Otome Girl & Real Otome World

ตอนที่ 41 : ตอนพิเศษทะเลแห่งดวงดาวกลางสะพานสีรุ้งกับคุณอาเซโตะ 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,645
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    13 มี.ค. 60


พาทสองมีความแฟนตาซีสูงมากค่ะ

แถมได้รู้เรื่องของคุณอาเซโตะที่ไม่ได้เผยเท่าไหร่ในเรื่องหลักด้วย

มารู้จักผู้ชายคนนี้เพิ่มขึ้นด้วยกันนะคะ



“อ้าว คุณนักท่องเที่ยวตรงบริเวณนี้ปิดปรับปรุงอยู่เข้าไม่ได้นะคะ”


“ขอโทษครับ ผมไม่เห็นป้ายปิดทางเลยเดินเข้ามา”


เซโตะเอ่ยอย่างสุภาพตอบกลับไป แต่ตอนที่เดินเข้ามาห้องก็เปิดเหมือนปกติ หรือเขาจะลืมสังเกตอะไรไปจริงๆกันแน่ ส่วนมานามิได้ฟังเงียบๆเพราะตอนนี้เธอเป็นเด็กย่อมไม่ควรพูดแทรกผู้ใหญ่อย่างไม่เหมาะสม


“แหม่ต้องขออภัยจริงๆค่ะดูท่าว่าคงจะมีใครเล่นซนเอาป้ายไปซ่อนซะแล้ว”


หญิงสาวในชุดสูทสตรีพูดอย่างรู้สึกผิดจริงๆ เหมือนจะขอโทษแทนคนที่ทำผิดไปในตัว


“อ่า ไม่เป็นไรครับพวกผมเองก็เข้ามาโดยไม่สังเกตให้ดีเองจะรีบออกไปเดียวนี้ล่ะครับ”


“ขอโทษค่า คุณพี่คนสวย”


มานามิและเซโตะกล่าวขอโทษแล้วกำลังจะเดินออกไปแต่หญิงสาวที่ดูเหมือนเป็นพนักงานคนนั้นก็พูดเรียกพวกเขาเอาไว้ก่อน


“ดิฉันชื่ออควานะคะ เป็นพนักงานดูแลเรื่องทั่วไปของที่นี่ค่ะ ถึงจะผิดกฎไปบ้างแต่นานมาแล้วที่ไม่มีใครสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ความเป็นมาพวกนี้อย่างจริงจังเลย สนใจจะฟังกันหน่อยมั้ยคะ?”


เธอพูดยิ้มๆอย่างใจดี แม้เซโตะจะคิดว่าหญิงสาวคนนี้มีอะไรแปลกๆแต่เพราะดูแล้วไม่ได้คิดร้ายกับพวกเขาและหลานสาวดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้มากจึงยอม และเขากับหลานสาวที่ตอนนี้ลงมาเดินด้วยขาตัวเองแล้วก็เดินไปฟังไปรอบๆห้องอีกที ข้อมูลที่คุณอควาพูดให้พวกเขาฟังนั้นมันละเอียดและเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าการอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิคที่ติดอยู่ใกล้ของโชว์เหล่านั้นเสียอีก


และแล้วเธอก็วนมาถึงลูกธนูลูกนั้นอีกครั้ง


“พวกคุณคงเคยได้ยินพวกนักเล่านิทานที่อยู่ตรงโดมด้านหน้าเกาะพูดถึงตำนานคู่รักปลาวาฬและสายน้ำแล้วใช่มั้ยคะ?”


“ปลาวาฬและสายน้ำ???”


มานามิงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง เพราะเมื่อวานที่ฟังน่ะมีแต่เรื่องคู่รักลูกชายหัวหน้าเผ่าและหญิงสาวที่เป็นเทพีปลอมตัวมาเท่านั้น เซโตะเห็นมานามิไม่เข้าใจก็ช่วยอธิบายให้เธอฟังว่ามันเป็นชื่อตัวแทนภาษาพื้นเมืองของทั้งสองคนนั้นนั่นแหละ


“ค่ะ เป็นเรื่องราวของสองคนนั้น


พนักงานสาวนามอควาก้มหน้าซ่อนแววตาเจ็บปวดที่เคลื่อนผ่านไปแวบนึงก่อนจะ ยิ้มอย่างอ่อนโยนไปให้ทั้งคู่ พร้อมเริ่มพูดต่อ


“ว่ากันว่าลูกธนูดอกนี้เป็นลูกธนูเซตเดียวกันกับลูกธนูที่ยิงหญิงสาวคนนั้นน่ะค่ะ”


อควาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มานามิและเซโตะกลับค่อนข้างตกใจกับสิ่งที่เธอเล่าพอสมควร


“ง่า งั้นทำไมของในประวัติศาสตร์ถึงมาอยู่ที่แบบนี้ล่ะคะ???”


มานามิถามอย่างสงสัยสุดๆ ถ้าเป็นประเทศในชาติก่อนของเธอนี่ตอนนี้เจ้าลูกธนูนี่ต้องอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไปแล้ว


“เพราะว่ามันมักจะนำโชคมาให้ผู้คนบนเกาะค่ะ ใครๆที่มีสายเลือดชนเผ่าโตรตูก้า”

[Tortuga (la)=ภาษาสเปนแปลว่าเต่า ชื่อชนเผ่าที่ฆ่าเทพีในร่างมนุษย์ที่ถูกสมมติขึ้นในเรื่อง]


“เอ๋!!!แล้วทำไมไม่ทิ้งไปล่ะคะ???”


มานามิถามออกไปอย่างตรงไปตรงมา ถ้ามีของที่ทำให้เผ่าเกิดเรื่องซวยๆอยู่แบบนี้เป็นเธอรีบจ้างคนเอาไปทิ้งคนละซีกโลกเลยล่ะ ส่วนอความองเด็กน้อยยิ้มๆก่อนจะเฉลยเรื่องที่ทิ้งไปไม่ได้ให้ฟัง


“เพราะทุกครั้ง ไม่ว่าจะครั้งไหนก็ตามเมื่อลูกธนูนี้ไปทิ้งมันก็จะกลับมาที่ที่เดิมที่มันเคยอยู่เสมอค่ะ”


“เอ่องั้นที่เดิมของมันคือตรงนี้เหรอคะ?”


แม้เซโตะจะไม่ได้ทำหน้ารู้สึกว่ากลัวอะไรแต่กับมานามินั้นเธอไม่ค่อยชอบเรื่องสยองๆแบบนี้เท่าไหร่จึงเริ่มมีหน้าซีดลงทุกทีๆ ส่วนอควาไม่ตอบคำถามเธอทำเพียงยิ้มอย่ามีปริศนา และหลังจากความเงียบเพียงเล็กน้อยเธอก็เอ่ยขึ้นมาอีก


“คุณหนูคุณชายรู้มั้ยคะว่าทำไมลูกธนูนี้ยังต้องคำสาปมาจนถึงปัจจุบัน?”


