:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 2 : :::ตอนที่ 1::: สืบหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ธ.ค. 56


::: ตอนที่ 1 :::  สืบหา
-
-

by อเมทิสต์_AT

 

 

“แอล...ฮื่อ ๆ ๆ”

คุณแม่โผล่เข้าากอดผมทันทีที่ผมเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไป อ้อมกอดของคุณแม่ที่กอดผมนั้น ผมสามารถสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ท่านได้รับจากการที่ต้องมานั่งเฝ้าลูกสาวที่นั่งนิ่งไม่ไหวติง แววตาไร้อารมณ์ เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ร่างกายมีรอยพกช้ำที่ตอนนี้จางลงไปบ้างแล้วแต่ก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนในสายตาของผมอยู่ดี ผิวที่เคยขาวอมชมพูตอนนี้กลับซีดเหมือนกระดาษ ใบหน้าที่เคยสวยหวานมีเลือดฝาดแต่ตอนนี้กลับเหมือนซากคนตายที่ไร้ซึ่งสีสัน ผมโอบกอดคุณแม่แน่น ๆ เพื่อเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

“น้องเป็นยังไงบ้างครับแม่”

ผมผลัดออกจากอ้อมกอดของคุณแม่ก่อนจะพยุงท่านให้ไปนั่งลงที่โซฟาในห้องผู้ป่วย

“ฮึก...ร่างกายค่อย ๆ ฟื้นตัวแล้ว...แต่ว่าเพราะได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง ทะ...ทำให้น้องสูญเสียการครอบคลุมด้านอารมณ์ไป....ฮื่อ....”

คุณแม่ยกมือขึ้นปกปิดใบหน้า ท่านร้องไห้จนนัยน์ตาทั้งสองข้างแดงก่ำจนน่ากลัวว่าหากน้ำในร่างกายของท่านหมดที่ไหลออกมามันจะเป็นเลือดแทน ผมใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่อันสั่นเทาของคุณแม่ส่วนมืออีกข้างกุมมือของท่านเอาไว้ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะพูดอะไรออกไปดี ยิ่งผมมองภาพของน้องสาวที่นั่งอยู่บนเตียงตรงหน้าผมยิ่งทำให้หัวใจของผมมันปวดหนืดขึ้นมาทันที

“ผมว่าคุณแม่กลับบ้านไปพักผ่อนให้สบายก่อนดีไหมครับ” ผมเอ่ยกับคุณแม่เบา ๆ ท่านส่ายศีรษะไปมาเป็นการปฏิเสธ 

“นะครับคุณแม่ ไม่ต้องห่วงน้องนะครับผมอยู่ที่นี่ทั้งคนผมจะดูแลน้องเอง”

“แม่รู้ว่าลูกสามารถดูแลน้องได้ แต่แม่อยากอยู่เฝ้าน้องต่ออีกนิดนะ.....”

คุณแม่วางมืออีกข้างทับกับมือของผม มันทั้งเปลือกชื้นไปด้วยน้ำตาของท่าน มือนั่นที่ค่อยอบอุ่นตอนนี้กลับเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ผมรู้สึกทรมานจะสุดขั้วหัวใจ เป็นแบบนี้ประจำผมไม่เคยโน้นน้าวคุณแม่ได้เลย ถึงจะเป็นคุณแม่ที่ใจดีและอ่อนโยนแค่ไหนแต่บทที่ท่านจะไม่ฟังใครก็ทำให้ทุกคนในบ้านหนักใจไปตาม ๆ กัน และคนคนเดียวที่พอจะรับมือกับคุณแม่ได้ก็คือคุณพ่อผู้บ้างานของผมนั้นแหละ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย

“ถือว่าผมขอร้องนะครับคุณแม่ ผมรู้ว่าผมขออะไรคุณแม่มามากมายแต่ครั้งนี้ครั้งเดียวจริง ๆ ที่ผมจะขอให้คุณแม่กลับบ้านไปพักผ่อนดูแลสุขภาพตัวเอง ทำเพื่อผมนะครับผมขอร้อง ผมเป็นห่วงน้องก็จริงแต่ผมก็ห่วงคุณแม่ด้วยนะครับ” 

ผมจ้องมองใบหน้าของคุณแม่อย่างอ้อนวอน ผมไม่อยากให้คุณแม่ต้องล้มป่วยไปอีกคน ผมคงทนไม่ได้ถ้าหากว่าคนในครอบของผมต้องเป็นอะไรไปมากกว่านี้อีก แต่ผมคงจะปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปไม่ได้ยังไงผมก็ต้องตามหาตัวไอ้สารเลวที่ทำร้ายน้องสาวผม มารับโทษให้จงได้ จริง ๆ ผมไม่อยากทำตัวเป็นพวกศาลเตี้ยแต่วิธีนี้มันสามารถเร่งผลกรรมให้มันได้รับโทษเร็วขึ้นผมก็จะทำ.....

