Otome Girl & Real Otome World

ตอนที่ 31 : ตอนพิเศษ [Jelly fish girl in Christmasland] #1-#2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    5 ม.ค. 60




ตอนพิเศษ  Christmas dream [Jelly fish girl in Christmasland]




            ตอนพิเศษนี้เป็นความฝันของน้องแมงกะพรุนจ้า  ซึ่งแบ่งเป็นหลายๆความฝันในเรื่องเดียวกันแต่เจอกับเหล่าหนุ่มๆเรื่อยๆซึ่งเราจะพาพวกท่านข้ามกาลเวลาไปเจอกับพวกเขาตอนที่มานามิจังของเราอายุได้16ปีแล้ว(เห็นหลายๆท่านอยากให้มานามิและเหล่าหนุ่มๆโตกันไวๆเราเลยจัดให้ล่วงหน้า)  หุหุหุ สามารถร่วมโหวต แฮกแท็กทีมหนุ่มๆที่ท่านชอบก็ได้นะคะ


            ปล.ขออภัยที่หายไปนาน  ตอนแรกจะลงนิยายจีนก่อนแต่ตันๆแปลกๆเลยเขียนตอนบุปผาหินฯค้างไว้แล้วมาปั่นตอนพิเศษที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลัก(?)ทางนี้เลยดีกว่า

 

 




 

#1

            พอลืมตาขึ้นมาสิ่งแรกที่ฉันสัมผัสได้คือตัวเองกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะรับประทานอาหารที่ที่นั่งฝั่งตรงข้ามมีแค่เก้าอี้ที่ว่างเปล่า ส่วนบนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารมากมายและเค้กคริสมาสสีสันแสบตาล่ะค่ะ ในมือของฉันถือมงกุฎอันเล็กๆที่ฉันจำได้ว่าเคยใส่ในตอนเด็กๆอยู่ งือ ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะมีใครบางคนซื้อมาให้ฉันสินะ ทั้งๆที่ฉันเป็นคนความจำดีแท้ๆแต่กลับจำคนให้ไม่ได้ขึ้นมาซะอย่างนั้น แล้วพอก้มสำรวจชุดที่ตัวเองใส่อยู่ก็เป็นถึงชุดเดรสสีม่วงอ่อนที่ดูสวยงามดูดีสมกับสาวม.ปลาย


มันทำให้ฉันรู้สึกงงๆ แต่นี่คือความฝันงั้นสินะคะ ต้องใช่แน่ๆไม่งั้นฉันก็ไม่มีทางมานั่งหลับบนโต๊ะอาหารแบบนี้หรอกค่ะ พอคิดได้แบบนั้นฉันก็เลยลองมองสังเกตไปรอบๆห้องที่ดูเหมือนจะเป็นสีขาวทั้งผนังและพื้นกระเบื้อง มันดูไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ไม่ใช่ห้องอาหารในโรงแรมหรือแม้กระทั้งโต๊ะกินข้าวของตระกูลสุกาวาระ ที่นี่มีเพียงหน้าต่างหนึ่งบานที่มองออกไปด้านนอกแล้วเห็นแต่ดวงดาวบนท้องฟ้ากับหิมะโปรยปรายบางๆในช่วงเวลากลางคืน พอฉันหันสายตามองไปอีกด้านก็จะเห็นประตูสีทองที่ปิดสนิทอยู่ไกลพอสมควร และต้นสนเล็กๆสำหรับวันคริสมาสที่ถูกประดับไปด้วยคริสตัลเวทมนต์หลากสีสันเปล่งประกายจนแสบตาอยู่ตรงอีกมุมหนึ่งของห้อง หว่า ไม่มีอะไรน่าสนใจสุดๆเลยน๊า ใครกันที่ประดับต้นคริสมาสด้วยเจ้าสิ่งนี้อย่างเดียวกันล่ะเนี้ย แถมใต้ต้นสนคริสมาสนั้นก็ไม่มีกล่องของขวัญอะไรเลยอีกต่างหาก ฉันคิดว่าถ้ามีตุ๊กตาหรือโมเดลจำลองรถบัสแมงกะพรุนอยู่ด้วยจะรักมากแน่ๆ ทั้งที่เป็นฝันของฉันกลับไม่มีรถบัสแมงกะพรุนเลยเหรอ หรือฉันยังเข้าไม่ถึงจิตใจ(?)ของรถบัสแมงกะพรุนกันคะ?? น่าเศร้าเกินไปแล้วตัวฉัน ขนาดรถบัสแมงกะพรุนยังไม่โผล่มาหาแม้แต่ในฝันเลยเหรอคะเนี้ย


