[Fic Exo]Do U HavE MoneY?? (Kristao,ChenMin)

ตอนที่ 2 : Unit1 : Pre-Debut 1st

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    23 พ.ย. 56


Unit 1

Pre-Debut 1st

Manager Wu Fan

 

          ก่อนหน้านั้นประมาณสองอาทิตย์

        คฤหาสน์ตระกูลอู่ พรรคกินเลนหยก มลฑลกวางโจว

 

            “นี่มันอะไรกัน คุณชายรอง!!!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของหญิงวัยสี่สิบต้นๆดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกระดาษหนังสือพิมพ์ปึกใหญ่กระแทกลงบนโต๊ะรับแขก เสียงของมันสามารถบ่งบอกชัดเจนเลยทีเดียวว่าตอนนี้ผู้พูดกำลังอยู่ในอารมณ์ใด

 

            “โธ่ ก็แค่ขำๆ ม๊าอย่าซีเรียสสิครับ” น้ำเสียงทุ้มต่ำสบายๆของชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟานุ่มกล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

 

            “แกยังมีหน้ามาพูด” เสียงของชายกลางคนที่เพิ่งจะเข้ามาใหม่ดังขึ้น ก่อนที่เขาจะเข้ามายืนสมทบกับหญิงคนนั้น

 

            “ก็ไม่เห็นมันจะมีอะไร ป๊าม๊าอย่าคิดมากดิ”

 

            “กระโดดถีบหน้าผู้อำนวยการเซียงจนหงายหลัง แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าไม่ให้ฉันคิดมากงั้นเรอะ”

 

            “มันวอนส้นเองนี่”

 

            “ไอ้คริส!!!!”ผู้เป็นพ่อตวาดเสียงดังลั่น คุณชายรองของตระกูลสะดุ้งนิดๆ แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงไม่รู้สึกรู้สาดังเดิม“แกมันไม่ได้เรื่อง นิสัยเสีย ดีแต่เอาเงินไปผลาญเล่น ก่อเรื่องไม่เว้นวัน เมื่อไรจะรู้จักสำนึกและช่วยตระกูลทำมาหากินบ้างห๊ะ!

 

            “ผมขี้เกียจ”

 

            ฟุบ!

 

        หมอนอิงใบใหญ่ถูกเขวี้ยงใส่หน้าอู่ฟานอย่างแรง ความจริงต้องตามด้วยลูกเตะอีกชุดใหญ่จากผู้เป็นพ่อหากว่าภรรยาของเขาไม่รั้งเอาไว้เสียก่อน

 

            “อุ๊ย! ตุ้ยจาง ใจเย็นๆสิครับ ท่านเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลมาเอง” เสียงของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นมาจากด้านหลัง ร่างสูงเดินลงบันไดมาด้วยท่วงท่าสง่า การแต่งกายสะอาดสะอ้านเนี้ยบทุกกระเบียดนิ้ว

 

            “ก็ไอ้ลูกไม่รักดีนี่สิ วันๆดีแต่ก่อเรื่องให้ปวดกะบาล” ตุ้ยจางของตระกูลพูดอย่างขุ่นเคือง ชายหนุ่มผู้มาใหม่ค่อยๆประคองมานั่งที่โซฟาอีกฟากหนึ่ง พลางมองคริสอย่างตำหนิ

 

            “ป๊าต้องรู้จักปล่อยวางบ้างสิครับ ทำใจกับสันดารผมซะตั้งแต่เนิ่นๆ” 

 

            “หุบปากไปเลยนะ ไอ้คริส ดูคุณชายใหญ่เป็นตัวอย่างซะบ้างสิ ซิวหมิ่นเค้าออกงานการกุศลของพรรคทุกครั้ง ทำงานแทนแกตลอด แบ่งเบาภาระมากมาย เป็นที่หน้าเชิดชูของวงศ์ตระกูล”

 

            “นี่ถ้าคุณชายใหญ่ใช้แซ่อู๋ล่ะก็ ป่านนี้ตระกูลเราคงมีตุ้ยจางคนใหม่ได้แล้ว ไม่ต้องให้ป๊ามารับงานหนักมากมายแบบนี้ เมื่อไรคุณชายรองจะเลิกเที่ยวเสเพลและหันกลับมาทำงานอย่างจริงจังซักที คุณชายรองเป็นถึงเวินมู[1]ของพรรคกินเลนหยก ทำตัวเสื่อมเสียแบบนี้ ใช้ได้ที่ไหนกัน” ผู้เป็นแม่กล่าวเสริมอีกแรง

 

            “เฮ้อ~” อู๋ฟานถอนหายใจพรืดใหญ่ กลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย เขาโดนบ่นเรื่องทำตัวเหลวแหลกมากี่ร้อยรอบแล้วนะ...และคำพูดพวกนั้นก็ไม่เคยจะแทงเข้าไปในสมองซักนิด

 

            “เอาอย่างนี้ไหมครับ ให้คุณชายรองมาฝึกงานกับผมก่อน ที่ตำหนักโหย่วหมิงมีงานล้นมือทุกวัน ผมว่าคนอย่างเขาน่าจะหาได้ซักตำแหน่ง” ซิวหมิ่นเสนอ แววตามีเลศนัย ไม่เดาก็รู้ว่าไอ้คุณชายใหญ่ของพรรคคิดจะดัดหลังอู่ฟาน...อย่าหวังว่าคนอย่างเขาจะยอม หึ!

 

            “ผมไม่ทำ ตำแหน่งตุ้ยจางอะไรนั่น ยกให้เลยแล้วกันนะ” อู๋ฟานส่ายหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเตรียมเดินออกไปจากที่นี่ ตระกูลนี้ยิ่งอยู่ยิ่งเบื่อจริงวุ้ย

 

            “ไอ้คริส แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ตุ้ยจางตวาดเสียงดัง คุณชายรองชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันมาเลิกคิ้วใส่ราวกับกำลังกวนประสาท “แกไม่มีสิทธิ์มาผลาญเงินของบรรพบุรุษเล่น โดยที่แกไม่ได้สร้างมันขึ้นมาทดแทน”

 

            “ป๊าต้องการอะไร ถ้าเป็นเรื่องตุ้ยจางนั่นน่ะ ลืมได้เลย ยกให้ซิวหมิ่นเหอะ ผมไม่ทำ”

 

            “ฉันไล่แกออก ออกไปจากบ้านฉันซะ!”อู่ฟานผงะเล็กน้อยกับประโยคเดือดนี้ ทุกครั้งที่เขาหาเรื่องเข้าบ้าน ป๊าก็แค่บ่นๆๆและปล่อยเลยไป แต่ครั้งนี้มันกลับแตกต่างกัน...ไล่ออกงั้นหรอ?

