⊱ กับดักร้าย คุณชายหมาป่า ⊰

ตอนที่ 2 : ⊱ บทนำ ⊰ : เรื่องราวของ เหมันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    11 พ.ค. 63


รูปภาพ aesthetic, vintage, and bathรูปภาพ tattoo, rose, and boy

pic cr: weheartit, Tumblr, pinterest, in pic, unsplash.com 



บทนำ

เรื่องราวของ เหมันต์


 

คฤหาสน์ตระกูล ศิระโรจณะธรรม

ณ บ้านคฤหาสน์สามชั้นสุดหรูราคาร้อยล้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานครซึ่งมีแต่ความวุ่นวายโกลาหล คฤหาสน์แห่งนี้กลับเป็นที่เดี่ยวที่ดูปลีกวิเวก และเงียบสงบตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เพราะตัวบ้านตั้งอยู่ห่างจากประตูรั้วขนาดใหญ่เกือบหนึ่งไร่สวน 

อาณาเขตคฤหาสน์กว้างใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดกว้างท่ามกลางพุ่มสวนนานาพันธุ์ และโรงจอดรถบรรจุรถหรูถึงสิบคันรถ ตัวบ้านตกแต่งด้วยหินอ่อนตลอดทั้งหลัง เน้นความเป็นธรรมชาติร่วมสมัย มีรูปปั้นม้ายูนิคอร์นตัวใหญ่อยู่หน้าประตูบ้านขนาบข้างทั้งซ้ายขวา

เหมันต์ ศิริโรจณะธรรม ทายาทโดยชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของตระกูล ศิระโรจณะธรรมกำลังนอนแช่อ่างอาบน้ำหรูอยู่บนชั้นสองของบ้าน ภายในห้องอาบน้ำเต็มไปด้วยกลิ่นอโรม่าจากเทียนหอม ในอ่างอาบน้ำมีกลีบกุหลาบแดงลอยอยู่เหนือผิวน้ำบดบังเรือนร่างกำยำใต้น้ำบางส่วน เหมันต์เป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัดแข็งแรงกำยำ กล้ามเนื้อของเขาชัดเจนเพราะผ่านการออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ

เขาเอนศีรษะพิงขอบอ่างอาบน้ำ แหงนใบหน้าคมคายที่มีหยดน้ำพรมเปื้อนขึ้นมองเพดานสีขาวลวดลายฉลุ เขาเสยผมหน้าม้าที่เปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำขึ้นเหนือศีรษะ กำลังจะหลับตาลงเพื่อผ่อนคลาย แต่หูกลับได้ยินเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ

“คุณ หมอกครับ คุณ ฌอห์นและ คุณวิเวียนมาหาครับ” คนรับใช้สูงวัยในชุดสูทสีดำเอ่ยด้วยน้ำเสียงถ่อมตน ชายชรายืนอย่างสุภาพอยู่เบื้องหลังเหมันต์ เว้นระยะห่างออกจากผู้เป็นนายของตนจำนวนสองกระเบื้องหกเหลี่ยมขนาดใหญ่สีดำเงางามบนพื้นห้องน้ำ

“มีธุระอะไร?” คนที่นั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำถามเสียงเรียบ

“ฉลองวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของคุณหมอกครับ”

เหมันต์หันกายมามองชายชราผมขาวที่รับใช้ตน ชายหนุ่มวางแขนทั้งสองข้างพาดกับขอบอ่างอาบน้ำ ที่ต้นแขนข้างขวาของเขามีรอยสักรูปกุหลาบแดงหนึ่งดอก  ใบหน้าของเขาคมเข้มหล่อเหลามีเสน่ห์ยั่วยวนแบบอันตราย ผมสีดำเข้มราวกับสีน้ำหมึก ตัดกับสีผิวขาวละเอียดราวกับกระดาษ คิ้วของเขาคมหนาเช่นคันศรของธนู ส่วนจมูกก็โด่งเป็นสันราวกับนายแบบต่างชาติ และริมฝีปากสีชมพูเรียวยาวดูชุ่มช่ำอย่างคนสุขภาพดี