ดังนั้นฉันเลยคิดว่าจะลองเดินออกจาห้องนี้ไปสำรวจที่อื่นๆดูเพื่อจะเจอของประดับลายแมงกะพรุนซักชิ้น แต่พอเดินมาถึงประตูสีทองฉันที่ยังไม่ทันได้จับลูกบิดประตูเลยแท้ๆ มันกลับเปิดออกมาซะแล้ว และคนที่อยู่ด้านหลังประตูก็ทำให้ฉันสะดุ้งขนลุกเกลียวไปเลยทีเดียว


“ยัยหยิกนี่เธอรอฉันฉันซักวินาทีก็ทนไม่ไหวแล้วรึไง?”


“ทะ..ท่านพี่!!


เอ๋ๆๆๆๆ!! จู่ๆสุกาวาระ ยูพี่ชายที่แสนเอาแต่ใจคนนั้นก็มาปรากฏตัวในฝันของฉัน โอ้วววไม่นะ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะเนี้ย


“ยัยบ้า เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันให้เธอเรียกว่าอะไร??”


!!??”


ตอนนี้ฉันรู้สึกสับสน ไม่ใช่ว่าคุณพี่คนนี้ให้ฉันเรียกว่าท่านพี่ตั้งแต่เด็กๆแล้วไม่ใช่เหรอค่าาาาา แถมดูเหมือนอาการงงของฉันจะยิ่งไม่เข้าตาพี่ชายตรงหน้าเรื่อยๆ ดูรอยยิ้มนั้นสิยิ้มได้เสียวสันหลังสุดๆไปเลยค่ะ พี่ชายยยยยฉันทำอะไรผิดเหรอคะ มองตาของมานามิสิ วิ้งๆๆ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆนะ ทำไมต้องปล่อยจิตสังหารใส่กันขนาดนี้!


เธอกล้าลืมจริงๆสินะ?”


น้ำเสียงไม่สบอารมณ์สุดๆของคนตรงดังขึ้น พร้อมกับการเดินก้าวเข้ามาในห้องสีขาวนี้แน่นอนว่าตัวฉันเองก็ต้องถอยหลังไปเรื่อยๆด้วยเช่นกัน แล้วก่อนที่มานามิคนนี้จะคิดข้อแก้ตัวได้พี่ชายตรงหน้าก็ยกมือขึ้นมาหยิกและดึงแก้มทั้งสองข้างของฉันอย่างแรง


“แงงงงงง เง็บงากง่า!!!”(แงงงงงง เจ็บมากค่า!!!)


            โหดร้ายที่สุด!!! สุกาวาระ ยูตอนนี้ไม่พูดไม่จาแต่ยืดหดแก้มของฉันออกไปมาอย่างสนุกสนาน โอ้ยยยย พี่ชายคะฉันอายุ16ปีแล้วนะ แก้มไม่ได้ย้อยเหมือนสมัยเด็กๆซักนิด ช่วยรักษาสุขภาพหน้าของน้องสาวหน่อยจะได้มั้ยซึ่งแน่นอนว่าฉันบนได้แต่ในใจอย่างเดียว พี่ชายคนนี้นี่มันจริงๆเลย!


            “สำนึกรึยังยัยหยิก?”


             ในขณะที่ฉันกำลังเจ็บปวดจนน้ำตาเล็ดพี่ยูก็พูดขึ้นมาพร้อมเอามือที่หยิกหน้าฉันเป็นเป็นลูบหน้าฉันแทน  ฮือๆ ที่คือการตบหัวลูบหลังใช่มั้ยคะเนี้ย??


            “ยู


            “???”


            หืออออ


            “เธอต้องเรียกฉันว่ายู จำได้รึยัง?”


