:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 21 : :::ตอนที่ 20::: รักแรกในความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    9 ม.ค. 57



::: ตอนที่ 20 ::: รักแรกในความทรงจำ
-
-
by อเมทิสต์_AT

 

 

 

{ Talk : ไฮค์ }

ผมขับรถไปส่งน้องชายตัวแสบที่บ้านแม่เลี้ยงก่อนที่ขับกลับมาที่คอนโดอีกเพื่อมาดูว่าไอ้แอลมันตื่นหรืองยัง ผมไล่สายตามองไปบนเตียงใหญ่ในวางเปล่าพลางขมวดคิ้วมองหาร่างบางไปทั่วทั้งห้องแต่ก็ไม่พบ

“หายไปไหนของมันวะ” ผมขยี้หัวอย่างหงุดหงิดเมื่อเดินหาจนทั่วแล้วแต่ก็ไม่เจอเลยแม้แต่เงา

แกรก

ไอ้แอลเปิดประตูกระจกเลื่อนริมระเบียงเดินกลับเข้ามาในห้อง ทั้งเนื้อทั้งตัวมันสวมแค่เสื้อเชิ้ตสีเทาของผมที่ใหญ่เกินขนาดตัวมันของมันมาก กับกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวสีขาวเท่านั้น มันเหลือบตามองผมนิด ๆ และพูดว่า

“หิวข้าว....ในตู้เย็นมึงไม่มีอะไรที่พอจะกินได้นอกจากเบียร์เลยหรือวะ”

“...............”

บอกตามตรงผมงงมากกับปฏิกิริยาที่ผิดแปลกไปจากปกติของไอ้แอลเป็นอย่างมาก อันที่จริงผมนึกว่ามันจะต้องร้องโวยวายด่าท้อผมเป็นชุดหลังจากที่มันตื่น หรือไม่ก็นอนหมดสภาพลุกขึ้นจากเตียงไม่ไหวไปเลยซะอีก สงสัยเมื่อคืนผมคงจัดหนักมันจนเกินไปก็เลยทำให้สมองมันกระทบเทือนไปหรือเปล่าวะ

“จะยืนจ้องหน้ากูอยู่แบบนี้อีกนานไหมเนี่ย ?” 

“เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสิ เดี๋ยวกูโทรสั่งให้” ผมบอก

“อ่อ”

ไอ้แอลรับคำผมและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำอย่างว่าง่าย ทิ้งให้ผมยืนมองตามแผ่นหลังบาง ๆ ด้วยความสงสัย จริงอยู่ที่ผมกับมันข้อตกลงกันอยู่ว่ามันจะต้องยอมทำตามทุกอย่างที่ผมสั่งโดยมีเงื่อนไขว่าผมจะต้องปล่อยคนรักกับเพื่อนของมันไปซึ่งผมก็ตอบรับข้อเสนอนั้นของมันทันทีเช่นกัน

“มันเป็นอะไรของมันวะ” ผมพึมพำแต่ก็เหนื่อยเกินกว่าจะนึกหาเหตุผลมาอธิบายอาการว่านอนสอนง่ายของไอ้แอลมันแล้วละครับ

และระหว่างที่รอร่างโปร่งบางอาบน้ำเสร็จผมก็จัดการโทรสั่งอาหารมาให้มัน แล้วโทรตามแม่บ้านประจำคอนโดให้ขึ้นมาทำหน้าที่จัดโต๊ะอาหารให้มันแทน ส่วนตัวผมก็นั่งเปิดทีวีดูไปเลื่อย ๆ และเพราะความเหน็ดเหนื่อย และความเครียดที่สะสมมานานนับตั้งแต่ที่ร่างบางหายตัวไปก็เลยทำให้ผมเผลอหลับไปอย่างง่ายดาย.......

“ไอ้ไฮค์......ไอ้ไฮค์ !!!!...ฮู้....ทำไมขี้เซางี้วะ....พี่ไฮค์ครับ อ่ะ !!!!

“มึงทำตัวว่าง่ายผิดปกตินะ กำลังคิดแผนอะไรไม่เข้าท่าอยู่ใช่ไหม” ผมค่อย ๆ ลืมตาตื่นพลางดึงร่างบางของมันเข้ามากอดเอาไว้แนบอกและกระซิบถามมันด้วยน้ำเสียงง่วงสุดขีด

“..........”

“กูถามทำไมไม่ตอบ” ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นมากขึ้นจนร่างบางอึดอัดเริ่มดิ้นรนดันร่างมันออกจากอกผมให้ได้ทั้ง ๆ ที่มันก็รู้ว่ามันไม่มีกำลังมากพอจะสู้กับแรงกอดรัดของผมเลยก็ตาม

“แล้วมึงไม่ชอบรึไงที่กูไม่พยศกับมึงอ่ะ” มันย้อนถามผมเสียงเรียบและเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมตรง ๆ

“มึงตอบไม่ตรงคำถาม”

“ขี้ระแวงจริง ๆ เลยนะ ฮึฮึ นี่ ๆ พี่ไฮค์ครับ....สนใจมาเล่นเกมกับผมสักเกมไหมครับ J

ไอ้แอลเอ่ยถามผมเสียงยั่วยิ้มหวาน พลางขยับใบหน้าหวานเข้าชิดกับใบหน้าของผมจนจมูกชนกัน ผมแสยะยิ้มจูบที่ริมฝีปากบางอย่างเร้าร้อน ลิ้นเล็ก ๆ ตวัดเกี่ยวรัดกับลิ้นของผมอย่างหยอกเย้า ก็มันซะแบบนี้แล้วจะไม่ให้ผมสงสัยมันได้ยังไงเมื่อวานเกิดเรื่องขึ้นมากมาย ไอ้แอลมันก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย แถมด่าผม พยศกับผมอีกสารพัด แต่พอเช้าวันต่อมามันก็เปลี่ยนไปอีกเป็นคนละคน ที่จริงผมชอบนะที่ไอ้แอลมันว่าง่ายแบบนี้ แต่ผมอยากให้มันเกิดขึ้นจากความจริงใจ.....ไม่ใช้การแสดงแกล้งทำแบบนี้

“แอล....มึงไม่เหนื่อยบ้างหรือไงที่ต้องค่อยวิ่งตามความแค้นอยู่แบบนี้ ?” ผมถามไอ้แอลเสียงจริงจัง มันนิ่งชะงักไปเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วเองคอสงสัยกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของผม

“มึงพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ?!

