ความตายที่อยู่ใกล้ตัวเรา
ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

ความตายที่อยู่ใกล้ตัวเรา
เกริ่นเรื่อง: สัจธรรมที่แน่นอน
16 พ.ย. 55 , View: 1272 , Post : 6




"คุณคิดว่าความตายอยู่ใกล้ตัวเราแค่ไหน"

คำถามนี้อาจจะน่ากลัวสำหรับใครหลายๆ คน

แต่นี่คือความจริง เป็นสัจธรรมที่จริงแท้แน่นอนกว่าสิ่งใด

ไม่ว่าจะยากดีมีจนเพียงไร ทุกคนล้วนต้องไปถึงจุดที่ว่านี้กันทุกคน

 

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

ผู้เขียนไปงานพระราชทานเพลิงศพของลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง

ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

ตอนที่ได้ทราบข่าว ผู้เขียนตกใจมาก

เพราะเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมายังมีงานที่เป็นศิริมงคลอยู่เลย

นั่นคือพี่สาวท่านนี้

เพิ่งได้รับพระกรุณาธิคุณจาก

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา

รับลูกชายไว้เป็นนาคในพระอุปถัมภ์

และตอนนั้นพี่สาวก็ยังดูแข็งแรงดี

ผู้เขียนยังจำได้ว่าพี่สาวท่านนี้เข้ามาขอให้ผู้เขียนเมมฯ เบอร์โทรศัพท์ให้ใหม่

เพื่อจะได้ติดต่อกันได้สะดวก

เพราะที่ผ่านมาใช้วิธีติดต่อผ่านจากพี่ชายของผู้เขียน

 

ผู้เขียนได้ทราบจากญาติที่อยู่เฝ้าอาการครั้งสุดท้ายว่า

พี่สาวท่านนี้เจ็บปวดทรมานมากแต่พี่สาวก็ยังอดทน

จนกระทั่งตกเย็นพี่สาวจึงได้จากไป

  

 

ที่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าผู้เขียนนึกถึงเมื่อครั้งที่พ่อของผู้เขียนเสียชีวิตไป

และอยากจะเล่าอะไรให้ได้ฟัง

ตอนผู้เขียนยังเป็นเด็ก พ่อกับแม่ของผู้เขียนแยกทางกัน

ผู้เขียนไปอยู่กับแม่ และมีโอกาสได้เจอพ่อบ้างแค่ตอนปิดเทอมเท่านั้น

เมื่อขึ้นมัธยม ผู้เขียนก็ไม่มีโอกาสได้เจอพ่ออีกเลย

จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อน...

พ่อของผู้เขียนป่วยหนักและผู้เขียนไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่าท่านป่วย

เพราะไม่ได้พบเจอกัน

 

ความรู้สึกแรกที่มาถึงโรงพยาบาลคือดีใจมากที่จะได้เจอพ่อ

แต่รู้อะไรมั้ย ผู้เขียนเดินตามเตียงของผู้ป่วยเพื่อมองหาพ่อ แต่หาไม่เจอ

เพราะภาพของพ่อที่ผู้เขียนจำได้ คือผู้ชายตัวสูงใหญ่หน้าตาใจดี

แต่ในห้องนั้นไม่มีภาพของคนที่อยู่ในความทรงจำของผู้เขียนเลย

 

แล้วก็มีเสียงหนึ่งเรียกผู้เขียนไว้

ขณะที่กำลังจะเดินผ่านเตียงผู้ป่วยเตียงหนึ่งไป

เมื่อหันกลับมาก็ได้เห็นผู้ชายแก่ๆ ตัวผอมมากนอนยิ้มอยู่บนเตียง

...นั่นคือพ่อของผู้เขียนเอง...

