:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 9 : :::ตอนที่ 8::: กลับมาอีกครั้ง 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 8 ::: กลับมาอีกครั้ง 1
-
-
by อเมทิสต์_AT

�“จะโกรธไหมครับ ถ้าผมจะถามว่าเธอเป็นใครเหรอครับ” ผมแกล้งถามเสียงแผ่ว ๆ ไอ้ไมค์นิ่งเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่มันจะพูดขึ้นว่า

“ไม่หรอก.....ถ้าผมคิดจะจีบแอลจริง ๆ ก็ต้องไม่ความลับกับแอลสิจริงไม” ไอ้ไมค์ยิ้มตาหวานมันพยายามกลบเกลื่อนร่องรอยบ้างอย่างในแววตาของมันอย่างเห็นได้ชัด

“...............”

“เธอเป็นอดีตคนรักของผมเอง”

!!!!

ผมรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนปอนด์มาทุบหัวผมอย่างแรงจนรู้สึกมึนงงไปหมดกับสิ่งที่ผมพึ่งจะได้รับรู้มาจากปากไอ้ไมค์ เบลล่าน่ะเหรอแฟนไอ้ไมค์ ไม่จริง.....ก็คนที่เป็นแฟนกับเบลล่าก็คือไอ้ไฮค์นี่น่า....หรือว่า...เบลล่าที่ไอ้ไมค์มันพูดถึงจะไม่ใช่เบลล่าน้องสาวของผม

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ

ทำไมยิ่งเข้าใกล้พวกมันมากขึ้นเท่าไหร่เรื่องที่ผมคิดว่าถูก มันเริ่มจะผิดเพี้ยนไปเลื่อย ๆ กันวะ

“แอล.....แอล.....เป็นอะไรรึเปล่าครับเนี่ย หน้าซีดเชียว” ไอ้ไมค์โฉยโอกาสยืนมือมาสัมผัสที่แก้มของผมเบา ๆ เพื่อเรียกสติของผมให้กลับมา ผมยิ้มแห้ง ๆ ให้มันก่อนที่จะส่ายหน้าปฏิเสธ

“ขอโทษนะครับ ผมเผลอคิดอะไรเพลินไปหน่อยไม่ทันได้ฟังที่คุณพูดเลย” ผมโกหกไอ้ไมค์เสียงเรียบ พยายามที่จะปรับสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด แต่เรื่องที่ได้ยินมามันก็ยากที่จะทำให้ผมสามารถควบคุมตัวเองได้จริง ๆ ผมคว้ามือของไอ้ไมค์มากุมเอาไว้ก่อนที่จะส่งยิ้มบาง ๆ ให้มันเป็นปกติ

“คุณคงรักเธอมากเลยสินะที่ครับ ถึงได้เพ้อชื่อของเธอออกมาแบบนั้น” ผมพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้น้ำเสียงของผมสั่นจนผิดสังเกตเกินไป

“รักเหรอครับ.....ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมรักเธอมากหรือเปล่า แต่ว่าผมก็ไม่ได้เจอเธอมาเป็นเดือนแล้วละนะ ผมว่าเราอย่าไปพูดถึงคนอื่นตอนนี้เลยดีกว่านะครับ เรามาพูดเราเรื่องของเราสองคนจะดีกว่าไหม”

ไอ้ไมค์พูดเสียงอ่อนเบา นัยน์ตาสีดำเจ้าชู้จ้องใบหน้าของผมตาหวานตามภาษาผู้ชายหน้าม่อ คนแบบนี้นะเหรอจะรักใครเป็น ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ไอ้ไมค์มันพูดออกมานั้นมันมีความจริงอยู่ในนั้นบ้างหรือเปล่า ผมจึงยังไม่ปักใจเชื่อมันไปทั้งหมด ต้องหาโอกาสดี ๆ ทำให้ไอ้ไมค์มันไว้วางใจและล่วงเอาทุกเรื่องที่ผมอยากรู้จากมันให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าผมจะตัดสินใจแล้วว่าจะแก้แค้นให้เบลล่าแต่เมื่อผมได้รู้เรื่องบ้างอย่างจากปากของไอ้ไมค์ในวันนี้ผมชักเริ่มจะสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไอ้ไฮค์ เบลล่า กับไอ้ไมค์ซะแล้ว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ใครเป็นแฟนใคร และใครเป็นคนทำให้เบลล่าอยู่ในสภาพเหมือนคนที่ตายไปแล้วทั้งเป็นแบบนั้นกันแน่

