:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 29 : ::: ตอนที่ 26 ::: ความผิดพลาด (คีย์ x ดีเทล) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ก.พ. 57



::: ตอนที่ 26 ::: ความผิดพลาด (คีย์xดีเทล)
-
-
by อเมทิตส์_AT


 

 

ผมนั่งกุมขมับกัดฟันแน่นเมื่อถูกความเครียดเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง

เท่าที่ผมจำได้คือเมื่อคืนผมรู้สึกเครียด ๆ เรื่องที่ผมดันเผลอทำตามหัวใจของตัวเองและยอมมีความสัมพันธ์เกินกว่าคำว่าเพื่อนกับไอ้แอลไป ถึงแม้ไอ้แอลมันจะบอกผมว่ามันไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ผมกลับรู้สึกผิดที่ไม่รู้จักยับยั้งช่างใจตัวเองให้ดี ผมเลยโทรตามเพื่อนออกมาเที่ยวดื่มกันที่ผับแห่งหนึ่ง

ผมกรอกเหล้าเข้าปากไปราวกับว่ามันเป็นแค่น้ำเปล่า แต่ผมก็ไม่ใช่คนคออ่อนที่จะเมาง่าย ๆ หลังจากนั้นไอ้เด็กบ้าดีเทลมันก็มาตามผมให้กลับคอนโด ผมจำได้ลาง ๆ ว่าผมกับมันมีปากเสียกันอย่างหนัก ผมโมโหร่างเล็กจนหน้ามืดบวกกันอาการมึนจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำให้ผมเผลอฉุกกระชากลากถูกดีเทลออกจากผับและพากลับมาที่คอนโดของผม

และหลังจากนั้นก็......!!!!

F**k!!!” ผมสบถนึกโกรธตัวเองในใจพลางขยี้หัวแรง ๆ เพื่อระบายความอัดอั้น

เหี้ยเอ่ย...ความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรกอีก...จะซวยไปถึงไหนกันวะ ไอ้คีย์เอ่ย !?

“อึก...พี่คีย์”

“หุบปากซะ !!!!” ผมตวาดเสียงดังลั่นทำให้ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวกัดริมฝีปากสีชมพูจนแน่นน้ำตาเม็ดโตไหลทะลักออกมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลเลย

ผมละอยากจะบ้าตายจริง ๆ!!! นี่ผมเป็นอะไรถึงได้ไปจับไอ้เด็กบ้านั้นกด พอได้สติกลับมาอีกทีร่างเล็กก็นอนสั่นระริกอยู่ใต้ร่างของผมไปแล้ว

“ออกไปซะ” ผมบอกดีเทลเสียงเรียบนิ่งหลังจากที่นั่งเงียบกันอยู่นาน

“มะ...ไม่นะ!!! อึก....ผมรักพี่คีย์นะครับ.....” ดีเทลโผเข้ากอดแน่นซุกใบหน้าน่ารักของเขากับแผ่นอกของผมและปล่อยโฮร้องไห้นักกว่าเดิม ผมไล่สายตามองร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องของดีเทลที่ตอนนี้มีแต่รอยแดง รอยฟัน และรอยพกช้ำตามรายกายเต็มไปหมด บนผ้าปูที่นอนสีขาวของผมยังปรากฏรอยหยดเลือดที่แห้งแล้วเป็นจุด ๆ บ่งบอกให้ผมรู้ว่าเมื่อคืนผมได้กระทำรุนแรงกับร่างเล็กไปมากมายขนาดไหน

ทั้ง ๆ ที่ผมทำร้ายเขาสาหัสขนาดนั้น แล้วทำไมเขาถึงยังดึงดันที่จะไม่ไปจากผมอีกละ ?

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ เดี๋ยวกูขับรถไปส่ง” ผมพยายามทำใจเย็นดันร่างเล็กของดีเทลออกไป แต่ไอ้เด็กบ้านี่กลับไม่ยอมให้ความรวมมือกับผมซ้ำยังกอดผมแน่นยิ่งกว่าเดิมเข้าไปอีก

“ไม่ไป...อึก...ผมจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น...ฮื่อ..พี่คีย์ได้ผมแล้วก็ต้องรับผิดชอบผมสิ !!!!

“หึ...รับผิดชอบอย่างนั้นเหรอ ? มึงนี่ก็แปลกนะทั้ง ๆ ที่ถูกกูข่มขื่นทำร้ายร่างกายมึงซะขนาดนั้นแต่ก็ยังกล้ามาบอกว่ารักกูอีก...”