ตอนนั้นได้แต่พูดอยู่ในใจว่า พ่อจ๋าหนูขอโทษ ที่จำพ่อไม่ได้

ญาติของผู้เขียนที่เฝ้าอยู่ เขาบอกว่า

พ่อจำเราได้ตั้งแต่ที่มายืนอยู่หน้าประตูห้องแล้ว

ผู้เขียนถึงกับน้ำตาร่วง

พ่อดึงมือผู้เขียนไปจับไว้แน่น แล้วก็ยังบอกอีกว่า

พ่อไม่เป็นไรแล้ว พ่อหายแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านกัน

ทั้งๆ ที่บนตัวพ่อมีสายอะไรต่อมิอะไรระโยงระยางเต็มไปหมด แต่พ่อก็ยังยิ้มให้

 

ผู้เขียนอยู่เฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลเกือบสิบห้าวัน

พ่อถูกพาเข้าห้องไอซียูเพราะอาการทรุด

แล้วหมอก็บอกว่าต้องส่งไปรักษาต่อที่อีกโรงพยาบาล

พ่อจึงถูกย้ายมารักษาตัวต่อในอีกที่

เมื่อมาถึงก็ต้องเข้าไอซียูเพราะพ่อมีอาการเกร็ง

เมื่อออกจากไอซียูก็มารักษาตัวที่ห้องพักคนไข้อีกเกือบสิบห้าวัน

ในช่วงระยะเวลาสิบห้าวันนั้น ผู้เขียนอยู่กับพ่อตลอด

อ่านหนังสือให้พ่อฟังเหมือนตอนเด็กๆ ที่พ่อมักให้ผู้เขียนอ่าน

ตอนนั้นดูว่าพ่ออาการดีขึ้นมาก

 

ช่วงที่อยู่ดูแลพ่อ ผู้เขียนกินนอนอยู่ในโรงพยาบาลตลอด

ได้เห็นผู้ป่วยอื่นๆ ที่ต้องตายไปหลายคน

แต่ที่ผู้เขียนจำได้ คือลุงคนหนึ่งที่นอนอยู่เตียงเยื้องๆ กับเตียงของพ่อ

ที่หัวเตียงของลุงคนนั้นติดป้ายไว้ว่า งดน้ำและอาหาร

เช้าวันหนึ่งลุงแกขอน้ำดื่มจากผู้เขียน

ผู้เขียนจึงปฏิเสธไปและแจ้งกับพยาบาลให้ทราบ

พยาบาลจึงเข้ามาพูดคุยกับลุงคนนั้น

แต่ลุงแกยืนยันว่าหิวน้ำ พยาบาลจึงให้ดื่มน้ำแค่สองสามจิบ

ลุงแกไม่ยอม พอพยาบาลเผลอแกก็หยิบเอาชมพู่ที่ญาติเอามาเยี่ยมไปกิน

ที่สุดก็เกิดอาการน้ำท่วมปอด พยาบาลหลายคนเข้ามาช่วยแต่ก็ช่วยไม่ทัน

แกสิ้นใจ...

 

ผู้เขียนนึกสะท้อนใจ คนเรานี่ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ

เมื่อครู่คนๆ นี้ยังพูดคุย ยังยิ้มกับเราอยู่แท้ๆ

แต่ตอนนี้นอนนิ่งไร้ลมหายใจ ไร้ซึ่งวิญญาณ...

 

ที่สุดวันหนึ่งพ่ออาการทรุดหนัก

ผู้เขียนรู้ว่าพ่อกำลังเจ็บ แต่เมื่อผู้เขียนถาม พ่อก็ส่ายหน้าแล้วยิ้มให้

และนั่นก็เป็นยิ้มสุดท้ายที่ผู้เขียนได้เห็น

 

พ่อถูกพาเข้าไอซียูอีกครั้ง คราวนี้อยู่เกือบสัปดาห์

พ่อไม่ได้สติ แต่น้ำตาพ่อไหลทุกครั้งที่มีคนเข้าไปเยี่ยม

ห้องไอซียูให้เข้าเยี่ยมได้เป็นเวลา

แต่วันนั้นก่อนที่พ่อจะจากไปหมออนุญาตให้ผู้เขียนและพี่ชายอยู่เฝ้าได้

หมอบอกว่าเมื่อไหร่ที่เส้นกราฟหยุด คือพ่อจะไม่อยู่กับเราแล้ว

 

ผู้เขียนจำได้ว่า จับมือพ่อไว้แน่นเพราะอยากให้ท่านรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้

แต่พี่ชายบอกว่าอย่าทำให้พ่อเป็นห่วง

แล้วบอกให้ผู้เขียนไปโทรบอกพวกญาติๆ

เมื่อผู้เขียนโทรเสร็จกลับเข้ามาในห้องได้สักครู่

พ่อก็จากไป...