“กูว่ามึงควรจะหยุดได้แล้วนะ บทเรียนที่มึงเจอ มันไม่ได้ทำให้มึงรู้ตัวเลยรึไง ว่ามึงไม่สามารถเอาชนะกูได้”

“มึงเข้าใจผิดแล้วละ....กูไม่ได้ต้องการที่จะชนะมึง แต่กูต้องการเห็นคนเลวชั่วอย่างมึงเจ็บปวดเจียนตาย ให้เหมือนกับที่ครอบครัวของกูต้องเจอ ก็แค่นั้น” แววตาของไอ้แอลแข็งกร้าวขึ้นมาทันทีที่มันพูดถึงเรื่องของครอบครัวมัน ลมหายใจของไอ้แอลที่กระทบกับผิวหน้าของผมเริ่มร้อนขึ้นคงเป็นเพราะความโกรธเคืองที่กำลังปะทุเดือดอยู่ภายในร่างกายบาง ๆ ของมันกำลังปะทุออกมาอีกครั้ง

 “เห็นแล้วยังไง ? มึงได้อะไรนอกจากความสะใจ.....กูเคยบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าเรื่องที่น้องสาวของมึงเป็นบ้า กูไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น ที่มันเป็นแบบนี้เป็นเพราะเบลล่าทำตัวเองมันไม่ได้เกี่ยวกับกู.......”

เพี้ยะ

“มาจนถึงขั้นนี้แล้วมึงยังปฏิเสธอย่างหน้าด้าน ๆ อยู่อีก หลักฐานกูก็เห็นมาเต็มตาซะขนาดนั้น มึงคิดว่ากูยังจะเชื่อคำพูดของมึงได้อีกอย่างนั้นเหรอ”

ไอ้แอลตวาดเสียงแข็ง และตวัดมือตบเข้าที่ใบหน้าของผมเต็มแรง มันผลักออกจากอ้อมกอดของผมและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางจ้องหน้าผมอย่างโกรธจัด เริ่มที่จะพยศอีกครั้ง ผมได้แต่ถอนหายใจกับท่าทางของมัน อย่างเหนื่อยหน่าย.....เพราะมันเป็นแบบนี้ไง ผมถึงไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกความจริงกับมันได้สักครั้ง ทั้ง ๆ ที่ความจริงผมไม่อยากทำร้ายมันเลยสักนิด แต่ในเมื่อไอ้แอลมันดื้อแพ่งไม่ฟังเหตุผล และมันเองก็ได้ตัดสินไปแล้วว่าผมเป็นคนเลว ทำร้ายน้องสาวของมัน ต่อให้พล่ามอะไรออกไปมันก็ไม่ฟังผมอยู่ดี

อันที่จริงผมก็เลวจริง ๆ นั้นแหละ....แต่เฉพาะกับคนอื่นเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ผมไม่มีวันคิดที่จะร้ายเขาเลยแม้แต่นิดเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำลงไป เป็นเพราะความจำใจทั้งนั้น

ผมเป็นพวกไม่ชอบพูดมากหรือต้องมานั่งอธิบายอะไรยาก ๆ แต่วันนี้ผมต้องพูดและอธิบายให้ไอ้แอลมันฟังให้ได้สักที ก่อนที่อะไร ๆ มันจะเลวร้ายลงไปมากกว่านี้

 “เลิกบ้าสักทีได้ไหมห๊ะ !!!! มึงมันโง่ คิดเองเออเองจนลดคุณค่าของตัวเองยังไม่พออีกรึไง” ผมตวาดกลับเสียงดังลั่นห้องจนร่างบางสะดุ้งตกใจขยับเท้าถอยหลังด้วยท่าทางหวาด ๆ

“กู......”

“หุบปาก !! แล้วฟังซะ กูจะพูดแค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่สอง”

ผมคว้าร่างบางเข้ามาใกล้และกดมันให้นั่งลงที่โซฟาก่อนที่จะเดินไปหยิบแผ่นซีดีที่ผมไม่คิดอยากจะเปิดมันอีกนับจากวันนั้น ไอ้แอลมองการกระทำของผมอยู่เงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร ผมเองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เราสองคนจ้องมองไปที่จอทีวีที่ฉายภาพเหตุการณ์ในวันที่ผมพาเบลล่ามาทำร้าย แต่ยังไม่ถึงทันถึงฉากบาดตาบาดใจผมก็จัดการกด Stop วีดีโอเอาไว้เสียก่อนแล้วหันไปถามร่างบางเสียงเรียบว่า

“มึงเห็นอะไรไม”

“เห็นเดนมนุษย์ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้” ไอ้แอลกัดฟันตอบผมด้วยสายตาเครียดแค้น สายตานี้แหละที่มันใช้มองผมอยู่ตลอดเวลา

“ฮึ....ยังโง่ไม่เลิกสินะ ลุกขึ้นมานี่” ผมกระชากแขนไอ้แอลให้ลุกขึ้นและกดหัวของมันให้ก้มลงมองหน้าจอทีวีให้ชัดมากขึ้น ไอ้แอลร้องโวยวายพลางพยายามดิ้นรนหันใบหน้าหนีอย่างบ้าคลั่ง แต่ผมไม่ยอมแพ้พยายามกดหัวของไอ้แอลเอาไว้และบังคับให้มันมองที่หน้าจออีกครั้ง

“แหกตาดูวันเวลาที่อัดวีดีโอนี่ซะ ดู !!!!” ผมตะคอกพลางออกแรงมากขึ้นเมื่อร่างบางไม่ยอมทำตาม

“ปล่อยกูนะ......กูไม่ดูอะไรทั้งนั้น....ปะ.....???”

ผมยกยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่าไอ้แอลมันหยุดโวยวายและกำลังจ้องมองตัวเองเลขตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างจอด้วยใบหน้าตื่นตะลึง

“เป็นไปไม่ได้....ไม่จริง”

“จริง.....วีดีโอนี่กูถ่ายเอาไว้ก่อนวันที่เบลล่าจะถูกทำร้ายจนเข้าโรงพยาบาล ตั้ง 1 เดือน”

“........”