“แม่รู้จ้ะว่าลูกเป็นห่วงแม่ แต่หัวอกคนแม่จะให้กลับบ้านไปพักผ่อนอย่างสบายใจได้ยังไงในเมื่อลูกสาวของตัวเองอยู่ในสภาพเหมือนร่างไร้วิญญาณอยู่แบบนี้ ฮื่อ ๆ ๆ”

“น้องจะต้องหายแน่นอนครับ ผมจะอยู่ดูแลน้องจนกว่าน้องจะหายเอง”

“มะ...ไม่ได้นะแอล ลูกยังเรียนอยู่เลยนะลูก แล้วอีกปีเดียวก็จะเรียนจบอยู่แล้ว อย่าเอาอนาคตมาทิ้งแบบนี้นะลูก” คุณแม่ร้องห้ามผมทันทีที่ผมพูดจบ ท่านเองก็คงรู้ตัวดีว่าอาการที่เบลล่าเป็นนั้นมันไม่ได้รักษากันง่ายเหมือนบาดแผลภายนอกแค่เดือนหรือสองเดือนก็หาย

“ผมจะย้ายมาเรียนที่ไทยครับ มหาวิทยาลัยที่ไทยก็ไม่น้อยหน้าประเทศไหน ๆ ครับ” ผมพยายามยกยิ้มให้ดูเป็นธรรมดาชาติที่สุด แต่มีหรือที่จะสามารถรอดพ้นสายตาของคุณแม่ไปได้

“ใช่จ้ะ แต่แม่ก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี เอาเป็นว่าถ้าเบลล่าออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ลูกก็กลับไปทำหน้าที่ของลูกต่อให้ดีแล้วแม่กับน้องจะรอฟังข่าวดีในวันที่ลูกได้รับปริญญา พวกเราทุกคนจะได้เจอกับพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างสมบรูณ์ดีไหม”

คุณแม่บอกผมยิ้มทั้งน้ำตา ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี....ผมฝันว่าอยากเป็นช่างภาพอิสระและออกเดินทางถ่ายภาพไปทั่วทุกมุมโลก แต่ก็ถูกคุณพ่อคัดค้านอย่างหนักเพราะท่านต้องการให้ผมไปบริหารงานแทนท่าน ผมต้องต่อสู้กับคุณพ่อนานถึงสองปีเพื่อที่จะได้เรียนตามที่ตัวเองฝันเอาไว้ แต่ผมไม่รู้สึกเสียดายสักนิดที่ต้องทิ้งมันเพื่อใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่ดูแลคนที่ตัวเองรัก

“ฉันว่าแม่แกก็พูดถูก อย่าทำอะไรโง่ ๆ แบบนั้นเด็ดขาดนะไอ้ลูกชาย” ร่างสูงของคุณพ่อเดินเข้ามาในห้องอย่างองอาจใบหน้าของท่านดูอ่อนล้า แต่ยังไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้กับคุณแม่ก่อนจะดึงคุณแม่เข้าไปกอด ผมขยับตัวออกจากโซฟาให้คุณพ่อมานั่งแทน ส่วนตัวผมก็เดินไปนั่งข้าง ๆ เตียงของเบลล่า ที่ไม่ได้หันมามองหน้าผมด้วยซ้ำ

“เบล...พี่กลับมาแล้วนะ” ผมบอกน้องสาวก่อนจะกุมมือของเธอเบา ๆ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ จากเธอเลยแม้แต่น้อย

นัยน์ตาของผมมันร้อนผ่าวก่อนจะทิ้งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาหลังจากที่มันไม่เคยไหลออกมาเลยนับตั้งแต่ที่ผมรู้เรื่อง แต่สภาพของเบลล่าที่ผมเห็นตอนนี้มันทำให้ผมสงสารเธอจับหัวใจ ผมกุมมือที่เย็นเฉียบของเบลล่ามากุมเอาไว้จนแน่นแต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ จากร่างเล็กตรงหน้าผมเลยแม้แต่น้อย ผมได้ยินเสียงสะอื้นของคุณแม่ดังมาแผ่วเบา ในห้องผู้ป่วยห้องนี้มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้าจนทำให้หัวใจของผมแทบจะหยุดเต้น

