⊱ กับดักร้าย คุณชายหมาป่า ⊰

ตอนที่ 5 : ⊱ บทที่ 2 ⊰ : พักพิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 พ.ค. 63


รูปภาพ wolf, black, and animal รูปภาพ 365, curly hair, and dark hair

pic cr: weheartit, Tumblr, pinterest, in pic, unsplash.com  , giphy


บทที่ 2 : พักพิง


เม่นเป็นสุนัขตัวเมียขนสีน้ำตาลตัวเล็ก และชอบอาบน้ำมาก...

ภวิกาไม่เข้าใจ... เธอไม่เคยเจอปฏิกิริยา ‘ดื้อ’ ราวกับเด็กสามขวบจากสุนัขมาก่อน หัวคิ้วโค้งมนของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย มือข้างหนึ่งของหญิงสาวอ้าแขนโอบใต้ลำตัวของสุนัขขนสีดำ ด้วยความที่ลำตัวของมันมีขนาดกว้าง มวลกล้ามเนื้อแน่น อีกทั้งยังมีขนยาวนุ่มลื่นปกคลุมทุกสัดส่วน ภวิกาจึงโอบได้เพียงครึ่งหนึ่งของลำตัวมันเท่านั้น เธอยืนอยู่ในท่าทุลักทุเลอุ้มเจ้าหมายืนสองขา ส่วนมืออีกข้างหนึ่งเอื้อมสุดแขนบิดลูกบิดประตูเพื่อเปิดประตูห้องน้ำ

พอก้าวเท้าเข้ามาในห้องน้ำได้หนึ่งก้าว เจ้าสุนัขขนดำในอ้อมกอดของเธอยิ่งดิ้นขลุกขลักเมื่ออุ้งตีนของมันสัมผัสได้ถึงพื้นเย็นเฉียบของห้องน้ำ ภวิกาแทบแข็งฝืนต้านทานแรงของมันอีกต่อไปไม่ไหว

สุดท้ายเธอจึงระเบิดเสียงออกมา “อย่าดื้อได้ไหม!”

เจ้าสุนัขชะงัก... นี่เป็นครั้งแรกที่วูล์ฟโดนภวิกาซึ่งมีความอดทนสูงตะคอกใส่ ภวิกาเองก็ตกใจไม่น้อยเพราะเธอไม่เคยตะโกนดุเม่นแบบนี้มาก่อน ร่างกายของเธอหอบอ่อน ๆ เพราะทั้งโกรธ ทั้งเหนื่อย นัยน์ตากลมโตก็แฝงน้ำโห การฉุดลากเจ้าหมาขนยาวน้ำหนักตัวเกือบสี่สิบกิโลกรัมที่ตัวสูงใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กว่าเธอจะลากมันลงมาจากโซฟาได้ แล้วไหนจะหอบหิ้วมันมาถึงในห้องน้ำอีก เปลืองแรงไปทั้งหมดของร่างกาย

ไม่ว่าสุนัขจะเอาแต่ใจเรื่องอะไรภวิกาก็ยอมได้หมด เธอไม่ใช่คนเรื่องมาก และเป็นคนที่ทำอะไรอย่างประนีประนอมที่สุดแล้ว... แต่ในเรื่อง ‘ความสะอาด’ เธอจำเป็นต้องหนักแน่นเอาจริง ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าวูล์ฟได้ไปคลุกดินคลุกฝุ่น ผ่านสิ่งสกปรกอะไรมาบ้าง จะให้มันใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกับเธอทั้ง ๆ ที่เนื้อตัวมอมแมมเหม็นหึ่งแบบนี้ไม่ได้เป็นอันขาด

ถึงหมอเอกอดิศรจะบอกว่าแผลของมันห้ามโดนน้ำ หญิงสาวก็จำเป็นต้องทำ

ภวิกาจ้องเจ้าสุนัขขนดำด้วยแววตาแน่วแน่เพียงใด มันก็จ้องกลับมาด้วยแววตาขึ้งเคืองเทียบเท่าเธอเช่นกัน

ความจริงตอนที่ภวิกาฉุดเหมันต์ลุกจากโซฟา เหมันต์ออกแรงต้านทานเธอยังไม่ถึงสามส่วนของร่างกายตัวเองเลยด้วยซ้ำ... ตอนแรกชายหนุ่มออกแรงเต็มที่จนภวิกาล้มลงไปก้นกระแทกพื้นอยู่สองรอบ พอเขาเห็นผู้หญิงตัวเล็กบอบบางและ ‘อายุเยอะ’ ล้มลงไปแบบนั้น เขาก็เกิดอาการเวทนาขึ้นมา

เธอแก่แล้ว.. ถ้ากระดูกกระเดี้ยวไม่ดีขึ้นมาเธออาจจะลำบากในอนาคต เจ้าสุนัขขนดำจึงยอมผ่อนแรงขัดขืนลดลงเหลือแค่หนึ่งส่วนจากร่างกาย คิดเอาเองว่าถ้าเธอเหนื่อยจากการเล่นเกมบ้า ๆ นี่เมื่อไหร่ คงจะหยุดบังคับขู่เข็ญเขาไปเอง

ใครมันจะไปนึก คนตัวเล็กและทำอะไรเรียบร้อยราวกับผ้าที่พับไว้ กลับมีแรงลูกฮึดอย่างไม่น่าเชื่อ!

และแล้ว.. เขาก็เข้ามาอยู่ในห้องน้ำขนาดเล็กด้วยกันกับเธอ...

เหมันต์ขู่เธอเสียงต่ำในลำคอ คิดว่าการข่มขู่แบบเดิมจะได้ผล แต่เขากลับโดนเธอตีเบา ๆ เข้าที่สะโพกเนื้อแน่นข้างขวา

ตอนนี้ภวิกาเหนื่อยจนไม่นึกเกรงกลัวสุนัขตรงหน้าอีกแล้ว มันชอบทำท่าขู่ใส่เธอแต่ไม่เห็นจะเอาจริงเลยสักครั้ง หรือถ้าครั้งนี้มันคิดจะเอาจริงขึ้นมาก็ลองดู ก็จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ว่าหมาตัวนี้เธอสามารถเลี้ยงไว้ได้หรือไม่ได้