            “อาเหยียน ใจเย็นก่อนสิ นั่นลูกชายของเรานะ อาตี๋อู๋อี้ฟานของเราไง” ฮูหยินใหญ่ถึงกับหน้าซีดเข้ามาถามสามีด้วยสีหน้าจริงจัง

 

            “เพราะเราใจดีกับมัน ตามใจมันจนเสียนิสัยอย่างงี้ไงล่ะ มันถึงได้กำเริบได้ใจ ทำตัวเหลวแหลกแบบนี้ ฉันอดทนกับสันดารแกมามากพอแล้ว ต่อไปนี้ฉันไล่แกออก จะไสหัวไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เงินทุกหยวนทุกตำลึงแกก็ไม่มีสิทธิ์เอาไป ไสหัวไปซะ”

 

            “นี่ป๊าถึงกับไล่ผมออกจากบ้านเลยหรอ! ก็ได้ ถ้าป๊าต้องการแบบนี้ คนอย่างผมหาเงินได้สบายๆอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าผมจะทำหรือไม่ทำต่างหาก”

 

            “เชิญแกลำพองใจไปเถอะ ด้วยเกียรติของมาเฟียกวางโจว กินเลนหยกอันเก่าแก่ ถ้าแกไม่สามารถหาเงินล้านหยวนมาให้ฉันได้ภายในหนึ่งเดือน ฉันตัดแกออกจากกองมรดกแน่”

 

            “ตุ้ยจาง! คำสัตย์ของมาเฟียคืนคำไม่ได้นะครับ อู๋ฟานไม่มีปัญญาหาเงินเยอะแยะแบบนั้นได้หรอก อย่าว่าแต่เดือนเดียวเลย ชาตินี้ทั้งชาติร้อยตำลึงจะหาได้รึเปล่าก็ไม่รู้” ซิวหมิ่นออกความเห็น

 

            “เฮ้ย! ไอ้หน้าซาลาเปา มันจะมากไปแล้วนะ ดูถูกกันเข้าไปเถอะ แล้วป๊าจะได้เห็นดีกัน ว่าคนอย่างผม หาเงินเลี้ยงตัวเองก็ได้” อู๋ฟานพูดด้วยความโกรธจัด เขาไม่คิดเลยว่า ป๊าม๊าผู้แสนดีที่ตามใจเขาตั้งแต่เล็ก รักเขาปานดวงใจ จะสามารถตัดหางปล่อยวัดได้ ด้วยความมีทิฐิ เอาแต่ใจและความดื้อรั้นอยู่เต็มอก อู๋ฟานโค้งคำนับลงเป็นเชิงบอกลา ก่อนจะเดินออกจากคฤหาสน์กินเลนหยกด้วยความฉุนเฉียว แม้จะได้ยินเสียงผู้เป็นแม่ตะโกนเรียกให้กลับมาก็ตาม แต่อู๋ฟานก็ได้ตัดสินใจไปแล้ว

สายเลือดมาเฟียย่อมรู้ดี หากได้ตัดสินใจทำอะไรไปแล้ว เราไม่มีสิทธิ์คืนคำ และนี้ก็เป็นสิ่งที่เขาเลือก แม้จะต้องเดิมพันด้วยชีวิต เขาก็ยอม

 

 

สี่ชั่วโมงต่อมา 06.33 PM.

ถ้าสามารถย้อนกลับไปเมื่อสี่ชั่วโมงที่แล้วได้ คริสจะยอมทำทุกวิถีทาง ลืมคำพูดที่ได้เอ่ยไว้ ณ เบื้องต้นซะ เพราะตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร มันเป็นยังไง

 

“ไอ้หนุ่ม อย่ายืนเกะกะขวางทางร้านลุงเซ่ ไม่ซื้อก็ออกไป”

 

“เอ่อ...ผมไม่มีเงินสด ร้านของลุงพอจะมีที่รูดบัตร-

 

“ไปๆ ไอ้พวกคนรวยนี่จริงๆเลย ลื้อเห็นร้านอั๊วเป็นอะไร นี่มันร้านหมั่นโถวข้างทางนะ ไม่ใช่ peper luch santafe’ นะโว้ยยย”

 

คริสได้แต่เก็บงำความหัวเสียไว้ข้างใน ก่อนจะค่อยๆเดินต่อไปข้างหน้า เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า การไม่มีเงินนี่มันนรกจริงๆ รู้งี้น่าจะกดเงินออกมาไว้ในกระเป๋าบ้าง ส่วนใหญ่เขาจะใช้บัตรจ่ายซะมากกว่า ก็เลยไม่ค่อยได้จับเงินที่เป็นแบงค์ แต่ตอนนี้เขาหาที่รูดไม่ได้น่ะสิ ก็เลยไม่ต่างอะไรกับคนไม่มีเงิน

 

“คุณครับ ช่วยหลบไปด้วยครับ คุณกำลังขวางวิวทิวทัศน์อยู่นะ” ชายคนนั้นพูดขึ้นพร้อมกับเงยขึ้นมาจากกระดานวาดรูป คริสจึงหลบให้เขาเล็กน้อยและลอบมองจิตรกรข้างถนนคนนั้นอย่างเงียบๆ

 

จริงสิ...เขาเป็นคนที่วาดรูปได้ไม่เลวเลยนะ เขายังคิดอยู่เสมอเลยว่ามีอะไรบางอย่างที่เป็นศิลปินฝังลึกอยู่ในตัวเขา หากว่าการวาดรูปขายคือหนทางของเขาล่ะ? มันต้องใช่แน่ๆ เพราะคริสมั่นใจเลยว่ารูปวาดของเขานั้นไม่เป็นสองรองใครแน่นอน บางทีเขาอาจจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ก็ได้นะ

 