“ไม่ใช่นะ !! พี่คีย์ไม่ได้ข่มขื่นผมสักหน่อย...ผมยอมพี่คีย์เองจริง ๆ นะครับ”

“..........”

“ได้โปรดอย่าไล่ผมไปไหนเลยนะครับ...ผมขอร้อง” ดีเทลกอดผมแน่นมาขึ้นจนผมเริ่มจะหายใจออก แม้ผมจะพยายามแกะแขนมันออก ไอ้เด็กบ้านั้นมันก็กลับเข้ากอดผมเอาไว้อยู่ดี

“กูจะขอย้ำอีกเป็นครั้งสุดท้าย ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วออกไปจากที่นี่ซะ” ผมพูดเสียงนิ่งเยือกเย็นโดยไม่คิดที่จะมองหน้าดีเทลเลยแม้แต่นิดเดียว

“ฮื่อ...พี่คีย์....” ดีเทลครางชื่อผมออกมาเบา ๆ และไม่มีทีท่าว่ายอมทำตามที่ผมพูดง่าย ผมก็ทำได้แค่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายและพูดออกไปว่า

“อยากอยู่นักก็อยู่ไปเลย กูยกห้องนี้ให้...” ผมผลักดีเทลออกอย่างแรงจนร่างเล็กล้มไป และเดินไปคว้ากุญแจรถกับเสื้อผ้าของผมที่กองเกลื่อนอยู่กับพื้นแล้วเดินออกจากห้องนอนผมทันที โดยไม่ลืมที่จะหันกลับไปล็อกประตูห้องนอนของผมเอาไว้ขังเจ้าเด็กบ้านั้นไว้ไม่มันตามผมออกมาได้อีก

โครม

โอ๊ย !!!!

“พี่คีย์จะไปไหน !!!! อึก...เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้นะ...ฮื่อ ๆ ๆ ไอ้คนใจร้าย...”

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ

เสียงทุบประตูห้องบวกกับเสียงโครมครามที่เกิดขึ้นภายในห้องนอนของผมบอกให้รู้ว่าดีเทลกำลังพยายามฝืนสังขารตัวเองลุกขึ้นจากเตียงและคงจะเสียหลักล้ม ก่อนที่จะมาทุบประตูร้องไห้โวยวายให้ผมเปิดประตูให้

ผมรีบจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยและเดินออกจากห้องของผมไปทันทีโดยที่ไม่สนใจเสียงร้องโวยวายปานจะขาดใจของดีเทลเลยแม้แต่น้อย

ถึงผมจะรู้ว่าการที่ผมทำแบบนี้กับดีเทลนั้นมันไม่ดี และผมในตอนนี้ก็สับสนเกินว่าที่จะมานั่งขบคิดแก้ปัญหาตรงหน้าได้ในเวลานี้ ผมเลยเลือกที่จะหนีออกไปคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียวสักพักเพื่อให้กระบวนการคิดของผมมันกลับเข้าที่ซะก่อน ส่วนเรื่องอื่นก็ค่อยว่ากันที่หลัง !?

“ฮัลโหล...กมลนายช่วยมาที่คอนโดของฉันแล้วปลดล็อกประตูห้องนอนให้ด้วยเข้าใจนะ” ผมสั่งกมลเสียงนิ่งและกดวางสายทันทีโดยไม่บอกเหตุผลอะไรกมลเลย

-

-

“มึงช่วยอธิบายให้กูฟังหน่อยได้ไหมไอ้คีย์...ว่าทำไมมึงได้มาขุดอยู่แต่ในห้องของ 3 วัน 3 คืน แถมวัน ๆ เอาแต่แดกเหล้า ไม่ยอมทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ” ไอ้ชายถามผมอย่างเหนื่อยหน่าย...มันพยายามถามคำถามนี้กับผมมาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ผมมาที่นี่แต่ก็ไม่ยอมตอบคำถามมันเลยสักครั้ง

จริงอย่างที่มันว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย ไปเรียนก็ไม่ไป ทำงานก็ไม่ทำ วัน ๆ ผมเอาแต่กินเหล้าอย่างเดียว.....

ตอลด 3 วันมานี้ผมก็ยังไม่สามารถหาคำตอบให้ตัวเองได้อยู่

ว่าผมควรจะทำยังไงกับเรื่องของไอ้แอลดี ผมควรจะหยุดมันไม่ให้มันเข้าใกล้ไอ้ไฮค์ แล้วบอกความรู้สึกของผมที่มีต่อมันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ผมอาจจะมีหวังก็ได้...แต่ผมก็ไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำแบบนั้นอยู่ดี

และอีกเรื่องก็คือเรื่องของไอ้เด็กบ้าดีเทล....