“และภาพที่มึงเห็นมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิด มึงมองเห็นน้องสาวที่แสนน่ารัก ว่านอนสอนง่าย ไร้เดียงสา แต่ในสายตาของกูเบลล่าคือผู้หญิงแพศยาคนหนึ่ง ที่มั่วผู้ชายไม่เลือก มีผู้ชายหน้าโง่มากมายถูกน้องของมึงปั่นหัวจนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน และหนึ่งนั้นมันก็คือเพื่อนกู.....มึงได้แต่ด่ากูว่าไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของมึงกับครอบครัว แล้วตัวมึงละเข้าใจความรู้ของกูที่ต้องมองเห็นเพื่อนต้องตายไปต่อหน้าต่อตา เพียงเพราะมันผิดหวังในความรักจากผู้หญิงที่สะกดความ พอ ไม่เป็นอย่างน้องสาวมึงบ้างหรือเปล่า”

เมื่อเห็นว่าร่างบางนิ่งเงียบ ผมก็เลยบอกเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ไอ้แอลแต่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปนั้นจะมีสักกี่เปอร์เซ็นที่เข้าไปในหัวเล็ก ๆ ของไอ้แอลมันได้ แต่นาทีนี้ผมไม่สนอีกไปแล้วว่าร่างบางจะฟังอยู่หรือไม่ ผมสนแค่อย่างเดียวคือผมจะต้องพูดมันออกไปให้หมดเท่านั้น

“...........”

“มึงรู้ไหมว่ากูไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องสาวมึงในงานศพเพื่อนกู เท่านั้นยังไม่พอหลังจากที่เพื่อนกูตายได้ไม่ถึงอาทิตย์กูก็ได้ยินข่าวว่าเบลล่าคบกับคนใหม่แล้ว แค่นี้กูก็รู้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รู้สึกผิดกับการตายของเพื่อนกูเลยสักนิด ซ้ำยังทำตรงกันข้ามยังร่านหนักข้อขึ้นไปอีก.....”

“พอที !? หยุดพูดได้แล้วกูไม่อยากฟัง พอสักที !!!!” 
 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++



ไอ้แอลยกมือสองมือขึ้นปิดหูตะโกนพูดว่าผมทั้งน้ำตา มันพยายามวิ่งหนีความจริงจากปากของผม คนที่มันเกลียดแสนเกลียด ผมรู้ว่ามันกำลังสับสนและเจ็บปวดกับความเป็นจริงที่รับรู้ แต่ผมจะไม่ยอมให้ความแค้นลากมันให้ลงต่ำไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“มึงต้องฟัง !!! เลิกวิ่งหนีความจริงสักทีเถอะไอ้แอล....กูไม่ขอให้มึงเชื่อ แต่กูขอให้มึงฟังเรื่องที่กูจะพูดต่อไปนี้ให้ดี แล้วหลังจากนี้มันก็เป็นเรื่องของมึง”

“อึก....”

ไอ้แอลสะอึกเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีโวยวายอะไรออกมาอีก

“กูขอย้ำอีกครั้งว่ากูไม่ได้เป็นคนทำร้ายเบลล่าจนเข้าโรงพยาบาล......”

“อึก...ถ้าไม่ใช่มึงแล้วมันจะเป็นใครละ ในคลิปที่มึงอัดเอาไว้มันก็บอกชัดแล้วว่ามึงจงใจทำร้ายเธอ” ไอ้แอลเถียงผมเสียงสะอื้น

“โวะ....ไอ้นี่ กูก็พึ่งจะบอกมึงไปเมื่อกี้ไม่ใช่หรือไงว่ากูไม่ใช่คนที่ทำร้ายน้องสาวมึง....แต่เรื่องเหตุการณ์ที่มึงเห็นในคลิปนั้นกูไม่ขอปฏิเสธว่านั้นเป็นกูจริง ๆ มันแปลกตรงไหนที่กูจะรู้สึกนึกแค้นน้องสาวของมึงแทนเพื่อน เหมือนกับที่มึงแค้นกูแทนน้องสาวมึงบ้างไม่ได้”

“ถึงมึงจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เบลล่าเข้าโรงพยาบาล แต่เรื่องที่มึงทำชั่ว ๆ กับเธอเอาไว้นั้นก็เป็นความจริง”

ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับความดื้อแพ่งของไอ้แอลมันจริง ๆ ไม่รู้ว่าในหัวเล็กนั้นมีกระบวนการคิดแบบไหน ถึงได้หาเรื่องผมได้ตลอดเวลาแบบนี้

อันที่จริงผมแค้นเบลล่ามากจนถึงขนาดที่ว่าจะฆ่าเธอให้ได้ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าผู้หญิงแพศยาคนนี้เป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกับคนที่ผมแอบหลงรักเขาข้างเดียวมาตลอดระยะเวลา 4 ปี ไม่อย่างนั้นปานนี้หล่อนคงได้ไปอยู่ในนรกนานแล้ว แต่ผมเองก็ไม่สามารถมองข้ามความผิดที่เธอทำเอาไว้ได้อยู่ดี ยังไงผมก็ต้องสั่งสอนเบลล่าซะบ้าง ผมเลยจัดการตามจีบเธอจนสำเร็จและเล่นสนุกกับเธอด้วยการเป็นแฟนกันนานถึงหนึ่งเดือนเพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและทำให้เธอหลงผมจนหัวปักหัวปำเหมือนกันกับเพื่อนของผม และหลังจากนั้นก็จัดการส่งเธอใส่พานให้กับพวกลูกน้อง

อ่ะ ๆ อย่าพึ่งว่าผมเลวนะ.....ที่เล่ามาทั้งหมดเนี่ยผมแค่อยากจะขู่ให้เธอหวาดกลัวและไม่กลับไปทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้กับใครได้อีก หลังจากนั้นก็ปล่อยเธอไปโดยที่ไม่มีใครได้ล่วงเกินเธอเลยแม้แต่คนเดียว นับจากเหตุการณ์ในวันนั้นผมก็ไม่เคยเจอกับเบลล่าอีกเลย มาได้ยินข่าวของเธออีกครั้งก็ตอนที่ผมเจอกับไอ้แอลนั้นแหละ

