FIC B.A.P: BANGCHAN's WONDERLAND

ตอนที่ 2 : BCWDL: 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ค. 60

WONDERLAND

02






ผู้บุกรุกที่ล่วงล้ำเข้ามาในเขตปราสาทที่อยู่อาศัยตลอดชีวิตที่ผ่านมาของแวมไพร์หนุ่มเจ้าของผมสีแดงกุหลาบนั่งลงบนโซฟาอีกตัวที่อยู่ข้างกันทำมุมฉาก เขาเอนตัวมาด้านหน้าพร้อมวางศอกลงบนหน้าตักพร้อมกับยกหลังมือขึ้นแนบคาง ดวงตากำลังพินิจพิเคราะห์แวมไพร์ที่นั่งทำหน้าตาประหลาดใจไม่สร่างตั้งแต่เมื่อครู่

 

“ท่านมองหน้าเราทำไม?” ปากบางขยับเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

 

“ข้ากำลังพิจารณาเจ้าอยู่ นี่เจ้าเป็นแวมไพร์จริงๆ น่ะหรือ?” ตั้งคำถามออกไปโดยไม่วายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

 

“แล้วท่านเห็นเราเป็นมนุษย์หรือไง?”

 

ชายหนุ่มนักล่าไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก จากที่มองดูแล้วแวมไพร์ตนนี้ช่างดูหัวอ่อนชอบกล ใสซื่อราวกับดอกไม้แรกแย้ม ไม่เห็นเหมือนที่ผู้คนในหมู่บ้านกล่าวขวัญกันเลยแม้แต่น้อย น่าแปลก ที่แวมไพร์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด อีกทั้งนี่ยังเป็นการค้นพบแวมไพร์ครั้งแรกของเขาเลยก็ว่าได้

 

ปราสาทสร้างด้วยก้อนหินทรงสวยน่ามอง แต่เจ้าของปราสาทกลับน่ามองกว่าเป็นไหนๆ ยงกุกยังคงจ้องแวมไพร์ผู้ใสซื่อไม่วางตา แม้เพียงเขาขยับเล็กน้อย อีกฝ่ายกลับเป็นบุคคลที่สะดุ้งโหยงแทน ใบหน้าสวยของแวมไพร์บุรุษหันไปทิศทางตรงกันข้ามกับยงกุก และรับรู้ได้ถึงความประหม่าของตนเอง นี่เขากำลังตื่นเต้นอย่างนั้นหรือ...

 

“เอ่อ...ท่านยงกุก ท่านมองเห็นปราสาทของเราอย่างนั้นรึ?” ถามโดยที่ไม่หันมาสบตา มือไม้ยังคงกุมเอาไว้บนตัก

 

“อืม ข้าเห็นจากป่าฝั่งโน้น น่าแปลกนะ ทั้งๆ ที่ข้าก็เดินเส้นทางเดิมตลอด ไม่ยักเห็นปราสาทของเจ้าเลยสักครั้ง”

 

“อาจเป็นเพราะจิตใจของเราไม่มั่นคงและใกล้จะสิ้นลมกระมังมนตราเก่าแก่ที่มีถึงเสื่อมลง”

 

“แต่ตอนนี้เจ้าก็ดูดีขึ้นมากแล้ว” ยงกุกลุกขึ้นมาสำรวจร่างกายของแวมไพร์บุรุษอย่างถือวิสาสะ เจ้าของผมสีแดงพยายามหลบและเบือนหน้าหนีทุกครั้ง ผงะถอยหลังด้วยความตกใจ “เจ้ามีกลิ่นที่หอม”

 

“เอ๋?”

 

เอ๊ะ...อะไรนะ

 

“ข้าบอกว่าเจ้ามีกลิ่นที่หอม” ไม่ว่าเปล่า ปลายจมูกของนักล่าแวมไพร์ก็กดลงสูดดมบนกลุ่มผมนุ่มเพื่อเป็นการยืนยัน  ฮิมชานเบี่ยงกายหนีอีกครั้ง แต่แล้วมือหนาของยงกุกก็คว้าหมับเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้าง นัยน์ตาสีเทาหม่นช้อนขึ้นมองบุคคลที่กำลังยืนค้ำศีรษะของตนอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ “อ้อ ข้าลืมถามไป เจ้าชื่ออะไร?”

