ่อ...อยากจะบอกว่าชนฉันแต่คงไม่ทันแล้วล่ะนะ

            "จืดจางอีกแล้วสิเรา"ยิ้มเฝื่อนกับตัวเองแล้วเดินตามกลุ่มฝูงชนเข้าไปในหอประชุมขนาดยักษ์ใหญ่สำหรับพิธีปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่ช้า

            ฉันเดินเลี่ยงผู้คนมาเลือกที่นั่งด้านหน้าสุดตรงมุมขอบเพื่อที่เวลาหลบหายไปจะได้ไม่มีคนสงสัย อีกอย่างนั่งตรงมุมมันสงบกว่าตรงกลางด้วย หย่อนตัวนั่งไปไม่ถึงนาทีก็เริ่มมีนักเรียนทยอยเข้ามากลุ่มใหญ่ ผู้คนแยกย้ายกันไปจับจองที่นั่งของตัวเองเมื่อเห็นเหล่าอาจารย์เริ่มเดินเข้ามาภายในหอประชุม

            ผลั่ก!

            ฉันก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อย่างไม่คิดอะไรก่อนจะเงยหน้าขึ้นเมื่อถูกเตะที่ขาอย่างแรง ฉันดันแว่นให้เข้าที่จ้องมองหน้าคนที่เดินเตะขาฉันด้วยสายตาเหนื่อยใจ

            "เหวอ!มีคนนั่งอยู่ด้วยหรอเนี่ย"เขาอุทานเสียงหลงจนคนในบริเวณนั้นหันมามอง ฉันเมินหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด มันน่ารำคาญ

            "ขอโทษทีๆไม่คิดว่าจะมีคนนั่งอยู่ เห็นที่มันว่างๆ"เขาหันมาขอโทษฉันแล้วเลือกทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวถัดจากฉัน

            "ช่างเถอะ เรื่องปกติ"ฉันส่ายหัวเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าเสื้อเมื่อเห็นอาจารย์เดินขึ้นไปบนเวที แต่คนข้างฉันไม่ได้สนใจอาจารย์เลยสักนิด

            "ฉันฟุยูกิ อลาโน่เรียกอลันก็ได้ ลูกครึ่งญี่ปุ่น - อิตาลี"แนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มกว้างสดใสจนฉันต้องหยีตาเพราะรู้สึกแสบตาที่เจอรอยยิ้มสดใสในระยะประชิด

            พลังทำลายล้างใกล้เคียงกับคิเสะคุงเลยนะเนี่ย แต่คิเสะคุงรุนแรงกว่า รายนั้นเหมือนเกิดมาเพื่อเป็นแสงสว่างยังไงอย่างนั้นเลยล่ะ แค่ยืนนิ่งๆก็รู้สึกแสบตาแล้ว

            "มิยามะ อายาเมะ"ฉันแนะนำตัวกลับไปตามมารยาท

            "เธอนี่ตัวเล็กชะมัด ถ้าไม่เห็นชุดฉันนึกว่าเด็กประถมหลงเข้ามานะเนี่ย"อลันหัวเราะร่า

            พูดตรงชะมัด แต่มันใช่คำพูดที่ควรพูดกับคนที่พึ่งเจอหน้ากันได้ไม่ถึงสิบนาทีหรอ

            "คงงั้น"

            "เธอนี่พูดน้อยจัง มีเพื่อนบ้างมั้ยเนี่ย"

            "มีหรือไม่มีไม่เห็นสำคัญเลยนี่"ฉันตอบกลับไปเรียบๆ ถ้ามีแล้วมันลำบากนักก็ไม่ต้องมีแค่นั้นเอง

            "งั้นมาเป็นเพื่อนกันเถอะ"อลันคว้ามือฉันไปเขย่าทักทาย

            ฉันจ้องหน้าคนที่ส่งยิ้มกว้างมาให้ก่อนจะถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับไป"ถ้าคิดว่าอยู่กับฉันได้ก็ตามใจเถอะ"

            ดูพูดมากไปหน่อย...แต่ก็ไม่ได้เกลียดคนแบบนี้หรอกนะ

            "แน่นอน เห็นแบบนี้ฉันเพื่อนเยอะจะตายไป 555+"เจ้าตัวยังคงหัวเราะร่า

            "สนใจฟังอาจารย์เถอะ"ฉันดึงมือออกแล้วดันหน้าอลันให้หันกลับไปสนใจที่เวทีอีกครั้ง

            กำลังจะประกาศชื่อตัวแทนนักเรียนขึ้นไปพูดอภิปรายพอดี ฉันเลิกสนใจอลันหันกลับมามองที่เวทีก่อนจะสะดุ้งเมื่อเห็นร่างโปร่งของคนคุ้นตาเดินขึ้นมาบนเวที

            O.O!!!

