Otome Girl & Real Otome World

ตอนที่ 40 : ตอนพิเศษทะเลแห่งดวงดาวกลางสะพานสีรุ้งกับคุณอาเซโตะ 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    12 มี.ค. 60

 

ขอตัดสองพาสนะยาวมากตอนนี้ยังเขียนไม่จบเลยค่าาาา(21หน้าแล้วนะเฮ้ยยย//เหงื่อตก สงสัยจะจัดสเปเชียลเกินไป)


เนื่องจากชนะที่1ด้วยคะแนนเสียงระดับครึ่งหนึ่งของคอมเม้นทั้งหมด ไรท์ฯเลยขอแถมให้ยาวๆไปหน่อยแล้วกันนะคะ แน่นอนว่าเป็นสเปเชียลของสเปเชียล(เพิ่มน้ำ ถถถถถ) แต่พอจบตอนนี้ก็จะเริ่มกลับไปเข้าโรงงานโปรเจคนรกแล้ว จะไปเขียนชิลๆด้วย ส่วนอันดับหนุ่มอื่นๆหลังจากนี้ก็คิดจะเขียนให้แบบมินิ(3-4หน้าจบ)นะคะ แต่อาจจะนานซักหน่อย….และแน่นอนไรท์ฯรู้ว่าหลายคนรอตอนพิเศษนี้อย่างมาก ไรท์ฯกดดันกับเรื่องนี้พอสมว่าจะเขียนออกมาได้ดีมั้ย ยังไงก็คอมเม้นติดชมให้กำลังใจกันได้นะคะ


 ถ้ายังไงเรื่องวิธีการเล่าเรื่องในตอนนี้จะแตกต่างจากเดิมอยู่หน่อย(เพราะมันเป็นตอนพิเศษไงล่ะ)พวกเราก็จะได้เห็นมุมมองตัวละครเยอะขึ้น และอีกอย่างจริงๆไรท์ฯเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเกาะชอบทะเลเท่าไหร่แล้วได้มีโอกาศไปเที่ยวทะเลน้อยมากๆแต่เมื่อได้ดูโมอาน่าก็อยากลองเที่ยวสถานที่สวยๆดูเลยพยายามดูภาพหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้พอสมควรเพราะอยากให้นักอ่านรู้สึกว่าได้มาเที่ยวทะเลด้วยกัน ไรท์ฯพยายามจะเขียนให้มันดีที่สุดเท่าที่ไรท์ฯจะทำได้นะคะ


คำเตือน:โปรดอย่าลืมว่าเรื่องนี้มันแฟนตาซีค่ะ ตอนพิเศษนี้อย่าลืมปลดปล่อยความเป็นแฟนตาซีในตัวคุณด้วยนะคะ

 





                ในทวีปใต้มีเกาะและตำนานมากมายเป็นเรื่องเล่าของตัวเกาะเองเสมอ และตอนนี้คณะเดินทางของมานามิและครอบครัว(รวมบ้านพพี่ชายข้างบ้านของเธอด้วย)ก็ได้มาเที่ยวสถานที่เที่ยวสุดฮิตแห่งหนึ่งที่คุณอาเซโตะบอกว่าใช้ได้ ซึ่งจุดเด่นของมันไม่ได้อยู่ที่อาหารอร่อยหรือท้องทะเลน่าเล่นน้ำอย่างเดียว เพราะตำนานบนเกาะและสิ่งก่อสร้างที่แสนงดงามของที่นี่ต่างหากที่น่าสนใจที่สุด


                แถมวันนี้คุณอาที่ใจดีของเธอบอกว่าอยากวาดภาพเธอกับวิวของที่นี้ซักแผ่น มานามิย่อมไม่ปฏิเสธและพร้อมทำตัวเป็นหลานที่ดีในสายตาคุณอาทันที


                “เอาล่ะผู้มาเยือนทั้งหลาย ก่อนที่ท่านจะย่างเท้าก้าวเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ตัวข้าที่เป็นผู้ดูแลอยากจะขอให้ท่านเสียสละเวลาฟังเรื่องราวความเป็นมาของที่แห่งนี้กันเสียก่อน ตอนนี้พวกท่านคงได้รับหินเวทมนต์แปลภาษาชั่วคราวกันแล้วใช่หรือไม มาๆมาฟังเรื่องเล่ากับผมก่อน”


                ผู้ชายวัยกลางคนผิวคล้ำตัวเล็กๆพูดเรียกนักท่องเที่ยวอยู่กลางโดมลงจอดยานพาหนะ ส่วนตัวพวกนักท่องเที่ยวที่พึ่งลงมาจากเครื่องโดยสารลอยฟ้าและเรือลอยทะเลบางคนก็สนใจและบางคนก็ไม่สนใจ ถ้าถามว่าพวกมานามิอยู่ในประเภทไหนนั้นก็มีทั้งสองประเภท ซึ่งคุณอาของเธอเป็นประเภทที่สนใจดังนั้นมานามิจึงสนใจด้วยแล้วนั้นก็ทำให้คนอื่นๆจากที่ไม่สนใจก็เริ่มสนใจที่จะไปนั่งฟังคำบรรยายนั้นตามๆกัน


                ซึ่งหากฟังจากเสียงผู้บรรยายแล้วก็ถือว่าน่าฟังและไม่น่าจะทำให้ง่วงได้คณะเดินทางของตระกูลสุกาวาระและอิจูอินจึงมานั่งฟังตำนานประจำเกาะด้วยกันทุกคน

 

                ว่ากันว่านานมาแล้วบนเกาะแห่งหนึ่งได้ตำนานกล่าวเอาไว้ว่ามีเทพีองค์หนึ่งมาตกหลุมรักลูกชายของหัวหน้าเผ่าบนเกาะนั้น เธอจึงสะกดพลังของตัวเองปลอมตัวเป็นหญิงสาวที่เรือแตกและนอนสลบอยู่บนริมชายฝั่งตรงทางที่ลูกชายของหัวหน้าเผ่าคนนั้นต้องผ่านทางมาหาปลาอยู่ทุกวัน


                เทพีองค์นั้นนางเป็นคนที่สวยมากแม้จะปลอมตัวเป็นมนุษย์แต่ความงามของนางก็ยังคงหาได้มีหญิงสาวใดมาเทียบเคียงได้ ชายหนุ่มลูกของหัวหน้าเผ่าตกหลุมรักหญิงสาวที่นอนสลบคนนั้นทันทีเมื่อเข้าไปช่วยและได้เห็นใบหน้าของเธอ