ที่จนถึงตอนนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าต้องจัดการยังไงกับมันดี !!!!!

“กูควรจะทำยังไงดีวะ ?” ผมหันไปถามไอ้ชาย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ว่าจะยังไงผมก็ไม่มีทางได้คำตอบอย่างที่ผมต้องการอยู่ดี

“แล้วกูควรจะตอบคำถามมึงยังไงดีละ....มึงไม่ได้เล่าเหี้ยอะไรให้กูฟังเลยแบบนี้” ผมไม่ตอบถอนหายใจออกมาแรง ๆ และกรอกเหล้าเข้าปากอีกแก้วหนึ่ง

“วันนี้มึงจะไปเรียนไหม ?” ไอ้ชายถาม

“ไม่ไป” ผมตอบแทบจะในทันที

“เออ !!! โดดเรียนมันเข้าไป....เดี๋ยวพอถึงเวลาสอบอย่ามานั่งบ่นให้กูฟังทีหลังละว่าทำไม่ได้”

“รู้แล้วน่า...” ผมบอกปัดรกรอกเหล้าเข้าปากต่ออีกครั้ง หลังจากที่ไอ้ชายมันออกไปเรียนแล้ว

“กูควรจะทำยังไงดีวะเนี่ย....” ผมขยี้หัวตัวอย่างอย่างกลัดกลุ้ม หันไปมองโทรศัพท์ที่นอนนิ่งหลับสนิทมานานถึง 3 วันเต็ม ๆ ไม่ใช่ว่าไม่มีใครโทรหาแต่เพราะผมปิดเครื่องเอาไว้ไม่อยากให้ใครติดต่อได้ต่างหาก แต่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่ผมจะทำตัวขี้ขลาดไร้ความคิดแบบนี้

ผมตัดสินใจคว้าโทรศัพท์มาเปิดเครื่องทันที

และเมื่อเปิดเครื่องยังไม่ทันข้ามนาที ก็มีข้อความเสียงเด้งขึ้นเป็นสิบข้อความ ทั้งจากที่ทำงาน จากที่บ้าน และจากไอ้เด็กบ้าดีเทล...

ผมถอนหายใจอีกครั้งและกดฟังแต่เรื่องงานกับที่บ้าน ส่วนข้อความเสียงของดีเทลผมตัดสินลบทิ้งไปทั้งหมดโดยไม่คิดที่จะเปิดฟังเลยแม้แต่ข้อความเดียว

“เลิกก่อกวนและไล่ตามกูสักที...กูไม่มีวันรักคนอย่างมึงหรอกจำไว้” 
 

++++++++++++++++++++++++++++



ผมลุกขึ้นยืนคว้ากุญแจรถและขับตรงกลับไปที่บริษัททันทีเพื่อเคลียร์งานของตัวเองให้หมด แต่เมื่อผมก้าวขาเข้าไปในห้องร่างของผมก็ล้มหงายลงไปกองกับพื้นพร้อมกับร่างเล็กที่ล้มลงไปทับอยู่บนตัวผมและกอดผมเอาไว้จนแน่น

“ฮื่อ...พี่คีย์หายไหนมาครับ..อึก..รู้ไหมว่าผมตามหาพี่แทบจะพลิกแผ่นดินอยู่แล้ว !?” ดีเทลตะโกนลั่นสะอึกสะอื้นกอดผมเอาไว้จนแน่นกลางที่ทำงานของผม จนพวกพนักงานเริ่มหันมามองเราสองคนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผมถอนหายใจเหนื่อย...คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอโจทย์เร็วขนาดนี้

“ปล่อยได้แล้ว...ไม่อายคนอื่นบ้างรึไง” ผมบอกเสียงเรียบพยายามดันร่างเล็กออกไปให้พ้นตัว แต่ดูเหมือนไอ้เด็กบ้านี่มันจะไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยสักนิด

“ไม่เอาผมไม่ปล่อย !!!! เดี๋ยวพี่คีย์หนีผมไปอีก”

“อย่าดื้อได้ไหม...กูไม่หนีไปไหนทั้งนั้นแหละ เอาไว้กูเคลียร์งานเสร็จแล้ว จะมาคุยเรื่องของมึงกับกูต่อทันที ตกลงไหม ?”

“เรื่องของเรา ?!