 

“คคิม ฮิมชาน...” ตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม และยังคงหันหน้าไปด้านอื่นอีกครั้งด้วยความรู้สึกประหม่า

 

“ฮิมชาน ชื่อเพราะดี” น่าล่าหนุ่มเอ่ยชม

 

แก้มของเขาขึ้นสีแดงระเรื่อหลังจากได้ยิน ไม่เคยมีใครชมชื่อของเขามาก่อน ก็แน่ล่ะทั้งชีวิตอยู่แค่กับท่านแม่และท่านพ่อ ยงกุกตกใจเมื่อใบหน้าของฮิมชานไม่ได้ขาวซีดดังเดิม เหมือนกับมนุษย์ไม่มีผิด แวมไพร์ตนนี้แปลกมากจริงๆ

 

ไม่เหมือนเลย...ไม่เหมือนกับปากหอยปากปูของชาวบ้านที่ให้ร้ายเลยสักนิด เขาเคยกลัวผีดูดเลือดมากเมื่อวัยเยาว์ อยากเอาชนะความกลัวนั้นจนผันตัวเองมาเป็นแวมไพร์ฮันเตอร์เฉกเช่นทุกวันนี้ แต่แล้วฮิมชานกลับเปลี่ยนความรู้สึกของเขา

 

ไม่เห็นจะมีพิษมีภัยสักนิด...

 

“รเรา เราว่าท่านพักผ่อนเสียเถอะ ขอบคุณจากใจที่ช่วยเราเอาไว้”

 

“ข้ายินดี แล้วนี่เจ้าอยู่คน เอ๊ย ตน...เอ่อ แวมไพร์เดียว อืมเอ่อ...มีเพียงเจ้าที่อาศัยอยู่ที่นี่หรือ?”

 

“ฮ่าๆ ท่านนี่ตลกจัง” ฮิมชานหัวเราะชอบใจก่อนจะพยักหน้า “ใช่ เราอยู่คนเดียว ท่านพ่อกับท่านแม่ของเรา...” แวมไพร์หนุ่มเงียบไป ไม่ยอมพูดประโยคเมื่อครู่ให้จบ ยงกุกรับรู้ทันทีว่าท่าทางเหล่านี้จะสื่ออะไร เขาจึงเลี่ยงและเปลี่ยนเป็นชวนคุยเรื่องอื่นแทน

 

“ข้าได้ยินจากชาวบ้านมาว่าแวมไพร์นั้นน่ากลัว ถล่มหมู่บ้านเสียยับเมื่อสมัยก่อนโน้น”

 

ฮิมชานส่ายหน้า

 

“อีกพวกหนึ่งน่ะ...แวมไพร์ชั้นต่ำ” ประโยคหลังเจ้าของผิวขาวซีดพูดเสียงอ่อนเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน แต่คงไม่ทันแล้วเพราะยงกุกเลิกคิ้วจ้องมองดวงตาสีเทาหม่นด้วยความสงสัยที่แสดงออกทางสีหน้าและท่าทางที่ดูตั้งอกตั้งใจพร้อมที่จะรับฟังเรื่องราวต่างๆ

 

ฮิมชานเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา ใจหนึ่งก็อยากเล่า แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าหากเล่าไปเจ้ามนุษย์คนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาหลับตาครุ่นคิดย้อนไปในสมัยที่ยังเล็กนัก สมัยที่ท่านพ่อและท่านแม่บอกกับตนว่าให้หลีกเลี่ยงแวมไพร์กลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

พวกมันต้องการพวกเลือดบริสุทธิ์เพื่อบูชายันต่อบรรพบุรุษ หลังจากนั้นจะนำเลือดมาใช้อาบและดื่มเพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ให้แก่ตนเองมากขึ้น แน่นอน มันเป็นความเชื่อที่ผิดและโง่เขลาเบาปัญญา หากแต่กลิ่นของทั้งสองฝ่ายจะต่างกันโดยสิ้นเชิง น่าแปลก ทั้งที่แวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ควรที่จะมีพละกำลังมากกว่า แต่อันที่จริงแล้วแวมไพร์เลือดผสมกลับแข็งแรงกว่าเป็นไหนๆ

 

ในสมัยโบราณกาลที่เนิ่นนานมาหลายพันปี ได้มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าพี่น้องตระกูลบริสุทธิ์ไม่ถูกคอกัน เพราะน้องชายต้องการที่จะเป็นใหญ่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวงจึงทิ้งผู้เป็นพี่ชายที่จงรักภักดีต่อสายเลือดผู้นำอันแสนสะอาดไป เพื่อไปขยายอาณาเขตของตนเอง ถูกต้อง เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ แข็งแรง แกร่งกล้า มากด้วยความสามารถแต่แวมไพร์เลือดผสมกลับล้มตายกันเป็นจำนวนมากเพราะยีนส์ภายในที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดโรคคต่างๆ แพร่กระจายในเวลาอันรวดเร็ว