เธอล็อคประตูห้องน้ำปิดทางออกทุกช่องทาง ภายในห้องน้ำขนาดเล็กเท่ากับหนึ่งส่วนสี่ของห้องน้ำที่บ้านเหมันต์ ไม่มีอ่างอาบน้ำหรูโปรยด้วยกลีบกุหลาบแดง ไม่มีกลิ่นน้ำหอมฟุ้งอบอวล มีเพียงแค่ฝักบัวแบบเรียบง่าย โถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างมือ

ภวิกาพยายามดันร่างที่ยืนต้านเธออยู่ ให้ขยับเข้าไปใต้ฝักบัว

เหมันต์สังเกตเห็นเนื้อตัวของภวิกามีร่องรอยแดงช้ำที่แขนจากการล้มลุกคลุกคลานลากเขา บางทีกรงเล็บของเขาก็ขูดผิวหนังของเธอจนเลือดซิบ ใบหูของเขาลู่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นเลือดบนต้นแขนขาวของภวิกา สุนัขหนุ่มถอนหายใจยอมจำนน ขัดขืนไปก็มีแต่จะทำให้คนตรงหน้าเจ็บตัวมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

สุดท้ายเหมันต์ก็ยอมหยุดยืนนิ่งให้เธออาบน้ำด้วยความรู้สึก... แปลกพิลึก

แม้เหมันต์จะมีคนใช้คอยปรนปฏิบัติทุกอย่าง แต่ไม่มีใครอาบน้ำให้เขามานานแล้วตั้งแต่ชายหนุ่มพ้นช่วงอายุเจ็ดขวบ

ภวิกาเปิดฝักบัวราดน้ำอุ่น ๆ ลงบนแผ่นหลังของวูล์ฟ หญิงสาวระบายรอยยิ้มออกมา เห็นมันยอมหยุดนิ่งเลิกพยศให้เธอต้องเหน็ดเหนื่อยก็สบายใจ มือบางลูบไล้ขนละเอียดนุ่มของมัน กระซิบชื่นชม “เด็กดี.. เด็กดี..”

กระแสน้ำแผ่วเบาจากฝักบัวโลมเลียไปทั่วร่างกายของสุนัขขนดำ ภวิกายกขาหลังของมันขึ้นหลบสายน้ำ นอกเหนือจากบริเวณขาที่เป็นแผลทั้งร่างกายก็ไม่เหลือพื้นที่ไหนที่ปราศจากน้ำ หญิงสาวล้างทำความสะอาดร่างกายสุนัขตรงหน้าอย่างบรรจงแผ่วเบา คราบสิ่งสกปรกหลุดออกมา น้ำที่ไหลลงตะแกรงท่อระบายน้ำกลายเป็นสีดำสนิท

ภวิกาใช้มือชื้นน้ำของตนลูบเบา ๆ ลงบนศีรษะของเหมันต์อย่างอ่อนโยน ใช้ปลายนิ้วปาดเช็ดขี้ตาที่หางตาให้เขาโดยไม่นึกรังเกียจ

หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกถึงเจ้าเม่นขึ้นมา เธอกดนิ้วนวดลำตัวสุนัขตรงหน้าเหมือนเช่นที่เคยอาบน้ำให้กับเม่น ทุกครั้งที่เธอนวดคลำและเการ่างกายของเม่น มันจะทำสีหน้าผ่อนคลายหลับตาลง และแลบลิ้นสีชมพูของมันออกมาอย่างมีความสุข

เจ้าเม่นชอบอาบน้ำมาก... มันชอบให้ฟองสบู่ฟูปรกคลุมทั่วทั้งตัวของมัน จุดที่เม่นชอบให้เกาทำความสะอาดที่สุดคือใต้คาง และใต้ท้องอวบของมัน

ภวิกาทำทุกอย่างเหมือนที่เธอทำกับเม่น... เธอทั้งนวดและเกาให้วูล์ฟราวกับทำสปา ความรู้สึกสบายอย่างประหลาดทำให้เหมันต์เผลอหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย บิดลำตัวตามนิ้วมือของเธอน้อย ๆ มือของหญิงสาวนุ่มนิ่มทุกอณูสัมผัส แม้ว่าสบู่ที่เธอใช้จะไม่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนกับกลิ่นกุหลาบที่เขาชอบให้สาวใช้โปรยลงในอ่างอาบน้ำ แต่ก็ให้ความรู้สึกสบายตัวราวกับเนื้อตัวเบาหวิว เหมันต์รู้สึกโล่งไปหมดทั้งกาย คล้ายกับมัดกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็ง และอ่อนล้ามาตลอดทั้งวันได้ผ่อนคลายลง

อารมณ์เพลิดเพลินของเขาแล่นไปราวกับกำลังดื่มด่ำลิ้มไวน์อันเลิศรส ก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลจนถึงขอบสูงสุด นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นก็เบิกออกโพลง ขนลุกเกรียวหันมองภวิกาทันควัน หญิงสาวยังคงก้มหน้าก้มตาง่วนอยู่กับการ ‘กระทำบางอย่าง’ อย่างขะมักเขม้น ราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

ทั้ง ๆ ที่มือน้อยของเธอกำลังสัมผัสกับ ‘ของสงวน’ ของเขาอยู่!

หญิงสาวทั้งจับ ทั้งคลำ ทั้งลูบ ทั้งล้างให้อย่างไม่นึกรังเกียจ ตอนเธออาบน้ำให้เม่นเธอก็ล้างทำความสะอาดให้มันแบบนี้ไม่ต่างกัน ครั้งหนึ่งตอนเจ้าเม่นยังเล็กมันเคยท้องเสียอย่างหนัก หลังออกมาจากโพรงหญ้ามันก็เดินเข้าบ้าน ไม่รู้ตัวสักนิดว่าที่ก้นตัวเองมีของที่ขับถ่ายออกไปแล้วติดตัวกลับมาด้วย...

จากนั้นทั่วทั้งบ้าน... ก็เลอะไปด้วยอุจจาระของสุนัข คุณพ่อของเธอโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ส่วนภวิกานั้นทั้งเอ็นดูทั้งขำขัน พอเห็นคุณพ่อดุเจ้าเม่นแล้วเธอก็โกรธมันไม่ลง จากนั้นไม่ว่าจะกี่ครั้งที่อาบน้ำให้เม่น เธอจะต้องตรวจเช็คให้มั่นใจเสมอว่ามันจะสะอาดหมดจรดทั้งร่างกาย

หญิงสาวใช้น้ำล้างคราบสบู่ออกจากก้นของสุนัขขนดำ ไม่ได้สนใจสักนิดว่าเจ้าของร่างกายสุนัขจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างเอาไว้ ที่ไม่รู้ว่าเป็นอารมณ์เขินอาย หรืออารมณ์โกรธเกรี้ยวกันแน่

เหมันต์เบือนหน้าหนีไปอีกทาง เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้เขาจะไม่แพร่งพรายออกไปอย่างเด็ดขาด

ไม่มีวัน...