นัยน์ตาคู่เรียวสีน้ำตาลหม่นหรี่ลงต่ำคล้ายแววตาของสัตว์ป่าในยามราตรี เหมันต์เหยียดรอยยิ้มหนึ่งตรงมุมปากราวกับเย้ยหยัน “หึ... พยายามมาตีสนิทฉัน คงอยากได้ส่วนแบ่งมรดกจนตัวสั่น”

“คุณหมอก อย่ามองโลกในแง่ร้ายอย่างนั้นเลยครับ” คนใช้ชราเอ่ยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “คุณฌอห์นและคุณวิเวียนถือเป็นญาติของคุณ สนิทกันเอาไว้จะดีกว่านะครับ”

“หืม...” เสียงต่ำในลำคอนั้นเย็นเฉียบบอกให้รู้ว่าเจ้าของน้ำเสียงเกิดไม่สบอารมณ์ขึ้นทันควัน นัยน์ตาคู่เรียวสีน้ำตาลหม่นปรายตามองชายชราคนใช้ “นี่คงเป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ลุงเขม พูดอะไรไม่เข้าหูผมแบบนี้”

เขมโค้งศีรษะเป็นเชิงขอลุแก่โทษที่บังอาจพูดไม่เข้าหูนายของตน เมื่อเห็นเหมันต์ยื่นมือออกไปเบื้องหน้าเล็กน้อย เขมจึงส่งผ้าขนหนูสีขาวและเสื้อคลุมอาบน้ำสีดำที่ตนเตรียมไว้ให้แก่เหมันต์อย่างนอบน้อม ดูแลปรนปฏิบัติครบถ้วนทุกอย่าง โดยไม่ต้องให้เหมันต์เอ่ยปากสั่งการ

เหมันต์เป็นลูกชายเชื้อสายตรงเพียงคนเดียวของตระกูลศิระโรจณะธรรม แม่ของเขาประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบินตั้งแต่ชายหนุ่มอายุสิบเอ็ดปีบริบูรณ์ พ่อของเขาหมกมุ่นอยู่แต่กับงานธุรกิจอสังหาฯ ไม่เคยมีเวลาดูแลเอาใจใส่ลูกตนเอง ห้าปีถัดมาพ่อล้มป่วยลงแต่ก็ยังคงทำงานหนัก หนึ่งปีให้หลังท่านก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด ทิ้งให้เหมันต์ต้องใช้ชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตอยู่คนเดียวภายในคฤหาสน์หลังใหญ่เพียงลำพัง

โชคยังดีที่อย่างน้อย ชายหนุ่มก็ยังมีลุงเขมข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ตั้งแต่รุ่นคุณแม่ คอยดูแลอยู่ไม่ห่างกาย แต่ความอบอุ่นจากคนนอกก็ไม่สามารถทดแทนความอบอุ่นจากครอบครัวที่เด็กชายขาดหาย สภาพแวดล้อมที่อ้างว้าง ความเดี่ยวดายภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีเพียงแค่คนใช้ล้อมรอบ หล่อหลอมให้เหมันต์กลายเป็นคนเย็นชาและแข็งกระด้าง เขาใช้จ่ายเงินทองอย่างสุรุ่ยสุร่าย ใช้ชีวิตเสเพลราวกับไม่เห็นค่าการมีอยู่ของชีวิตตนเอง ชายหนุ่มใช้ชีวิตเช่นนั้นตั้งแต่อายุสิบเจ็ดปีจนยี่สิบปีบริบูรณ์

เหมันต์สวมเสื้อยืดคอกว้างสีเทาและกางเกงยีนส์ขาดที่หัวเข่าสีดำซีดรัดรูป ที่บ่าพาดผ้าขนหนูเช็ดศีรษะสีน้ำเงิน เขาเดินลงบันไดกว้างจากชั้นสองลงมาที่ชั้นล่างสุด ภายในห้องโถงรับแขกขนาดกว้างตกแต่งอย่างเรียบง่าย แม่บ้านวัยกลางคนกำลังเติมน้ำในแก้วให้แก่แขกผู้มาเยือนทั้งสองซึ่งนั่งอยู่บนโซฟา

