:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 26 : ::: ตอนที่ 24 ::: ใจสลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.พ. 57

::: ตอนที่ 24 ::: ใจสลาย
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

“ไอ้ไฮค์มึงจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องนั้นอีกนานแค่ไหนห่ะ!! ออกมากินข้าวได้แล้ว....” ผมเคาะประตูบอกคนร่างสูงที่ขังตัวอยู่แต่ในห้องทำงานมาตลอดนับตั้งแต่ที่กลับมาถึงคอนโด ผมรู้ว่ามันโกรธที่ผมพูดออกไปแบบนั้น แต่การที่มันเงียบไม่พูดอะไรแบบนี้ยิ่งทำให้ผมอึดอัดและกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูกมากยิ่งขึ้นไปอีก

“.............”

แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ......

“ฮึย...หยิ่งหนักก็ไม่ต้องกินกูกินคนเดียวก็ได้” ผมตวาดแล้วเดินปึงปังกลับเข้าไปในห้องครัวหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทานข้าวที่มีกับข้าวที่ผมอุส่าทำเอาไว้ตั้งเยาะแยะและหันกลับไปตวัดมองประตูห้องทำงานอีกครั้งด้วยความขัดใจทีถูกร่างสูงเมินเฉยใส่แบบนี้

“เยอะอย่างนี้แล้วกูจะกินคนเดียวหมดได้ยังไงละเนี่ย หน่อย...!!! ไอ้แก่ขี้งอน ต่อไปนี้กูจะไม่สนใจอะไรมึงอีกแล้ว”

ผมกระแทกก้นนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนที่จะลงมือกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะทันทีด้วยอารมณ์กรุ่น ๆ ปากก็ยังคงบ่นด่าไอ้ไฮค์ไม่หยุดจนอาหารบนโต๊ะเริ่มพร่องลงไปบ้างแล้ว แต่ไอ้ไฮค์มันก็ยอมออกมาจากห้องทำงานนั้นสักที ผมตัดสินใจว่างช้อนกับซ้อมลงและลุกขึ้นเดินกลับไปที่หน้าห้องทำงานของไอ้ไฮค์มันอีกครั้ง

“นี่มึงโกรธกูเหรอ?” ผมตัดสินใจถามไอ้ไฮค์ออกไปโดยที่มีประตูขว้างกลั้นอยู่

“.........”

ปัง !!!!

“มึงมีอะไรก็พูดออกมาสิอย่าเงียบแบบนี้นะ กูไม่ชอบ!!!” ผมตะคอกก่อนที่จะทุบที่ประตูห้องอย่างแรงเพื่อระบาย

“.............”

ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ

“มึงเปิดประตูให้กูเดี๋ยวนะ !!!! บอกให้เปิดไง เปิด ๆ ๆ ๆ ๆ” ผมตะโกนพลางทุบประตูห้องทำงานของไอ้ไฮค์อย่างบ้าคลั่งอารมณ์ขึ้นปรี้ดเลือดในกายของผมเดือดปุด ๆ จนยากจะควบคุมแล้ว

แกรก

“จะทุบอะไรนักหนาวะ กูบอกว่าจะกูทำงาน !!!

ผัวะ

!!!!!!

ร่างสูงล้มไปกองกับพื้นทันทีหลังจากที่โผล่หน้าออกมาจากห้องทำงาน และถูกหมัดของผมซัดเข้าไปที่ใบหน้าหล่อ ๆ นั่นเต็มแรง

“เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกวะ !!!!” ไอ้ไฮค์ตวาดใส่ผมเสียงลั่นพลางลุกขึ้นมาเหวี่ยงร่างของผมไม่ติดกับกำแพงห้องทันที

“มึงนั้นแหละเป็นบ้าอะไร จู่ ๆ ก็มาเมินใส่กูแบบนี้ ถ้ามึงโกรธมึงไม่พอใจอะไรก็พูดออกมาสิ อึก.....” ผมตะโกนสู้เสียงโหด ๆ ไอ้ไฮค์อย่างไม่เกรงกลัว ผมทั้งโกรธทั้งน้อยใจที่ถูกไอ้ไฮค์เมินเฉยใส่ผมแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเราสองคนยังหัวเราะและยิ้มกันอยู่แท้ ๆ

“รู้สึกยังไงบ้างละ” ไอ้ไฮค์ถามผมเสียงเรียบ มันยืนจ้องใบหน้าผมนิ่ง ๆ ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทั้งนั้น

“อะไร ?!

“กูถามว่ามึงรู้สึกยังไงบ้างที่กูทำเป็นเมินไม่สนใจมึงแบบนี้” ไอ้ไฮค์มันถามซ้ำผมอีกครั้ง

“.........”