พอพูดประโยคนั้นจบสุกาวาระ ยูก็เอามือข้างหนึ่งมาลูบที่ปากของฉันอย่างแผ่วเบา มันทำให้ฉันตัวเกร็งขึ้นมาอย่างฉับพลัน และแม้ภายนอกจะดูสงบนิ่งตัวแข็งอยู่แต่ฉันก็รู้สึกได้ว่าตอนนี้ฉันแทบจะกรีดร้องเสมือนภูเขาไฟปะทุทะลักลาวาออกมาแล้ว


ม่ายยยยยยยยยยยย!!! สยองเกินไปแล้วค่าทุกท่าน นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ค๊าาาา  ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่านี่ใช่สุกาวาระ ยูตัวจริงรึป่าว หรือพี่ชายจะเรียนมหาลัยปีสุดท้ายหนักเกินไปจนสมองเพี้ยนไปแล้วแบบนี้??


แล้วในตอนที่สมองของฉันไม่สั่งการอยู่นั้นเองพี่ชายที่แปลกๆไปก็จูงมือฉันไปนั่งที่โต๊ะอาหารและเขาก็ได้นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับฉัน แต่เพียงไม่นานฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังฝันอยู่นี่หน่า คงจะต้องหาทางทำให้ตัวเองตื่นซะแล้ว แต่พอนึกว่าเมื่อกี่ฉันพึ่งโดนคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามหยิกเจ็บๆไปทว่าฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ มันยิ่งทำให้ฉันสงสัยว่านี่เป็นความฝันจริงหรือเปล่า หรือฉันลืมอะไรบางอย่างไปจริงๆ


“ยัยหยิก เธอกล้างอนที่ฉันหยิกแก้มเธอรึยังไง??”


“อะ..เอ๋!..มะ ไม่ใช่ค่ะ”


คำถามของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามทำให้ฉันต้องรีบสายหน้ารัวๆ เพราะกลัวจะมีการหยิกแก้มยกที่สองเกิดขึ้น


“หึ ใครใช้ให้เธอลืมเรื่องสำคัญๆในวันที่เรามาเดทกันเล่า! มะ..ไม่ใช่ว่าฉันน้อยใจจนเผลอทำรุนแรงไปหน่อยหรอกนะ แค่เธอสมควรถูกลงโทษไม่ใช่รึไง ฉันไม่รู้สึกผิดที่หยิกเธอแน่”


“ห๊ะ!?”


ชายหนุ่มที่โตเต็มวัยตรงหน้าพูดอะไรแปลกๆก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น ซึ่งสิ่งที่ทำให้ฉันช็อคที่สุดไม่ใช่ท่าทางแบบแปลกๆนั้นแต่เป็นคำพูดที่เขาบอกว่าเดทเดียวนะ ทำไมฉันต้องมาเดทกับพี่ชายตัวเองล่ะคะ!! ถึงอีกฝ่ายจะเป็นพี่ชายบุญธรรมก็เถอะ คิดสิมานามิเธอต้องคิดให้ออกเดียวนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น!!


ปัง!!


“นี่ยัยหยิก มาเดทกับแฟนตัวเองในวันคริสมาสทั้งทีเลิกทำหน้าตาแปลกๆหน่อยจะได้มั้ย อยู่กับฉันมันไม่สนุกขนาดนั้นเลยรึไงห๊ะ!!??”


            คราวนี้ฉันได้สะดุ้งอีกรอบเพราะคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเริ่มโมโหแล้วจริงๆ กรี้ดดดดด แย่แล้วน่ากลัวเกินไปแล้ว เรื่องเดทอะไรช่างมันไปก่อนมานามิเธอต้องวิ่งเอาชีวิตรอดจากตรงนี้ด่วน!!


            พอคิดได้ปุบฉันเองก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้เข้าใกล้ รีบใช้เทคนิคลับวิ่งหนีไปที่ประตูสีทองด้วยความเร็วแสง(เวอร์ไป)แต่ปรากฏว่าประตูกลับเปิดไม่ออก


            “เอ๋!! ไม่นะทำไมถึงบิดไม่ออกเนี้ย”


            “ยัยบ้าอย่าคิดหนีสิ!!


