:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 23 : ::: ตอนที่ 21 ::: จะรัก....หรือจะแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ม.ค. 57

::: ตอนที่ 21 ::: จะรัก....หรือจะแค้น
-
-
by อเมทิสต์_AT



 

 

หลังจากที่ผมได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากปากของไอ้ไฮค์หมดแล้ว ผมก็ได้แต่นั่งเงียบไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ตอนนี้ผมทั้งสับสนและมึนงงกับเรื่องที่ผมได้รับรู้มาจากไอ้ไฮค์

ผมไม่อยากเชื่อคำพูดของมันง่าย ๆ แต่หลักฐานที่ไฮค์มันเอามาแสดงให้ผมดูนั้นมันเป็นเรื่องจริง !

ถ้าหากว่าเรื่องทั้งที่ไอ้ไฮค์มันพูดออกมานั้นเป็นความจริงและทุกอย่างที่ผมทำลงไปนั้นมันเพื่ออะไร ?

เพื่อความว่างเปล่า.....แบบนี้นะหรือ......

“อึก....”

หมับ

!!!!!!

“ถ้าอยากร้องก็ร้องออกมาให้หมดซะตรงนี้....ต่อไปมึงจะได้ไม่ต้องร้องไห้อีก” ไอ้ไฮค์พูดเสียงอ่อน แล้วคว้าร่างผมเข้าไปกอดไว้แนบกับแผ่นอกกว้าง และอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก.....มือหนาลูบแผ่นหลังบางของผมเบา ๆ

“ชะ...ช่วย อึก พากูไปหาไอ้คีย์....หน่อยได้ไหม?” ผมเงยหน้าขึ้นเอ่ยขอคนร่างสูงเสียงสะอื้น

“ไปทำไม”

“กูอยากไปขอโทษ.....”

“ไม่ให้ไป !!” ไอ้ไฮค์ยื่นคำขาดเสียงแข็งใส่ผม แล้วกระชับอ้อมกอดแน่นมากขึ้นจนผมหายใจแทบไม่ออก

“ทำไม ?” ผมถาม

“อย่าถามอะไรให้มาก....กูบอกว่าไม่ก็คือไม่”

ไอ้ไฮค์ดันร่างบางของผมออกห่างเบา ๆ ยืดตัวลุกขึ้นยืน และก่อนที่มันจะเดินออกจากห้องไปมันก็ได้ทิ้งคำพูดหนึ่งเอาไว้ ซึ่งคำพูดนั้นก็ทำหน้าผมถึงกับหน้าชาขึ้นมาทันที

“มึงอย่าคิดว่ามึงรู้ความจริงทุกอย่างแล้วกูจะปล่อยมึงให้ไปเสวยสุขอยู่กับไอ้คีย์ได้ตามสบายนะ เรื่องกูกับเบลล่าจบไปแล้ว แต่เรื่องระหว่างกูกับมึงยังไม่จบ และข้อตกลงระหว่างกูกับมึงมันก็ยังมีผลอยู่ เพราะฉะนั้นทำตัวดี ๆ อยู่ที่นี่เงียบ ๆ อย่างก่อเรื่อง กูจะออกไปทำงานแล้ว”

ปัง !

ผมกำหมัดแน่นพยายามข่มอารมณ์แบบสุด ๆ แม้เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วมันจะดูอ่อนโยนมากจนผมแอบเคลิ้มไปเล็กน้อย แต่ผ่านไปอีกไม่กี่นาทีต่อมามันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

มันชั่วยังไงก็ยังชั่วได้เสมอต้นเสมอปลายแบบนี้ตลอดเลยสินะ

-

-

“..............”

ผมหันซ้ายหันขวามองหาสิ่งมีชีวิตขนปุยหลายสี มาได้พักหนึ่งแล้ว......หลังจากที่ไอ้โหดมันออกไปทำงานได้พักหนึ่ง

สงสัยละสิว่าผมหาอะไร....ก็หาพวกแมวของไอ้ไฮค์นะสิ....ไม่รู้ว่าตอนนี้มันอันตรธานหายไปไหนหมด ก่อนหน้าที่ผมจะหนีออกไปอยู่กับไอ้คีย์มันยังมีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ ?

ผมนอนกลิ้งไปมาบนโซฟานิ้วเรียวกระหน่ำกดรีโมทไม่ยั้งโดยที่ไม่คิดจะหยุดดูช่องอะไร เกิน 3 วินาทีเลยสักช่อง

บอกได้คำเดียวเลยว่าผมเบื่อ.....

ผมใช่เวลาทั้งวันคิดทบทวนเรื่องราวที่ไอ้ไฮค์มันบอกผมมาตลอด ใช่ว่าเรื่องที่ไอ้ไฮค์เล่ามันจะไม่มีมูลไปซะทั้งหมด ผมเคยได้ยิ่งข่าวมาแว่ว ๆ เรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของเบลล่ามาบ้างเหมือนกัน เพียงแต่ในตอนนั้นผมเลือกที่จะเชื่อใจและไว้ในใจตัวของเบลล่ามากกว่าคำพูดของบุคคลอื่น และเรื่องของเบลล่าก็ยังเข้าหูผมมาเลื่อย ๆ ผมก็ทำได้แค่มองข้ามันไป ตราบใดที่ผมยังไม่เห็นกับตาว่าเธอเป็นอย่างที่ใครเขาว่าจริง ๆ ผมก็จะไม่เชื่อเด็ดขาด

แต่เรื่องหนึ่งที่ไอ้ไฮค์มันพูดออกมาแล้วทำให้ผมไม่สามารถมองข้ามเรื่องนั้นไปได้อีก

นั้นก็คือเรื่องของเพื่อนไอ้ไฮค์.........