 

บุคคลที่มีเลือดแข็งแรงที่สุดจึงอยู่รอด ซึ่งก็คือมีเลือดบริสุทธิ์ไหลเวียนในตัวมีมากกว่า สองในสามของร่างกาย น้องชายเป็นคนฉลาดพูด หัวไว และดื้อด้าน ต่างจากคนพี่ผู้อ่อนโยน ทั้งคู่สู้กันหลังจากที่ได้เลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำรุ่นต่อไป เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดซ้ำกันในทุกยุคสมัย และครั้งนี้ก็เช่นกัน ฮิมชานเชื่ออย่างนั้น

 

ปราสาทที่มีมนตร์คุ้มกันการมองเห็นจากด้านนอกนั้นไม่เพียงจะป้องกันภัยจากมนุษย์แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคุกคามของฝ่ายตรงข้ามนั่นเอง

 

“พวกมันดื่มเลือดแล้วฆ่าทิ้งโดยไม่เลือกหน้าหรอกนะ”

 

“แสดงว่าเจ้าก็กำลังหลบหนีอยู่งั้นสิ?” นักล่าหนุ่มเอ่ยถาม

 

“จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ แต่ปราสาทหลังนี้ไม่เคยเสื่อมมนตร์คาถามาก่อน จึงเป็นไปได้ยากที่พวกมันจะตามเจอ”

 

“ฮิมชาน หากข้าเข้ามาในปราสาทของเจ้าได้ง่ายถึงเพียงนี้ อีกไม่นานพวกมันก็จะรุดหน้ามาถึงที่นี่ได้อย่างง่ายดายเช่นกัน” ประโยคยาวๆ ของคนตรงข้ามทำให้เจ้าของปราสาทเริ่มคิดมาก สีหน้าไม่ดีเอาเสียเลย เขาไม่เคยต่อสู้ และครั้งนี้พ่อกับแม่ก็ไม่สามารถที่จะปกป้องเขาได้อีกต่อไปแล้ว

 

“เมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องลาโลกที่สวยงามใบนี้ไป นั่นหมายความว่าเรานั้นหมดภาระหน้าที่การดำรงตำแหน่งแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์แล้วล่ะท่านยงกุก”

 

ช่างเป็นแวมไพร์ที่อ่อนต่อโลกเสียจริง

 

“ข้ามีข้อเสนอ”

 

“ข้อเสนองั้นหรือ?”

 

“ถ้าเจ้าให้ข้าพักอาศัยอยู่ที่นี่ ข้าก็จะช่วยดูแลชีวิตของเจ้า และปราสาทหลังนี้”

 

“เราไม่ค่อย...เข้าใจ” มือเรียวยกขึ้นเกาศีรษะอย่างนึกสงสัย ใยเจ้ามนุษย์นี่ถึงต้องมาพักอาศัยอยู่ในที่ของเราด้วย

 

“เพราะว่าข้าไม่อยากกลับไปที่หมู่บ้านน่ะสิ”

 

“หมู่บ้านของท่าน..?”

 

“ใช่ ห่างไปไม่กี่ไมล์ คนในหมู่บ้านมีแต่พวกเห็นแก่ตัว ข้าล่ะเกลียดนัก”

 

“ใช่หมู่บ้านทางตอนเหนือหรือไม่?” สีหน้าของฮิมชานดูไม่ดีเลยจริงๆ

 

“เจ้ารู้ได้ยังไง?”

 

“เราเคยไปที่นั่น...เมื่อตอนที่เรายังเล็กนัก” ยงกุกตั้งใจฟังอีกครั้ง เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แสนจะดูลึกลับ สุกสกาวเป็นประกายราวกับต้องมนตร์สะกด

 

“ท่านพ่อและท่านแม่ของเราตั้งใจจะพาเราไปเปิดหูเปิดตาเพราะอุดอู้อยู่แต่ในความมืดของปราสาทมานมนาน เป็นเพราะความซนในวัยเด็กของเรา...ท่านทั้งสองจึงต้องจากไปในกองเพลิงของมนุษย์ใจร้ายพวกนั้น” สีหน้าเจ็บปวดภายในจิตใจคอยซ้ำเติมและความรู้สึกผิดก็ก่อตัวเพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อยๆ

 

“ข้าจำเจ้าได้แล้ว”

 

“ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

 

“เจ้าคือแวมไพร์เด็กตัวกะเปี๊ยกในตอนนั้นสินะ ที่วิ่งเข้าป่าไป”

 

“ท่านเห็นงั้นรึ?”