“เร็วๆเข้าพี่น้อง รอบนี้รอบเดียวเท่านั้นนะครับ รถพ่วงขึ้นฟรีจากกวางโจวไปเซี่ยงไฮ้ ไปฟรีอย่างเดียว ขากลับจ่ายตังค์ อีกหนึ่งนาทีรถจะออกแล้ว” เสียงชายคนหนึ่งตะโกนโหวกเหวกอยู่ที่อู่รถพ่วงใหญ่ ช่างเป็นโชคดีของเขาเหลือเกิน ที่มาทันรอบสุดท้ายของรถฟรีในปีนี้ (ทุกๆปีกวางโจวจะมีรถประจำทางขึ้นฟรีไปเมืองอื่น)

ลาก่อนเถอะ...นครกวางโจว ทิ้งอดีตของตัวเองไว้ที่นี่ เริ่มต้นใหม่กับอาชีพในฝันที่เซียงไฮ้ ดีกว่า

 

 

#XOXOXOXOXO#

                                           

Pre-Debut 1st

Idol TAO

 

ก่อนหน้านั้นประมาณสองอาทิตย์กับอีกหนึ่งวัน

ตำหนักเฟยฮวา พรรคเหลียนเซียน มลฑลชานตง

 

            “เจียน หลันซู นักธุรกิจรายได้สิบล้านอัพต่อปี พูดได้หกภาษา แมนดาริน กวางตุ้ง ไหหลำ ต้าชิง เสฉวน และก็ยูหนาน คิดว่าไงจ๊ะ”

 

            “ไม่เห็นหล่อเลย =[]= ชายหนุ่มร่างบางโยนแฟ้มข้อมูลของนายหลันซูทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ เหอะ ทำมาเป็นบอกว่าพูดได้หกภาษา ไอ้ที่สาธยายมาเมื่อกี้อ่ะ มันก็ภาษาจีนหมดเลยไม่ใช่อ่อ?

 

            “งั้นคนต่อไป คนนี้ชื่อลี เชียน สังกัดพรรคสิงห์หมอก รูปหล่อ สูงยาวเข่าดี ฝึกวูซูขั้นสาม กังฟูระดับตัวหลักชั้นแนวหน้า”

 

            “ไม่เอาอ่ะ มันอ่อนเกินไป ผมวูซูขั้นห้า กังฟูระดับปรมาจารย์นะครับ”

 

            “และคนนี้ล่ะ เหยา เตอฮัว อัจฉริยะในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นกีฬา ต่อสู้ วิชาการ ธุรกิจ จิตวิทยา ไหนจะรวยล้นฟ้า แถมสูงโปร่ง รูปหล่อด้วย เพอร์เฟคสุดๆ”

 

            “ไม่เอา หมอนี่เก่งเกินไป”

 

            ผัวะ!

 

        แฟ้มประวัติข้อมูลของเตอฮัวถูกฟาดลงบนหัวของคนเรื่องมาก หนุ่มน้อยค้อนตาใส่หญิงสาวอย่างโกรธเคือง

 

            “บังอาจทำร้ายหวางจือเทา เจียเจียคิดว่าตัวเองเป็นใครฮะ”

 

            “ฉันก็คิดว่าตัวเองเป็นแม่เล้าสรรหาผู้ชายทั่วโลกมาประเคนให้แกน่ะสิ จริงๆเลย เลือกมาซักคนสิยะ หม่าม๊าจะได้เลิกเกณฑ์ผู้ชายทั้งโลกมาเป็นลูกเขยซักที”

 

            “ผมไม่อยากหมั้นนี่ หม่าม๊าก็เหลือเกิน กลัวลูกขายไม่ออกรึไง ทีลูกสาวจะขึ้นคานอยู่ร่อมร่อ ไม่เห็นจะเลือกให้บ้างเลย” จือเทาบ่นอุบอิบ

 

            “ไอ้เด็กบ้า! ใครสั่งใครสอนให้แกหยาบคายกับเจียเจียฮะ อีกอย่างเจียเจียมีแฟนแล้วต่างหากล่ะ หม่าม๊าถึงได้หันมาเล็งแกแทนไง”

 

            “ผมเบื่ออ่ะเจียเจีย วันๆดูหน้าคนไม่ซ้ำเลย ทำยังกับว่าผมจะจำได้หมด” จือเทาเบ้หน้าด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะหยิบถังอูลู่[2]ขึ้นมากินอย่างอร่อย

 

            “เอาน่า หม่าม๊าเค้าอยากให้แกเป็นฝั่งเป็นฝากับเขาบ้างไง ยิ่งซนๆแสบๆอย่างแกน่ะ หม่าม๊ายิ่งเป็นห่วง แกก็รีบๆเลือกมาซักคนสิ ยิ่งแกยื้อเวลามากเท่าไร เค้ายิ่งจะขนผู้ชายมาให้แกมากขึ้นเรื่อยๆ”

 

            “ผมเกาะปาป๊ากับหม่าม๊ากินตลอดไปไม่ได้อ่อ”

 

            ผัวะ!

            “มันเจ็บนะ ฟ้องหม่าม๊าแน่”

 

            “ไม่ต้องมาพูดมากเลย เก็บของได้แล้ว คืนนี้พรรคเมฆอรุณมีงานครบรอบวันเจ้าพ่อ เราต้องไปคาราวะท่าน ใส่ชุดที่เจียเจียเตรียมไว้ให้ด้วย”

 

            “รู้แล้วล่ะน่า ฝากบอกหม่าม๊าด้วยนะว่าผมจะไปคารวะเจ้าพ่ออย่างเดียว ไม่ได้ไปส่องหาผู้ชาย อย่าพยายามยัดเยียดสามีให้ผม”

 

            “เจียเจียว่าตอนนี้หม่าม๊าไม่กล้าส่งผู้ชายมาให้แกตรงๆแล้วล่ะ หลังจากที่แกวางยาถ่ายคู่เดตคนล่าสุดไปอ่ะ” เจียเจียพูดด้วยความสยอง ยาถ่ายทั้งกระปุกที่จือเทาใส่ลงไปในซุปของผู้ชายที่มาดูตัวด้วยเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วทำเอาหม่าม๊าลมจับ เพลาๆเรื่องหาสามีให้ลูกได้ชั่วคราว

 

