:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 6 : :::ตอนที่ 5::: การให้อภัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 159
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56


::: ตอนที่ 5 :::  การให้อภัย
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

เป็นมื้ออาหารที่ชวนอึดอัดไม่น้อย ไอ้คีย์เอาแต่พูดจาด่าท้อดีเทลอยู่ตลอดเวลา ส่วนเด็กคนนั้นก็เอาแต่จะร้องไห้ตลอดเวลาที่โดนด่าเหมือนกัน ผมเองก็ได้แต่มองเงียบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรให้สถานการณ์ตรงหน้านี้ให้มันดีขึ้น

“ไอ้แอล อิ่มรึยังวะกูอยากกลับไปนอนแล้ว” ไอ้คีย์ถามทั้ง ๆ ที่ข้าวในจานของมันไม่ลดลงแม้แต่น้อย กับข้าวในส่วนที่ดีเทลตักให้ ไอ้คีย์ก็ไม่ได้แตะแม้แต่นิดเดียว ผมไม่เคยเห็นไอ้คีย์แสดงออกว่าไม่ชอบอะไรอย่างนี้มาก่อน ทั้ง ๆ ที่มันเป็นพวกเก็บอารมณ์ได้เก่งแท้ ๆ

“กูพึ่งกินไปไม่ถึงครึ่งจานอยู่เลยนะโว้ย อีกอย่างกับข้าวก็ยังเหลืออีกเยอะด้วย....ถ้ามึงอยากกลับไปนอนก็กลับไปก่อนก็ได้” ผมบอกไอ้คีย์และตักกินข้าวต่อไป

“พี่คีย์ครับทานข้าวหน่อยสิครับ ดูสิข้าวในจานพี่ไม่ลดลงเลย”

“เสือ.ก”

“ไอ้คีย์” ผมเอ็ดไอ้คีย์เสียงแข็ง หลังจากที่เห็นน้ำตาของเด็กคนนั้นเริ่มจะไหลออกมาอีก

“มึงมันก็ใจอ่อนไม่เข้าเรื่อง ไอ้เด็กบ้านี่มันก็แค่เล่นละครโกหกมึงเท่านั้นเอง อย่าไปสนใจมันเลย” ไอ้คีย์ว่าผมในขณะที่มันตัดไก่ทอดวางในจานข้าวของผม

ผมหันไปมองหน้าเด็กคนนั้นอีกครั้งก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าเด็กคนนั้นกำลังกลั่นสะอื้นน้ำตาไหลอยู่เงียบ ๆ

“ไอ้คีย์ กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงกับน้องเขาเป็นอะไรยังไงกันแน่ แต่ถ้าขืนมึงยังทำปฏิกิริยาไร้มารยาทแบบนี้อยู่อีกก็เชิญมึงลุกออกไปจากโต๊ะนี่ได้เลย” ผมยื่นคำขาดให้ไอ้คีย์มันทำหน้ามุ่ยไม่พอใจแต่ก็ยอมสงบปากสงบคำแต่โดยดี ผมยืนผ้าเช็ดหน้าที่ผมชอบพกเป็นประจำให้ดีเทล เด็กคนนั้นรับเอาไว้แต่ก็ไม่ได้เช็ดคราบน้ำตาออกแต่อย่างใดได้แต่กำผ้าเช็ดหน้าของผมเอาไว้เท่านั้น

ในที่สุดมื้ออาหารอันน่าอึดอัดก็จบลงตอนแรกผมคิดว่าจะกลับคอนโดทันทีเพื่อที่จะได้ไปพักผ่อนร่างกายต่อ แต่ก็คิดขึ้นได้ว่าวันนี้ผมนัดกับคนคนหนึ่งเอาไว้ที่บ้านของผม และนี่มันก็เลยเวลานัดไปเป็นชั่วโมงแล้วซะด้วย

“เวรแล้วไง” ผมสบถด้วยความหงุดหงิดที่ดันเผลอลืมนัดสำคัญไปซะได้

ผมรีบขับรถกลับบ้านทันที แต่พอกลับก็พบเพียงป้าจำปีที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่เพียงคนเดียว