 

ทุกวันนี้ เมื่อถึงวันพ่อทีไร ผู้เขียนอดน้ำตาไหลไม่ได้

อยากให้ทุกคนที่ยังมีพ่ออยู่ใกล้ๆ ได้รู้ว่าเวลาที่มีท่านอยู่นั้นสำคัญแค่ไหน

ทำทุกอย่างให้ท่านมีความสุขเถิด แล้วเราจะได้ไม่มานั่งเสียใจภายหลัง ว่า...

ฉันน่าจะทำอย่างนั้นให้ท่าน

เมื่อวันหนึ่งที่ท่านจากไป เราจะได้มีความทรงจำที่ดีๆ เก็บเอาไว้

อย่างน้อยก็จะได้บอกตัวเองได้อย่างภาคภูมิ ว่า...

ฉันได้ดูแล ได้ให้ความสุขกับท่านอย่างดีที่สุดแล้ว

-----------------------------------------------------------------------------

ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อกับของแม่ รักพ่อกับแม่ที่สุด

 

รักยิ่งใหญ่ จากพ่อแม่ แผ่ไพศาล

แม้เนิ่นนาน เพียงไร ไม่แปรผัน

เฝ้าถนอม กล่อมเห่ ทุกคืนวัน

ไม่เหหัน เชือนแช แปรเปลี่ยนไป

          รักของพ่อ เปรียบเหมือน ดั่งดวงแก้ว

          รักของแม่ ยิ่งแล้ว ดุจแก้วใส

          ขอก้มกราบ ลงแทบเท้า ด้วยดวงใจ

          ทุกชาติไป ขอเป็นลูก ได้ผูกพัน
 

ปล. บทกลอนในหน้า Blog นี้เป็นบทกลอนที่แต่งขึ้นเองโดยเจ้าของ Blog
หากจะหยิบยืมไป รบกวนแจ้งให้ผู้แต่งทราบก่อนนะคะ




 


แฟนคลับ [3]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    ขอแสดงความเสียใจด้วย ทั้งเรื่องคุณพ่อและลูกพี่ลูกน้องท่านนั้น บทความนี้จับใจและให้มรณานุสติ ความตายอยู่ใกล้เรามาก อาจมาถึงในวินาทีข้างหน้า ไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้น รักใครก็แสดงความรักให้เขารู้ เกลียดใครก็ให้อภัย เลิกเกลียด อยากทำอะไรที่ไม่เบียดเบียนใคร ก็อย่าแชเชือน

    พ่อเราเสียไปเมื่อสิบแปดปีก่อน มีอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง เคสหนึ่งในล้าน ท่านเป็นคนดัง หนังสือพิมพ์รายงานความเจ็บป่วยท่านตลอดจนท่านออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน และมาสิ้นในหนึ่งเดือนต่อมา เรามีโอกาสตอบแทนพระคุณท่านบ้าง แต่รู้สึกว่าไม่เพียงพอ พ่อกับเราไม่ค่อยได้พูดคุยกัน เพราะท่านเป็นคนเงียบขรึม ใครๆก็กลัวเกรง แต่เราก็รักท่านและรู้ว่าท่านรักลูกๆทุกคน แต่แม่นี่สิ ตายไปแบบกะทันหันเมื่อสองปีก่อน ท่านบ่นเจ็บหน้าอกตอนกลางคืน เช้าขึ้นมาท่านลุกมาเข้าห้องน้ำ แล้วกลับไปนอนตายบนที่นอน เหมือนคนนอนหลับ เรามีโอกาสเลี้ยงดู ปรนนิบัติแม่บ้าง แต่พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เราพูดให้แม่เสียใจเป็นประจำ พอ เสียใจมาถึงทุกวันนี้ แต่ไม่มีโอกาสแก้ตัวเสียแล้ว สายเกินไป

    อ๋อ นี่ไม่ใช่ภา แต่เป็นหนึ่งในพันธุ์หมาบ้า ภาฝากแสดงความเสียใจมาด้วย
    17 พ.ย. 55 / 11:28