                เขาพาเธอกลับมาที่หมู่บ้านของเขาและคอยดูและจนเธอฟื้นสติ และเพียงไม่นานดอกรักของทั้งคู่ก็เบ่งบาน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจของหญิงสาวที่เขารักหมดหัวใจแต่งงาน ทว่าหัวหน้าเผ่าไม่เห็นด้วยที่ลูกชายผู้ที่จะสืบทอดเป็นหัวหน้าเผ่าคนต่อไปจะแต่งสตรีนอกเผ่ามาเป็นภรรยา ลูกชายหัวหน้าเผ่าและเทพีที่ปลอมตัวเป็นหญิงสาวนั้นเสียใจมาก


พวกเขาจึงตัดสินใจหนีตามกันโดยนั่งเรือออกไปเพื่อจะเข้าสู่ผืนแผ่นดินใหญ่และคิดจะใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันสองสามีภรรยาจนแก่เฒ่า แต่มีชาวเผ่าบางคนมาพบพวกเขาตอนกำลังออกจากเกาะไป จึงทำให้รู้ถึงหัวหน้าเผ่า แล้วเขาก็พานักรบในหมู่บ้านไล่ล่าทั้งคู่ไป จนมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง สองหนุ่มสาวตัดสินใจแล่นเรือหนีมา


และในตอนที่ทั้งคู่กำลังวิ่งหลบหนีนักรบของเผ่านั้น หญิงสาวก็ถูกธนูอาบพิษงูทะเลจนถึงแก่ความตาย  ส่วนหัวหน้าเผ่าเมื่อเห็นหญิงสาวผู้นั้นตายไปแล้วก็สั่งให้นักรบเตรียมจับตัวลูกชายเฉยๆไม่ได้ยิงธนูใส่อีก


ทางด้านชายหนุ่มเสียใจร้องไห้ฟูมฟายตัดสินใจพยายามแบกศพคนรักหนีต่อไป แต่เมื่อต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มถึงลูกชายหัวหน้าเผ่าจะแข็งแรงขนาดไหนเมื่อเริ่มเมื่อยล้าการวิ่งหนีก็ทำได้ช้าลง ส่วนอีกฝ่ายที่ต้องการจับตนก็ใกล้จะตามทันขึ้นทุกที ชายหนุ่มที่ตอนนี้เลี้ยวมาอยู่อีกด้านหนึ่งของเกาะในยามเย็นก็ตัดสินใจที่จะอุ้มศพคนรักเดินลงทะเล แล้วก่อนที่เจ้าตัวกำลังจะเดินลงไปนั้นเองก็ได้อธิฐานว่าจะขอครองคู่อยู่กับคนรักด้วยกันตลอดไปไม่พรากจากอีก


และในตอนที่ร่างของหญิงสาวแตะถูกน้ำทะเลนั้นเองพื้นที่บริเวณนั้นก็เปล่งแสงสีฟ้าออกมาเป็นวงกว้างร่างกายของนางเองก็คอยๆถูกแสงนั้นห่อกลืนจนทุกอย่างละลายหายไปต่อหน้าต่อชายหนุ่ม


แล้วเขาก็ถูกนักรบและพ่อของเขาตามทัน ในตอนที่ชายหนุ่มกำลังยืนนิ่งอยู่ในท้องทะเลนั้นเอง พวกนักรบก็เดินลงทะเลหมายจะจับชายหนุ่มที่เป็นลูกของหัวหน้าเผ่าตนกลับเกาะ แต่แค่เพียงพวกเขาสัมผัสกับน้ำทะเลมันก็เหมือนรุ่มร้อนดันเปลวไฟแผดเผาลวกขาของนักรบที่สัมผัสน้ำทะเลไปจนสิ้นไม่มีใครเดินลงไปจับชายหนุ่มได้อีกและไม่มีใครคิดจะลงไปลองดีกลับน้ำทะเลนี้อีกด้วย


สุดท้ายหัวหน้าเผ่าที่ทนไม่ไหว ก็ได้ตะโกนบอกให้ชายหนุ่มเลิกเสียใจและกลับขึ้นมาบนฝั่ง กลับไปที่เกาะของพวกเขาซะ และลืมผู้หญิงคนนั้นไปเสีย พวกเขานั้นมาไม่ทันเห็นหญิงสาวสลายไปต่อหน้าจึงได้แต่คิดว่าลูกชายหัวหน้าเผ่าลอบศพคนรักทิ้งไปในน้ำแล้ว จนไม่ทันคิดว่าทะเลที่พวกตนลงไปแล้วแสบร้อนทำไมชายหนุ่มถึงยืนอยู่ไกลๆในน้ำได้อย่างไม่มีปัญหา


แม้ชายหนุ่มจะได้สติแล้วก็ไม่ยอมกลับขึ้นไป เขากลับเงยหน้ามองฟ้าตะโกนก้อง ด้วยถ้อยคำตัดพ้อว่าทำไมพาคนรักของเขาไปแต่ไม่พาเขาไปด้วย เพียงไม่นานเมฆฝนก็ลอยตัวอยู่เหนือหมู่เกาะและท้องทะเลโดยรอบอย่างไม่มีที่มาที่ไป ลมพายุพัดโหมกระหน่ำแม้พวกนักรบเผ่าจะแข็งแกร่งแต่พวกเขาก็ยังหวาดกลัวเรื่องเหนือธรรมชาติเพราะสมัยนั้นยังไม่ค้นพบวิธีใช้เวทมนต์นั้นเอง


ไม่นานนักด้านหน้าชายหนุ่มลูกหัวหน้าเผาก็ปรากฏแสงเรืองรองอีกครั้งคราวนี้ หญิงสาวคนรักของเขาปรากฏตัวออกมาในรูปแบบของเทพี ใช่นางคือลูกสาวคนเล็กของเทพแห่งท้องทะเล นางคือเทพีที่แสนงดงามและมีอำนาจ พวกชนเผ่าที่อยู่บนฝั่งต่างพากันตกตะลึงและหมอบกราบนางด้วยความกลัวส่วนชายหนุ่มคนรักของนางนั้นกลับวิ่งเข้าหาและพยายามที่จะกอดนางในดวงใจทว่าตัวของหญิงสาวตอนนี้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับน้ำทะเลไปเสียแล้ว เขาไม่สามารถกอดหรือสัมผัสนางได้อีก จึงได้แต่ของร้องให้นางพาเขาไปด้วย


แต่นางปฏิเสธเพราะนางไม่อยากพรากเขาไปจากความเป็นมนุษย์ แม่นางจะรักเขามากก็ตาม ดังนั้นนางจึงบอกแกเขาว่า ให้กลับไปอยู่ที่ชนเผ่าก่อนแล้วสร้างสะพานมาถึงเกาะแห่งนี้ และเมื่อนั้นนางจะมารับเขาไปอยู่ด้วยกันได้


แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าน หนทางและความลึกของมหาสมุทร ชายหนุ่มถามอย่างสงสัยแล้วเขาจะสร้างสะพานได้อย่างไร เทพีที่แสนงดงามจึงยืนก่อนหินที่เปล่งประกายแวววาวหลากสีเหมืองรุ้งกินน้ำให้ชายหนุ่มพร้อมบอกกับเขาว่า ก้อนหินชนิดนี้สามารถสร้างสะพานให้เจ้าได้และเธอก็จากไป


ทุกๆอย่างกลับเป็นปกติ ชายหนุ่มกลับชนเผ่าและตั้งหน้าตั้งตาเก็บก้อนหินจากทุกๆแห่งที่เหมือนกับของที่นางมอบให้ตั้งหน้าตั้งตาสร้างสะพาน พวกคนในเผ่าเริ่มยอมรับความรักของเขาแล้วจึงช่วยชายหนุ่มลูกชายหัวหน้าเผ่าก่อสะพานไปให้ถึงเกาะนั้นรวมทั้งหัวหน้าเผ่าและเหล่านักรบนั้นด้วย แต่เนื่องจากการตามหาก้อนกินสีรุ้งที่ใช้เวลานานและระยะห่างของเกาะที่ห่างกันไกลทำให้การสร้างสะพานของชายหนุ่มไม่อาจเสร็จสิ้นก่อนอายุไข จากชายหนุ่มเป็นชายกลางคน จากชายกลางคนเป็นชายชรา สะพานของเขาสร้างมาได้เพียงหนึ่งในสามของระยะทางทั้งหมดตัวเขาก็สิ้นใจลง


แต่ลูกหลานคนบนเกาะที่เห็นความพยายามของเขาก็ได้ร่วมแรงร่วมใจสานต่อเจตนารมณ์สร้างสะพานด้วยหินสายรุ้งนั้นจนเสร็จ และในตอนที่ก้อนหินก้อนสุดท้ายเชื่อมต่อกันท้องฟ้าที่สว่างไสวก็พลันเกิดฝนตกทั้งๆที่ไม่มีคลื่นลม ส่วนตัวท้องทะเลรอบๆสะพานที่ริมชายหาดของทั้งสองเกาะก็เรืองแสงเป็นจุดเล็กๆมากมายคล้ายดวงดาวบนท้องฟ้า ซึ่งปัจจุบันเสียงนั้นก็ยังคงเปล่งประกายทุกค่ำคืนและสะพานก็ยังแข็งแรงสวยงามอยู่ไม่เสื่อมคลาย



……




พอเรื่องราวจบลงเสียงปรบมือก็ดังขึ้น หลายคนชอบใจ หลายคนทำหน้าเศร้า และอีกหลายคนทำหน้าปกติไม่รู้สึกอะไรเลย ส่วนมานามินั้นสงสัยกับไอ้ก้อนหินที่ว่าคือก้อนหินอะไรมากที่สุดเธอจึงหันไปถามคุณอาของเธอที่วันนี้มานั่งข้างๆกันอย่างสงสัย


จริงๆเธอก็ไม่คิดว่าอาของเธอจะสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เขากลับตอบข้อข้องใจให้เธอได้อย่างรวดเร็ว


“ก้อนหินสีรุ้งที่ว่าคือผลึกเกลือทะเลเวทมนต์น่ะ ความพิเศษคือมันเหมือนแก้วใสที่มีสีมากมายอยู่ในนั้นแล้วยึดเกาะกันเองได้ดีแข็งแรงมาก  แต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการใช้งานเท่าไหร่ อืมแต่เอาใช่ในการศิลปะได้”


“คุณอารอบรู้สุดๆไปเลยค่า!


มานามิชมอย่างจริงใจ ในตอนนั้นเธอคิดว่าแม้คุณอาของเธอจะชอบเหม่อแต่ก็ตั้งใจศึกษาเรื่องสถานที่ที่จะมาเที่ยว เป็นคนรอบคอบจริงๆ แต่ประโยคต่อมาของเขาทำให้เธอไปต่อไม่ถูกอยู่เหมือนกัน


“ในคาบเรียนศิลปะที่โรงเรียนฉันเอาเจ้านี่มาให้นักเรียนประดิษฐ์งานปั่นอยู่น่ะแต่ไม่ใช่แบบใสหรอกนะ แบบใสน่ะอาได้ยินว่าหายากพอสมควรเลยล่ะ”


คุณอาของเธอตอบด้วยน้ำเสียงเนืองๆอย่างปกติ


“อ่อ งี้นี่เองนะคะ


มานามิเอ่อออตามไป และพวกเขาก็ลุกขึ้นตรงไปที่ทางเข้าเกาะเมื่อกลุ่มใหม่เริ่มทยอยเข้ามาแล้ว ชายวัยกลางคนคนนั้นก็รีบดื่มน้ำแล้วพูดประโยคเดียวกับที่เขาพึ่งพูดเมื่อตอนที่พวกมานามิมาถึงใหม่ๆอีกรอบ มานามิได้แต่คิดในใจว่าทำงานี้เขาจะได้เงินเท่าไหร่กันแน่


เป็นช่วงเวลาไม่สั้นไม่เร็วมานามิและครอบครัวก็เดินเข้าคิวต่อแถวตามขบวนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆไป พอหลุดออกมาจากโดมนั้นสิ่งที่เห็นคือแผงร้านขายของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์แปลรูปประท้องถิ่น อาหารแปลกๆ มะพร้าวชาวเกาะ และบรรดาสาวชาวเกาะกำลังเต้นระบำพื้นเมืองเรียกแขก สำหรับมานามินั้นเธอเองก็พอจะเดาได้คร่าวๆแต่เด็กๆและผู้ใหญ่หลายคนที่อยู่ในเมืองโทรารันผู้ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขาเขียวขจีลูกใหญ่ ค่อนข้างจะถูกบรรยากาศแสนคึกคักนี้ดึงดูดใจไป


บ้านของคุณอายาสึดะดูจะคึกเป็นพิเศษเพราะสองสามีภรรยคู่นี้รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ถึงจะได้ข่าวว่าไปท่องเที่ยวมาแล้วหลายทีแต่ก็ยังคงตื่นเต้นกับบรรยากาศใหม่ๆนี้อยู่ล่ำไป แต่ถึงแบบนั้นพวกเราเองก็ต้องไปถึงจุดที่พักที่เลขาของสุกาวาระ ทาเคดะจองเอาไว้ให้ก่อน