“ใช่..... เรื่องที่กูทำเรื่องแบบนั้นกับเบลล่านะเรื่องจริง แต่กูก็แค่ขู่ให้กลัวแล้วก็ปล่อยไปเท่านั้นเอง”

“แล้วทำไมมึงถึงไม่บอกกูตั้งแต่วันแรก ทำไมถึงปล่อยให้กูเข้าใจผิดมึงอยู่แบบนี้ตั้งนานละ” ไอ้แอลขมวดคิ้วถามผมเสียงเครียด

“ทำไมกูจะไม่เคยบอก !? มึงไม่คิดที่จะหยุดฟังกูเอง และคนที่ถูกความแค้นบังตาอยู่อย่างมึงก็ไม่เคยคิดที่จะหยุดฟังคำพูดของใครทั้งนั้น ตาสว่างสักทีเถอะ....เลิกแก้แค้นแล้วกลับไปเรียนต่อ....กลับไปใช้ชีวิตของมึงอย่างมันควรเป็นซะ ก่อนที่มึงทำให้คนอื่นต้องเจ็บหนักไปมากกว่านี้”

“นี่มึงจะโทษว่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นทั้งหมดมันเป็นเพราะกูเข้าใจผิดเองอย่างนั้นเหรอ !!!” ไอ้แอลขึ้นเสียงใส่ผมฉุน ๆ

“หรือว่ามันไม่จริง ?” ผมสวนกลับมันไปทันทีเช่นกัน

“...............”

ผมกอดอกยืนมองร่างบางอยู่เงียบ ๆ ปล่อยให้ไอ้แอลมันนึกย้อนเรื่องราวและประติดประต่อเรื่อง แล้วตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อจากนี้ด้วยตัวเองโดยที่ผมไม่ได้พูดอะไรต่อจากนี้อีกเลยแม้แต่คำเดียว

ที่จริงผมจะไปโทษไอ้แอลอยู่ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ส่วนหนึ่งมันก็จะเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของผมเองด้วย ถ้าเป็นคุณจะทำไมละครับ ที่จู่ ๆ คนที่คุณแอบรักมาตลอดระยะเวลา 4 ปีมายืนยั่วยวนอยู่ทามกลางแสงสียามคำคืนในผับที่ผู้คนมากมายที่มาหาความสำราญในที่แห่งนี้ แต่สายตาของผมกับจับจ้องอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียวที่ยืนเต้นอยู่ทามกลางผู้คนเหล่านั้น

แม้แสงไฟในผับมันจะสลัวมาก.......

แม้ว่าร่างบางจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน.......

ถ้าจะให้ย้อนกลับไปว่าผมไปหลงรักไอ้แอลมันเข้าตอนไหน มันก็นานมากจนผมจำแทบจะไม่ได้แล้ว ในตอนนั้นผมยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย K คณะบริหารธุรกิจปี 4 ซึ่งมหาวิทยาลัยของผมนั้นอยู่ใกล้กับโรงเรียนมัธยม S ที่เป็นโรงเรียนที่ไอ้แอลมันเรียนอยู่ ซึ่งมันก็ไม่แปลกที่จะเห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนนั้นมาป้วนเปี้ยนอยู่แถว ๆ มหาวิทยาลัยของผม และที่ประจำที่ผมมักจะเจอร่างบางบ่อย ๆ ก็คือ บริเวณสวนหย่อมข้างหอสมุดมหาวิทยาลัยที่บรรยากาศค่อนข้างเงียบและเย็นสบายเหมาะกับการมานั่งอ่านหนังสือ หรือพักผ่อนหย่อนใจ

แรก ๆ ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรไอ้แอลมันมากมาย แต่พอผมต้องเดินผ่านสวนหย่อมนั้นทุก ๆ วัน เนื่องจากที่ตั้งของตึกคณะผมมันอยู่ติดกับหอสมุดมหาวิทยาลัย และก็เห็นร่างบางนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ เพียงลำพังเป็นประจำแบบนี้มาตลอดหนึ่งเทมอเต็ม ๆ มารู้ตัวอีกทีร่างกายของผมก็มักจะหยุดเดินและหันไปมองหาร่างบางที่ชอบนั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวนหย่อมนั้นซะแล้ว

จากที่ยืนมองดูอยู่เงียบ ๆ มันก็ค่อย ๆ กลายเป็นว่าผมอยากรู้จักเด็กคนนั้นมากยิ่งขึ้น วันนั้นผมเลยตัดสินใจที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับเด็กคนนั้น ผมยืนรอไอ้แอลอยู่ในสวนหย่อมนั้นนานมากจนฟ้าเริ่มมืดแล้ว ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของร่างบางเลยแม้แต่น้อย

ผ่านไป 2 เดือนแล้วที่ผมไม่ได้เห็นร่างบางในสวนหย่อมข้างหอสมุดจนผมเริ่มรู้สึกเป็นห่วงนึกไปสารพัดว่าอาจเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเด็กคนนั้นหรือเปล่า ยิ่งวันเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่จากความห่วงใยก็เปลี่ยนไปเป็นความกังวล

นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่คนอย่างไฮค์ผู้ชายที่ใครหลาย ๆ ต่างให้ฉายาว่าเป็นซาตานในร่างเทพบุตร ผมไม่เคยแคร์หรือให้ความสนใจใครนอกจากคนในครอบครัว กำลังเป็นห่วงและกำลังทุลนทุลายเพราะไม่ได้เห็นหน้าเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อหรือนิสัย สิ่งที่ผมรู้มีแค่อย่างเดียวคือเด็กคนนั้นเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยม S เท่านั้น

ในที่สุดความอดทนของผมก็หมดลง ผมตัดสินใจไปยืนดักรอร่างบางที่หน้าโรงเรียน ท่ามกลางสายตาของบรรดาเด็กนักเรียนหญิงที่ต่างพากันซุบซิบชี้มือชี้ไม้มาที่ผมพลางหัวเราะคิกคัก มีเด็กบ้างคนใจกล้าเดินเข้ามาถามชื่อและขอเบอร์ผม แต่เมื่อเห็นว่าผมไม่เล่นด้วยพวกหล่อนก็ถอยออกไปเองโดยที่ผมไม่ต้องออกปากไล่