“ออ ! เรื่องของมึงกับกูนั้นแหละ ทีนี้จะปล่อยได้รึยังไง” ผมพูดตัดรำคาญออกแรงดันร่างดีเทลออกไปอีกครั้งและยันตัวลุกขึ้น

“พวกคุณไม่มีอะไรทำรึยังไง ถึงได้มีเวลามายืนสอดรู้สอดเห็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายแบบนี้” ผมหันกลับไปดุพวกพนักงานที่ไม่รู้จักทำหน้าที่ของตัวเองและเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน พร้อมกับดีเทลที่เดินตามหลังผมเข้ามาเงียบ ๆ

ผมนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานที่ค้างเอาไว้จนกองท่วมหัว และไม่ได้สนใจอีกคนหนึ่งที่นั่งเงียบรอผมอยู่ในห้อง จนเมื่อเวลาผ่านไปครู่ใหญ่กลิ่นกาแฟ่หอม ๆ ดึงความสนใจของผมให้ต้องเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มองถ้วยกาแฟ่ใบเล็กที่ส่งกลิ่นหอมออกมายั่วน้ำลายอยู่ตรงหน้าแทน

“พักดื่มกาแฟ่หน่อยนะครับ ผมอุส่าชงมาให้สุดฝีมือเลยนะ” ดีเทลยิ้มแป้นมือถือถาดเอาไว้

ผมก้มหน้ามองนาฬิกาที่บอกเวลาดื่มกาแฟ่ของผมพอดีและเงยหน้าขึ้นขอบใจดีเทลเบา ๆ และหยิบถ้วยกาแฟ่ขึ้นมาจิ้มชิมก่อน

“เป็นยังไงบ้างครับ อร่อยไหม ?” ดีเทลถามผมท่าทางเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“........”

“...............”

ให้ตายสิ...ทำไมมันต้องมามองผมด้วยสายตาคาดหวังแบบนี้ด้วยวะ....!!!!

“เฮ้ย...มึงจะจ้องกูแบบนี้อีกนานไหม กูจะทำงานต่อแล้ว”

“พี่คีย์ก็ตอบผมมาก่อนสิครับว่ารสชาติเป็นยังไงบ้าง ถ้าไม่อร่อยผมจะไปชงมาให้ใหม่” ดีเทลตั้งท่าไม่ยอมถอยอีกครั้ง จนผมเริ่มจะอ่อนใจกับนิสัยดื้อแพ่งของไอ้เด็กบ้านี่แล้ว

ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็กที่ดูตกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของผมเล็กน้อยแล้วพูดกับดีเทลว่า

“ทำไมมึงถึงต้องตามตื้อกูไม่เลิกแบบนี้ด้วย ถ้าเป็นเพราะเรื่องที่กูข่มขื่นมึง กูก็ต้องขอโทษด้วย....มึงจะให้กูรับผิดชอบมึงยังไงก็ได้... แต่ถ้ามึงจะให้กูรับผิดชอบด้วยการให้กูคบกับมึง...กูคงทำให้ไม่ได้”

ในที่สุดผมก็เปิดปากพูดมันออกมาจนได้หลังจากที่ผ่านการทำอกทำใจมานานถึง 3 วัน ดีเทลมีท่าทางช็อกไปกับคำพูดที่ตรงเป้าของผม

“ทำไมละครับ ?” ดีเทลถามผมเสียงแผ่ว

“กูมีคนที่รักอยู่แล้ว” ผมตอบไปตามความจริง

“อึก...ผะ...ผมไม่สนหรอก...ว่าพี่จะรักใคร..อึก...แต่ผมขอแค่ได้รักพี่ ได้อยู่ข้าง ๆ และดูแลพี่ แค่นี้ก็ไม่ได้หรือไงครับ ?! พี่ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่พี่ทำ....กับผมก็ได้ แต่อย่าไล่ผมไปไหนเลยนะ” ดีเทลร้องสะอื้น มือเล็ก ๆ เอื้อมมือกุมมือของผมเอาไว้จนแน่น

“ทำแบบนี้มันดีแล้วอย่างนั้นเหรอ....มึงทนได้เหรอที่เห็นกูไปรักคนอื่น ! มีคนอื่น !! โดยที่มึงทำได้แค่ยืนมองไม่มีสิทธิไม่เสียงอะไรทั้งนั้น....เป็นแบบนี้มึงก็ยังจะรักกูอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ ?”