ซึ่งในช่วงนั้นผมติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมากจนบ้างครั้งแทบจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน และคนที่ผมมักจะเข้าไปพูดคุยด้วยบ่อย ๆ ก็มีอยู่แค่ไม่กี่คนซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกิ๊กเพื่อนสาวคนสนิทของเบลล่า ที่ชอบเข้ามาทักทายผมอยู่บ่อยครั้ง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอเข้ามาทักผมแล้วเขียนเรื่องแปลก ๆ เกี่ยวกับเบลล่าให้ผมฟังว่า

“เบลล่าเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจกว่าที่พี่คิดเอาไว้ซะอีกนะค่ะ พี่แอล”

อันที่จริงผมรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลยที่เพื่อนสนิทของน้องสาวมาพูดให้ร้ายเธอแบบนี้ ผมเลยตัดสินเขียนเข้าไปถามกิ๊กว่าทำไมถึงพูดถึงเพื่อนแบบนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรผมกลับมาอีกเลย

ปิ้งป่อง ๆ ๆ ๆ

เสียงกดกริ่งหน้าห้องทำให้ผมหยุดความคิดสับสนวุ่นวายในหัว ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปเปิดดูจอมอนิเตอร์ว่ามาใครมากดกริ่งหน้าห้อง

“ไอ้ไมค์?!
 

+++++++++++++++++++++++++++++
 

ผมยืนชั่งใจว่าจะเปิดดีหรือไม่อยู่หน้าประตู โดยที่เสียงกริ่งก็ยังคงดังอยู่อย่างนี้เลื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะยอมหยุด ในที่สุดผมก็ตัดสินใจที่จะเปิดประตูนี้ออกไป เพราะถึงยังไงผมก็ยังมีเรื่องคาใจอยู่อีกเรื่องที่ผมต้องรู้ให้ได้อยู่

“สวัสดีครับน้องแอล....” ไอ้ไมค์เอ่ยทักทายผมด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ผมยิ้มทักทายเล็กน้อยก่อนที่จะหลีกทางให้คนร่างสูงเดินเข้ามา

“เออ...พี่ไฮค์ไม่อยู่หรอกนะครับ...”

“พี่ไม่ได้มาหาไอ้ไฮค์มันหรอก แต่คนที่พี่ตั้งใจมาหาก็คือเรานั้นแหละ”

“ผมเหรอ !” ผมชี้นิ้วมาที่ตัวเองพลางเอียงคอทำหน้าฉงน

“ใช่ครับ....อ่า หิวน้ำจัง...น้องแอลช่วยไปหยิบน้ำมาให้พี่หน่อยไหม ?” ไอ้ไมค์ยิ้มถาม

“ดะ...ได้ครับ” ผมตอบรับเสียงตะกุกตะกัก

ระหว่างที่ผมเดินเข้าไปหยิบน้ำในห้องครัว ผมหยิบน้ำในตู้เย็นออกมารินใสในแก้วและแอบเหลือบไปมองไอ้ไมค์ที่ตอนนี้กำลังนั่งเหยียดขาอยู่ตรงโซฟาห้องนั่งเล่นอย่างสบายอารมณ์

“น้ำครับ” ผมวางแก้วน้ำลงตรงหน้าไอ้ไมค์อย่างเบามือก่อนที่จะนั่งลงที่โซฟาอีกฝั่งหนึ่ง

“ขอบคุณครับ”

“........”

ผมนั่งเงียบไม่รู้จะเริ่มถามไอ้ไมค์ยังไงดี จนเวลาผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเริ่มอึดอัดมากขึ้นจนในที่สุดผมเริ่มจะทนความเงียบนี้ไม่ไหวเลยต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อนว่า

“พี่ไมค์ครับ ผมมีเรื่องอยากถามพี่เรื่องที่ว่าเบลล่าน้องสาวผมทำให้เพื่อนสนิทของพี่ไฮค์ตายนั้นนะเป็นเรื่องจริงเหรอครับ”

“แล้วน้องแอลต้องการคำตอบแบบไหนละครับ” ไอ้ไมค์หันมาจ้องหน้าผมนิ่ง ๆ แล้วถามผมกลับด้วยเสียงเรียบเฉย

“ผมแค่อยากรู้ว่ามันจริงหรือไม่จริงเท่านั้นครับ”

“แอลคิดว่าเรื่องความเป็นความตายมันเป็นเรื่องที่จะเอาล้อเล่นกันได้อย่างนั้นเหรอ ? คนคนหนึ่งตายจากโลกนี้ไปมันเป็นเรื่องที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่เอามาพูดล้อเล่นได้อย่างนั้นเหรอ ?”

“.........” ผมชะงักไปทันทีกับคำพูดของไอ้ไมค์ สายตาที่มันมองมาที่ผมนั้นช่างเย็นเยือก ทุกคำพูดและทุกการแสดงออกทางสีหน้าของไอ้ไมค์เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเรื่องที่ไอ้ไฮค์มันพูดออกมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง

ใช่ถูกอย่างที่ไอ้ไมค์มันว่า คนที่ตายไปแล้ว คนเป็นอย่างเราไม่ควรเอาเรื่องการตายของเขามาล้อเล่น

“ไอ้ไฮค์มันคงเล่าเรื่องทุกอย่างให้เราฟังแล้วสินะ” ไอ้ไมค์ถาม

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องมาอธิบายอะไรอีก อ่า...พี่มีที่หนึ่งที่อยากให้น้องแอลไปกับพี่หน่อยได้ไหมครับ ?” ไอ้ไมค์ทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนที่จะเอ่ยปากชวนผมตรง ๆ เล่นเอาผมเอ๋อไปสักพักหนึ่งทีเดียว

“ไปไหนครับ”

“พี่จะพาน้องแอลไปหาคนคนหนึ่ง....แล้วเขาจะเป็นคนเฉลยเรื่องทุกอย่างให้กับน้องแอลด้วยตัวเอง พี่มาที่นี่เพื่อที่จะมาพาน้องแอลไปหาเขาคนนั้นเท่านั้น ช่วยไปกับพี่หน่อยได้ไหม ?” ไอ้ไมค์ถามย้ำผมอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากขึ้น ผมนั่งเงียบไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงต่อไป ผมอยากรู้ความจริง....แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจว่าถ้ารู้แล้วผมจะสามารถรับมันได้มากแค่ไหน....