และเชื่อไหมว่ามารอรอบนี้ผมก็ต้องผิดหวังอีกครั้งแน่ ผมยืนรอไอ้แอลอยู่หน้าโรงเรียนนานถึง 3 ชั่วโมงโดยที่ไม่ได้ขยับไปไหน สายตาจับจ้องและมองหาร่างบางอยู่ตลอดเวลา จนตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว ก็ยังไม่ปรากฏร่างของคนที่ผมตามเลยแม้แต่เงา ผมอยากจะเดินเข้าไปถามบรรดาเด็กนักเรียนที่เดินผ่านไปมาว่ามีใครเห็นไอ้แอลบ้าง แต่ติดตรงที่ว่าในตอนนั้นผมไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวคนร่างบางเลยแม้แต่น้อย จะให้ถามหรืออธิบายรูปร่างมันก็ดูจะยากจนเกินไป

ผมเดินวนไปมารอบรถ BMW ของตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม แล้วค่อยก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออยู่ทุก ๆ 5 นาที แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่เจอคนที่กำลังตามหาเสียที และก่อนที่จะตัดสินใจกลับคอนโดพร้อมกับความผิดหวัง สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ้ม ๆ หอบของพะลุงพะลัง กำลังเดินออกมาจากโรงเรียน

“หนักเป็นบ้าเลย...ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย” ร่างบางบ่นงึมงำ ในมือถือกล่องใส่ของที่มีขนาดใหญ่เกินตัวเดินผ่านผมไปหยุดยืนอยู่หน้าป้ายรถเมย์ที่อยู่ถัดไปอีกนิด ริมฝีปากเล็ก ๆ นั้นมันยังคงพึมพำออกมาเลื่อย ๆ ใบหน้าขมวดมุ่ยบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

เจอแล้วในที่สุดผมก็เจอคนที่ผมตามหาสักที........

“ให้พี่ช่วยถือไหนครับ ?”

ผมเดินเข้าไปถามร่างบางที่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมเล็กน้อยก่อนที่จะยิ้มน้อย ๆ ให้แล้วพูดตอบกลับมาว่า

“ไม่เป็นไรครับพี่ชาย....มันไม่ได้หนักอะไรมาก”

อ่า....แค่บทสนทนาง่าย ๆ สั้น ๆ แค่นี้มันก็สามารถทำให้หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอกแล้ว

ไอ้เด็กบ้านี่ทำมันน่ารักจังวะ !?

“............”

ผมยืนนิ่งเงียบเป็นหินไม่พูดอะไรอีก ความมั่นอกมั่นใจที่พกมาในตอนแรกไม่รู้ว่ามันหายไปไหนหมด ยิ่งมายืนอยู่ที่ป้ายรถเมย์ด้วยกันกับคนร่างบางเพียงลำพังสองต่อสองแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้หัวใจของผมเต้นแรงมาก จนผมเผลอยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายเอาไว้อย่างลืมตัว

“เออ...หน้าผมมีอะไรติดอยู่อย่างนั้นเหรอครับ ?!ไอ้แอลเอียงหน้าถามผมด้วยความสงสัยสีหน้าของมันออกแววเป็นกังวลเพราะเกรงว่าใบหน้าของตัวเองจะมีอะไรติดอยู่จริง ๆ

“เปล่า ว่าแต่กลับบ้านช้าแบบนี้ที่บ้านไม่ว่าเอาอย่างนั้นเหรอ” ผมปฏิเสธพลางเปลี่ยนเรื่องชวนคุยทันที

“ผมโทรบอกแล้วละครับ ว่าวันนี้จะกลับช้า แล้วพี่ชายละมาทำอะไรแถวนี้เหรอครับ.....หรือว่ามารอรับน้อง ?”

“ก็ไม่เชิงหรอก....พอดีว่ามาตามหาคนเท่านั้นเอง”

“แล้วเจอหรือยังครับ แต่ว่า...ถ้าเป็นตอนนี้นักเรียนคนอื่นคงกลับไปกันหมดแล้ว....เอาอย่างนี้พี่ชายบอกชื่อคนที่พี่ชายกำลังตามหามาก็นะครับ บ้างทีผมอาจจะรู้จักก็ได้”

ร่างบางถามผมพลางเสนอตัวช่วยเหลือ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าคนที่ผมได้เจอคนที่ผมกำลังตามหาเรียบร้อยแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ พี่เจอเขาแล้วละ ขอบคุณมากเลยนะครับ น้อง...เออ.....”

“ผมชื่อแอลครับ แล้วพี่ชายละ ?”

“พี่ชื่อ....ฮะ”

บริ้น ๆ ๆ

เสียงบีบแตรรถดังจนผมต้องชะงักและหันไปตวัดสายตามองไปยังต้นเสียงด้วยความหงุดหงิดทันที

“ขึ้นมาดิ เดี๋ยวกูไปส่ง” เสียงรถเบนซ์สีดำโฉบเฉี่ยวเปิดกระจกรถตะโกนบอกคนร่างบาง ไอ้แอลหันมามองหน้าผมนิด ๆ ก่อนที่มันจะบอกลาผมเสียงแผ่วและเดินขึ้นรถเบนซ์คันนั้นไปอย่างว่าง่ายทันที

ผมกำหมัดแน่นได้แต่ยืนมองรถคันนั้นเคลื่อนตัวออกไปด้วยความโมโห ที่ไอ้แอลมันยอมไปกับคนคนนั้นง่าย ๆ โดยที่ไม่โต้แย้งอะไร

“ไม่รู้จักระวังตัวบ้างเลย ไอ้เด็กบ้า” ผมบ่นด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านใจก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถของตัวเองและออกรถขับตามรถเบนซ์คันนั้นไปทันทีโดยพยายามรักษาระยะห่างเอาไว้ไม่ให้ผิดสังเกต

ผมตามจนมาถึงหน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง และรีบดับไฟหน้ารถก่อนที่จะหาที่จอดถัดออกไปจากบ้านหลังนั้นไม่ไกลมากนักพลางจ้องมองร่างบางที่เดินหอบกล่องออกจากรถคันนั้นและเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านผ่านทางกระจกรถ