            พอคิดว่าคราวนี้ฉันต้องโดนหยิกแก้มจนตายแน่ๆก็เหลือบไปเห็นรูหนูที่อยู่ข้างๆต้นคริสมาสที่ประดับไปด้วยคริสตัลเวทมนต์ แล้วฉันก็สังเกตเห็นสีของคริสตัลสีหนึ่งว่าเป็นคริสตัลเวทมนต์สายกายภาพสำหรับทำให้ตัวหดลงได้ ไม่รอช้าฉันหยิบฉวยสิ่งนั้นไว้แล้วถ่ายโอนพลังเวทมนต์เพื่อให้มันทำงานทันที


            “ใส่พลังเข้าไปเยอะๆหน่อยจะได้หดเข้าไปในรูหนูได้ทัน ย๊า!!!


            ในวินาทีที่พี่ยูใกล้จะคว้าฉันได้ทันตัวของฉันก็เริ่มหดเล็กลงและกระโจนเข้าไปในรูหนูที่มืดมิดนั้นได้อย่างฉิวเฉียด





 

 

#2

            พอลืมตาขึ้นมาสิ่งแรกที่ฉันสัมผัสได้คือตัวเองกำลังนั่งอยู่บนกองของขวัญมากมายอย่างกับอยู่ในโรงงานผลิตของขวัญส่งออกเลยค่ะ ทุกๆที่เต็มไปด้วยของขวัญ ของขวัญแล้วก็ของขวัญ ในมือของฉันถือตุ๊กตาไม้ที่แกะสลักเป็นรูปนางฟ้าน่ารักๆตัวเล็กๆที่ฉันจำได้ว่าวางเอาไว้บนโต๊ะหนังสือตั้งแต่สมัยเด็กๆ งือ ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะมีใครบางคนซื้อมาให้ฉันเป็นที่ระลึกสินะ ทั้งๆที่ฉันเป็นคนความจำดีแท้ๆแต่กลับจำคนให้ไม่ได้ขึ้นมาซะอย่างนั้น แล้วพอก้มสำรวจชุดที่ตัวเองใส่อยู่ก็เป็นชุดวันพีชสีขาวสะอาดตาที่ดูน่ารักเรียบร้อยสมกับสาวม.ปลาย พร้อมด้วยกระเป๋าสะพายข้างน่ารักๆสีเขียวอ่อน


หือมันทำให้ฉันรู้สึกงงๆนิดหน่อย เอ่อ ถ้าจำไม่ผิดตอนแรกฉันหนีพี่ยูด้วยการกระโดดเข้าไปในรูหนูนี่หน่า! แล้วฉันก็ไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้ด้วย ระ หรือว่ามีใครแอบมาเปลี่ยนชุดของฉันตอนกำลังหนี!! ฉันรีบมองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็วเพื่อหาตัวการที่อาจจะหลบซ้อนตัวอยู่ในกองของขวัญแถวๆนี้  แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นอะไรนอกจากกองของขวัญ อ่า ฉันว่าฉันเริ่มสับสนระหว่างความจริงและความฝันไปซะแล้วล่ะค่ะ ถึงไม่รู้ว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นแต่การตื่นนอนหรืออกไปจากที่นี่น่าจะสำคัญที่สุดสินะ


เอาล่ะมานามิ เธอต้องทำได้ ให้กำลังใจตัวเองเข้าไว้นะ!!


พอสะบัดหน้าเรียกสติตัวเองเสร็จฉันกระโดดลงจากกองกล่องของขวัญมาตรงพื้นที่ว่างที่เหลืออยู่น้อยนิด ก่อนจะลองพยายามเดินหาทางออกไปเรื่อยๆ และในระหว่างทางฉันก็ได้สำรวจกระเป๋าใบน้อยที่สะพายติดตัวอยู่ในตอนนี้ด้วย แล้วฉันก็แปลกใจที่พบว่าในกระเป๋าใบนี้มีมงกุฎอันเล็กๆอันเดียวกับที่ฉันถือในห้องสีขาวนั้นอยู่ ฉันจึงใส่ตุ๊กตาไม้นางฟ้าลงไปในนั้นด้วย


และในตอนที่ปิดกระเป๋าเสร็จนั้นเองฉันก็รู้สึกได้ว่ามีเสียงอะไรบางอย่างดังใกล้เข้ามา


“แย่แล้ว แย่แล้ว แบบนี้ต้องส่งของขวัญวันคริสมาสไม่ทันแน่ๆ แย่แล้วสิครับ!!


