:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 8 : :::ตอนที่ 7::: ตกหลุมรัก (คีย์ x ดีเทล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 173
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 7 :::  ตกหลุมรัก  (คีย์ X ดีเทล)
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

ผมยืนมองร่างโปร่งบางของไอ้แอลที่ตอนนี้กำลังนั่งเฝ้าน้องสาวของมันอยู่เงียบ ๆ วันนี้เป็นวันแรกที่ผมได้มาเยี่ยมเยือนเบลล่าหลังจากที่เกิดเรื่องสะเทือนใจนี้ขึ้น สภาพของเบลล่าในตอนนี้มันเปลี่ยนไปจากที่ผมเจอครั้งล่าสุดมาก ร่างกายเดิมที่จัดว่าผอมอยู่แล้วของเบลล่ามันผมลงมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าจนเทียบจะเรียกได้ว่าเหลือแต่หนักหุ้มกระดูกเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่เข้ามาไอ้แอลไม่ได้พูดอะไรสักคำ มันได้แต่กุมมือเบลล่าเอาไว้เงียบ ๆ เท่านั้น

ผมรู้ดีว่าไอ้แอลมันเจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องสาวมันมากแค่ไหน นับตั้งแต่วันที่มันรู้ว่าตัวต้นเหตุทุกเรื่องที่มันเกิดขึ้นนั้นเกิดมาจากไอ้ไฮค์อดีตแฟนเก่าของเบลล่า หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็ไม่เคยเห็นไอ้แอลมันยิ้มหรือหัวเราะอะไรอีกเลย

RRRRRRR

เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องผู้ป่วย ผมยิ้มแหยะ ๆ เมื่อไอ้แอลส่งสายตาดุ ๆ มาให้ผม ทั้ง ๆ ที่ไอ้แอลมันก็บอกผมแล้วว่าให้ปิดเสียงโทรศัพท์ก่อนเข้ามาเยี่ยมน้องสาวมันแต่ผมดันลืมซะอย่างนั้น ผมเดินออกจาห้องเพื่อไปรับสายที่โทรเข้ามาหาผม

“มีอะไร” ผมพูดเสียงห้วน ๆ

“คุณคีย์ครับ คุณท่านบอกให้โทรมาตามคุณคีย์ให้กลับมาเข้าร่วมประชุมครับ” กมลเลขาของคุณพ่อของผมโทรมาเตือนเรื่องงานของผมแบบนี้ทุกครั้ง แรก ๆ ผมก็รู้สึกรำคาญแต่ระยะหลัง ๆ ผมก็เริ่มจะชินซะแล้ว

“ยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงทำไมต้องรีบโทรตามด้วย” ผมถามมันเสียงเรียบ

“ครับ แต่คุณท่านต้องการให้คุณไปพบลูกค้าท่านหนึ่งก่อนเข้าประชุมครับ คุณท่านหวังว่าอีก 1 ชั่วโมงจะพบคุณรอท่านอยู่ที่ห้องรับแขกที่คฤหาสน์นะครับ”

ตูด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

“ไอ้เวร.....สั่งเสร็จก็วางสายกู” ผมด่ามันด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนที่จะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องผู้ป่วย

“ไอ้แอล” ผมเรียกร่างโปร่งบางที่ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือให้เบลล่าฟังอยู่

“อะไร” มันหยุดอ่านหนังสือก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นตอบรับผม

“กูต้องกลับบ้านก่อนนะโว้ย พอดีที่บ้านมีงานต้องเคลียร์นิดหน่อย”

“อืม.....ขับรถดี ๆ ละ” ไอ้แอลบอกผมแล้วมันก็ก้มหน้าลงอ่านหนังสือให้น้องมันฟังต่อไป หลังจากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไปทันที ผมไม่อยากจะมองหน้าของไอ้แอลในตอนนี้เท่าไหร่ เพราะยิ่งมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของมันหัวใจของผมมันก็รู้สึกเจ็บปวดที่ไม่สามารถช่วยอะไรมันได้เลย ถึงแม้ว่ามันจะขอให้ผมช่วยหาข้อมูลของไอ้ไฮค์มาให้มัน แต่ผมกลับไม่รู้สึกเหมือนได้ช่วยมันจริง ๆ เลยสักครั้ง

ที่ผมอยากจะช่วยมันจริง ๆ คืออยากทำให้มันหลุดพ้นจากวังวนของความเจ็บปวดนี้ ผมอยากช่วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของมัน

แต่ผมรู้ตัวดีว่าผมไม่สามารถทำได้........