ผมรอจนกว่ารถเบนซ์สีดำจะขับออกไปและค่อยเดินลงมาจากชะเง้อคอมองเข้าไปในตัวบ้านที่คาดว่าน่าจะเป็นบ้านของคนร่างบาง ผมยืนอยู่หน้าบ้านไอ้แอลนานเท่าไหร่ไม่รู้

รู้แต่ว่าแค่ได้ยืนอยู่ตรงนี้นาน ๆ เท่านั้น

-

-

หลังจากวันนั้น ผมก็เริ่มเก็บเรื่องของไอ้เด็กแอลมาคิดอย่างจริงจัง พยายามค้นหาความรู้สึกที่ผมมีต่อคนร่างบางว่ามันคืออะไร นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มมีความรู้สึกที่เรียกว่าความรักเกิดขึ้นภายในหัวใจอันด้านชาของผม เพราะไอ้ความรู้สึกห่วงหา และคิดถึงใบหน้าใครสักคนอยู่ตลอดทุกลมหายใจแบบนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ จริงไหมละครับ เพื่อแค่คิดถึงรอยยิ้มหวาน ๆ ของคนน่ารักมันก็ทำให้ผมอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้

ถ้าไม่ติดว่าช่วงนี้ผมติดงานกำลังทำปริญญานิพนธ์ก่อนเรียนจบละก็...ปานนี้ผมคงไปตามเฝ้าคนร่างบางจนถึงหน้าโรงเรียนไปนานแล้ว

“สยองวะ”

ไม่ต้องให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็รู้แล้วว่าน้ำเสียงกวนส้นตีนแบบนี้มาจากใคร

ขัดอารมณ์กูจริง ๆ เลย.....ไอ้เพื่อนเวร

“เป็นอะไรหรือเปล่าวะไอ้ไฮค์ นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้ รู้ไหมว่าตอนนี้พวกสาว ๆ เขาจะเป็นลมกันหมดแล้ว” ไอ้ไมค์เอ่ยบอกพลางบุยใบ้ให้ผมหันไปมองกลุ่มสาว ๆ ในคณะที่กำลังมองมาที่กลุ่มของผมด้วยสายตาวาววับ

“เสือ.ก”

สั้น ๆ ได้ใจความดีไหมละครับ ฮึ.....

“อ้าว !! ไอ้นี่....ถามแค่นี้ก็ไม่ได้”
 

“ก็ถึงได้บอกมึงอยู่นี่ไงว่า เสือ.ก ?”

“ไอ้ !!!

“พอเลยมึงสองตัวน่ะ ตกลงจะมาช่วยกันทำนิพนธ์หรือจะมานั่งทะเลาะกันก็เลือกเอาสักอย่าง กูละเพลีย”

ไอ้เอ็มตะคอกว่าผมกับไมค์เสียงเข้มหลังจากที่ผมสองคนปล่อยให้มันนั่งทำนิพนธ์อยู่คนเดียว ผมหันไปมองหน้าไมค์อย่างคาดโทษก่อนที่จะลงมือทำนิพนธ์ในส่วนของตัวเองต่ออย่างจำใจทำ

เมื่อไหร่จะเสร็จสักทีก็ไม่รู้ ผมอยากจะไปหาไอ้แอลจะแย่อยู่แล้วเนี่ย เฮ้ย.......

หลังจากที่ผมจัดการธุระในส่วนของตัวเองจนเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว วันนี้ที่รอคอยก็มาถึง.....

วันที่ผมจะได้เจอกับไอ้แอลอีกครั้ง ผมเลือกวันที่ผมได้บอกความรู้สึกที่มันอัดอั้นมานานของตัว นั้นก็คือวันงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษาของไอ้แอล และจะได้เริ่มต้นปฏิบัติการตามจีบคนร่างบางอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่ไม่เจอกันมานานรวมเดือน

ผมขับรถไปที่โรงเรียนมัธยม S ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง พร้อมกับดอกไม้ช่อโตเพื่อแสดงความยินดี โดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าผมจะต้องกลับมาพร้อมกับความผิดหวังอีกครั้ง

ใช่ครับ หลังจากที่ขับไปถึงและยืนรอคนร่างบางอยู่หน้าหอประชุมอยู่เงียบ ๆ นานจนงานเลี้ยงเลิก เด็ก ๆ ต่างพากันกลับบ้านพร้อมกับครอบครัว

ซึ่งผมเองก็ทำได้แค่ยืนรอและชะเง้อคอมองหาเป้าหมายของตัวเองด้วยมือชื่นเหงื่อเพราะความตื่นเต้น สำหรับผมแล้วไอ้แอลถือว่าเป็นครั้งแรกของผมทั้งหมดเลยจริง ๆ ผมไม่เคยต้องมารอใคร ไม่เคยตามใคร และไม่เคยทำเรื่องโง่ ๆ อย่างการซื้อช่อดอกมาจีบใครทั้งนั้น

“โธ่เว้ย....ทำไมช้านักวะ ฮึย !? ผมสบถรู้สึกหงุดหงิดและอายนิด ๆ ที่ต้องมายืนรอถือช่อดอกไม้ช่อโตอยู่หน้าหอประชุมโรงเรียนมัธยมแบบนี้.....

มันผิดกับบุคลิกของผมแบบสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย

“เออ พี่ชายมารอใครเหรอค่ะ” เด็กสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งเดินเข้ามาถามผมตาแป๋ว

“นี่เธอรู้จักคนชื่อแอล ที่อยู่ม.6 ห้อง B ไหม” ผมถามเด็กผู้ชายคนนั้นทันทีโดยที่ไม่คิดจะตอบคำถามของหล่อน

“แอล......เออ...ถ้าเป็นแอลห้อง B ละก็วันนี้เขาไม่มาหรอกค่ะ เห็นว่าหลังจากที่เรียนจบเขาก็บินไปเรียนต่อที่อังกฤษทันทีเลยค่ะ” เด็กคนนั้นนึกก่อนตอบ

แต่คำตอบของเธอทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมากลางหัวเลยยังไงอย่างงั้น

นี่ผมช้าไปอีกก้าวหนึ่งแล้วอย่างนั้นเหรอ.......