“อ้าว....คุณแอล หายไปไหนมาค่ะ คุณท่านรออยู่นานแล้วนะค่ะ แต่ว่าคุณแอลก็ยังไม่มาเสียที ท่านก็เลยออกเดินทางกันไปก่อนแล้ว อ่ะ! แต่ว่าก่อนไปคุณท่านก็ฝากของเอาไว้ให้คุณแอลด้วยนะค่ะ” ป้าจำปีเดินหายเข้าไปที่หลังเคาน์เตอร์บาร์ก่อนที่จะยืนซองจดหมายที่คุณพ่อฝากเอาไว้ให้กับผมและเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

ผมเดินกลับขึ้นไปบนห้องนอนของผมก่อนที่จะเปิดซองจดหมายที่พ่อทิ้งเอาไว้ให้ก่อนที่จะพาคุณแม่กับเบลล่าไปพักอยู่ที่นิวซีแลนด์พวกท่านทั้งสองคนเชื่อว่าถ้าพาเบลล่าไปรักษาตัวในประเทศที่มีบรรยากาศดี ๆ อย่างประเทศนิวซีแลนด์จะทำให้อาการของเบลล่าดีขึ้น ส่วนผมก็ขอคุณพ่ออยู่ที่ประเทศไทยต่อไปโดยให้เหตุผลกับท่านไปว่าขออยู่เที่ยวพักผ่อนที่ประเทศไทยอีกสักพักก่อนที่จะเดินทางกลับไปเรียนต่อตามที่มหาวิทยาลัยได้กำหนดเอาไว้

และแน่นอนมันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น

เหตุผลที่แท้จริงผมว่าพวกคุณก็คงรู้ดีนะครับว่าเพราะอะไร.......

ในซองจดหมายมีตั๋วเครื่องบินกับพาสปอร์ต และจดหมายที่คุณพ่อเขียนถึง ข้อความเพียงสั้น ๆ ที่ทำให้ผมถึงกับคิดอะไรต่อไปไม่ออก.......คำคำนั้นคือ

ให้อภัย

ผมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างข่มขืน ผมไม่เคยโกหกคุณพ่อได้สำเร็จเลยสักครั้ง ไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่ที่ไหนท่านก็สามารถรู้ได้ตลอด และนั้นก็คงรวมไปถึงเรื่องที่ผมกำลังจะทำอยู่ในตอนนี้ท่านเองก็รู้แล้วเช่นกันไม่อย่างนั้นคงไม่เขียนคำที่ผมไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ส่งมาให้ผมพร้อมกับแนบตั๋วเครื่องบินไปนิวซีแลนด์ให้ผมหรอก

“ขอโทษครับคุณพ่อ.....ผมถอยไม่ได้อีกแล้ว.....” ผมเอ่ยขึ้นมาเงียบ ๆ ในใจของผมมันมีแต่คำว่าแก้แค้นอยู่เต็มอกไปหมดไม่เหลือพื้นที่ว่างให้กับคำที่แสนยิ่งใหญ่ที่พ่อมอบให้เก็บเอาไว้อีกแล้ว

แครก ๆ ๆ

ผมฉีกจดหมายกับตั๋วเครื่องบินทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดีก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงนอนขนาดใหญ่ จ้องมองเพดานห้องอยู่เงียบ ๆ และปล่อยให้น้ำตาไหลทิ้งจากหางตาล่วงลงสู่เหวลึกมืดดำเพียงลำพัง...........

-

-

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

“คุณแอลค่ะ.....ป้าเตรียมอาหารเย็นไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะค่ะ คุณแอล”

ผมค่อย ๆ ขยับร่างกายลุกขึ้นจากที่นอนแสนสบาย ตอนนี้ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ถึงแม้ว่าตัวจะยังรุ่ม ๆ อยู่ก็ตาม

ผมเดินลงไปที่โต๊ะอาหาร ที่มีของโปรดของผมวางเตรียมไว้ให้เยอะมากจนคิดว่าผมคงกินคนเดียวไม่หมด บนโต๊ะอาหารมันเงียบมากจนผมรู้สึกเหงาขึ้นมาแปลก ๆ ปกติที่บ้านของผมจะมีกฎข้อเล็ก ๆ ที่ทุกคนในบ้านต้องปฏิบัติตาม คือไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน หรือมีธุระอะไรก็ต้องปลีกตัวมานั่งทานข้าวด้วยกันทุกเย็น แต่เมื่อต้องมานั่งทานข้าวอยู่คนเดียวอาหารที่ควรจะอร่อยกับไร้รสชาติไปซะอย่างนั้น

