:::People Sins::: นิยามรัก....ฉบับคนบาป [Yaoi]

ตอนที่ 11 : :::ตอนที่ 10::: แผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ธ.ค. 56



::: ตอนที่ 10 ::: แผนการ
-
-
by อเมทิสต์_AT


 

 

หลังจากที่ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่าข้าวของที่ผมซื้อมามันยังคงนอนนิ่งอยู่ในรถ ผมมองหาไอ้ไฮค์ที่น่าจะอยู่ภายในห้องนั่งเล่นแต่ก็ไม่เจอตัว

“พี่ไฮค์ครับ”

“............”

เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาจากเจ้าของชื่อ ผมก็เดินไปที่ระเบียงและเดินหาส่วนอื่น ๆ ภายในห้องของผมแต่ก็ไม่เจอแม้แต่เงาของไอ้ไฮค์

หายไปไหนของมันวะ........

ผมเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ภายในห้องนั่งเล่นเนื่องจากไม่รู้ว่าไอ้ไฮค์มันหายไปไหน ทั้ง ๆ ที่มันพึ่งจะบอกให้ผมไปอยู่กับมันแต่ตัวมันเองกลับหายหัวไปซะดื้อ ๆ แบบนี้ จะล้อเล่นก็ให้มันมีขีดจำกัดกันบ้างสิวะ......

RRRRRR

เสียงโทรศัพท์มือถือของผมแผดเสียงร้องทำร้ายความเงียบลง ผมเดินไปหยิบมันขึ้นมาดูว่าใครโทรมาตอนดึกดื่นแบบนี้ แต่ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของผมทำให้มือที่จับโทรศัพท์อยู่นั้นสั่นเทาจนยากที่จะควบคุมได้ น้ำใส ๆ ค่อย ๆ ไหลออกมาจากตาของผมและหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์....

เบลล่า.......

ไม่มีทางที่เบลล่าจะสามารถโทรมาหาผมได้ก็ในเมื่อตอนนี้น้องสาวของผมเธอยู่ที่นิวซีแลนด์ ขนาดลุกขึ้นเดินด้วยตัวเองยังไม่สามารถทำได้เลย แล้วเบลล่าจะสามารถโทรมาหาผมได้ยังไง

ต้องมีใครเล่นตลกกับผมแน่ ๆ

ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนที่จะปาดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลวก ๆ และกดรับสายทันที

“ฮัลโหล” ผมพยายามปรับเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่สามารถสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่อยู่ในลำคอของผมได้อยู่ดี

“.......”

ไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลยจากปรายสาย ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าคนที่ใช้เบอร์นี้โทรมาหาผมต้องไม่ใช่เบลล่าอย่างแน่นอน

“ทำไมโทรมาซะดึกดื่นแบบนี้ละ มีอะไรหรือเปล่า” ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและพูดคุยเหมือนปกติ

“โทษทีวะ ที่กูโทรมาตอนดึก กูแค่จะโทรมาบอกมึงว่าโทรศัพท์ของน้องมึงอยู่ที่คอนโดของกู แค่นั้นเอง” น้ำเสียงทุ้มเรียบตอบกลับมา

มือที่กำโทรศัพท์เอาไว้ของผมบีบโทรศัพท์เอาไว้จนแน่น ร่างกายสั่นเครือเพราะความโกรธที่แล่นพล่านขึ้นมาเกินที่จะควบคุม ทำไมผมจะจำน้ำเสียงเสียดแทงที่ฟังแล้วคลื่นไส้แบบนี้ของไอ้ไฮค์มันไม่ได้ละ

“แล้วมันทำไมหรือครับ.....มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมสักหน่อย หรือว่า....พี่ไฮค์ต้องการจะบอกผมว่า พี่ยังรักเบลล่าอยู่ก็เลยยังเก็บของของเธอเอาไว้อยู่อย่างนั้นเหรอครับ” น้ำเสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อยในช่วงท้าย