ผมขับรถมาถึงบ้านก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงแต่ก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นจำนวนรถที่มาจอดอยู่มันมากกว่าปกติ สงสัยว่าแขกของพ่อผมจะมาถึงกันแล้ว ผมเดินเลี่ยงอ้อมไปทางหลังบ้านเพื่อที่จะได้ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวซะใหม่

พลั่ก

โอ๊ย.......

จู่ ๆ ก็มีอะไรก็ไม่รู้พุ่งเข้าชนผมอย่างแรงแต่ผมสามารถตั้งหลักได้ก่อนเลยแค่เซไปเล็กน้อยแต่คนที่วิ่งเข้ามาชนผมนี้สิ ล้มลงไปก้นกระแทกพื้นจนเสียงดังฟังชัดแบบนี้สงสัยจะจุกใช้เล่นเลยนะนั้น

“ใครพาเด็กมาวิ่งเล่นแถวนี้วะ เป็นไรไมเนี่ยไอ้น้อง” ผมถามก่อนที่จะเดินเข้าไปช่วยพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้น

“ขะ...ขอโทษนะครับ ผมไม่ทันระวังเอง” ไอ้เด็กคนนั้นตอบผมอย่างไม่เต็มเสียง

สงสัยมันจุกจนพูดไม่ออกแน่ ๆ

“อ่อ...คราวหน้าก็อย่ามาวิ่งเล่นแถวนี้ละ” พูดจบผมก็ทำท่าจะเดินอ้อมไปหลังบ้านอีก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อไอ้เด็กที่มันชนผมมันดึงแขนของผมเอาไว้ก่อน

“พี่ชายครับ พี่ชื่ออะไรเหรอ” มันถามผม

“มันใช่เวลามาถามชื่อกูตอนนี้ไมวะ คนยิ่งรีบ ๆ อยู่” ผมพยายามงัดเอามือของเด็กคนนั้นออกจากแขนของผม แต่พอหยุดแล้วมันก็วิ่งมาคว้าแขนของผมเอาไว้อีกจนได้

“ถ้ารีบพี่ก็บอกชื่อพี่มาสิ ผมก็จะได้ปล่อยพี่ไง” มันพูดต่อลอง มือมันก็ยังคงจับแขนของผมเอาไว้แน่น ผมจ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่อง ส่วนไอ้เด็กบ้านี้ก็จ้องผมกลับมาอย่างดื้อรั้นไม่เกรงกลัวเหมือนกัน

“เฮ้ย.....กูชื่อคีย์ทีนี่ปล่อยแขนกูได้รึยัง” ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของไอ้เด็กบ้านั้นก่อนที่จะหันหลังเดินหนีมันอย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนมันคว้าตัวเอาไว้อีก

“ผมชื่อดีเทลนะครับพี่คีย์”

มันตะโกนไล่หลังผมมาเสียงดัง ผมหันหลังไปส่งนิ้วกลางให้มันทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ แล้วเดินเข้าไปในประตูหลังบ้านทันที ผมรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร็วที่สุดก่อนที่จะรีบวิ่งลงบันไดลงมาที่ห้องนั่งเล่นเห็นพ่อกำลังนั่งคุยกับแขกของพ่ออยู่ ผมเคาะที่ประตูสองสามทีก่อนที่จะเดินเข้าไปนั่งรวมวงสนทนาด้วยกันอีกคน

“อ่อ เจ้าลูกชายของผมมาพอดี ไอ้คีย์นี่ลุงมโนลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทเรา คุณมโนครับนี้เจ้าคีย์ลูกชายคนเล็กของผม” พ่อแนะนำผมกับลุงมโนให้รู้จักกัน

ผมยกมือขึ้นไหว้ลุงมโนก่อนที่จะนั่งลงข้าง ๆ กับพ่อ ลุงมโนยกมือขึ้นไหว้รับผมก่อนที่จะยิ้มกว้างทักทาย

“ลูกชายคุณอำนาจหน้าตาดีจริง ๆ เลยนะครับ” ลุงมโนเอ่ยปากชมผม ส่วนพ่อของผมก็ยิ้มรับหน้าบานเป็นกระดงเลยทีเดียว

“ก็มันได้พ่อมันไปเยอะนะครับ”