    2 บอกว่า :
    ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะน้องปุ้ม

    พี่นุชสูญเสียคุณแม่วันที่ 7 ตุลา 51
    แม่จากไปแบบไม่ได้คุยกันซักคำ
    แม่ยิ้มเสมอๆ เมื่อคุยกับพี่นุช 
    พี่นุชเลยไม่รู้ว่า แม่เจ็บหนัก
    กลับบ้านไม่ทัน เพราะตอนนั้นอยู่ที่จังหวัดกระบี่
    ถ้าพี่นุชรู้ว่า แม่ป่วยหนักคงนั่งเครืองกลับบึงกาฬแล้ว

    แต่ ตอนนี้คิดถึงแม่ก็ยิ้มได้จ๊ะ
    พี่นุชฝันเห็นแม่ครั้งสุดท้าย หลายเดือนผ่านมาแล้ว
    แม่มาพร้อมชุดผ้าไหมที่สวยมากๆ

    แม่ไม่ได้เข้ามากอดพี่นุชหรอก
    แม่มองพี่นุชแบบผ่านๆ แม้จะแค่ความฝัน พี่นุชซึ่งเป็นลุกสาวที่สนิทกับแม่ที่สุด สุดจะน้อยใจเลย  น้ำตาไหลเลยล่ะ
    แม่ไปกอดหลานรักของแม่ ซึ่งเป็นลูกของน้องชายจ๊ะ 
    หลวงพ่อของพี่นุชบอกว่า แม่รักหลานคนนี้มากที่สุด
    ทั้งๆที่แม่ไม่ได้เลี้ยง น้องโบนัทเลย
    แต่ในฝันของพี่นุชแม่ไปอุ้มหลานเฉยเลย คงคิดถึงหลานมากนั่นเอง
    แม่แค่มองพี่นุช พี่นุชอยากจะกอดแม่นะ แต่เห็นแม่มองแบบเฉยๆก็เลยนึกน้อยใจ
    แต่ก่อนที่แม่จะเดินจากไป
    แม่กลับมาพูดกับพี่นุชจ๊ะ
    พี่นุชจำไม่ค่อยได้ว่าแม่พูดอะไร แต่...แม้จะเป็นแค่ในความฝัน
    พี่นุชก็มีความสุขมากๆ

    พี่นุชไม่ค่อยได้ฝันเห็นแม่อ่ะจ๊ะ
    ความฝันนี้มันเลยทำให้พี่นุชมีความสุขมากๆ
    ทุกวันนี้อยากจะฝันเห็นแม่นะ
    แต่มันก็บังคับให้ฝันเห็นเค้าไม่ได้เนอะ

    ถึงวันแม่ทีไร พี่นุชร้องให้เหมือนกัน
    วันแม่ที่ผ่านมาก็ร้องให้ โฮ
    ในห้องน้ำที่สปาจ๊ะ
    ร้องให้แล้วสบายใจดี
    เพลง " มีแต่คิดถึง " ของพี่เบริด เป็นเพลงที่ี่พี่นุชฟังทีไร
    ทั้งสุข ทั้งเศร้า
    แต่ก็ชอบฟัง เพราะทำให้หายคิดถึงแม่...


    ไม่เป็นไร พี่นุชคิดว่า แม่คงจากไปไกลแล้วและแม่คงหายห่วงพี่นุชแล้วล่ะ
    ถึงไม่มาหา....
    พี่นุชมีความสุขนะ 

    ยิ่งพ่อบวชเพื่อแม่ยิ่งพูดไม่ออกเลย

    สำหรับพี่นุชแล้ว
    ไม่ว่าจะคุณพ่อหรือคุณแม่
    เรารู้กันจ๊ะว่า " รักกัน "
    พูดมาแล้ว คิดถึงรอยยิ้มของแม่แฮะ
    อยากกอด 
    อยากหยิกแก้ม
    แม่แก้มยุ้ยอ่ะจ๊ะ

    น่ารักมากๆ
    แม่นอนกรนเสียงดังด้วยสิ
    แว๊กกก เอาแม่มาขาย
    แม่จันจ๋า  ขอขายหน่อยนะจ๊ะ
    ลูกแค่เล่าให้เพื่อนฟัง

    ก็แม่นอนกรนจริงๆนีนา
    น่ารักนะ แม่น่ะ

    คิดถึง....