“กูรู้สึกทั้งเจ็บทั้งน้อยใจโคตร ๆ เลยวะ !!! มึงรู้ไหมว่ากูต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหนกว่าที่รวบรวมความรู้สึกทั้งหมดที่มีและถ่ายทอดมันออกมาเป็นคำพูดได้ มึงรู้ใช่ไหมว่ากูคิดยังไงกับมึง กูแสดงออกมากมายขนาดนี้ แล้วทำไมมึงถึงยังปฏิเสธความรู้สึกที่กูมีให้มึงอยู่อีก กูรู้ตัวว่ากูมันแย่ กูมันเลว....แต่คนเลวคนนี้จะขอรักมึงบ้างไม่ได้หรือไงวะ บอกมาสิว่ามึงต้องการอะไร? อยากให้กูทำอะไร?....มึงถึงจะยอมเปิดใจให้กูบ้าง...” ไอ้ไฮค์ตะคอกถามผมน้ำเสียงสั่น สองมือหนาบีบแขนทั้งสองข้างของผมเอาไว้แน่นจนผมเจ็บไปหมด

ผมกัดริมฝีปากแน่นน้ำตาไหล พยายามบีบแขนออกแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความโกรธเคืองที่มีอยู่หายไปจนหมดสิ้นเมื่อผมได้รับรู้แล้วว่าไอ้ไฮค์มันรู้สึกเสียใจมากแค่ไหนกับสิ่งที่ผมพูดออกไปโดยไม่คิดให้ดีซะก่อน ถึงแม้ว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปนั้นมันจะเป็นความจริงก็ตาม

“แล้วทำไมมึงถึงไม่พูดออกมาละ” ผมถามย้อนเสียงแผ่ว

“มึงจะให้กูพูดอะไรอีก....มันก็เห็น ๆ กันอยู่แล้ว ว่าต่อให้พูดอะไรมันก็ไม่มีทางผลอะไรต่อความรู้สึกของมึงอยู่แล้ว...ซ้ำยิ่งพูดก็ยิ่งทำร้ายตัวเอง มึงออกไปก่อนได้ไหมกูอยากอยู่คนเดียว” ไอ้ไฮค์ปล่อยมือออกจากแขนของผมพลางหันหลังให้ผมอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนล้า

ซึ่งผมไม่ชอบเลยที่มันหันหลังให้ผมแบบนี้

หมับ 

“.........”

และโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเข้าสิง จู่ ๆ ผมก็วิ่งเข้าไปโอบกอดไอ้ไฮค์จากทางด้านหลังเอาไว้จนแน่น พลางซุกใบหน้ากับแผ่นหลังอุ่น ๆ ของมันก่อนที่จะพูดว่าไอ้ไฮค์ด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น

“ยะ...อย่าหันหลังให้กูแบบนี้นะ !! กูไม่ชอบ... อึก...มึงรู้ได้ยังไงว่ากูไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของมึง คนอย่างมึงจะรู้ได้ยังไงว่าหัวใจของกูมันเต้นแรงมากแค่ไหนเวลาที่มึงบอกเล่าความรู้สึกต่าง ๆ ของมึงให้กูฟัง ไอ้เหี้ย...อึก..มึงมันชอบคิดเองเออเองอยู่เลื่อย ถึงกูจะไม่ได้รักมึง...แต่มันก็ไม่ได้หมายความกูจะไม่รู้สึกอะไรเลยสักหน่อย ไอ้บ้า ไอ้โง่ ฮื่อ...” ผมร้องไห้โวยวาย

“.......”

“อึก...พูดอะไรหน่อยสิไอ้เหี้ยเอ่ย...แมร่ง!! อย่าให้กูพูดคนเดียวเหมือนคนบ้าสิ” ผมเหวี่ยงใส่ไอ้ไฮค์ไม่เลิกเมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ จากคนร่างสูงเลย

กูเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ...เล่นตัวจริง...

ผมปล่อยอ้อมแขนที่โอบรัดร่างสูงเอาไว้ออกและเดินอ้อมไปเผชิญหน้ากับไอ้ไฮค์มันตรง ๆ ผมไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องทำอะไรแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมไม่ชอบไอ้ไฮค์ แต่ที่ผมไม่ชอบยิ่งกว่าคือการถูกเมินใส่แบบนี้ ผมว่าให้มันอาละวาดโวยวายเหมือนอย่างที่มันเป็นทุกครั้งมันยังจะดีซะกว่า

“อะ...”

ผมชะงักคำพูดไปเมื่อเห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาคมคลายของไอ้ไฮค์มันแดงระเรื่อไปหมด มันสะดุ้งตกใจเบียนหน้าหนีผมไปทางอื่นทันทีที่มันเห็นว่าผมมายืนอยู่ตรงหน้ามันแล้ว

นี่มันกำลังเขินอยู่อย่างนั้นเหรอ....คนอย่างไอ้ไฮค์เนี่ยนะ...?!

Damn !!!

ผมได้ยินไอ้ไฮค์มันสบถออกมาเบา ๆ มันหันกลับมามองหน้าผมแล้วกระชากร่างของผมเข้าไปกอดเอาไว้จนแน่นก่อนที่จะพูดต่อว่า

“มึงเลิกปั่นหัวกูสักทีได้ไหมวะ....มึงรู้ไหมว่าวันนี้ทั้งวันมึงทำให้หัวใจของกูทำงานหนักมากแค่ไหน Ship!!