น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยนี้ทำให้ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาต้นเสียงทันที ถ้าจำไม่ผิดเสียงนี้เป็นเสียงที่ฉันได้ยินบ่อยๆในโรงเรียนและที่บ้าน เสียงของพี่ชายที่แสนดีผู้ได้ครอบครองตำแหน่งประธานนักเรียนคนปัจจุบัน พี่โทยะ!!


ฉันรีบวิ่งตามเสียงไปด้วยความดีใจ ถ้าเป็นพี่โทยะต้องยินดีช่วยฉันแน่ๆ


“พี่โทยะ อยู่ไหนคะช่วยมานามิด้วยยยยยย”


ฉันวิ่งอ้อมกองของขวัญด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังเลยล่ะค่ะ ยังไงคร่าวนี้ฉันก็รอดแล้ว ของเพียงได้เจอกับพี่ชายคนนี้ฉันต้องผ่านช่วงเวลาแปลกประหลาดนี้ไปได้อย่างสบายๆแน่ๆ


แต่แล้วภาพที่ฉันเห็นเมื่อก้าวเลียวหัวมุมกองของขวัญออกมาก็ทำให้ฉันช็อคไปแบบคอมโบ ท่ามกลางกองของขวัญมากมาย มีรถเลือนหิมะสีแดงที่น่าจะเป็นรถลากเลื่อนลอยฟ้าอัตโนมัติคันใหญ่จอดอยู่ แต่นั้นไม่น่าตกใจเท่าหนุ่มหล่อท่าทางใจดีที่มีผมสีดำและตาสีเขียวหยกที่มักจะอ่อนโยนเสมอ กำลังทำท่าร้อนรนหยิบถุงใบใหญ่ที่บรรจุของขวัญมากมายเอาไว้อยู่ในชุดซานต้าครอสสีแดงสดใส แต่ที่น่าช็อคจริงๆก็คงเป็นสาวโลลิอกกระดานที่ไว้ผมทรงทวินเทลในชุดเมดสีแดงเลือดหมูที่เหมือนกันเป๊ะๆประมาณยี่สิบกว่าคนกำลังช่วยกันเช็คสภาพรถลากเลื่อนบ้าง ตรวจสอบของขวัญบ้าง ทำความสะอาดบริเวณรอบๆบ้างอย่างขยันขันแข็ง


เอ๋ ๆๆๆ ลิลลี่ใช้เวทมนต์ก็อปร่างตัวเองได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี้ย!?(ไรท์ฯ:นี่คือประเด็นที่เธอช็อคใช่มั้ยแม่หนู?) เหลือเชื่อสุดๆ แถมยังคงเวทมนต์ไว้ได้มากขนาดนี้ อ่ะ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาประหลาดใจสินะคะ(ไรท์ฯ:ใช่) พอฉันนึกขึ้นได้ว่าจะมาหาพี่โทยะ เจ้าตัวก็ขึ้นขับรถลากเลื่อนลอยฟ้าออกไปด้วยความเร็วสูงซะแล้ว


“พี่โทยะคะ อย่าพึ่งไปสิค่าาาา!!


ฉันตะโกนไปวิ่งไปตามทิศทางของรถลากเลื่อนแต่ไม่ทัน แล้วเพราะใช้พลังงานมาเยอะทั้งวันจึงทำให้มานั่งกึ่งหอบกึ่งเหนื่อยอยู่ตรงใจกลางลานกว้างนี้โดยไม่ทันสังเกตว่ารอบๆตัวเงียบผิดปกติ กว่าฉันจะรู้ตัวก็โดนลิลลี่ทั้งหลายที่ถือขนมไซค์ใหญ่หลากชนิดปิดล้อมเอาไว้ซะแล้ว


“จัดการผู้บุกรุก!!


