:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 13 : :::ตอนที่ 12::: ลักพาตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 12 ::: ลักพาตัว
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

ไอ้คีย์พาผมมาส่งที่คอนโดก่อนที่มันจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ ผมรู้สึกเห็นใจมันนิด ๆ ที่มันต้องเรียนไปทำงานไปไม่ใช่ว่าบ้านมันขัดสนเรื่องเงินทองแต่เพราะมันเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ ขอเงินพ่อแม่ใช่ไปวัน ๆ มันเลยเข้าไปทำงานที่บริษัทของพ่อและรับเงินเดือนเหมือนพนักงานคนอื่น ๆ

เรียกง่าย ๆ ว่าบ้างานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบนั้นแหละ

ผมเดินไปเปิดทีวีเพื่อหาอะไรดูฆ่าเวลาไปเลื่อยระหว่างที่นั่งรอให้ไอ้ไฮค์มารับ มันไม่ได้บอกผมเอาไว้ว่าจะมารับผมเวลาไหนเพราะงั้นผมเลยทำตัวเลื่อยเปื่อยอยู่ในห้องหาอะไรทำโน่นนี้แก้เบื่อไปเลื่อย ๆ.........

ปิ๊งป่อง ๆ ๆ ๆ

ก๊อก ๆ ๆ ๆ

เสียงเคาะประตูบวกกับเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นขัดจังหวะตอนที่ผมกำลังทำความสะอาดเคาน์เตอร์ในห้องครัว ผมเดินออกไปเปิดประตูทันที และยังไม่ทันที่ผมจะมองหน้าผู้มาเยือนร่างของผมก็ถูกผลักข้ามาด้านในตามมาด้วยร่างสูงของแขกผู้มาเยือน

เพี้ยะ

เสียงผ่ามือกระทบกับใบหน้าของผมทำให้ผมรู้สึกทั้งเจ็บทั้งชาในเวลาเดียวกัน

“ห่างกับกูยังไม่ทันข้ามวันมึงก็แรดออกไปหาผู้ชายแล้วอย่างนั้นเหรอ” ไอ้ไฮค์ตะคอกใส่ผมเสียงแข็ง ก่อนที่มันจะกระชากแขนผมและดึงตัวของผมให้เข้าไปประชิดกับร่างสูงของมัน

ผมรู้สึกมึนงงไม่ชั่วขณะก่อนที่จะคิดขึ้นมาได้ว่าผู้ชายที่ไอ้ไฮค์มันพูดถึงคงจะเป็นไอ้คีย์ ถ้าอย่างนั้นที่ผมรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ ก็คงเป็นเพราะไอ้ไฮค์มันสะกดรอยตามผมกับไอ้คีย์ไปอย่างนั้นเหรอ......

“ผมว่าพี่ไฮค์คงเข้าใจอะไรผิดแล้วนะครับ” ผมพยายามแก้ตัว แต่ดูเหมือนไอ้ไฮค์มันจะโมโหมากจนไม่ยอมรับฟังอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว มือของมันบีบแขนเอาไว้แน่นจนเจ็บร้าวไปหมด

“หึ....เห็นผู้ชายเป็นไม่ได้ต้องแล่นเข้าไปหา พี่เป็นยังไงน้องมันก็เป็นอย่างนั้นสินะ” ไอ้ไฮค์พูดถึงเบลล่าด้วยน้ำเสียงถากถาง ผมรู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีที่ไอ้ไฮค์มันว่าร้ายน้องสาวของผม มันจะว่าอะไรผมยังไงก็ได้แต่มันกลับมาพาดพิงถึงเบลล่าผมยอมไม่ได้จริง ๆ

“อย่ามาว่าน้องสาวของผมแบบนั้นนะ ถ้าจะว่าก็ว่าผมแค่คนเดียวสิ” ผมตวาดลั่นด้วยความโกรธที่ยากจะระงับ พยายามจะบิดแขนให้หลุดออกจากมือหนาของไอ้ไฮค์ให้ได้

“ทำไมกูจะว่าน้องมึงไม่ได้.....สงสัยมึงจะยังไม่รู้สินะว่าน้องสาวของมึงนะมันร่าน....”