พวกเขาจึงเริ่มเดินทางฝ่าคนเหล่านั้นพร้อมถามทางหาที่พักที่เป็นเป้าหมายไปด้วย  เพราะครั้งนี้ทุกคนมากันเองโดยไม่มีไกด์ ซึ่งสามหนุ่มรุ่นผู้นำตระกูลปัจจุบันและสะใภ้ของตระกูลทั้งสองสามารถพูดภาษาสากลทวีปใต้ได้จึงไม่มีปัญหาอะไรในการเดินทางและทางบ้านอิจูอินคุณหัวหน้าเมดอย่างลิเลียเองก็พูดได้เช่นกัน


พวกเข้าแวะตามแผงร้านต่างๆไปด้วยถามทางไปด้วยอย่างสนุกสนาน มิเรย์เองก็เลือกซื้อหมวกบังแดดให้เด็กทุกคน คุณอายาสึดะเลี้ยงน้ำมะพร้าวที่หวานอร่อย และคาเอเดะที่ถือว่าเป็นี่โตสุดในกลุ่มเด็กๆ(แน่นอนไม่รวมคุณอาเซโตะ)ก็ได้ซื้อกำไลเปลือกหอยน่ารักๆให้มานามและลิลลี่จัง และยังคิดจะซื้ออีกเป็นจำนวนมากเอาไปเป็นของฝากให้เพื่อนๆในโรงเรียน แต่คุณแม่ของเธอเบรกไว้ก่อนเพราะเดียวจะเสียเวลาไปเที่ยว


แต่ทว่ากว่าคณะท่องเที่ยวของตระกูลสุกาวาระและอิจูอินจะมาถึงรีสอร์ทที่พักก็เลยเที่ยงไปเล็กน้อยซะแล้ว แต่แน่นอนว่าที่โรงแรมที่เลขาของผู้นำตระกูลสุกาวาระนั้นจองให้ย่อมไม่ธรรมดา ถึงบรรยากาศจะเข้ากับเกาะทางทวีปใต้แต่ก็หรูหรามีระดับสมกับฐานะของนักธุรกิจ


หลังจากร่วมรับประทานอาหารทะเลสดและผลไม้รสเลิศกับครอบครัวแล้ว พนักงานโรงแรมก็พาพวกเขาไปส่งที่เขตที่พักที่จองไว้ด้วยรถมินิลอยฟ้าของทางโรงแรม โดยพวกเขาเลือกที่จะจะให้ขับช้าๆและไม่สูงมากเพื่อดูพันธุ์ไม้และสถานที่น่าสนใจที่รีสอร์ทจัดเป็นโซนๆ


 ตลอดทางผ่าน มานามิเห็นพื้นดินสีน้ำตาลและหญ้าสีเขียวตัดกันเป็นทางดูสบายตา เธอมองต้นมะพร้าว ต้นชบาที่ออกดอกสีแดง ต้นเฟื่องฟ้าที่มีดอกสีชมพูดสดและต้นลีลาวดีที่ออกดอกสีขาวสว่างส่งกลิ่นอ่อนๆไปตามทาง ทั้งยังมีต้นเฟิร์นพันธุ์ต่างๆและพืชล้มลุกสวยๆอีกมามาย


ตรงบางมุมของรีสอร์ทมีเปลยวนที่ทำจากภาย้อมมัดสีเจ็บแขวนไว้กับเสาที่มีพืชไม้เลื้อยสีสันสวยงามออกดอกหลากสีเป็นโทนสีร้อนดูสดใสน่าพักผ่อน และอุปกรณ์เสริมต่างๆที่ทำจากหญ้าแห้งถัก ตรงนั้นมีนักท่องเที่ยวชายวัยชรากำลังนอนเอกเขนกอย่างสบายใจโดยใช้หมวกฟางที่เธอคิดว่าคล้ายๆหมวกฟางของลูฟี่โบกพัดเอื่อยเฉื่อย โดยไม่ยอมพึงแรงลมจากคริสตัลเวทมนต์


ผ่านมาไม่นานก็เข้าสู่เขตกลางของรีสอร์ทตรงนี้ซึ่งถูกจัดเป็นสระว่ายน้ำกลางแจ้งดีไซน์หรูหรา ตรงสระน้ำเป็นกระจกใสที่มีน้ำสีฟ้าอ่อนเย็นตาไหลไปตามชั้นเหมือนน้ำตกที่มีสามชั้นแต่เพราะเป็นกระจกน้ำที่ไหลอยู่จึงดูแยกชั้นกันเหมือนไม่มีอะไรกัน โดยชั้นล่างสุดจะกินบริเวรกว้างสุด แล้วพอมองดีๆที่ก้นสระน้ำใสจะสังเกตเห็นสัญลักษณ์ดอกชบารางๆซึ่งเป็นโลโก้ของรีสอร์ท แต่ที่นี่ค่อนข้างมีนักท่องเที่ยวปะปรายอาจเพราะอยู่ในช่วงกลางวันเลยไม่ค่อยมีทนร้อนนั่งตากแดดอยู่แถวนี้ หรือไมก็ใช้เวลานี้ออกไปเที่ยวที่ร่มๆกันส่วนใหญ่


และเพียงไม่นานก็มาถึงพื้นที่ที่พนักงานบอกว่าเป็นเขตที่พัก มานามิก็ขมวดคิ้วอย่างงุ่นงงเพราะภาพที่เธอเห็นคือทุ่งหญ้าสีเขียว ที่มีลำธารเล็กๆและต้นไม้ขนาดใหญ่มากๆที่ช่วงลำต้นอวบป่องใหญ่หลายคนโอบบางต้นสีน้ำตาลเข้มบางต้นมีสีออกไปทางสว่าง มีใบไม้และกิ่งก้านอยู่แค่ช่วงบนยอดสูงๆเท่านั้นดูคล้ายๆบล็อกโคลี่นิดหน่อย  มานามิรู้สึกคุ้นๆต้นไม้นี้นิดหน่อยตอนสมัยชาติทีแล้วเธอเหมือนจะเคยเห็นมันอยู่แล้วเธอก็นึกออกว่ามันเป็นต้นเบาบับนั้นเอง


พนักงานพาพวกเธอมาจอดอยู่แถวๆต้นไม้แปลกๆนี้ มานามิสำรวจใกล้ๆในทันทีแล้วก็เห็นว่ามันมีประตูเวทมนต์ติดอยู่ พร้อมกับที่พนักงานคนนั้นอธิบายว่าห้องที่พวกเขาจ้องไว้คือห้องต้นเบาบับเวทมนต์ (ไรท์ฯ:ต้นเบาบับปกติน่ะปลูกในเขตแห้งแล้งอย่างพวกแอฟริกาแต่ต้นเบาบับเวทมนต์นั้นปลูกได้ทุกที่ที่เป็นดินนะจ๊ะเพราะผ่านการดัดแปลงพันธุ์กรรมด้วยเวทมนต์มาแล้ว)ที่ข้างนอกดูใหญ่อยู่แล้วแต่ด้านในจะยิ่งใหญ่และกว้างมากกว่าที่เห็นด้านนอกหลายเท่า มานามิอดที่จะคิดถึงของวิเศษของโดเรม่อนไม่ได้เลย เพราะเธอพอจะจำได้ว่าโดเรม่อนก็มีของที่สามารถใช้งานได้คล้ายๆแบบนี้อยู่


