:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 30 : ::: ตอนที่ 27 ::: วังวนซ้ำซาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 มี.ค. 57

::: ตอนที่ 27 ::: วังวนซ้ำซาก

 

“แอล....น้องแอลครับ.....ไอ้แอลโว้ย !!!!

ปุบ!!!!

“จะตะโกนทำเหี้ยอะไรนักหนาห๊ะ !!!!” ผมตวาดว่าและคว้าหมอนมาปาใส่หน้าไอ้ไฮค์ด้วยความหงุดหงิดทันที

“ก็กูเรียกมึงตั้งนานแล้วมึงไม่ยอมตอบกูนี่หว่า...รีบ ๆ ลุกไปล้างหน้าล้างตาซะ” ไอ้ไฮค์บอก

ผมทำปากยื่นไม่พอใจสะบัดหน้าไม่ยอมลุกขึ้นทำตามที่ร่างสูงบอกแม้แต่น้อย...ผมยังโกรธและน้อยใจไอ้ไฮค์อยู่ที่มันไล่ผมไป ทั้ง ๆ ที่มันพึ่งจะบอกผมว่า จะไม่ให้ผมต้องอยู่คนเดียวอีก...

แล้วนี้มันอะไรกันล่ะ !!!!!!!

“ยังไม่ไปอีก...” ไอ้ไฮค์ชักสีหน้าใส่ไม่พอใจที่ผมไม่ยอมทำตามที่มันบอก

“.........” ผมยังคงนิ่งไม่โต้ตอบพลางยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างไม่อยากได้ยินเสียงทุ่ม ๆ ของไอ้ไฮค์

“งอนอะไรกูอีกละ หือ....”

ไอ้ไฮค์กระซิบถามผมข้างใบหูเล็กก่อนที่จะดึงร่างบางของผมให้ลุกขึ้นมานั่งตักของมันแล้วกอดผมเอาไว้หลวม ๆ ผมไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนและยอมนั่งนิ่ง ๆ อยู่บนตักแกร่งแต่โดยดี

ทั้ง ๆ ที่ผมกำลังโกรธมันอยู่แท้ ๆ แต่ผมกลับไม่สามารถปฏิเสธอ้อมกอดแสนอบอุ่นของไอ้ไฮค์ไปได้เลย ให้ตายสิ..หงุดหงิดตัวเองจริง ๆ

“มึงไล่กู” ผมตอบกลับเสียงแข็ง

“กูไปไล่มึงตอนไหน ?”

“...........” ผมกัดปากไม่ยอมตอบเบียนหน้าหนีร่างสูงไปทางอื่นพยายามกลั่นน้ำตาไม่ให้มันไห้ออกมา

“กูไม่คิดเลยนะว่ามึงจะเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้”

“ใช่สิ กูมันเป็นพวกคิดเล็กคิดน้อย ถ้ามึงรับไม่ได้ก็ปล่อยกูเลย ปล่อยสิ!!!!” ผมโวยวายพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมกอดแกร่งของไอ้ไฮค์สุดชีวิตความรู้น้อยอกน้อยใจเป็นเด็ก ๆ ผมยอมรับว่าตอนนี้อารมณ์และความคิดของผมมันไม่ค่อยจะคงที่เท่าไหร่ เพียงแค่อะไรเล็กน้อยมากระทบจิตใจผมก็พร้อมที่จะร้องไห้โวยวายทันที

“ใครบอกว่ากูรับไม่ได้ มึงไม่รู้เหรอว่ามึงเป็นแบบนี้มันก็น่ารักไปอีกแบบหนึ่งนะ” ไอ้ไฮค์หัวเราะน้อย ๆ โฉยโอกาสหอมแก้มนุ่ม ๆ ของผมไปฟอดใหญ่ จนผมหยุดดิ้นทันที

“น่ารัก ?” ผมถามด้วยความฉงน

“ใช่...มึงรู้ไหมว่ามึงน่ารักมาก ๆ เลยนะ”

“กูกำลังโกรธมึงอยู่นะ !!! มึงยังมีหน้ามาบอกว่ากูน่ารักอีกอย่างนั้นเหรอ....โรคจิตจริง ๆ” ผมแอบกัดว่าไอ้ไฮค์เบา ๆ และดูเหมือนร่างสูงจะไม่ได้สนใจคำพูดของผมเลยสักนิด

“ใช่กูมันโรคจิต...กูชอบเห็นมึงทำท่าน้อยอกน้อยใจ ชอบเห็นมึงร้องไห้ ชอบ....กูชอบทุกอย่างที่เป็นมึงทั้งหมดเลย” ไอ้ไฮค์หัวเราะร่วนท่าทางดูมีความสุดมันดึงผมเข้าไปกอดและฟัดหอมแก้มผมอย่างเอาเป็นเอาตาย จนผมเลิกดิ้นขัดขื่นและยอมให้ไอ้ไฮค์กอดรัดอย่างว่าง่าย

“.........”