            “ผมไม่ชอบหมอนั่นอ่ะ คนบ้าอะไรไม่รู้ ปากมากจะตาย” จือเทาเดินออกไปจากห้องทำงานเล็กๆนั่น เพื่อไปจัดการกับธุระส่วนตัว คืนนี้เขาต้องออกงานให้กับพรรคอีกแล้ว ช่างเป็นงานที่น่าเบื่อเสียจริง เพราะต้องไปยืนปั้นยิ้มให้กับคนมากมาย ถูกลากไปหาผู้ชายคนนั้นคนนี้เพื่อดูตัว โอ๊ย! แค่คิดว่าคืนนี้เขาต้องไปพูดคุยฉ้อเลาะกับคนพรรคนี้ เขาก็โคตรเซ็งแล้ว

 

            หวางจือเทามีเจียเจียอยู่สามคน สองคนแรกออกเรือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนคนที่สามก็มีแฟน คาดว่าคงจะมีข่าวดีในเร็วๆนี้ ทำให้ผู้เป็นแม่หันมาตั้งหน้าตั้งตาหาสามีให้ลูกคนเล็กอย่างเอาจริงเอาจัง จือเทาเกลียดการคลุมถุงชนที่สุด แต่หม่าม๊าก็ยังคนยืนยันว่าจะต้องเห็นจือเทาแต่งงานก่อนตายให้ได้

           

            “ถ้าอาเทาเทาของหม่าม๊ายังไม่ถูกใจใคร เราก็ดูก็หาไปเรื่อยๆสิคะ” หม่าม๊ามักจะพูดเช่นนี้เสมอ จือเทาจึงกลายเป็นเพียงตุ๊กตาตัวน้อยให้บรรดาเจียเจียและม๊าสนุกกับการเฟ้นหาสามีในอนาคตไปโดยปริยาย


 

            งานครบรอบพรรคเมฆอรุณ ตำหนักเซียง มลฑลกวางโจว

 

            “ยิ้มหน่อยสิคะ คุณลูกขา” หญิงสาววัยสามสิบต้นๆจีบปากจีบคอพูดกับลูกชายคนเล็กของเธอด้วยความผาสุก งานครบรอบของเจ้าพ่อเหยาในครั้งนี้ นับว่าไม่เสียแรงเลยทีเดียวที่สามีกับเธอยกครอบครัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงกวางโจว มาจับผู้ชาย เอ๊ย! มาสรรหาชายหนุ่มผู้โชคดีเพื่อมาเอี่ยวกับแผ่นดินทองของตระกูลเธอ เพราะงานในครั้งนี้ผู้มีอิทธิพลมากมายในจงหยวน[3]มารวมตัวให้เธอได้เลือกเยอะแยะไปหมด

 

            “โธ่ หม่าม๊าครับ ถ้าให้ยิ้มกว้างมากกว่านี้ ไม่เอาเหล็กมาดามปากผมไว้เลยล่ะ” จือเทาประชด ตอนนี้หนุ่มน้อยอยู่ในชุดสูทสีขาวประจำพรรคเหลียนซียน ดูสง่าน่าจับตามอง ไม่ว่าใครผ่านไปมาก็ต้องชะเง้อตาม นั่นยิ่งทำให้ฮูหยินใหญ่แห่งเหลียนเซียนชูคอขึ้นอย่างโอ้อวด โฮ่ๆ หวางจือเทา ลูกชายคนเล็กของเธอมีแต่ผู้คนปรารถนาที่จะได้ครอบครอง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี

 

            “ม๊าครับ ตรงนั้นมีฮะเก๋าอ่ะ ผมขอตัวนะ”

 

            “หยุดเลย วันนี้หม่าม๊านัดกับเจ้าพ่อเหยาไว้แล้วนะคะ ว่าจะให้อาเทารู้จักกับ เหยาหมิง ลูกชายคนรองของท่าน ดีกรีนักเรียนนอก จบปริญญาเอกจากแคมบริด และก็-

 

            “โห หม่าม๊า เทาเทายังไม่ได้กินข้าวเลยนะ หิวจะตายอยู่แล้ว หยุดหาสามีให้ซักแปปเถอะ”

 

            “หม่าม๊าให้ไปก็ได้ แต่ต้องรีบกลับมานะคะ อ้อ! แล้วก็อย่าลืมมองหาคนที่ถูกใจไว้ด้วยนะคะ หม่าม๊าจะได้เพิ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก โฮ่ๆ” จือเทาส่ายหัวกับความคิดของแม่อย่างอับจน เขาคงต้องมีชีวิตแบบนี้จนกว่าจะมีสามีเป็นตัวเป็นตนนั้นแหละ คิดแล้วกลุ้ม

 

            “อุ๊ย! นั่นใครน่ะ หล่อจัง ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย” เสียงนักข่าวซุบซิบกันให้เซ็งแซเมื่อจือเทาเดินมาถึงซุ้มอาหาร แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับฮะเก๋าไส้กุ้งแล้วล่ะ เขาเห็นคนหล่อๆในรูปถ่ายมามากมายเกินกว่าจะสนใจแล้ว

 

            ทางด้านของฮูหยินใหญ่แห่งพรรคเหลียนเซียน หลังจากที่ลูกชายคนเล็กขอแยกไปทานอาหารเล็กน้อยอีกฟากหนึ่งของงาน เธอก็ได้พบกับชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งที่ตกเป็นเป้าสายตาของพวกนักข่าว เธอจึงเลือกที่จะค่อยๆขยับเข้าใกล้เพื่อมองสารรูปของคนที่บังอาจมาดึงความโดดเด่นจากลูกชายของเธอไป เขาเป็นชายร่างสูงโปร่ง สวมชุดสีขาว เนคไทสีเขียวหยก ดูมีภูมิฐานคงจะเป็นผู้มีอิทธิพลซักแห่ง เธอจับออร่าความมีอำนาจของเขาได้อย่างแม่นยำ รูปหล่อเอาการเสียด้วย ชักอยากจะรู้จักซะแล้วสิ เธอไม่เคยพลาดผู้ชายเพอร์เฟคแบบนี้ แสดงว่าเขาต้องไม่ค่อยชอบออกงานสังคมแน่ๆ

 

            “สวัสดีครับ ฮูหยินเหลียนเซียน” ชายหนุ่มหน้าตายิ้มแย้มคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเธอด้วยความสุภาพ

 

            “อ้าว สวัสดีจ๊ะ ซิวหมิ่น วันนี้ตุ้ยจางอู๋ไม่มาหรอกรึ”

 