            ร่างสูงโปร่งสมส่วน ใบหน้าคมคายนิ่งเรียบ ดวงตาคมกริบสองสีแสนงดงามที่สะกดทุกคนราวกับจักรพรรดิผู้อยู่บนจุดสูงสุด...อาคาชิ เซย์จูโร่

            ผู้ชายที่ฉันแอบหลงรักมาตลอด 3 ปี ที่ตอนนี้ก็ยังตัดใจไม่ได้สักที!

            ไอ้เราก็เลือกโรงเรียนไกลๆเพื่อจะได้หนีหน้าไม่ต้องเจอ แล้วไหงถึงได้โคจรมาเจอกันได้เล่า!

            "หูย~หมอนั่นบรรยากาศพิลึกชะมัด...อุ่ย!แหะๆ^-^;"คนข้างฉันพึมพำ ก่อนจะยิ้มแหยเมื่อถูกสายตาของแฟนคลับอาคาชิคุงจ้องมองมา เจ้าตัวเอนตัวมากระซิบถาม"ผู้หญิงสมัยนี้น่ากลัวชะมัด ว่ามั้ยอายาเมะ"

            "แฟนคลับอาคาชิคุงเค้าน่ะ ถ้านายไม่ไปพูดแบบนั้นก็ไม่โดนเขม่นหรอก"ฉันตอบเรียบๆ

            "รู้จักหมอนั่นด้วยเรอะ!?"คนฟังทำตาโตอุทานเสียงสูงด้วยท่าทางแสนโอเวอร์แอคติ้ง

            ไอ้ท่าทางตกใจสุดโอเวอร์นั่นมันอะไรกัน-*-

            "เพื่อนร่วมห้องสมัยม.ต้น"

            /(O[]O)\

            "แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน เป็นการรู้จักฝ่ายเดียว อาคาชิคุงเค้าเป็นคนดังของโรงเรียนน่ะ"ฉันขยายความเมื่อเห็นท่าทางของอลัน

            "อ้อ!"พยักหน้ารับแล้วหันกลับไปสนใจอาคาชิคุงอีกครั้ง

            ฉันแอบถอนหายใจก่อนจะตัดสินใจเดินหนีออกมาจากห้องประชุมโดยไม่มีใครรู้ตัว ห้องเรียนก็รู้อยู่แล้วว่าห้องไหน แถมวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกพอปฐมนิเทศเสร็จก็ปล่อยให้พวกรุ่นพี่ตามหารุ่นน้องเข้าชมรมหรือไม่บางคนก็หนีกลับบ้าน

            แน่ล่ะว่าฉันเป็นอย่างหลัง ชมรมที่อยากเข้าก็เล็งไว้แล้วด้วย จะให้ฟังอาจารย์อภิปรายต่อก็มีแต่เสียเวลาเปล่าเพราะสุดท้ายก็พูดถึงเรื่องกฎระเบียบของโรงเรียนอยู่แล้ว ถ้าอ่านคู่มือนักเรียนมาก่อนไม่ต้องมาฟังอาจารย์พูดก็ยังได้เลย

            แถมวันนี้เป็นวันที่ร้านอาหารที่ฉันชอบจัดโปรโมชั่นลดราคาด้วยเพราะงั้นรีบไปเข้าคิวรอก่อนดีกว่า~

 

 

           

            “โชคดีจังมาทันรอบสุดท้ายพอดีเลย”ฉันฮัมเพลงในลำคอขณะที่เดินเอื่อยๆไปตามทางเพื่อกลับหอพัก ในมือถือถุงที่มีชุดเบนโตะข้าวปั้นหลากรสมากกว่าสิบกล่องอย่างอารมณ์ดี ไปถึงเป็นคิวสุดท้ายเลยจัดการเหมาเบนโตะที่เหลือจนหมดเกลี้ยง แม้จะแลกมากับค่าขนมทั้งอาทิตย์ของฉันก็ตาม แต่ว่าแลกกับเบนโตะรสเลิศยังไงก็คุ้ม