ทำไมเราสองคนถึงได้คลาดกันตลอดแบบนี้ ถ้าหากว่าวันนั้นผมตัดสินใจเข้าไปทักทาย และทำความรู้จักกับร่างบางให้เร็วกว่านี้ก็คงดี

ถ้าผมรู้หัวใจตัวเองให้เร็วกว่านี้มันก็คงดี.......

ผมขับรถกลับบ้านไปพร้อมกับความผิดหวัง ดอกไม้ที่ผมซื้อมาผมไม่ได้ทิ้งไปแต่กลับเก็บมันเอาไว้ เพื่อรอว่าสักวันหนึ่งผมจะสามารถเอามันมาให้กับไอ้แอลในวันที่เราสองคนได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง......

-

-

ผ่านไป 3 ปี หลังจากที่ร่างบางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ และกลับมายืนอยู่ตรงหน้าผมอีกครั้ง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม แต่ถึงไอ้แอลมันจะเปลี่ยนไปมากแค่นั้นไม่ว่าจะในรูปแบบใด มันก็ยังทำให้ผมใจสั่นจนไม่สามารถละสายตาจากคนร่างบางได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สองมือของผมโอบเข้าที่เอวบางของไอ้แอลมันซะแล้ว

“มาเต้นด้วยกันสักเพลงไมเด็กน้อย” ผมกระซิบถามพลางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กับใบหน้าของไอ้แอล สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นเหล้าอ่อน ๆ ที่โฉยมาจากร่างบางอย่างหลงใหล

“สักเพลงเองเหรอครับ ?.....” ไอ้แอลเอื้อมมือไปโอบรอบคอของผม ซึ่งนั้นก็ทำให้ร่างกายของเราสองคนแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ที่จริงผมคิดว่าไอ้แอลมันจะหลบหรือไม่ก็ผลักผมออกห่างแต่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม ผมรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ถูก ร่างบางยั่วกันตรง ๆ แบบนี้

สงสัยมันจะเมา.....?

ผมหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบเอวร่างบางเอาไว้ให้แน่นยิ่งขึ้น

“มองไกล ๆ ว่าน่ารักแล้ว พอมองใกล้ ๆ แล้วกลับน่าฟัดซะมากกว่านะ”

“คิคิคิ....จริงเหรอครับ พอถูกพูดแบบนี้ก็เขินเหมือนกันนะครับ”

ไอ้แอลหัวเราะคิกคักกับจะหันหนีอีกทางแก้มใสขึ้นสีเล็กน้อยไม่รู้ว่าเพราะความอาย หรือ เพราะปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดกันแน่ ฮึ....น่ารักเป็นบ้าเลย ผมก้มใบหน้าลงไปคลอเคลียกับซอกคอขาวผ่อง ร่างโปร่งบางสั่นเทาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรออกมาแถมมือที่โอบรอบคอของผมนั้นก็ยิ่งกอดหวัดแรงขึ้นราวกับร่างบางกำลังประหม่า มือหนาของผมลูบไล้ไปตามเอวบางเลื่อนไปที่สะโพกกลมผ่านกางเกงยีนเนื้อดี

ทั้งที่ผมยังไม่ทันได้แตะต้องเหล้าเลยแม้แต่หยดเดียว แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกมึนเมาและลุ่มหลงกับกลิ่นอ่อน ๆ จากร่างบางจนลืมไปแล้วว่าตอนนี้มีสายตานับร้อยคู่กำลังจับจ้องเราสองคนอยู่

 “ตรงนี้นะดีเหรอครับสุดหล่อ” ไอ้แอลกระซิบเสียงหวานบอกผมข้างใบหูของผมก่อนจะกัดเบา ๆ เป็นการเตือนสติไม่ให้มันทำรุ่มร่ามกับร่างกายของไอ้แอลต่อหน้าสาธารณชนไปมากกว่านี้

“ฮึ....ถ้าที่อื่นคงได้สินะ”

ผมคงไม่ต้องบอกก็รู้นะว่าหลังจากนั้นเราสองคนไปจบกับที่ไหน....J

ในคืนนั้นหลังจากที่จบกิจกรรมรักอันร้อนแรง ผมนอนจ้องใบหน้าหวานติดจะน่ารักของอีกฝ่ายตลอดทั้งคืน ก่อนที่จะกระชับอ้อมแขนโอบกอดร่างบางมาชิดกับร่างแกร่งของมากขึ้นจนไออุ่นจากร่างกายของเราทั้งสองคนผสานกันเป็นหนึ่งเดียว

ผมรู้สึกแปลกใจที่ไอ้แอลมันดูเจนจัดเรื่องบนเตียงอยู่พอตัว ทั้ง ๆ ตามที่เจ้ามอสน้องชายของผมเล่ามา ไอ้แอลในตอนนั้นทั้งร่าเริง และดูอ่อนต่อโลก แต่แอลในตอนนี้มันต่างกันออกอย่างสิ้นเชิง

“อืม...เบลล่า....”

เสียงครางแผ่วงึมงำชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูน่าจูบ พร้อมกับน้ำตาเม็ดใสที่ไหลออกมา ผมค่อย ๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำตานั้นออกอย่างเบามือโดยที่มันไม่รู้ตัว

ผมไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ร่างบางละเมอร้องไห้แบบนี้ออกมา แต่เท่าที่เดาก็คงจะเป็นเรื่องของเบลล่าแน่ ๆ

สงสัยยัยผู้หญิงคนนี้มันยังไม่เข็ดไปก่อเรื่องหนักใจอะไรเข้าอีกสินะ

ผมนอนนึกในใจก่อนที่จะตัดสินใจผลัดออกจากร่างบางเดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และก่อนที่จะเดินออกจากห้องนี้ไปผมก็ไม่ลืมก้มลงไปจูบที่หน้าผากมนและกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูเล็กว่า

“พี่ไฮค์รักน้องแอลมากนะครับ”

ไม่น่าเชื่อเลยว่าวันเวลาผ่านไปความรู้สึกนี้ของผมมันยังคงอยู่และฝังแน่นเข้าไปในหัวใจมากกว่าเดิม และนับจากวันนี้เป็นต้นไปผมจะไม่ยอมปล่อยร่างบางไปไหนอีก

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.....