ถึงจะข้องใจในตัวเลขาของคุณป๊าของตัวเองที่ทำไมจ้องอะไรแบบนี้ให้แต่มานามิก็ไม่ได้ไม่สะดวกใจอะไร และการแบ่งห้องนอนครั้งนี้มานามิก็ยังได้นอนห้องเดียวกับคุณม๊ามิเรย์ตามเดิม ทั้งสองเดินจูงมือกันเข้าห้องพักของตัวเองเพื่อหลักพนักงานลงรหัสเวทย์เชื่อมห้องกับตัวพวกเธอเรียบร้อย(การลงมนต์ก็คล้ายคีย์การ์ดสำหรับแตะเข้าห้อง)


พอเข้าไปข้างในมานามิก็ต้องตกใจเพราะความกว้างขวางและสวยงามของห้องพัก เธอรู้สึกว่าพวกโนบิตะที่ตกใจกับของวิเศษของโดเรม่อนเป็นยังไง ภายในนี้เป็นเหมือนโพร่งไม้กว้างๆที่ตกแต่งสไตล์โมเดิน ไฟที่ส่องสว่างอยู่ภายในห้องเป็นโทนสีส้มอ่อนสบายตาพอมองไปข้างบนก็เห็นโคมไฟกลมๆที่ถูกพันด้วยเถาวัลย์แห้งสีน้ำตาลทำหน้าที่เปล่งแสงอยู่ มีเตียงนอนขนาดคิงไซค์อยู่กลางห้องและตรงเนื้อไม้บางแถบมีตู้กระจกที่มีดอกไม้ทะเลสีและปลาตัวเล็กๆแหวกว่ายไปมา และโซฟาพักผ่อนก็สามารถมองเห็นวิวด้านอกได้โดยที่จริงๆแล้วด้านนอกต้นเบาบับนี้ไม่มีหน้าต่างซักบานเธอเห็นว่ามันมีปุ่มกดควบคุมอยู่แถวนั้นด้วย  แล้วเมื่อหันไปอีกทางจะเห็นเค้าเตอร์ห้องครัวเล็กที่มีมีแก้วไวน์ห้อยแขวนเรียงตามขนาดไว้ด้วย พอมองเลยไปหน่อยก็มีประตูห้องที่น่าจะเป็นห้องน้ำ และตู้เสื้อผ้าโทนขาวดำอยู่


พวกเขามาพักที่นี่เพียงสองวันหนึ่งคืนก็เลยทำแค่จัดแจงเอาเสื้อภาพชุดสองชุดออกมาจากคริสตัลเก็บของและใส่ไม้แขวนในตู้ ถึงจริงเวลาจะผลัดเปลี่ยนอะไรก็สามารถเอาออกมาจากคริสตัลพวกนี้เลยทีเดียวก็ได้แต่มันดูจะขี้เกียจและทำให้เสียนิสัยเกินไป เมื่อคุณนายมิเรย์บอกเอมาแบบนี้ มานามิจึงทำตามอย่างทันทีแบบไม่ขัดขืนอะไร ทำให้อีกฝ่ายปลื้มใจเธอไม่น้อย


และไม่นานก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงพูดอัตโนมัติของห้องว่ามีแขกต้องการเข้ามาเยี่ยม และโชว์ภาพโฮโลแกรมออกมา คนที่มายืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากสุกาวาระ เซโตะ ซึ่งแม้ตอนที่ยืนอยู่หน้าห้องของพี่สะใภ้แล้วหลานสาวก็ยังคงท่าทางเหม่อลอยเหมือนคิดอะไรอยู่เสมอ มานามิได้แต่คิดในใจว่าโชคดีที่อาของเธอหล่อมากและแต่งตัวดูดีไม่งั้นคนอื่นอาจกล่าวหาเขาเป็นพวกไม่เต็มได้


และมานามิเองก็รู้ว่าเขามาที่นี่ทำไม นั้นก็เพราะคุณอาคนดีของเธอวันนี้เขานัดเที่ยวไปหาสถานที่วาดภาพด้วยกันนั้นเอง ดังนั้นเธอจึงหันไปบอกลาสั้นๆกับม๊ามิเรย์ และรีบกดออกจากบ้านต้นเบาบับไป


“คุณอาขาาาาาาาามานามิมาแล้วค่า!


มานามิแสดงอาการเป็นเด็กน้อยผู้ร่าเริงทั้งที่อายุวิญญาณจริงๆนั้นออกจะเลยวัยที่ทำอะไรแบบนี้มาแล้ว แต่ยังไงตอนนี้ก็คิดว่าการทำอะไรแบบนี้ให้สมกับเป็นเด็กหน่อยจะดีกว่าผู้ใหญ่จะได้ไว้ใจ


ส่วนคุณอาคนดีที่ตอนแรกแม้จะเหม่อมองไปเรื่อยๆแต่พอได้ยินเสียงหลานสาวตัวน้อยก็หันไปมองและส่งยิ้มให้ ไม่ทันจะพูดอะไรเขาก็ก้มลงไปอุ้มตัวเธอขึ้นมา ซึ่งถึงแม้ตัวเขาจะผอมบางไปซักหน่อยแต่ก็พอมีแรงอย่างที่ผู้ชายส่วนใหญ่ควรจะมี


เซโตะที่คว้าตัวหลานสาวเอาไว้ในอ้อมแขนได้แล้วก็รีบเดินด้วยขาอันยาวสวยตรงไปที่จุดบริการรถลอยฟ้าของรีสอร์ทที่ใกล้ที่สุด จนมานามิถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ


“คุณอารีบไปที่ไหนก่อนเหรอคะ???”