มานามิและเซโตะส่ายหน้าไปมา


“เพราะเทพีองค์นั้นยังไม่ได้พบกับชายคนรักของเธอค่ะ”


!!!


“และถ้าจะถามว่าดิฉันรู้ได้ยังไงก็คงต้องบอกว่าฉันเป็นคนชนเผ่าบ้านใกล้เรือนเคียงกับชนเผ่าแทบนี้ และบรรพบุรุษของพวกเราก็ก็เคยมาช่วยเผ่าโตรตูก้าสร้างสะพานด้วยค่ะ และเพราะเหตุบังเอิญ บรรพบุรุษของฉันเป็นเพื่อนกับลูกชายของหัวหน้าเผ่าคนนั้นทำให้รู้ว่ามีสิ่งสำคัญหายไปและไม่มีใครหามันเจอ


อควายิ้มอย่างจริงใจให้กับทั้งสองคน ทางเซโตะนั้นมองรอยยิ้มของเธอด้วยความรู้สึกเหมือนเริ่มมั่นใจอะไรบางอย่าง ส่วนมานามิขมวดคิ้วเหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง


“ถ้างั้นทำไมถึงหาไม่เจอและไม่ตามหากันต่อล่ะคะ??”


“เพราะเมื่อก่อนเคยหากันแล้วหากันมานานหลายร้อยปีแต่ไม่มีใครเจอ บรรพบุรุษของฉันจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นจอมหลอกล่วงและไม่มีใครสนใจเรื่องนี้จริงๆอีกเลยคุณหนูจะเชื่อฉันมั้ยคะ?”


สีหน้าที่แสดงความจริงใจและแววตาที่ใสกระจ่างของอควาทำให้มานามิเริ่มเชื่อมั่นในคำพูดของเธอ มันเหมือนกับจิตใต้สำนึกบอกเธอว่าต้องเป็นเรื่องจริงแน่นอนเธอจึงพยักหน้าตอบกลับไป อควายิ้มกว้างอย่าสดใสมองตอบก่อนจะก้มหัวให้ทั้งคู่


“ขอบคุณที่ยอมรับฟังนะคะ”


“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องราวสมัยก่อนน่าสนใจมากๆเลย”


มานามิตอบกลับอย่างอ่อนน้อม เซโตะได้แต่มองหลานสาวเงียบๆ ตอนนี้หลานของเขาทำอะไรไม่เหมือนเด็กทั่วไปอีกแล้ว


“นี่ก็เริ่มจะเย็นแล้วยังไงพวกคุณลองไปตามหาดูมั้ยคะ? บางทีถ้าหาเจออาจจะได้รับคำอวยพรดีๆจากเทพีองค์นั้นก้ได้นะคะ”


คำพูดนี้เรียกให้ทั้งคู่ชะงัก มานามิลังเลใจเล็กน้อย ส่วนเซโตะเขาไม่ได้ว่าอะไรแต่ถ้าหลานสาวเขาต้องการเขาก็พร้อมที่จะพาเธอไปหาของที่ว่านี้ด้วย


“ว่าแต่ของที่ว่านี่คืออะไรเหรอคะ???”


มานามิถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น ส่วนอควายิ้มดีใจพร้อมตอบด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด มันชัดมากจนเหมือนจะสลักเข้าไปในจิตวิญญาณของมนุษย์เลยทีเดียว


“สร้อยคู่ไข่มุกสีฟ้าชมพูค่ะ



…..



หลังจากที่สองอาหลานเดินออกจากห้องนี้ไป ข้าวของที่ตั้งโชว์ในห้องนี้พลันหายวับไปกับตาเหลือเพียงแท่นที่วางลูกธนูนั้น ซึ่งมันเต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุมเกาะเต็มไปหมด ห้องที่เคยเป็นที่ศึกษาประวัติศาสตร์เมื่อสักครู่กลายร่างเป็นห้องร้างปิดตายที่ไม่มีใครต้องการ


ส่วนหญิงสาวชุดสูทสตรีที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็กลายร่างไปเป็นสตรีสูงศักดิ์ที่ทั้งเนื้อทั้งตัวเป็นกระแสน้ำไหลวนหมดสิ้นความเป็นมนุษย์ ร่างกายอันงดงามทอดอาลัยไปตามทางที่มานามิและเซโตะเดินออกไป


“คนต่างโลกและผู้ได้รับพรศักสิทธิ์ ข้าขอฝากความหวังไว้กับพวกเจ้าด้วย


จริงๆแล้วเธอคือเทพีอควา(Agua (el) =น้ำ)ราชินีแฟรี่แดนใต้แห่งท้องทะเล ผู้ที่เป็นตำนานเรื่องเล่าบนเกาะแห่งนี้นั้นเอง เป็นเพราะเธอเคยหวังที่จะได้เจอบาเลน่า(Ballena (la)=ปลาวาฬ)คนรักแต่เธอหาวิญญาณเขาไม่เจอเธอพยายามตาหาดวงจิตของเขาในทุกๆที่ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มองเห็นแม้แต่เศษเสี้ยว หลายครั้งที่เธอเกือบตัดใจแล้วคิดว่าคนรักได้ทิ้งเธอไป แต่เธอก็ยังคงอดทนรออย่างไม่ยอมแพ้จนกระทั้งเธอสัมผัสได้ถึงวิญญาณด้วยหนึ่งที่แตกต่างมากกับโลกแห่งนี้และยังมีพลังของผู้ได้รับพรศักดิ์สิทธิ์อีก มันทำให้เธอตัดสินใจขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้ายจากหญิงสาวในร่างเด็กหญิงคนนั้นและชายผู้ได้รับความรักจากผืนป่า


เทพีอควาที่แสนงดงามยกลูกธนูดอกนั้นขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างเศร้าหมองก่อนจะวางมันลงไปที่เดิมและสลายตัวหายไป



………….