“เงียบอีกแล้วนะ...ทำไมมึงถึงชอบคิดมากแบบนี้ บอกแล้วไงว่ากูจะไม่มีวันทิ้งมึง มึงไม่รู้เลยหรือไงว่ากูต้องรอเวลานานแค่ไหนกว่าที่จะได้อยู่ด้วยกันกับมึงแบบนี้ ?!” ไอ้ไฮค์กระซิบบอกผมที่ข้างหูก่อนที่จะกดจูบหนักที่แก้มผมด้วยความหมั่นไส้

“รอ ?” ผมเอียงหน้าถามอย่างสงสัย

“ไปล้างหน้าล้างตาซะ...เดี๋ยวกูออกไปรอข้างนอก” ไอ้ไฮค์ไม่ยอมตอบคำถามของผมมันปล่อยผมออกจากอ้อมแขนแกร่งและเดินออกจากห้องนอนไปทันที ผมทำปากขมุบขมิบไม่พอใจที่ได้รับคำตอบแต่ก็ยอมลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาตามที่ร่างสูงบอกทันที

-

-

“ทำหน้าเอ๋อเชียว...มึงไม่เคยมาเดินตลาดนัดรึไง” ไอ้ไฮค์ถามพลางยิ้มเยาะผม หลังจากที่มันขับรถพาผมมาที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปจากคอนโดของไอ้ไฮค์ เหล่าผู้คนมากมายเดินเบียดเสียดเพื่อมาเลือกซื้อของใช้ราคาพอเหมาะกันที่นี่มากซะจนแทบจะหาที่เดินไม่ได้ และสาเหตุที่ทำให้ผมทำหน้าเอ๋ออยู่แบบนี้ไม่ใช่เพราะผมไม่เคยมาเดินตลาดนัด

แต่เพราะผมกำลังงงว่าคนที่ดูมีรสนิยมและติดความไฮโซตลอดอย่างไอ้ไฮค์เนี่ยนะ จะพาผมมาเดินเที่ยวตลาดนัดขนาดกลางแบบนี้ !!!

“ทำไมกูจะไม่เคยมาเดิน แค่แปลกใจที่มึงพากูมาเที่ยวที่นี่ก็แค่นั้น”

 “ฮึ!!!

“สวัสดีค่ะคุณไฮค์ หายหน้าหน้าตาไปนานเลยนะค่ะ” เสียงแหบห้วนของหญิงชราร่างท้วมเดินเข้ามาทักทายไอ้ไฮค์ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับป้านี....วันนี้ป้าก็ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” ไอ้ไฮค์ยิ้มพราวทักทายหญิงชราอย่างสนิทสนม

“อุ๊ยตาย!!! ปากหวานจริง ๆ เลยนะคะเนี่ย...แล้วพาใครมาด้วยค่ะ” ป้านีถามพลางหันมามองผมด้วยสีหน้าอ่อนโยนทำให้ผมคิดถึงคุณแม่ขึ้นมาซะดื้อ ๆ

นี่ผมไม่ได้ติดต่อหาครอบครัวมานานแค่ไหนแล้วนะ....

“มากับเมียครับ โอ๊ย!!!! จะหยิกกูทำไมเนี่ยมันจะเจ็บนะ” ไอ้ไฮค์หันมาโวยใส่ผมพลางลูบที่สีข้างปรอย ๆ คลายความเจ็บให้เบาบางลง

“พูดอะไรออกมาเนี่ยหะ!!!” ผมว่าเสียงขุ่นใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย และยิ่งได้เห็นรอยยิ้มขบขันของป้านีผมก็แทบอยากจะมุดดินหนีอยู่แล้ว

“พูดความจริงไง” ไอ้ไฮค์ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะหันกลับไปพูดคุยกับป้านีต่ออีกสองสามคำและพาผมเดินเข้าไปในตัวตลาดนัดทันที