“สวัสดีจ้ะ น้องหมอก” หญิงสาวย้อมผมสีน้ำตาลทองสั้นระบ่า เจ้าของชื่อว่า วิเวียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเห็นเขา ใบหน้าของเธอเจนจัดตามอายุขึ้นเลขสี่ เธอสวมชุดกระโปรงรัดรูปสั้นกริบเหนือเข่าสีชมพูบานเย็น

ในขณะที่ใบหน้ายังคงมีแต่รอยยิ้มให้เหมันต์ มือเธอกลับกระตุกแขนเสื้อของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางกระซิบกับเขาเสียงเล็ดไรฟัน “ทักทายหมอกสิ ฌอห์น”

“อ้าว น้องหมอก! พี่เพิ่งเห็นว่าเราลงมาแล้ว” ฌอห์นเป็นคนร่างสูงโปร่ง เขาเป็นลูกชายของวิเวียน อายุมากกว่าเหมันต์สามปี ใบหน้าหล่อเหลาเท่าๆ กับเหมันต์ แต่ฌอห์ณเป็นคนเจ้าชู้ และมีนิสัยเสียที่ชอบพูดคล้ายติดตลกเสมอ “อาบน้ำนานจนคิดว่านายจมน้ำไปแล้วซะอีก”

เหมันต์หัวคิ้วกระตุก... ใครๆ ก็รู้ว่าเขาและฌอห์นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน เขาไม่เคยนับว่าฌอห์ณเป็นลูกพี่ลูกน้องด้วยซ้ำ แค่เห็นหน้าทีไรก็นึกอยากไล่ตะเพิดให้ไปพ้นๆ ตา

วิเวียนหันไปเอ็ดใส่ลูกชาย ก่อนจะหันมายิ้มแห้งๆ ให้เหมันต์เป็นเชิงขอลุแก่โทษ

เหมันต์ไม่สนใจคนทั้งสอง คนหนึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของแม่ของเขา แต่ไม่เคยมางานศพแม่เลยสักหน อีกคนหนึ่งก็เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหล่อน วันๆ เอาแต่ทำตัวเจ้าชู้สร้างแต่ปัญหาให้แม่ตามเช็ดตามล้างไม่จบสิ้น

ความจริงแล้ววิเวียนเป็นผู้หญิงที่ทั้งน่าสงสารและน่าสมเพชในคราวเดียวกัน หล่อนมีความเพียรพยายาม แต่น่าเสียดายที่หยิบจับธุรกิจอะไรก็มีแต่คว้าน้ำเหลว ไม่รู้ว่ากี่หมื่นกี่แสนแล้วที่แม่ของเขาให้ยืมเงินไปละลายแม่น้ำโดยเปล่าประโยชน์

เหมันต์นั่งลงที่โซฟาเดี่ยวสีแดงขนาดกว้างฝั่งตรงข้ามคนทั้งสอง เรียวขายาวยกขึ้นพาดตั้งฉากกับหัวเข่าอีกข้าง เขานั่งกอดอกแผ่นหลังเอนชิดพนักเก้าอี้ นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นหรุบลงต่ำมองดูคนทั้งสอง พลางพ่นลมหายใจออกจมูกเสียงดังราวกับเบื่อหน่าย

“มีธุระอะไรครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ด้วยความรักและคิดถึงจ้ะ” วิเวียนยิ้มกว้างจนเห็นร่องบนแก้มยุบลงไป “วันนี้หมอกไม่ไปเรียนเหรอจ๊ะ?”