“ผมว่าเรื่องของเรามันยังไกลเกินไปนะครับที่จะมาพูดอะไรกันในวันนี้” ผมบอกไอ้ไมค์ด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหยเหมือนคนกำลังทุกข์ใจอะไรบ้างอย่างอยู่

“หือ.....หรือว่าแอลมีแฟนอยู่แล้วอย่างนั้นเหรอ” ถึงแม้ไอ้ไมค์มันจะถามผมแบบนั้นแต่ท่าทางของมันก็ดูเหมือนจะไม่ตกใจอะไรเลยสักนิด สีหน้าของมันยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน อันที่จริงผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากตัวไอ้ไมค์อยู่แล้วเรื่องที่มันจะรักหรือไม่รักผมมันไม่สำคัญกับผมเลย

มันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ผมไว้ใช้เป็นตัวเร่งผลักไอ้ไฮค์ให้ลงขุมนรกให้เร็วขึ้นเท่านั้น

“จะเรียกว่าแฟนได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ.......ให้อธิบายง่าย ๆ คือรักข้างเดียวมากกว่านะครับ” ผมฝืนยิ้มออกมาแล้วค่อย ๆ ดึงมือออกจากมือของไอ้ไมค์มาวางไว้บนตักของตัวเองก่อนจะก้มหน้าลงมองไม่ยอมสบตากับไอ้ไมค์อีก

“ไม่น่าเชื่อเลยนะ.....คนน่ารักอย่างแอลจะรักใครข้างเดียว แล้วบอกผมได้ไหมครับว่าเขาคนนั้นเป็นใคร ถ้าผมช่วยอะไรได้ก็จะช่วยอย่างเต็มที่นะครับ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่แอลให้ที่พักสบาย ๆ กับผม” ไอ้ไมค์บอกผมด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ผมกระตุกยิ้มบางที่มุมปากแล้วบอกมันไปว่า

“เขาชื่อพี่ไฮค์ครับ”

เพียงแต่ประโยคสั้น ๆ ของผม ก็ทำให้สีหน้าของไอ้ไมค์เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าเรียบนิ่งแทบจะในทันทีที่รู้ว่าคนที่แอบรักอยู่นั้นคือเพื่อนสนิทของมันเอง เพียงแค่แวบเดียวที่ผมเห็นแววตาโกรธแค้นของไอ้ไมค์ ดูเหมือนชื่อของไอ้ไฮค์จะไปกระตุ้นต่อมอะไรบ้างอย่างในตัวของไอ้ไมค์เข้าเต็ม ๆ มันมีท่าทางอึกอักและสับสนขึ้นมาทันทีเหมือนว่ากำลังจะหาคำพูดอะไรมาพูดโต้ตอบกับผมดี

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณไมค์” ผมถามมันทั้ง ๆ ที่รู้ดีกว่าท่าทางของไอ้ไมค์นั้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไร

“เปล่าครับ.....บังเอิญจังเลยนะครับที่คนที่แอลแอบรักมันดันเป็นเพื่อนสนิทของผมเอง”

“อะไรนะครับ !!!! ถ้าอย่างนั้น.....เออ” ผมแกล้งทำเป็นตกใจจนทำตัวไม่ถูกที่ดันรู้ว่าคนที่ผมพึ่งจะบอกว่าแอบรักใครนั้นกันเป็นเพื่อนสนิทของคนคนนั้นให้สมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้