ไอ้ไฮค์สบถอีกครั้งพลางหอบหายใจแรง ๆ ราวกับว่ามันกำลังหายใจไม่ทัน และกอดผมแน่นมากยิ่งขึ้นจนผมหายใจแทบไม่ออก

“ปะ...ปล่อยนะ กูหายใจไม่ออกแล้ว” ผมประท้วงพลางพยายามดันร่างสูงให้ออกห่างอย่างสุดกำลัง

“ขออยู่อย่างนี้สักพักหนึ่งได้ไหม”

“ไม่” ผมตอบกลับไปทันที

“มึงต้องรับผิดชอบที่ทำให้กูต้องเหนื่อยแบบนี้ นะ...กูขออยู่แบบนี้สักพัก”

ไอ้ไฮค์ค่อย ๆ คลายอ้อมกอดเปลี่ยนมาโอบกอดผมเอาไว้เบา ๆ เท่านั้น ซึ่งผมก็ควรจะใช่โอกาสนี้ผลักไสร่างสูงออกไปให้พ้นตัว แต่ผมก็ดันเลือกที่จะปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอยไปและยอมตกอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของไอ้ไฮค์แทน

“ถ้ามันเหนื่อยมากนัก ทำไมมึงถึงยังดิ้นรนที่จะได้ความรักจากกูอยู่อีกละ?” 
 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++



-

-

หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาอันน่าอึดอัดใจระหว่างผมกับไอ้ไฮค์ไปแล้ว ทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ไอ้ไฮค์มันไม่ได้คำถามของผม และกลับมาเป็นไอ้ไฮค์จอมเผด็จการคนเดิม

และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ผมถูกไอ้ไฮค์ลากออกมาจากห้องและพาออกมาเดินช้อปปิ้งอยู่ในห้างหรูใจกลางเมือง โดยที่มันก็ไม่ได้บอกอะไรล่วงหน้าเหมือนเช่นทุก ๆ ครั้ง

“รอกูอยู่ตรงนี้นะเดี๋ยวกูมา” ไอ้ไฮค์บอกผมก่อนที่มันจะเดินไปอีกทาง หลังจากที่มันพาผมเดินมานั่งกินไอศกรีมที่ร้าน Swensens ส่วนเจ้าตัวก็เดินออกไปจากร้านทิ้งให้ผมนั่งกินไอศกรีมอยู่คนเดียว

“อะไรของมันอีกวะ...” ผมบ่นพลางเหลือบตาไปมองลูกน้องของไอ้ไฮค์ที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่หน้าร้านในมือทั้งสองข้างถือถุงใส่เสื้อผ้าที่ไม่รู้ว่าไอ้ไฮค์มันจะซื้อมาทำไมเยอะแยะแบบนี้ด้วย ถึงมันจะบอกว่าเป็นเสื้อผ้าของผมแต่ไอ้ที่มันมีอยู่ในตู้ตอนนี้ผมยังใส่ไม่ครบทุกตัวเลยด้วยซ้ำ

ซ่า.....

“อ่ะ!!! ขอโทษนะครับ”

ร่างเล็กกล่าวขอโทษผมหลังจากที่พึ่งจะสาดน้ำเย็น ๆ มาเกือบจะถูกผมที่นั่งอยู่ ซึ่งผมก็จำได้แทบจะทันทีว่าคนที่ทำกับผมแบบนี้เป็นใคร

“ดีเทล..”

“อ้าว...พี่แอลเองเหรอครับเนี่ย...ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่ามือผมลื่นนิดหน่อย หวังว่าพี่แอลคงจะไม่โกรธผมหรอกนะครับ” ดีเทลมองหน้าผมพลางแสยะยิ้มสะใจอย่างไม่คิดที่จะปกปิด แม้ปากของเขาจะขอโทษแต่สีหน้าและท่าทางมันกลับตรงกันข้าม

“.....”

“คุณแอลเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ลูกน้องของไอ้ไฮค์เดินเข้ามาถามผม

“ไม่...ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก” ผมบอกปัดไป

“แหม....ดูเหมือนพี่แอลจะสบายดีนี่ครับ พี่ชายคนนั้นคงดูแลพี่เป็นอย่างดีเลยสินะครับ ดูสิถึงขนาดมีคนใช้ค่อยถือของให้ซะด้วย” ดีเทลเหน็บผมเสียงสูงพลางปรายสายตามองมาที่ผมกับลูกน้องของไอ้ไฮค์อย่างรังเกียจ

“ดะ....”

