FIC B.A.P: BANGCHAN's WONDERLAND

ตอนที่ 1 : BCWDL: 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 60

 

 

 

WONDERLAND

01 

 

 

 

 

หนีไป!

 

เสียงกรีดร้องของผู้เป็นบิดาและมารดาดังขึ้นอีกครั้งในห้วงแห่งความฝันราวกับร่างและหัวใจของ คิม ฮิมชาน ถูกความข้นหนืดของโคลนสีเลือดดูดร่างเขาลงไป ไร้หนทางหนี นอนดิ้นทุรนทุราย หัวคิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม เส้นเลือดขึ้นเป็นสายปูดนูนตามไรขมับ

 

หนีไปลูก! หนีไป!

 

อีกครั้ง และอีกครั้ง ตกอยู่ในวังวนเช่นนี้...

 

เฮือก!

 

แฮ่ก...แฮ่ก

 

ริมฝีปากแห้งผาก ขาวซีดราวกับไม่มีเลือดมาหล่อเลี้ยง สะดุ้งตัวขึ้นนั่งโดยเอนหลังพิงกับหัวเตียงนุ่ม ร้องสะอื้นออกมาโดยไม่มีธารน้ำตาเพียงสักหยด ก้อนเนื้อในอกบีบแน่น

 

วัยเบญจเพสของแวมไพร์บุรุษมาเยือนแล้ว

 

ปราสาทที่มืดมนไม่มีท่าทีว่ามันจะสดใสขึ้นมาได้บ้างเลย หลังจากนี้เขาจะไม่มีเติบโตอีกต่อไปแล้ว ร่างกายของแวมไพร์บุรุษจะอยู่เช่นนี้ไปตลอดกาล เพียงแค่โลหิตเท่านั้นที่สามารถประทังชีวิตที่แสนยาวไกลนี้ไปได้ 


เมื่อสายตาคมมองไปรอบห้องมีเพียงความเงียบงันที่อยู่เป็นเพื่อนเขา ขายาวหย่อนลงจากเตียง วางฝ่าเท้าทั้งสองลงกับพื้นที่เย็นเฉียบ ออกตัวก้าวไปอย่างเอื่อยเฉื่อยไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

 

ด้านนอกยังคงมืดสนิทแม้ว่าอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะรุ่งสางแล้ว แต่เขากลับไม่สามารถนอนข่มตาหลับลงได้ เปลวเพลิงที่ลุกโชนในโสตประสาทสีส้มแดงสว่างจ้ายังคงติดตาเขามาจนถึงทุกวันนี้ บิดาและมารดาผู้ป็นที่รักของเขาถูกจับไปตอกอกและเผาทั้งเป็น

 

ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน...

 

เพียงแค่เพราะพวกเขาไม่เหมือนคนอื่น เพียงเพราะพวกเขาไม่ใช่มนุษย์จึงมีความผิดอย่างนั้นหรือ“

 

สองเท้าก้าวเดินวนลงบันไดไป ดวงตาคมมองเห็นสิ่งต่างๆ ในความมืด นัยน์ตาสีเทากวาดไปทั่วบริเวณ แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่น้อย ปราสาทหลังใหญ่มีฮิมชานอาศัยอยู่เพียงคนเดียว มนตราเก่าแก่ลงไว้เพื่อไม่ให้มนุษย์ผู้ใดมองเห็นและย่างกรายเข้ามา

 

เพื่อความปลอดภัยของตัวเขาเอง...

 

หลังจากที่พ่อกับแม่จากไป มันก็ค่อนข้างเป็นเรื่องยากต่อการใช้ชีวิตรวมทั้งการหาอาหาร เขากลายเป็นแวมไพร์ที่หวาดกลัวมนุษย์ เลือดทั้งหมดที่ผู้ปกครองอันเป็นที่รักทั้งสองได้กักเก็บแช่แข็งเอาไว้ให้ บัดนี้มันไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว

 

เป็นเวลากว่าครึ่งเดือนที่โลหิตอันโอชะไม่ได้ตกถึงท้อง การออกจากปราสาทก็เสี่ยงเกินไป ยิ่งด้วยความที่ว่าร่างกายของตนนั้นอ่อนแออยู่แล้วด้วยล่ะก็...

 

หัวใจของเขาเต้นช้าลงในทุกๆ วัน

 

สักวันหนึ่งฮิมชานก็คงได้ตามท่านทั้งสองไป

 

คิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มบางๆ ให้กับโชคชะตาของตัวเอง โลกภายนอกเป็นอย่างไร เขาตอบได้เลยว่าไม่รู้ และไม่คิดจะรับรู้ แวมไพร์หนุ่มทรุดตัวลงบนโซฟาหรูหราที่ดูค่อนไปทางรูปแบบกรีกโบราณ สีทองของมันขุ่นมัว สภาพปราสาท ณ ตอนนี้ช่างสกปรกเหลือเกิน ฝุ่นเขรอะไปทั่วอาณาบริเวณ ยากที่จะกำจัด

 

คนผิวขาวซีดปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า ก่อนคิ้วเรียวจะขมวดแน่นอีกครั้งในขณะที่ก้อนเนื้อในอกมันคอยบีบรัดตัวรุนแรงกว่าทุกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าแวมไพร์...จะตายเพราะขาดเลือด 


คิดแล้วมันช่างน่าขันนัก

 

 

 

สวบ!