ผมถามดีเทลด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ แต่คำถามเหล่านั้นมันก็เหมือนกับสะท้อนกลับเข้าตัวผมเองเช่นกัน ผมยอมอยู่ข้าง ๆ ไอ้แอลในฐานะเพื่อนมาตลอดโดยที่ไม่คิดเรียกร้องอะไร เวลาที่ผมได้ยินข่าวมาว่าไอ้แอลมันมีแฟนหรือมีคนที่มันแอบชอบผมก็ทำได้แค่ยิ้มและทำเหมือนไม่เป็นไร ทั้ง ๆ ที่ผมรักมันแทบตาย แต่ก็ทำได้แค่ยืนข้าง ๆ และเป็นได้แค่เพื่อนสนิทที่สุดของมันเท่านั้น

และตอนนี้คนที่กำลังจะตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับผม อีกคนหนึ่งก็คือดีเทล ทั้ง ๆ ที่ผมบอกไปอย่างชัดเจนแล้วขนาดนี้ทำไมเขาถึงยังไม่ตัดใจ ทำไมเขาถึงยังยอมอยู่ข้าง ๆ และทรมานตัวเองอยู่แบบนี้ ผมอยากรู้เหตุผลของเขาจริง ๆ ว่ามันจะเหมือนกับเหตุผลของผมหรือเปล่า..???

“ผมยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดีที่จะทนเห็นคนที่เรารักไปมีคนอื่นได้...แต่ถ้ามันเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พี่ไม่ไล่ผมไป แค่นี้...เออคือ...” ดีเทลมีท่าทางคิดหนักพลางเม้มปากน้ำตาคลอมองหน้าผมราวกับว่าคิดหาทางออกอะไรอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว ก่อนที่จะสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วพูดต่ออีกว่า

“แค่นี้...ผมคิดว่าผมทนได้”

“หึ...ขอให้ทำได้อย่างปากพูดเถอะ” ผมยิ้มเยาะดีเทลแล้วเดินกลับไปนั่งที่ทำงานของตัวเองต่อไปโดยไม่สนใจคนร่างเล็กอีก

ผมคิดว่าผมทนได้ อย่างนั้นเหรอ.....

ผมเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน จนเมื่อไม่นานมานี้ผมถึงได้นึกขึ้นได้ว่าที่ผ่าน ๆ มาไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมทนได้ ผมเจ็บเจียนตายทุกครั้งที่เห็นคนที่ผมรักไปรักคนอื่น ผมแทบเป็นบ้าและหายหน้าหายตาไปจากไอ้แอลนานเป็นเดือน ๆ กว่าที่จะตั้งหลักได้และกลับมายืนข้าง ๆ มันอีกครั้ง

เป็นอยู่แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.....

จนความเจ็บก็เริ่มจะเปลี่ยนเป็นความชินชา....

แต่ใครมันจะไปรู้ว่าภายใต้ความชินชานั้นมันมีบาดแผลเหวอะหวะจนยากที่จะรักษาอยู่ในนั้น....

ผมอยากจะรู้จริง ๆ ว่าถ้าไอ้เด็กบ้าดีเทลมันต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับผมแล้วมันจะทำยังไงต่อ มันจะทนพิษบาดแผลที่จะได้รับต่อจากความดื้อดึงนี้ไปได้มากแค่ไหนกันนะ ???

-

-

ติ๊กต๊อง ๆ ๆ ๆ ๆๆ ๆ

ตุบ ๆ ๆ ๆ ๆ

ปัง

“ไอ้แอล ไอ้เหี้ยแอล อยู่ไมวะ”

ผมยืนทุบประตูหน้าห้องไอ้แอลอยู่นานสองนานแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากเจ้าของห้อง ผมเลยตัดสินใจใช้กุญแจสำรองที่ไอ้แอลมันให้ผมเอาไว้ออกมาใช้ไขเปิดประตูห้องเข้าไปอย่างเร่งร้อน เพราะเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับร่างบาง และดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่ผมกลัว.....

ผมก้มลงมองเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้องและร่างโปร่งบางที่กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงโดยมีผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างขาวผ่องเอาไว้ แต่มันก็ไม่สามารถปกปิดร่องรอยแดงช้ำที่เกิดขึ้นตามร่างกายของไอ้แอลให้พ้นสายตาของผมไปได้อยู่ดี

หมับ !!!!!

“โอ๊ย !!! อะ.....ไอ้คีย์กูเจ็บ ปล่อยสิ” ไอ้แอลร้องเสียงแหบพยายามดันร่างหนาของผมออกห่าง หลังจากที่ผมคว้าร่างบางเอามากอดเอาไว้แนบกับแผ่นอก น้ำตาผมแทบไหลเมื่อเห็นสภาพร่างกายของร่างบางชัด ๆ รอยเลือดที่ปูที่นอน และรอยฟันตามร่างกายของไอ้แอล ย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมคิดมันเป็นความจริง......

เพียงแค่ผมคาดสายตาไป...คนที่ผมเฝ้ารักและถนอมมาตลอด กลับต้องมาแตกสลายเพราะน้ำมือของคนอื่นไปซะแล้ว!!!!!

“ทำไมมึงถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ละ ไอ้ไฮค์มันข่มขื่นมึงใช่ไม กูจะไปฆ่ามัน....!!!! ผมกัดฟันพูดด้วยความคับแค้นและยิ่งกอดร่างบางเอาไว้แนบอกมากขึ้น ผมอยากจะลบร่องรอยพวกนี้ออกไปร่างกายขาวผ่องของไอ้แอล

แต่ผมก็ทำไม่ได้ เพราะคำว่าเพื่อน...มันเป็นเหมือนกำแพงสูงชันเกินกว่าที่ผมจะข้ามผ่านไปได้ !!!

“ปล่อยกูก่อนได้ไม...กูจะตายก่อนไอ้ไฮค์ก็เพราะมึงเนี่ยแหละ” ไอ้แอลเอ็ดผมเสียงแข็ง

“อ่อ....ขอโทษ ๆ แต่มึงโอเคใช่ไม” ผมเอ่ยขอโทษไอ้แอลเบา ๆ ก่อนที่จะปล่อยร่างบางออกจากอ้อมกอดของผมแม้ใจจริงผมไม่อยากจะปล่อยก็ตาม...

“ไม่ค่อยโอเค...เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย”

“โธ่เว้ย....ทำไมลูกน้องกูทำงานสะเพร่าแบบนี้วะ ปล่อยให้ไอ้ไฮค์มันฉุดมึงไปได้ยังไง” ผมโกรธจนแทบคลั่งตายเมื่อคิดถึงเรื่องที่แอลมันพึ่งจะเจอมา

ค่อยดูนะถ้าผมกลับไปบ้านเมื่อไหร่ ผมจะแจกส้นเท้าให้ไอ้พวกลูกน้องไม่ได้เรื่องของผมเรียงตัวเลย

“ลูกน้องมึงทำงานได้ดีมากต่างหากละ”

“ดียังไง !!  ถ้าดีแล้วทำไมมึงถึงได้โดยไอ้ไฮค์มันย่ำยี่แบบนี้เหรอ ?”

“กูดูเหมือนคนที่ถูกข่มขื่นมากรึยังไง ที่นี่มันห้องของกูนะ...ถ้ากูโดยฉุดไปข่มขื่นจริง ๆ มันยังจะมีอารมณ์มาถามกูอีกเหรอว่าห้องกูอยู่ที่ไหน แล้วมึงคิดเหรอว่ากูจะบอกมันง่าย ๆ ?”

ผมนิ่งและคิดตามคำพูดของร่างบาง มันก็จริงอย่างที่ไอ้แอลพูด ถ้าไอ้ไฮค์มันคิดที่จะฉุดไอ้แอลมาข่มขื่นจริง ๆ จำเป็นด้วยหรือที่มันจะต้องมานั่งเสียเวลาถามว่าห้องของไอ้แอลอยู่ที่ไหน สู้ให้มันเปิดห้องที่โรมแรมที่ไหนสักแห่งมันไม่ง่ายกว่าหรือยังไง ?!

แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็หมายความว่า....!!!!!!!!

“เอาเป็นว่ากูขอตัวไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันแล้วจะกลับมาอธิบายทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้มึงฟัง”

คุณเชื่อไหมว่าตอนนี้ผมเหมือนคนหูหนวกตาบอด สมองของผมมันเบลอไปหมด ผมคิดไม่ถึงเลยว่าไอ้แอลมันเป็นฝ่ายยอมไอ้ไฮค์ทำ...กับมัน ทั้ง ๆ ที่ไอ้แอลมันเกลียดไอ้ไฮค์อย่างกับไส้เดือนกิ้งกือ แล้วอะไรทำให้ไอ้แอลเลือกที่จะทำแบบนี้ล่ะ ?

หลังจากที่ไอ้แอลมันอาบน้ำเสร็จแล้วมันก็ออกมาเล่าเรื่องแผนการทุกอย่างให้ผมฟังทั้งหมด ซึ่งผมก็คัดค้านและไม่เห็นด้วยกับแผนการที่จะเอาตัวเข้าไปแลกแบบนั้นของไอ้แอลเลยสักนิด ผมรู้สึกโกรธที่ไอ้แอลมันโกหกผม และไม่ยอมเล่าแผนการนี้ให้ผมฟังก่อน ถ้าผมรู้ตั้งแต่แรกว่าแผนการแก้แค้นของไอ้แอลคือแผนนี้ผมจะไม่ยอมรวมมือกับมันเด็ดขาด !!