    แม่พี่นุชน่ะ พูดเก่ง อิอิ เหมือนพี่นุชจ๊ะ  
    อ้าวไม่ใช่สิ ต้องบอกว่า พี่นุชคุยเก่งเหมือนแม่ ถึงจะถูก
    เราสองคนคุยกันได้ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม สัพเพเหระ
    แม่มีเสียงหัวเราะให้พี่นุชเสมอๆจ๊ะ
    คุยกันวันละสองสามชั่วโมงไม่มีเบื่อ
    บางทีแม่จะกินข้าวแม่ยังไม่ได้กินเลย
    เพราะมัวแต่คุยกัน


    และ หลวงพ่อ เราบอกรักและห่วงใยกันเสมอจ๊ะ
    ไม่เคยงอนพ่อแม่เลยตั้งแต่เกิดมา
    เลยไม่เข้าใจว่า

    คนบางคน โกรธ และ งอน พ่อแม่ได้อย่างไร
    มันไม่น่าจะเป็นไปได้
    และไม่น่าจะทำกับพวกท่านแบบนั้นด้วย

    เห็นด้วยว่า ตอนที่ท่านยังอยู่
    เราต้องทำในสิ่งที่เราอยากทำ

    เพราะถ้าท่านไม่อยู่แ้ล้ว
    คนที่เสียใจที่สุดเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากตัวเราเอง

    มีเพือนคนหนึ่งจ๊ะ
    คุณพ่อของพี่คนนี้อยากได้นาฬิกามากๆ
    เธอก็อิดออดที่จะซื้อให้
    ต่อมาเธอซื้อนาฬิกาให้พ่อของเธอ
    แต่มันสายไปแล้ว เพราะเธอของเธอจากไปกะทันหัน
    ทุกวันนี้ พี่คนนี้ยังนั่งมองนาฬิกาที่จะให้คุณพ่อจ๊ะ
    แล้วก็ร้องให้เสมอๆ ว่า ทำไมไม่ทำตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
    ทั้งๆที่ นาฬิกาที่คุณพ่ออยากได้มันไม่ได้แพงอะไรเลย
    หลักร้อยเท่านั้นเอง

    สำหรับหลวงพ่อของพี่นุช
    ขอให้บอกเหอะ ว่า "อยากได้อะไร"
    จัดให้เสมอๆ

    แต่พ่อไม่บอกเล๊ยยย ว่าอยากได้อะไร นี่สิ
    หลุดปากมาว่าอยากได้รถ พี่นุชจัดให้แล้ว
    แว๊กกก กว่าจะได้มา เล่นเอาเลือดตากระเด็ดเชียวแหละ
    ทำงานตัวผอมมากมาย แต่พอคิดว่า ทั้งพ่อและแม่จะไม่เปียกฝนในวันที่ฝนหนัก
    มันก็อิ่มใจนะ
    เรายอมตัวเปียกดีกว่าที่จะให้ท่านเปียกฝนและป่วย

    และ พ่อชอบนาฬิกา ไซโก ค่ะ จัดให้แล้ว สวมเองกับมือ
    ฮ่าฮ่า ตอนกลับบ้านจ๊ะ พ่อใส่เลยอ่ะ
    พี่นุชบอกว่า พ่อ จะใส่ทำไม มันต้องเอาข้อนาฬิกาไปตัดก่อนนะ
    พ่อไม่สนใจแฮะ  พ่อชั้นก็แบบนี้แหละ

    และพ่อ ชอบเสื้อ โปโลจ๊ะ
    ฉะนั้น  คุณพ่อของพี่นุชจะมีเสือแบบนี้เยอะมว๊ากกก
    ชอบซื้อให้พ่อใส่ สีสันมากๆ 
    แบบพี่นุชชอบลายๆสีเยอะๆอ่ะจ๊ะ
    พี่นุชไม่สนนะว่า พ่อจะอยู่ในวัยไหน
    พี่นุชชอบแบบนี้ พ่อก็ต้องใส่แบบนี้ หุหุ
    อันที่จริง ผู้ชายในบ้านพี่นุช มีเสื้อโปโลกันหมดเลย
    เห็นพ่อชอบไง พ่อใส่แล้วเท่เลยจัดแบบนี้ให้ทุกคน จ้า