มานามิถามคุณอาของเธอด้วยความไม่เข้าอย่างจริงจัง


อ่า….ว่าไงดีล่ะถ้าไม่รีบเดียวพวกเด็กๆจะแหตามไปน่ะ คนเยอะหาที่วาดภาพไม่สะดวก


มานามิร้องอ๋ออย่างเข้าใจก่อนจะไม่ถามอะไรเพิ่มอีกเพราะเธอกำลังอารมณ์ดีที่ได้ไปเที่ยวกับหนุ่มหล่อและแถมตอนนี้ก็ไม่ต้องเดินเองให้เมื่อยอีกด้วย ส่วนเซโตะนั้นก็ได้แต่แอบถอนหายใจเบาๆไม่ให้หลานตัวเองรู้ แต่ปกติหลานของเขาก็เป็นคนไม่ได้สังเกตคนอื่นเท่าไหร่อยู่ก็ตาม ดังนั้นหลานสาวของเขาจึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นที่นิยมขนาดไหนโดยเฉพาะกับลูกชายทั้งสองของพี่ชายคนโต ทั้งยูและทาคาชิต่างติดเด็กคนนี้มาก และเนื่องจากเขาต้องการที่จะหาที่สงบๆจริงๆเข้าจึงไม่ต้องการคนจำนวนมากไปกับเขาด้วย แน่นอนถ้าเห็นมานามิเดินไปกับเขาแบบปกติเด็กพวกนี้ต้องรีบขอตามมาด้วยอย่างห้ามไม่ได้แน่ๆ เพราะยังไงพวกเขาก็เป็นหลานรักของอาคนนี้เหมือนกัน


เพียงแต่ตอนนี้คุณอาที่รักหลานที่ว่ากำลังไม่รู้ตัวเลยว่าได้เห่อหลานคนใหม่มากกว่าหลานคนอื่นๆไปแล้ว



…….



เพียงไม่นานทั้งคู่ก็ออกมาจากรีสอร์ท แม้ในตอนนี้ตัวมานามิเองจะคุยกับใครไม่รู้เรื่องนอกจากคุณอาก็เถอะ (ไรท์ฯ:จริงๆพนักงานพูดภาษาสากลของทุกทวีปได้นะคะแต่คุณอาเซโตะแกชอบติดต่อคนอื่นด้วยภาษาท้องถิ่นของทวีปนั้นค่ะ)แต่เธอก็ยังคงมองนู้นมองนี้อย่างอารมณ์ดี เพราะข้างหน้ารีสอร์ทเริ่มมีการเตรียมร้านแผงลอยสำหรับการเดินถนนยามค่ำคืนให้ได้เห็นกันบ้างแล้ว และมันก็เป็นถนนคนเดินตอนกลางคืนที่ค่อนข้างมีเชื่อเสียงที่เธอได้อ่านมาจากนิตยาสารท่องเที่ยวซะด้วย


ตอนนี้คุณอาของเธอก็กำลังคุยอะไรบางอย่างกับคนในพื้นที่อีกแล้ว ซักพักคุณอาจึงอุ้มเธอลงให้ยืนกับพื้นและจับมือของเธอไว้ข้างหนึ่ง


“ใกล้นี้มีพิพิธภัณฑ์สัตว์ท้องถิ่น แวะไปกันก่อนเถอะตอนนี้แดดร้อนอยู่รีบไปหาที่วาดภาพตอนนี้หลานคงร้อนแย่”


เซโตะหันไปยิ้มให้หลานสาวและเริ่มจูงมือเธอไปตามเส้นทางที่ชายชาวทวีปใต้บอกเอาไว้ และเพียงนานทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ที่ป้ายบอกสถานที่หน้าพิพิธภัณฑ์ที่มีนักท่องเที่ยวเดินเข้าออกไปมาพอสมควร ทั้งมานามิและเซโตะมองเลยป้ายนั้นไปหน่อยก็เห็นน้ำพุกลางลานกว้างซึ่งตรงใจกลางมีรูปปั่นถูกสลักด้วยหินอ่อนอยู่ พอพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ๆก็เห็นว่าเป็นรูปคู่รักชายหญิงที่งดงามมากคู่หนึ่ง


“อืม งานละเอียดพอสมควร”


เซโตะพึมพำและเริ่มจมไปกับความคิดของตัวเองอีกครั้ง ส่วนมานามิก็ได้แต่มองคุรอาของเธออย่างปลงๆแน่นอนว่าเธอก็ค่อนข้างเข้าในนิสัยคุณอาคนนี้อยู่พอสมควรจากเกมจีบหนุ่มที่เล่นเมื่อชาติที่แล้ว แต่ตอนนี้เธอคิดว่าแดดทางใต้มันแรงไม่หน่อยจนเธอเริ่มจะร้อนแล้ว มานามิเลยเลือกที่จะขัดอารมณ์ความคิดของผู้เป็นอา


เซโตะเลือกเหม่อลอยและหันมาดูมือที่ถูกกระตุกอยู่ก็จำได้ว่าจะพาหลานสาวมาเที่ยวพิพิธภัณฑ์จึงกล่าวขอโทษเธอและจับกระชับมือน้อยๆของหลานสาวแน่นเพื่อไม่ให้เธอหลงแล้วค่อยๆเดินเข้าไปด้านในพิพิธภัณฑ์


พิพิธภัณฑ์สัตว์ท้องถิ่นนั้นทำให้มานามิตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากเพราะสัตว์หลายชนิดบนเกาะแห่งนี้เป็นสัตว์ที่เธอไม่เคยเห็นเลยในโลกเดิม บางตัวก็น่ารักมากๆ แต่บางตัวค่อนข้างสยองขวัญไปซักหน่อย


สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของที่นี่จะเป็นจำพวกขนสั้นหรือไม่ก็เพรียวลมส่วนใหญ่ทำให้เธอได้ยินเสียงคุณอาบ่นมาลอยๆเป็นส่วนใหญ่ว่าถ้าขนฟูจะน่ารักกว่านี้แท้ๆด้วย แต่มานามิเป็นพวกชอบสัตว์น้ำมากกว่า เพราะดูแลง่ายไม่ค่อยส่งเสียงดังรบกวน และเมื่อได้เห็นป้ายบอกโซนที่มีภาษาทั้ง4ทวีปแปะอยู่ว่าเป็นโซนสัตว์น้ำเธอก็ลากคุณอาของเธอเข้าไปทันที


ฝูงปลาน้อยใหญ่มากมายจากภาพโฮโลแกรมแหวกว่ายไปมารอบๆตัวนักท่องเที่ยว แน่นอนว่ามันเป็นโฮโลแกรมที่สร้างจากคริสตัลเวทมันดังนั้นมันจึงว่ายน้ำเหมือนกับมีชีวิตจริงแถมไม่ชนหรือมุดหายผ่านตัวนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ปลาสีสันสดใสพวกนี้แหวกว่ายอยู่รอบๆผู้มาใหม่เหมือนทำการตอนรับ บางตัวเป็นปลาที่ใส่หมวกใส่ชุดเชียร์ลีดเดอร์หรือแม้แต่ชุดประจำเผ่าพื้นเมืองต่างๆมากมายก็มี ซึ่งปลาดังกล่าวมักจะมาวายวนๆรอบๆเด็กตัวเล็กๆ