            ก่อนกลับหอพักฉันแวะเข้าร้านสะดวกซื้อใกล้หอพักซื้อของใช้จำเป็นที่เริ่มหมดกับเครื่องดื่มหลายชนิดมาตุนไว้ที่ห้อง เพราะเวลาดึกๆฉันชอบหิวน้ำบ่อยๆเลยต้องซื้อมาตุนไว้เสมอ แล้วก็ไม่ชอบเห็นตู้เย็นโล่งด้วยเลยพยายามซื้อของมายัดไว้ให้เต็มอย่างน้อยมันก็สบายใจกว่าไม่มีอะไรในตู้เย็นเลย

            ฉันโค้งทักทายคุณเจ้าของหอพักที่เห็นฉันบ้างไม่เห็นฉันบ้างก่อนจะเดินหอบหิ้วของมากมายขึ้นลิฟต์ไปอย่างทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะส่วนสูงไม่เอื้ออำนวยเท่าไหร่ ขณะที่กำลังเอื้อมมือไปกดปิดประตูลิฟต์ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครบางคนกระโจนพรวดเข้ามาจนฉันผงะถอยไปชิดกับผนังลิฟต์

            “รอด้วย!!!!!”คนที่กระโจนเข้ามายืนก้มหน้าหอบเอาอากาศเข้าปอด ก่อนจะผงะไปเมื่อเห็นฉันยืนอยู่ที่มุมลิฟต์“หวา!!!เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

            “นาทีก่อนค่ะ”ฉันตอบไปตามความจริงก้มหยิบน้ำเกลือแร่ส่งให้เพื่อนร่วมหอพักที่ค่อนข้างคุ้นตาอย่างเคยชิน คนตรงหน้าเป็นอีกคนที่ฉันพูดได้เต็มปากว่าสนิทในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นไม่กี่คนที่สังเกตเห็นฉันบ่อยกว่าคนอื่นเขา

            เรียกว่าในสิบครั้ง เห็นฉันไปเจ็ด อีกสามคือไม่ทันสังเกต

            “ขอบใจนะ ว่าแต่ไม่ไปร่วมพิธีปฐมนิเทศหรือไงอายะ?”เขาถามแล้วเปิดฝาน้ำเกลือแร่กระดกรวดเดียวไปครึ่งขวด

            “ฉันเซ็นชื่อไปแล้ว ต่อให้อยู่หรือไม่อยู่ก็มีค่าเท่ากันอยู่ดี”ยังไงก็แค่เช็คชื่อพอเป็นพิธีอยู่ดีนั่นแหละพวกพิธีปฐมนิเทศน่ะ

            “หรอๆ แล้วนี่จะเข้าชมรมอะไร? หรือจะเข้าชมรมเดียวกับฉัน”

            ฉันถอนหายใจเล็กน้อย“จะเข้าชมรมคหกรรมค่ะ ชมรมของโคทาโร่ซังคือชมรมบาสชายไม่ใช่หรอคะ ฉันจะไปเข้าได้ยังไง”

            ค่ะ เพื่อนร่วมหอพักของฉันคือฮายามะ โคทาโร่ เจ้าของฉายาไรจู(อสูรสายฟ้า)หรือ 1 ใน 5 ราชันไร้มงกุฎค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนด้วยค่ะ

            “มาเป็นผู้จัดการก็ได้ อาหารที่เธอทำอร่อยจะตายไป”

            “มันเกี่ยวกันที่ไหนล่ะคะ”ฉันยิ้มเจื่อน“ชมรมบาสของราคุซันเข้ายากจะตายไป โดยเฉพาะตำแหน่งผู้จัดการน่ะ ได้ข่าวว่ายิ่งเป็นผู้หญิงยิ่งยากไม่ใช่หรอคะ”

            “ก็ไม่ได้ยากอะไรนี่ พวกที่เข้าไม่ได้เพราะไม่ได้คิดจะทำงานอย่างจริงจังต่างหากล่ะ ถ้าเป็นอายะล่ะก็เข้าได้สบายแน่ๆ”โคทาโร่ซังหัวเราะร่าคว้าของในมือของฉันไปถือไว้แล้วเดินนำออกจากลิฟต์ไปหยุดที่หน้าห้องของฉันที่อยู่ถัดจากห้องของเจ้าตัวไปแค่ห้องเดียว“หิวแล้วอ่ะอายะ”

