กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 69 : #67 ข้าจะช่วยเจ้าเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 826 ครั้ง
    8 เม.ย. 61




.................................

อ๊ากกกกก!

เสียงตะโกนของหรงเฟยดังออกอย่างน่าเวทนา

จนเวลาผ่านไปนาน 

 น้ำตาของมันที่กลายเป็นสีเลือดค่อยๆหยุดไหลรินออกมา ก่อนที่นัยย์ของมันจะถูกปกคลุมไปด้วยสีดำข้างหนึ่งที่ดูมืดมิด ส่วนอีกข้างถูกปกคลุมไปด้วยสีขาวโพลนในทันที 

 อ่อร่าพลังสีดำสนิทพร้อมกับสีขาวบริสุทธิ์ ต่างถูกระเบิดออกมาจากร่างของหรงเฟยอย่างรวดเร็ว 

 และหรงเฟยยังคงตะโกนกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนาเฉกเช่นเดิม 
แต่ทว่า ในหัวของมันกลับมีเสียงที่ฟังดูดุดันและเก่าแก่ดังขึ้นมาในทันที

"ข้าจะช่วยเจ้าเอง....."
ทันใดนั้น ร่างของหรงเฟยคล้ายกับว่าถูกบางสิ่งเข้ากลืนกิน แต่ทว่าตัวมันก็ยังมีสติรับรู้อยู่เช่นเดิม


"พวกมัน! ฆ่า! ฆ่า! ต้องฆ่าให้หมด!"

พรึ่บ!

 จู่ๆ ด้านหลังของหรงเฟยก็ปรากฎพลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของมันจนดูคล้ายกับปีก

 โดยที่ปีกคู่นี้ข้างหนึ่งมีสีขาวที่ดูบริสุทธิ์ ส่วนอีกข้างเป็นสีดำที่ดูมืดมิด ทว่า พวกมันทั้ง2กลับให้ความรู้สึกที่ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก 

 ก่อนที่ปีกคู่นี้ จะขยับเบาๆ พร้อมกับกระพือเร็วขึ้น ส่งร่างของหรงเฟยให้ลอยขึ้นบนท้องฟ้าในทันที

"พวกมัน! ต้องตาย! ไม่ว่าใคร! ฆ่า!"

ครืนนนนน!

 คลื่นพลังมหาศาลต่างกระจายออกจากตัวของหรงเฟยไปทั่วทั้งสาระทิศปกคลุมทั่วทั้งเมืองนภาสีครามอย่างรวดเร็ว 

 คลื่นพลังของหรงเฟยที่ปล่อยออกมาในครั้งนี้ต่างมี2สีด้วยกัน นั่นคือสีดำและสีขาว พวกมันทั้ง2ต่างให้ความสว่างไปทั่วทั้งพื้นที่พร้อมกับความมืดมิดที่สลับกันไปมาจนดูน่ากลัว 

 ทุกพื้นที่ๆพวกมันผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นอากาศ พื้นดิน ท้องฟ้า ต่างสั่นสะเทือนราวกับตอนนี้กำลังจะถูกคลื่นพลังทั้ง2กลืนกินจนน่าประหลาด 


"นั่นมันอะไร?"

"ความมืดกับแสงสว่างหลอมรวมกัน?"

 เสียงของผู้คน ที่ยังคงกระจายอยู่ตามทั่วเมืองดังเอะอะขึ้นมาในทันที ทุกคนได้แต่แหงนมองดูบนท้องฟ้าด้วยความตกตะลึก บ้างก็รีบวิ่งหนีโดยไม่สนใจอะไร บ้างก็รีบหยุดชะงักลงยืนมองดูบนท้องฟ้าในทันที 

 แต่ทว่าภายในตัวเมืองตอนนี้ กลับมีเงาร่างของพวกคนชุดดำนับร้อยนับพันปะปนกันอยู่กับผู้คนที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ณ เขตที่ตั้งของตละกูลอู๋

"นั่นมันอะไรกัน?"

 เสียงพรึมพรำดังขึ้นมาอย่างเหนื่อยหอบ ออกจากชายชราหรืออู๋ฉางที่กำลังหยุดชะงักกับการต่อสู้กับกลุ่มคนชุดดำเบื้องหน้าในทันที

"ท่านพ่อ! นี่มันเกิดอะไร?"

 อู๋เหลียงที่มีแผลเต็มตัวกำลังยืนอยู่ข้างๆของอู๋ฉางเงยหน้ามองไปบนท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจด้วยเช่นกัน และด้านหลังของทั้งคู่ก็มีเงาร่างของคนในตละกูลอู๋นับร้อยที่มีสภาพไม่ต่างจากทั้ง2คนนี้มากนัก

"บัดซบ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น? มันไม่ได้อยู่ในแผนนี่หวางอวิ้น!"