        “ท่านเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลน่ะครับ เลยอยากให้พักฟื้นอยู่ที่ตำหนักก่อน”

 

            “อย่างนี้ เธอก็ออกรับหน้าแทนอีกแล้วล่ะสิ เหนื่อยหน่อยนะจ๊ะ เป็นถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลก็อย่างนี้แหละ เมื่อไรจะเลื่อนเป็นตุ้ยจางซะที ฉันล่ะอยากไปเยี่ยมกินเลนหยกใจจะขาดแล้ว ฮึๆๆ”

 

            “ฮ่าๆ ผมเป็นแค่มือขวาน่ะครับ ต้องลูกชายตุ้ยจางนั่นแหละที่จะต้องสืบทอดแทน”

 

            “อ่าว ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ แต่เธอทำงานให้พรรคเยอะแยะเลย ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาตุ้ยจางคนต่อไปเสียด้วยซ้ำ” ฮูหยินสะบัดพัดในมืออย่างไม่เห็นด้วย ซิวหมิ่นเป็นคุณชายคนโตของพรรคกินเลนหยก หลายคนในวงการก็เข้าใจตรงกันว่าเขานี่แหละ ตุ้ยจางคนต่อไปของพรรค เรื่องที่เธอได้ยินเมื่อครู่จึงพลิกเกินคาดเอาไว้มาก

 

            “ก็ผู้ชายตัวสูงๆคนนั้นไงครับ ที่นักข่าวกำลังเก็บภาพอยู่” ซิวหมิ่นชี้ไปที่ชายหนุ่มมีออร่าคนนั้น ฮูหยินถึงกับเอามือทาบอกเอาไว้ด้วยความทึ่งๆ ถ้าจะดองกับกินเลนหยกก็เป็นเรื่องดีไม่น้อย ตระกูลนี้ร่ำรวยมั่งคั่ง ทั้งยังเก่าแก่มาก เครื่องหน้าก็จัดอยู่ในขั้นหล่อเหลา ยังเหลือที่ต้องพิจารณาอีกอย่างก็คือการต่อสู้ เพราะลูกชายของเธอเก่งเรื่องนี้มาก

 

            “หล่อนะคะ คุณชายใหญ่ เพิ่งจะได้มีโอกาสเห็นครั้งแรก ชื่อแซ่อะไรกันล่ะเนี่ย”

 

            “แซ่อู๋ไงครับ อู๋ฟาน คุณชายรองของพรรค ลูกชายคนเดียวของตุ้ยจางอู๋เหยียน  สายตาแบบนี้ คงไม่คิดจะเพิ่มลงไปในลิสต์ลูกเขยคนเล็กหรอกนะครับ” ซิวหมิ่นพูดราวกับรู้ทัน จึงถูกคนแก่กว่าเอาพัดทุบไหล่อย่างเคืองๆ

 

            “แหม ก็กัวกั๊วของคุณชายออกจะสมาทขนาดนี้ ฉันล่ะอยากให้อาเทาเทาเห็นจัง ไม่รู้ไปซนอยู่ที่ไหนซะแล้ว จริงๆเลย ลูกชายคนนี้”

 

            “ผมว่าน้องเขายังไม่ถึงวัยที่จะคิดเรื่องนี้นะครับ อีกอย่างอู๋ฟานก็เพิ่งจะได้ออกงานใหญ่ครั้งแรก ผมว่าให้เราดูๆไปก่อนดีกว่า แต่ถ้าจะให้ดองกัน ผมว่ายังไงตุ้ยจางก็คงไม่ปฎิเสธเด็กน่ารักๆแบบน้องเทาหรอกครับ”

 

            “ปากหวานนะจ๊ะ อาเปาหมิน ลูกชายฉันแสบอย่าบอกใครเชียว ทำใจไว้เถอะ ฮ่าๆ” ฮูหยินคุยกับซิวหมิ่นอย่างออกรส และที่แน่นอนคือ เธอเพิ่งได้เพิ่มอู๋ฟานเข้ามาเป็นหนึ่งในตัวเลือกหลักๆแล้ว

 

#XOXOXOXOXO#

 

        ขนมหวานตำหนักเซียงนี่มันอร่อยจริงๆนะ

            จือเทากวาดขนมชิ้นแล้วชิ้นเล่าเข้าปากด้วยความเอร็ดอร่อย มาไกลถึงกวางโจวทั้งทีก็ต้องเอาให้คุ้มซะหน่อย

            “สวัสดีครับ นี่ใช่น้องจือเทารึเปล่า” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น จือเทาหันไปมองอย่างเคืองๆ ไม่เห็นรึไงว่าคนกำลังกินอยู่ เดี๋ยวก็เตะเอวหักเลยนิ

 

            “ช่ายย มีอะยัยหยอ )๐(“ จือเทาพูดทั้งๆที่ยังมีขนมอยู่เต็มปาก

 

            “พี่ชื่อเหยาหมิงครับ เรียกว่าหมิงเกอเก้อก็ได้ หรือว่าจะเรียกยังไงก็แล้วแต่น้องเทาเทาเลยครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัว ก่อนจะฉีกยิ้มให้ราวกับหว่านเสน่ห์ จือเทาแทบจะสำรอกขนมที่เพิ่งจะกลืนเข้าไปออกมาเลยทีเดียว

 

            “พี่หน้าเหมือนปลาสวายชนเขื่อนเลยอ่ะ เรียกว่าพี่หวายได้ป่ะ”

 

        “...!” คนถูกเรียกว่าปลาสวายสตั๊นไปสามวิ ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าใหม่อีกครั้งอย่างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต่อบทยังไงดี “ฮ่าๆ น้องเทาเทานี่อารมณ์ขันเยอะจังเลยนะครับ”

 

            “คนทักผมแบบนี้บ่อยเหมือนกันครับ โฮ่ๆ ว่าแต่พี่ปลาสวายไม่ไปต้อนรับแขกหรอครับ นี่งานพ่อพี่ไม่ใช่อ่อ จะไปไหนก็ไปเถอะครับ ผมไม่ว่า” จือเทาฉีกยิ้มกว้างอย่างใจดี เหยาหมิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหลอกด่ายังไงไม่รู้แฮะ คงไม่ใช่หรอกมั้ง เพราะสีหน้าของน้องเทาบ่งบอกชัดเจนว่าจริงใจไม่เสแสร้งนี่