“ขอบคุณนะครับที่ชม พอดีว่านี่มันเมียพี่ จะให้ออกมาช้อปปิ้งถือของเองได้ยังไงละ หือ...ว่าไมครับที่รัก” ไอ้ไฮค์เดินกลับเข้ามาพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ ผมก่อนที่จะจูบเบา ๆ ที่แก้มของผมอย่างรักใคร่โดยไม่แคร์สายตาใคร

“ว้าว....โรแมนติกจังเลยนะครับ รักกันดีแบบนี้ผมก็วางใจ เออไม่ใช่สิ...ดีใจด้วยต่างหาก ถ้าอย่างนั้น...พี่แอลไม่ได้เป็นอะไรมากงั้นผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีว่าพี่คีย์แฟนผมเขารอผมอยู่นานแล้ว” ดีเทลยิ้มละมุมก่อนที่จะก้าวเดินออกจาร้านไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีก ผมกัดริมฝีปากแน่นนัยน์ตาร้อนผ่าว

ถึงผมจะคิดเอาไว้บ้างแล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง วันที่ผมจะจะกลายเป็นที่เกลียดชังของไอ้คีย์ ในวันที่ผมจะไม่ได้อยู่ข้าง ๆ มันอีก ถ้าหากคนที่ไอ้คีย์จะรักคือดีเทลผมไม่คิดที่จะเสียใจเลย เพราะผมได้เห็นความรักและความหวังดีที่ดีเทลมีต่อไอ้คีย์ด้วยตัวเอง แม้เขาจะไม่ค่อยชอบหน้าผมแต่ที่เป็นแบบนี้เพราะเขากำลังคิดว่าจะแย่งคนที่เขารักไป....แม้จะเด็กคนนั้นจะถูกไอ้คีย์เมินเฉยใส่ยังไงเขาก็ไม่เคยคิดยอมแพ้เลยสักนิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ผมวางใจในตัวของดีเทลได้

แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ผมกลับทำไม่ได้อย่างที่คิด ความรู้สึกหึงหวงมันยังแล่นไปทั่วทั้งร่างเพียงแค่ดีเทลเอ่ยถึงชื่อของคนที่ผมรักผมก็ทนไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมไม่มีสิทธิใด ๆ ในตัวไอ้คีย์ และผมไม่มีความกล้ามาพอที่จะเดินกลับไปหามันได้อีกแล้ว เพราะความผิดที่ผมทำลงไปนั้นมันยากที่จะให้อภัยกันได้จริง ๆ แต่ในเรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้นี่ครับ

“ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนไป...ปล่อยให้ตัวเปียกแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” ไอ้ไฮค์บอกผมเสียงเรียบก่อนจะเรียกพนักงานมาคิดเงินแล้วพาผมไปที่ห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนที่ผ้าทันที

“จะนั่งเงียบแบบนี้อีกนานไหมวะ ไง..คิดถึงผัวเก่ามึงอยู่รึไง” ไอ้ไฮค์พูดประชดใส่ผมเสียงแข็งหลังจากที่ผมเอาแต่นั่งเงียบนับตั้งแต่ที่เดินทางกลับคอนโดมา

“......”

“กูถามทำไมไม่ตอบ ห๊ะ!!!!

“แล้วมึงต้องการคำตอบแบบไหนละ ?! กูจะทำอะไรจะพูดอะไรมันก็ผิดไปหมดอยู่แล้ว ขอร้องละ...กูขออยู่คนเดียวเงียบ ๆ จะได้ไม” ผมบอกไอ้ไฮค์เสียงอ่อนโหยด้วยความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด ผมในตอนนี้ไม่เหลือเรี่ยวแรงพอที่จะมาทะเลาะกับไอ้ไฮค์อีกแล้ว

“ไม่ !!! กูเคยบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าตอนที่มึงอยู่กับกูมึงก็ห้ามคิดถึงใคร...ทั้ง ๆ ที่มึงก็เห็นแล้วว่ามันมีเมียใหม่ไปแล้ว ทำไมมึงถึงยังมีเยื่อใยกับมันอีก”

“อึก...คนอย่างมึงจะมาเข้าใจอะไรกูละ คนไม่มีหัวใจและคิดแต่จะแย่งชิงความรักของคนอื่นไปอย่างมึง จะมาเข้าใจอะไรกู เพราะมึง..ถ้าไม่มีมึงกูกับไอ้คีย์ก็ไม่ต้องเป็นแบบหรอก ฮื่อ.... ออกไปซะ ออกไป...กูอยากอยู่คนเดียวมึงได้ยินไหม ออกไป!!!!!!” ผมเริ่มอาละวาดน้ำตาไหลพรากทั้งผลักทั้งทุบไอ้ไฮค์ไม่ยั้ง โดยที่คนร่างสูงไม่คิดที่จะปัดป้องเลยด้วยซ้ำ

 “..........”

“ออกไปจากชีวิตกูสักที...มึงรู้ไหมว่ากูทรมานแค่ไหนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบ และต้องทนเห็นคนรักของตัวเองตกเป็นของคนอื่น โดยที่กูไม่สามารถทำอะไรได้เลย !? ฮื่อ....” ผมยังคงร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมาราวกับว่าผมกำลังจะขาดใจตาย ถ้าหากว่าไม่ได้พูดอะไรออกมาซะบ้าง  แม้ผมจะรู้ว่าเรื่องทุกอย่างที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไอ้คีย์ต้องจบลงนั้นไอ้ไฮค์คือต้นเหตุ...แต่คนที่ทำให้ต้นเหตุนั้นเรื่องมันบานปลายออกไปแตกกิ่งก้านสาขาออกไปเลื่อย ๆ จนยากที่จะยับยั้งนั้นก็คือตัวผมเอง....