“หึ....ไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าผมจะเอาเรื่องนี้ไปบอกมัน เพราะช่วงนี้ผมกับไอ้ไฮค์ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่าไหร่หรอก” ไอ้ไมค์บอกผมเสียงเรียบ ผมแกล้งทำเป็นถอนหายใจด้วยความโล่งใจก่อนที่ส่งยิ้มเจือ ๆ ให้มัน

“เออ คุณไมค์จะรังเกียจผมไมถ้าผมจะเรียกคุณไมค์ว่า พี่ไมค์แทน” ผมถามมันเสียงอ่อน ไอ้ไมค์ยิ้มอ่อนโยนก่อนที่จะเอื้อมมือมาขยี้หัวผมอย่างตีสนิทแล้วพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า

“ได้สิ ถ้างั้นพี่ก็ขอเรียกเราว่าน้องแอลดีไม”

ผมยิ้มกว้างพยักหน้ารับ

-

-

หลังจากนั้นผมกับไอ้ไมค์ก็คุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปก่อนที่ไอ้ไมค์มันจะขอตัวกลับ และก่อนที่มันจะได้มันได้ทิ้งท้ายคำพูดหนึ่งเองไว้ซึ่งทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ยิน

“น่าอิจฉาไอ้ไฮค์มันจังเลยนะ ไม่ว่าใครก็รักมันซะหมด”

มันยักคิ้วหลิ่วตาให้ผมก่อนที่จะเดินออกจาห้องของผมไป ผมกลับมานั่งคิดทบทวนเรื่องราวที่ผมได้ฟังมาจากไอ้ไมค์เพื่อที่จะปะติดปะต่อเรื่องให้เข้ากัน แต่เรื่องมันยังคลุมเครือจนผมไม่สามารถปะติดปะต่อมันให้ลงตัวได้เลย ผมเดินวนไปมาอยู่หน้าจอทีวีมาพักหนึ่งแล้วยังไม่คิดไม่ออก ก็เลยตัดสินใจโทรไปหาไอ้คีย์เพื่อที่จะเล่าเรื่องที่ผมได้ยินมาจากให้ไมค์ให้มันฟังและให้มันช่วยผมคิดอีกแรงหนึ่ง

แต่แทนที่จะเป็นไอ้คีย์รับสายกับเป็นคนอื่นมารับแทนมันซะนี่

“พี่คีย์ไม่ว่าง” น้ำเสียงห้วนสั้นพูดทันทีที่รับสายของผม และผมก็พอจะเดาได้ว่าเป็นใคร

“เออ....น้องดีเทลช่วยส่งโทรศัพท์ให้ไอ้คีย์หน่อยได้ไหมพี่มีธุระจะคุยกับมันจริง ๆ”

ถึงจะบอกว่าไม่ว่างยังไง แต่มันไม่เนียนเอาซะเลยเมื่อผมดันได้ยินเสียงไอ้คีย์แหววออกมาเป็นพัก ๆ

“ก็บอกแล้วไงว่าพี่คีย์ไม่ว่าง.....อ่ะ โธ่....”

“ฮัลโหล ไอ้แอลมีธุระไรวะ สำคัญไมเดียวกูไปหา..... อะไรของมึงวะ ไปไกล ๆ เลยผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน”

ผมได้ยินเสียงกุกกักดังขึ้นก่อนที่ไอ้คีย์จะพูดสายกับผม ก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมโทรศัพท์ของไอ้คีย์ไปอยู่กับดีเทลได้ แต่ก็เอาเถอะ ถึงเพื่อนของผมจะเลือกคบหรือชอบใครผมก็ไม่มีสิทธิอะไรจะไปว่าหรือรังเกียจอะไรมัน

เพราะบนโลกนี้ความรัก.....มันไม่มีขอบเขตหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ อยู่แล้ว

“ไม่ต้องหรอก เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้ ขอโทษนะโว้ยที่โทรไปกวน”

“อ้าว.....เฮ้ย !!!! ไอ้แอลมีอะไรก็พูดมาดิวะ”