คุณเชื่อไมว่าระหว่างทางที่ผมเดินไปกับไอ้ไฮค์นั้นแทบจะไม่มีใครเลยที่ไม่รู้จักไอ้ไฮค์เหล่าพ่อค้าแม่ขายต่างพากันเข้ามาทักทายปราศรัยและพากันขนขายของที่ตัวเองขายมาประเคนให้ไอ้ไฮค์แบบฟรี ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องควักเงินเป็นปึกในกระเป๋าหนังชั้นดีออกมาจ่ายแม้แต่บาทเดียวด้วยซ้ำ และผมก็เริ่มจะแน่ใจแล้วว่าที่ไอ้ไฮค์มันพาผมมาเที่ยวที่นี่เพราะมันต้องการคนช่วยถือของพวกนี้ซะมากกว่า

“ถือให้มันดีๆ หน่อยสิวะ มีแรงไมเนี่ยมึง” ไอ้ไฮค์หันมาดุผมเบา ๆ และหยิบเอาถุงแอปเปิลถุงใหญ่ที่ผมถืออยู่เอาไปถือซะเอง

“แล้วมึงรับมาทำไมละ” ผมบ่น

“ก็เขาอุส่ามีน้ำใจ จะปฏิเสธได้ยังไงละ” ไอ้ไฮค์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์หันมากระซิบที่ข้างหูผมจนจมูกโด่งเป็นสันของมันสัมผัสโดนแก้มของผมเบา ๆ

“ทำบ้าอะไรเนี่ย !!! อย่ามาทำตัวลุ่มล่ามแบบนะกูไม่ชอบ” ผมโวยวายเลือดพุ่งขึ้นหน้าด้วยความอายพลางหันไปมองรอบ ๆ ตัวดูว่ามีคนเห็นหรือเปล่า

“ฮึ..ให้มันจริงอย่างที่ปากมึงพูดเถอะ หน้ามึงแดงหมดล่ะ”

“อึก!!! แล้วทำไมคนที่นี่ถึงรู้จักมึงเยอะจังเลยละ” ผมเปลี่ยนเรื่องไม่อยากยอมรับว่าผมรู้สึกเขินอายกับสิ่งที่ร่างสูงทำจริง ๆ

 “ก็กูเป็นเจ้าของที่” ไอ้ไฮค์มันตอบเลื่อยพลางหยัดลูกชิ้นเข้าไปในปากหนึ่งลูกและยื่นที่เหลือมาให้ผมกินต่อ

“งั้นแสดงว่ามึงมาเก็บส่วย ไม่ได้พากูมาเที่ยวสินะ” ผมพูดเคือง ๆ ไม่ยอมกินลูกชิ้นที่ไอ้ไฮค์มันยื่นมาให้

“กูพามึงมาเที่ยว แต่ของพวกนี้คือผลพลอยได้...อย่าทำหน้ายุ่งแบบนั้นสิ” ไอ้ไฮค์หยิบไม้คาดหัวรูปหูแมวมาให้ใส่ให้ผมและหันไม่ยื่นเงินให้เจ้าของร้าน

“ห้ามถอดออกนะไม่อย่างนั้นคืนนี้กูจะปล้ำมึง !!” ไอ้ไฮค์เดินเข้ามาโอบเอวผมและพาก้าวเดินต่อไปทันที ผมพยายามจะเอาไม้คาดหัวหูแมวออกแต่ก็ถูกสายตาดุ ๆ ของร่างสูงข่มขู่ไว้ เราสองพูดคุยและเดินผ่านผู้คนและเลือกซื้อของติดไม้ติดไปอีกเล็กน้อยเพราะของเดิมที่ได้จากพ่อค้าในตลาดนัดแห่งนี้มันก็มากเกินกว่าจะหาซื้ออะไรมาถือเพิ่มได้อีก ช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ ที่ผมอยู่กับไอ้ไฮค์นั้นบอกได้เลยว่าผมไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มากนานแล้วนับตั้งแต่เกิดเรื่อง แม้ภายในใจของผมจะเหนื่อยล้าเพียงใด แต่หากมีผู้ชายคนนี้ยืนอยู่ข้าง ๆ ผมก็รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยมากแล้ว....