ผมจะทนรับความจริงที่เจ็บปวดของเรื่องนี้ได้มากแค่ไหนกันนะ

ไอ้ไมค์นั่งจ้องหน้าผมนิ่ง ๆ โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำราวกับว่ามันกำลังรอคำตอบของผมอย่างใจเย็น ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดที่ฝั่งแน่นอยู่ภายในใจแล้วพูดออกไปว่า

“ตกลงครับผมจะไปกับพี่”

ไอ้ไมค์คี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่พูดขึ้นว่า

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปกันเลยดีกว่านะครับ เพราะพี่ยังต้องเผื่อเวลาพาน้องแอลกลับมาที่นี่ก่อนที่ไอ้ไฮค์มันจะกลับมาก่อนด้วย ถ้าขืนมันกลับมาแล้วไม่เจอน้องแอลละก็ระเบิดลงอีกรอบแน่ ๆ”

ผมพยักรับเห็นด้วยกับคำพูดของไอ้ไมค์แบบสุด ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามกลับไอ้ไมค์ออกไปทันที

อีกไม่นานแล้วสินะ...ที่ผมจะรู้ความจริงทั้งหมดที่ผมสงสัยสักที

-

-

ตอนนี้ผมกำลังนั่งเงียบอยู่ในรถคันหรูของไอ้ไมค์ที่ตอนนี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังบนท้องถนนไปเลื่อย ๆ และมาหยุดอยู่ที่ร้านขายดอกไม้ก่อนที่มันจะหันมาบอกผมว่า

“พี่ขอตัวไปทำธุระสักครู่นะครับ”

“เออ...ครับ”

ผมมองตามแผ่นหลังของไอ้ไมค์ที่กำลังเดินเข้าไปในร้านขายดอกไม้ ผมเห็นมันยืนคุยอะไรบ้างอย่างกับพนักงานก่อนที่จะยื่นธนบัตรสีเทาให้ พนักงานคนนั้นพยักใบหน้ารับก่อนที่จะเดินหายเข้าในหลังร้าน ส่วนตัวไอ้ไมค์เองก็ยืนนิ่งเอามือล้วงกระเป๋ารอยู่ สักพักพนักงานคนนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกับช่อกุหลาบสีขาวส่งยื่นให้กับไอ้ไมค์ที่ยืนรออยู่ทันที

“ขอโทษนะครับ ที่ปล่อยให้รอนาน”

ผมส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธไม่รู้จะพูดอะไรกับมันดี...แบบว่าทั้ง ๆ ที่ไอ้ไมค์กับไอ้ไฮค์มันเป็นเพื่อนกัน แต่นิสัยกูจะต่างกันโดยสิ้นเชิง ไอ้ไมค์ดูใจเย็นและยิ้มง่ายจนเรียกได้ใช้รอยยิ้มอย่างสิ้นเปลืองเลยละ แถมยังเป็นคนสุภาพและดูจะให้เกรียติผู้อื่นมากกว่าไอ้ไฮค์หลายเท่าเลยทีเดียว

ไอ้ไมค์ขับรถพาผมมาจนถึงโบสถ์นอกเมืองแห่งหนึ่งที่มีบรรยากาศเงียบสงบ และร่มลื่นจนผมรู้สึกผ่อนคลายลงมาได้บ้าง ไอ้ไมค์พาผมเดินอ้อมตัวโบสถ์ไปทางด้านหลังที่เป็นสุสาน ถึงแม้ว่าจะขึ้นชื่อว่าสุสานแต่มันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดบรรยากาศโดยรวมแล้วถือว่าปลอดโปร่งมากเลยทีเดียว

“พี่ไมค์พาผมมาที่นี่ทำไมครับ” ผมถามไอ้ไมค์ระหว่างที่กำลังก้าวเท้าเดินตามคนร่างสูงตรงหน้าด้วยความสงสัย

“พี่มีคนที่อยากพาน้องแอลมาทำความรู้จัก อ่ะ !! ถึงแล้ว...คนนี้ไง”

ไอ้ไมค์ชี้ไปที่ป้ายสลักชื่อเอาไว้อย่างสวยงาม ผมเลื่อนสายตาอ่านคำไว้อาลัยที่สลักเอาไว้ไปเลื่อย ๆ จนไปหยุดลงตรงที่ชื่อของบุคคลที่นอนนิ่งไร้ลมหายใจอยู่ในหลุดฝังศพนี้

 

Suriya Ronald

08.12.19xx – 20.05.20xx

We will miss you forever


ผมกัดฟัน สองมือบีบกันเอาไว้จนแน่น ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันทำให้ผมรู้สึกหายใจไม่ออก ความรู้สึกต่าง ๆ ถาโถมเข้ามามากมายจนผมไม่สามารถจะอธิบายได้แล้วว่าตอนนี้ผมรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้คือหลักฐานที่บ่งบอกว่าสิ่งที่ไอ้ไฮค์พูดนั้นเป็นความจริง

ความจริงที่ว่าไอ้ไฮค์มันไม่ใช่คนร้ายที่ทำให้เบลล่าต้องกลายเป็นบ้า.....