เพี้ยะ

ผมตบเข้าที่ใบหน้าของไอ้ไฮค์จนใบหน้าหล่อ ๆ ของมันหันไปอีกทางตามแรงตบของผม ผมไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกแล้ว ผมทนไม่ได้จริง ๆ ที่จะให้คนชั่วอย่างไอ้ไฮค์มากล่าวหาเบลล่าแบบนี้ ทำไมผมจะไม่รู้ว่าน้องสาวของผมเป็นคนยังไง

“กูบอกแล้วใช่ไหมว่าจะว่าอะไรกูยังไงก็ได้แต่อย่ามาว่าน้องสาวของกู คนที่ทำเรื่องเลว ๆ เอาไว้กับน้องสาวกู อย่างมึงไม่มีสิทธิที่จะเอ่ยถึงชื่อของเบลล่าด้วยซ้ำ” ผมด่ากราดไอ้ไฮค์อย่างไม่เกร็งกลัว ลืมทุกแผนการต่าง ๆ ที่วางเอาไว้จนหมดสิ้น

“หึ....ในที่สุดมึงก็ยอมรับแล้วสินะว่ามึงรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องสาวของมึงแล้วนะ” ไอ้ไฮค์หันใบหน้าของมันกลับมามองผมก่อนที่จะแสยะยิ้มสะใจบ้างอย่างออกมา

“หมายว่ายังไง” ผมถามไอ้ไฮค์เสียงแข็ง

“มึงคิดว่ากูโง่นักรึยังไง หือ....ไอ้แอล” ไอ้ไฮค์ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาหาผมอย่างช้า ต่างจากตัวของผมที่เป็นฝ่าถอยเท้าหนีมันไปเลื่อย ๆ เพื่อเว้นระยะห่าง

“มึงนี่ไม่เนียนเอาซะเลยนะไอ้แอล คิดจะมาล้างแค้นกูแทนน้องสาวของมึง น่าเสียดายนะถ้ามึงสามารถเก็บอารมณ์ของมึงได้มากกว่านี้อีกสักนิดกูก็จะเชื่อมึงอย่างสนิทใจแล้วเชียวว่ามึงไม่รู้เรื่องอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดกับน้องสาวของมึง”

ผมนิ่งอึ้งไปในทันทีที่ได้ยินสิ่งที่ไอ้ไฮค์พูดออกมา หรือว่าที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไอ้ไฮค์มันจงใจยั่วยุทำให้ผมโกรธและเผลอพูดอะไรบ้างอย่างออกมาจนมันจับได้อย่างนั้นเหรอ

“........”

“ไง...ถึงกลับพูดไม่ออกเลยอย่างนั้นเหรอ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วก็จะพูดอะไรดี ๆ ให้มึงรู้เอาไว้เลยนะไอ้แอล ว่าแท้ที่จริงแล้วน้องสาวของมึงมันไม่ได้ใสซื่ออย่างที่มึงคิดหรอกนะ ที่มึงด่ากูว่าชั่ว แต่มึงรู้ไมว่าน้องสาวที่มึงบูชาอย่างกับนางฟ้านั้นชั่วยิ่งกว่ากูหลายเท่านัก”

“ไม่จริง...มึงโกหก....มึงชั่วคนเดียวยังไม่พออีกรึยังไง ยังจะมาลากน้องสาวกูให้ตกนรกกับมึงด้วยอย่างนั้นเหรอ” ผมเถียงไอ้ไฮค์อย่างเกรี้ยวกราด ผมไม่มีวันเชื่อในสิ่งที่ไอ้ไฮค์มันบอกผมเป็นอันขาด

“มึงจะเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เรื่องของมึง แต่ว่ามึงจะเอายังไงดีต่อละถูกกูจับได้แบบนี้ แล้วแผนการที่มึงวางเอาไว้จะทำยังไงต่อดีละ อุส่ายอมทนนอนกับกูตั้งหลายครั้งเลยไม่ใช่หรือไง ยังยอมแพ้ตรงนี้ หรือยังจะดึงดันจะล้างแค้นกูต่อไปดีละ” ไอ้ไฮค์ถามผมด้วยน้ำเสียงยั่วยุ ผมกัดฟันแน่นอย่างคับแค้น ไม่คิดเลยว่าผมจะเป็นฝ่ายพลาดพลั้งซะเองแบบนี้

“จะทำอะไรนะ...ปล่อยกูนะ !!!!”  ผมสะดุ้งตกใจร้องโวยวายเสียงดังเมื่อไอ้ไฮค์พุ่งเข้ามาอุ้มผมขึ้นพาดบ่าของมันก่อนที่จะเปิดประตูออกไปด้านนอก

ผมพยายามดิ้นขลุกขลักทั้งทุบทั้งข่วนไอ้ไฮค์แต่มันกลับไปสะทกสะท้านเลยสักนิด ซ้ำร้ายผมยังได้ยินเสียงหัวเราะเยือกเย็นจากมัน ความกลัวแล่นพุ่งเข้ามาหาผมทันที ผมพยายามตั้งสติก่อนที่ลิฟท์จะลงมาถึงชั้นใต้ดินที่เป็นที่จอดรถน่าจะมียามค่อยเดินตรวจอยู่แน่ ๆ

ผมพยายามมองหายามไปเลื่อย ๆ และแล้วผมก็เห็นเป้าหมายที่กำลังเดินมาตรวจดูแลความเรียบร้อยอย่างที่คิดเอาไว้จริง ๆ

“ช่วยด้วยครับลุงยาม !!  ไอ้บ้านี้มันกำลังจะลักพาตัวผมไปฆ่าทิ้ง ช่วยผมด้วย......” ผมออกแรงดิ้นรนมาขึ้นจนร่างสูงของไอ้ไฮค์เซไปมาตามแรงดิ้นของผม

เมื่อยามได้ยินเสียงร้องตะโกนของความช่วยเหลือจากผมก็รีบวิ่งมาทางนี้ทันที

“หยุดอยู่ตรงนั้นนะไม่อย่างนั้นผมจะ....อ้าวคุณไฮค์เองเหรอครับ มีอะไรกันรึเปล่าครับ” ยามมีท่าทางตกใจไม่น้อยที่เห็นไอ้ไฮค์ ก่อนที่จะถามไอ้ไฮค์ด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“ไม่มีอะไร....กลับไปทำงานต่อเถอะ” ไอ้ไฮค์บอกยามคนนั้นเสียงเรียบ

“เดี๋ยวครับ !! นี่ช่วยผมก่อนสิ ปล่อยสิวะ” ผมร้องตะโกนดิ้นพล่าน ๆ เหมือนปลาขาดน้ำอยู่บนบ่าของไอ้ไฮค์

“หยุดดิ้นสักทีได้ไมวะ หยุกหยิกอยู่ได้กูรำคาน”

พูดจบไอ้ไฮค์ก็ตีก้นผมไปหลายทีเพื่อที่จะทำให้ผมหยุดดิ้น แต่มีเหรอผมจะยอม

เป็นไงเป็นกันละวะวันนี้ ในเมื่อแผนผมล้มแล้ว....ก็ไม่จำเป็นจะต้องสวมหน้ากากโง่ ๆ นั้นอีก ทำมันซึ่งหน้าไปเลยเนี่ยแหละ

“มึงก็ปล่อยกูสิวะ จะพากูไปไหนเนี่ย.....”