นับว่าเป็นเรื่องแปลกทั้งที่ก่อนหน้านั้นผมเกลียดไอ้ไฮค์เข้าไส้!!!! แต่ตอนนี้ผมหาความเกลียดชังที่มีต่อผู้ชายคนนี้ไม่เจออีกแล้ว แม้การกระทำของไอ้ไฮค์ที่มีต่อผมจะอ่อนลงไปบ้างแต่เรื่องชอบแกล้งผมกลับหนักข้อยิ่งขึ้น

ยกตัวอย่างเช่นวันนี้ที่มันบังคับให้ผมใส่หูแมวเดินทั่วตลาดนัดแห่งนี้เป็นต้น

“ฮิ้ว ~ น้องสาวใส่หูแมวซะด้วย มาคนเดียวเหรอจ๊ะ” เสียงพวกเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาถามผมด้วยสีหน้าท่าทางโลมเลียอย่างเห็นได้ชัดหลังจากที่ไอ้ไฮค์มันปรี่ตัวไปคุยธุระอะไรสักอย่างกับผู้ชายคนหนึ่งและทิ้งผมให้ยืนเฝ้าของอยู่คนเดียว

ผมทำเมินไม่สนใจเสียงเหาหอนของพวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม และหันหน้าไปมองทางอื่นแทน

“โอ้โห....หยิ่งซะด้วยว่ะ”

“นี่น้องสาว...”

“ปล่อยนะ!!!!” ผมตวาดพลางสะบัดแขนออกจากมือหยาบกระด้างของเด็กหัวแดงไร้มารยาทคนที่หนึ่งเข้ามาฉวยโอกาสจับแขนผม

“เสียงแบบนี้...หรือว่าจะเป็นผู้ชาย!!!! แต่ก็ช่างเถอะขอแค่น่ารักจะเพศอะไรพวกพี่ก็ไม่สนหรอก ไปเที่ยวกับพี่ดี ๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว” มันว่า

“กูขอเตือนพวกมึงนะว่าให้ปล่อยแขนกูซะ ก่อนที่พวกมันจะไม่ได้กลับบ้านไปหาพ่อแม่อีก” ผมข่มเสียงเย็นพยายามดึงเรียวแขนออกจากมือหยาบกร้านของมันด้วยความขยะแขยง

“ปากดีใช่ไมมึง !!!!!” ไอ้หัวแดงที่จับแขนผมอยู่ดูท่าจะหัวเสียที่ผมไม่ยอมเล่นด้วยยิ่งออกแรงกระชากให้ผมเดินตามพวกมันไปท่ามกลางสายตาของคนทั้งตลาด ผมพยายามดิ้นขื่นและเตะเข้าที่หว่างขาของมันอย่างจังจนไอ้หัวแดงทนความเจ็บป่นจุกไม่ไหวเผลอปล่อยมือออกจากแขนผม

“มึงกล้าทำเพื่อนกูเหรอห๊ะ!!” กลุ่มเพื่อนของไอ้เด็กหัวแดงเห็นเพื่อทรุดตัวลงไปกุมจุดสำคัญด้วยความทรมานก็หันมาตะคอกใส่ผมด้วยความโกรธเดิมตรงดิ่งมาหาผมทันที

“อยากเจ็บตัวใช่ไมว่ะ!!!!!

ผัวะ

กร๊อบ!!!!

อ๊าก ก ก ก ก ก ก

!!!!!!!!

++++++++++++++++++++++++


“มึงกล้าเอามือสกปรก ๆ มาจับเมียกูอย่างนั้นเหรอห๊ะ!!!!!!!” ไอ้ไฮค์ตะโกนใส่เด็กพวกนั้นด้วยความเดือดดาล ไวเท่าความคิดไอ้ไฮค์พุ่งเข้าไปซัดเจ้าคนที่กำลังเจ้าคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาทำร้ายผมจนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นก่อน หลังจากนั้นไอ้ไฮค์ก็เดินตรงไปที่ไอ้คนหัวแดงที่ยังจุกกุมเป้าอยู่กับพื้นขึ้นมาหักแขนของมันดังลั่นอย่างง่ายดาย สายตาเหี้ยมโหดและไร้ซึ่งความปรานีของไอ้ไฮค์ทำให้เพื่อน ๆ ของไอ้หัวแดงไม่กล้าเข้าไปใกล้ ซ้ำยังเรียกเสียงกรี๊ดด้วยความหวาดกลัวจากคนที่เดินผ่านไปมาอีกด้วย

“อ๊าก....ปล่อยกูนะ...กูเจ็บ!!!!!