 

หลังจากที่ภวิกาอาบน้ำให้วูล์ฟเสร็จเป็นอันเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงใช้ผ้าขนหนูผืนสีขาวเช็ดให้มันอย่างเบามือ เธอคุกเข่าอยู่ฝั่งตรงข้ามสุนัขขนดำ ใบหน้าหวานละมุนอยู่ในระดับเดียวกันกับใบหน้าของสุนัขเบื้องหน้า

เหมันต์รับรู้ได้ถึงลมหายใจของเธอที่เป่ารดอยู่ตรงหน้าเขา รอยยิ้มของเธอหวานละมุนแสดงให้เห็นถึงความเมตตาและความรักใคร่ที่มีต่อสุนัข ดวงตาของเธอเป็นประกายโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์อย่างอารมณ์ดี ขณะที่มือน้อยเช็ดผมให้เขาอย่างทะนุถนอม เหมันต์ก็พิจารณามองเธอใกล้ ๆ อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

ภวิกานั้นงดงามเหมือนนางเอกนิยายในวรรณคดีโบราณ เธอมีความเรียบร้อย อ่อนช้อย และสงวนกริยา เวลาเธอแย้มยิ้มตรงมุมปากมักจะมีริ้วรอยเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาตามวัยของเธอ หญิงสาวมีขนตายาวเป็นแพ แววตากลมโตที่แฝงแต่ความเศร้าหมองกลับสร้างเสน่ห์อย่างประหลาดให้เหมันต์หลงมองอยู่นาน

หลงมองด้วยความไม่เข้าใจว่า ‘เพราะอะไรเธอถึงดูเศร้าใจตลอดเวลา’

ความสงสัยของเขายังไม่กระจ่าง จู่ ๆ น้ำตาของเธอก็ไหลลงมาอาบแก้มนวล…

ยิ่งเธอเช็ดขนทำความสะอาดให้วูล์ฟแบบนี้ หญิงสาวยิ่งเห็นภาพของเม่นซ้อนทับกับภาพของวูล์ฟ หญิงสาวใช้หลังมือปาดน้ำตาออกลวก ๆ ก่อนจะกลับมาเพ่งความสนใจเช็ดขนทำความสะอาดให้วูล์ฟดังเดิม

แต่ในตอนนี้รอยยิ้มหวานละมุนที่เหมันต์เผลอเหม่อมองก็จางหายไปเสียแล้ว

เหมันต์จ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตากลมโตสีดำสนิทที่เริ่มแดงก่ำ เอ่อคลอด้วยคราบน้ำตา ชายหนุ่มไม่รู้ตัวว่าแม้เขาจะมองดูเธอด้วยสายตาเย็นชา แต่ศีรษะของเขากับเอียงข้างเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ เพื่อมองเธอให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ภวิกาหัวเราะออกมาเสียงใสกับปฏิกิริยาน่ารักของวูล์ฟ

แกดูดุก็จริงนะ แต่น่ารัก” หญิงสาวลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยขนหนาสีดำสนิทของเหมันต์ เธอรับรู้ได้ถึงความใส่ใจของมันส่งตรงมาถึงเธอ

ทันใดนั้นเอง.. หญิงสาวตกหลุมรักเจ้าสุนัขตรงหน้าเข้าเต็มเปา “ในระหว่างนี้แกอยู่เป็น ‘ลูก’ ของฉันนะวูล์ฟ” เธอบอกมัน

อะไรนะ’

รอยยิ้มและแววตาอ่อนโยนของภวิกาบ่งบอกให้รู้ว่าเธอพูดจริง หญิงสาวยิ้มออกมากว้างมากกว่าทุกครั้ง “วูล์ฟของแม่.. น่ารักจริง ๆ”

 

ท้องฟ้ายามสายเริ่มมีอากาศร้อนระอุมากยิ่งขึ้นเพราะกำลังแปรเปลี่ยนเป็นยามบ่าย เหมันต์ยังคงมีความรู้สึกหลากหลาย และจมปลักอยู่กับความคิดสับสน นัยน์ตาคู่เรียวสีน้ำตาลหม่นหรี่มองดูนิ้วมือเล็กของภวิกาที่ลูบขนของเขาอย่างเพลินใจ หญิงสาวกำลังใช้แปรงซี่ถี่สีน้ำเงินสำหรับสุนัขแปรงขนของเขาช้า ๆ บางทีเหมันต์ก็รู้สึกเจ็บจนหน้ามุ่ยเมื่อเธอแปรงขนโดนในจุดที่เส้นขนพันกัน

ความจริงเหมันต์ไม่ได้อยากข้องเกี่ยวกับภวิกามากนัก เขาไม่ได้อยากสนิทสนมด้วย ไม่ได้อยากเป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาให้เธอ ไม่ได้อยากเป็นลูกรักของเธอ แต่ทุกครั้งที่เขาคิดจะเดินหนีไป หญิงสาวจะต้องเดินตามมาหาทุกครั้ง ตลอดทั้งวันมานี้ภวิกาเอาแต่คลุกคลีอยู่กับเขาราวกับหญิงสาววัยว้าวุ่นขี้เหงา และบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้มีพื้นที่กว้างใหญ่ เดินไปเดินมาปราด ๆ เดี๋ยวเดียวก็วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว

สุดท้ายเหมันต์จึงทิ้งตัวนั่งลงกับโซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่น ส่วนภวินั้นนั่งอยู่ที่พื้นกระเบื้องสีขาว หวีขนให้เขาที่นั่งอยู่สูงกว่าเธอไปพลาง ๆ

เหมันต์หรี่ตามองภวิกา เธอกำลังฮัมเพลงในลำคอราวกับสบายอารมณ์

ขนนุ่มดีจริง... แถมไม่มีเห็บหมัดเลยด้วย” หญิงสาวเอ่ยในขณะที่ไล่แหวกกลุ่มขนของเขาเพื่อดูหมัดไรที่หลบซ่อนอยู่ ภวิการะบายรอยยิ้มอ่อนโยนในขณะที่หวีขนบริเวณแผ่นหลังของสุนัขขนดำอย่างเอาใจใส่