ถึงผมจะรู้ว่ามันเป็นมุขที่พ่อชอบใช้แต่มันก็ทำให้ผมอดขนลุกไม่ได้จริง ๆ ผมเคยเห็นรูปของพ่อผมตอนหนุ่ม ๆ ท่านหล่อจริง ๆ นั้นแหละ แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนตอนนั้นแล้วจะเอามุขนี้มาใช้มันก็ดูจะเสี่ยว ๆ ไปหน่อย

“ฮา ๆ ๆ ก็จริงอย่างที่คุณอำนาจพูดนั้นแหละครับ ผิดกับลูกชายผมมันเอาของแม่มันมาหมดเลย แล้วนี่ไม่รู้ว่าไปเข้าห้องน้ำถึงไหนไม่มาสักที” ลุงมโนชะเง้อมองหาตัวลูกชายของแกแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา เราสามคนพูดคุยเรื่องสัพเพเหระไปเลื่อยรอให้ลูกชายของลุงมโนกลับมา

มันตกคอหานตายรึไงวะช้าจริง ๆ

ผมบ่นลูกชายของลุงมโนในใจ

“ขอโทษครับที่ผมมาข้า พอดีว่าผมหลงทาง.........พี่คีย์นี่น่า” มันชี้มาที่หน้าผมแล้วทำตาโตตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันที่เจอได้เด็กที่ผมพึ่งจะส่งนิ้วกลางให้มันไปเมื่อกี้ที่นี่ ที่แท้ได้เด็กนี่มันก็คือลูกของลุงมโนลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทผมนั้นเอง

“เอะอะอะไรหือ.....ดีเทล แล้วไปรู้จักพี่เขาตอนไหนกัน” ลุงมโนถามลูกชาย

“เมื่อกี้ครับ” มันตอบพลางจ้องหน้าผมตาไม่กระพริบ สายตามันมองมาที่ผมทำให้ผมรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาแปลก ๆ

หลังจากที่มากันครบเราพวกเราทั้งหมดก็เริ่มคุยธุระกันต่อ ก่อนที่ผมจะขอตัวไปเข้าประชุมที่บริษัทต่อ

“ป๊า ๆ ๆ ๆ ผมไปกับพี่คีย์ได้ไม” จู่ ๆ ไอ้ดีเทลมันก็โพลงขึ้นมาเล่นเอาผมแทบสะดุดขาตัวเองล้ม ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวนะที่ตกใจแต่รวมไปถึงบรรดาพ่อ ๆ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

“พูดอะไรนะดีเทลอย่ามาเอาแต่ใจตอนนี้ได้ไม” ลุงมโนดุลูกชายเสียงแข็ง

“ก็ผมอยากเรียนรู้งานจากพี่คีย์นี่ พี่คีย์ดูเก่งออกต้องสอนผมได้แน่ ๆ” ไอ้ดีเทลดื้อเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ มันเข้าไปเกาะแขนพ่อของมันอย่างอ้อน ๆ แต่ดูเหมือนคุณลุงมโนจะไม่ยอมอ่อนให้มันง่าย ๆ

ดีครับคุณลุงมโนอย่าไปใจอ่อนให้มันเด็ดขาดเลยนะ เพราะถ้าลุงใจอ่อนกับมันคนที่จะเดือดร้อนคือผมคนนี้

“ไม่ได้พี่เขาไปทำงานป๊าจะปล่อยให้แกไปกวนพี่เขาได้ยังไง”

ถูกต้องครับคุณลุงอย่าปล่อยมันมาเชียว ผมร้องเชียร์ลุงมโนอยู่ในใจทั้ง ๆ ที่ใบหน้าของผมยังคงนิ่งสงบอยู่ก็ตาม

“ผมบอกป๊าเมื่อไหร่ว่าผมจะไปกวนพี่เขา ผมบอกแล้วไงว่าผมจะไปศึกษาดูงานกับพี่คีย์ไม่ได้บอกว่าจะไปกวนสักหน่อย” ไอ้ดีเทลเถียงพ่อมันข้าง ๆ คู ๆ มันทำปากยู่เหมือนเด็กถูกขัดใจ เมื่อเห็นว่าไม่ว่ายังไงคุณลุงมโนก็ไม่มีทางยอมให้มันไปกับผม ไอ้ดีเทลมันเลยเปลี่ยนเป้าหมายมาที่พ่อของผมแทน

“คุณลุงอำนาจครับ ผมขออนุญาตไปเรียนรู้งานกับพี่คีย์ได้ไมครับ”

“เออ......” พ่อผมมีสีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ผมหันไปมองหน้าพ่อพลางส่ายหน้าน้อย ๆ เพื่อเป็นการบอกกลาย ๆ ว่า

อย่ายอมนะพ่อ.........