            “ที่ช่วยยกของเพราะแบบนี้หรอคะ”ฉันส่ายหัวแต่ก็เดินไปไขประตูเพื่อให้โคทาโร่ซังยกของเข้าไปวางไว้ในห้อง ฉันหยิบของออกจากถุงเดินไปที่ห้องครัวหยิบเอาวัตถุดิบออกมาบางส่วนเตรียมลงมือทำอาหารเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยยกของมาให้ ส่วนของที่เหลือก็จัดเก็บเข้าตู้เย็นอย่างเป็นระเบียบ แล้วปล่อยโคทาโร่ซังให้นั่งเล่นอยู่บนโซฟาไประหว่างที่ฉันกำลังทำอาหาร

            ใช้เวลาไม่นานอาหารที่ฉันทำเสร็จก็ถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะ วันนี้ฉันทำเมนูง่ายๆอย่างไข่หวาน ซุปมิโซะ ปลาซาบะย่างกระทะกับข้าวสวยร้อนๆ เครื่องดื่มเป็นน้ำมะนาวเย็นๆ ปิดท้ายด้วยของหวานคือมูสชาเขียวสูตรเร่งด่วน

            “โคทาโร่ซังอาหารเสร็จแล้วนะคะ”

            “โอ้!”โคทาโร่ซังกระโจนรวดเดียวมาถึงโต๊ะกินข้าวดวงตาเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นอาหารที่วางเรียงรายอยู่ ฉันแอบส่ายหัวกับท่าทางเด็กๆของโคทาโร่ซังแล้วลงมือจัดการอาหารบนโต๊ะอย่างไม่รีบร้อนผิดกับโคทาโร่ซังที่จ้วงเอาๆราวกับกลัวใครจะมาแย่งกิน

            ทั้งที่ในห้องก็มีกันอยู่แค่สองคน

            “ที่ชมรมเป็นยังไงบ้างคะโคทาโร่ซัง”ฉันถามขณะยกจานที่ว่างเปล่าไปล้าง ปล่อยให้โคทาโร่ซังนั่งกินมูสชาเขียวต่อไปอย่างสบายอารมณ์

            “ก็เรื่อยๆ ไม่สิ!ปีนี้มีเด็กปีหนึ่งที่น่าสนใจมากๆๆๆๆๆๆ เข้ามาด้วยล่ะ”

            “น่าสนใจ?”ฉันทวนถามย้ำ น้อยครั้งที่จะเห็นโคทาโร่ซังเน้นเสียงพูดถึงขนาดนี้ ต้องเป็นคนที่น่าในใจมากแน่เลย

            “อื้อ เด็กคนนั้นมาจากเทย์โควน่ะ กัปตันของทีมปาฏิหาริย์ อาคาชิ เซย์จูโร่ไง ตอนนี้กลายเป็นกัปตันทีมไปแล้วน่ะนะ ฝีมือหมอนั่นน่ะนะ...”

            เคร้ง!

            เมื่อได้ยินชื่อคุ้นหูฉันก็เผลอปล่อยจานให้ร่วงลงจากมืออย่างลืมตัว ยังดีที่มันตกลงไปในอ่างที่เต็มไปด้วยน้ำเลยไม่แตก ความสนใจของฉันตอนนี้อยู่ที่เรื่องที่โคทาโร่ซังกำลังพูดอยู่

            “เป็นอะไรไปน่ะอายะ”

            “อ๊ะ!เปล่าค่ะ แค่ไม่คิดว่าพวกรุ่นพี่ในชมรมจะยอมให้เด็กปีหนึ่งขึ้นมาเป็นกัปตัน”ฉันตอบเสียงค่อย

            ตั้งสติหน่อยอายะ ไหนว่าจะตัดใจไง อย่าไปหวั่นไหวทั้งที่ได้ยินแค่ชื่อสิ

            ฉันตอกย้ำตัวเองดึงสติให้กลับมาอีกครั้ง

            “ถึงไม่อยากจะยอมรับก็ต้องยอมนั่นแหละ ฝีมือหมอนั่นน่ะของจริง”