 

“อืม ตอนนั้นข้าก็ยังเล็กนัก ข้าอยากจะวิ่งตามเจ้าไปแต่เรี่ยวแรงที่ขาของข้ามันแทบจะไม่เหลือ” ยงกุกเว้นช่วง “ข้าไม่สามารถมองเปลวเพลิงนั้นได้เลยเสียด้วยซ้ำ ข้ากลัว เสียงร้องของพ่อและแม่ของเจ้านั้นช่าง...”

 

“ถ้าท่านตามข้ามา ข้าคงสิ้นลมตั้งแต่วันนั้น” ฮิมชานเอ่ยขัด เพราะเขาไม่ต้องการฟังคำบรรยายความเจ็บปวดของบิดา มารดาผู้ให้กำเนิด เขารับไม่ได้...รับไม่ได้เลยสักนิด

 

“ตอนนั้นข้ากลัวมากจริงๆ”

 

“แต่ตอนนี้ดูเหมือนท่านจะไม่กลัวเราเลยนะ”

 

“เจ้าดูไร้เดียงสา”

 

“...เราไม่ได้ไร้เดียงสานะท่านยงกุก!

 

“โต้เถียงเก่งใช้ได้” นักล่าหนุ่มยิ้มขำ “เจ้าควรทำความสะอาดปราสาทเสียบ้างนะ สกปรก”

 

“...” ฮิมชานไม่ตอบอะไร เพียงใช้สายตากวาดไปรอบบริเวณอย่างเหนื่อยล้า เขาไม่อยากทำ ไม่ชอบเลย เพราะว่ามันทำให้เขาเสียพลังไปเยอะกับการทำความสะอาด และอีกอย่าง ไม่เห็นจำเป็นจะต้องสนใจ เขาอยู่แบบนี้มาตั้งนานแล้วก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร

 

“เอาอย่างนี้ ข้าจะทำให้ เจ้าไปพักฟื้นให้มีเรี่ยวมีแรงเถอะ หน้าซังกะตายแบบนั้นเห็นแล้วไม่น่ามอง” โกหกคำโต ใบหน้าของฮิมชานน่ามองยิ่งกว่าสิ่งใด ไม่รู้จะโป้ปดออกไปให้ได้อะไรขึ้นมา ฮิมชานแยกเขี้ยวใส่แต่นักล่าหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยสักนิดนั่นทำให้แวมไพร์หนุ่มยิ่งหงุดหงิด

 

เจ้ามนุษย์นี่ควรจะเกรงกลัวเราบ้างสิ!

 

“นินทาข้าในใจอยู่หรือไง ไปได้แล้ว ข้ารับรองว่าตื่นมาเจ้าจะเห็นว่าปราสาทของเจ้ามันสะอาดน่าอยู่มากเพียงใด”

 

“เราจะนอนตรงนี้” ว่าแล้วแวมไพร์หนุ่มผมสีแดงก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟาเหยียดยาวหลับตาลงอย่างสบายใจ

 

“ฝุ่นจะเข้าจมูกเจ้าเอานะ” ยงกุกนั่งยองๆ ลงข้างโซฟาตรงหน้าของฮิมชานอย่างพอดิบพอดี ฮิมชานกระเด้งตัวขึ้นทันทีที่ลืมตามาพบกับใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ห่างเพียงคืบ

 

“รเรา เราไปนอนบนห้องก็ได้” สองเท้ารีบพาตัวเองออกจากบริเวณห้องโถงทันทีเพื่อวิ่งขึ้นบันไดสูง ยงกุกมองตามพร้อมกับหลุดขำออกมา นี่แวมไพร์นั่นกลัวเขาขนาดนี้เชียวหรือ

 

ภายในห้องนอนที่เงียบสงัด ฮิมชานรับรู้ได้ว่าหัวใจของเขามันเต้นแรงและดังผิดปกติ อุณภูมิร่างกายที่เกือบติดลบของเขากลับเพิ่มสูงขึ้น เลือดสูบฉีดได้เป็นอย่างดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อย่างน้อยก็ได้เพื่อนใหม่ แวมไพร์หนุ่มไม่ได้สนทนาพาทีกับใครมาตั้งแต่ที่พ่อและแม่จากไป...เขาไม่รู้จักใคร รู้เพียงแต่ว่าห้ามไปพบเจอกับพวกแวมไพร์เลือดผสมเป็นอันขาด และฮิมชานเชื่อฟังคำสอนของท่านทั้งสองเป็นอย่างดี