“เจ็บงั้นเหรอ...หึ!!! และนี่สำหรับเรื่องที่มึงกล้าเอามือโสโครกมาจับเมียกู และนี่ก็สำหรับปากที่มันกล้าเหาหอนโลมเลียเมียกู!!!!!

“อย่า....หยุดนะ!!! พอแล้ว...!!” ผมรีบวิ่งเข้าห้ามทันทีเมื่อเห็นว่าไอ้ไฮค์มันกำลังคว้ากระทะน้ำมันพืชร้อน ๆ จากร้านขายของทอดมาแล้วทำท่าจะกรอดปากนายหัวแดง

“ถอยไป” ไอ้ไฮค์บอกผมเสียงเย็นใบหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธ

“ไฮค์ !!! มึงปล่อยมือออกจากกระทะซะ มึงไม่เห็นหรือไงว่ามันร้อน...” ผมพยายามกล่อมให้อารมณ์ของร่างสูงเย็นลง เมื่อเห็นว่าไอ้ไฮค์กำลังพุ่งความสนใจมาที่ผมไอ้พวกเพื่อนของนายหัวแดงมันก็รีบพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้นและรีบหนีออกไปทันที

“โธ่เว้ย !!!!” ไอ้ไฮค์สบถออกมาเสียงดังลั่นและเหวี่ยงกระทะร้อนออกไปอีกทาง

ผมละหวาดเสียวจริง ๆ ว่าจะมีคนโดนน้ำมันร้อน ๆ ที่ไอ้ไฮค์มันเหวี่ยงไปเข้า !!!

“สงบสติอารมณ์หน่อยสิกูไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ดูสิมือมึงพองหมดแล้วเห็นไหม” ผมรีบเดินเข้ามาดูบาดแผลที่มือของร่างสูงทันที พลางรีบมองซ้ายมองขวาเพื่อหาน้ำเย็น ๆ หรือน้ำแข็งสักก้อนเพื่อบรรเทาอาการ

“ฮึ่ย..คาดสายตาไปแค่แปปเดียวก็ถูกพวกเห็บหมัดเข้ามาเกาะแกะซะแล้วนะมึงเนี่ย” ไอ้ไฮค์ยังคงหัวเสียงหอบใจระบายความร้อนระอุที่กรุ่นอยู่ภายในร่างกายออก

“กูไม่ใช่หมานะ!!! รีบไปโรงพยาบาลทำแผลกันเถอะนะ” ผมรีบพาร่างสูงออกจากตลาดนัดทันทีโดยที่ไม่ลืมคว้าเอาของติดมือมาเท่าที่จะคว้ามาได้ติดมาด้วย

“ไปทำไมแผลแค่นี้ไม่ทำให้กูตายหรอกน่า” ไอ้ไฮค์บอกอย่างไม่ใส่ใจ แถมมันยังทำอวดเก่งช่วยผมถือของทั้งที่มือมันยังเจ็บอยู่อีกซะด้วย

“ถ้ามึงไม่ไปกูจะ....”

“จะทำไม” ไอ้ไฮค์หันมาขึ้นเสียงถามผมทันที

“แล้วทำไมมึงต้องขึ้นเสียงกับกูด้วยละ กูก็แค่เป็นห่วงอยากให้มึงไปหาหมอแค่นี้กูผิดมาหรือยังไงเล่า” ผมว่าไอ้ไฮค์เสียงสั่นแล้วปาของที่ถืออยู่ในมือใส่ร่างสูงด้วยความน้อยใจ

“กูแค่ถามว่าไปทำไม ? แต่ไม่ได้บอกมึงว่าไม่ไปสักหน่อย ถ้ามึงอยากให้กูไปโรงพยาบาลมึงก็ต้องเป็นคนขับรถให้กู สภาพมือกูเป็นแบบนี้คงขับไม่ไหวหรอก” ไอ้ไฮค์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ปรับเสียงให้อ่อนลงและเปลี่ยนท่าทางมาอ้อนผมแทน

ผมเบ้หน้ากับท่าทีที่เปลี่ยนไปของไอ้ไฮค์...เวลาที่มันโมโหมันก็ชอบตะคอกและใช้อารมณ์ใส่ พออารมณ์เย็นก็เปลี่ยนมาเอาอกเอาใจ ผมละตามมันไม่ทันจริง ๆ

“ทำไมมึงถึงชอบใช้ความรุนแรงนัก จะสร้างศัตรูอีกสักกี่คนมึงถึงจะพอ” ผมถอนหายใจถามไป