เหมันต์ถอนหายใจออกมาเสียงดัง เขาเห็นภวิกามองเขาด้วยนัยน์ตากลมโตของเธอแล้วยิ่งอารมณ์ขุ่นมัว

เขาจะไปมีเห็บหมัดได้ยังไง ในเมื่อเขาไม่ใช่หมา

หงุดหงิดบ่อยจังวูล์ฟ” ภวิกาเอ่ยแซวโดยไม่ละสายตาจากกิจกรรมที่ตนกำลังทำอยู่ เจ้าเม่นไม่ค่อยอารมณ์เสียใส่เธอ ยิ่งการถอนหายใจใส่เธอยิ่งนับครั้งได้เลย เจ้าเม่นเป็นหมาร่าเริงแจ่มใส ทั้งขี้อ้อนและสุภาพ หญิงสาวเก็บหวีสำหรับสุนัขลงในกล่องเก็บของสี่เหลี่ยม เหมันต์เห็นปลอกคอสุนัขขนาดเล็กสีชมพูห้อยพวงกระดิ่ง ถูกเก็บใส่ถุงซิปล็อคกันฝุ่นอย่างดี

จมูกของเขาได้กลิ่นบางจากปลอกคอนั่นผ่านช่องซิปล็อคที่ปิดไม่สนิท... เป็นกลิ่นคาวคล้ายกับกลิ่นเลือดผสมปนเปกับกลิ่นไอดินจาง ๆ และกลิ่นของ... 

สุนัขเพศเมีย

ดูเหมือนว่า ผู้หญิงคนนี้จะเคยเลี้ยงหมามาก่อนหน้านี้... เหมันต์คาดเดาว่าสุนัขตัวนั้นคงจากเธอไปแล้ว นี่อาจเป็นต้นเหตุให้ดวงตาของเธอเศร้าหมองอยู่เกือบตลอดเวลา

เหมันต์มองดูนัยน์ตากลมโตที่ปูดบวมเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของภวิกา ผู้หญิงตรงหน้าเขาเหมือนกับตัวเศร้าซึมตัวหนึ่งในหนังจิตตก ทั้งรอยยิ้มทั้งแววตามีแต่ความโศกเศร้าโศกา ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของเธอบ้าง

แต่... มันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา

เหมันต์หมอบใบหน้าวางปลายคางเกยกับที่วางแขนของเก้าอี้โซฟาเดี่ยวที่ตนเองนอนอยู่ เขาขดหางเข้าหาลำตัวเพื่อสร้างความอบอุ่นกับร่างกาย และอีกนัย ๆ หนึ่งเป็นภาษากายบ่งบอกอาณาเขตของตนเอง นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นค่อย ๆ ปรือลงต่ำโดยมีมือน้อยของภวิกาลูบเบา ๆ ที่แผ่นหลังราวกับกล่อมนอน

ภวิกามองดูสุนัขที่ตนเองเก็บมาเลี้ยงด้วยความรู้สึกหลากหลาย.. เธอเคยชื่นชมว่ามันเป็นสุนัขที่สวยสง่า แต่ไม่นึกว่าพออาบน้ำแปรงขนให้มันแล้วจะยิ่งดูดีมากขึ้นจนเกินกว่าจะหาคำมาเปรียบ มันเป็นสุนัขที่ดูหยิ่งทระนงองอาจเป็นอย่างมาก หลายครั้งหญิงสาวรู้ตัวว่ามันไม่ได้ยอมรับเธอ เผิน ๆ มันอาจประเมินเธอต่ำกว่ามันอยู่ก็เป็นได้

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ผลักไสจริงจัง หรือลงมือทำร้ายอะไรเธอ มีเพียงแค่การถอนหายใจและเมินหน้าหนีเท่านั้น เธอจึงได้มีความรู้สึกเอ็นดูว่ามันน่ารักอยู่

เธอใช้นิ้วมือเกลี่ยปอยขนนุ่มของมัน มองดูร่างกายที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะ บ่งบอกให้รู้ว่าสุนัขตรงหน้ากำลังเข้าสู่ห้วงนิทราลึก

ภวิการู้ดี... ในโลกนี้ไม่มีใครแทนที่ใครได้ เธอไม่สามารถให้วูล์ฟแทนที่เม่นได้ และเธอเองก็ไม่คิดจะทำแบบนั้นด้วยเช่นกัน เธอก็แค่คนแปลกหน้าคอยดูแลมันในระหว่างที่เจ้าของยังหามันไม่พบเท่านั้น

ภวิกาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายวูล์ฟที่กำลังหลับ หญิงสาวคิดจะลงประกาศตามหาสุนัขในบอร์ดคนรักสุนัข มือบางกดแอปพลิเคชั่นหนึ่งบนหน้าจอโทรศัพท์ที่มีไว้สำหรับติดต่อกับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก

Phawika Wongwichitnarong :

[สวัสดีค่ะ.. ขออนุญาตประกาศตามหาเจ้าของสุนัขขนดำไม่ทราบสายพันธุ์ (ตามรูป) พบน้องหลงทางอยู่หน้าหมู่บ้านจัดสรรมัตติรา ผู้ใดเป็นเจ้าของรบกวนติดต่อ คุณ ภวิกา (บัว) โทร: 087 5xx xxxx]

นิ้วมือบางหยุดนิ่งอยู่เหนือปุ่มส่งข้อความบนหน้าจอทัชสกรีนของโทรศัพท์มือถือ นัยน์ตากลมโตมองดูสุนัขขนดำตรงหน้าที่กำลังนอนหลับสนิท หลังจากที่เธอกดโพสต์ข้อความและรูปภาพเป็นอันเรียบร้อย เธอจึงเอื้อมไปลูบศีรษะของวูล์ฟแผ่วเบา

ขอให้เจ้าของแกเห็นโพสต์ของฉันนะ..” เธอเอ่ยเสียงเบา หญิงสาวเอนศีรษะพิงกับที่วางแขนเก้าอี้ฝั่งเดียวกับที่วูล์ฟนอนอยู่ ใบหน้าละมุนหันหน้าด้านข้างมองใบหน้าของสุนัขที่หลับอยู่บนที่วางแขน

เหมันต์ลืมตาขึ้นมาเมื่อรับรู้ได้ถึงความใกล้ชิดและลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดอยู่บนผิวหน้าของเขา เจ้าสุนัขขนดำขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นใบหน้าหวานละมุนเอนมาซบใกล้ชิด ภวิกาหลับตาพริ้มงีบหลับอยู่ข้าง ๆ ราวกับไม่หวาดกลัวอะไรเขาเลย