แต่ตอนนี้ไอ้แอลมันถลำลึกมาไกลเกินกว่าที่ผมจะสามารถหยุดมันได้แล้ว สีหน้าและแววตาของมันเปลี่ยนไปมากจนผมใจหาย....

เขาไม่เหมือนแอลคนเดิมที่ผมรู้จักอีกต่อไปแล้ว

“มึงจะให้กูทำให้มึงกินหรือว่าจะออกไปกินข้างนอกกันดี” ผมถามหลังจากที่นั่งรอไอ้แอลเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

“ไปข้างนอก” มันตอบ

และระหว่างที่ผมกำลังจะเปิดประตูห้องของไปแอลออกไปข้างนอก ผมก็ต้องชะงักงันเมื่อเห็นใครอีกคนยืนอยู่อีกฝากหนึ่งของประตู ดีเทลจ้องมองมาที่ผมด้วยดวงตาแดงก่ำเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ยอมร้องออกมา !!

ให้ตาย...นี่ดีเทลสะกดรอยตามผมมาอย่างนั้นเหรอ ???

ปัง

ผมรีบปิดประตูและถอยหลังกลับเข้าไปในห้องไอ้แอลทันทีเพราะตั้งตัวไม่ทัน และรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นทันที ผมไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมผมต้องหนีเหมือนสามีถูกภรรยาจับได้ว่ามีชู้อยู่ยังไงอย่างงั้น

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ

“พี่คีย์ !!!! ออกมาคุยกับเทลให้รู้เรื่องนะ......เปิดประตูเดียวนี้”

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ

“เกิดอะไรขึ้นวะ” ไอ้แอลหันมาถามผมที่เอามืออุดหูส่ายหน้าดิกไม่ยอมตอบคำถามของอีกฝ่าย จนไอ้แอลมันเริ่มจะทนไม่ไหวทำท่าจะเดินไปเปิดประตูห้องผมก็รีบคว้าแขนของแอลเอาไว้และส่ายหน้าหนักกว่าเดิมเป็นการบอกมันกลาย ๆ ว่าอย่าเปิดประตูเด็ดขาด

“แล้วมึงจะให้มันพังประตูห้องกูก่อนรึยังไง อะไรของมึงเนี่ย” ไอ้แอลสะบัดมือออกจากผมก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง และก็พบเข้ากับดีเทลที่กำลังมองด้วยสายตามุ่งร้ายยืนอยู่

ผมเห็นท่าไม่ค่อยจะดีรีบวิ่งไปหลบอยู่ตรงเคาน์เตอร์ทำอาหารในห้องครัวทันที ผมบอกตรง ๆ เลยว่าหลังจากวันนั้นที่ผมพูดกับดีเทลจนเข้าใจกันทั้งฝ่ายแล้ว ผมก็พยายามหลบหน้าดีเทลตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเด็กนั่นจะพยายามมาหาผมที่บ้าน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัยทุกวัน แต่ผมก็ไม่เคยออกมาพบดีเทลเลยสักครั้ง

ทั้ง ๆ ที่ผมอยากให้ดีเทลตัดใจ แต่เขากลับทำตรงกันข้ามซะนี่

“พี่ชายเป็นใคร แล้วพี่คีย์ละอยู่ที่ไหน”

ดีเทลตวาดใส่ไอ้แอลเสียงแข็ง ก่อนจะเดินกระแทกเข้ากับไหล่ไอ้แอลเข้าไปในห้องมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังหาตัวผมอยู่

แอลมีท่าทีมึนงงตามสถานการณ์ตรงหน้าไม่ค่อยจะทัน และมันเองก็พยายามมองหาผมด้วยความผมไปหลบอยู่ส่วนไหนในห้องของมัน

“อ่อ.....นายเป็นใครเนี่ย แล้วมีอะไรกับไอ้คีย์มันเหรอ มันไปก่อเรื่องอะไรรึเปล่า ?” ไอ้แอลถาม

“หือ.......แล้วพี่ชายละเป็นใคร เป็นอะไรกับพี่คีย์”

ดีเทลเดินอาจ ๆ เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าไอ้แอล พลางหลี่ตาจ้องไอ้แอลตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนที่จะเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงที่ลำคอของไอ้แอลที่มีร่องรอยของไอ้ไฮค์ที่ทิ้งเอาไว้ แววตาของดีเทลเปลี่ยนเป็นกรุ่นโกรธทันทีก่อนที่จะตะคอกใส่ไอ้แอลเสียงดังลั่น

“พี่คีย์เป็นผัวผมครับ.....ถ้าพี่คิดว่ามีอะไรกับพี่คีย์แล้วจะแย่งเขาไปจากผมได้พี่คิดผิดแล้ว อ่ะ !!!