“คนที่มันกล้าเข้ามายุ่งกับมึงทุกคนก็คือศัตรูของกูทั้งนั้นแหละ” ไอ้ไฮค์พูดตอบอย่างไม่ยี่หร่าร่างสูงก้มลงหยิบของที่ผมปาและเดินนำหน้าผมไปที่รถทันที ผมได้แต่ถอนหายใจกับนิสัยหุนหันพันแล่นของไอ้ไฮค์เท่านั้น

ซึ่งผมก็ได้แต่หวังว่าไอ้นิสัยแบบนี้ของมัน จะไม่พาปัญหาใหญ่ที่ยากจะเกินแก้มาให้ก็แล้วกัน

-

-

By: ชาย...

“ฮ๊า...อื่อ..อ๊า...” เสียงครางสั่นพร่าของร่างบางที่กำลังขยับไหวไปตามความหื่นกระหายของร่างหนาอย่างหนักหน่วงจนร่างสั่นเครือ

“ฮ๊า....คุณนี่มันสุดยอดจริง ๆ ซี้ด....” เสียงหอบหนัก ๆ จากร่างหนาที่กำลังขยับเคลื่อนอย่างรุนแรงโดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุดพักแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมานานกว่า 3 ชั่วโมงแล้วก็ตาม

“อา...อืม...ถะ...แฮ่ก...ถ้าชอบก็อย่าหยุดละ อ่ะ !!!!!

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

“คุณชายครับมีคนมาขอพบครับ” เสียงของทุ้มต่ำของลูกน้องพ่อของชายหนุ่มร้องเรียกจากนอกห้อง ทำให้กิจกรรมบนเตียงของเขาหยุดชะงักลงทันที

“ถอยไปก่อน” ร่างบางบอกคู่นอนของเขาเสียงเรียบพลางออกแรงผลักแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของอีกฝ่ายออกห่างอย่างไม่ใยดีทันที แม้อารมณ์ของเขามันยังค้างคาแต่สิ่งที่อยู่นอกประตูนั้นน่าสนใจกว่ากิจกรรมที่เขาทำอยู่เป็นไหน ๆ

“แต่ว่า....” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานัยน์ตาสีฟ้ามีท่าทีลังเลและดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยคนร่างบางตรงหน้าไม่ง่าย ๆ พยายามทักท้วงแต่ก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นสายตาเฉียบคมที่บ่งบอกว่าตอนนี้คนร่างบางไม่มีอยู่ในอารมณ์ที่จะสานต่อกิจกรรมรักกับเขาอีกต่อไปแล้ว

“ไม่ต้องทำหน้าผิดหลังแบบนั้นหรอกนะเจมส์ รอผมครู่เดียวเดี๋ยวผมจะรีบกลับมาให้คุณสำเร็จโทษผมต่อแน่ ๆ” ชายยิ้มหวานให้กับคู่นอนคนใหม่ของเขาที่เปลี่ยนกันจนไม่ซ้ำหน้าแต่เจมส์พิเศษกว่าทุก ๆ คนเพราะเขามีบทรักที่เยี่ยมยอดและสนองเขาได้อย่างเต็มที่ที่สุด

ชายคว้าเสื้อคลุมที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ามาสวมปกปิดเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยที่เจมส์ทิ้งเอาไว้ และเดินออกไปจากห้องนอนสุดหรูของตัวเองทันที

ชายเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายและอัปยศที่สุดในชีวิตของเขามา ชายไม่บอกคนในครอบครัวว่าเขาไปเจออะไรมา และคีย์ก็สัญญาว่าจะเก็บเรื่องที่เขาถูกรุมข่มขื่นเอาไว้เป็นความลับ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาชายกลายเป็นคนติดเซ็กขั้นรุนแรงจนคนในครอบครัวของเขาเริ่มรู้สึกผิดสังเกตที่ลูกชายคนเล็กของบ้านควงคนโน่นคนนี้ไม่ซ้ำหน้าวัน ๆ หมกตัวอยู่แต่ในห้องกับคู่นอนของตัวเองไม่เป็นอันทำอะไร

ชายถูกส่งตัวไปบำบัดอาการติดเซ็กไกลถึงอเมริกา แต่เขากลับทนไม่ไหวและขอกลับบ้านก่อนทั้งที่อาการของเขายังไม่ดีขึ้นเลยด้วยซ้ำ