 ห่างออกไปด้านหน้าของอู๋ฉางเกือบ10เมตร ปรากฎเงาร่างของชายชราคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่บนพื้นดินเงยหน้ามองบนท้องฟ้าด้วยความตกใจ

 ซึ่งชายชราผู้นี้คือผู้นำตละกูลเจียง เจียงหม่าเจิ้ง ที่เป็น1ใน3ของตละกูลใหญ่ของเมืองนภาสีครามแห่งนี้

"ข้าก็ไม่รู้!"

 ข้างๆเจียงหม่าเจิ้งคือร่างของบุรุษรูปร่างกำยำผู้หนึ่ง ที่กำลังยืนมองไปบนท้องฟ้าเช่นกัน

และบุรุษผู้นี้หรือก็คือหวางอวิ้น ผู้นำตละกูลหวางนั่นเอง 

หวางอวิ้นรู้สึกตกใจไม่น้อยกว่าเจียงหม่าเจิ้งเลยแม้แต่น้อย เพราะตัวมันเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมีสิ่งแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ 

 ด้านหลังของพวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีร่างของคนชุดดำกับพวกของคนในตละกูเจียง ตละกูลหวางมากมายอยู่นับร้อยๆคนยืนอยู่ด้วยเช่นกัน

"ไอ้พวกบัดซบ! พวกแกต้องชดใช้!"

ในขณะนั้น 

 จู่ๆ เสียงที่ฟังดูน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากท้องฟ้าที่ดูห่างไกล 

 ทุกคนที่ได้ยินถึงกับตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่นานมากนักหลังจากเสียงพูดที่น่าสะพรึงกลัวนั่นหายไป 

เหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าก็มีบ้างสิ่งพุ่งแหวกอากาศลงมาบนพื้นดินคั้นกลางระหว่างกลุ่มของอู๋ฉางและหวางอวิ้นในทันที

ตูมมม!

 พื้นดินบริเวณรอบๆถึงกับสั่นสะเทือนจนทุกคนในบริเวณใกล้เคียงเกือบจะล้มลงบนพื้นเพราะทรงตัวไม่อยู่

 แต่ทว่าหลังจากที่ทุกคนเห็นสิ่งที่ตกลงมาจากบนท้องฟ้าแล้วนั้น ใบหน้าของทุกคนก็ยิ่งแข็งค้างไปด้วยความตกใจมากกว่าเดิมในทันที

"ท่านหรง..."

 เสียงของอู๋ฉางอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเขาเห็นสิ่งที่ล่วงหล่นลงมาจากบนท้องฟ้าทันที

ใช่แล้ว สิ่งที่หล่นลงมาคือร่างของเด็กหนุ่มหรงเฟยที่กำลังยืนนิ่งอยู่บนพื้นเบื้องหน้าของทุกคน และด้านหลังของมันปรากฎปีกที่ดูแปลกประหลาดคล้ายกับว่าถูกสร้างขึ้นมาจากคลื่นพลัง และปีกพวกนี้ข้างหนึ่งมีสีดำที่ให้ความรู้สึกที่ดูน่ากลัว ส่วนอีกข้างหนึ่งคือสีขาวที่ให้ความรู้สึกที่ศักดิ์สิทธิ์ 

 หรงเฟยค่อยๆเหลือบไปมองทางพวกของอู๋ฉางด้วยดวงตาที่มีสีขาวข้างหนึ่ง สีดำข้างหนึ่งอย่างไร้อารมณ์

 จนทำให้กลุ่มของอู๋ฉางต่างสั่นสะท้านไปด้วยความกลัวอย่างรวดเร็ว

แต่จากนั้น หรงเฟยก็ค่อยๆละสายตาจากกลุ่มของอู๋ฉาง ไปยังกลุ่มของพวกหวางอวิ้นช้าๆก่อนจะจ้องมองด้วยความอำมหิตในทันที

"..."

กลุ่มคนจากพวกหวางอวิ้นที่เห็นนัยย์ตาของเด็กหนุ่มถึงกลับร่างกายสั่นสะท้านไม่ต่างจากกลุ่มของอู๋ฉางเลยแม้แต่น้อย 

 พวกมันทั้งหมดต่างไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต ราวกับว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าของพวกมันคือเทพแห่งความตายที่มาปรากฎกายขึ้นก็ไม่ผิด

"เจ้าจำข้าได้หรือไม่....หวางอวิ้น!"

 เสียงของหรงเฟยกล่าวดังขึ้นมาอย่างเย็นชา แต่ทว่าในน้ำเสียงของมันที่พูดขึ้นเหมือนกับมีเสียงที่ฟังดูเก่าแก่ทับซ้อนแฝงเอาไว้อยู่ด้วย2เสียงด้วยเช่นกัน

"...."

ทุกคนไม่เว้นแม้แต่นเดียวที่ได้ยิน ต่างหันไปมองทางร่างของหวางอวิ้นกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวถอยหลังออกห่างอย่างไม่รู้ตัว

"เจ้าเป็นใคร?"