“ลักพาตัว”

คำพูดสั้น ๆ แต่ตรงความหมายของไอ้ไฮค์ทำให้ผมสตั้นไป 10 วิ

ตุบ

โอ๊ย !!!

ผมถูกไอ้ไฮค์วางกระแทกลงบนเบาะรถอย่างแรงและเพราะผมไม่ทันระวังหัวของผมก็เลยไปโขกเข้ากับขอบประตูรถจนมึนหัวไปหมดแล้ว

“นั่งนิ่ง ๆ ตรงนี้ซะ ถ้ามึงก้าวออกจากรถของกูอย่าหาว่ากูไม่เตือนนะ” มันชี้นิ้วขู่ผมเสียงเหี้ยม

“.......”

เมื่อมันเห็นว่าผมเงียบมันก็เดินอ้อมไปยังฝั่งที่นั่งคนขับ แต่ทำไมผมจะต้องทำตามที่มันสั่งด้วยมันไม่ใช่พ่อผมสักหน่อย ถึงแม้ว่าจะกลัวคำขู่ของมันแต่ทิฐิที่มีต่อตัวไอ้ไฮค์มันมีมากกว่า ผมไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้มันมาออกคำสั่งได้ง่าย ๆ หรอก

ผมรอจังหวะให้ไอ้ไฮค์เดินออกมาจนถึงอีกฝั่งหนึ่งของรถก่อนที่จะเปิดประตูรถของมันออกและออกตัววิ่งเต็มความเร็วมุ่งตรงไปยังทางออกทันที เพราะถ้าผมวิ่งกลับขึ้นไปไม่ช้าคงถูกไอ้ไฮค์ตามจับตัวไว้ได้แน่ ๆ เพราะฉะนั้นผมเลยเรียกที่จะวิ่งออกมาด้านนอกที่มีคนอยู่พุ่งพล่านยังดีซะกว่า

ผมวิ่งมาจนเกือบจะถึงทางออกแล้วแต่ก็ต้องกลับหันกลับไปเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์จากรถยนต์ดังมาจากทางด้านหลังของผม

บรืน........

อ่ะ !!!!

รถคันนั้นพุ่งมาที่ผมด้วยความเร็วสูง ขาทั้งสองข้างหมดแรงเอาซะดื้อ ๆ ผมตกใจมากจนล้มหงายหลังก้นกระแทกพื้นอย่างแรงจนจุกไปหมด แต่นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะสนใจความเจ็บก้น เพราะตอนนี้ผมกำลังจะถูกรถยนต์คันนั้นทับอยู่แล้ว ผมพยายามยันตัวลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มลงไปอีก

เอี้ยด ด ด ด ด

ผมหลับตาแน่นเกร็งร่างกายเอาไว้ทั้งร่างเตรียมรับแรงปะทะ ที่อีกไม่กี่วินาทีก็จะพุ่งเข้าชนกับร่างของผม แต่เวลาผ่านไปนานพอสมควรและผมก็ยังไม่รู้สึกถึงแรงปะทะใด ๆ เลย ที่รับรู้ได้ก็มีแค่ไอร้อนจากเครื่องยนต์เท่านั้น ผมค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อใบหน้าของผมอยู่ห่างจากกันชนรถเพียงแค่ 4 มิลเท่านั้น ผมค่อย ๆ ผมลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ตัวเองไม่ถูกรถชนตายไปซะก่อน

“ฮึ....สีหน้าตอนที่มึงตกใจสุดขีดมันก็เร้าอารมณ์ไปอีกแบบนะ” น้ำเสียงเย้ยหยันของไอ้ไฮค์ทำให้สติของผมวิ่งกลับมาจนครบในที่สุด

“......ไอ้ชั่ว” ผมพยายามเค้นคำพูดออกมาด่ามันอย่างยากลำบาก และหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุดยันตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับไอ้ไฮค์อย่างโกรธแค้น ไอ้ไฮค์มันจงใจแกล้งขับรถชนผมคนที่คิดอะไรชั่ว ๆ แบบนี้ก็มีแค่มันเท่านั้นแหละ