แต่ที่ชายดิ้นรนที่จะกลับนั้นเพราะใจของเขามันเต็มตันไปด้วยความแค้น เขาทั้งโกรธและเกลียดไฮค์มาก และความโกรธเกลียดนี้เองก็เป็นพลังให้เขาลุกขึ้นมา เพื่อหาทางเอาคืนผู้ชายสารเลวคนนั้นอีกครั้ง

เขาไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าเขาจะได้เห็นความย่อยยับของไฮค์กับตาและเขาจะเป็นคนปิดลมหายใจของมันเอง

“งานที่สั่งให้ทำไปถึงไหนแล้ว” ชายรีบถามทันทีที่เห็นนักสืบมือดีที่เขาจ้างให้ไปสืบข้อมูลของไฮค์กลับมาแล้ว

“ทุกอย่างอยู่ในซองเอกสารนี้หมดแล้วครับ คุณชาย”

“ฮึ....ดีมาก ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ก็เตรียมตัวรับเงินส่วนที่เหลือได้เลย” ชายยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจในผลงานของนักสืบหนุ่มที่ทำงานเร็วถูกใจเขาเป็นอย่างมาก

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตะ......”

“จะกลับไปเฉย ๆ อย่างนั้นเหรอ ?...ในฐานะที่คุณทำงานเร็วถูกใจผมมาก ผมคิดว่าคุณควรจะได้ของขวัญบ้างอย่างติดไม้ติดมือไปด้วย....คุณว่าไหมครับ”

ชายค่อย ๆ ปลดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นเรือนร่างบางที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากคู่นอนที่กำลังนอนรอเขาอยู่ภายในห้องนอนอย่างสงบ พลางเดินเข้าไปนั่งคร่อมอยู่บนร่างของนักสืบหนุ่มและค่อย ๆ บดสะโพกของเขาไปมาอย่างยั่วยวนด้วยไฟปรารถนาทันที

“คุณจะรังเกียจรางวัลที่ผมกำลังจะให้คุณไหมครับ ?” ชายเอียงใบหน้าถาม

“คะ...คือ” นักสืบหนุ่มมีท่าทางลังเล เขาไม่รู้ว่าเขาควรจะผลักนายจ้างคนนี้ิิกไปดี หรือรับรางวัลที่เขาจะได้เชยชมเรือนร่างขาวผ่องนี้ดี

“ผมให้เวลาคุณคิดนานไม่ได้หรอกนะ เพราะ...อ่ะ!!!!!

และยังไม่ทันที่ชายจะพูดจบร่างของเขาก็ถูกนักสืบหนุ่มรูปหล่อดันลงไปนอนหงายกับโซฟาชั้นและจู่โจมร่างกายของเขาอย่างตระกะตระกามทันที

หึ...มีความสุขไปก่อนถึงไอ้ไฮค์...เพราะอีกไม่นานกูจะพรากความสุขทั้งหมดของมึงไปด้วยมือของกูเอง

ชายยิ้มเยาะที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อเขาได้จินตนาการถึงความหายนะที่เขากำลังจะเป็นคนส่งมอบคืนให้กับไฮค์ และเปลี่ยนความสนใจกลับมาอยู่ที่นักสิบหนุ่มทันที.....!!!!!

End: ชาย....

-

-

“ปวดแผลวะ” ไอ้ไฮค์บ่นทันทีหลังจากที่เราสองคนกลับมาจากทำแผลที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

“ก็ใครใช้มึงใจร้อนเองละ พูดกันดี ๆ ไม่ได้หรือไง” ผมหันไปดุไอ้ไฮค์เสียงขุ่น

“ก็มัน....”

“พอเลย....พอ ! มึงรีบกินยาแก้ปวดและรีบไปนอนซะไป” ผมรีบไล่ร่างสูงให้ไปกินยาทันทีเพราะไม่อยากเสียเวลาเถียงอะไรกับไอ้ไฮค์มาก และอยากให้ร่างสูงพักผ่อนให้มาก ๆ ซะมากกว่า

“แต่กูอยาก”

“ไอ้บ้า...มือเจ็บขนาดนี้มึงยังจะหื่นได้อีกนะ” ผมด่าไอ้ไฮค์เสียงแข็งด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ และเบือนหน้าหนีร่างสูงไปอีกทาง

“พูดอย่างกับว่าถ้ามือกูไม่เจ็บแล้วมึงจะยอมให้กูกดมึงอย่างนั้นแหละ?! มึงรู้ไหมว่ากูต้องทนช่วยตัวเองมาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วนะ และวันนี้น้องมือของกูก็ได้รับบาดเจ็บซะด้วย มึงจะให้กูปลดปล่อยยังไงละ ถ้าไม่ให้มึงช่วย ?” ไอ้ไฮค์แกล้งทำหน้าหมองชำเลียงสายตามามองผมนิด ๆ เพื่อจะทำให้ผมใจอ่อนยอมทำให้มัน....!!!!!!