ไอ้ดีเทลจ้องมองพ่อของผมด้วยสายตาเหมือนลูกหมาน้อยตาแป๋วที่จ้องมองเจ้าของมันอย่างอ้อน ๆ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นทำผมคงรู้สึกขนลุกแต่กับไอ้ดีเทลแล้วใบหน้าน่ารักน่าหยิกของมันเป็นขอได้เปรียบเลยทีเดียวเพราะว่ามันจะทำหน้ายังไงก็ยังดูน่ารักน่าถนอมอยู่ดี

“ได้สิ...แต่ว่าลุงคงให้เข้าไปในห้องประชุมด้วยไม่ได้ ดีเทลจะรอพี่เขาได้ไมละ”

หลังจากที่พ่อของผมนิ่งคิดไปนานประกาศิตจากปากของท่านก็ทำให้ผมแทบจะเป็นลม ผิดกับท่าทางของไอ้ดีเทลที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าดีใจมากจนออกนอกหน้าเลยทีเดียว

นี่มันเวรกกรมอะไรของผมกันเนี่ย แล้วไอ้เด็กนี่มันนึกติดใจอะไรผมขึ้นมาวะ

“จะดีเหรอครับคุณอำนาจ” ลุงมโนถามพ่อของผมด้วยสีหน้าลำบากใจที่ลูกของตัวเองก่อเรื่องขึ้น พ่อของผมหัวเราะออกมาเบาพลางส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่าดีนะครับถือพาลูกค้าคนสำคัญของเรามาเซอร์วิสเที่ยวชมบริษัทของเราไปในตัวด้วย” พ่อผมบอกลุงมโน

หัวการค้าผิดเวลาแล้วนะพ่อ

ผมได้แต่ร้องท้วงในใจเท่านั้นในที่สุดผมก็ต้องพ่วงไอ้เด็กบ้านี้ตามมาด้วยอีกคน

“พี่คีย์เรียนอยู่ปีอะไรเหรอครับ” ดีเทลมันถามผมระหว่างที่ผมกำลังขับรถเข้าบริษัท

“ปี 3” ผมต้องมันเสียงห้วนสั้น

“ผมอยู่ ม.6 ครับ ผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันกับพี่ให้ได้และก็จะเรียนคณะเดียวกันกับพี่คีย์ด้วยดีไหมครับ” นับจากที่ขึ้นรถมาไอ้ดีเทลมันก็จ่อไม่หยุด มันชวนผมคุยโน่นคุยนี้จนผมเริ่มรู้สำรำคาญ แต่ก็ว่าอะไรมันมากไม่ได้เพราะมันดันเป็นลูกชายของลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทผมนั้นเอง

“ไม่มีความคิดเป็นของตัวเองรึยังไง ทำไมต้องค่อยทำตามคนอื่นด้วย” ผมถามมันตรง ๆ ไม่รู้ว่ามันจะอะไรกับนักหนา

“ที่จริงผมอยากจะเรียนคอมพิวเตอร์นะเพราะผมชอบเล่นเกม แต่ตอนนี้ผมเจอสิ่งที่ชอบมากกว่าเกมแล้ว” ระหว่างที่มันพูดผมไม่ได้หันมามองหน้ามันเลยแม้แต่น้อยเลยไม่รู้ว่าตอนนี้ไอ้ดีเทลมันมีสีหน้ายังไง แน่ละเพราะผมขับรถอยู่จะให้ผมหันไปมองมันก็แหกโค้งตายคู่กันพอดี แต่ผมก็พอจะจับน้ำเสียงที่สื่อความหมายแปลก ๆ ออกมาได้อยู่ดี

“..................”

“จะไม่ถามผมหน่อยเหรอว่าผมชอบอะไรมากกว่าเกมอ่ะ” ไอ้ดีเทลมันยกนิ้วขึ้นมาจิ้มที่หัวไหล่ของผมเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผม

“............”

“ไม่ถามก็ช่างผมตอบเองก็ได้......” ไอ้ดีเทลมันกระแทกเสียงเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อ

“ผมชอบพี่ยังไงละ”

เอี้ยด ด ด ด ด ด ด

!!!!!