ถ้าหากว่าผมไม่คิดแผนโง่ ๆ นั้นออกมาผมกับไอ้คีย์ก็คงไม่ต้องมาลงเอ่ยกันแบบนี้

แม้ว่าผมจะคิดได้แบบนั้น แต่ในตอนนี้ผมต้องการคนที่ผมจะสามารถระบายความทุกข์ทั้งหมดของผมให้กับเขาคนนั้นและเขาคนนั้นก็คือผู้ชายที่เป็นตัวต้นเหตุที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าผมนั้นเอง

“ถ้ามึงเจ็บมึงทรมานขนาดนั้น กูจะให้โอกาสมึงได้กลับไปหาไอ้คีย์ ดีไหม?” ไอ้ไฮค์รั้งร่างของผมเข้าไปกอดพลางกระซิบบอก ผมชะงักพลางเงยหน้าขึ้นจ้องใบหน้าหล่อเหลามามองหน้าผมอยู่เช่นกันด้วยความสงสัย

เมื่อกี้ไอ้ไฮค์มันพูดอะไรนะ!!!!!....นี่มันกำลังจะบอกผมว่าให้ผมกลับไปหาไอ้คีย์ได้อย่างนั้นเหรอ ?

 

“มึงหมายความว่าไง” ผมสะอื้นถามทั้งที่น้ำตายังไหลอยู่

“กูเบื่อมึงแล้ว ออกไปจากที่นี่ซะ...” ไอ้ไฮค์ผลักผมออกจากอ้อมแขนของมันก่อนที่จะเอ่ยปากไล่ผมไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา แววตาที่มันมองผมนั้นทำให้ร่างกายของผมชาวาบ เพราะมันเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาอย่างเห็นได้ชัด

“ตอนแรกกูคิดว่ามึงจะน่าสนใจมากกว่านี้ซะอีก แต่ดูเหมือนว่ากูจะคิดผิด...ออกไปซะ แล้วอย่ากลับมาให้กูเห็นหน้ามึงอีกเป็นครั้งที่สอง” ไอ้ไฮค์เดินผ่านผมไปและเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ทิ้งให้ผมยืนนิ่งงันกับสิ่งที่ได้ยินมาสด ๆ ร้อน

ทำไมมึงถึงได้ง่ายแบบนี้ละ....ทั้ง ๆ ที่ตลอดมาไอ้ไฮค์มันพยายามจะดึงรั้งผมเอาไว้กับตัวมันแทบเป็นแทบตายแต่ทำไมตอนนี้มันถึงได้เอ่ยปากไล่ผมให้กลับไปหาไอ้คีย์ง่าย ๆ แบบนี้ละ ทั้ง ๆ ที่ผมควรจะดีใจและเดินออกจากห้องนี้ไปทันทีที่ได้ยินที่ร่างสูงพูดจบ แต่ขาทั้งสองข้างของผมกลับไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถขับก้าวเดินต่อไปได้

“เบื่อ..อย่างนั้นเหรอ ฮึ..ฮ่า ๆ ๆ” ผมเอ่ยท้วนคำพูดของไอ้ไฮค์แล้วหัวเราะให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง

งั้นสรุปสั้น ๆ ว่าที่ผ่านมาผมคิดเองออเองหมดเลยสินะ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับไอ้ไฮค์นั้นมันเป็นแค่เรื่องที่มันปรุงแต่งสร้างภาพขึ้นมาหลอกล่วงผมแค่นั้นเองนะเหรอ....?

แต่ก็ดีเหมือนกันในเมื่อไอ้ไฮค์มันให้อิสระกับผมแล้ว ผมก็ไม่รอช้าที่จะออกไปจากที่นี่เช่นกัน

ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามก้าวขาที่หนักอึ้งของตัวเองเดินมาหยุดอยู่ที่ประตูทางออกมาแล้วพูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“ลาก่อน....แล้วก็ขอบคุณนะ”
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

-

-

{Talk: ไฮค์}

“เก็บคำขอบคุณของมึงเอาไว้ดีกว่า...เพราะกูไม่ใช่คนดีถึงขนาดที่จะปล่อยให้เมียตัวเองกลับไปหาชู้ได้ง่าย ๆ หรอก” ผมพึมพำแผ่วเบานัยน์ตาลุกวาวเป็นประกายของนักล่าที่กำลังออกล่าเหยื่ออีกครั้ง และครั้งนี้จะไม่ใช่การล่าเหยื่อแบบธรรมดา...แต่จะเป็นการล่าเหยื่อแบบนิ่มนวลและได้ผลที่สุดต่างหาก

เมื่อก่อนผมพลาดเองที่ใช่อารมณ์และการขู่บังคับให้ไอ้แอลยอมสยบให้กับผม จนผมได้มาเพียงแค่ร่างกายของคนร่างบางแต่ไม่อาจจะได้หัวใจของมันมาครอบครองได้....