และทุกอย่างที่ผมทำลงไปนั้นมันสูญเปล่า......

“พี่ขอแนะนำอย่างเป็นทางการเลยก็แล้วกันนะครับ นี่ไอ้โจเพื่อนของพี่กับไอ้ไฮค์ที่โตมาด้วยกัน” ไอ้ไมค์เอ่ยปากแนะนำอย่างเป็นทางการ ในขณะที่ผมกำลังช็อกจนพูดไม่ออก

“...........”

“น้องแอลรู้ใช่ไหมว่าทำไมไอ้โจมันถึงได้มานอนอยู่ที่นี่”

“........อึก...ผะ....ผม”

“พี่ไม่ได้โทษว่ามันเป็นความผิดของใคร เหมือนอย่างที่ไอ้ไฮค์มันเคยคิด จริงอยู่ที่เบลล่าเป็นสาเหตุการตายของไอ้โจ แต่มันยุติธรรมแล้วเหรอกับการโยนความผิดทุกอย่างไว้ที่ตัวของผู้หญิงเพียงฝ่ายเดียว ที่พี่พาน้องแอลมาที่นี่...พี่ไม่ได้ตั้งใจจะมาตอกย้ำเรื่องเศร้านี้ให้มันลุกลามมากขึ้น แต่พี่อยากให้มันหยุดและจบลงที่ตรงนี้มากกว่า” ไอ้ไมค์เอ่ยเสียงนุ่มพลางจ้องมองใบหน้าของผมด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน ไม่มีได้มีความโกรธเคืองอยู่ในสายตาคู่นั้นของไอ้ไมค์เลยแม้แต่น้อย

“มะ....หมายความยังไงครับ ?” ผมถามเสียงตะกุกตะกัก

“พี่อยากให้น้องแอลทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวไอ้ไฮค์มันใหม่ ถึงแม้ภายนอกมันจะร้ายและแข็งกระด้างมากแค่ไหน แต่จริง ๆ แล้วมันก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการจะปกป้องความรู้สึกของคนที่มันรักและหวังดีเท่านั้น.......”

“แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับผมด้วย ไอ้ไฮค์มันจะไปรักไปชอบใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม”

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่านะว่าเสียงของผมมันแข็งขึ้นมาเล็กน้อยและแอบรู้สึกหงุดหงิดหน่อย ๆ เมื่อต้องมาฟังเรื่องของไอ้ไฮค์ว่ามันรักและชอบใครอยู่

“ฮึ....อีกไม่นานน้องแอลก็จะรู้เองว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ไหน ๆ ไอ้ไฮค์มันก็สารภาพเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ถึงคราวที่พี่เองก็ต้องสารภาพเรื่องของตัวเองบ้างแล้วละ” ไอ้ไมค์ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ผมทำได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่ไอ้ไมค์มันพูด ตอนนี้ใบหน้าของผมมันคงจะเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามเต็มไปหมดและละมั้ง

“เรื่อง ?”

“เรื่องที่ว่านับตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกันพี่ก็รู้เป้าหมายของน้องแอลแล้วละว่าต้องการอะไร”

!!!!!!!!

ผมว่าผมเปลี่ยนจากเครื่องหมายคำถามมาเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์แทนดีกว่านะผมว่า....

นี่มันหมายความว่าแผนการของผมถูกคนพวกนี้อ่านออกจนหมดตั้งแต่แล้วอย่างนั้นเหรอ ถึงว่าสิทำไมไอ้ไฮค์มันถึงได้ไหวตัวเร็วขนาดนี้....

“พี่ทำแบบนี้ทำไม ทั้ง ๆ ที่พี่รู้แล้วทำไมพี่ถึงยังนิ่งเฉยอยู่ได้ละ ทำไมไม่อธิบายให้ผมเข้าใจตั้งแต่แรก ทำไมถึงปล่อยให้ผมเข้าใจผิดมาโดยตลอดแบบนี้ละ !?” ผมตะคอกถามไอ้ไมค์เสียงเข้มรู้สึกโกรธจนใบหน้าร้อนไปหมด

“พี่ก็อยากจะอธิบายเหมือนกัน แต่ก็ทำไม่ได้”

“ทำไม” ผมถามสวนขึ้นมาทันที

“เอ่อ....อ่า....อากาศร้อนจังเลยนะ อ่ะ !!!! พี่ลืมไปเลยว่าซื้อดอกไม้ติดมือมาด้วย พี่ขอตัวเอาดอกไม้ไปวางที่หน้าหลุมศพไอ้โจก่อนนะ” ไอ้ไมค์ทำท่าทางเลิกลักพยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามของผม ก่อนมันจะตรงดิ่งไปที่หลุมฝังศพของพี่โจทันที

“พี่ยังไม่ได้ตอบคำถามของผมเลยนะครับ” ผมเดินตื้อเข้าไปถามย้ำไอ้ไมค์อีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ วันนี้แหละไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องได้คำตอบที่ผมต้องการให้ครบทั้งหมดให้ได้

“พี่ว่าจะมีคนที่สามารถตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าตัวพี่แน่นอน เพียงแต่ตอนนี้น้องแอลต้องอดทนรอเท่านั้น”

“ตะ........”

“พี่แอล !!!!!