เหมันต์หยัดลำตัวช่วงบนขึ้นตั้งตรงเพื่อก้มมองคนที่นอนอยู่ได้ถนัด

ตามนิสัยแล้วเหมันต์เป็นคนชอบอยู่คนเดียว... เขาไม่ชอบความใกล้ชิดทุกรูปแบบเพราะทำให้รู้สึกอึดอัดและรำคาญ เขามักสร้างกำแพงกับคนรอบตัวเสมอ เจ้าสุนัขขนดำหันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาเก้าอี้ตัวใหม่ เมื่อเห็นโซฟาตัวยาวสีน้ำตาลหลบมุมอยู่ใกล้ตู้หนังสือจึงเริ่มขยับกายเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ต้องลงไปหมอบนอนท่าเดิม พร้อมพ่นลมหายใจออกมา

เธอนั่งที่พื้นปิดทางลงเขาแบบนี้... เจ้าหมาน้อยก็ไม่รู้จะลุกไปยังไงไม่ให้เหยียบโดนเธอ

เหมันต์กลอกตา เอนศีรษะลงบนที่วางแขนแต่คราวนี้หันหน้าเบี่ยงออกไปไกลจากภวิกา..

 

ภวิกางีบหลับไปได้ไม่นานก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา หญิงสาวเห็นเจ้าสุนัขขนดำยังคงนอนหลับท่าเดิม จึงระบายรอยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ไม่นึกว่ามันจะขี้เซาได้ขนาดนี้ เธอเหม่อมองมันพลางครุ่นคิด

บางที.. เธออาจจะต้องผูกมิตรกับมันสักหน่อย…

พลันหญิงสาวนึกได้ว่าร้านขายขนมสุนัขที่เธอกำลังกดติดตามไว้จัดโปรลดราคาสินค้าอยู่ ภวิกาไม่รอช้า กดสั่งซื้อพร้อมโอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่นโดยไม่ลังเล…

อาหารสุนัขที่มีชื่อเสียงโด่งดังราคาแพงขนาดนี้.. ไม่ว่าหมาตัวไหนก็ต้องแพ้พ่ายอย่างแน่นอน

ภวิกาใช้เวลาว่างไปกับการจัดบ้านและทำความสะอาดบ้าน เธอนึกขึ้นได้ว่าตนเองเก็บขนมของเม่นเอาไว้ในตู้ข้างชั้นหนังสือ เวลาที่เม่นทำตัวน่ารักเป็นเด็กดี เธอก็จะให้ขนมเป็นรางวัลกับเม่นเสมอ ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านหญิงสาวไม่สามารถเห็นของเหล่านี้ได้เพราะช้ำใจ จึงเลือกเก็บตายเอาไว้ในตู้ข้างตู้หนังสือ

เมื่อภวิกาเห็นว่าวูล์ฟว่าตื่นแล้ว เธอจึงเรียกให้มันมาหาเธอที่ยืนอยู่หน้าตู้หนังสือ

วูล์ฟ.. มานี่สิ”

เหมันต์มองภวิกาที่ยืนอยู่ห่างจากเขาประมาณหนึ่งเมตร ในมือของเธอถือถุงขนมสำหรับสุนัข ส่วนมืออีกข้างก็ชี้ที่พื้นตรงหน้าขาของเธอ พร้อมกับออกคำสั่งเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ว่า...

มานี่”

ขนมในมือถือว่าเป็นเรื่องโง่ที่สุดที่ภวิกาทำให้เขาดู มันไม่มีทางใช้ได้ผลกับเขา.. เพราะเขาไม่ใช่หมา

เหมันต์นอนเอาขาข้างหนึ่งไขว้ทับบนขาอีกข้างโดยไม่รู้ตัว ลำคอของเขาตั้งตรง ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองภวิกา ท่าทางของเขาดูหยิ่งผยองและแสดงความเป็นใหญ่องอาจ

เขามองเธอนิ่งเฉยราวกับเรื่องตรงหน้าช่าง ‘ไร้แก่นสาร’

ภวิกายังคงไม่ละความพยายาม เธอเรียกวูล์ฟอีกครั้ง เห็นอยู่ชัดเจนว่ามันกำลังมองเธออยู่ แต่แค่มันยังไม่เข้าใจคำสั่งของเธอ เจ้าของเก่าของมันอาจจะเลี้ยงมันมาราวกับไข่ในหิน วูล์ฟอาจต้องใช้เวลาในการเรียนรู้

หรือไม่แน่ว่า... สุนัขพันธุ์ใหญ่อาจจะมีหัวสมองที่เล็กกว่าสุนัขพันธุ์เล็ก

มานี่มา มีขนมด้วยนะ” เธอบอก แกว่งขนมสุนัขแท่งยาวในมือไปมาอย่างเชื้อเชิญ

ใครเขาสนของแบบนั้นกัน’

เหมันต์กลอกตามองบนเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วเขาเองก็ไม่ได้นับ สุนัขหนุ่มเมินหน้าหนีไปทางอื่นเป็นภาษากายตัดบทสนทนา

สงสัยมันจะไม่ค่อยฉลาด” ภวิกาพูดพึมพำกับตัวเอง เธอยิ้มบาง ๆ ไม่คิดจริงจังในคำพูด แต่คำสบประมาทเช่นนั้นกลับทำให้เจ้าสุนัขที่นอนอยู่หันขวับมองไปที่เธอตาขวาง

และไม่นาน... มันก็เดินสุขุมมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภวิกา เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาของเธอ

พอใจรึยัง?’ เหมันต์จ้องเธอเขม็ง

ภวิกาดีใจจนยิ้มออกมา หญิงสาวตื่นเต้นรีบเอ่ยอีกคำสั่งหนึ่ง “นั่งลง”

อย่าได้คืบจะเอาศอก’

เมื่อเห็นเจ้าหมาหนุ่มยังคงยืนนิ่ง ภวิกานึกขึ้นได้จึงรีบยื่นขนมแท่งของสุนัขไปตรงหน้ามันทันที เธอลืมไปว่าเธอควรให้รางวัลก่อนสอนคำสั่งอื่น “กินนะ แล้วจากนั้นก็นั่งลง..”