จนอยู่มาวันหนึ่งก็มีเด็กหน้าตาน่ารักใช้ได้เดินเข้ามาหาผมและยื่นข้อเสนอบ้างอย่างที่น่าสนใจมาให้ผม ซึ่งผมเองก็เป็นนักธุระกิจอะไรที่มันส่งผลดีและได้กำไรผมก็พร้อมที่จะลงทุนด้วยอยู่แล้ว และยิ่งการลงทุนในครั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่อให้ได้ไอ้แอลมาอย่างสมบรูณ์ที่ผมไม่จำเป็นต้องหวาดระแวงอีกแล้วว่ามันจะหนีกลับไปหาคนรักของตลอดเวลาอีกแบบนี้ผมก็ยิ่งต้องทุ่มทุนไปอย่างสุดตัวอยู่แล้ว....

ย้อนกลับไปเมื่อ 3 วันก่อน.....

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

“คุณไฮค์ค่ะมีแขกมาขอพบค่ะ” เสียงเลขาส่วนตัวของผมเคาะประตูบอก

“ใคร ?” ผมถามกลับไป

“ลูกชายของคุณมโนค่ะ”

“........มโนงั้นเหรอ....เข้ามาสิ” ผมนึกก่อนบอกออกไป พลางปิดแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน และหันไปมองแขกผู้มาเยือนคนใหม่ที่กำลังเดินก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องทำงานของด้วยท่าทางหวาดหวั่นเล็กน้อย

“ผะ....ผมมีเรื่องอยากตกลงกับคุณ” ไม่พูดพล่ามทำเพลงอะไรร่างเล็กตัวขาวก็พูดเข้าเรื่องทันทีโดยที่ไม่ยอมนั่งลงด้วยซ้ำ ผมกระตุกยิ้มกับท่าทางประหม่าของอีกฝ่าย ดูไปดูมาแล้วเด็กคนนี้ก็หน้าตาน่ารักใช้ได้เหมือนกัน ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ แบบนี้น่าจับมาฟัดเล่นแก้เบื่อจริง ๆ ถ้าไม่ติดว่าผมมีไอ้แอลรออยู่ที่ห้องอยู่แล้วผมคงจับเจ้าเด็กไม่รู้กาลเทศะคนนี้มาสอนให้ร้องครางลั่นห้องไปเลยค่อยดู...

“ไม่มีใครสอนเรื่องมารยาทมาหรือไงว่าให้ทักทายคู่สนทนาและแนะนำตัวซะก่อน” ผมว่า

“อ่ะ!!!...เออ ผมชื่อดีเทล คือว่า..”

“แต่ก็ช่างมันเถอะ นั่งลงก่อนสิมีเรื่องอยากคุยไม่ได้ใช่เหรอ?”

ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบนั่งลงตรงโซฟารับแขกทันที

“มีเรื่องอะไร?” ผมถามเสียงเรียบ

“คุณเป็นอะไรกับพี่แอล” เด็กคนนั้นถามทันทีหลังจากที่ผมพึ่งจะถามออกไป

ผมขมวดคิ้วกับคำถามที่ตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้นึกโกรธเคืองอะไร กลับรู้สึกแปลกใจที่จู่ก็ต้องมาตอบคำถามในเรื่องส่วนตัวกับคนที่พึ่งเจอกันเป็นครั้งแรกแบบนี้เท่านั้น

“ทำไมกูต้องบอก” ผมย้อนถามกลับไป

“คุณต้องตอบ...เพราะถ้าหากว่าพี่แอลเป็นคนของคุณ คุณก็ควรจะดูแลเขาให้ดีและอย่าให้พี่แอลกลับไปหาพี่คีย์ได้อีก ผมไม่มีกำลังมากพอที่จะหยุดพวกเขาสองคนเพียงลำพังได้เพราะฉะนั้นที่ผมมาในวันนี้เพราะผมต้องการให้คุณช่วยผมกันพี่แอลออกไปให้ห่างจากพี่คีย์.....!!!!

“แล้วถ้ากูปฏิเสธ ไม่ช่วยมึงละ” ผมถามอีกครั้งพลางสังเกตท่าทางของอีกฝ่ายอยู่เงียบ ๆ

“...........”

“ทำไมคนอย่างกูจะต้องยอมเป็นเครื่องมือแย่งผู้ชายของคนอื่นให้กับมึงด้วยละ หือ....?”

“คุณไม่ใช่เครื่องมือแต่คุณเป็นหุ้นส่วนกันต่างหาก....ที่ผมถามคุณไปในตอนแรกว่าคุณคิดยังไงกับพี่แอลนั้นผมก็แค่ถามคุณไปเป็นพิธีเท่านั้น ที่จริงผมก็แอบสืบข้อมูลของคุณมาบ้าง ผมก็พอจะรู้แล้วว่าคุณต้องการตัวพี่แอลมาแค่ไหน...”