 

เสียงเท้าหนักหนึ่งคู่กำลังรุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของแวมไพร์บุรุษที่กำลังข่มตาหลับเผื่อว่าอาการของตนจะดีขึ้น ยิ่งใกล้มากเท่าไร เขาก็ยิ่งได้ยินดังมากเท่านั้น

 

“แฮ่ก...นนั่นใครน่ะ!” พยายามจะเปล่งให้เสียงดังไปถึงผู้บุกรุก แต่เปล่าเลย มันดังเพียงกระซิบเท่านั้น

 

สวบ! 


สวบ!


ฝีเท้าของใครบางคนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ฮิมชานได้ยินแม้กระทั่งเสียงเหล็กกระทบกัน...นั่นคงเป็นอาวุธ

 

“อ้าก!” ร่างที่นอนขดอยู่บนโซฟาตัวยาวดิ้นพล่านพร้อมกับมือที่กุมหน้าอกของตัวเองเอาไว้

 

ทรมานเหลือเกิน...

 

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก ละอองฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นไปบนอากาศ ประตูที่ไม่ได้เปิดมานานนับสิบปี บัดนี้ปรากฏร่างของชายตัวสูง ผมสีดำขลับกระเซิงปิดหน้าจนแทบจะมองไม่เห็นดวงตาอยู่รอมร่อ 


เขาสะพายเครื่องใช้สำหรับการล่าสัตว์มาด้วย อาวุธหน้าไม้แบบเหล็กที่ถือส่องไปยังทิศทางต่างๆ อย่างทะมัดทะแมงราวกับพร้อมปล่อยศรอยู่ตลอดเวลา

 

เขาสาวเท้าเข้ามาอย่างถือวิสาสะตรงดิ่งมาถึงโซฟาตัวใหญ่ที่มีร่างของฮิมชานนอนทุรนทุรายอยู่หมายจะปลิดชีพ แต่ก็ยังชั่งใจ ใบหน้าคมคายรวมไปถึงสันจมูกได้รูปของคนตรงหน้าสะกดให้เขาอยู่ในภวังค์ รวมไปถึงผมสีแดงกุหลาบดูแปลกตานี่ด้วย

 

ผู้บุกรุกย้ายหน้าไม้มาแขวนไว้บนไหล่ก่อนจะหยิบไม้ปลายแหลมขนาดใหญ่ขึ้นมาแทนพร้อมกับค้อนในมือ เขาจ่อมันเหนือหน้าอกของอีกฝ่ายหวังจะตัดสินลมหายใจของบุคคลตรงหน้า

 

“ช...ช่วยเราด้วย” เสียงแหบพร่าอ้อนวอน พยายามยกมือขึ้นขอความช่วยเหลือแต่กลับทำได้เพียงขยับนิ้วก็เท่านั้น

 

“ได้...อึก ได้โปรด ช่วยเรา...ที” เสียงขาดหายไปก่อนใบหน้าสวยของแวมไพร์บุรุษจะแน่นิ่ง

 

นักล่าแวมไพร์หยุดมือลง เข่าข้างขวากดลงกับพื้นย่อตัวเพื่อเข้าไปดูอาการ ราวกับว่าจิตใจของผู้ล่าถูกสะกด หยุดการโจมตีจากอะไรทั้งมวล

 

มือสากลูบลงบนแก้มนุ่ม ไร้ซึ่งเลือดฝาด สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบแล่นปะทะเข้ากับปลายนิ้วของเขาในทันทีที่แตะโดน ไล้ลงมาบนกลีบปากบางที่ไม่มีแม้แต่สีใดๆ แต้มแต่งอยู่เลย

 

เขาหยิบมีดเล่มโตขึ้นมาก่อนจะเฉือนนิ้วชี้ด้านซ้ายของตนลึกมากพอที่โลหิตสีแดงข้นทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาหวังให้เป็นแบบนั้น มืออีกข้างบีบกรอบปากของอีกฝ่ายที่นอนสิ้นสติอยู่ตรงหน้า เลือดไหลหยดลงในปากของแวมไพร์บุรุษ ปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว สังเกตเห็นได้ถึงลำคอซีดที่กำลังดื่มมันลงไป

 

เปลือกตาเบิกโพลงเผยให้เห็นนัยน์ตาสีเทาที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นสีแดงเข้มอย่างชัดเจน นักล่าแวมไพร์รีบชักมือออกก่อนจะกระชากผ้าจากกระเป๋าของตนมาพันรอบนิ้วเอาไว้ เขาค่อนข้างเวียนศีรษะเหตุเกิดจากการเสียเลือดไปมากพอควร

 

“ท่านเป็นใคร!” ทันทีที่เรี่ยวแรงและพละกำลังกลับมา ฮิมชานก็รีบลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ

 

“...” อีกฝ่ายมอบความเงียบให้เป็นคำตอบ

 

“ท่าน...ท่านจะฆ่าเราอย่างนั้นหรือ!” ชายปริศนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

 

“หากข้าจะฆ่าเจ้า ข้าคงไม่ให้เจ้าดื่มเลือดตัวเองหรอก” เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

“ท่านเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?!” ปากกระจับที่เริ่มปรากฏสีชมพูจางๆ แล้วนั้นยังคงยิงคำถามออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

“ข้าก็เดินเข้ามาสิ ถามได้”

 

“นี่ท่าน..!

 

“ยงกุก...บัง ยงกุก นี่ชื่อของข้า”

 

 

TBC.

 #บังชานวดล

มาเกริ่นไว้ก่อนเฉยๆ ...

ฟิคเก่ายังไม่จบ กระแตมาเพิ่มฟิคอีกละ

5555555555555555555555555555

 

T
B

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #2 Meen_GMC (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 22:22
    ท่านยงกุกก โอ้ยยย หลงเสน่ห์น้องชานของเราสินะเลยฆ่าไม่ลง 55555555
    #2
    0