มานามิและเซโตะได้รับกระดาษที่เป็นแผนที่ท่องเที่ยวมาจากพนักงานในพิพิธภัณฑ์ที่ชื่ออควาและพวกเขาก็ตัดสินใจไปเที่ยวตามแผนที่นี้พร้อมตามหาของสำคัญในอดีตที่หายไป


เซโตะจึงตัดสินใจโทรบอกพี่ชายว่าอาจจะพามานามิกลับบ้านดึกซักหน่อยถ้าพบสถานที่น่าสนใจแน่นอนว่าเซโตะได้เช็คแพลนของพี่ชายไว้แล้วว่าจะไปไหนก่อนบ้าง เขาจึงจัดแพลนการเที่ยวของตัวเองกับมานามิให้สวนทางกันมากที่สุดแทนแน่นอนว่าไม่ใช่คิดอะไรอกุศลแต่เพราะถ้าแพลนเกิดตรงกันแล้วหลานสาวกับเขาคงจะออกหาของไม่ได้ ซึ่งมานามิเป็นคนขอร้องมาเอง


 หลังจากนั้นเซโตะจึงไปเช่ามอเตอร์ไซค์พลังเวทย์มาขับเอง เพื่อพาหลานสาวไปสถานที่ต่างๆได้ไวขึ้นและยังแวะซื้อกล้องคุณภาพสำหรับติดตั้งกับสร้อยข้อมือเก็บของเวทมนต์มาอีกด้วย แน่นอนเอาไว้ถ่ายภาพหลานสาวไปฝากพี่ชายตามที่ได้รับคำขอมาอีกตามเคย


จริงๆตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าการมาเที่ยวครั้งนี้จะต้องมาเจอเรื่องยุ่งยากแต่ในเมื่อคนขอร้องหลานสาวของเขาไม่ธรรมดาแถมดูก็รู้ว่าจงใจบอกใครเขารู้ตัวตนและในเมื่อหลานสาวของเขาต้องการจะทำเขาจึงไม่ห้าม  ราชินีแฟรี่แต่ละนางช่างเดาใจยากจริงๆ ใช่แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เซโตะได้เจอราชินีแฟรี่


ถ้าจะให้ย้อนความจริงๆ เรื่องมันก็เริ่มจากที่เด็กๆทุกคนที่มีเวทมนต์คือผู้ได้รับพรจากภูติแฟรี่ประจำทิศ ปกติก็เป็นภูติทั่วไปจึงไม่มีใครกล่าวถึงการปลุกพลังตอนอายุ10ปี เพราะพวกเขาไม่ได้มองเห็นภูติพวกนั้น ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่ได้รับพรจากราชินีแฟรี่ที่เป็นเจ้าแห่งภูติโดยตรง เซโตะคือผู้ที่ได้รับคำอวยพรจากราชินีภูติแห่งผืนป่า มันทำให้เขาเข้าใจธรรมชาติและความคิดของสัตว์บางชนิด เมื่อก่อนเขาก็มีดวงตาสีอำพันแต่เพราะตอนอายุ10ขวบได้รับพรจากราชินีแฟรี่สีตาของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นสีเขียวใบไม้อย่างปัจจุบัน (ที่เซโตะบอกไว้ค่ะว่าไม่ได้มีความสามารถทางเวทย์มนเหมือนคนอื่น)


และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการหลอกใช้ประโยชน์กันเองภายในตระกูล(โน้ตเสริม คนที่มีสีตาเดิมมาแต่กำเนิดนั้นไม่ว่าจะสีอะไรคือการถ่ายทอดจากพันธุกรรม เช่นตาสีอเมทิลของยู ตาสีหยกเข้มของโทยะ และสีอำพันของตระกูลสุกาวาระที่มีอยู่แล้วพอรับพลังเวทย์ที่ยังคงสีตาเช่นเดิมคือรับพลังปกติ  ว่ากันว่าสีตาพวกนี้เป็นสีตาจากบรรพบุรุษที่ได้รับคำอวยพรมาจากภูติแฟรี่ซึ่งถูกฝังในDNA---จริงๆในเนื้อเรื่องก็จะมีบอกนะคะ สปอยในเรื่องมีอีก6คนที่ได้รับพรจากราชินีภูติลองทายดูค่ะว่าใครบ้าง)ตัวเขาจึงยอมแสดงเป็นคนไร้พลังที่ทำได้แค่พอจะสื่อสารกับสัตว์ได้อย่างเดียว ยอมกลายเป็นคนไร้ประโยชน์มากกว่าเป็นเครื่องมือหาเงิน


แต่เรื่องนั้นก็ผ่านมานานพอสมควรแล้ว เขาเองก็ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับพวกบ้านั้นอีก สำหรับเซโตะครอบครัวที่แท้จริงที่เขาเหลืออยู่คือพี่ชายทั้งสองและบรรดาลูกหลานของพวกเขา


แม้จะแดดจะเริ่มร่มแต่ก็เริ่มหนาวแล้วเช่นกันเซโตะใส่เสื้อนาโนคริสตัลแขนยาวสีดำที่ปรับอุณหภูมิในผู้ใส่อุ่นสบายให้ตัวตัวเองและหลานสาวก่อนจะพาเธอมาซ้อนที่ด้านหน้าป้องกันการตกและบิดมอเตอร์ไซค์ด้วยพลังเวทย์ของตัวเอง แล่นมันตามท้องถนนไปตามแผนที่ ดวงตาสีเขียวใบไม้สว่างวาบแวบหนึ่งโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เซโตเร่งความเร็วรถที่พอเหมาะเพื่อไม่ให้หลานสาวของเขาได้รับบาดเจ็บจากลมที่ปะทะใบหน้า ดูท่าอย่างน้อยวันนี้เขาเองก็ควรจะเลิกเหม่อลอยได้แล้วล่ะนะ


สถานที่แรกที่มานามิและเซโตะมาถึงคือสะพานสีรุ้ง ที่เป็นสะพานที่ไม่มีเสาเป็นตัวรองรับน้ำหนักแต่ดันโค้งสวยเหมือนสายรุ้งจริงๆแถมยังแข็งแรงคงรูปร่างเดิมมาหลายรอยปีได้ดดยไม่มีรอยแตกร้าว ซึ่งน่าเสียดายที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินทำให้แสงของมันยังส่องประกายไม่ค่อยชัดเจน แต่พื้นทะเลเบื้องล่างก็เริ่มเห็นแสงเรืองๆสีฟ้าสวยขึ้นมาบางแล้ว สะพานสีรุ้งแห่งนี้มีลักษณะใสเหมือนแก้วแต่ข้างในเนื้อแก้วนั้นมีแสงเรืองรองหลากสีเคลื่อนไหวอยู่ ส่องประกายแสงสีสายรุ้งอ่อนโยนไม่แสบตา ซึ่งถ้ายิ่งมืดจะยิ่งเห็นลายสีรุ้งภายในเนื้อเกลือแก้วใสชัดเจน


สะพานนี้กว้างและไกลมาก รถเล็กสามารถผ่านไปมาได้ เซโตะจึงขี่มอเตอร์ขึ้นไปเรื่อยๆ แม้นักท่องเที่ยวจะมากไปซักหน่อยแต่คนขับรถขึ้นมานั้นมีไม่มากเพราะช่วงเย็นใกล้ค่ำแล้วไม่ค่อยมีใครอยากเดินทางไปไกลๆระหว่างเกาะ และถ้าจะไปจริงใช้งานเรือลอยฟ้า เรือสำราญ ไปจะง่ายกว่า


“เราจะเริ่มหาจากตรงไหนก่อนดีคะ?”