“..........” ผมเงียบคำฟังในสิ่งที่ดีเทลพูดอยู่เงียบ ๆ และพยายามวิเคราะห์คำพูดของอีกฝ่ายตามไปด้วย

“ผมรักพี่คีย์และผมก็คิดว่าผมรักพี่คีย์มากกว่าที่พี่แอลรักด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ยอมยกพี่คีย์ให้ใคร แต่ที่ผมไม่เลือกใช้วิธีรุนแรงเพื่อจับเขาสองคนให้แยกจากกันเหมือนอย่างที่คุณทำ นั้นก็เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย คุณแยกเขาได้แค่ตัวแต่คุณไม่มีทางแยกหัวใจของพวกเขาให้ออกจากกันได้ ผมพูดถูกไหม?”

ผมจ้องดีเทลนิ่ง ๆ โดยไม่โต้ตอบอะไรออกไปเพราะสิ่งที่เด็กคนนี้พูดมันก็ใช่ว่าจะผิดทั้งหมด ผมอยากได้ไอ้แอลมาครอบครองและเก็บมันเอาไว้ให้เป็นของผมเพียงคนเดียว โดยไม่สนใจวิธีการใด ๆ ทั้งนั้น แต่ผลที่ได้มันก็ไม่ต่างอะไรจากที่ดีเทลพูดมากนัก ไอ้แอลมันอยู่กับผมก็แค่ตัวแต่หัวใจของมันก็ยังคงอยู่กับไอ้คีย์อยู่ดี

“คุณสนใจจะรวมมือกับผมไหม ถ้าผมมีแผนที่ดีกว่าและได้ผลที่แน่นอนกว่า เพราะแผนนี้จะทำให้คุณได้ทั้งร่างกายและหัวใจของพี่แอลไปพร้อมกันทั้งสองอย่าง....ไม่ทราบว่าคุณไฮค์สนใจจะรวมมือกับผมไหมครับ?”

กลับเข้าสู่ปัจจุบัน....

หลังจากที่ไอ้แอลมันเดินออกจากห้องของผมไป ผมก็แอบตามติดร่างโปร่งไปอย่างเงียบเฉียบ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าคอนโดหนึ่งซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นคอนโดของไอ้คีย์คนรักของไอ้แอล....

ผมหยิบโทรศัพท์ออกมาพลางกดเบอร์โทรหาคนคนหนึ่งที่ผมนัดเอาไว้ทันทีหลังจากที่เห็นว่าไอ้แอลมันเดินหายเข้าไปในตัวลิฟท์แล้ว

“ไอ้แอลมาถึงที่คอนโดแล้ว จะทำอะไรก็รีบทำซะ...อย่าให้พลาดละ”

“ผมไม่มีวันทำพลาดอยู่แล้ว ว่าแค่คุณเถอะ...คุณสัญญากับผมแล้วนะว่าจะพาพี่แอลออกไปให้ไกลจากชีวิตของผมกับพี่คีย์ได้จริง ๆ”

“ฮึ...”

ผมหัวเราะในลำคอเล็กน้อยและกดวางสายทันทีที่พูดจบ ที่เหลือผมก็แค่รออยู่นี้.....

รอให้ไอ้แอลมันเป็นฝ่ายวิ่งกลับมาหาผมอีกครั้งด้วยตัวมันเองเท่านั้น.....

“ไม่ต้องให้เด็กอมมืออย่างมึงมาบอก...กูก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้มันสองคนพบกันอีกเป็นครั้งที่สองอยู่แล้ว” ผมพึมพำพลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบฆ่าเวลา

......................

..........

....

เวลาผ่านไป...นานเท่าไหร่ไม่รู้...นับตั้งแต่ที่ร่างโปร่งบางของไอ้แอลลับหายไปจากสายตาของผม จนตอนนี้ความกังวลเริ่มก่อเกิดขึ้นมาภายในใจจนผมไม่สามารถยืนรออยู่นิ่ง ๆ ได้อีก

“อย่าบอกนะว่าไอ้เด็กบ้านั้นมันทำแผนล้มไม่เป็นท่า...” ผมกัดฟันนัยน์ตาจับจ้องไปที่ประตูลิฟท์เขม็งในใจภาวนาขอให้ร่างโปร่งบางปรากฏตัวออกมาเสียที

“ออกมาสักทีสิวะ”

และแล้วผมก็ไม่สามารถอดทนรออยู่ตรงนี้ได้อีกต่อ ผมตัดสินใจวิ่งไปที่ตัวลิฟท์ทันที แต่ก่อนที่จะทันได้กดเปิดประตูลิฟท์ก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่ผมเฝ้ารอมาตลอด เขายืนอยู่ภายในลิฟท์เพียงลำพังน้ำตาอาบสองแก้มนวลนัยน์ตาแดงก่ำเลือด ร่างกายสั่นระริก...

ไม่ต้องบอกกก็รู้ว่าเขาได้รับความเจ็บปวดความบอบช้ำทางใจมามากแค่ไหน...

“อึก...ฮื่อ ๆ ๆๆ” ไอ้แอลยังคงก้มหน้าสะอื้นร้องไห้ไม่หยุด ร่างโปร่งบางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองหน้าผมและสะอื้นหนักมากขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก

ผมพยายามกดความรู้สึกลิงโลดที่เต้นเร้าอยู่ในอกตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้ไอ้แอลสังเกตเห็น ร่างบางยืนสั่นจ้องมองผมด้วยแววตาสั่นระริก มันกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น

“ถึงกูจะทำปากดีไล่มึงออกไป แต่...กูไม่สามารถทำได้อย่างที่ปากพูดออกไปหรอก....”

