:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 14 : :::ตอนที่ 13::: ความอ่อนโยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 13 :::  ความอ่อนโยน
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

หลังจากที่ผมตัดสินใจเดินตามไอ้ไฮค์เดินตามไอ้ไฮค์ขึ้นมาบนห้องของมัน จนมาถึงตอนนี้ทั้งผมทั้งมันยังไม่มีใครเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมาทั้งนั้น ไอ้ไฮค์เดินหายเข้าไปในห้องของมันไม่สนใจใด ๆ ผมอีก ส่วนตัวผมก็มองสำรวจคอนโดของไอ้ไฮค์อยู่เงียบ ผมคิดมาตลอดว่าคอนโดที่ผมพักอยู่นั้นมันใหญ่และหรูมากแล้วแต่มันแถบไม่ได้กับคอนโดของไอ้ไฮค์เลยแม้แต่ติดเดียว

“จะยืนโง่อยู่หน้าประตูอีกนานไมวะ เข้ามาสิหรือว่ามึงกลัว ?” ไอ้ไฮค์พูดกับผมด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ผมกัดริมฝีปากตัวเอาไว้จนแน่น ก่อนที่จะเดินเข้าไปในภายในตัวห้อง

พลั่บ

ผมตกใจจนผงะไปเล็กน้อยเมื่อจู่ ๆ ไอ้ไฮค์มันก็โยนเสื้อผ้าใส่หน้าผมและร่วงลงไปกองกับพื้น ผมก้มลงไปมองเสื้อผ้าที่ไอ้ไฮค์มันโยนมาและเงยหน้าขึ้นไปมองหน้ามันอย่างโกรธ ๆ

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสือผ้าซะ” ไอ้ไฮค์สั่งผม

“ทำไมกูต้องทำตามที่มึงบอกด้วย” ผมถามมันเสียงแข็ง

“จะไม่ทำก็ได้นะ แต่กูไม่รับประกันนะว่าถ้ามึงยังแต่งตัวแบบนี้เดินล่อนไปมาในห้องของกู....... กูไม่รับประกันนะว่ากูจะอดใจไม่จำมึงกดได้หรือเปล่านะ” ไอ้ไฮค์เดินเข้ามาประชิดกับร่างกายของผมพลางจ้องมองด้วยสายตาหื่นหายอย่าไม่คิดที่จะปิดบังเลย

“......”

ในหัวของมันคิดแต่เรื่องไต้สะดืออย่างเดียวเลยรึไงวะ

ผมก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่ไอ้ไฮค์มันโยนมาให้ผมก่อนที่จะถามมันเสียงแข็งว่า

“ห้องน้ำไปทางไหน”

“เดินตรงไปเลี้ยวซ้ายอยู่สุดปลายทางนั้นแหละ” ไอ้ไฮค์ยิ้มตอบผมอย่างพอใจ

ผมหันหน้าหนีใบหน้ากวนบาทาของไอ้ไฮค์และเดินไปตามทางที่มันบอกทันที ผมยอมไปดมกลิ่นในห้องน้ำดีกว่าต้องใช้อากาศร่วมห้องกับไอ้ไฮค์  

และทันทีที่น้ำจากฝักบัวลากรสมาบนตัวของผมจู่ ๆ ผมรู้สึกแสบที่หัวเข่าและข้อเท้าขึ้นมาทันที ผมก้มลงมือสาเหตุของความเจ็บปวดนี้ก็พบว่าหัวเข่ากับข้อเท้าของผมมีแผลที่เลือดเริ่มแห้งกังแล้ว แผลพวกนี้คงเกิดขึ้นตอนที่ผมล้มเพราะตกใจเมื่อกี้นี้แน่ ๆ

ผมคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าไอ้ไฮค์มันจะเล่นแรงขนาดนี้ นี่ยังดีที่มันยังมีจิตสำนึกไม่คิดจะขับรถชนผมจริง ๆ และถ้ามันคิดจะทำละก็ผมจะเป็นผีไปตามจองล้างจองผลาญมันให้มันเป็นบ้าตายไปซะเลย