“มึงคิดแบบนั้นจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ” มันถามผมกลับด้วยน้ำเสียงเฉยชา

“แล้วจะให้ผมคิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไงละครับ ทั้ง ๆ ที่พี่พึ่งจะนอนกับผมแต่ก็กลับไปโดยไม่บอกอะไรผมเลยสักคำ แล้วยังโทรมาบอกเรื่องโทรศัพท์ของเบลล่าอีก เป็นแบบนี้แล้วจะให้ผมคิดยังไงละครับ ที่พี่ไฮค์บอกว่าจะให้ผมไปอยู่ด้วยกับพี่ ก็คงจะเป็นเรื่องโกหกใช่ไหมละครับ” ผมพูดตัดพ้อไอ้ไฮค์ว่าผมน้อยใจกับสิ่งที่มันทำอยู่มากแค่ไหน

“มึงจะพูดหรือจะคิดอะไรยังไงมันก็เป็นเรื่องของมึง แต่เรื่องที่กูบอกให้มึงมาอยู่กับกูนั้นนะเรื่องจริง แล้วที่โทรมาเนี่ยก็แค่จะบอกให้มึงเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าข้าวของของมึงซะก็แค่นั้น”

“พี่ไฮค์จะให้ผมไปอยู่ด้วยจริง ๆ อย่างนั้นเหรอครับ” ผมถามย้ำมันอีกครั้งด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

“เออ”

“ดีใจจัง....ถ้าอย่างนั้นผมจะเก็บของรอนะครับ” ผมบอกมันเสียงหวานพลางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ผมได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอจากปลายสายและมันก็กดวางสายไป

หลังจากที่ไอ้ไฮค์มันวางสายไปใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของผมก็หายไปเช่นกัน เหลือไว้เพียงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคับแคบใจที่มันคลั่งอยู่ภายในดวงตาของผมรอวันที่มันจะได้ปลดปล่อยออกมาเท่านั้น

ผมรู้ว่าทำไมไอ้ไฮค์มันถึงเลือกที่จะใช้เบอร์โทรของเบลล่าโทรมาหาผมแทนที่จะใช้เบอร์ของมันเอง เพราะมันต้องการพิสูจน์ว่าผมไม่รู้เรื่องที่มันทำชั่วเอาไว้กับเบลล่านั้นจริงอย่างผมได้บอกมันไปหรือเปล่า มันจงใจโทรมายั่วยุผมเพื่อให้ผมตกหลุมพรางของมัน แต่ฝันไปเถอะผมไม่มีวันยอมพลาดท่าให้มันง่าย ๆ แน่นอน

นับจากนี้ไปผมคงต้องระวังตัวมากขึ้น การที่ผมได้ไปอยู่ด้วยกันกับไอ้ไฮค์มันจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผมเข้าใกล้ชิดมันและทำให้ไอ้ไฮค์รักผมให้ได้ก็จริง แต่ในทางกลับกันมันก็มีความเสี่ยงตรงที่ว่าไอ้ไฮค์มันยังคงสงสัยเรื่องของเบลล่าอยู่ไม่น้อย และผมก็คิดว่ามันยังคงจ้องจับผิดผมแบบนี้ไปเลื่อย ๆ ถ้าหากว่าผมผลีผลามทำอะไรลงไปเรื่องมันคงจบไม่สวยแน่ ๆ ผมคิดไม่ถึงเลยว่าไอ้ไฮค์มันจะสงสัยในตัวของผมเร็วขนาดนี้ จนถึงขนาดที่มันไปสืบเรื่องของผมมาเลยทีเดียว