“ยัยผู้หญิงหน้าอกใหญ่กว่าพวกเราออกไป!!


“ผู้หญิงตัวสูงออกไป!!


“จัดการเธอเลย!!


“ทำให้ยัยนี่รู้สำนึกซะว่าอกกระดานสิยั่งยืน!!


บลาๆๆๆๆๆ


แล้วสถานการณ์ก็เลวร้ายซะอย่างนั้นดูเหมือนลิลลี่จะโดนลัทธิแปลกๆล้างสมองเข้าให้แล้วสินะคะ พวกเธอดูเหมือนจะโกรธฉันหนักมากทั้งๆที่ฉันพยายามจะพูดกับพวกเธอแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ดูเหมือนจะจำกันไม่ได้จริงๆแล้วสินะลิลลี่ ทั้งๆที่ฉันทำขนมอบรูปแมงกะพรุนให้กินบ่อยๆแท้ๆ แต่รู้สึกว่าถ้าฉันไม่รีบหนีฉันคงจะเจอเรื่องแย่ๆอีกแล้วแน่ๆ มันทำให้ฉันเริ่มเครียดมากๆอีกแล้วล่ะค่ะ


“มองไปทางซ้ายสิ ตรงนั้นเป็นจุดบอดที่เธอจะวิ่งฝ่าออกไปได้นะหึหึหึ”


จู่ๆก็มีเสียงทุ่มต่ำดังขึ้นข้างๆหูอย่างแผ่วเบาฉันไม่รู้ว่าเสียงนั้นมาจากไหนแต่ฉันก็ตัดสินใจหันไปทางซ้ายมือของตัวเองตามที่เสียงนั้นบอก แล้วฉันก็ได้เห็นว่าตรงนั้นเป็นจุดที่มีทางออกและแถมยังมีลิลลี่ตัวน้อย(?)อยู่ไม่มาก แน่นอนว่าฉันเลือกที่จะวิ่งพุ่งออกไปในทิศทางนั้นก่อน เพราะไม่อยากโดนขนมต่างๆฟาดใส่จากลิลลี่ แต่ก็ยังไม่วายโดยโยนขนมใส่ตอนใช้พลังเวทย์เสริมความเร็วฝ่าออกมาอยู่ดี ฉันวิ่งด้วยกำลังทั้งหมดที่มีโดยที่มีลิลลี่ทั้งหลายวิ่งตามมาอย่างไม่ยอมแพ้

 


……


 

 

“ซ้ายขวา…. ปีนตรงนั้น ……ไปทางขวาอีกนิด


ฉันทำตามที่เสียงปริศนาบอกอย่างเคร่งครัดที่สุดจนหลบหนีลิลลี่กลุ่มนั้นจนพ้น แล้วตอนนี้ฉันนั่งพักเหนื่อยอยู่ที่ไหนซักแห่งนี่ล่ะค่ะ พูดง่ายๆคือตอนนี้ฉันก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนเพราะมันก็ยังเต็มไปด้วยกองของขวัญมากมายอยู่ดี


แล้วในตอนที่ฉันเริ่มหายเหนื่อยแล้วนั้นเองก็ปรากฏว่าได้ถืออะไรบางอย่างติดมือมาด้วย แล้วก็ก็คือโบว์สีน้ำเงินลายอมยิ้มหลากสีที่ฉันจำได้ว่ามันเป็นโบว์ที่เคยใช้ผูกผมสมัยเด็กๆนี่หน่า งือ ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะมีใครบางคนซื้อมาให้ฉันเป็นของตอบแทนและขอโทษสินะ ทั้งๆที่ฉันเป็นคนความจำดีแท้ๆแต่กลับจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนให้มาอีกแล้วฉันมองมันนิ่งๆอยู่ซักพักแล้วหย่อนใส่กระเป๋าสีเขียวใบเล็กที่ยังคงติดตัวฉันอยู่ลงไป ดูเหมือนตอนนี้จะมีของสามชิ้นที่จำไม่ได้ว่าใครเป็นคนให้อยู่กับตัว แถมมันยังมาอยู่ในมือของฉันแบบงงๆซะอย่างนั้นในทุกๆครั้ง