ผมค่อย ๆ อาบน้ำชำละล้างร่างกายค่อย ๆ เอาน้ำลูบล้างเศษดินออกจากแผลอย่างเบามือ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้อาบน้ำเสร็จเสียงเคาะประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น

ปัง ๆ ๆ

“ชักช้าจังวะ กูปวดขี้เปิดประตูทีดิ” ไอ้ไฮค์ตะโกนบอกผมพลางเคาะประตูห้องน้ำรั่ว ๆ ผมไม่สนใจเสียงตะโกนของไอ้ไฮค์พลางค่อย ๆ อาบน้ำต่ออย่างสบายอารมณ์ ห้องของมันออกจะกว้างขวางขนาดนี้ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าจะมีห้องน้ำอยู่แค่ห้องที่ผมใช้ผู้แค่ห้องเดียว

“มึงจะเปิดดี ๆ หรือจะให้กูพังเข้าไปห๊ะ” พอมันพูดจบก็ตามมาด้วยเสียงอะไรบ้างอย่างกระแทกที่ประตูอย่างแรงจนผมสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

“ห้องน้ำมันมีแค่ห้องนี้รึไง กูอาบน้ำอยู่นะ มึงก็ไปห้องอื่นสิ” ผมตะโกนตอบโต้ไอ้ไฮค์ออกไป

“แต่กูจะเข้าห้องนี้” น้ำเสียงทรงอำนาจของมันตะโกนบอกผมเสียงหนักแน่น

แล้วเรื่องอะไรผมจะต้องทำตามที่บอกไปซะทุกอย่างละ.....

ผมทำเฉยไม่สนใจไอ้ไฮค์อีก มันอยากจะพังห้องน้ำเข้ามาก็ตามใจมันนี่ห้องมันไม่ใช่ห้องผมสักหน่อย ผมค่อยราดน้ำล้างเอาฟองสบู่ออกจากร่างกาย และยังไม่ทันที่จะเอื้อมมือไปปิดฝักบัวประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดโครมออกเสียงดังสนั่นจนผมต้องหันไปมองอย่างตื่นตะลึง

“พยศดีนะใช่ไหม....มานี่”

ไอ้ไฮค์ลากผมออกจากห้องน้ำทั้ง ๆ ที่ผมยังเปลือยเปล่าอยู่ ผมพยายามดิ้นรนขัดขื่นแต่ไม่สามารถทำได้อย่างเต็มกำลังเนื่องจากบาดแผลที่ขาของผมมันตึงจนขยับไม่ค่อยถนัดเท่าที่ควร

“ปล่อยกูนะมึงจะพากูไปไหน ปล่อยสิโว้ยหูแตกรึไง” ผมตะคอกเสียงใส่ไอ้ไฮค์อย่างเกรี้ยวกราด พยายามจิกข่วนมือของไอ้ไฮค์แต่มันกลับบีบแขนของผมแรงมายิ่งขึ้น

ตุบ

โอ๊ย

ไอ้ไฮค์เหวี่ยงร่างของผมจนล้มไม่เป็นท่าออกไปนอกระเบียงก่อนที่มันจะเดินเข้ามาใกล้ ไอ้ไฮต์นั่งชันเข่าเหลือร่างของผมและยืนมาหนามาบีบที่ปลายครางของผมเอาไว้จนแน่น ผมพยายามกัดฟันไม่กลั่นเสียงครางแห่งความเจ็บปวดลงคอไป พลางจ้องใบหน้าหล่อเหลาของมันอย่ากรุ่นโกรธ