“ขอบคุณที่ชม......กูเตือนมึงแล้วนะว่าอย่าคิดหนี” พูดจบไอ้ไฮค์ก็กระชากร่างของผมให้เดินตามมันไปที่รถ ผมพยายามขัดขื่นแต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของไอ้ไฮค์ได้

“ทำบ้าอะไร หยุดนะ.... ไอ้ไฮค์ ปล่อยกูนะ !!! ช่วยด้วย.....”

มันจับผมขัดเข้าไปในรถของมันอีกครั้งและถอดเข็มขัดกางเกงของผมออก และจับแขนทั้งสองข้างของผมไพล่หลังก่อนที่จะลงมือใช้เข็มขัดนั้นหมัดแขนทั้งสองของเอาไว้อย่างแน่นหนา แต่มันยังไม่หยุดลงแค่นั้น หลังจากที่มันจัดการหมัดแขนของผมเรียบร้อยแล้ว มันก็ถอดกางเกงของผมออกให้เหลือเพียงแค่บ๊อกเซอร์สีดำของผมเท่านั้นก่อนที่มันจะโยนกางเกงของผมทิ้งลงข้างทางอย่างไม่ใยดี หลังจากที่มันจัดการทิ้งกางเกงของผมเรียบร้อยมันก็หันมาฉีกเสื้อผ้าของผมจนขาดออกจากกัน เผยให้เห็นร่องรอยที่ไอ้ไฮค์มันทิ้งเอาไว้เมื่อคืนอย่างชัดเจน มันแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นผลงานที่มันฝากเอาไว้บนร่างกายของผม

“ทีนี่กูจะไม่ห้ามให้มึงหนีกูอีกแล้วละ เอาสิถ้ามึงอย่างหนีไปทั้ง ๆ ที่สภาพของมึงเหมือนพึ่งจะโดนข่มขื่นมาแบบนี้กูก็ไม่ว่าอะไรมึงหรอกนะ” ไอ้ไฮค์หัวเราะอย่างสนุกสนาน ก่อนที่มันจะเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดีเดินอ้อมไปทางฝั่งคนขับอีกครั้งโดยที่มันไม่ได้ปิดประตูทางฝั่งผมด้วยซ้ำ ผมกัดฟันแน่นน้ำตาซึมรู้สึกเจ็บใจที่ผมไม่สามารถตอบโต้อะไรมันได้เลย

“ทำไมถึงไม่หนีละ อุส่าเปิดประตูทิ้งไว้ให้ โอกาสดี ๆ แบบนี้มันไม่ได้มีบ่อยหรอกนะ”

“ถุย.....ขี้ขลาดเหลือเกินนะไอ้ไฮค์ มึงคิดว่าทำแค่นี้จะสามารถหยุดกูได้อย่างนั้นเหรอ หึ มึงคิดผิดแล้ว ดีถ้ามีอยากกักพาตัวกูนักก็เชิญเลย แต่มึงจำเอาไว้นะว่ากูจะล้างแค้นมึงให้เจ็บปวดและทรมานยิ่งกว่าที่ครอบครัวของกูเจอเป็นพันเท่า” ผมถุยน้ำลายใส่หน้าไอ้ไฮค์เพื่อที่จะระบายความโกรธที่มันเดือดพล่านอยู่ภายในกระแสเลือดของผม

ไอ้ไฮค์ปาดน้ำลายของผมออกจากใบหน้าของมัน แววตาของมันฉายแววโหดเหี้ยมจนผมรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวของไอ้ไฮค์กำลังเข้าสู่สภาวะเยือกแข็ง มันเอื้อมมือมากระชากเส้นผมบนหัวของผมอย่างแรงจนใบหน้าของผมเชิดขึ้นสูง ความรู้สึกเจ็บที่หนังหัวยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บที่อยู่ในใจของผมเลย