 

            “อ้าว อาหมิง มาอยู่กับคุณหนูเทาเทานี่เอง ปล่อยให้อั๊วตามหาซะทั่วงานเลย”

 

            “คารวะ เจ้าพ่อเหยาครับ” จือเทาโค้งทำความเคารพประธานใหญ่ในงานด้วยความนอบน้อม ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่เดินตามมาติดๆ ก่อนที่เจ้าพ่อจะแนะนำให้รู้จัก “ ไม่ต้องเรียกอั๊วเต็มยศแบบนั้นหรอก เรียกอั๊วว่าผอ.เซียงก็ได้ นี่ลูกชายตุ้ยจางอู๋ เขาชื่ออู๋ฟาน อายุเท่าลื้อเลยนะ อาหมิง”

 

            จือเทามองชายคนนั้นไม่วางตา หล่อมาก สรรหาคำพูดมาอธิบายไม่ได้ ลูกชายตุ้ยจางอู๋งั้นหรอ คนตระกูลนั้นเขารู้จักแค่พี่ซิวหมิ่นคนเดียวเองนะ...หมอนี่มาจากไหนเนี่ย

 

            “ไง ไม่เจอกันนานเลยนะ คริส ฉันไม่คิดว่าวันนี้นายจะมา คิดยังไงถึงยอมมาช่วยงานพรรคล่ะ” เหยาหมิงทักชายคนนั้นอย่างเป็นกันเอง คริสยักไหล่ไม่ใส่ใจ

 

            “มันเรื่องของฉัน นี่ผอ.เซียง ผมจะกลับแล้ว เอาสัญญามาเซ็นซักทีสิ มัวแต่อุ้ยอ้ายอยู่ได้” คริสกล่าวอย่างหัวเสีย จือเทาผิดคาดกับอากัปกริยาของคนตรงหน้ามาก เขาดูเหมือนพวกตัวปัญหา ตัวยุ่งเลยแฮะ ไม่เดาก็รู้ว่าเป็นพวกชอบก่อเรื่องก่อความวุ่นวาย

 

            “ฮ้า ใจเย็นๆสิ อู๋ฟาน ลื้อมางานอั๊วทั้งที ใจคอจะมาแค่เรื่องสัญญาซื้อที่ดินอย่างเดียวรึไง” ผอ.เซียงหรือเจ้าพ่อเหยาพูดขึ้น

 

            “ใช่ ผมมาแค่เรื่องนี้แหละ ป๊าสั่งมาแค่นั้น รีบๆเอามาซะสิ เวลาผมมีค่านะ”

 

            “เฮ้ย นี่แกจะทำตัวถ่อยไปถึงไหน เห็นไหมว่าพ่อฉันงานยุ่งอยู่” เหยาหมิงพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย จือเทามองคนสามคนพูดกันไปมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น

           

            “ผอ.เซียงขายที่ดินหรอ ขายทำไมอ่ะ หรือว่าเงินในพรรคใกล้หมดแล้ว?” จู่ๆเทาก็โพล่งขึ้นกลางบทสนทนา ส่งผลให้ทั้งสามคนหยุดชะงักและมองมาที่เขาเป็นตาเดียว

 

            “ใช่ ตาแป๊ะนี่เป็นลูกหนี้ตระกูลฉัน และก็เอาที่ดินไปจำนองไว้ มันคิดจะเบี้ยว ฉันเลยตามมาทวงตามคำสั่งพ่อ” คริสชี้แจงแถลงการณ์อย่างตรงไปตรงมา จือเทาหน้าหวอเล็กน้อย คาดไม่ถึงกับข้อมูลใหม่นี้ ถ้าหม่าม๊ารู้ว่ามาเฟียพรรคนี้กำลังจะล้มละลายล่ะก็...

            แต่วันนี้ทุกคนมาเพื่อแสดงความนับถือเจ้าพ่อเหยา บางทีนายคนนั้นก็เป็นเจ้าหนี้หน้าเลือดเกินไป จะทวงอะไรก็หัดไว้หน้ากันบ้างสิ จือเทาคิดในใจ

 

            “นี่มันจะมากไปแล้วนะ อู๋ฟาน พรรคของฉันไม่เคยเป็นหนี้ใคร เราแค่ยืมมือพันธมิตรอย่างกินเลนหยกมาช่วยต่างหาก ที่สำคัญพรรคกินเลนหยก เป็นของตุ้ยจางไม่ใช่นาย” เหยาหมิงเถียงกลับอย่างขุ่นเคือง คริสล้วงกระเป๋าพลางเดาะลิ้นกวนประสาท

 

            “ไม่อยากมีเรื่อง แต่คำพูดนายมันวอนโดนถีบจริงๆเลยว่ะ” คำพูดของอู๋ฟาน ยิ่งทำให้จือเทารู้สึกมีอคติกับผู้ชายคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

 

            “ก็จริงอย่างที่อาหมิงพูด ลื้อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคเลยด้วยซ้ำ บัตรเชิญอั๊วก็จ่าหน้าซองถึงอาหมินกับตุ้ยจางอู๋ อั๊วไม่ได้เชิญลื้อเลยด้วยซ้ำ” ผอ.เซียงกล่าวเย้ยหยัน

 

            “ก็ป๊าใช้ให้มาแทน ผอ.เซียงมีปัญหาอะไรป่ะครับ” อู๋ฟานพูดออกไปอย่างมึนๆ เหมือนพวกชอบหาเรื่องชาวบ้านไปทั่ว

 

            “เหอะ ก็ได้ แต่เราไม่ขายที่ของเราหรอกนะ เราจะเอาเงินไถ่คืน” เหยาหมิงพูด พลางถือวิสาสะโอบไหล่จือเทา หนุ่มน้อยตวัดหางตาไปมองงุนงง “เพราะตอนนี้พรรคเหลียนเซียนกับพรรคฉันกำลังจะหมั้นกันแล้ว ขอแนะนำให้รู้จักว่าที่คู่หมั้นของฉันนะ คริส นี่คือหวางจือเทา แห่งพรรคเหลียนเซียน”

 

            เฮ้ย! จือเทาสะดุ้งตกใจ เขาไปเป็นคู่หมั้นไอ้ปลาสวายชนเขื่อนนี่ตั้งแต่เมื่อไรฟะ! พูดอย่างนี้มันรนหาที่ตายชัดๆ