ผมคงพลาดเองที่คิดไปไม่ถึงเรื่องที่ว่าเบลล่าอาจจะพูดถึงเรื่องของผมให้ไอ้ไฮค์มันฟัง หรือมันอาจจะเห็นรูปของผมในโทรศัพท์ของเบลล่าผ่านตามาบ้าง เพราะฉะนั้นแผนที่เคยวางเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็คงจะต้องปรับเปลี่ยนไปอีกนิดหน่อยเพื่อที่ทำให้มันแนบเนียนมากขึ้น

“เวรละ.....ของสดที่ซื้อมายังอยู่ในรถอยู่เลยนี่หว่า”

ผมขยี้หัวตัวเองแรง ๆ ระบายความหงุดหงิด ก่อนที่ค่อย ๆ เดินกลับลงไปที่โรงรถ

ทันทีที่เปิดประตูรถเข้าไปผมก็ต้องรีบยกนิ้วขึ้นมาบีบจมูกเอาไว้เมื่อสารพัดกลิ่นของสดที่มันเริ่มเน่าแล้วมันปะทะเข้ามาพร้อม ๆ กันจนจำแนกไม่ได้แล้วว่ามันคือกลิ่นของอะไรกันแน่ ผมรีบคว้าถุงใสพวกของสดที่ตอนนี้น่าจะกลายเป็นของเน่าไปแล้วออกมาจากรถและเอาไปทิ้งที่ถังขยะทั้งหมดทันที

ของที่ซื้อมาก็เสียหมดแล้วสงสัยข้าวเช้าคงต้องโทรสั่งอาหารมากินแก้ขัดไปก่อนซะแล้ว......

ผมเดินกลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้งก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างพร้อมกับร่างกายที่อ่อนล้าจนไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้มากกว่านี้อ่ะแล้ว

“เบลล่า....” ผมพึมพำชื่อของน้องสาวออกมาแผ่วเบาก่อนที่จะเผลอหลับไปพร้อม ๆ กับน้ำตาที่ไหลริน

-

-

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมคิดว่าไม่อยากจะตื่นขึ้นรับแสงแดดยามเช้าเลยสักนิด ไม่ใช่สิ....ไม่อยากให้มีวันพรุ่งนี้เลยต่างหาก แค่คิดว่าผมจะต้องย้ายไปอยู่กับไอ้ไฮค์โลกทั้งใบของผมมันดำมืดไปหมดแล้ว ถึงแม้จะปลอบใจตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นโอกาสที่ผมจะได้เอาคืนมันง่ายขึ้นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำแต่มันก็ไม่ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ผมเดินไปหยิบยาขวดคลายเครียดมาวางใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระเป็นอย่างสุดท้าย แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะโทรรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมให้ไอ้คีย์ฟัง

“.............”

“........”

หลังจากที่ผมเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ไอ้คีย์ฟังมันก็เอาแต่เงียบอย่างเดียวไม่พูดอะไรอีก จนผมเริ่มจะรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแปลก ๆ

“เงียบ ?”

“ก็....กูไม่รู้จะพูดยังไงดีนี่หว่า แบบว่า....กูรู้สึกสังหารใจไม่ดียังไงไม่รู้”

“วางใจเถอะ.....กูจะระวังตัวให้มาก”

“เออ แต่กูก็ยังไม่วางใจอยู่ดี ไม่รู้ว่ากูคิดไปเองไม แต่ว่า....กูคิดว่าไอ้ไฮค์มันอาจจะรู้เรื่องแผนการของมึงแล้วอะไรประมาณนี้แหละ” น้ำเสียงของไอ้คีย์ดูวิตกมาก ๆ จนผมเริ่มจะรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

“กูว่าคงไม่ใช่แบบนั้นหรอก เพราะถ้ามันกูว่าตอนนี้กูคงไม่ได้มาคุยโทรศัพท์กับมึงอยู่ตอนนี้หรอก ปานนี้คงกลายเป็นศพหมกอยู่ในส้วมแล้วเหอะ”