“ก็ดี !? กูจะรอดูสิว่าน้ำหน้าอย่างมึงจะทำอะไรกูได้ มึงไม่จำเป็นต้องรอบแทงข้างหลังกูอีกแล้ว เพราะกูจะกางแขนยืนรอให้มึงมาแก้แค้นกูได้ตามสบายเลย มาดูสิว่าระหว่างมึงกับกูใครกันแน่ที่จะกระอักตายเพราะความแค้นก่อนกัน”

พอไอ้ไฮค์พูดจบมันก็ปล่อยมือออกจากหัวของผมและเอื้อมมือไปปิดประตูรถทางฝั่งของผม ก่อนที่จะออกรถไปด้วยความเร็วสูงทันที

ตอนแรกผมคิดว่าไอ้ไฮค์มันจะพาผมไปขังไว้ที่ป่าหรือไม่ก็ที่ที่มันห่างไกลจากตัวเมืองเหมือนอย่างที่พวกผู้ร้ายชอบทำ แต่มันกลับกันไอ้ไฮค์พาผมมาที่คอนโดหรูใจกลางเมืองหลวงที่มีผู้คนพลุ่งพล่าน ต่างจากคอนโดของผมที่ตั้งอยู่ชานเมืองที่แสนเงียบสงบ

ยังไม่ทันที่ผมจะมองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจเส้นทางและโดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัวไอ้ไฮค์ก็ดันร่างของผมให้ไปเบียดชิดกับประตูรถ และมันก็ปลดเข็มขัดที่มัดผมเอาไว้ออกจากแขนของผม ทันทีที่รถจอด

“หวังว่าข้อเสนอที่กูบอกมึงไปเมื่อกี้จะดีพอที่จะทำให้มึงเดินตามกูขึ้นไปดี ๆ โดยที่กูไม่จำเป็นต้องใช่กำลังอะไรหรอกนะ” ไอ้ไฮค์บอกผมเสียงเรียบก่อนที่มันจะเปิดประตูรถและเดินนำหน้าผมไปก่อนทันที

ส่วนตัวผมก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมในสมองของผมตอนนี้กำลังประเมินสถานการณ์ที่ผมกำลังเจออยู่ตอนนี้อย่างระเอียด แต่เมื่อมันมาถึงขั้นนี้แล้วไหน ๆ แผนการที่ผมวางเอาไว้มันก็พังไปจนเกือบหมดแล้วมันก็ไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อไอ้ไฮค์มันท้าทายผมขนาดนี้มีหรือที่ผมจะไม่สนองให้มัน

ผมก้าวเดินออกจารถของไอ้ไฮค์และเดินตามหลังมันอย่างจำใจยอมรับ โชคยังดีที่ไอ้ไฮค์มันเลือกทางเดินที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมา ไม่อย่างนั้นผมก็คงต้องทนความอับอายจากสายตาของผู้คนที่มองสภาพของผมที่เหมือนกับคนพึ่งโดนข่มขื่นมาตลอดระยะทางที่เดินผ่านแน่นอน

“อย่าได้คิดว่าไพ่ที่มึงถืออยู่ตอนนี้จะทำให้มึงชนะกูได้นะไอ้ไฮค์ เพราะกูยังเหลือไพ่ตายที่จะทำให้มึงกระอักเลือดตายสมพรปากมึงได้แน่ ๆ”






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #29 Little IU (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 11:59
    คู่นี้อยู่ด้วยกันทีไรต้องตีกันทุกทีอท้ที่จริงแล้วคนหนึ่งมาโซคนนึงซาดิสต์เปล่าเนี่ย
    ไฮค์ทำแอลเบาๆหน่อยสิ ช้ำหมดแล้วเนี่ยยิ่งบอบบางตัวเล็กอยู่ด้วย
    #29
    0