ผมตกใจจนเผลอเหยียบแบรกรถเต็มแรงเข้า จนหน้าผมแทบจะทิ่มกับกระจกหน้าโชคยังดีที่ผมคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้เรียบร้อยแล้วไม่อย่างนั้นผมต้องได้หัวแตกเย็บไปหลายเข็มแน่ ๆ

“คิคิคิ ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ไอ้ดีเทลหัวเราะคิกคักจนหน้าของมันแดงไปหมด

“ไม่ตกใจก็แปลกแล้ว พูดบ้าอะไรของมึงออกมาเนี่ย รู้ตัวไม รึว่าตอนที่มึงชนกูเมื่อกี้หัวมึงกระแทกพื้นแทนก้นมึงกันแน่วะ” ผมหันไปตะโกนใส่หน้าไอ้ดีเทลอย่างฉุน ๆ เพราะมันคนเดียวทำให้ผมน๊อตหลุดหมดฟอร์มหล่อแบบนี้ ยิ่งมันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่ผมก็อย่างจะเข้าไปขย้ำคอมันให้หลุดออกจากหัวของมันไปซะเลย

“ผมพูดออกมาด้วยสติครบร้อยแน่นอน พี่นั้นแหละที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย” ไอ้ดีเทลโยกใบหน้าของมันเข้ามาใกล้กับใบหน้าของผมจนผมได้ยินเสียงหายใจของมัน จนต้องเป็นผมซะเองที่เอียงใบหน้าหนีมัน

“ทำไมมึงถึงได้หน้าด้านแบบนี้วะ บอกไว้ตรงนี้เลยว่ากูไม่ได้ชอบมึงและจะไม่มีวันชอบด้วย” ผมพูดเสียงเฉียบขาดก่อนที่จะตั้งสติใหม่และออกตัวขับรถต่อไปถึงแม้ว่าภายในใจของอยากจะจับร่างเล็กนั้นโยนออกจากรถของผมมากแค่ไหนก็ตาม

“ไม่ชอบก็ดีแล้วละครับ เพราะผมจะทำให้พี่รักผมเลยยังไงละ วะฮา ๆ ๆ ๆ ๆ” ไอ้ดีเทลหัวเราะแบบที่ได้รับชัยชนะแล้วทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ได้ลงสนามเลย ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกทำแต่ขับต่อไปเงียบ ๆ พยายามอย่างมาที่จะทำให้ไอ้เด็กบ้าที่นั่งอยู่ข้างกายผมมันกลายเป็นอากาศธาตุไปและไม่สนใจเสียงรบกวนจากมันอีกตลอดการเดินทาง

-

-

วาระการประชุมไม่มีอะไรมากมายนักใช้เวลาไปแค่ 2 ชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ผมผู้เป็นประธานในการประชุมกับไม่ยอมลุกขึ้นยากเก้าอี้ทำให้คนอื่น ๆ พลอยไม่ลุกตามไปด้วย จนเลขากมลเดินเจ้ามากระซิบถามผมข้าง ๆ หู

“คุณคีย์ครับการประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ”

“รู้แล้วน่า.....ทุกคนกลับไปทำงานกับต่อได้เลยครับไม่ต้องเกรงใจผม” ผมร้องบอกบรรดาผู้บริหารทุกคนก่อนที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานทันทีที่ผมพูดจบ แต่ผมก็ยังคงไม่ขยับลุกออกจากเก้าอี้อยู่ดี

เพราะอะไรนะเหรอ?.....

เพราะผมไม่อยากออกไปเจอไอ้ตัวปัญหาที่นั่งรอผมอยู่ด้านนอกนั้นยังไงละ





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #174 -CHANANA;- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 15:45
    เคะรุกหรออ หรือเมะว่ะ น่ารักอ่ะ  -///.\\\-
    แต่กลัวดีเทลจะเจ็บอ่ะ เพราะเหมือนคีย์จะชอบแอลจริงๆด้วย
    ต้องใช่แน่ๆ คีย์ชอบแอล แต่เชียร์ คีย์แอล
    ดันเป็นไฮค์แอล  ไม่เป็นไรเอา คีย์เทลแล้วกัน 
    #174
    0
  2. #24 Little IU (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 11:20
    รักแรกพบจริงๆ ดีเทลรุกซะคีย์ตั้งรับไม่ทันเลย
    อยากรู้นักว่าคีย์จะปากแข็งได้นานแค่ไหนเชียว
    ดีไม่ดีได้แบ็คดีเป็นพ่อทั้งสองคนอีกแหนะ
    #24
    0