เหมันต์เป็นนักศึกษาปริญญาตรีเอกการแสดงของมหาวิทยาลัยนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่ง ด้วยหน้าตาหล่อเหลาและนามสกุลใหญ่โต ในคณะฯ ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของเขา นอกจากชื่อเสียงด้านธุรกิจอสังหาฯ ของพ่อเขาจะโด่งดังมากแล้ว ชื่อเสียงด้านลบของเขาก็มีมากไม่ต่างกัน ชายหนุ่มไม่ค่อยสนใจร่ำเรียนเท่าไหร่ เขา ขาดลา-มาสาย อยู่บ่อยครั้งจนอาจารย์เอือมระอา

และดูเหมือนว่าล่าสุด... เขากำลังจะติด F หนึ่งวิชา เพราะขาดเรียนเกินครึ่งหนึ่งของคาบเรียน

“มีเรียนหรือไม่มี.. ก็ไม่ใช่เรื่องของอาวิ” คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้คนมีศักดิ์เป็นอาถึงกับหน้าชา

 “แหม.. ใจร้ายจังนะหมอก แต่เอาเถิด... ที่อามาวันนี้ก็เพราะว่าเป็นวันเกิดอายุครบ 20 ปีของหมอกพอดี อาไม่อยากให้หมอกต้องเหงาคนเดียว” วิเวียนพูด

          เหงาเหรอ... เหมันต์เหยียดยิ้มขึ้นที่มุมปาก เขาส่ายศีรษะราวกับสิ่งที่คนตรงหน้าพูดช่าง 'ไร้สาระ'

ตั้งแต่เด็กจนอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ การอยู่เพียงลำพังในคฤหาสน์หลังใหญ่ท่ามกลางคนรับใช้คือสิ่งที่เหมันต์จดจำมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับเขา 'ความเหงา' ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว... ความเหงาก็เป็นเพียงแค่เรื่อง ธรรมดา

แต่ผู้คนที่เข้าหาเขาเพียงเพราะ 'เงิน' ต่างหากล่ะที่น่ากลัวและน่ารังเกียจ

“อามีของขวัญมาให้หมอกแก้เหงา” วิเวียนสะกิดลูกชายที่เอาแต่นั่งไถมือถือ ฌอห์นเอี้ยวตัวไปหยิบกล่องสีเขียวอ่อนผูกโบว์สีขาวขนาดใหญ่ซึ่งวางอยู่ด้านหลังตนขึ้นมา

“อะไร” เหมันต์ขมวดคิ้ว รู้สึกไม่ไว้วางใจในสิ่งที่อยู่ในมือของฌอห์น

ทันใดนั้นเองฝากล่องที่เคยปิดสนิทก็ขยับตกลงไปที่พื้น พร้อมกับศีรษะทุยเล็กของลูกสุนัขขนสีดำขลับตัวหนึ่งที่ค่อยๆ โผล่พ้นออกมาเหนือกล่องกระดาษ มันเห่าเสียงสดใส พาดขาหน้าอวบอั๋นทั้งสองลงกับขอบกล่องของขวัญ 

ดวงตาของมันสุกสกาวสะท้อนภาพของเหมันต์ในแววตา มันเอียงคอทำสีหน้าทะเล้น

บ๊อก! บ๊อก! บ๊อก!

ฌอห์นยิ้มเอ็นดูกับความน่ารักของมัน เขาพูดอย่างร่าเริง

“เจ้านี่เป็นลูกสุนัขที่ถูกผสมระหว่างสุนัขหมาป่าและสุนัขบ้าน หรือที่เขานิยมเรียกกันว่า Timber Shepherd (ทิมเบอร์วูฟ เชพเพิร์ด) ฉันรับน้องมาจากฟาร์มในฝรั่งเศส หมาพันธุ์ดีแบบนี้ คิดว่านายน่าจะชอบ..”

          โครม!!

เพล้ง!