“หยุดเดียวนะดีเทล...มานี่เดียวนี้เลย” ผมรีบกระชากร่างเล็กออกห่างจากไอ้แอลไปอีกทางก่อนที่มันจะยืนคั่นกลางระหว่างไอ้แอลกับดีเทลเอาไว้ทันที หลังจากที่ได้เห็นท่าทางก้าวร้าวของดีเทล

“อึก....พี่คีย์ทำแบบนี้กับผมได้ยังไง พี่ปกป้องไอ้บ้านั้นอย่างงั้นเหรอครับ” ดีเทลร้องไห้โวยวายพลางจ้องมาที่ผมด้วยสายตาตัดพ้อ

“นี่มันเรื่องอะไรกับวะไอ้คีย์ ที่น้องเขาพูดมานะจริงเหรอ” ไอ้แอลถามผมด้วยความสงสัย แล้วมองผมกับดีเทลสลับกันไปมาเหมือนกำลังสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างผมกับดีเทลว่ามีความเกี่ยวข้องกันยังไงอยู่

“อ่อ...ไอ้แอล.....มันไม่ใช่แบบนั้นนะ คือว่า...” ผมรีบอธิบายทันทีเพราะกลัวไอ้แอลมันจะเข้าใจความสัมพันธ์ของผมกับดีเทลผิดไปแต่ยังไม่ทันได้อธิบาย ไอ้เด็กบ้าดีเทลมันก็เริ่มร้องไห้โวยวายอีกครั้ง

“ฮึก ฮื่อ ๆ ๆ ๆ พี่คีย์ได้ผมแล้วจะทิ้งผมอย่างนั้นเหรอ ผมไม่ยอมหรอกนะ” ดีเทลยังคงโวยวายร้องไห้ต่อไปมันเอื้อมมือมาจับแขนผมเอาไว้จนแน่น

“ไอ้คีย์กูว่ามึงไปคุยกับน้องเขาให้รู้เรื่องก่อนดีกว่าไม กูยกห้องให้เสร็จเมื่อไหร่ค่อยตามกูไปก็แล้วกัน”

ไอ้แอลรีบปลีกตัวออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดและเดินออกจากห้องไปก่อนทันที

“เดียวดิ.......ไอ้แอล มึงกลับมานี่เดี๋ยวนี่นะ ไอ้แอล ไอ้เพื่อนทรยศ !!! แล้วมึงอ่ะปล่อยแขนกูสักทีสิวะ........” ผมตะโกนไล่หลังร่างบางไปแต่ไอ้แอลก็ไม่คิดที่จะหันกลับมามองผมเลยแม้แต่นิดเดียว....

ว่าแล้วเชี่ยวว่าไอ้แอลมันต้องเข้าใจความสัมพันธ์ของผมกับดีเทลผิดไป !!!!

“โธ่เว้ย !!! มึงรู้ตัวไหมว่ามึงทำอะไรห๊ะ” ผมหันไปตวาดใส่ร่างเล็กด้วยความโมโหสุดขีด จนดีเทลสะดุ้งโหยงสุดตัว

“แล้วผมพูดอะไรผิดตรงไหน เราสองคนมีอะไรกันแล้ว ก็ต้องเป็นผัวเป็นเมียกันสิ” ดีเทลเถียงผมกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“กูไม่ใช่ผัวมึง...และจำใส่หัวมึงเอาไว้เลยว่า คนอย่างกูจะไม่มีวันรักมึงแน่นอน” 
 

+++++++++++++++++++++++++++++

ครบแล้วจ้า
ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไรท์หายหัวไปนานเลยเลย
ช่วงนี้ไรท์ติดอ่านหนังสือสอบอย่างหนักเพื่อรับศึกที่กำลังจะมาถึงวัน
วันจันทร์หน้า...!!! ก็เลยไม่มีเวลาได้อัฟนิยายให้อ่านกันต้อง
ขออภัยจริง ๆ นะคะ T   T

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #149 Little IU (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:55
    โฮ ดูคีย์ก็รักและห่วงแอลดีมากเลยนะ แล้วทำไมไปตายรังกับดีเทลได้ละเนี่ย...
    หรือมันจะเป็นแผนซ้อนแผน? ลวงให้อีกฝ่ายตายใจ
    รออ่านๆๆ อยากรู้จริงๆนะ เผื่อไรท์มีหักมุมแบบแปลกๆมาอีก ฮ่าๆๆๆ
    #149
    0