“เด็กดื้ออย่างมึงต้องถูกลงโทษ จะได้จำใส่สมองของมึงเอาไว้ว่าอย่าคิดที่จะขัดคำสั่งกูอีก” ไอ้ไฮค์บอกผมเสียงเย็นมันประกบริมฝีปากของลงมาอย่างรุนแรงพลางดูดดึงส่งเรียวลิ้นของมันเข้ามาในพลางปากของผมกอดรัดเรียวลิ้นเล็กของผมอย่างดุดันจนผมเริ่มจะหายใจไม่ออก แขนทั้งสองข้างของผมทั้งทุบทั้งตีที่แผ่นอกกว้างของมันจนผมได้ยินเสียงดังตุบตับอย่างชัดเจนดูเหมือนร่างสูงจะไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย

“แฮ่ก ๆ ๆ แค่ก ๆ ๆ” ผมรีบหอบเอาลมหายใจเข้าปอดเร็วจนเกินไปก็เลยทำให้ผมสำลัก ไอ้ไฮค์มันปล่อยมือออกจากปลายคางของผมและจ้องมองใบหน้าของผมอยู่อย่างนั้น

“นี่คือบทลงโทษของเด็กที่ไม่ยอมเชื่อฟังผู้ใหญ่......1 ชั่วโมงก็น่าจะพอละมั้ง” ประโยคหลังนั้นไอ้ไฮค์มันเหมือนจะพึมพำอะไรอยู่คนเดียว ผมพยายามดันร่างกายที่ระบมช้ำจากการที่ผมล้มซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ลุกขึ้นยืนแต่บาดแผลที่ขามันปวดจี๊ดขึ้นมาอีกทำให้ผมต้องล้มนั่งลงไปอีกครั้ง

แกรก

เอ๋ !!!!!

ผมเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนอยู่อีกฝั่งของประตูกระจกริมระเบียง มันส่งยิ้มร้ายให้ผมก่อนที่จะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องทันที ผมกัดฟันรีบลุกขึ้นยืนพยายามจะเปิดประตูระเบียงแต่ก็ทำไม่ได้เพราะมันถูกล็อกจากทางด้านใน

“ไอ้ไฮค์.....ไอ้บ้า....เปิดประตูให้กูเข้าไปเดี๋ยวนี้นะ....ไอ้สารเลว ไอ้ !&*#!%&!#” ผมตะโกนด่าไอ้ไฮค์อย่างบ้าคลั่ง รู้สึกเจ็บที่โดนมันเอาคืนด้วยวิธีป่าเถื่อนแบบนี้ครั้ง เมื่อกี้มันก็เกือบจะขับรถขนผม ตอนนี้มันก็ขังผมให้ผมยืนเปลือยร่างอยู่นอกระเบียงห้องของมัน สายลมเย็นจากนอกตึกกระทบกับผิวหนังที่มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิความเย็นให้มากขึ้นจนทำให้ขนผมลุกไปทั้งตัว

ท้องฟ้าเริ่มมืดอากาศเริ่มเย็นลมที่พัดมายิ่งทำให้ผมตัวสั่นหนาวไม่ทั้งตัว ผมนั่งลงกอดเข่าเพื่อให้ความอบอุ่นกับตัวเองผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมจนได้ยินเสียงฟันกระทบกันเป็นระยะ

เมื่อก่อนความแค้นของผมที่ให้กับไอ้ไฮค์นั้นมีเหตุผลและแรงผลัดดันคือน้องสาวของผมเอง แต่ตอนนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว ความแค้นทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้มาจากความรู้สึกเบื้องลึกของผมทั้งนั้น วันนี้มันทำผมเจ็บมากเท่าไหร่ วันข้างหน้าผมจะทำให้มันเจ็บซะยิ่งกว่าอีกเป็นหมื่นเท่าค่อยดูสิ