 

            “ผมไปเป็นคู่หมั้นคุณตอนไหนเนี่ย ไอ้หน้าปลาจวด” จือเทาสะบัดมือทิ้งอย่างรังเกียจ พรรคนี้มันจอมเสแสร้งจริงๆ คิดจะจับตระกูลเขาไว้เพื่อไปใช้หนี้ตัวเองน่ะสิ อย่างนี้มันต้องสั่งสอนซะหน่อย รู้จักหวางจือเทาน้อยไปซะแล้ว

            “เสียแรงที่พรรคของผมอุตส่าห์บินมาหาจากชานตง ผมไม่คิดเลยนะว่าผอ.เซียงจะใช้ตระกูลผมเป็นเครื่องมือแบบนี้อ่ะ เรื่องนี้ถึงหูหม่าม๊าแน่”

 

            “มันไม่ใช่อย่างที่ลื้อคิดนะ อาเทา เราจะดองกันเพื่อมิตรภาพต่างหากล่ะ” ผอ.เซียงแก้ตัวพัลวัน

 

            “ดองมะม่วงไปก่อนเหอะ อาแปะ เจ้าหนี้ตามมาทวงถึงที่ขนาดนี้ ยังจะให้ผมคิดอย่างอื่นได้อีกหรอ” ไปมาๆจือเทากลายเป็นคนที่อยากจะอัดหน้าสองพ่อลูกลวงโลกนี่แทน สรุปเขาอยู่ฝั่งเดียวกับอู๋ฟานใช่ไหมเนี่ย

 

            “เจ้าหนี้อะไรกัน มันเป็นแขกไม่ได้รับเชิญเลยด้วยซ้ำ อีกอย่างสัญญานั่นก็เป็นของตุ้ยจางอู๋ ไม่ใช่ของมันซักหน่อย” ผอ.เซียงปรายตามองอู๋ฟานราวกับไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอามือไพล่หลังยิ้มเยาะราวกับจะบอกอู๋ฟานเป็นนัยน์ๆว่าแกจะทำอะไรฉันได้ “นี่คือถิ่นของอั๊ว ลื้อไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น”

 

            จู่ๆผอ.เซียงก็หงายหลังตึงไปอย่างรวดเร็ว จือเทาอ้าปากค้าง หากเป็นภาพช้าก็คงจะบรรยายได้ว่า อู๋ฟานกระโดดถีบหน้าผอ.เซียงอย่างแรง โดยที่สีหน้าไม่สะทกสะท้านซักนิด

 

            “รู้สึกผอ.จะวอนส้นเหลือเกินนะครับ นี่ไงครับสิทธิ์ของผม” อู๋ฟานพูดยียวน ก่อนที่จะเจอกับหมัดซ้ายของเหยาหมิงไปแบบไม่ทันตั้งตัว

 

            ผัวะ!!

            “แกกล้าถีบหน้าพ่อฉันหรอห๊ะ!” และแล้วตอนนี้จุดที่จือเทายืนอยู่ก็ได้รับความสนใจอย่างใหญ่หลวง เขาต้องหนีก่อนที่นักข่าวจะทันเก็บภาพที่มีเขาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ไม่ได้เด็ดขาด เขาต้องไม่ทำให้ตระกูลเสียชื่อ หม่าม๊าเอาตายแน่

 

            หมับ!

            แต่แล้วมือของเหยาหมิงก็คว้าท่อนแขนจือเทาเอาไว้แน่นก่อนที่เขาจะทันได้หนีออกมา สายตาเจ้าเล่ห์นั้นบ่งบอกชัดเจนว่าต้องการเป็นข่าวกับเขา นี่คงกะจะมัดมือชก จับเขาหมั้นเลยสินะ เลวจริงๆ

 

            “แกเอาหมัดฉันไปกินบ้างสิ” อู๋ฟานกล่าวพร้อมเยื้อหมัดเตรียมปล่อยใส่ใบหน้าเหยาหมิง หากว่าจือเทาไม่เข้ามาขวางเสียก่อน

 

            “ไม่ต้องหรอกพี่ชาย คนนี้ผมขอ”

 

            ผัวะ ผัวะ!!

 

        จือเทาใช้มือข้างที่ว่างอยู่ซัดเข้าไปที่แก้มขวาของเหยาหมิงสองที ตอนนี้ต่อให้เป็นเรื่องก็ยอมล่ะบังอาจคิดแผนสกปรกมาต้มหม่าม๊า ยอมไม่ได้เด็ดขาด

 

            “หึ ใจกล้าไม่เบานี่คุณหนู ไม่กลัวเป็นข่าวรึไง” อู๋ฟานถาม ตอนนี้นักข่าวรัวชัตเตอร์กันอย่างบ้าคลั่ง จือเทารู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงหม่าม๊าร้องโวยวายแล้วด้วย กลับไปคงโดนดีไม่น้อย

 

            “ถ้ากลัวก็คงไม่ทำหรอกครับ ตอนพี่ชายกระโดดถีบหน้าผอ.เซียง มันเจ๋งมากเลยนะ” จือเทาเอ่ยปากชม รู้สึกเหมือนกับว่าอคติในใจลดลงไปมาก อู๋ฟานกระตุกยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้จือเทามากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงแฟลชและบรรดาผู้คนมากมาย

 

            “นายไม่เสียใจรึไง ฉันทำร้ายว่าที่พ่อสามีนายเชียวนะ” คำพูดของอู๋ฟาน ทำเอาร่างจือเทาแข็งทื่อไปหมด ผู้ชายคนนี้กวนประสาทได้โล่เลยให้ตายสิ แต่ก่อนที่จือเทาจะได้พูดอะไร อู๋ฟานก็เดินฝ่าวงล้อมของผู้คนออกไปแล้ว เดินหนีงั้นหรอ? รู้จักหวางจือเทาน้อยไปซะแล้ว

 

            แม้จือเทาจะได้ยินเสียงหม่าม๊าและเจียเจียเรียกหา แต่เขาก็ยังคงวิ่งตามร่างสูงที่เดินฉับๆออกไปจากตำหนักเซียงด้วยความรวดเร็ว

 

            “ผอ.เซียงไม่ใช่พ่อสามีผม พี่ชายถอนคำพูดพวกนั้นออกเดี๋ยวนี้!” อู๋ฟานชะงักเท้าที่จะก้าวเดินออกไป ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับหนุ่มน้อย