มานามิถามคุณอาของเธอเสียงใส จริงๆการล่าของนั้นเธอไม่มั่นใจว่าจะเจอ แต่การทำเหมือนกำลังเล่นเกมหาของโดยมีหนุ่มหล่อขี่รถให้นั้น ผู้ใหญ่ในร่างเด็กอย่างเธอค่อนข้างถูกใจเป็นพิเศษ คุณอาของเธอดูเท่สุดๆผิดกับลุคปกติเลยล่ะ โชคดีที่คุณอาของเธอขับช้าๆอย่างปลอดภัยเธอจึงสามารถคุยกับเขาให้ได้ยินเสียงได้ระดับหนึ่ง


“จุด1/3ของสะพาน?”


เซโตะตอบกลับหลานสาวด้วยประโยคคำถามสั้นๆก่อนจะตั้งใจขี่มอเตอร์ไซค์พลังเวทย์ต่อไป มานามิเห็นดีด้วย และจุดที่ว่านั้นไม่ค่อยไกลเท่าไหร่ เพราะเกาะที่พวกเขาอยู่คือเกาะชาวเผ่าพื้นเมืองโตรตูก้า แต่ถ้าต้องข้ามไปอีกฝั่งเกรงว่าค่อนข้างจะกินเวลาแถมจากคู่มือที่อ่านก่อนมาเที่ยวที่นี่ ตรงสถานที่ที่น่าจะเป็นจุดที่คู่รักหนีตามกันไปนั้นถูกปิดล้อมไว้เป็นลานพิธีทางศาสนาของเกาะยากแก่การเข้าถึง แต่แผนที่ที่ได้รับมาจากพนักงานหญิงที่ชื่ออความันบอกวิธีเข้าทางลับเอาไว้ซะอย่างนั้น


มานามิค่อนข้างจะเชื่อในการเสี่ยงดวงของตัวเองพอสมควร เธอบอกกับอาของเธอว่าสร้อยคู่ชิ้นนั้นต้องอยู่เกาะอีกเกาะ(แน่นอนเพราะเธอหลับจาจิ้มมันแล้ว ซึ่งวิธีนี้ตัวเธอในตอนที่เป็นนีทนั้นใช้กดเลือกซื้อหุ้นจนมือขึ้นมาแล้ว)


และแม้เซโตะจะไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องที่มานามิทำถึงเลือกเกาะนั้นแต่เขาก็เชื่อหลานสาวที่มีท่าทางสนุกสนานไปตลอดทาง เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ทำตัวตามปกติเหมือนแค่มาเที่ยวกันเท่านั้น ถึงคนขอร้องจะเป็นถึงราชินีแฟรี่แต่ตัวราชินีเองก็ยังหามานานหลายปีแล้วยังไม่พบเจอ จู่ๆมาพึงคนอื่นแบบนี้น่าจะเป็นหนทางสุดท้ายของนางแล้ว เพียงแต่ตัวเซโตะเองรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมเธอถึงเลือกเขากับหลานสาวแม้เขาจะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับเลือกให้รับพรจากแฟรี่แต่แค่นั้นมันเพียงพอแล้วหรือ



….



เพราะเซโตะที่ขี่รถเน้นความปลอดภัยกว่าพวกเขาจะมาถึงช่วง1/3ของสะพานก็กินเวลาไปพอสมควรแต่ภาพตอนกลางคืนที่ผืนทะเลเรื่องแสงคล้ายมีดวงดาวอยู่ใต้น้ำที่ได้ดูบนสะพานที่งดงามไม่แพ้กันก็ทำให้รู้สึกใจสงบอย่างประหลาด


เขาเก็บรถมอเตอร์ไซค์พลังเวทย์แล้วจูงมือหลานสาวของตัวเองเดินไปซื้อของตามแผงลอยต่างๆ และไม่ลืมถ่ายรูปของเธอกลับไปฝากพี่ชายและพี่สะใภ้


มานามินึกไม่ถึงเลยว่าร้านบนสะพานแห่งนี้จะมีร้านขายบะหมี่ที่เหมือนกับร้านราเมงอยู่ด้วย มันดูแปลกประหลาดมากๆถ้าเทียบกับร้านอื่นๆที่เป็นของกินประจำถิ่นหรือขายของฝากสารพัดอย่าง มานามิถูกกลิ่นหอมอันเข้มข้นของน้ำซุปชั้นเลิศเหมือนที่เธอเคยกินในสมัยประถมก่อนที่ครอบครัวเธอจะย้ายบ้านเพราะพ่อเปลี่ยนที่ทำงานเล่นงานเข้าอย่างจัง ทั้งๆที่ได้กลิ่นเธอรับรู้ว่าที่นี่เป็นร้านชั้นดีแต่กลับไม่ค่อยมีคนแวะเข้ามาทาน ด้วยความสงสัยเธอจูงคุณอาเข้าไปนั่งที่หน้าร้านด้วยกัน และสิ่งที่เห็นคือ


….เมนูเป็นภาษาญี่ปุ่น?


มานามิอ้าปากค้างกับภาษาที่แปะอยู่ในร้านนี้ มันเป็นไปด้วยภาษาญี่ปุ่นและไม่มีคนเป็นผู้ดูแลร้าน ร้านแห่งนี้ถูกดูแลด้วยหุ่นยนต์หน้าตาแปลกๆที่พูดเป็นเพียงแค่ว่าจะสั่งอะไรดีครับกับทั้งหมดราคา….เซนเต้(สกุลเงินทวีปใต้) ครับเท่านั้น


ถ้าคนกล้าเข้ามากินสิแปลก คุณอาของเธอเองตอนนี้ก็กำลังงงกับเมนูแล้วคิดจะลากเธอออกจากร้านที่ไม่น่าไว้ใจนี้ไป แต่มานามิมีหรือจะยอมพลาดได้เพราะยังไงเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอเลย ใช่แล้วฉันเป็นคนญี่ปุ่นมาก่อนที่จะมาอยู่ในร่างของมานามินะ


โดยที่ไม่ฟังคุณอา มานามิเลือกเมนูที่เธอชอบกันมาสองจานด้วยภาษาญี่ปุ่นทันที


“ทงคัตสึราเมน2ที่ค่า!