เสียงถีบโต๊ะกระจกที่คั่นกลางระหว่างโซฟาฝั่งเหมันต์และวิเวียนกับฌอห์นจนล้มลงที่พื้นดัง 'โครม' พร้อมกับเสียงกระจกกระทบพื้นกระเบื้องแตกละเอียดออกเป็นเสี่ยงๆ ดัง 'เพล้ง'

“ว้าย! ทำอะไรน่ะหมอก!?” วิเวียนตะโกนอย่างตกใจ

เหมันต์เป็นคนยันขาถีบโต๊ะกระจกตัวนั้นจนล้มลงไปเอง... นัยน์ตาคู่คมสีน้ำตาลหม่นของชายหนุ่มเบิกออกกว้างตื่นตระหนก ลมหายใจก็หอบกระชั้นถี่เร็ว เขาใช้นิ้วชี้ไปที่เจ้าสัตว์ขนปุกปุยที่กำลังตัวสั่นเทิ้มอย่างหวาดกลัวกับเสียงดังเมื่อสักครู่ “ยะ.. อย่าเอามันเข้ามา.. บอกว่าอย่าเอามันเข้ามาใกล้ฉัน... เด็ดขาด!

ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองเลิกคิ้วขึ้นตกใจ

เหมันต์ลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง    ตะโกนน้ำเสียงกราดเกรี้ยวจนก้องไปทั่วห้องโถง “ใครก็ได้! เอาหมานั่นออกไปจากบ้านฉัน! และส่งคุณวิเวียนและคุณฌอห์นด้วย พวกเขาจะกลับแล้ว!

สาวใช้ที่เคยยืนหลบมุมต่างก็วิ่งเข้ามาทำตามที่นายหนุ่มสั่ง

“ดะ เดี๋ยว!” วิเวียนพยายามเรียกรั้งเหมันต์เอาไว้ เธอเผลอเอื้อมมือไปจับรั้งท่อนแขนแกร่งของเหมันต์โดยไม่ทันยั้งคิด “เดี๋ยวก่อนหมอก เล่าให้อาฟังทีว่ามันเกิดอะไร..”

วิเวียนสะดุ้งสุดตัวกับสายตาเย็นเฉียบที่เหมันต์มองมาที่ตน ชายหนุ่มสะบัดแขนอย่างแรงจนวิเวียนที่จับแขนเขาอยู่เซล้มลงไปนั่งกับโซฟาดังเดิม

เหมันต์ไม่พูดอะไรอีก เขาเดินออกไปจากห้องโถงโดยไม่สนใจคนทั้งสอง

ฌอห์นเรียกสาวใช้ที่นั่งคุกเข่าเก็บเศษแก้วที่ปลายเท้าของเขา "นี่.."

“เธอบอกฉันทีสิ มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเจ้านายของเธอ” เขาถาม มือหนาลูบศีรษะเจ้าสุนัขตัวน้อยที่สั่นเทิ้มอย่างปลอบประโลม

สาวใช้ก้มหน้าคางชิดอก ตอบเสียงเบาหวิวราวกับกลัวว่านายของตนจะบังเอิญได้ยิน

“เรียนคุณฌอห์นและคุณวิเวียน คือว่าคุณหมอก.. เป็นโรค 'กลัวสุนัข' ค่ะ”

 

ในค่ำคืนนั้นเหมันต์นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงขนาดคิงส์ไซส์ของตนเอง เพราะเหตุอันใดไม่อาจทราบได้ชายหนุ่มรู้สึกทั้งคันเนื้อคันตัว ระคายไปทั่วผิวหนังราวกับมีอะไรกัดต่อย เดี๋ยวก็เกิดความรู้สึกร้อนบนร่างกาย ประเดี๋ยวก็หนาวจนปากสั่น เขานอนไม่หลับได้แต่พลิกร่างกายไปมาอยู่ตลอดทั้งคืน 

จนกระทั่งรุ่งสร่างมาเยือน เหมันต์ลืมตาตื่นขึ้นมาได้ไม่เต็มตานัก เพราะนอนแทบไม่หลับตลอดทั้งคืนเปลือกตาทั้งสองจึงหนักอึ้งเหมือนโดนถ่วงด้วยของแข็ง เขารู้สึกอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง พยายามข่มตาหลับกลับได้ยินเสียงนกร้องร้องจิ๊บขิ๊บในตอนเช้าดังชัดเจนมากกว่าปรกติ 