เสียงหวานใสของใครอีกคนทำให้ผมต้องหยุดคำถามและความสงสัยทั้งหมดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว เมื่อผมหันไปเห็นหญิงสาวร่างบางสวมใส่ชุดซิสเตอร์สีดำตัดขาวกำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาตื่นตะลึง

“กิ๊ก !?
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“สวัสดีครับซิสเตอร์ฝึกหัด ^  ^” ไอ้ไมค์หันไปเอ่ยทักทายกิ๊กด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนที่จะสิ่งยิ้มมีเสน่ห์ไปให้

“อึก....พะ...พี่แอล คือว่า....” กิ๊กพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และมีท่าทางตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด บอกตรง ๆ เลยว่าวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่อันหนักหน่วงสำหรับผมเหลือเกิน แม้ร่างจะแทบไม่ได้ออกแรงทำอะไรมาก แต่สมองกับหัวใจกลับทำงานหนักจนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ !!!! ทำไมกิ๊กถึงได้มาอยู่ที่นี่แถมยังสวมใส่เครื่องแบบของซิสเตอร์ซะด้วย

“ไม่ต้องเกร็งหรอกครับน้องกิ๊ก เชิญพูดคุยกับน้องแอลได้ตามสบายเลย....น้องแอลครับพี่ขอตัวไปรอที่รถก่อนก็แล้วกันนะครับ” ไอ้ไมค์หันมาบอกผมพลางโฉยโอกาสขยี้หัวผมด้วยความหมั่นเขี้ยว

“...............”

“...................”

หลังจากที่ไอ้ไมค์เดินปลีกตัวออกไปก็เกิดความเงียบขึ้นระหว่างผมกับกิ๊กขึ้นมาทันที ผมไม่รู้จะเริ่มถามหรือพูดอะไรกับผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวคนนี้ของผมดี

ไม่รู้สิ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ค่อยสนิทใจที่จะสามารถคุยกับกิ๊กได้เหมือนอย่างที่เคยเป็นยังไงก็ไม่รู้

“พี่แอลมาเยี่ยมหลุมศพพี่โจเหรอค่ะ” ในที่สุดกิ๊กก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ความเงียบงันระหว่างเราสองคนจนต้องเอ่ยปากพูดออกเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนวังเวงนี้เสียเอง

“น้องกิ๊กรู้จักพี่โจด้วยเหรอ” ผมถาม

“รู้จักสิค่ะ....ก็ในเมื่อพี่โจคือคนรักของกิ๊กเอง....เออ!!!!...ไม่สิต้องเรียกว่าแอบรักเขาข้างเดียวถึงจะถูกสินะคะ”

!!!!!!

ไม่จริง....โว๊ย ย ย ย ย ให้ตายสิทำไมวันนี้ถึงมีแต่เรื่องที่ทำให้ช็อกอยู่เลื่อยเลยนะ ตกลงนี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันแน่ ทำไมเรื่องนี้มันถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมดแบบนี้ ไรท์บ้ากะจะให้ผมช็อกตายเลยรึไงเนี่ยวะ ไอ้เตี้ยเอ่ย (อ้าว !!! อะไรหว๊า มาด่าปมด้อยเขาเฉยเลย T  T)

“แฮะ ๆ พี่แอลคงสงสัยสินะคะว่าทำไมกิ๊กถึงได้มาสวมชุดของซิสเตอร์ได้” กิ๊กหัวเราะฝืน ๆ ก่อนที่จะยิ้มแห้ง ๆ ถามผม

ผมพยักหน้าหงึก ๆ เป็นการตอบรับทันทีโดยที่ไม่พูดอะไร

“กิ๊กก็แค่อยากจะชำระล้างบาปที่เคยทำและอยากจะอยู่เฝ้าหลุมศพของพี่โจอยู่ที่นี่ตอลดไปเท่านั้นเองค่ะ”

ชำระล้างบาปอย่างนั้นเหรอ.....หรือว่า.....ไม่จริงหรอกน่า......!!!

“กิ๊ก......” ผมพึมพำชื่อของกิ๊กเสียงแผ่ว แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรกิ๊กก็ชิงพูดออกมาเสียก่อน

“กิ๊กต้องขอโทษพี่แอลกับครอบครัวด้วยนะคะ กิ๊กไม่หวังให้พี่แอลให้อภัยกิ๊กกับสิ่งที่กิ๊กทำลงไป แต่กิ๊กไม่อยากรู้สึกติดค้างและหวาดหวั่นไปมากกว่านี้อีกแล้วจริง ๆ ค่ะ” กิ๊กพูดยิ้ม ๆ แต่รอยยิ้มของเธอมันดูเหมือนกับว่าเธอกำลังทรมานกับสิ่งที่ตัวเองกำลังจะพูดออกมายังไงอย่างงั้น

ผมภาวนาขออย่างให้สิ่งที่ผมคิดเป็นความจริง....แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เมตตาผมเลยสักนิดเมื่อประโยคต่อมาหลุดออกมาจากปากของกิ๊ก ทำให้ผมแทบจะล้มทั้งยืนไปเลย.....

“เป็นกิ๊กเองค่ะ.....กิ๊กเป็นคนจ้างพวกลูกน้องของป๋ามาทำร้ายเบลล่าเอง แต่กิ๊กคิดถึงไม่ถึงเลยว่ามันทำให้เบลล่าช็อกจนถึงขั้นเสียสติไปจริง ๆ นะคะ”

“กิ๊กทำแบบนี้ทำไม เธอทำร้ายเพื่อนของเธอแบบนี้ได้ยังไง เพราะอะไรถึงได้ทำเรื่องที่โหดแบบนี้ได้” ผมตวาดถามกิ๊กเสียงแข็ง และพุ่งเข้าไปบีบไหล่เล็กทั้งสองของกิ๊กและเขย่าไปมาแรง ๆ จนร่างบางของกิ๊กสั่นคลอนไปตามแรงเขย่าของผม

 “โหดร้ายเหรอค่ะ!!....แล้วสิ่งที่เบลล่าทำกับพี่โจละคะ พี่แอลว่ามันเลวร้ายไหม ?” กิ๊กเองก็ตวาดผมกลับมาไม่แพ้กัน น้ำตาใส ๆ ไหลออกมาอาบสองแก้มของกิ๊ก ผมนิ่งค้างค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากไหล่ของเบลล่าอย่างอ่อนแรง แววตาสั่นระริก ไม่อาจจะพูดหรือคิดอะไรต่อไปได้อีก

“...........”