ถึงแม้ที่โทรารันจะมีราเมนเหมือนกัน แต่ของที่ใส่ไม่ค่อยเหมือนกัน วิธีการเรียกชื่อก้แตกต่างกัน แถมกลิ่นหอมหวานที่เหมือนมาจากร้านเจ้าดังนั้นในคิวชูนั้นมันทำให้ห้ามใจตัวเองไม่อยู่จริงๆ


“มานามิ หนูอ่านภาษาแปลกๆนี่ออกด้วยเหรอ?”


เซโตะมองหลานสาวของตัวเองอย่างแปลกใจที่จู่ๆเธอก็พูดอะไรแปลกๆแต่เจ้าหุ่นยนต์นั้นกลับพยักหน้าให้เธอและหันหลังไปทำอาหารให้ทันที มานามิเองก็มองคุณอาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ


“ไม่เชิงหรอกค่ะ แค่จู่ๆก็คิดว่ามันต้องอ่านแบบนั้นแล้วลองพูดออกไปกลับถูกซะอย่างนั้น แหะๆ”


เซโตะที่ได้แบบนั้นก็จ้องมองหลานสาวของตัวเองอีกครั้ง ภาษาแปลกๆน่ะไม่ใช่ว่าพูดออกมามั่วๆแล้วจะรู้เรื่องหรอกนะ แต่มันอาจจะเป็นภาษาที่ฝังอยู่ในDNAของเธอก็ได้ แต่เธออาจจะยังไม่รู้ตัว เซโตะได้ให้ขอสรุปตัวเองแบบนั้นแล้วทั้งคู่ก็นั่งกินทงคัตสึราเมนที่ยกมาเสริฟนั้นด้วยกัน


น้ำซุปสีขาวขุนที่ได้จากการต้มกระดูกหมูโดยใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานานนั้น ช่างกลมกล่มเข้มข้นสมกับที่รอคอย พอมานามิชิมเส้นราเมนก็พบว่ามันเหนียวนุ่มให้รสสัมผัสที่พิเศษเกินคำบรรยายนี่คือเส้นราเมนทำมือคุณภาพสูงแน่นอน ใช่เธอจำรสชาติที่อร่อยทั้งเส้นทั้งซุปแบบนี้ได้ มันคือทงคัตสึราเมนชื่อดังของร้านนั้นจริงๆ สีหน้าของเธอนั้นทั้งดีใจและทั้งเครียด


เธอดีใจที่ได้ชิมรสชาติระดับแชมป์เปี้ยนอีกครั้งแต่เครียดเพราะเธอไม่รู้ว่าร้านแบบนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หรือมันจะเป็นBUG? มานามิลองวิเคราะห์ดู ว่าถ้านี่คือโลกที่มีต้นแบบมาจากเกมจริงๆ มันอาจจะมีเรื่องแบบเกมนั้นก็เป็นได้ แต่เพราะเนื้อเรื่องที่ดำเนิ่นในทวีปตะวันออกนั้นไม่เห็นจะมีเรื่องแบบนี้มารบกวน ทำให้เธอไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆ ว่าแต่ไอ้ร้านนี้เป็นบัคจริงๆน่ะหรือ ตัวเธอเองก็ไม่สามารถทดสอบได้ เธอเคยเป็นแต่ผู้เล่น ไม่เคยเป็นผู้ตรวจสอบดังนั้น เธอคิดว่าเธอควรจะมองข้ามเรื่องนี้ไปดีกว่า


เมื่อสองอาหลานทานราเมนกันเสร็จก็เดินรอบๆเพื่อย่อยอาหารกันซักพัก เซโตะตัดสินใจขี่มอเตอร์ไซค์พลังเวทย์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพราะในเมื่อหลานสาวกำหนดเป้าหมายแล้วจะให้ไปช้าตลอดก็จะกลายเป็นเขาเองที่โดนพี่ชายและพี่สะใภ้บ่น แถววันนี้เขาเองยังใช้ความคิดจริงจังมากเกินไปซะหน่อยแล้ว อยากจะกลับไปเหม่อมองวิวทิวทัศน์จะแย่


เซโตะให้หลานสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าเกาะเขาให้แน่นๆก่อนที่จะใส่พลังเวทย์ไปที่ปุ่มสร้างบาร์เรียเพื่อครอบตัวรถเอาไว้ไม่ให้มีลมหรืออะไรผ่านเข้ามาได้ แล้วเนื่องจากเซโตะเป็นผู้ได้รับพรจากราชินีแฟรี่พลังที่เขาใส่เข้าไปในเครื่องยนต์ของตัวรถจึงเต็มอยากรวดเร็วโดยที่เขายังมีพลังเวทย์เหลือเฟืออยู่ และเพียงไม่นานรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับพลังเวทย์เต็มสูบก็แล่นตัวไปบนสะพานด้วยความเร็วที่แทบจะมองไม่เห็นตัวรถ ระยะทางอันยาวไกลจึงสามารถมาถึงจุดหมายปลายทางได้ในเวลาเพียง30นาที


มานามิรู้สึกว่าวันนี้คุณอาของเธอดูแปลกไปเป็นพิเศษแม้เรื่องพลังในเกมจะไม่ค่อยปรากฏให้เห็นก็ตามเพราะเขาเป็นพวกรักความสงบชอบเหม่อมองท้องฟ้าหรือไม่ก็ต้องใจวาดภาพเลี้ยงสัตว์ ตัวเธอจึงให้คำจำกัดความความช่วยเหลือเกินจำเป็นของคุณอาเอาไว้ว่าเป็นช่วงวัยรุ่นใจร้อน


โชคดีที่ตอนใกล้มาถึงปลายสะพานพวกเขาชะลอรถไว้ได้ทัน เซโตะเก็บรถใช่ชองเก็บของแล้วเดินเลียบริมสะพานกันไป ในบริเวณนี้ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่เพราะทางเกาะนั้นไม่ใช่สถานที่ให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชม แต่ก็พอจะมีผู้คนปะปรายจำพวกผู้วิ่งมาราธอนหรือนักปั่นจักรยานเสือภูเขาใช้เป็นจุดหมายปลายทางของกิจกรรม และยังมีพวกที่เชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างราชินีแฟรี่มาขอพรกันบ้าง ทำให้การเดินมาถึงของทั้งคู่ไม่ได้เด่นสะดุดตาอะไร


มานามิกางแผนที่ออกแล้วยื่นให้คุณอาเซโตะของเธอดู พอชายหนุ่มพยักหน้าพวกเขาสองอาหลานก็ทำเดินเนียนไปทางทิศที่มีรูปปั่นสำหรับบูชาคู่หนุ่มสาวเจ้าของตำนานรัก มานามิมายื่นข้างๆรูปปั่นก่อนจะเคาะเจออะไรบางอย่าง และแผ่นหินที่อยู่ด้านข้างรูปปั่นก็เปิดออกเบาๆ และร่างของสองอาหลานก็หายไปเหมือนไม่เคยมีใครยืนอยู่ตรงนั้นมาก่อน