 

            “ตามฉันมาเพื่อขอร้องแค่นี้อ่านะ”

 

            “ผมไม่ได้ขอร้อง แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การที่พี่ชายพูดแบบนั้นมันคือการดูถูก ผมเสียหาย และพี่ชายต้องรับผิดชอบกับคำพูดพวกนั้นสิ” จือเทากล่าวอย่างคนที่รักความยุติธรรม

 

            “เหอะ รับผิดชอบ? รับผิดชอบอะไรหรอครับ คุณหนู ไร้สาระจริงๆ” อู๋ฟานพูดอย่างไม่ใส่ใจ จือเทารู้สึกหมั่นไส้ท่าทางวางมาดของร่างสูงตรงหน้าอย่างมาก ขอแก้แค้นหน่อยเถอะ

 

            สเปรย์พริกไทยถูกฉีดใส่หน้าอู๋ฟานด้วยความรวดเร็ว ร่างสูงเอามือกุมหน้าและร้องอ้ากด้วยความเจ็บปวด เท่านั้นยังไม่พอ หนุ่มน้อยล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท เจอกับแผ่นแว็กซ์กำจัดขนที่เขามักพกติดตัวประจำ ไว้ใช้แกล้งคนยามฉุกเฉินเหมือนกับตอนนี้ไงล่ะ! หล่อนักใช่ไหม หึๆ

 

            “อ้ากกกก ไอ้เด็กบ้า นายทำอะไรลูกตาฉัน”

 

            “ผมเปล่าทำนะครับ” จือเทาตอนเสียงใสซื่อ ก่อนที่เขาจะจัดการถลกกางเกงขายาวของร่างสูงที่นอนโอดครวญด้วยความเจ็บปวด และจัดการแปะแผ่นแว็กซ์เข้าไปที่หน้าแข้งอย่างรวดเร็ว

 

             “เฮ้ยๆๆ ทำบ้าอะไรว่ะ”

 

            “ผมเปล่าทำนะครับ ผมไม่รู้เรื่อง” จือเทาฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

            “นายตายแน่ อ้ากกก เจ็บโว้ย อย่าให้ฉัน@#$-=0^#@!!-=+$@” และคำผรุสวาทมากมายที่ตามออกมาอย่างรวดเร็วจนจือเทาจับใจความไม่ได้

 

            “โทษฐานที่บังอาจดูถูกคุณหนูหวางจือเทา”

 

            “อ้ากกกกกก อย่าให้ฉันเจอนายอีก นายตายแน่”

 

            “โฮ่ๆ ถ้าได้เจอกันอีก ผมคงไม่ทำหรอกครับ ผมอยู่ไกลจากที่นี่จะตาย จ้างให้ก็หาไม่เจอหรอก บ้านพักผมมีเป็นร้อยๆหลัง แม้แต่ลูกน้องยังไม่รู้เลยว่าพักอยู่ไหน”

 

            “ไอ้ตัวแสบเอ๊ย! ฉันจะฆ่านายซะ สาบาน”

 

            “ผมกลัวจังเลยครับ ว้า! คงต้องเข้าไปในงานแล้วแหละ ตอนนี้หม่าม๊ากับเจียเจียคงตามหากันให้วุ่นแล้ว ไปก่อนนะครับ หวังว่าขาของพี่จะเนียนใสไร้ที่ตินะ พี่เงิง” จือเทายักคิ้วกวนประสาทให้ นานแล้วที่เขาไม่ได้เจอคนแบบนี้ ฮ่าๆๆ ดูหน้าอู๋ฟานตอนเขาเรียกพี่เงิงสิ โคตรฮาเลย

 

            “อย่าให้หาเจอนะ ไอ้ตัวแสบ นายไม่รอดแน่ อ้ากกกกกกก”

           

 

 

____________________________________________________________________________________

 

 

 



[1] *เวินมู หมายถึง ทายาทคนต่อไป ซึ่งก็คือ ว่าที่ตุ้ยจางคนต่อไปนั้นเอง

[2] ถังอูลู่ เป็นขนมหวานชนิดหนึ่งของจีน คล้ายๆกับผลไม้เชื่อม คือเอาผลไม้มาเคลือบน้ำตาลและเสียบไม้เอาไว้

[3] จงหยวน หมายถึง จีนแผ่นดินใหญ่ ประกอบไปด้วยมลฑลใหญ่ๆสามมลฑลที่อยู่ตรงศูนย์กลางแผ่นดินพอดี ซึ่งได้แก่ ยูหนาน ปักกิ่ง และเสฉวน

 

                                           




:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

35 ความคิดเห็น

  1. #25 settembre (@migliore) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 02:45
    น้องทาไม่ไหวนะคะถ้าจะพกอุปกรณ์จำพวกนี้ไว้อย่างพร้อมเพรียง เดี๋ยวพี่คริสไม่มีคนขาเเล้วจิไม่หล่อนะคะ อีกอย่างเรื่องเงิงนี่ถือเป็นเรื่องต้องห้ามค่ะ
    #25
    0
  2. #22 แคนดิไลออน (@resenttoyou) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2557 / 21:42
    เจ้าตัวแสบ พี่คริสจับตีก้นเลย
    #22
    0
  3. #15 Suladda KT (@gibbe) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 12:06
    น้องเทาโหดอ่ะ 55555555555
    #15
    0
  4. #12 PICHAYA (@numfonpichaya) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 11:08
    น่ารักจังเลย ฮามากๆด้วย คือเป็นคนที่กวนประสาทมากเลยนะทั้งสองคน จื่อเทานี่แบบด่าคนได้หน้าซื่อมาก ฮาตรงคำว่าพี่หวายอ่ะ
    ส่วนพี่คริสนี่ หน้าตาดีแต่นิสัยติดลบ เป็นไงล่ะ กระโดดถีบหน้าเจ้าของงาน เราอ่านไปหัวเราะไป ฮามากเลยไรต์ 55555555555
    #12
    0
  5. #6 Poisonz (@puifaikmw) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 20:41
    เทา แกแสบมากกก
    ติดตามค่าาาา
    #6
    0
  6. #3 LoverMinJae (@pim-lovemj) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2556 / 16:06
    แสบซึนมาพบกันอย่างงี้ ต้องติดตามคร่า
    #3
    0