นี่ตัวฉันกินเห็ดหลอนประสาทเข้าไปรึป่าวคะเนี้ย แล้วดูเหมือนฉันจะยังไม่ได้ออกไปจากที่นี่เร็วๆนี้ซะด้วยสิ ทำไมชีวิตตัวฉันถึงลำบากขนาดนี้นะมานามิเอ้ยยยยยย


พอปลงตกกับตัวเองได้ซักพักฉันก็เริ่มจะง่วงซะแล้วล่ะค่ะ นั้นสินะ ขอหลับซักงีบแล้วค่อยมาคิดหาทางออกกันต่อดีกว่า ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอกนะคะหาวววววววว




------------------------------------------------------------

เป็นตอนพิเศษชนิดยาวพิเศษค่ะ  //เหงื่อตก  เนื้อหาจะแบ่งไปอีกหลายๆตอนน๊า  --->ส่วนใครที่รอเนื้อหาหลักก็ขอให้รอไปก่อนนะคะ  //หลบระเบิดจากนักอ่านทั้งหลายอย่างรวดเร็ว


เอาล่ะมาพูดถึงเนื้อหาในตอนพิเศษ น่าจะพอเดาๆกันได้สินะคะว่าเอามาจากเรื่องอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ผสมเรื่องราววันคริสมาสนั้นเอง แต่ตอนพิเศษนี้ก็ดัดแปลงตอกไข่ใส่สีเข้าไปอีก ถ้าให้เปรียบเทียบกับตัวละครในเรื่องก็คงจะ

มานามิ=อลิซ

ยู=ใครซักคน(??)

โทยะ=ซานต้าคลอส=กระต่ายขาว

ลิลลี่=คนแคระที่ทำงานให้ซานต้า

เสียงปริศนา???=แมวเชสเชียร์


ส่วนตอนพิเศษตอนต่อไปก็จะลงแยกอีกตอนนะคะ


ขี้เกียจแก้ซ้ำ เอาล่ะถ้านักอ่านที่น่ารักคนใดได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ไรท์ฯก็จะใบตัวละครอื่นๆที่จะออกมาให้ด้วย มาทายกันดีกว่าค่ะว่าใครเป็นใคร


???=นกโดโด้

???=ครัมปัส=กระต่ายเดือนสาม

???=คนขายหมวก

???=ดอร์เมาส์

???=เลดี้กล้ามโต=ลาปลอม

???=ภูต=หนอนใบไม้

???=ราชาสีแดง=ราชินีโพธิ์แดง

???=ราชินีขาว

???=???(แขกรับเชิญพิเศษ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

984 ความคิดเห็น

  1. #614 LuvRM (@babybutter) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 02:57
    อ่า.. ยูกับพี่โทยะไม่ได้อายุเท่ากันหรอคะ สงสัยเราจำผิดเอง5555555
    #614
    1
  2. #566 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:13
    อืม... จำไม่ได้แล้วว่าของขวัญใครบ้าง ให้เดา... โบว์ของยู?(ไม่ใช่กิ๊บติดผมหรอกเหรอ?) มงกุฎของคุณอา? ตุ๊กตาของ...พี่โทยะ...รึเปล่านะ?
    #566
    0
  3. #548 SeeTheRain (@SeeTheRain) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 12:33
    ขอบคุณค่ะ
    #548
    0
  4. #547 ฟูจินางะ (@popsecret) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 16:33
    มาแล้ววววววว
    #547
    0
  5. #546 Namtaln-Chugar (@Namtaln-Chugar) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 15:53
    อือหื้อเลยอ้าาไรท์.
    #546
    0
  6. #545 Wibbie (@wibbie) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 13:23
    ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษครับ /bow
    #545
    0
  7. #542 ♡'Eye' (@eyeloveeve) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 08:15
    ไรเตอร์หายไปไหนมาคะ? เรารออยู่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ T0T อยากให้นางเอกโตไวๆจังเลย อัพต่อไวๆนะคะ
    #542
    0
  8. #541 Luna-themoon (@220325452245) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 06:32
    มา...แล้ว...เหรอ..ค๊า~ หายปายยยนานนจริงงเจรงงงงง
    #541
    0