ติ๊ด

ผมกดวางสายทันทีถึงแม้ว่าใจจริงผมอยากจะเล่าเรื่องที่ผมพบเจอมาให้ไอ้คีย์ฟังแค่ไหนก็ตามแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สะดวกคุยในตอนนี้จริง ๆ

ผมถอนหายใจออกเบา ๆ ก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าเงินกับกุญแจรถเพื่อที่จะออกไปซื้อของสดมาใส่ในตู้เย็นที่ตอนนี้แทบจะไม่เหลืออะไรให้ทำเป็นอาหารได้แล้วนอกจากไข่ไก่กับองุ่นหนึ่งพวง และน้ำผลไม้อีกหนึ่งขวด ไม่น่าเชื่อว่าผมจะปล่อยปะละเลยให้ท้องตู้เย็นในห้องมันว่างเปล่าได้ขนาดนี้

โดยปกติผมเป็นคนที่เอาใจใส่เรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก น้อยครั้งนักที่ตู้เย็นในห้องครัวจะว่างเปล่าแบบนี้

ผมขับรถมาที่ห้างสรรพสินค้าใกล้กับคอนโดก่อนที่จะเดินไปที่แผนกขายของสดเพื่อเลือกซื้อเนื้อกับผักสดต่าง ๆ มา เพื่อจะได้ทำอาหารมื้อต่อไป ที่ผมทำกับข้าวเป็นเพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษใหม่ ๆ ไม่ค่อยจะชินกับอาหารฝั่งตะวันตกเท่าไหร่เงินที่คุณพ่อส่งมาให้ใช้ในแต่ละเดือนเลยหมดไปกับค่าอาหารที่ร้านอาหารไทยราคาแสนแพงจนบางเดือนผมแทบจะหมุนเงินใช้แทบจะไม่ทัน

ผมเลยตัดปัญหาด้วยการเข้าอินเตอร์เน็ตฝึกทำอาหารไทยด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปเสียเงินให้ร้านอาหารไทยอีก ส่วนพวกวัตถุดิบนั้นก็ไปหาซื้อจากช็อปคนไทย เครื่องปรุงทุกอย่างส่งตรงจากประเทศมาขายในราคาที่ไม่แพงมากนัก นับจากนั้นเป็นต้นมาผมก็ทำอาหารทานเองมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ ยกเว้นตอนที่กลับมาอยู่ที่บ้าน ที่ป้าจำปีจะเป็นคนทำอาหารมาให้ทานเท่านั้น

ผมหอบข้าวของที่ผมซื้อเดินกลับมาที่รถของผมระหว่างที่ผมกำลังเอาของเก็บไว้ที่ท้ายรถ จู่ ๆ หัวไหล่ทั้งสองของผมก็ถูกแรงกระชากทำให้ร่างของผมทั้งร่างผวาวูบหันหลังกลับไปอีกทาง และยังไม่ทันที่ผมจะร้องโวยวายผมก็ถูกใครที่ไหนไม่รู้ปล้ำจูบที่ริมฝีปากของผมอย่างร้อนแรง แขนทั้งสองข้างของผมพยายามดันร่างสูงให้ออกห่าง ผมเบียนหน้าหลบหลีกด้วยความหวาดหวั่นแต่ก็ถูกมือหนาล็อกที่ท้ายทอยเอาไว้จนไม่สามารถหนีอีกฝ่ายได้ ผมกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้ถูกรุกรานไปมากกว่า แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมแพ้กัดแรง ๆ ที่ริมฝีปากของผมจนผมเผลออ้าปากส่งเสียงครางออกมาด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้ปลายลิ้นร้อนของอีกฝ่ายรุกล่ำเข้ามาอย่างถือสิทธิ์

เพราะความตื่นตระหนกก็เลยทำให้ผมไม่ทันได้สังเกตคนที่กำลังบังคับปล้ำจูบผมอยู่ว่าเป็นใคร ?..........

“อืม.....”