“คุณแอลค่ะ”

“ครับป้าจำปี...มีอะไรเหรอครับ”

“คือ......เออ ไม่มีอะไรค่ะ นี่ยาลดไข้ แล้วก็ยาทาแก้พกช้ำนะค่ะ”

ป้าจำปีวางยาลดไข้กับตลับยาแก้พกช้ำไว้บนโต๊ะอาหารข้าง ๆ จานข้าว ผมมองตามหลังหญิงชราไปอย่างเงียบ ๆ พลางจ้องมองยาที่ป้าจำปีเตรียมเอาไว้ให้ด้วยแววตาเหม่อลอย ป้าจำปีแกเป็นผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนผมมีหรือที่แกจะไม่รู้ว่าร่องรอยตามตัวของผมเกิดขึ้นจากอะไร และผมก็รู้ว่าป้าจำปีจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพ่อหรือคุณแม่แน่นอน ที่จริงผมยังไม่อยากจะกลับบ้านทั้งที่ยังเหลือร่องรอยพวกนี้อยู่ ทั้ง ๆ ที่พยายามซ่อนมันเอาไว้แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนในบ้านเลยได้

ทั้งภายนอกและภายใน.....ผมถูกคนในครอบครัวอ่านเกมของผมออกจนหมด

-

-

ผมออกมาเดินเล่นย่อยอาหารที่สวนหน้าบ้านบรรยากาศที่เย็นสบายในตอนกลางคืนมันทำให้ผมรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นน้ำค้างและกลิ่นดินที่เปลือกชื่นทำให้ใจที่ร้อนรุ่มของมันเย็นลงได้บ้าง ผมวางเดิมพันเรื่องเมื่อคืนเอาไว้สูงมากโดยที่ไม่รู้เลยว่าจะออกหัวหรือออกก้อย การที่ต้องนั่งรอฟังผลที่ได้รับมานั้นจะคุ้มค่าเท่ากับที่ผมลงทุนไปไมนั้นทำให้ผมรู้สึกวุ่นวายใจมาตลอดทั้งวันแล้ว

ยิ่งรอเวลานานเท่าไหร่ความมั่นใจของผมมันก็ค่อย ๆ หมดลงไปมากเท่านั้น

เพราะสิ่งที่ยืนยันได้ว่าไอ้ไฮค์มันติดใจผมก็แค่เรื่องโพสอิทที่มันชอบเขียนให้คู่นอนคืนเดียวของมันไว้ทุกครั้ง แต่ผมกลับไม่มีเจ้ากระดาษแผ่นเล็กนั้นเท่านั้น ใช่ว่าผมจะไม่คิดอย่างที่ไอ้คีย์มันว่ามานะว่าไอ้ไฮค์มันอาจจะลืมเขียนก็ได้แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ขอเดาอะไรมั่ว ๆ ตราบใดที่มันยังเป็นเรื่องของอนาคตที่มันไม่เคยแน่นอน ที่ผมทำได้คือรอ.....

รอให้เวลาแห่งการแก้แค้นที่แท้จริงมันเริ่มขึ้นอย่างสมบรูณ์

RRRRRR

“เบอร์ต่างประเทศอย่างนั้นเหรอ.......Hallo....”