“กิ๊กเฝ้าแอบรักพี่โจมาตลอด เบลล่าเองก็รู้ว่ากิ๊กคิดยังไงกับพี่โจ หลังจากนั้นกิ๊กได้ยินข่าวว่าเบลล่ากับคบหาอยู่กับพี่โจ รู้ไหมว่ากิ๊กต้องเจ็บปวดมากขนาดไหน.....กิ๊กต้องทนเห็นสองคนนั้นมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของตัวเอง พี่แอลรู้บ้างไหมค่ะว่ากิ๊กรู้สึกยังไง” กิ๊กร้องไห้สะอื้นเสียงสั่น

“...............”

“อึก....กิ๊กเหมือนคนโง่ที่วัน ๆ เอาแต่แกล้งทำเป็นว่าไม่เป็นไร ทำตัวเป็นนางเอกที่ออกหน้าแสดงความยินดีกับความสุขของสองคนนั้น ทั้งที่ภายในใจเจ็บปวดจนแทบไม่อยากหายใจอีกต่อไปแล้ว กิ๊กคิดว่ากิ๊กจะตัดใจจากพี่โจ แต่ก่อนอื่นกิ๊กจะต้องแน่ใจแล้วว่าเบลล่าจะไม่ทิ้งพี่โจไปเหมือนกับผู้ชายคนอื่น ๆ เบลล่าเองก็สัญญากับกิ๊กแล้ว แต่พี่เชื่อไหมว่าน้องสาวของพี่มันงูพิษลิ้นสองแฉก มันทิ้งพี่โจไปหาคนอื่นและหลอกสวมเขาให้พี่โจมาตลอด แต่พี่โจก็ยังรัก....อึก ฮื่อ....และยังให้อภัยเบลล่าเสมอมา เขาขอแค่อย่างเดียวแค่อย่างทิ้งเขาไป......”

ผมกำหมัดแน่นรับฟังเรื่องราวจากปากของกิ๊กอยู่เงียบ ๆ โดยไม่คิดจะขัดหรือโต้แย้งอะไร เพราะสิ่งที่กิ๊กพูดออกมานั้นดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ผมไม่เข้าใจความเจ็บปวดที่กิ๊กได้รับแต่ก็สามารถสัมผัสได้ว่ามันเป็นยังไง ผมคิดไม่ถึงเลยว่าเบลล่าจะร้ายกาจได้ถึงขนาดนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมเอาแต่โทษว่าเป็นความผิดของไอ้ไฮค์และอยากแก้แค้นแทนน้องสาวที่น่ารักมาตลอด โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าไม่ใช่แค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่เจ็บปวดกับเรื่องนี้ แต่คนอื่นเขาก็เจ็บปวดไม่น้อยกว่าผมเหมือนกัน

“...........”

“กิ๊กเฝ้าดูแลและเป็นที่ปรึกษาให้กับพี่โจมาโดยตลอด พี่รู้ไหมว่าการที่เราทำได้แค่นั่งความทุกข์ของคนที่เรารัก โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลยมันเจ็บปวดแค่ไหน กิ๊กอยากเจ็บแทน อยากรับความทรมานนั้นแทนพี่โจ กิ๊กพยายามพูดและขอร้องเบลล่าให้หยุดแต่เธอกลับไม่ฟัง......ฮึก จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตพี่โจ เธอก็ไม่เคยสำนึก !!!!!

“เพราะงั้นกิ๊กก็เลยทำร้ายเบลล่าอย่างนั้นเหรอ ?!” ผมเอ่ยถามทันทีหลังจากที่ทนฟังอยู่นานแล้ว

“มันก็เหมือนกับที่พี่แค้นพี่ไฮค์ไม่ใช่เหรอคะ พี่โกรธแค้นแทนคนที่รักได้ แล้วทำไมกิ๊กจะโกรธแค้นแทนคนที่กิ๊กรักบ้างไม่ได้ละค่ะ” กิ๊กถามผมกลับทันที ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมผมถึงโต้แย้งอะไรใครกลับไปไม่ได้เลย มันจุกแน่นจนผมต้องกลับไปเป็นฝ่ายเงียบไปอีกครั้ง

“กิ๊กยอมรับว่าตอนนั้นกิ๊กแค้นเบลล่ามากจนอยากจะฆ่าเธอให้ตายไปเลยด้วยซ้ำ แต่คำว่าเพื่อนมันค่อยฉุดรั้งกิ๊กเอาไว้ กิ๊กพยายามทำใจกับการจากไปของพี่โจและปล่อยวางทุกอย่าง จนกิ๊กได้มายินข่าวมาอีกทีว่าหลังจากที่เบลล่าเลิกกับพี่โจไปเธอก็ไปคบอยู่กับพี่ไฮค์เพื่อนสนิทพี่โจ กิ๊กทนไม่ได้อีกแล้ว !!!!..... กิ๊กทนความร่านของผู้หญิงคนนี้ไม่ไหวอีกต่อไป กิ๊กก็เลย อึก......ฮื่อ ๆ ๆ ๆ”

กิ๊กทรุดตัวลงทั้งลงกับพื้นร้องไห้โฮ ยกมือขึ้นปกปิดใบหน้าของตัวเอง ผมได้แต่ยืนนิ่งไม่รู้จะพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ดี ผมหันไปมองหลุมฝังศพของพี่โจสลับกับหันมามองภาพของกิ๊กที่นั่งร้องไห้อยู่กับพื้นราวกับจะขาดใจเพราะความทุกข์ทรมานที่เธอได้รับ ทั้งจากการกระทำของตัวเอง และจากการกระทำของเบลล่าด้วย.......