            ค่ะ ฉันรู้ดีเพราะฉันเฝ้ามองอาคาชิคุงมาตลอดสามปีไงล่ะ นอกจากพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดแล้วอีกอย่างที่ทำให้ฉันเคารพและชื่นชมในตัวอาคาชิคุงคือความพยายาม จริงอยู่ที่อาคาชิคุงน่ะเก่งแต่ถ้าไม่พยายามก็คงไม่มาไกลถึงขนาดนี้หรอก

            แม้ว่าบางครั้งฉันจะแอบสงสัยว่าอาคาชิคุงเป็นพวกสองบุคลิกรึเปล่าก็เถอะ ก็ตอนม.ต้นน่ะถึงจะดูสูงส่งยังไงแต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่แฝงอยู่ในรอยยิ้ม แต่พอขึ้นช่วงปีสองก็เปลี่ยนไป มันก็พูดไม่ถูกเหมือนกันแต่รู้ว่าเปลี่ยนไป ถึงจะเป็นอาคาชิคุงแต่ก็เหมือนไม่ใช่อาคาชิคุง ฉันรู้สึกอย่างนั้น

            “พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าด้วยสิแย่ชะมัด”โคทาโร่ซังทำหน้ามุ่ย

            “ซ้อมเช้าหรอคะ? ไม่ใช่ว่าพึ่งเปิดภาคเรียนหรือไง”ฉันค่อนข้างประหลาดใจ ไม่คิดว่าราคุซันจะจริงจังขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงคว้าตำแหน่งสูงๆในการแข่งได้ตลอด

            “อ่า ตารางซ้อมใหม่ของอาคาชิน่ะ ต้องไปตั้งแต่หกโมงแหนะ”

            “พยายามเข้านะคะ พรุ่งนี้ฉันจะทำกัปปะมากิให้ก็แล้วกัน”เห็นท่าทางของโคทาโร่ซังแล้วอดไม่ได้ที่จะอยากทำอะไรสักอย่างให้เป็นกำลังใจในการซ้อม

            หมับ!

            “ขอบใจน้าอายะ~”

            “ถ้าให้ไม่ทันตอนเช้าจะเอาไปให้ที่ชมรมนะคะ”ฉันบอกแล้วปล่อยให้โคทาโร่ซังโยกฉันไปมาเหมือนตุ๊กตาต่อไป

            “ขอเผื่อตอนกลางวันเลยได้มั้ย”

            “ได้ค่ะ”ยังไงฉันก็ทำอาหารไปกินเองอยู่แล้วทำเผื่อโคทาโร่ซังตอนกลางวันไปเลยก็ได้“จะเอาขนมหวานด้วยมั้ยคะ?”

            “เอา!”ตอบกลับมาทันที

            “แล้วไม่กลับห้องหรอคะโคทาโร่ซัง”

            “โอ๊ะ!ต้องไปเตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ด้วย ไปนะอายะ”โคทาโร่ซังลุกพรวดวิ่งไปที่ระเบียงห้องแล้วกระโดดข้ามไปที่ระเบียงห้องของตัวเองด้วยท่าทางชวนหวาดเสียว

            “โคทาโร่ซังอย่ากระโดดข้ามไปแบบนั้นสิคะ ประตูก็มีทำไมไม่ออกไปดีๆล่ะคะ!!!”ฉันแหวลั่นด้วยความตกใจ

            ให้ตายสิ!โคทาโร่ซังนะโคทาโร่ซัง ชอบทำอะไรชวนหวาดเสียวอยู่เรื่อยเลย!

            คอยดูเถอะพรุ่งนี้ฉันจะทำคุ้กกี้แครอทเป็นการลงโทษ!!!!

            Talk ท้ายตอน

            คุ้นๆว่าฮายามะคุงไม่ชอบแครอท ใครรู้ข้อมูลแน่ชัดช่วยบอกทีนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #3 pressure_lamp (@pressure_lamp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 20:41
    รอต่อค่ะโคทาโร่มากินข้าวที่ห้องนางเอกตลอดเลยเปล่าอะ
    #3
    0
  2. #2 ไอ อาคาเนะ (@pinz2483) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 16:25

    ต่อเลยค่ะ

    #2
    0