ผมพึมพำก่อนที่จะรับสาย

“ฮัลโหลน้องแอล....นี่พี่มอสเองนะ” ปลายสายบอกผมด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ผมเผลอยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อคิดถึงพี่ชายที่แสนดีที่ค่อยดูแลผมมาตลอดตอนที่ผมเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ

“ครับ....พี่มอสเป็นยังไงบ้างครับสบายดีไม”

“สบายดีครับ ว่าแต่เราเถอะหายหน้าหายตาไม่ติดต่อมาบ้างเลยนะ” พี่มอสว่า

“ขอโทษนะครับ พอดีว่าทางนี้ก็ยุ่ง ๆ เลยไม่ค่อยมีเวลาได้ติดต่อกลับไป.....ว่าแต่พี่ไปเอาเบอร์ผมมาจากไหนครับเนี่ย” ผมถามพี่มอสด้วยความประหลาดใจผมไม่เคยบอกเบอร์โทรติดต่อให้คนทางโน่นรู้เลยสักคน ในใบประวัตินักศึกษาของผมก็บอกแค่เบอร์บ้านกับ E-mail เท่านั้น ส่วนเบอร์ส่วนตัวของผมไม่เคยบอกใครเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่มอสเองก็ตาม

“ขอเก็บเป็นความลับก็แล้วกัน พี่เห็นเราไม่ติดต่อมาเป็นเดือน ๆ ก็เลยรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้เป็นห่วง ว่าแต่นี้มันไม่ใช่เลขรหัสประเทศอังกฤษนี่ครับ ตอนนี้พี่มอสอยู่ที่ไหนเหรอครับ”

ที่จริงผมฉุดใจเบอร์ที่พี่มอสโทรมาหาผมเหมือนกันเพราะมันไม่ใช่รหัสเบอร์โทรต่างประเทศของอังกฤษ

“ฮา ๆ ๆ ตอนนี้พี่อยู่สนามบินโตเกียวกำลังเปลี่ยนเครื่องบินกลับบ้านเกิดที่ประเทศไทย แต่ว่าพี่อยากจะเซอร์ไพร์คนที่บ้านก็เลยกะว่าจะโทรมาให้น้องแอลมารับที่พี่ที่สนามบินตอนตี 4 หน่อยได้ไมครับ”

“ได้สิครับ ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ เลยครับที่จะได้เจอพี่มอสสักทีหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานเลย” ผมรู้สึกว่าหัวใจที่เหี่ยวแห้งของผมมันสดชื่นขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าพี่มอสกำลังจะกลับประเทศไทย รอยยิ้มที่ผมคิดว่าตัวเองจะลืมไปแล้วว่าวิธียิ้มอย่างมีความสุขมันยิ้มยังไงตอนนี้มันกำลังแย้มออกมาทีละนิด ๆ จนกลายเป็นหุบไม่ลงไปซะแล้ว

“นั้นสินะ อ่อ น้องแอลครับพี่ต้องขึ้นเครื่องแล้วเอาไว้ถ้าพี่ถึงไทยเมื่อไหร่จะโทรหาอีกทีนะครับ”

ผมได้ยินเสียงพนักงานสนามบินประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องเป็นภาษาอังกฤษสลับภาษาญี่ปุ่นดังแววเข้ามาในโทรศัพท์ และยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไรสายก็ตัดไปซะแล้ว

ถึงแม้ว่าสายจะตัดไปแล้วแต่ผมก็ยังเอาโทรศัพท์แนบใบหูอยู่อย่างนั้นใบหน้าของผมประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขเพียงแต่คิดถึง พี่มอส

ผมเดินกลับเข้ามาในบ้าน ก่อนที่จะกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกับกุญแจรถ

“คุณแอลคะ จะไม่พักที่บ้านหรอกเหรอคะ” ป้าจำปีถามผมก่อนที่จะเดินขึ้นรถ ผมหันมายิ้มให้ป้าก่อนที่จะตอบผ้าไปว่า

“ไม่ครับวันนี้ผมจะไปนอนที่คอนโด”

“แต่นี้มันก็ดึกแล้วนะคะ ขับรถตอนกลางคืนแบบนี้มันไม่อันตรายแน่เลยเหรอคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณป้ามากเลยนะครับที่เป็นห่วง” พูดเสร็จผมก็ขึ้นรถและออกขับออกจากบ้านทันที

แต่ยังไม่ทันจะพ้นซอยบ้านทางเข้าบ้านผมก็มีรถเก๋งจากัวสีเทาขับมาตัดหน้าจนผมแทบจะเหยียบแบรกไม่ทัน ส่วนรถของคู่กรณีก็พุ่งไปอีกทางหนึ่งแต่โชคยังดีที่รถคันนั้นเหยียบแบรกได้ทันก่อนที่จะลงไปนอนจมในคูน้ำข้างทาง