 หวางอวิ้นที่ได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า มันก็ถามออกมาด้วยความกลัวในทันที 

 เพราะด้วยรูปร่างของเด็กหนุ่มในตอนนี้ เด็กหนุ่มให้ความรู้สึกว่าตัวมันเองไม่อาจที่จะมีพลังไปต่อกรกับเด็กหนุ่มเบื้องหน้าได้เลย


 และตัวมันที่ไม่เคยเห็นหน้าของเด็กหนุ่มเบื้องหน้ามาก่อน แต่ทว่า เด็กหนุ่มกลับเอ่ยชื่อของมันออกมาได้อย่างถูกต้อง นี่แสดงว่าเด็กหนุ่มต้องรู้จักมันอยู่แล้วแน่นอน

"เจ้าจำข้าไม่ได้งั้นรึ? ข้าไง! หวางเฟยที่เจ้าเคยส่งคนไปลอบสังหาร!"

 ทันทีที่หรงเฟยกล่าวออกมา ร่างของหวางอวิ้นที่เคยสั่นกลัวอยู่ก่อนหน้านี้ ถึงกลับผงะเดินถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว

"เจ้า....ไม่จริง! เจ้าตายไปแล้ว? และเจ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?"

 หวางอวิ้นเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ตัวมันที่ได้ยินชื่อเก่าๆที่คุ้นหู ทำให้มันเองแทบไม่เชื่อเลยทีเดียวว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าจะ คือ หวางเฟย คนเดียวกันกับเมื่อหลายปีก่อนที่มันรู้จัก แต่ไม่ทันที่มันจะได้ขยับถอยหลังไปไกลนัก 

 จู่ๆ ตัวมันก็ราวกับว่ามีบางสิ่งเข้ามากดทับร่างกายของมันเอาไว้จนหนักอึ้ง ทำให้ร่างของมันทรุดตัวลงกับพื้นในทันที

"หึ! ข้ายังไม่ตายหรอก! ต้องขอบใจเจ้าเสียอีก ที่ทำให้ข้าได้พบเจออาจารย์ของข้าในวันนั้น!"

 หรงเฟยกล่าวออกมาด้วยความยินดี ขณะปล่อยแรงกดันกดทับตัวของหวางอวิ้นเมื่อเห็นว่ามันจะหนี

"...ข้า..!"
 
"โอ๊ะ! ข้าเกือบลืมไป! ตอนนั้นข้าเป็นแค่เด็กตาดำๆที่ไม่มีพลังปราณ เลยทำให้พวกเจ้าเสื่อมเสียชื่อเสียง จนต้องส่งคนมาลอบสังหารข้า! แต่พวกเจ้ากลับไม่คิดว่าการที่พวกเจ้ากระทำเรื่องชั่วๆในวันนี้มันไม่เสื่อมเสียเช่นนั้นรึ? เช่นนั้นก็ดี! ข้าจะได้จัดการพวกมันทั้งหมดไปพร้อมๆกัน!"

 หรงเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่ากลัวเป็นพิเศษ ตัวมันที่กำลังสติแตกจากการที่หมิงเยว่ต้องจากไป ทำให้มันในตอนนี้ไม่สามารถที่จะควบคุมสติของตนเองเอาไว้ได้ ไม่สิ มันไม่พยายามเลยมากกว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 826 ครั้ง

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1768 Pae_ga (@Pae_ga) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:55
    มัวแต่คุยกันเดี๋ยวแม่งก็หนีไปได้
    #1768
    0
  2. #1265 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 12:02
    พลังใหม่ ปีกกว้าง ซึมซับตลอดคืน..ไม่ใช่แระ 55
    #1265
    1
    • #1265-1 FerinFern (@FerinFern) (จากตอนที่ 69)
      14 พฤศจิกายน 2561 / 06:09
      หมดกัน

      ต่อไปนี้พอปีกน้องเฟยโผล่มา มันจะมาพร้อมเสียงในหัว

      ประมาณว่า

      'ปีกคู่หลับสบายตลอดคืน นุ่มสบายแห้งสนิท'

      5555 #ปาดน้ำตา
      #1265-1
  3. #1150 ไม่รู้ (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 23:03

    เหอะ หน้าเบื่อคือต้องมีคนตายใช้ไหมพระเอกถึงจะเก่ง โง่

    #1150
    0
  4. #1035 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 04:38
    ขอบคุณครับ
    #1035
    0
  5. #611 Bank2986 (@Bank2986) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 23:06
    ขอบคุณมากครับผม
    #611
    0
  6. #610 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:44
    ขอบคุณค่ะ
    #610
    0
  7. #609 chartres1747 (@chartres1747) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 12:48
    ได้แต่แอลลุ้นว่าหมิงเยว์จะไม่ตาย
    #609
    0
  8. #608 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 11:55
    ขอบคุณครับ สายดาร์กเวอเดอร์
    #608
    0
  9. #607 mesa0953 (@mesa0953) (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 11:12
    รอค่าาา ลุ้นตามทุกตอนเลย มาต่อเร็วๆน้าาาา
    #607
    0