“..........”

“กูรักมึงนะไอ้แอล....มึงจะให้โอกาสกูได้ดูแลมึงสักครั้งได้ไหม” ผมบอกความรู้สึกของตัวเองให้ไอ้แอลรับรู้ทันที โดยไม่คิดจะปกปิดอะไรร่างโปร่งบางอีก....ยกเว้นเรื่องแผนการนี้เท่านั้นที่ผมที่จะเก็บมันฝังดินเข้าไว้ให้ลึกไปจนถึงแกนโลกเลย

“อึก...ไฮค์...อึก...ฮื่อ...” ไอ้แอลพูดชื่อผมด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น บอกได้คำเดียวเลยว่าสภาพจิตใจของไอ้แอลในตอนนี้มันแย่มากจนถึงขั้นจะเค้นคำพูดออกมาสักคำยังทำได้ยากเย็นซะเหลือเกิน

“ไปกับกูนะ....กูจะดูแลมึงเอง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

หมับ !!!!

และทันที่ผมพูดจบไอ้แอลมันก็พุ่งตัวเข้ามาสู่อ้อมกอดของผมด้วยตัวมันเอง ผมโอบกอดร่างบางพลางลูบแผ่นหลังบาง ๆ ไปมาเพื่อต้องการปลอบประโลมจิตใจอันบอบช้ำของไอ้แอล ผมกระตุกยิ้มร้ายแล้วจูบเบา ๆ ที่ขมับของไอ้แอลก่อนที่จะโอบอุ้มร่างโปร่งบางเอาไว้และเดินตรงกลับที่รถของผมที่จอดนิ่งอยู่ทันที

“กูจะรักและเอ็นดูมึงอย่างดีเลยล่ะ” ผมพึมพำพลางยกยิ้มร้ายที่มุมปาก หลังจากที่ไอ้แอลมันร้องไห้จนหมดแรงและเผลอหลับไประหว่างที่ผมกำลังขับรถพามันกลับมาที่คอนโดของผม

มึงกลับมาแล้ว......กลับเข้ามาสู่อ้อมกอดของซาตานด้วยตัวเอง....
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

อ่าเด๊ะ !!! เฮียไฮค์ของเรานี่ยังร้ายและเจ้าเล่ห์ไม่หยุดสักทีเลยเนอะว่าม๊ะ.....
แถมคราวนี้เฮียแกยังมีแนวร่วมเป็นหนูดีเทลซะอีก แล้วน้องแอลของเราจะรอดหลุดมือไปได้ยังไง
จริง ๆ ไรท์แอบเสียดายคู่ คีย์&แอล อยู่ไม่น้อยเบยนะ...
เอาเป็นว่าถ้าไรท์ว่างกว่านี้จะจัด 3P Special ให้ก็แล้วกันนะเอ่อนะ....





นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #104 CookieSweet (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:29
    3P เหรอ !!! จัดมาเลยค่ะ เค้าจะรอน่า ><
    #104
    0
  2. #94 Little IU (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:16
    อ่าวเฮ้ย ! ไรท์มาแบบเซอร์ไพรสมากอ่ะ ว้ากกกกกกกกกกกกส์
    โอ๊ยล้ำลึกมากอ่ะไม่คิดว่าจะวางแผนร่วมมือกับดีเทล
    งานนี้ไฮค์มีแต่ได้กับได้ สุดยอดอ่ะไรท์มาแบบคาดไม่ถึงมากอ่ะ
    ลุ้นตอนต่อไปแบบตัวโก่งสุดๆ
    #94
    0
  3. #87 Little IU (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:03
    อ่านแล้วน้ำตาจะไหล สงสารไฮค์อ่ะ
    ต่อให้แอลกลับไปหาคีย์อาจไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วล่ะ เพราะคีย์ก็มีดีเทล
    ก็เข้าใจนะว่าไฮค์ก็ใช้วิธีที่ผิด แต่แอลเองก็ผิดไม่ใช่เหรอแล้วทำไมโทษคนอื่น
    ขืนคิดไม่ได้ เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่เหลือใครเลยนะแอล

    #87
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #80 mdmy_mmmh (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 16:39
    -0- พึ้งคืนดีกันแท้ๆเลย เอาไงเนียนตามใจไม่ถูกแอลเอาไงกลับไปหาคีย์.. ทิ้งไฮค์อ่ออออตอบที!
    #80
    0
  6. #76 pus tee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:18
    ยังไม่รู้ใจตัวเองซินะ งานนี้ไม่รู้จะตามซับน้ำตาใครดี
    กลับอังกฤษไหมแอล
    #76
    0
  7. #75 Ton (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:38
    ฉู้ๆืนะคับไร้เตอร์

    ตอนนี้ดราม่ากระจายเปลี่ยนอารมไม่ทันเลยย
    #75
    0