ผมกัดฟันกอดเข่าน้ำตาซึมนัยน์ตาแดงก่ำ ผมเกลียดความอ่อนแอของตัวเองเหลือเกิน บ้างทีถ้าหากว่าผมเลวมากกว่านี้ทิ้งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีออกไปทั้งหมดผมอาจจะพอต่อกรกับมันได้ แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำเพราะผมไม่อยากจะทำให้คุณค่าความเป็นคนของผมมันลดต่ำลงไปมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าผมกำลังเจอทางตันแต่ผมจะพังกำแพงนั้นออกแรงทั้งหมดที่ผมมีให้ได้

ถึงแม้ว่าตอนนี้น้ำที่เกาะพราวอยู่บนร่างกายของผมมันจะแห้งไปแล้วแต่ตอนนี้ผิวหนังของผมเริ่มมีเหงื่อเย็น ๆ ผุดออกจนชื่นไปทั้งหมดตัว ร้อนหายใจที่ออกมาก็ร้อนจนผมสัมผัสได้ลำคอก็แห้งผาก สงสัยผมคงจะเป็นไข้แล้วแน่ ๆ

ทำไงดีละ....

ผมค่อย ๆ ยันร่างกายที่อ่อนแรงของผมลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปลองเปิดประตูกระจกอีกครั้งแต่มันก็ยังคงล็อกเอาไว้เหมือนเดิม

“แค่ก ๆ ๆ” ผมไอ้โขกออกมาเสียงดังลมหายใจเริ่มติดขัดรู้สึกอึดอัดจนทรุดตัวลงไปนอนตัวงออยู่กับพื้น ผมพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่เสียงที่เปล่งออกมานั้นทั้งแหบพร่าและเบามาก ผมนอนทรมานอยู่ตรงนั้นจนภาพทุกอย่างมืดดับลง


-

-

แกรก

“ไอ้แอล เฮ้ย...!!! ชิบหายแล้ว” ไฮค์สบถเสียงแข็งออกมาหลังจากที่เห็นร่างโปร่งบางนอนแน่นิ่งแถมตัวยังร้อนเหมือนไฟอีก เขารีบช้อนตัวอุ้มร่างโปร่งบางกลับเข้ามาในห้องและค่อย ๆ วางลงบนเตียงนอนอย่างแผ่วเบาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างของแอลเอาไว้และเดินไปหลี่แอร์ลงเพื่อทำให้อุณหภูมิภายในห้องนั้นอบอุ่นขึ้น

“ยังไม่ทันถึง 1 ชั่วโมงก็น็อกซะแล้ว อ่อนแอแบบนี้ยังคิดที่จะมาแก้แค้นกู มึงมันโง่....รู้ตัวบ้างไหม” ไฮค์กระซิบบอกแอลเสียงแผ่วถึงแม้จะรู้ว่าคนที่นอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่ตอนนี้ไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดก็ตาม

ร่างสูงเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่เตรียมเอาไว้ให้ร่างโปร่งบางได้ใส่ออกมาและค่อย ๆ บรรจงสวมเสื้อผ้าให้ร่างโปร่งบางอย่างเบามือที่สุด ยามที่เรียวนิ้วของเขาสัมผัสลากผ่านผิวเนียนลื่นของแอลก็ทำให้อารมณ์ภายในของเขาพุ่งพล่านขึ้นมาทุกครั้ง ไฮค์สูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ และพยายามใส่เสื้อผ้าให้แอลอย่างรวดเร็วที่สุดเพราะถ้าขื่นเขายังทำอะไรเชื่องช้าแบบนี้ เขาจะต้องเผลอลักหลับคนป่วยแน่ ๆ

ขนาดนอนหลับเฉย ๆ ยังยั่วกูได้อีกนะ

 

ไฮค์ว่าแอลในใจและลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่จะหันไปมองร่างโปร่งบางแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเดินไปหยิบเอาอุปกรณ์ทำแผลออกมานั่งทำแผลที่หัวเข่าและข้อเท้าของร่างบางอย่างเบามือเมื่อเสร็จแล้ว ก็หันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกทันที

“สวัสดีครับคุณไฮค์” เสียงอ่อนโยนของหมอประจำตัวของพ่อเขาทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“สวัสดีครับ....ตอนนี้พี่หมอว่างไหมครับ” ไฮค์ถามเสียงเรียบ

“ว่างครับ คุณไฮค์มีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ หรือว่าคุณแอลบาดเจ็บอะไรมาอีกแล้ว” น้ำเสียงตื่นตระหนกของพี่หมอทำให้ไฮค์หลุดหัวเราะออกมาเบาแล้วตอบไปว่า

“เปล่าครับคนป่วยไม่ใช่ผมหรอก แต่ว่าผมจะให้พี่หมอช่วยมาตรวจดูอาการป่วยของ......คนรู้จักของผมที่คอนโดให้หน่อยนะครับ” ไฮค์เว้นนึกหาคำพูดดี ๆ ที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแอลไปพักหนึ่งก่อนที่จะได้คำตอบแบบนี้ออกมา

“ได้ครับ....พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยนะครับ”

“ครับ...ขอบคุณครับ” ไฮค์เอ่ยขอบคุณและกดวางสายทันที เขาหันมามองร่างโปร่งบางที่นอนหลับไม่ได้สติ และหันหลังเดินออกจาห้องนี้ไปในทันที

ปิ้งป่อง ๆ ๆ ๆ

เสียงกริ่งบอกให้รู้ว่าคนที่เขารออยู่ได้มาถึงแล้ว ไฮค์รีบเดินไปเปิดประตูให้หมอทันที ทั้งสองทักทายกันเล็กน้อยก่อนที่ไฮค์จะเดินนำหมอเข้าไปในห้องที่ตอนนี้ผู้ป่วยกำลังนอนอยู่ เขายืนดูการตรวจอยู่ตลอดเวลาจนในที่สุดหมอก็ตรวจร่างกายของแอบจนเสร็จแล้วไฮค์ก็รีบถามถึงอาการของร่างโปร่งบางทันที

“เป็นยังไงบ้างครับมีอะไรร้ายแรงไม”

“คนไข้ป่วยเป็นโรคปอดบวมนะครับ เดียวหมอจะให้น้ำเกลือแล้วก็ฉีดยาปฏิชีวนะป้องกันอาการป่วยรุกรามมากขึ้น เพราะฉะนั้นช่วงนี้คุณไฮค์จะต้องค่อยเช็ดตัวคนไข้อยู่เลื่อย ๆ นะครับอย่าให้คนไข้เหงื่ออกมากเพราะจะทำให้คนไข้เกิดอาการร่างกายขาดน้ำอย่างเฉียบพลันขึ้นมาได้ เดียวหมอจะจัดยาที่คนไข้ต้องทานหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาแล้วให้นะครับ” หมอบอกอาการของแอลให้ไฮค์ได้รับรู้ก่อนที่จะลงมือเก็บเครื่องมือแพทย์ต่าง ๆ จัดเก็บลงกระเป๋าขนาดพกพา

“พี่หมอช่วยเลือกพยาบาลมาดูที่นี่ไอ้.....อ่อ....แอลแทนผมได้ไหมครับ พอดีกว่าผมมีงานต้องทำต่อ” ไฮค์ถาม

“ครับ....เดียวผมจะไปดูมาให้นะครับ อย่างเร็วสุดก็น่าจะวันพรุ่งนี้นะครับ”

“ได้ครับ ขอบคุณพี่หมอมากเลยนะครับ”

หลังจากที่หมอกลับไปแล้วไฮค์ก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเตรียมอุปกรณ์สำหรับเช็ดตัวออกมาวางไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียงและค่อย ๆ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แอลอยู่อย่างเงียบ ๆ หลังจากที่เช็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วไฮค์ก็เดินหายเข้าไปในห้องทำงานและกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับโน้ตบุ๊กอีกหนึ่งเครื่อง