ดูเหมือนว่างานแรกที่เขาจะเอ่ยปากสั่งคนใช้ในวันนี้ คงหนีไม่พ้นให้ไล่นกออกไปให้หมดทั้งสวน เสียงร้องของพวกมันกำลังรบกวนเขา หูเขาได้เสียงมันดังราวกับมีนกทำรังอยู่ใต้เตียงนอน ราวกับว่าหูของเขาสามารถรับเสียงได้มากกว่าปรกติ ยามเช้าตรู่แบบนี้แสงแดดจากบานหน้าต่างที่หัวเตียงส่องลงมากระทบเปลือกตาจนร้อนไปหมด

เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าดั่งที่เคยทำเป็นปรกติ แต่ทั้งๆ ที่ลูบเพียงเบาๆ กลับรู้สึกเหมือนโดน กรงเล็บ บางอย่างขูดเข้าเต็มๆ ที่ข้างแก้ม จนต้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บปวด

โอ๊ย.. “หงิ้ง

หงิ้ง..?

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างมึนงง... เขาได้ยินเสียงร้องดัง หงิง จากที่ใดสักแห่งที่ใกล้มาก ราวกับออกมาจากลำคอของเขาเอง

ชายหนุ่มลองร้อง โอ๊ย ออกมาอีกครั้งหนึ่ง... “หงิ้ง

หงิงอีกแล้ว... เสียงอย่างกับหมา

เสียงร้องของเขาเป็นหมา เรื่องตลกแบบนั้นคงแค่คิดก็ขำแล้ว

หรือว่า... จะมีหมาอยู่ในห้องของเขา!?

นัยน์ตาคู่เรียวสีน้ำตาลหม่นเบิกออกกว้างทันทีอย่างตื่นตกใจ แต่เมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นกลับคืออุ้งตีนขนาดใหญ่ของสุนัข กำลังแบอ้าออกอยู่ห่างจากใบหน้าของเขาไม่ถึงนิ้วหนึ่งด้วยซ้ำ ชายหนุ่มตกใจผวาสุดตัวรีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มผืนหนาร่นลงมาต่ำ สิ่งที่เผยให้เห็นใต้ผ้าห่มควรเจะเป็นร่างกายกำยำและเอวสอบ แต่ทว่าเหมันต์กลับมองเห็นร่างกายตนเองมีขนหนาสีดำยาวปกคลุมตลอดทั้งร่าง มีหัวนมเล็กๆ สีคล้ำๆ  และขาทั้งสองก็กลายเป็นอุ้งตีนของสุนัข

นี่มันบ้าอะไรกัน!?

เขาตกใจจนต้องลงจากเตียง จะก้าวลงด้วยสองขากลับกลายเป็นพลัดตกจากเตียงลงไปที่พื้นดัง อั่ก เตียงของเขาทั้งใหญ่และหนา เมื่อก่อนมันเคยมีความสูงอยู่ถึงแค่บั้นเอวสอบของเขาเท่านั้น แต่ทว่าตอนนี้เขายืนอยู่ที่พื้น แต่กลับเห็นขอบเตียงสูงเทียบเท่ากับลูกกะตาของเขาเอง

นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!

เหมันต์ใจหายรีบวิ่งไปที่กระจกทรงสูงหน้าห้องน้ำ แต่วิ่งด้วยสองขาก็ล้มลุกคลุกคลานหน้ากระแทกพื้นทุกครั้ง สุดท้ายกลับกลายเป็นวิ่งอย่างถนัดถนี่ด้วยสี่ขาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

และแล้วสิ่งที่ปรากฏสะท้อนกลับมาผ่านกระจกเงา... ก็แทบทำให้ชายหนุ่มอกสามศอกช็อคตายกลางอากาศ