ไม่นึกว่าจะได้ยินเสียงมันพ่นลมหายใจออกมาดังมากกว่าทุก ๆ ครั้ง มันหันหลังกลับเดินไปจากเธอในที่สุด

ภวิกายืนถือขนมสุนัขในมืออย่างมึนงง.. เธอก้มลงมองถุงขนมของเธอ

วูล์ฟไม่ชอบขนมของโอนากิเหรอเนี่ย..” เธอถามตัวเองราวกับพบเจอเรื่องเหลือเชื่อ หัวเราะเสียงแห้งเมื่อนึกถึงคำสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ พร้อมกับการชำระเงินอย่างรวดเร็วของตนเอง

ที่โบราณเขาว่าเอาไว้ว่า.. อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจอะไร... คงจะเป็นเรื่องจริง

ภวิกาปล่อยให้วูล์ฟเดินสำรวจบ้านของเธอ หญิงสาวหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เธอยังคงคิดถึงเม่นบ้างในบางครั้ง แต่ไม่นานเรื่องของวูล์ฟก็วกกลับมาในหัวให้เธอคิดแทนจนหลงลืมความเศร้าหมองไปชั่วคราว

มีวูล์ฟอยู่ด้วยก็ดี... อย่างน้อยเธอก็ไม่จบปลักกับเรื่องของเม่นมากจนเกินไป

 

หลังจากที่นอนพักผ่อนบรรเทาความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน เหมันต์ก็เริ่มเดินสำรวจบ้านของภวิกาไปโดยรอบ บ้านของหญิงสาวนั้นไม่ถึงกับใหญ่แต่ก็ไม่ถึงกับคับแคบเป็นรูหนู บ้านสองชั้นที่มีห้องรับแขกไว้สำหรับดูโทรทัศน์ มีชั้นหนังสือขนาดปานกลางสีขาวและโต๊ะคอมทำงานวางใกล้กัน ตัวบ้านแบ่งทางแยกออกเป็นสองทาง มีทางไปห้องน้ำและห้องครัว

บนโต๊ะคอมพิวเตอร์มีกรอบรูปถ่ายครอบครัวของเธอวางประดับอยู่ เด็กผู้หญิงตัวเล็กถักเปียสองแกละเจ้าของรอยยิ้มกว้างจนเห็นแก้มตุ้ยนุ้ยชัดเจนคงจะเป็นภวิกา เด็กน้อยยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคุณพ่อและคุณแม่ของเธอ

แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ไหน..?

เหมันต์หันมองดูโดยรอบอย่างนึกสงสัย เพราะเท่าที่เขารับรู้คือภวิกานั้นอยู่คนเดียว

ไม่มีใครอยู่กับเธอเลยคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอดูซึมเศร้า.. เหมันต์เกิดความนึกคิดตลกขึ้นมา ดูเหมือนว่าเขาและเธอจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่บางส่วน

สุนัขหนุ่มเดินสำรวจจนมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านพักที่ปิดสนิทของภวิกา เจ้าสุนัขขนดำทั้งตัวเหลียวมองบาดที่ขาหลังของตนเอง แน่นอนว่าเขาจะไม่มีความคิดจะอยู่ที่นี่ไปตลอด เขาจะต้องตามหาความจริงให้ได้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้กลายเป็นสุนัขแบบนี้

เหมันต์จะต้องกลับคฤหาสน์ของตนเอง

นัยน์ตาคู่เรียวสีน้ำตาลหม่นหรี่ลงเมื่อเห็นเรือนร่างอรชรที่กำลังทำความสะอาดบ้านอย่างขะมักเขม้นอยู่ภายในห้องรับแขก หญิงสาวไม่ได้สนใจเขาที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน

ในเร็ววันเขาจะจากเธอไป และทั้งเธอและเขาจะกลายเป็นคนแปลกหน้า ไม่รู้จักกัน

เขาจะไม่อยู่เป็นสุนัขของเธอ... เพราะเขาไม่ใช่หมา

เหมันต์สัญญากับตนเองในขณะที่มองดูภวิกา.. ถ้าบาดแผลหายเมื่อไหร่เขาจะไปจากที่นี่ทันที

 

ตกกลางคืนเหมันต์นอนอยู่บนโซฟาน้ำตาลราวกับเป็นที่ประจำของเขาไปแล้ว ใบหูตั้งตรงของเขากระดิกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงน้ำฝนตกกระทบลงบนหลังคาบ้านดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทไปหมด ภายในห้องรับแขกจึงต้องพึ่งแสงไฟจากไฟติดเพดานทรงกลม ภวิกาเปิดโทรทัศน์ค้างเอาไว้ราวกับให้เหมันต์ดู เสียงภาพยนตร์ที่แสนน่าเบื่อดังคลอไปกับเสียงสายฝนพรำด้านนอกหน้าต่าง

ร่างอรชรค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้เหมันต์ เธอยืนอยู่หลังพนักเก้าอี้โซฟาเดี่ยวที่เจ้าสุนัขนอนอยู่ มือทั้งสองเท้าพนักพิงของเก้าอี้ไว้พลางโน้มศีรษะลงไปใกล้เจ้าสุนัขขนดำ ปอยผมสีดำสนิทของเธอถูกปล่อยยาวจรดแผ่นหลัง ลู่ตกลงคลอเคลียบนขนเจ้าสุนัข

เพราะเป็นสุนัขจึงมีสัญชาตญาณว่องไว เขารู้สึกตัวตั้งแต่ได้ยินเสียงคลายกลอนล็อคลูกบิดประตูห้องน้ำของเธอ สุนัขหนุ่มหันมองไปทางที่ภวิกายืนอยู่เหนือร่างของเขา เธอยืนคร่อมร่างเขาแบบนี้ไม่ได้ดูน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับสร้างความขุ่นเคืองใจแก่เขามากเหลือเกิน เหมันต์ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้จึงชอบเอาหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ให้เขาต้องอึดอัดอยู่เสมอ

ไม่เคยมีใครสอนให้รักนวลสงวนตัวกับผู้ชายรึยังไง...

ภวิกานั้นสวมชุดนอนเซ็ทผ้าซาตินคอปกสีน้ำเงินประดับกระดุมและกางเกงขาสั้น ยามเธอโน้มตัวก้มลงมาเพื่อให้สายตาอยู่ระดับเดียวกับเจ้าสุนัข ชุดนอนคอปกแบบคอกว้างของเธอก็เผยให้เห็นไหปลาร้าคู่สวย และเนินอกขาวลออรำไร..