“ขับรถยังไงของมันวะเนี่ย.....เวรเอ่ย” ผมสบถอย่างหัวเสีย ก่อนจะเปิดประตูรถออกไป เพื่อที่จะดูว่าคนขับรถคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง

ผมเดินเข้าไปเคาะประตูด้านคนขับของรถคันดังกล่าวที่ พยายามจ้องผ่านฟิล์มดำเห็นว่าคนขับรถคนนี้กำลังฟุบหน้ากับพวงมาลัยรถผมก็ยิ่งรู้สึกใจไม่ดี ผมก็ยิ่งเคาะประตูรถแรงขึ้นและพยายามเรียกสติคนที่อยู่ในรถถึงจะไม่รู้เลยว่าเสียงของมันจะส่งไปถึงคนข้างในได้มากน้อยแค่ไหน

“คุณ....นี่คุณครับ....เป็นอะไรรึเปล่า คุณ ๆ ๆ ๆ ได้ยินผมไม”

ผมมองซ้ายมองขวาเพื่อจะหาคนอื่นมาช่วยผมอีกแรงแต่นี้มันก็สี่ทุ่มกว่า ๆ รถที่จะผ่านเข้ามาในซอยก็มีน้อยซะยิ่งกว่าน้อย  และจังหวะที่ผมกำลังจะโทรเรียกรถพยาบาลคนที่อยู่ข้างในรถก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับกลิ่นเหล้าฉุนจมูก เขาค่อย ๆ ลุกออกจากเบาะอย่างทุลักทุเล ก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นไปทั้งอย่างนั้น

ผมรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและวิ่งเข้าไปพยุงผู้ชายคนนั้นให้ลุกขึ้นยืนยิ่งมาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้ก็ยิ่งได้กลิ่นของเหล้ามากขึ้นเท่านั้น ไม่รู้ว่าดื่มเหล้าหรือตกถังเหล้ามากันแน่

“คุณครับไหวไมครับเนี่ย คุณ.....ไมค์!!!!

ผมตกใจจนแทบจะทิ้งร่างของไอ้ไมค์ให้ไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะเจอมันที่นี่ และยิ่งได้เห็นสภาพที่เมาเป็นหมาของมันแล้วยิ่งทำให้ผมรู้สึกสมเพชมันมากกว่าสงสาร พวกของไอ้ไฮค์แต่ละคนมันจะมีใครบ้างที่พอจะมีความเป็นคนเหลืออยู่บ้างไหม ผมพยายามยื้อร่างของไอ้ไมค์เอาไว้อย่างสุดกำลังเพื่อที่จะไม่ให้มันลงไปนอนคุกดินเหมือนเมื่อกี้ อันที่จริงผมอยากจะปล่อยทิ้งมันไว้แบบนี้ แต่จู่ ๆ แผนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของผมทำให้ผมต้องเปลืองแรงพยุงร่างสูงของมันเดินไปที่รถของผม

ผมแสยะยิ้มร้ายที่มุมปากก่อนที่จะออกรถมุ่งตรงไปที่คอนโดของผมทันที





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #172 -CHANANA;- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 15:14
    อาาา ถ้าสมมุติว่ามีใครอ่านเกมที่ตั้งไว้ออกก็รู้สึดแปลกๆ
    เหมือนกันน่ะ แต่มันคงทำยากอ่ะ ให้อภัยเนี่ย มันไม่ง่ายเลย
    แต่มันก็ไม่ถูกที่จะทำแบบนั้น เอาเป็นว่าห้าสิบห้าสิบแล้วกัน
    แล้วพี่มอสกับไมค์อะไรนั้นขอให้เป็นคนดีน่ะ ถ้าไม่ดี ให้แอลยิง
    ทิ้งแมร่งเลย -..- 
    #172
    0
  2. #22 Little IU (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 11:06
    เหมือนแอลจะเป็นคนพาตัวเองเข้าไปวุ่นวายมากขึ้นนะ
    ก็รู้อยู่ว่าไฮค์มันโหดแค่ไหน =___=;;
    #22
    0