ตรงจุดที่แผนที่ท่องเที่ยวที่อควาทำเครื่องหมายไว้คือทางขนส่งเก่าของชาวเผ่าโตรตูก้าที่เคยมาสร้างสะพานกันที่นี่และทำการขนอาหารและของก่อสร้างมาเพื่อทำการสร้างแท่นบูชายัญขอขมาลูกสาวคนเล็กของเทพแห่งท้องทะเลซึ่งปัจจุบันนางคือราชินีแฟรี่ทิศใต้นั้นเอง


ข้างในทางขนส่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิดบนพนังและเพดานถ้ำเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าระยิบระยับเหมือนกลุ่มดาวบนท้องฟ้า มานามิเหลือบมองไปที่พนังที่ใกล้ที่สุดก็ได้รับรู้ว่าพวกนี้คือหนอนเรืองแสงที่ถูกกลัวถึงความงดงามอย่างมากในโลกเดิมของเธอ ซึ่งจริงๆหนอนที่ว่านี้คือตัวอ่อนของแมลงชนิดหนึ่ง ซึ่งในญี่ปุ่นบ้านเก่าของเธอก็มี แต่สิ่งที่ทำให้มานามิสนใจมากกว่าคือเรือที่ถูกจุดตะเกียงเวทมนต์ไว้พร้อมออกตัวที่ถูกมัดจอดอยู่ใกล้ๆกับทางเข้าที่พวกเธอเข้ามานี่แหละ


เพราะมานามิยังไม่ได้รับพรจากพลังเวทย์และไม่ได้มีคำอวยพรศักดิ์สิทธิ์เหมือนเซโตะเธอเลยไม่เห็นคลื่นพลังเวทย์สีเขียวมรกตที่อยู่รอบๆเรือลำนั้น พลังของราชินีภูติแฟรี่ทิศใต้ ดูเหมือนเธอจะคอยดูแลพวกเขาอยู่ แต่นั้นก็เพราะเธอคิดว่าพวกเราจะเจอสำเร็จ เซโตะเหม่อมองปลายทางของอุโมงค์น้ำไหลไปพักหนึ่งจนมานามิต้องสะกิดเรียกแล้วถามปัญหาคาใจว่าเรือนี้มาจากไหนหรือใครเป็นคนใช้


เซโตะลูบหัวของหลานสาวเบาๆก่อนที่จะบอกเลี่ยงๆไปว่าน่าจะเป็นของที่เตรียมไว้ให้นักบวชที่มาทำพิธีตอนงานฉลองเมื่อหลายสิบปีก่อนเพราะตะเกี่ยงคริสตัลเวทมนต์นั้นมีอายุการใช้งานมากกว่า50ปี เปิดทิ้งไว้ให้มองเห็นตลอดในที่มืดไม่ต้องปิดก็ถือเป็นเรื่องปกติและสภาพเรือก้ไม่ได้ใหม่อะไรแต่เนื้อไม้ที่เอามาทำเคลือบสารเก้บสภาพเอาไว้อย่างดีใช้เรือลำนี้ได้ไม่มีปัญหา


เมื่อเห็นหลานสาวพยักหน้าเข้าใจเขาก็อุ้มเธอไปไว้บนเรือฝังหนึ่งและตัวเขาก็นั่งอีกฝังหนึ่งสองอาหลานหันหน้าเข้าหากัน และเซโตะก็เป็นคนพายเรือออกจากฝั่งไปอีกทางหนึ่งของอุโมงค์ทางน้ำ ใช่แล้วเรือที่เทพีอควาเตรียมให้นอกจากตะเกียงเวทมนต์แล้วอย่างอื่นก็ต้องใช้แรงงานมนุษย์เอา


เรือลำเล็กลอยผ่านเส้นทางที่มีผนังเพดานเรืองแสงลงมา ส่งกระทบตัวคนและผิวน้ำ แสงสีฟ้าสวยระยิบระยับขับเน้นให้เด็กสาวตรงหน้างดงามราวกับภาพศิลปะไม่ต่างจากภาพที่เขาจินตนาการไว้กระดาษเมื่อครั้งก่อน หลานสาวของเขาช่างเหมาะกับของแววาวและเปล่งประกายได้ทุกชนิดจริงๆ


มานามิที่เห็นคุณอาเหม่อมองตัวเธออยู่นั้นก็หันไปยิ้มให้อย่างเบิกบาน ดูท่าคุณอาของเธอคงเป็นห่วงเธอมาก แต่เรื่องนั่งเรือแค่นี้เธอสบายมากเพราะเมื่อชาติก่อนเธอก็เคยไปถีบเรือเป็ดตัวคนเดียวมาแล้ว


ส่วนเซโตะเมื่อเห็นหลานสาวของตัวเองยิ้มอย่างเบิกบาน เขาก็คิดว่าเธอคงชอบล่องเรือชมของระยิบระยับพวกนี้ งั้นวันหลังเขาจะซื้อของเรืองแสงสวยๆไว้ให้เอประดับห้องเยอะๆก็แล้วกัน



…..



ที่ปลายสุดอุโมงค์ทางน้ำคือท่าน้ำที่มีทางเดิมเชื่อมไปถึงลานพิธีบูชายัญที่เหมือนไม่มีใครใช้มานานแล้ว มานามิและเซโตะเดินจับมือกันไปเรื่อยๆจนถึงชายหาดที่คาดว่าเป็นพื้นที่ที่ชายหนุ่มลูกชายหัวหน้าเผ่าคนนั้นนำร่างของคนรักเดินลงทะเลไป


“คิดว่ามันจะอยู่แถวนี้เหรอ?”


เซโตะหันไปมองหลานสาวอย่างช่างใจ เพราะตรงที่พวกเขายืนอยู่มันเป็นชายหาดโล่งๆที่อยู่ด้านหลังแท่นบูชายัญเท่านั้นเอง


“ไม่ลองไม่รู้ค่ะคุณอา ถ้าหาไม่เจอเราก็ถือว่าได้มาเที่ยวสถานที่ในตำนานกัน อิอิ”


มานามิพูดจบก็เปิดช่องเก็บของนำโคมไฟลายแมงกะพรุนส่วนตัวออกมาใช้แทนไฟฉายหรือตะเกียงคริสตัล แล้วเธอก็บอกใครคุณอาเซโตะที่แสนใจดีของเธอแยกย้ายกันหาบริเวณชายหาดแห่งนี้


ซึ่งชายหาดตรงบริเวณหลังเกาะแห่งนี้กินบริเวณไม่กว่ามากไม่ถึงครึ่งชั่วโมงการสำรวจของทั้งสองก็ใกล้จะวนครบรอบ ตอนนั้นเซโตะตัดใจจากสิ่งที่ตามหาไปแล้ว ถ้าจะให้เขาขุดหาก็คงมีเวลาไปพอ ตัวเขาเองก็แค่มาสำรวจเป็นเพื่อนหลานสาวเล่นๆเท่านั้น ในขณะที่ทางฝั่งของเขาตรวจรอบๆเขี่ยๆครบแล้วเขาก็หันไปหาหลายสาวที่กำลังนั่งยองๆไม่สมกับเป็นผู้หญิงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล


มานามิกำลังตกใจเมื่อเธอลองเขี่ยๆกองทรายดูกับพบวัตถุปริศนาบางอย่างที่มีคำว่าBUGติดอยู่ตัวโตๆ มันทำให้เธอเผลอไปนึกถึงนิยายจันเรื่องหนึ่งที่มีคนติดหัวBUGเข้าให้ แล้วไอ้เจ้าสิ่งนี้จะแก้บัคยังไงล่ะ???