ดึกแล้ว.. ขึ้นนอนกันเถอะ” เธอเอ่ยพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ไม่ได้เอะใจกับนัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นที่แพรวระยับวูบหนึ่งของสุนัขหนุ่ม

เหมันต์เบือนหน้าหนีไปอีกทาง ถึงจะเห็นแค่รำไรแต่ก็รู้กลุ้มใจเหลือเกินจนต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังกลายเป็นคนถ้ำมองอย่างไรชอบกล แม้จะเคยผ่านผู้หญิงมาบ้างแล้วแต่ส่วนใหญ่ก็ยินยอมพร้อมใจด้วยกันทั้งคู่ เขาไม่เคยฉวยโอกาสกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้มาก่อน

เดี๋ยวก่อน..

นอน.. นอนอะไร?

เหมันต์มึนงงจนเอียงศีรษะ นอกจากไม่รู้จะเอาตาไปมองตรงไหนแล้วยังสับสนอีกด้วย หูของเขาลู่ลงเล็กน้อยคล้ายตื่นตูม ใบหน้าของเขาในสายตาของภวิกานั้นดูน่ารักจนหญิงสาวต้องขยี้ศีรษะของเขาเล่นอย่างมันเขี้ยว “เร็ว... ลุกขึ้น”

เหมันต์ยังคงนอนท่าเดิม.. คิดไม่ตกในความหมายคำว่า ‘นอน’ ของเธอ

นอนตรงนี้เดี๋ยวจะหนาว” ภวิกาเอื้อมมือไปดันหลังของวูล์ฟเพื่อให้มันลงมาจากโซฟา เจ้าสุนัขทำตามเธออย่างว่าง่ายมากกว่าทุกครั้ง แม้เธอจะประหลาดใจแต่ก็ยินดีอย่างยิ่งที่ไม่ต้องเปลืองแรง เธอลูบศีรษะของวูล์ฟพร้อมกับเอ่ยชม เวลามันยืนตัวตรงข้างเธอแบบนี้แล้ว ตัวมันสูงถึงบั้นเอวของหญิงสาวเลยทีเดียว

การที่เหมันต์ยอมทำตามเธอไม่ได้แปลว่าเขาอ่อนข้อให้เธอ ชายหนุ่มเพียงแค่อยากจะรู้ว่าเธอจะพาเขาไปไหน เธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ ในหัวของสุนัขหนุ่มสับสน เขาก้าวเท้าตามร่างบอบบางของภวิกาขึ้นบันไดไปยังชั้นบน ไอร้อนสะสมจากเวลากลางวันกระทบร่างกายจนหมาหนุ่มขมวดคิ้วแน่น บนชั้นสองมีห้องอยู่เพียงสองห้อง หญิงสาวพาเขาไปที่ห้องฝั่งติดบันได

เธอเปิดประตูห้องนอนพร้อมกับเปิดไฟ ห้องนอนของเธอเป็นห้องนอนขนาดเล็กกะทัดรัดสำหรับหนึ่งคนอาศัย มีเตียงนอนขนาดหนึ่งคนนอน ตู้เสื้อผ้ากับบานหน้าต่างขนาดใหญ่ และโต๊ะเขียนหนังสือ ภวิกากดเปิดแอร์ให้บรรยากาศห้องนอนเย็นฉ่ำ หญิงสาวนั่งลงบนที่ฟูกเตียงนอนสีชมพู

มานี่สิ” มือบางตบเตียงข้าง ๆ เธอ

ไม่’

เหมันต์เพิ่งเคยเห็นคนที่รักหมามากขนาดนี้ก็วันนี้... ตัวเขานั้นเกลียดหมามากถึงขั้นไม่คิดอยากเข้าใกล้อย่างเด็ดขาด คนรอบตัวเขาก็ต้องยอมตามน้ำเกลียดหมาไปด้วย เขาไม่เคยเห็นใครแสดงความรักหมาต่อหน้าต่อตาเขา เพิ่งจะเคยเห็น ‘ทาสหมา’ ตัวเป็น ๆ ที่สามารถนอนร่วมเตียงแคบ ๆ กับหมาแปลกหน้าตัวหนึ่งได้โดยไม่รู้สึกอะไรก็วันนี้

สุนัขหนุ่มหันหลังเตรียมจะลงไปนอนที่โซฟาชั้นล่างเช่นเดิม แต่พอเจอประตูที่ปิดสนิทจึงได้แต่แหงนหน้ามองลูกบิดประตูอย่างโง่งม

บัดซบเอ๊ย!

เขาเป็นหมา จะเปิดประตูได้ยังไง!

มานี่เถอะนะ” เหมันต์รู้สึกได้ถึงอ้อมกอดหลวม ๆ ที่โอบล้อมรอบแผงคอของเขาจากด้านหลังเบา ๆ พอหันมาจึงเห็นใบหน้าหวานละมุนของภวิกาแนบอยู่ใกล้ชิด กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากสบู่ที่เธอใช้ทำให้จมูกสุนัขของเขาขยับฟุดฟิดเพื่อสูดดมความหอมล้ำนั่นมากยิ่งขึ้น น้ำเสียงที่อ่อนโยนและรอยยิ้มหวานละมุนของเธอชักนำให้เขาเดินตามเธอขึ้นมานอนบนเตียงนอนราวกับไร้สติ

ภวิกาไม่ชอบนอนปิดไฟ... หญิงสาวล้มตัวลงนอน เธอปิดไฟแค่เฉพาะที่บนเพดาน ส่วนไฟที่หัวเตียงนั้นเปิดเอาไว้ เธอขดร่างกายลงใต้ผ้าห่มผืนหนา หันมองไปที่วูล์ฟซึ่งหมอบนอนอยู่ข้างเคียง

ฝันดีนะ..วูล์ฟ” เธอเอ่ยเสียหวาน ยิ้มให้สุนัขอย่างอ่อนพร้อมหลับตาลงโดยหันหน้าเข้าหาสุนัขหนุ่ม

เหมันต์ได้แต่กลอกตา... ถ้ารู้ว่าเธอไม่นอนปิดไฟแบบนี้เขาขอเลือกนอนบนโซฟาข้างล่างยังดีซะกว่า เจ้าหมาหนุ่มนอนขดตัวโดยเว้นระยะห่างจากภวิกาออกมาเล็กน้อย เขาขดหางเข้าหาลำตัวราวกับไม่ไว้ใจบรรยากาศโดยรอบ เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงด้วยความเหนื่อยล้าและปลงอนิจจัง

อย่างน้อยมันก็ดีกว่านอนอยู่ข้างถนน’ …

 

เสียงฝนกระทบลงกับหลังคาบ้านดังเป็นจังหวะเปราะแประราวกับเพลงกล่อมนอน ในค่ำคืนนั้นหญิงสาวเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว ราวกับเธอผ่อนคลายและสบายใจ..