ตัวผม เบลล่า ไอ้ไฮค์ ไอ้ไมค์ พี่โจ กิ๊ก และรวมไปถึงครอบครัวของพี่โจ........

ทุกคนต่างร่วนเจ็บปวดกับเรื่องนี้ไม่ต่างจากผม ทุกคนหลงมัวเมากับความรักและความแค้น และยึดติดกับจนกระทั่งเผลอทำเรื่องเลวร้ายลงไปจนยากที่จะกลับไปแก้ไขอะไรได้อีก........

นี่นะหรือคือค่าตอบแทนของความแค้นที่ผมควรได้รับ...... !!!!!

ความจริงมันช่างโหดร้ายกับผมเสียเหลือเกิน ผมโกรธผิดคนยังไม่พอ ผมยังต้องเสีย ทั้งคนรัก และเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างไอ้คีย์ไป เสียศักดิ์ศรี ซ้ำร้ายไปกว่านั้นผมยังทำให้คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเรื่องนี้อย่างไอ้ชายต้องมารับเคราะห์

นี่ผมทำอะไรลงไป......!!!! ผมควรทำอะไรต่อจากนี้ดี......

“...............”

ผมได้แต่ยืนเงียบตกลงสู่ห้วงแห่งความคิดของตัวและปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาให้มากที่สุดโดยไม่คิดที่จะปัดทิ้ง เพราะหวังว่ามันจะสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของผมลงได้บ้าง

ถ้าผมอยากหลุดพ้นจากวังวนความแค้นนี้ผมต้องทำยังไง ?!

ระหว่างที่ผมกำลังสับสนอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นั้นคำ ๆ หนึ่งก็ผุดขึ้นมาภายในหัวของผม คำสั้น ๆ ที่คุณพ่อทิ้งเอาไว้ให้ผมก่อนที่ท่านจะบินไปต่างประเทศ

ให้อภัย........!!!!!!

คำที่มีความหมายอยู่ภายในนั้นมากมายหลากหลาย....และยิ่งใหญ่นี้จะสามารถช่วยให้ผมหลุดพ้นจากความแค้นได้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ ?

“อึก....กิ๊กไม่หวังว่าพี่แอลและครอบครัวจะให้อภัยในสิ่งที่กิ๊กทำลงไป แต่กิ๊กขอพูดคำคำนี้สักครั้งก่อนที่กิ๊กจะเดินทางไปมอบตัวกับตำรวจ เพื่อชดใช้ความผิดที่ตัวเองได้ทำลงไป”

“หมายความว่ายังไง จะไปมอบตัวอย่างนั้นเหรอ....!?” ผมสะดุ้งถามกิ๊กเสียงตื่น ผมยอมรับว่าผมโกรธกิ๊กอยู่ไม่น้อยก็จริง แต่ใช่ว่ากิ๊กจะเป็นฝ่ายผิดทั้งหมดซะทีเดียว

“ค่ะ กิ๊กจะไปมอบตัว” กิ๊กพยายามฝืนยิ้มทั้งน้ำตาให้ผม แล้วพูดต่อว่า

“กิ๊กต้องขอโทษพี่แอล เบลล่า และครอบครัวของพี่ด้วยนะคะ กับเรื่องร้าย ๆ ที่กิ๊กเคยทำเอาไว้ กิ๊กสำนึกผิดแล้วจริง ๆ” กิ๊กค่อยลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว พลางเดินเข้ามาจับมือของผมมากุมเอาไว้จนแน่น

“พี่ว่ากิ๊กไม่จำเป็นจะต้องไปมอบตัวหรอก” ผมบอกกิ๊กเสียงนุ่มก่อนที่จะค่อย ๆ แกะมือของกิ๊กออกไปอย่างเบามือ

“พะ......”

“พี่ยอมรับนะว่าพี่โกรธกิ๊กมาก มากจนไม่อยากจะให้อภัยในสิ่งที่กิ๊กทำกับเบลล่า....เพราะฉะนั้นกิ๊กต้องรับบทลงโทษของพี่ซะโดยดี”

“บทลงโทษ ?”

“ครับ เมื่อกี้พี่ได้ยินกิ๊กบอกว่าจะออกบวชเป็นซิสเตอร์ใช่ไหม”

“ค่ะ....กิ๊กคิดว่าหลังจากที่รับโทษทางกฎหมายเสร็จแล้วก็จะออกบวชเป็นซิสเตอร์อยู่ที่โบสถ์นี้ค่ะ”

“งั้นนี้ก็เป็นบทลงโทษของพี่....กิ๊กจะต้องบวชเป็นซิสเตอร์อยู่ที่โบสถ์ทำหน้าที่ของซิสเตอร์ที่ดี และเริ่มต้นชีวิตใหม่ซะ อย่ายึดติดกับความแค้นอีก เข้าใจไหม” ผมแกล้งทำเป็นเสียงเข้มพลางปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของตัวเองทิ้ง ก่อนที่จะยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก

“พี่แอลยกโทษให้กิ๊กอย่างนั้นเหรอค่ะ !!!!