เนื่องด้วยเธอไม่มีตัวช่วยอย่างในนิยาย เพราะตัวเธอไม่ได้กระโดดลงมาเป็นนางเอกด้วย จึงไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสิ่งนี้ดี แต่เพียงไม่นานสติที่กำลังจดจ่อกับของติดBUGนั้นก็ถูกทำลายด้วยคุณอาเซโตะ


“มานามิ ถ้าหาไม่เจอจริงๆพวกเราก็กลับกันเถอะ ถ้ากลับตอนนี้จะได้ไปถึงที่พักไม่ดึกมากนะอ่าบางทีอาจไปร่วมชมงานกับคุณพ่อหนูทันด้วย”


เมื่อคุณอาของเธอชวนกลับแล้วเธอคงปฏิเสธไม่ได้เพราะยังไงเธอก็แค่มาเลือกสุ่มหาดูเล่นๆเท่านั้น แถมอุปกรณ์ขุดนู้นนี้นั้นก็ไม่มี ของที่หาไม่เจอมาหลายร้อยปีเธอจะไปหาเจอมาจากไหนก็แค่หาข้ออ้างมาชมสถานที่ประวัติศาสตร์พื้นเมืองแบบFull HDเท่านั้นเอง แต่ก่อนไปเธอก็จะขอลองดึงพื้นที่ติดBUGตรงนี้ซักหน่อยแล้วกัน


“มานามิหนูดึงอะไรอยู่น่ะ?”


เซโตะกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆหลานสาวที่ทำท่าจะดึงอะไรบางอย่างที่เขามองไม่เห็น มานามิตัวน้อยดึงมันอยู่พักหนึ่งจนเธอล้มก้นกระแทกพื้นทราย


“อุ๊ก!!


“เป็นอะไรมากรึเปล่า!?”


เซโตะรีบขยับตัวไปช่วยพยุงหลานสาวไว้อย่างรวดเร็ว มานามิยิ้มแหย่ๆแล้วส่ายหน้าแล้วบอกว่าเธอไม่เป็นอะไร


“แล้วสรุปดึงอะไรอยู่จนล้มไปแบบนั้นล่ะหลานอา?”


เมื่อเซโตะถามอย่างสงสัยมานามิจึงคลายมือที่เธอดึงของติดBUGนั้นออกแล้วปรากฏว่าเป็นสร้อยที่ถักจากเชือกสองเส้นที่ร้อยเข้ากับไข่มุกสีชมพูและสีฟ้า!!



…..



Sugawara Seto


หลังจากที่หลานสาวของผมขุดเจอสร้อยสองเส้นนั้นอย่างไม่น่าเชื่อ ดูเหมือนเทพีอควาจะกรีดร้องด้วยความดีใจเธอจึงใช้เวทมนต์ทำให้สร้อยลอยไปหาแต่หลานสาวผมดันนึกว่าเจอเรื่องสยองขวัญจึงสลบไป


ทำให้เทพีอควาที่ได้เจอวิญญาณคนรักที่ดันเข้าไปสิงในมุกสองเม็ดนั้นรีบมาขอโทษเป็นการใหญ่แล้วเธอก็ได้ให้หินเกลือสายรุ้งสีใสที่เป็นก้อนหินเกลือแบบเดียวกับที่ใช้สร้างสะพานซึ่งแถบไม่พบในธรรมชาติแล้วมาให้หนึ่งก้อนเล็กๆให้มานามิ และเอาดอกไม้หัวใจมหาสมุทรมาให้ผมเป็นของตอบแทน


โดยก่อนที่เธอจะจากไปกับคนรักเธอได้ถามผมขึ้นว่า


“ระหว่างข้ากับหลานสาวเจ้าใครสวยกว่ากัน”


แน่นอนผมไม่ลังเลที่จะตอบว่า


“ตอนนี้ท่านอาจจะสวยงามกว่า แต่ผมเชื่อว่าพอหลานสาวคนนี้โตขึ้นไปเธอจะเป็นผู้หญิงที่สวยและสมบูรณ์แบบที่สุด”


เทพีอควาได้ฟังคำตอบของผมก็ถึงกับหัวเราะลั่น แล้วทิ้งท้ายประโยคหนึ่งให้ผม


“ข้าคิดว่านางโตขึ้นแล้วก็อาจจะไม่ใช่หลานสาวเจ้าเหมือนกัน”


ผมขมวดคิ้วมองไปที่เทพีอควาและคนรักที่หายตัวลงทะเลไปอย่างงุนงง สุกาวาระ มานามอเป็นลูกบุญธรรมของสุกาวาระ ทาเคดะ ดังนั้นตอนนี้เธอเป็นหลานสาวของผมและอนาคตก็ย่อมต้องเป็นอยู่ แต่พอคิดแบบนั้นผมกลับอารมณ์ไม่ค่อยจะดีขึ้นมาแทน



……..



แล้ววันนั้นถึงพวกเราจะกลับที่พักช้าไปวักหน่อยแต่ผมก็ได้ให้กล้องที่มีรูปถ่ายลูกสาวที่พี่ชายรักเหมือนลูกแท้ๆไป ทำให้พวกเขาอารมณ์ดีจนไม่คิดว่าอะไรผมเลย และวันรุ่งขึ้นพวกเราก็ได้ไปเที่ยวกับทั้งครอบครัวโดยเหมารวามเด็กข้างบ้านที่ติดมาด้วย และเดินทางกลับกันในตอนเย็นนั้น



……



และในตอนที่คณะท่องเที่ยวของบ้านสุกาวาระกลับไปแล้วนั้นเอง ผู้ชายวัยกลางคนผิวคล้ำตัวเล็กๆที่คอยพูดเรียกนักท่องเที่ยวอยู่กลางโดมลงจอดยานพาหนะก็พูดอะไรบางอย่างนอกสคริปขึ้นมา


“เอาล่ะครับท่านผู้มาเยือนทั้งหลายรอบบินนี้เป็นรอบสุดท้ายของวัน ผมจะแอบบอกตำนานพิเศษให้อีกหนึ่งตำนานนะ เนื่องจากหินเกลือสีรุ้งแบบเดียวกับที่ใช้สร้างสะพานนั้นพอสร้างเสร็จก็หาแถบจะไม่พบอีกเลย เลยมีตำนานกล่าวขานว่าผู้ใดที่หาหินเกลือสีรุ้งเจอหรือได้ครอบครองมันจะทำให้มีความรักที่แสนวิเศษตลอดไป ถ้าคุณหาเจอก็ขอให้โชคดีนะครับทุกคน….