“ไอ้บ้า !!....อย่าพูดเรื่องตายอีกนะมึง กูยิ่งรู้สึกไม่ดีอยู่ด้วย เอาเป็นว่ากูจะส่งลูกน้องของกูให้ไปติดตามดูแลมึงอยู่ห่าง ๆ ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นก็จะได้ช่วยมึงไว้ได้ทัน.....ไม่ดีกว่า....เดียวกูไปหามึงที่คอนโดก็แล้วกันกูมีของจะให้มึงพกติดตัวเอาไว้”

“ไอ้คีย์.....สัดตัดสายกูทิ้งเฉยเลย” ผมสบถด่าไอ้คีย์ก่อนที่จะลุกขึ้นเดินไปเปิดคอมพิวเตอร์และออนไลน์ Skype ที่ไม่ได้เข้ามาเล่นซะนาน

ผมกดสไกป์โทรหาคุณพ่อที่ตอนนี้ยังออนไลน์อยู่ทันที

“ว่าไงไอ้ลูกชาย เงียบหายไม่ติดต่อมาเลยนะ” คุณพ่อยิ้มกว้างทักทายผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนราวกับแสงอาทิตย์ที่อบอุ่น

“ขอโทษนะครับ พอดีว่าเที่ยวเล่นเพลินไปหน่อย.....คุณพ่อ คุณแม่ เบลล่าสบายดีไมครับ”

“สบายดี ที่นิวซีแลนด์อากาศดีมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอากาศเย็นนิด ๆ ก็เถอะ” คุณพ่อพูดกับผมแล้วจิบกาแฟพลาง ๆ ไปด้วย ผมได้ยินเสียงกุกกักข้าง ๆ คุณพ่อก่อนที่จะปรากฏร่างของหญิงสาวร่างกายซูบผอมในชุดสีขาวกำลังก้าวเดินอย่างช้า ๆ พร้อมกับคุณแม่ที่ส่งยิ้มใจดีมาให้ผม คุณพ่อขยับที่เพื่อให้อีกสองคนได้เข้ามาอยู่ในมุมกล้องด้วยกัน

“เบลล่า....เดินได้แล้วเหรอครับ” ผมถามเสียงสั่นขอบตาร้อนผะผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

“จ้ะ เดินได้แล้วแถมยังยิ้มได้บ้างแล้วนะลูก” คุณบอกผมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ คุณพ่อเอื้อมมือไปโอบไหล่ภรรยาเบา ๆ ผมยิ้มกว้างรู้สึกยินดีมาก ๆ มาข่าวนี้

“จริงเหรอครับดีใจจัง.....สงสัยที่นิวซีแลนด์อากาศคงดีมากจริง ๆ ผมชักอยากไปเที่ยวที่นั้นซะแล้วละสิ” ผมแกล้งพูดติดตลกนิด ๆ แต่แท้ที่จริงในหัวใจของผมกำลังกลั่นหนองของความแค้นอยู่จนไม่สามารถไปจากที่นี่ได้อยากที่ปากพูดออกไปได้เลย

“ก็มาสิลูก....เราจะได้เที่ยวกันทั้งครอบครัวเลยไง นี่แม่ก็ว่าจะพาเบลล่าออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอกอยู่พอดี แอลอยากได้ของฝากอะไรบ้างไมลูก เดียวแม่จะรีบส่งด่วนไปให้ลูกเลย” คุณแม่ถาม ผมส่ายหน้าเบา ๆ ไปมาก่อนที่มองไปยังใบหน้าของเบลล่าที่ตอนนี้สีหน้าของเธอดูดีกว่าก่อนหน้านั้นก็จริง แต่แววตาของเธอก็ยังคงดูไร้อารมณ์ใด ๆ อยู่ดี ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในใจของผมทันทีที่มองใบหน้านั้นของเธอ

ถึงแม้ว่าผมจะอ้างเหตุของการแก้แค้นมาขัดแย้งกับความจริงยังไงแต่ผมก็หนีคำคำนี้ไม่พ้นอยู่ดี