“เปล่า พี่ก็บอกแล้วไงว่านี้เป็นบทลงโทษ ถ้าหากว่ากิ๊กทำตามที่พี่บอกไม่ได้ พี่ก็จะไม่มีวันให้อภัยกิ๊กเป็นอันขาด” ผมพูดเสียงเฉียบทำหน้าขึงขัง แต่หัวใจของผมกลับเบาหวิวอย่างที่ไม่เคยเป็นมากก่อน ผมรู้สึกชื่นชมกิ๊กที่กล้ายอมรับความจริงและพร้อมยอมรับในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำลงไปอย่างกล้าหาญ

ผิดกับตัวผมที่ไม่ยอมรับความจริงและพยายามยัดเยียดเรื่องเลวร้ายทั้งหมดให้กับคนอื่นเพราะเอายึดติดกับความคิดของตัวเอง

และความจริงที่ผมได้รับรู้มาในวันนี้มันทำให้ผมนึกสมเพชและเวทนาในความโง่เขลาของตัวเองที่สุด

ที่มีปากแต่ก็กลับเอาแต่กล่าวโทษคนอื่นให้เจ็บซ้ำ.......

มีหูก็ยกมือที่ปิดมันเอาไว้ไม่รับฟังสิ่งใด........

มีตาแต่ก็ปิดมันเอาไว้ ให้มองเห็นแค่ใจของตัวเอง........

มีขาก็เอาแต่วิ่งหนีความจริงที่ควรต้องเผชิญ.......

และที่สำคัญ.....มีหัวใจแต่กลับควักมันออกไปเก็บไว้ในก้นบึงของความแค้นที่มืดดำ

แม้ว่าผมจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมปฏิเสธและปิดมันมาตลอดจะถูกเปิดออก ผมจะหยุดความแค้นทุกอย่างลงที่นี่ตรงนี้ ให้มันตายไปพร้อมกับพี่โจที่นอนสงบอยู่ที่นี่ และเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง......

แต่ก่อนอื่นผมจะต้องเคลียร์เรื่องระหว่างผมกับไอ้ไฮค์ให้จบซะก่อน

และหลังจากนี้ผมจะกลับไปเริ่มต้นใหม่กับไอ้คีย์ได้เสียที


 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


 

ขอขอบคุณ 

 

ขอขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่อุส่าคอมเม้นให้ไรท์ใหม่ทั้งหมด เค้าซาบซึ้งในน้ำใจของคุณมากจริง ๆ เลยนะ

แล้วก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนความมีน้ำใจและกำลังใจดี ๆ แบบนี้ยังไงดี

ตอนนี้ไรท์มีให้แค่คำขอบคุณ ซึ่งไรท์หวังว่าจะได้ตอบแทนสิ่งดี ๆ เหล่านี้กลับไปให้ได้สักวัน

แต่รับรองค่ะว่าไม่นาน รอเค้าเงินเดือนออกก่อนนะเอ่อ .... ช่วงปีใหม่หอบเงินไปเที่ยวเดนมาร์กหมดแล้ว

แต่ !!! เขาซื้อขนมเยลลี่จากเดนมาร์กมา 2 ถุงอ่ะ ตัวเองจะเอาไหมเดี๋ยวเขาแบ่งให้ ฮิฮิ (พูดจริงนะ)

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #46 Yui Porramaporn (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 18:33
    รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   นิยายสนุกมากกกกกกกกกก  
    พระเอกมั่นคงกับความรักมากอะ
    #46
    0
  2. #45 Little IU (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 14:16
    กิ๊กเป็นไผล่ะทีนี้...แต่เดี๋ยวแอลจะได้รู้ความจริงแล้วล่ะนะว่าอะไรเป็นอะไร
    เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะแยะเลย อ่านไปตื่นเต้นไป ฮ่าๆๆ
    ไมค์นี่ดูหล่อมากอ่ะตอนนี้ แต่เดาผิดไปเรื่องที่จะชอบเบลล่า
    รออ่านส่วนที่เหลือ มาต่อเร็วๆนะคะ ^_____^
    -------------------------
    ไรท์พิมพ์ซะเราเขินเลย >\\\\\\<
    (มีตรงไหนให้เขินวะนั่น)
    เรื่องขนมถามว่าอยากกินมั้ยก็อยากนะเยลลี่เดนมาร์ก ฮ่าๆๆๆๆ
    แต่ว่าไรท์ไม่ต้องเสียเงินส่งมาให้เราหรอกค่ะ เข้าใจอารมณ์ทรัพย์จางดีค่ะ ฮ่าๆๆๆ
    เพราะการทุ่มเทของไรท์ในการแต่นิยายให้คนอ่านได้อ่านนั่นคือสิ่งดีๆที่ไรท์มอบให้แล้วค่ะ
    แต่ถ้าไม่เป็นการรบกวน....เอิ่ม....ช่วยแต่งสเปเชี่ยวสามพีไฮค์กับคีย์Xแอลให้หน่อยได้มั้ยคะ
    ไม่ต้องเกี่ยวกับเรื่องที่ไรท์แต่งก็ได้ค่ะ แบ่งแต่งให้พิเศษ คืออยากอ่านมากอ่ะ (ไม่ล้มเลิก)
    และก็อย่าลืมส่ง NC ให้ใหม่ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^______^
    #45
    0
  3. #43 44784 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 มกราคม 2557 / 00:21
    ไมค์มาทำไมอ่ะเนี่ยย ?
    #43
    0
  4. #42 ต้น (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 22:02
    เป็นกำลังใจให้ไร้เตอร์เสมอ รักคนเขียนคับ



    อยากชิมบ้าง ขนมอ่าาาา
    #42
    0