------------------------------------------------------

ตอนนี้ปวดมือจุงเบยยยยย เดียวคงต้องพักไปคิดโปรเจคด้วยแล้วล่ะค่ะ

เจอกันอีกทีก็ยาวปายยยยย

1คอมเม้น=1ล้านกำลังใจ

รักนะจุฟๆ

ขอบคุณที่อ่านมาโดยตลอดค่ะ มีคำถามเมนทิ้งไว้นะคะ แวะมาตอบแน่นอนนนน



ถ้ำหนอนเรืองแสง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

984 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 เมษายน 2560 / 19:58
    คุณอาช่างเป็นหนุ่มมึนเดเระ5555
    #888
    0
  2. #882 ~''Fanrasia''~ (@-lalis-) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 03:00
    ว้าววๆๆ คุณอามึนได้อย่างน่ารักมากมาย ขอบคุณค่ะ
    #882
    0
  3. #835 Atom:) (@Atom11092546) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 12:23
    คาเเรกเตอร์อาดูมึนๆๆ555อาน่ารัก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มีนาคม 2560 / 12:24
    #835
    0
  4. #799 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 04:13
    รู้เลยว่าไปอ่านเจ้ซูเหยามาใช่ไหม!? ตอนนี้มีคำตกที่ร้ายแรงอยู่ ตอนพูดเรื่องลูกธนู ดูเหมือนจะตกคำว่าร้ายไป เหลือแต่โชคอย่างเดียว และยังคงมีคำผิดกระจายกันไป 5555
    #799
    1
  5. #773 pandanainon (@pandanainon) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 12:23
    ทีมคุงอาเซโตะะะะะะ เชียร์คู่นี้ อร๊ายยยยยย>< รีบมาต่อนะคะไรท์~~~^?^
    #773
    1
  6. #772 Aum's (@aum2244) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 11:36
    ทีมพี่ยูรุนแรง...แต่เร้าใจ?!55555
    พี่ชายข้างบ้านถึงอ่อนแอแต่ก็ดูกรุบกริบ..
    เลือกทีมทาคาชิน้อยเถอะ พอโตแล้วค่อยกลับมาเลือกพี่ยู5555
    #772
    1
  7. #770 Zllenary (@Zllenary) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 01:46
    เลือกยากมากกกกกกกก อยากเก็บเธอไว้ทุกๆคน????????????
    #770
    1
  8. #769 ShiroiKoNeko (@cottonnaja) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 23:21
    ไม่กล้าเทใจให้ใครเลย กลัวผิดหวัง วิ่งเข้าทีมไม่ถูกเลยทีเดียว จะทีมอา ทีมท่านพี่ ทีมน้อง ทีมเพื่อน ทีมพี่ชายข้างบ้าน ไว้ดูกันไปก่อนเนอะ รอติดตามต่อจ้า
    #769
    1
  9. #768 Mina_Chu+Chu (@lovelyztk) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 22:54
    คุณอาละมุนมาก ฮร่อยยย เรือคุณอาโคตรดีต่อใจค่ะ
    #768
    0
  10. #766 danai (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 12:38
    ขอบท จอมโจรคิด กับ มานามิ เป็นรูท อีก1บท ด้วยนะไรด์
    #766
    1
  11. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 09:39
    สนุกมาก
    #765
    0
  12. #764 Daw Prdz KS (@doddydoody) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 01:35
    เชียร์คุณอาขาดใจจจจจจจจ
    #764
    0
  13. #763 orangerose (@orangerose) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 21:35
    สนุกมากเลย
    #763
    0
  14. #762 sweetwan34 (@sweetwan34) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 19:44
    รีบมาต่อน้า ชอบมากๆ
    #762
    0
  15. วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 19:19
    ว้าวววว มานามิจะมีความรักที่แสนวิเศษสินะ คิคิ แต่จะกับใครนี่ก็ลุ้นอยู่ ><
    #761
    1
  16. #760 Rnozero (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 18:00
    ตอนต่อไปรีบๆๆมาน้าจะลงแดงแล้ว
    #760
    1
  17. #759 kusachi shiga (@shiga123) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 12:35
    คุณอาคะ ข่วยสร้าฉากหวานๆให้เราฟินหน่อยค่าาา
    #759
    1
  18. #758 Lalaland332221 (@Lalaland332221) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 11:39
    โง้ยยยยยยย ความคลุมเครือนี้
    #758
    0
  19. #757 witchhound (@witchhound) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 10:25
    โตขึ้นมานามิไม่ใช่หลานสาวแต่เป็นเจ้าสาวสินะๆๆ
    #757
    1
  20. #756 Pisit Yuragate (@ecafe2923jr) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:18
    คุณอา รับมานามิเป็นเจ้าสาวสิ
    #756
    1
  21. #755 YuKi KuRoGaNe (@beam4834) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:13
    แอบรู้สึกซึ้งนิดๆแฮะ
    #755
    0
  22. #754 ArChanGel-BlooD (@ArChanGel-BlooD) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 09:13
    กรี้ดดดด หมายความว่าโตไปมานามิจะไม่ใช่หลานสาวแต่เปนเจ้าสาวของอาเซโตะใช่มั้ยคะะ!?ใช่ม้ายยย!!กรี้ดดดด มันต้องแบบนี้เซ่!!โอ้อก้อดดด แม่คะะะ หนูรักเขาให้เขาแต่งงานกันหนูเถอะะะะ!!//กัดหมอนด้วยความดีใจ555
    #754
    1
  23. #753 phattawan4014 (@phattawan4014) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 08:43
    ถีบเรือเป็ดคนเดียว รู้สึกเจ็บปวดแปลกๆค่ะ
    #753
    1
  24. วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 08:05
    คุนอาคะ ถ้าจะซื้อของให้จริงๆ ซื้อแมงกะพรุนให้นามิจังดีกว่าค่ะ
    #752
    1
  25. #751 zahza (@siriwan-daair) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 07:46
    555 ชอบอ่ะไรค์
    #751
    0