ไหน ๆ วันนี้ก็ต้องเฝ้าไข้ให้ตัวปัญหาอย่างไอ้แอลตลอดทั้งแล้วก็ทำงานฆ่าเวลาไปด้วยเลยก็แล้วกัน

ไฮค์คว้าแว่นตากันแสงจากจอโน้ตบุ๊กขึ้นมาสวมและลงมือทำงานค้างเอาไว้ทันที เขาหันมองสังเกตอาการของร่างโปร่งบางเป็นระยะเพื่อจะดูว่ามีเหงื่อออกมากหรือเปล่า หลังจากที่ดูจนแน่ใจแล้วก็กลับไปทำงานต่อ

เป็นอยู่แบบนี้ตลอดทั้งคืน....

-

-

ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นรับแสงแดดร้อนแรงยามบ่าย ตอนนี้ผมไม่ได้นอนอยู่นอกระเบียงอีกต่อไปแล้วผมกำลังนอนอยู่บนเตียงสีดำสนิทหนานุ่มสบายขนาดใหญ่ แถมยังสวมใส่เสื้อผ้าครบอีกด้วย ผมพยายามขยับแขนขาของผมแต่มันหนักอึ้งไปหมด ผมค่อย ๆ หันไปมองรอบ ๆ ห้องแต่ก็ต้องไปสะดุดกับร่างสูงที่ตอนนี้กำลังนั่งพิมพ์อะไรสักอยู่ในโน้ตบุ๊กอยู่ โดยที่มันไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าผมฟื้นคืนสติแล้ว

“ตื่นแล้วเหรอ หิวหรือเปล่า” ไอ้ไฮค์หันมาถามผมเสียงเรียบมันอดแว่นตาออกและวางไว้ข้าง ๆ กับโน้ตบุ๊กของมันแทน

“หิว” ผมตอบมันไปตามตรงเพราะตั้งแต่ที่ผมถูกไอ้ไฮค์เอาตัวมาที่นี่ผมยังไม่ได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียว

“นอนรอนิ่ง ๆ อยู่นี่แหละ” มันสั่นผมเสร็จแล้วก็เดินหายออกไปจากห้องทันที ผมนิ่งเงียบสักพักพลางสำรวจร่างกายของตัวเอง ที่แขนขวาของผมมีสายน้ำเกลือฝังอยู่ แถมแผลที่เข่ากับที่ข้อเท้าของผมก็ถูกผ้าปิดแผลปิดเอาไว้อย่างเรียบร้อย ข้าง ๆ เตียงของผมมีอ่างน้ำใบเล็กกับผ้าขนหนูวางอยู่

หรือว่าไอ้ไฮค์มันค่อยดูแลผมตลอดทั้งคืนเลยอย่างนั้นเหรอ......เป็นไปไม่ได้.....

ทั้ง ๆ ที่เมื่อตอนกลางวันมันทำร้ายผมสารพัด....แล้วทำไมตอนกลางคืนมันกลับมานั่งเฝ้าไข้ผมแบบนี้ด้วย

ผมยกมือขึ้นจับหน้าอกพยายามกดกลั่นเสียงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้.....

พยายามสลัดความคิดที่ว่าไอ้ไฮค์เองก็เป็นคนดีออกจาสมองให้เร็วที่สุด

ไม่ได้นะไอ้แอล มึงห้ามใจอ่อนเด็ดขาดเลยนะ แค่มันทำดีแค่นี้มันก็ไม่สามารถลบความเลวที่มันทำกับมึงและเบลล่าเอาไว้ไม่ได้หรอนะ





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #34 Little IU (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 15:04
    ความจริงแลัวไฮค์ไม่ได้โหดร้ายนี่นาแล้วเสแสรังเก๊กทำไมหว่า.......
    แอลเองอย่าทิฐิเยอะ ไม่งั้นคงจะจมปรักอยู่แค่การแก้แค้นไม่จบสักที
    #34
    0