มานามิมองปลาสีเหลืองอ๋อยที่หน้าตาเคร่งครึมใส่สูทผูกไทสีดำสนิทแล้วสวมแว่นกันแดดว่ายตามเธอมาสองสามตัวแล้วหันไปมองเด็กผู้หญิงที่กำลังเดินสวนไปที่มีปลาสีขาวในชุดนางเงือก(?)ว่ายตามไป มันทำให้ตัวเธอรู้สึกเหมือนไอ้ปลาพวกนี้มันคงคิดว่าเธอเป็นตัวร้ายเหมือนกันสินะถึงว่ายตามมาแบบนี้ แน่นอนเธอหดหู่ใจมากแต่ก็พยายามไม่มองมัน


ส่วนเซโตะที่โดนหลานสาวเดินจูงมือเข้ามาในโซนสัตว์น้ำก็สังเกตเห็นสีหน้าทางท่าทางของหลานคนนี้มาโดยตลอด เขาพอจะเดาความคิดเพี้ยนๆของเธอได้กลายๆ มันทำให้เขายกยิ้มมุมบางอย่างไม่รู้ตัว บางทีการอยู่กับหลานสาวนานๆก็ทำให้เขาคิดว่าเอช่างเป็นเด็กที่มีอารมณ์หลากหลายเกินวัยตัวเองไปซักหน่อยจริงๆ แต่เขาเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ชอบมุมมองแบบนี้ของหลานสาว


เธอเป็นเด็กร่าเริงและเข้าใจผู้อื่น ทำตัวตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆแต่ก็ยังรับมือกับเรื่องแปลกๆได้ดี เธออาจจะเฮฮาและทำท่าเหมือนเด็กๆเวลาอยู่กับครอบครัว แต่เวลาเธออยู่ในสถานการณ์ที่เจอคนแปลกหน้าเธอจะทำตัวเหมือนเป็นผู้ใหญ่โดยไม่รู้ตัว มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมองการกระทำเล็กๆน้อยๆพวกนี้อย่างไม่รู้สึกตัวเสมอ


ส่วนมานามิพาคุณอาของเธอเดินไปชมตู้นั้นตู้นี้จนสุดท้ายก็ไม่หยุดที่ห้องการแสดงโลกของแมงกะพรุน มานามิแทบจะกรี้ดออกมาดังๆ เธออยากเห็นว่าในห้องนี้จะมีแมงกะพรุนน่ารักๆเหมือนเจ้ารถบัสแมงกะพรุนบางหรือเปล่า ไม่รอช้าเธอรีบลากคุณอาเข้าไปต่อคิวทันทีอย่างกระตือรือร้น จนคุณอาของเธอต้องรีบอุ้มเธอขึ้นมากันหลงเป็นการด่วนเพราะแถวบริเวณนี้นักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก


 เนื่องจากคุณอามักจะมองมานามิเลยไม่สนใจรอบข้างส่วนมานามิที่เกาะคุรไปท่าทางตื่นเต้นไปนั้นไม่ได้มองเลยว่าภาพหนุ่มวัยรุ่นที่อุ้มเด็กสาวที่ท่าทางจะมีวัยอยู่ช่วงก่อนขึ้นชั้นประถมนั้นต่อให้มองยังไงก็ไม่เหมือนอาหลานกันแน่นอน เพราะทั้งคู่ถึงจะหน้าตาดีแต่ลักษณะภายนอกต่างไม่เหมือนกันเลยซักนิด มันกลายเป็นว่าไอ้หนุ่มวัยรุ่นท่าทางซื่อๆเป็นโลลิค่อนรสนิยมดีที่มาเดทกับแฟนสาว(?)อย่างเปิดเผยล่ะนะ(ไรท์ฯ:เจ้าสองคนนี้ความรู้สึกช้าอย่างไม่สนใจใครเลยจริงๆ)



…..



หลังจากได้ตั๋วจากพนักงานชายที่ยิ้มให้เขาแบบชื่นชมยกย่อง แต่เซโตะก็ไม่คิดที่จะสนใจเท่าไหร่ เขาให้หลานสาวตัวน้อยถือตั๋วสองใบนั้นเอาไว้แล้วพาอุ้มเข้าไปด้านใน


มานามิและเซโตะที่เริ่มก้าวเข้าสู่ห้องนั้นก็สัมผัสได้ถึงความเย็นนุ่มเหมือนเยลลี่ รู้สึกเหมือนจะเปียกแต่พอลองสัมผัสตัวกลับไม่เปียก อากาศรอบๆยังหายในปกติแต่มันรู้สึกต่างจากปกติพวกเขาทั้งคู่งุนงงอย่างไม่เข้าใจแต่เพียงพริบตาเดียวพวกเขาก็เห็นแสงสว่างวิบวับเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ๆ แล้วเมื่อมองเพ่งดูดีๆจะเห็นว่าสิ่งนั้นคือแมงกะพรุนนั้นเอง พวกมันเคลื่อนตัวราวกับแหวกว่ายอยู่ในท้องทะเลลึกที่แสงส่องไม่ถึง การเคลื่อนไหวหุบๆพองๆดึงดูดสายตาของเด็กน้อยไปอย่างง่ายดาย ส่วนท่าทางของเด็กน้อยเองก็ดึงดูดคายตาของชายหนุ่มไปแล้วด้วยเช่นกัน


แสงสว่างจากแมงกะพรุนใต้ท้องทะเลที่ว่ายอยู่นั้นส่องสะท้อนกับเส้นผมสีเงินของเด็กหญิงเมื่อมันว่ายเฉียดเข้ามาใกล้ๆ ผมของมานามิพลิ้วสยายคล้ายอยู่กลางสายน้ำ เซโตะอดคิดถึงตำนานเรื่องนางเงือกสาวที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรไม่ได้ พวกเขาไม่รู้ด้วยเลยว่าเวลานั้นผ่านไปเร็วขนาดไหน แต่ความรู้สึกจากใต้ท้องทะเลลึกนั้นกลับเปลี่ยนไปเรื่อยๆมันเริ่มสว่างขึ้น มองเห็นแสงแดดได้มากขึ้น ส่วนตัวแมงกะพรุนก็เปลี่ยนไปจากที่เรื่องแสงได้ก็เริ่มกลายเป็นแมงกะพรุนหลากสีสันมาจนถึงแมงระพรุนปกติโปร่งใส่ที่อยู่ในน้ำตื้นเหมือนมีแสดงแดดสว่างสดใส่ส่องกระทบผืนน้ำดังกระจกเงา