    พี่นุชรู้ใจพ่อจังเลย
    รู้หมดเลยว่าพ่อชอบไม่ชอบอะไร

    พี่นุชเป็นลูกผู้หญิงละมั๊ง
    เลยจดจำรายละเอียดของพ่อได้ดี

    ว๊าวว คุยถึงครอบครัวนะ พี่นุชคุยได้หลายหน้ากระดาษจ๊ะน้องปุ้ม
    เกรงใจจัง.... 
    แต่อยากเล่าให้น้องฟังอ่ะจ๊ะ
    เลยขอยาวๆสักนิดนึงนะคะ



    แฮ่ๆๆๆๆๆ

    ครอบครัวใคร ใครก็รักเนาะ

    เราเป็นพี่น้องกันแล้ว

    อย่าเศร้าใจอยู่คนเดียวนะจ๊ะ

    พี่นุชอยากให้น้องปุ้ม ยิ้มได้
    เวลาที่คิดถึง คุณพ่อคุณแม่จ๊ะ

    ยิ้มๆนะปุ้ม

    ท่านจะได้เห็นรอยยิ้มที่หวานๆ
    สุขใจ ๆ
    ของลูกสาวสุดที่รักของท่านยังไงล่ะ

     ^______________^


    พี่นุชตอนนี้เม้นท์ไปก็ยิ้มไปนะเนี่ย
    แบบว่า ถึงคุณแม่จะจากไปแล้ว
    แต่ได้เขียนอะไรที่ยาวๆแบบนี้
    ยิ้มได้จ๊ะ








    17 พ.ย. 55 / 17:21

    3 บอกว่า :
    ว่ากันตามตรง อ่านบทนี้แล้วทั้งเศร้าทั้งปลงกับชีวิต
    คนเรา มีจุดหมายสุดท้ายที่เดียวกัน

    หากแต่ยามยังไม่ถึงจุดนี้ ต่างคนต่างก็ไม่คิดว่า
    ตัวเองจะต้องเดินไปยังจุดหมายนี้
    บางคนจึงทะนงตนว่า ตัวเิองมีอำนาจบารมีสูง
    มีทรัพย์อันไพศาลหาใครเทียบ ทำตัวเหมือนว่าตัวเขานั้นจะไม่มีวันตาย
    ซึ่ง พอถึงวันนั้น แม้เศษเงินแค่หนึ่งสลึงก็ยังไม่สามารถนำติดตัวไปไำด้
    หากแต่กลับทำให้คนข้างหลังมารับไปใช้อย่างสบายๆ


    ทุกคนมี แค่ "ความดี" เท่านั้นที่มันจะติดตัวเราไปทุกๆที่ไำด้
    และ ความดีนั้น ก็ทำง่ายๆด้วย หากแต่ไม่ค่อยมีใครอยากทำ

    บทความและกลอนในหน้านี้ นับเป็นคุณประโยชน์มากๆครับ
    ผมยินดีนักที่ได้มาอ่านข้อความที่มีคุณค่านี้

    ขอบคุณเจ้าของเรื่องที่นำมาเผยให้ทุกๆคนอ่าน
    22 พ.ย. 55 / 00:13

    4 บอกว่า :
    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    คุณปุ้มเป็นคนเข้มแข็ง และจากนี้ไปจะเข้มแข็งและยืนหยัดได้อย่างงดงาม

    เมื่อเกิด ย่อมมีดับ เป็นสัจธรรม แต่ระหว่างทางเกิดดับนั่นล่ะเราจะเรียนรู้ได้แค่ไหน
    ขอบคุณคุณปุ้มที่ทำให้เราสำนึกได้ถึงอะไรบางอย่างนะคะ
    5 ม.ค. 56 / 15:05

    5 Githa บอกว่า :
    Thanks for cotbninutirg. It's helped me understand the issues.
    30 พ.ค. 59 / 07:58

    6 Kathy บอกว่า :
    Thanks for <a href="http://djryzbbehcm.com">indntoucirg</a> a little rationality into this debate.
    31 พ.ค. 59 / 04:53

    1

    ตอนก่อนหน้า ตอนถัดไป

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    3
    Comments
    17
    Fanclub
    3


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    Blog นี้ที่ชอบมาก

    พี่เคนล์ โกอินเตอร์
         อัพเดท 18 ต.ค. 63

         อัพเดท 6 ต.ค. 63
    ฝันจางๆ ที่กลางจันทร์
         อัพเดท 27 ธ.ค. 58

         อัพเดท -