“......”

“เฮ้อ...มีเมียเป็นตัวเป็นตนกับเขาทั้งที แต่กลับไม่ได้แตะต้องแบบนี้ แม่ง...กูมันโคตรอ่อนเลยวะ” ไอ้ไฮค์สบถออกมาอย่างสมเพชตัวเองมันเดินไปหยิบยาแก้ปวดออกมาและก่อนที่ร่างสูงจะเดินผ่านผมไปที่ห้องครัวผมก็รีบพูดขึ้นมาทันทีว่า

“แค่ใช้ปาก...อึก...ได้ไหม” ผมถามอย่างเขิน ๆ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมถึงได้หลงกลของไอ้ไฮค์ได้อย่างง่ายดายได้ขนาดนี้

ไอ้ไฮค์หันกลับมามองหน้าผมและยกยิ้มอย่างพอใจก่อนที่จะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมแล้วพูดว่า

“ถ้างั้นรอช้าอยู่ทำไมละครับเมีย....”

ไอ้ไฮค์อุ้มผมเข้าไปในห้องนอนสุดหรูของมันอย่างรวดเร็วเล่นเอาผมตั้งตัวไม่ทันเผลอหลุดร้องออกมาด้วยความตกใจเบา ๆ

“ไหนมึงบอกว่าเจ็บมือไง แล้วอุ้มกูได้ยังไง” ผมถามด้วยความสงสัย

“เจ็บมือไม่ได้เจ็บแขน...อย่าถามอะไรตอนนี้ได้ไหมวะ” ไอ้ไฮค์ตอบปัด ๆ ไป

“แค่ปากเท่านั้นนะโว้ย” ผมย้ำไอ้ไฮค์อีกครั้ง หลังจากที่ถูกไอ้ไฮค์อุ้มมาวางอยู่บนเตียงกว้างเรียบร้อยแล้ว

“ออ..รู้แล้วละน่า...แต่ที่จริงกูอยากให้มึงออนท็อปกูมากกว่านะ โอ๊ย...ไอ้เหี้ยกูจับนะ” ไอ้ไฮค์ร้องครางเมื่อถูกผมบีบเข้าที่มือที่ยังเจ็บของมันอยู่อย่างแรงโดยไม่มีความปรานี

“ก็ใครใช้ให้มึงพูดจาหื่น ๆ กับกูละ” ผมสะบัดหน้าหนีอย่างงอน ๆ

“ไม่เอาน่า...ไหนมึงบอกว่าจะใช้ปากให้กูไงเร็วดิ น้องกูปวดหมดละ” ไอ้ไฮค์เร่งผมพลางล้มตัวนอนหงายอยู่บนเตียงนอนรอท่าทันที

“ไอ้หื่นเอ่ย” ผมพึมพำว่าไอ้ไฮค์เบา ๆ และยอมทำตามที่ตัวเองได้พูดเอาไว้ก่อนหน้านั้นด้วยความจำใจทันที

แม้นี้จะเป็นความสุขที่เล็กน้อยที่ผมได้รับหลังจากที่ผ่านความทรมานเจียนตายมา แต่สำหรับผมแล้วมันคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจขอผมได้เป็นอย่างดี

ผมคิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าหากผมกลับไปเรียนต่อที่อังกฤษอีกครั้งตามลำพัง ผมจะสามารถมีความสุขแบบนี้ได้ไหวนะ ?
 

++++++++++++++++++++++++++++++++


จบไปอีกตอนหนึ่งหลังจากที่ไรท์ดองมานาน

ขอบอกว่าตอนนี้ใกล้จะจบ ภาคที่ 1 ของนิยายเรื่องนี้แล้วนะคะ

อย่าลืมติดตามอ่านนิยายของไรท์ต่อด้วยนะคะ


 

 

BlackForest✿
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น