 

หันหน้าไปทางประตูก่อนจะนึกถึงคนที่เพิ่งให้เลือดแก่ตนมา ไม่รู้ด้วยเหตุอะไรที่ทำให้รู้สึกไว้ใจนักล่าแวมไพร์คนนั้น ไม่รู้เลยจริงๆ หลังจากที่ได้ฟังประโยคนั้นมันก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาได้มาก

 

จะดูแลชีวิตของเรางั้นรึ...

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

“นี่ฮิมชาน เจ้ามีอุปกรณ์ทำความสะอาดมั้ย?” ประตูถูกเปิดออกด้วยมือของเจ้าของบ้าน และต้องตกใจอย่างมากเมื่อเห็นนักล่าหนุ่มมีด้านบนที่เปลือยเปล่า

 

“ท่านยงกุก!” ฮิมชานหันหลังทันที

 

“เจ้าเป็นอะไร?” เอื้อมมือไปแตะที่ไหล่บาง ฮิมชานรีบปัดออก

 

“ท่านถอดเสื้อทำไมเนี่ย?!

 

“ก็มันร้อน เจ้าจะอายอะไร ต่อให้เจ้าเป็นแวมไพร์ข้าเป็นมนุษย์ เราก็ผู้ชายเหมือนกัน”

 

“ก็เราเคยเห็นแต่ของตัวเอง!

 

“ฮ่าๆ เด็กน้อยชะมัด จะบอกได้หรือยังว่าอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ไหน”

 

“ก็อยู่ในตู้เก็บของใกล้กับโถงกลางนั่นแหละ! ไปเลยไป” ฮิมชานหลับตาก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่เพิ่งบุกขึ้นมาถึงห้องนอนของเขา มือเรียวคว้าประตูและรีบปิดลงทันทีจนเกิดเสียงดังสนั่น คนด้านนอกรู้สึกได้ถึงลมที่พัดผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็วรวมไปถึงเสียงดังนี่ด้วย ยงกุกเกาหัวของตัวเองก่อนจะเดินลงไปข้างล่างดังเดิม

 

“หนอย! เจ้ามนุษย์! กล้ามาโป๊เปลือยในปราสาทของเราถึงเพียงนี้เชียวรึ!” ฮิมชานฟึดฟัดกลับไปที่เตียงนุ่มก่อนจะยัดร่างตัวเองเข้าไปใต้ผ้านวมผืนใหญ่ ร้อนบ้าร้อนบออะไรของเขา...

 

ขอให้เป็นหวัดเลย!

 

“ฮัดชิ้ววว!!” เสียงจามดังขึ้นมาถึงบนห้อง ฮิมชานหัวเราะคิกคักก่อนจะสมน้ำหน้าให้กับยงกุกผู้กลายมาเป็นคนใช้จำเป็นของเขายกใหญ่ก่อนจะตามมาด้วยเสียงตะโกนมาจากด้านล่าง

 

“รู้นะว่าเจ้าแช่งข้า!!! เจ้าผมแดง!!!

 

ก็ใช่น่ะสิ! สมน้ำหน้า! เจ้าเบ๊!

 

TBC.

#บังชานวดล

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 Kurobuta (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 03:34
    งือออออ ชานอ่ะไมไร้เดียงสาน่ารักขนาดเน้ น่าจะถูกมนุษย์ยงกุกดูดดดดดด......เลือดแทนแล้วหละแบบนี้ดูแล้วไม่น่ารอด55555
    #6
    0
  2. #5 viva_kanun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 08:12
    ฮิมชานน่ารักมากเลยค่ะ ยงกุกทนได้งัยเนี่ย
    #5
    0
  3. #4 Meen_GMC (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 11:01
    ฮิมชานน่ารักมากกกกกก เป็นยงกุกนี่จะจับฟัดเลยเจ้าผมแดงงง ฟิคสนุกค่ะไรท์ภาษาก็ดีด้วย รอต่อเลยค่ะ <3
    #4
    0
  4. #3 ทาสรักยงกุก (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 00:35
    ก็ว่าทำไมงงๆ อ๋ออันนี้ตอนที่ 2 😂😂😂

    เดี๋ยวต้องย้อนกลับไปอ่านตอนแรกซะละ
    #3
    0