เปรี้ยง!

เสียงสายฟ้าฟาดลงมาดังขึ้นกลางดึกจนตัวบ้านสั่นสะเทือน ภวิกาสะดุ้งตกใจตื่นนอนลุกพรวดขึ้นนั่งตัวตั้งตรง ใบหน้าของเธอซีดเผือด เม็ดเหงื่อปกคลุมทั่วร่างกาย เธอหอบหายใจกระชั้นชิดเสียงดัง ในอกแน่นราวกับมีอะไรกำลังบีบรัด น้ำใส ๆ เอ่อนองคลอเบ้าตาทั้งสองของเธอ

เม่น...” เธอพึมพำ หางตาเหลือบเห็นแสงวาวโรจน์จากด้านนอกสว่างวาบขึ้นสะท้อนกับผ้าม่านสีชมพู เธอหวาดกลัวจนขดตัวแน่น ภวิกานั่งชันเข่าขึ้น เธอกอดตัวเอง ตัวสั่นเทิ้มราวกับลูกนกแรกเกิด “เม่นจ๋า.... เม่นช่วยด้วย...”

เม่น.. ใคร?’

เหมันต์ผงกศีรษะขึ้นมองเธออย่างมึนงง ไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพำพึมเรียกหาชื่อใครอยู่

ด้วยความสงสัยเขาจึงขยับกายเข้าไปใกล้เธอมากยิ่งขึ้น เพื่อมองดูใบหน้าละมุนที่ซบลงกับแขนทั้งสองข้าง

เธอร้องไห้อีกแล้ว

เหมันต์ค่อย ๆ ใช้ปลายจมูกเปียกชื้นดุนแขนของเธอ เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับภวิกา มิหนำซ้ำยังรำคาญเธออยู่บ่อยครั้ง แต่เวลาเห็นเธอมีสภาพเช่นนี้เขากลับไม่สบายใจ ภวิกาลืมตาขึ้นมา นัยน์ตาทั้งสองพร่ามัวเพราะคราบน้ำตา แสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างเตียงส่องสว่างเรืองรอง สะท้อนเป็นเงาบนใบหน้าดุดันของสุนัขตนหนึ่ง แต่แววตาสีน้ำตาลหม่นของมันช่างอ่อนโยนคล้ายห่วงใย

ใบหน้าของหญิงสาวเปรอะเลอะไปด้วยคราบน้ำตา ริมฝีปากสั่นระริก พร้อมกับมือน้อยที่อ้าออกโถมเข้าหาเจ้าหมาที่นั่งตัวสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของเธอทันที...


 

People in these pictures are not related to the novel, only to illustrate the characteristic of the character.

pic cr: weheartit, Tumblr, pinterest, meillimel, etc

 

16/05/2020

อยากให้ลองฟังเพลง Best For You ของ ไอซ์ ไปด้วยนะคะ จะเป็นอารมณ์ของพระ-นางในนิยายเรื่องนี้ค่ะ

"แล้วฉันจะรักให้ยิ่งกว่าใคร" (:

ภวิกาเป็นตัวละครที่น่าสงสารมาก ๆ สำหรับเราค่ะ แต่งไปแล้วรู้สึกหัวใจถูกบีบยังไงก็ไม่รู้ค่ะ

นางเอกเรื่องนี้เป็นสายอ่อยโดยไม่รู้ตัว (เอ๊ะ?)

เราไม่เคยเลี้ยงสุนัขขนยาวเลยค่ะ อยากลองกอดดูสักครั้ง น่าจะนุ่ม


ขอบคุณนักอ่านนะคะ

ด้วยรักค่ะ จะพยายามอัพอาทิตย์ 1-2 ตอนนะคะ

 อย่าลืมให้เวลากับคน/สัตว์เลี้ยง ที่คุณรักนะคะ



ยิ่งกำลังใจมีมากเท่าไหร่ ยิ่งมีแรงเขียนมาเท่านั้น

 ด้วยรัก 

1 คอมเม้นต์ = 1,000 กำลังใจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #8 E.spsr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:42

    ขลุกขลิก ส่วนตัวว่า ขลุกขลักน่าจะดูเข้าทางมากกว่า (เนื่องจากขลุกขลิกน่าจะใช้เรียกอาหารแห้งๆ เปียก เช่นแกงฉู่ฉี่)

    โถสุขพรรณ เป็น โถสุขภัณฑ์

    เก้ากี้ เป็น เก้าอี้

    โฮ...น้องกลายเป็นลูกไปแล้ววว 5555 สมองเล็กแถมไม่ค่อยฉลาดอีก โอย ตลกไปหมดแล้ววว หมดกันความดราม่า แต่เข้าใจดีเลยค่ะเรื่องน้อง ๆ ไม่กิน ไม่เล่นของที่เราอุตส่าห์สั่งมา และของเหล่านั้นมักมาเป็นล็อตใหญ่เสียด้วย ...แทบจะร้องไห้ด่าวดิ้นนน

    ปล. น้องหมาที่บ้านคลอดแล้วค่าา เป็นแม่ยายจริงๆ ละ โอยยย

    btw คนเขียนสู้ๆ

    #8
    1
    • #8-1 parnchan♔.(จากตอนที่ 5)
      18 พฤษภาคม 2563 / 08:43
      ไอหยา... เราเพิ่งเห็นว่าคำว่าโถสุขภัณฑ์ ฮ่าาา อายตัวเองมากค่ะ ขอบคุณนะคะ
      เราอยากแต่งให้เนื้อหาเฮฮานะคะ ดีใจที่ตลกค่ะ
      ใช่ค่ะ อีแม่ซื้อของแพงมา แต่นางเมินค่ะ ของเล่นตัวละ 300-400 ไม่สนใจอะ
      สนใจนู่นน ต้นกล้วยค่ะ เหม็น ๆ เนี่ยชอบนัก Y_Y
      อุ้ยย เจ้าตัวเล้กกก คลอดมากี่ตัวคะเนี้ยะ เตรียมตัวเปิดรับความซุกซนแบบไม่จำกัดได้เลยค่ะ
      #8-1