-

-

ในที่สุดคุณแม่ก็ยอมกลับบ้านแต่ก็ต้องพ่วงเอาผมมาด้วยอีกคน ส่วนคนที่เฝ้าเบลล่าก็คือคุณพ่อ บ้านที่ผมไม่ได้กลับมาเลยตลอด 2 ปีไม่เปลี่ยนไปเลย แต่เพราะมันไม่ใช่เวลาที่จะเดินชมบ้าน ผมเลยละความสนใจเรื่องนี้ไป

“สวัสดีค่ะ คุณแอล ไม่กลับบ้านนานเลยนะค่ะ คุณแอลรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะค่ะ ป้าเตรียมอาหารให้ไว้ให้แล้ว มาค่ะเดียวป้าให้เด็กเอากระเป๋าของคุณแอลขึ้นไปเก็บให้นะค่ะ ส่วนคุณผู้หญิงเดียวป้าจะดูแลให้เองนะค่ะ”

ป้าจำปีผู้ดูแลบ้านคนเก่าของแก่ที่รับใช้ครอบครัวของผมมานานตั้งแต่ตอนที่คุณพ่อคุณแม่แต่งงานกันใหม่เดินเข้ามาทักทายผมด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับป้าจำปี ขอบคุณมากเลยนะครับ คิดถึงอาหารไทยจนแทบทนไม่ไหวแล้ว” ผมบอกป้าจำปีก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็นห้องนอนของผมและทุกคนในครอบครัว และก่อนที่ผมจะเดินไปที่ห้องของตัวเองผมก็เดินผ่านห้องของเบลล่าผมถือวิสาสะเปิดประตูห้องที่ไม่ได้ล็อกของเบลล่าเข้าไป ภายในห้องตกแต่งไปด้วยโทนสีชมพูดูเรียบร้อยน่ารักในเวลาเดียวกัน ข้าวของทุกอย่างถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ แต่ที่แปลกตาไปคือรูปบนหัวเตียงนอนมีรูปที่เบลล่าถ่ายคู่กับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งอยู่หลายใบ มองแวบเดียวผมก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้คงเป็นแฟนของเบลล่าที่เธอเคยโทรมาเล่าให้ผมฟัง

แต่เท่าที่คุณแม่เล่าให้ผมฟังมาท่านบอกว่าตลอดเวลาที่เบลล่าอยู่โรงพยาบาลมีแต่เพื่อน ๆ กิ๊กเพื่อนสนิทของเบลล่าเท่านั้นที่มาเยี่ยมนอกนั้นก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย

“หรือว่าจะเลิกกันไปแล้ว....แต่ว่าก็ไม่น่าใช่เลิกกันแล้วทำไมเบลยังเก็บรูปพวกนี้เอาไว้ละ” ผมพึมพำก่อนจะร่วงเอาไอโฟนในกระเป๋ากางเกงออกมากดเบอร์โทรออกมาเพื่อนสนิทของผมทันที

“ฮัลโหล ไอ้คีย์”

“อ่อ ใครวะ โทรผิดป่าว” ปลายสายเอ่ยทักมาอย่างกวนส้นตีนตามนิสัยของมัน ผมถอนหายใจแรง ๆ อย่างอ่อนใจผมไม่มีอารมณ์จะมาเล่นมุขกับมันเท่าไหร่ ผมได้ยินเสียงกุกกักจากปลายสายก่อนที่มันจะตอบกลับมาก่อนจะพูดต่อ

“จำไม่ได้ก็ช่างหัวมึง กูมีเรื่องอยากจะให้มึงช่วยตามหาคนให้กูหน่อย”

 “ตามหาใครวะ”

“ตามหาตัวแฟนน้องสาวกูให้หน่อย กูมีเรื่องอยากคุยกับมัน” 





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #108 -CHANANA;- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:59
    สงสารเบลล่าอ่ะะะะะะ TT...TT
    สงสารแอลด้วย สงสารทุกคนเลย 
    อ๊ากกกกก *ระเบิดตัวเอง*
    #108
    0
  2. #95 ... (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:35
    สงสารนางงง TT
    #95
    0
  3. #18 Little IU (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 10:15
    คนที่น่าสงสารสุดเพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลยก็น่าจะเป็นครอบครัวนะ
    #18
    0