ผมมีอะไรกับแฟนของน้องสาวตัวเอง......ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่อดีตหรือไอ้ไฮค์มันจะชั่วยังไงไม่ว่าจะสรรหาเหตุผลอะไรมาหักล้างมันก็ยังทำให้ผมรู้สึกแย่ขึ้นมาทุกครั้งอยู่ดี

“พะ....พะ.....พี่.....อะ.....อึก.....แอล.....พี่แอล” แม้ว่าเสียงที่กลั่นออกมามันจะแผ่วเบาแค่ไหน จะติดขัดยังไงแต่ผมก็ได้ยินเสียงเล็กแหบพร่านั้นอย่างชัดเจน สีหน้าและแววตาที่ไร้อารมณ์ของเบลล่าเปลี่ยนไปเป็นเศร้าหมองน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้มของเธอ ผมช็อกกับภาพที่เห็นตรงหน้าราวกูคำสาปให้กลายเป็นก้อนหินไปชั่วขณะ

“คุณค่ะ....เบลล่า...ลูก ฮื่อ....ลูกพูดได้แล้ว คุณค่ะ ฉะ....อึก” ผมได้ยินเสียงของคุณแม่ที่ร้องไห้ออกก่อนที่จะท่านจะโผเข้ากอดลูกสาวของด้วยความยินดี คุณพ่อเอื้อมมือไปจับมือของเบลล่าเอาไว้น้ำตาของท่านที่ผมไม่ได้เห็นมานานค่อยไหลออกมาเช่นกัน

ผมยิ้มยินดีทั้งน้ำตาเพียงไม่นานเสียงร้องไห้ก็เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะร่าแห่งความสุขแทน ซึ่งผมทำได้เพียงมองภาพของครอบครัวผ่านทางกล้องเว็บแคมไม่สามารถสัมผัสหรือเตะต้องไออุ่นอะไรได้เลย

“เบลล่าครับ....พี่ขอโทษ พี่ถอยหลังกลับไม่ได้อีกแล้ว”

ภายในใจของผมร้องตะโกนคำคำนี้ออกมาตลอดระยะว่ามองภาพตรงหน้า ถึงแม้ว่าผมอยากจะยุติความแค้นลงตรงนี้แล้วไปหาครอบครัวที่กำลังรอผมอยู่ที่นิวซีแลนด์มากแค่ไหน

แต่ผมมาไกลเกินกว่าที่จะหันหลังกลับไปเดินบนยังเส้นทางสีขาวไม่ได้อีกแล้ว





 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #177 -CHANANA;- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 16:42
    หืมมมมม จะเช็คตลอดเวเลยช้ะ ทำไมหรออ 
    กลัวแอลจะมีสามีใหม่รึไง ถ้าจะมีก็เอาสามีที่มันดีๆ
    เลิสๆหล่อๆ รวยๆไปเลย เอาให้ลืมคนกลัวที่มันชั่วๆ
    เลวๆไปเลยแอล วะฮ่าฮ่า :D 
    เบลล่าพูดได้แล้วว ดีใจด้วย สู้ๆน่ะเบลล่าเธอต้องหายย  :3
    เหมือนคีย์จะช๊อคเลย อ่าา สงสารจังงง (?) TT^TT
    #177
    0
  2. #27 Little IU (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 11:47
    ไฮค์คิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย แต่จะเอาแอลไปอยู่ด้วยนี่กะจับตามัน 24 ชั่วโมงเลยใช่มั้ยเนี่ย
    อย่าให้ความแค้นบังตามากนะแอล ความจริงถ้าจะถอยมันง่ายนิดเดียว
    แต่มันอยู่ที่เราสามารถปล่อยวางมันได้มั้ยต่างหาก
    สงสารทุกคนที่เป็นเหยื่อให้กับเรื่องนี้โดยเฉพาะแอล
    #27
    0