ต้องขออภัยมาก ๆ เลยนะคะที่มาอัฟให้ช้าขนาดนี้  T  T

ทั้ง ๆ ที่คิดไว้ว่าจะแต่งตอนพิเศษวันปีใหม่แต่ก็แต่งไม่ทัน แย่จริง ๆ เลย.......

แต่ว่าเฮียไฮค์ในตอนนี้ดูอ่อนมากจนผิดปกติเลยเนอะ แต่ขอสปอยนิดหนึ่งนะว่า

เห็นเฮียไฮค์แกร้ายขนาดนี้แต่ถ้าให้ได้รักใครแล้วละก็นิสัยจะผิดไปเป็นคนละคนเลยละคะ

ประมาณว่าเฮียร้ายและพร้อมจะเป็นศัตรูกับทุกคน แต่เฮียรักก็รักจนยอมทำทุกอย่างให้โดยไม่มีข้อแม้ อะไรประมาณที่แหละ

ปล. ไรท์ไม่ได้ตรวจคำผิด มีตรงไหนบอกบ้างนะคะ ฮิ ฮิ





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #51 OHsh_h2o (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มกราคม 2557 / 21:08
    อร้ายยยยยย ไฮค์ คีย์ เลือกไม่ถูกเลย หุหุ
    #51
    0
  2. #41 Little IU (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 19:06
    ไฮค์มีอดีตแบบนี้นี่เอง รักแอลมาตั้งหลายปีมากอ่ะ
    แต่การกระทำก่อนหน้านั้นพี่แกทำร้ายจิตใจน้องเขาไว้เยอะนะ
    ตกลงใครเป็นคนที่ทำเบลล่ากันแน่ ไม่น่าจะใช่ไมค์เพราะเห็นบอกไม่เจอเบลล่ามาเดือนนึงแล้ว
    แล้วคลิปของไฮค์ก็เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน พอไฮค์ไม่ใช่ไมค์ก็ไม่น่าใช่ด้วย
    อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือพี่มอส !!!! เราว่าไม่ใช่นะ หรือเป็นฝีมือเบลล่าที่กุเรื่องเองทั้งหมดเพราะรู้ว่าไฮค์ชอบแอล
    เลยยืมมือพี่ชายมาแก้แค้นให้ตัวเอง ว่าไปนั่น ลุ้นว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง 
    แอลจะยอมรับได้มั้ยว่ามันไม่ใช่กับสิ่งที่ตัวเองเข้าใจเลย
    #41
    0
  3. #16 nott299 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 17:04
    สนุกมากกกก จะรอติดตามต่อไปน้า > <
    #16
    0
  4. #15 blocky_eye (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 01:04
    แอลเป็นรักแรกของไฮค์o_o!!! OMG!!ไม่น่าเชื่อ แต่ก็น่ารักดี อัพต่อเร็วๆน้าาาา
    #15
    0
  5. #8 blocky_eye (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 00:23
    อัพตอนต่อไปแล้ว เย้!! ( ทำไมถึงโดนแบนว. ผู้ใดเป็นคนทำ ) ดีใจมากที่ไรเตอร์อัพใหม่ ขอบคุณมากๆน่ะไรเตอร์^3^ เบลล่า!!ไม่น่าเชื่อเธอเป็นผญ.แบบนี้เหรอ ห๊ะ!! เบลล่าเธอนิสัยไม่ดีเลยน่ะ ทำให้เพื่อนของไฮค์ที่รักเธอมากต้องตาย เธอเป็นผญ.ที่เลวมากกก แอลเชื่อไฮค์เถอะ ไฮค์อุส่าห์บอกความจริงไปน้าาา>o<~~ ปล. พยายามเข้า สู้ๆน่ะค่ะไรต์เตอร์
    #8
    0
  6. #7 ◣แดมรี่ส์ 'อัลปก้า. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 18:23
    อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ -///-
    #7
    0
  7. #5 CookieSweet (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 16:53
    เบลล่า...เป็นที่เฮียไฮค์พูดมาจริง ๆ เหรอค่ะเนี่ย ช็อก !!!!
    แต่ว่ายังไว้ใจไม่ได้อ่ะ ไรท์ชอบซ่อนปมเรื่อง 
    กลัวหักโหด......
    #5
    0
  8. #3 nana (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 11:15
    ชะอุ้ย....เเอลเริ่มสับสน



    เพิ่งเข้าอ่าน เหมือนอ่านอย่างรวดเร็วมาก

    มันขาดๆ ส่วนใดส่วนหนึ่งไป

    รบกวนไรเตอร์ เมล์ nc_kei@hotmail.com

    55555

    ขอฉากชื่อเมล์ 2 ตัวแรกอ่ะค่ะ ขอบคุณล่วงหน้าคร้า...

    #3
    0
  9. #2 Little IU (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2556 / 08:47
    ไรท์กลับมาแล้วดีใจจัง ><
    (เพิ่งรู้ว่าถูกแบน...ใครหนอช่างบังอาจ...)
    แอลรู้ความจริงแล้วว่าเบลล่าไม่ได้อ่อนหวานอย่างที่คิด
    แต่อยากรู้ว่าทำไมถึงเข้าร.พ.ได้ มันต้องเจอเรื่องเสทือนใจบางอย่าง
    แล้วไมค์เกี่ยวข้องอะไรกับเบลล่าด้วยเพราะเหมือนจะเป็นคู่รักกันมาก่อน
    ดีเทลจะเปลี่ยนไปคู่มอสแทนคีย์รึเปล่า และไฮค์คีย์แอลก็เป็นสามพีไป ฮ่าๆๆๆ
    มาต่อเร็วๆนะคะ

    และก็รบกวนนิดนึงฉาก NC พิเศษที่ไม่มีในเว็บรบกวนช่วยส่งให้ด้วยนะคะ
    เพราะยังไม่ได้รับเลย...(จำตอนไม่ได่แต่น่าจะช่วงที่แอลกลับไปอยู่กับคีย์)
    Khyuk138haeun98@gmail.com ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
    #2
    0