ตุบ ๆ ๆ ๆ

ผมกระหน่ำทุบที่แผ่นอกกว้าง พลางร้องประท้วงในลำคอเมื่อร่างสูงไม่ยอมปล่อยโอกาสให้ผมได้พักหายใจเลย

“มีแรงขัดขืนแค่นี้เองเหรอ” เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหูของผม หลังจากที่ผลักออกจาริมฝีปากบวมแดงของผมแล้ว เสียงนี้ทำไมผมจะจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของใคร ในขณะที่ผมหายใจหอบเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด เสียงหนึ่งก็ตะโกนดังมาจากอีกด้านหนึ่ง

“พวกกูก็นึกว่ามึงจะแสดงหนังสดให้ดูมันตรงนี้ซะอีกวะ นั้นเด็กใหม่มึงเหรอ”

พวกเพื่อน ๆ ของไอ้ไฮค์หัวเราะชอบใจกันอย่างสนุกสนานในรถสปอร์ตสีดำคันสวย ผิดกับผมที่หน้าม้านเพราะความอับอายและความมกรุ่นโกรธเล็ก ๆ

“หึ....พวกมึงจะไปไหนก็รีบไปเลย” ไอ้ไฮค์เอ่ยปากไล่เพื่อนของมัน ก่อนที่มันจะคว้าแขนผมเดินไปเปิดประตูรถของผมที่นั่งด้านข้างคนขับและดันร่างของผมเข้าไปนั่งด้านในส่วนตัวมันก็เดินอ้อมไปนั่งที่นั่งคนขับแทน ทั้ง ๆ ที่เป็นรถของผมแต่ไอ้ไฮค์มันกลับไม่มีความเกรงใจอะไรเอาซะเลย

“เอากุญแจรถมึงมาสิ” มันสั่งผมเสียงเรียบ และผมก็ดันยืนกุญแจรถให้มันง่าย ๆ ซะอย่างนั้น ผมเองก็ยังมึนงงกับการพบกันอย่างกะทันหันอีกครั้งระหว่างผมกับไอ้ไฮค์จนทำตัวไม่ค่อยถูกไปเลยทีเดียว

ระหว่างทางที่ขับรถมาผมกับมันได้พูดคุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งมันมาจอดรถอยู่ที่คอนโดของผมเนี่ยแหละ

“มัวนั่งเหม่ออยู่ได้ จะไม่ลงรึไงวะ ถึงคอนโดมึงแล้วไม่ใช่รึไง” ไอ้ไฮค์หันมาถามผม

“อ่ะ....คือว่า....ผมแปลกใจน่ะครับที่คุณจำทางมาคอนโดของผมได้” ผมพยายามปรับน้ำเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด

“ก็แล้วทำไมกูจะจำไม่ได้ ก็นี่มันคอนโดเมียกูนี่หว่า”�





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #175 -CHANANA;- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 16:04
    เอ่อออ เหมือนจะจับทางได้แล้วน่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่
    คืออ เบลล่าน่าจะเป็นคนรักของไมค์ แต่พอได้เจอกับ
    ไฮค์ปรุ๊บก็เปลี่ยนไปรักกับไฮค์ปรั๊บแต่รับความจริงไม่ได้มั้งที่
    ไฮค์ไม่ชอบตัวเอง เพราะดูจากสิ่งที่ไมค์พูดออกมามันน่า
    จะเป็นอย่างนั้น หรือจะไม่ใช่ เราอาจจะคิดมากก็ได้ ช่างหัวมันเถอะ 
    อ้าวอินี่ #อิดีออกกก 55555 :3

    #175
    0
  2. #145 pun_davika (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:51
    เอ่ออออ วิ่งไปกรี๊ดดดดแปป อ๊ากกกกกกก
    #145
    0
  3. #115 Miss19 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:04
    อ๊ายยยยยประโยคสุดท้าย
    #115
    0
  4. #25 Little IU (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 11:32
    คีย์ดูสนใจแอลมากเลยนะ เหมือนเป็นเดือดเป็นร้อนด้วยทุกครั้งเลย
    ไฮค์โผล่มาแบบกระทันหันสุดๆอ่ะเป็นใครไมีตกใจบ้างละเนี่ย
    #25
    0