ตอนนี้เซโตะรู้แล้วว่านี้คือเวทมนต์มายาที่ผสมกับเวทมนต์จำลองสภาพที่ทำให้พวกเขามีความรู้สึกคล้ายๆกับอยู่ในน้ำ แต่ปรับสภาพให้เย็นๆหยุนๆกว่าความเป็นจริงเท่านั้นเพราะถ้าปรับสภาพตอนอยู่ในช่วงใต้ทะเลลึกจริงๆแล้วล่ะก็พวกเขาคงเส้นเลือดระเบิดตาเพราะแรงกดอากาศไปนานแล้ว


ในที่สุดเวทย์มายาก็ทำให้เขากลับขึ้นมาบนฝั่งอย่างปลอดภัย เขาสำรวจหลานสาวตัวน้องที่ทำหน้าตื่นตาตื่นใจว่าจะระเหยกลายเป็นฟองไปหลังขึ้นมาบนบกอย่างเทพนิยายที่เคยได้ยินในสมัยเด็กหรือไม่ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่เป็นอะไร แน่ล่ะหลานสาวของเขาก็เป็นเด็กผู้หญิงปกตินี่


แล้วพวกเขาทั้งคู่ก็ออกมาจากห้องจัดแสดงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย รู้ตัวอีกทีเซโตะก็อุ้มหลานสาวตัวเล็กมาอยู่ที่โซนจัดแสดงของเก่าแก่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกของสำหรับล่าสัตว์หรืออุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ของชนเผ่าพื้นเมืองบนเกาะต่างๆสมัยก่อน ซึ่งโซนนี้ดูเงียบไปซักหน่อย


เซโตะหันไม่ถามหลานสาวว่าจะออกจากที่นี่เลยมั้ย แต่มานามิปฏิเสธแล้วตอบคุณอาของเธออย่างตื่นเต้นว่าอยากรู้ประวัติศาสตร์ชาวพื้นเมืองมากกว่านี้ ทั้งคุณเลยเดินดูเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆไปเรื่อยๆ จนมาถึงมุมมุมหนึ่งที่มีเพียงแท่นไม้ไม่สะดุดตากับลูกธนูเก่าๆวางอยู่บนแท่นนั้นเขียนแค่เพียงว่าเป็นลูกธนูที่ใช้ทั่วไปในชนเผ่าแถบนี้ ไม่มีอะไรให้ดูประวัติเพิ่มเติมจนทั้งคู่แปลกใจ


“คุณอาคะ ทำไมลูกธนูดอกเดียวถึงมาอยู่ตรงนี้ล่ะคะ?”


“นั้นสิเมื่อกี่ก็มีหุ่นจำลองนักรบกับพวกอาวุธไปแล้วนี่หน่า


เซโตะตอบหลานสาวตัวน้อยไปอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน แล้วในขณะที่จะเดินออกไปทางอื่นด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าไม่หนักไปเบาดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานใสเป็นภาษาทวีปกลาง


“อ้าว คุณนักท่องเที่ยวตรงบริเวณนี้ปิดปรับปรุงอยู่เข้าไม่ได้นะคะ”


เซโตะหันกลับไปมองก็เห็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วนผิวสีน้ำผึ้งดวงตากลมโตผมสีน้ำตาลไหม้หยักเป็นคลื่นทำให้ผมเธอดูฟูๆแต่ไม่ฟูจนเป็นเอฟโฟ่ในชุดสูทสตรีกำลังส่งยิ้มอย่างใจดีมาให้ เธอดูจะอายุยี่สิบปลายๆและดูแล้วน่าจะเป็นสาวที่เชื้อสายเผ่าชาวเกาะพื้นเมืองอยู่




------------------------------------------------------

อีกครึ่งหนึ่งไม่รู้จะลงทันวันนี้มั้ยนะคะ  อาจมาดึกมากๆๆๆๆๆจนถึงเช้าพน.


คาแรคเตอร์หนุ่มชุดขาวที่มาช่วยมานามิ






ทะเลแห่งดวงดาว






ต้นเบาบับค่ะ

ที่แอฟริกามีคนเอาต้นนี้ไปทำเป็นบาร์จริงๆด้วยนะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

984 ความคิดเห็น

  1. #982 chompu12052547 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 01:34
    รูปคุณอาชวนให้นึกถึงแอคเซลาเรเตอร์ในเรื่องแฟ้มลับวิทยาศาสตร์เลยนะ
    #982
    0
  2. #798 amire (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 03:42
    คำผิดเยอะมาก~ แบบที่อ่านแล้วงงก็มี อย่าลืมกลับมาเช็คน๊า~
    #798
    0
  3. #767 lovelyztk (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 22:43
    คุณอาเป็นโลลิค่อนค่ะ /ปิดตาชี้หน้าคุณอา มานามิจังน่าเอ็นดูจริงๆ ไรท์บรรยายซะเราอยากไปทะเลเลยค่ะ สวยมากก
    #767
    1
    • #767-1 himekawa-sama(จากตอนที่ 40)
      15 มีนาคม 2560 / 19:06
      ขอบคุณค่าาาา ดีใจที่มีคนชอบนะคะ
      #767-1
  4. #750 ecafe2923jr (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 02:05
    555 มานามิจังมคปลามาเฟียตาม555 ส่วนลูกธนูนั้นลูกที่ยิงเทพธิดาแน่ๆ
    #750
    0
  5. #749 mild_2305 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 01:10
    เหมือนไปเดทกันเลยค่ะ ฟินเมื่อไหร่จะรู้ตังกันสักที~~~ //ลงเรือคุณอาแบบเต็มตัว
    #749
    1
    • #749-1 himekawa-sama(จากตอนที่ 40)
      13 มีนาคม 2560 / 20:01
      มีคนลงเรือลำนี้กันเยอะมากเลยค่ะะะ
      #749-1
  6. #748 shiga123 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 23:46
    โอ่ยย หล่อจิงไรจิง หลงหนุ่มผมเงินนนน
    #748
    0
  7. #747 chrysalis_devil (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 23:07
    คุณอาละมุนมากฮะ
    #747
    0
  8. #746 Nufumi72 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 22:44
    เขาคือคุณรูทลับใช่ไหมคะ*0*+++//ส่งสายตาวิ้งๆไปให้ไรท์
    #746
    1
    • #746-1 himekawa-sama(จากตอนที่ 40)
      13 มีนาคม 2560 / 19:27
      เค้าคือ!!!ใครนะ อิอิ
      #746-1
  9. #745 BSL4 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:39
    ท่านอาชอบโลลิสินะหุๆ
    #745
    0
  10. #744 BSL4 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 21:39
    ท่านอาชอบโลลิสินะหุๆ
    #744
    0