“หงิ้ง หงิ้ง หงิ้งงงง! เขาอยากจะพูดออกมาว่า นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น! แต่เสียงที่เล็ดลอดออกมากลับเป็นเสียงร้องที่น่าเวทนาของสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

ภาพที่สะท้อนกลับมาจากเรือนกระจก คือภาพของสุนัขเพศผู้ตัวโตเต็มวัยตัวหนึ่ง ร่างกายของมันสูงใหญ่กำยำ มัดกล้ามเนื้อชัดแข็งแรงราวกับสุนัขล่าเนื้อ หน้าตาของมันคล้ายคลึงกับลูกสุนัขผสมหมาป่าที่ฌอห์นเอามาให้เขาดูไม่ผิดเพี้ยน  ขนของมันเป็นสีดำสนิทยาวมันเงา แผงคอของมันก็มีขนหนาเหมือนกับสุนัขเมืองหนาว ใบหูทั้งสองชูตั้งขึ้นดูสง่า และนัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นที่ดูดุดันอย่างสุนัขป่าเหมือนเช่นสีนัยน์ตาของเขา

ในกระจกมันกำลังเอียงศีรษะราวกับสงสัยบางสิ่ง พอเขาคิดเอามือทาบกระจกมันก็ยกขาหน้าขึ้นทาบกับกระจกตามเขาด้วยเช่นกัน เหมันต์รู้สึกตกใจสะดุ้งโหยงสุดตัวพลางร้อง หงิ้งง!’ เมื่อรู้สึกว่ามี 'อะไรบางอย่าง' กำลังปัดแกว่งอยู่บริเวณบั้นท้ายของเขา!

เมื่อเอี้ยวตัวดู... เหมันต์สาบานว่าถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาจะกรีดร้องออกมาราวกับผู้หญิงจริง ๆ ด้วย

เพราะเขากำลังเห็น 'หาง' ยาวอวบแน่นขนดกดำเงางามโผล่ออกมาบนบั้นท้ายของเขา!

นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!

แพขนของมันไล่ระดับความยาวขนอย่างสวยงามจนไปถึงปลายหาง ปลายหางนั้นลู่ลงปัดแกร่งไปมาช้าๆ อยู่ระกับพื้นห้อง

เขามีหาง!

นัยน์ตาสีน้ำตาลหม่นเบิกออกกว้างแล้วก็กว้างอีก เขาคงไม่รู้ตัวว่าเวลาเขาตื่นตกใจใบหูของเขาก็ยิ่งตั้งตรงแน่ว เหมันต์สูดลมหายใจเข้าลึก รีบโก่งตัวลงมองไปที่ใต้ลำตัวและขาทั้งสี่ขา แทบอยากจะร้องไห้ออกมาอย่างอัปยศอดสูใจนัก

ยอดชาย... ยอดชายใหญ่ยาวสามวาที่แสนภาคภูมิใจของเขา

กลับกลายเป็น ยอดชาย (ของ)หมาไปเสียแล้วนี่!

“หงิ๋งงงง!!” เขาร้องเป็นเสียงหมาออกมาราวกับโหยหวน

ทำไมเขาถึงกลายเป็นหมาไปได้เล่า!!



 P E R H A T I A N !!!! Cerita ini mengandung unsur DEWASA 18++ dan ha… #percintaan # Percintaan # amreading # books # wattpad

People in these pictures are not related to the novel, only to illustrate the characteristic of the character.

pic cr: weheartit, Tumblr, pinterest, meillimel, etc


9/5/2020

ไอเดียนิยายเรื่องนี้มาจากการที่เราเลี้ยงสุนัขค่ะ เราเป็นทาสหมาโดยสมบูรณ์ค่ะ 

นอนกอดมันแล้วก็คิดว่า เอ... ถ้าวันหนึ่งหมากลายเป็นคนได้ล่ะ จะเป็นยังไงน้าา 

จึงได้พล๊อตนิยายเรื่องนี้มาอย่าวทันทีทันใดค่ะ เป็นอะไรที่เขียนแล้วสนุกมากๆ ค่ะ

หากสนใจอยากติดตามต่อ คอมเม้นต์บอกกันสักหน่อยนะคะ

ยิ่งกำลังใจมีมากเท่าไหร่ ยิ่งมีแรงเขียนมาเท่านั้น

ด้วยรัก

1 คอมเม้นต์ = 1000 กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

43 ความคิดเห็น

  1. #9 เลซซี่ >< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 13:46

    ตายยยยและ นุ้งหมอกกลัวนุ้งหมาเหยออ คืออ่านมาเท่มาก สุขุมสุดไรสุด แต่นุ้งกลัวนุ้งหมาาา อุแง เอ็นดูนะ คำบรรยายตอนแรกดูลึกลับมืดหม่นแบบน่าค้นหามากเลยค่ะ คือเพลงแฮรี่พ็อตเตอร์ลอยมาเป็นซาวด์ประกอบได้เลย 555 ภาษาสวยมากกก สวยมากๆ แก้คำผิดให้นะคะ เดี่ยวดาย > เดียวดาย ระบ่า > ไม่แน่ใจว่าหมายถึง ประบ่า ไหม ฌอห์น เห็นเขียนมีทั้งสองแบบเลย ฌอห์น กับ ฌอห์ณ หรุบ > หลุบ (ตา)

    #9
    0
  2. #4 SYNY. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 14:43
    ก่อนอ่านก็คิดว่าน้องหมากลายเป็นคน สรุปคนกลายเป็นหมา 55555 น่าสนใจมากเลย อยากรู้ว่าเป็นได้ไง น่าติดตามมากๆ บรรยายดีเหมือนเดิม 🖤 รออัพน้า
    #4
    1
    • #4-1 parnchan♔.(จากตอนที่ 2)
      10 พฤษภาคม 2563 / 18:02
      ทรายยย ไม่นึกว่าจะมาอ่าน คิดถึงมากๆ ขอบคุณที่แวะเข้ามาน้าา ♥
      #4-1
  3. #3 คุณเเมวดมกาว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 13:13
    เเต่งดีมากค่ะ
    ปล.ทาสหมาเหมือนกันค่ะ5555
    #3
    1
    • #3-1 parnchan♔.(จากตอนที่ 2)
      10 พฤษภาคม 2563 / 18:02
      ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ ดีใจมากเลยค่ะ (≧∀≦)
      ทาสหมารวมตัววว
      #3-1
  4. #2 E.spsr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 08:38

    แอบเจอคำผิดเล็กน้อยนะคะ

    ความเดี่ยวดาย น่าจะเป็น ความเดียวดาย (ที่ไม่มีไม้เอก)

    เย็นเชียบ เป็น เย็นเฉียบ

    ตามค่ะ ทาสหมาเหมือนกัน ตามอ่านเพราะคำว่าทาสหมานี่แหละค่ะ 55555 รอบทถัดไปอยู่นะคะ

    #2
    4
    • #2-3 E.spsr(จากตอนที่ 2)
      10 พฤษภาคม 2563 / 12:48
      เลี้ยงไทยหลังอานนี่แหละค่า น้องออกผอมเพรียว ซน ๆ ดื้อ ๆ กับอีกตัวเป็นตัวเมียขี้เซาชอบหลบอยู่ใต้ถุนบ้าน ต้องเรียกพร้อมขนมถึงจะออกมา
      สองตัวสองสไตล์น่ะค่ะ อยู่ด้วยแล้วเฮฮาดี 555
      #2-3
    • #2-4 parnchan♔.(จากตอนที่ 2)
      10 พฤษภาคม 2563 / 18:00
      ไทยหลังอานเวลาเขาหนุ่มๆ เขาเท่มากเลยน้าา ทรงสวย เราก็เคยเลี้ยงเหมือนกันค่ะ
      ใช่ค่ะ หมาที่บ้านต้องขนมเท่านั้นถึงจะมา รักเจ้าของเหลือเกินค่ะ
      #2-4