กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 41 : #39 กระบี่สุริยัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 886 ครั้ง
    8 ก.พ. 61



อย่าลืมติดตามกลุ่มด้วยครับ ขอบคุณครับ

กลุ่มVip-1 มีถึงตอนที่75 แล้วครับ

......................................................


"ขออภัยขอรับ! คุณชายหรงได้มาถึงแล้วขอรับ!"


เสียงพูดของชายฉกรรจ์ที่กำลังชันเข่าอยู่กับพื้นดังขึ้นมาในทันที 


ซึ่งมันคนนี้ก็คือ1ใน3ของชายฉกรรจ์ที่เคยอยู่กับกลุ่มของพวกอู๋เหมยในป่าอสูรนั่นเอง


 เมื่อทั้ง3คนได้ยินสิ่งที่ชายฉกรรจ์พูด ทุกคนจากที่กำลังจมอยู่กับอาการโศกเศร้าก่อนหน้านี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นมีความสุขอย่างรวดเร็ว 


อู๋เหมยรีบผละตัวลุกขึ้นยืนในทันทีก่อนจะกล่างออกมาอย่างรีบร้อน 


"ไปเชิญท่านหรงมาที่นี่เดี่ยวนี้!"


"ขอรับ!" 


ชายฉกรรจ์ที่ได้ยินเช่นนั้น 

ตัวมันก็ไม่รอช้าผงกศรีษะตอบรับก่อนจะรีบหันหลังและวิ่งออกไปในทันที


อ้ายยย! 


แต่ตัวมันไม่ทันที่จะได้วิ่งออกไปจากห้องนอนแห่งนี้ ด้านหน้าของมันก็ปรากฎร่าง3คนที่กำลังเดินเข้ามาที่ประตู 

จนทำให้ตัวมันตกใจจนร้องออกมาเสียงหลงออกมาทันที


"ท่านหรง!" 

"พี่ใหญ่" 

"ท่านลุง" 


พวกของอู๋เหมยที่เห็นร่างที่เดินเข้ามา พวกเขาก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ

เพราะร่างที่กำลังเดินเข้ามานั้น 

คือร่างของหรงเฟยพร้อมกับคนรู้จักอีก2คนของพวกมัน 

แต่ในทันทีที่หรงเฟยก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ตัวมันก็กวาดสายตาไปมองรอบๆอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดลงที่ร่างของชายชราที่นอนอยู่บนเตียงในทันที พร้อมกับค่อยๆเดินเข้าไปหาร่างนั้นอย่างช้าๆโดยไม่สนคยรอบข้างเลยแม้แต่น้อย


ย้อนกลับไปก่อนที่หรงเฟยจะมาถึงตละกูลอู๋


หลังจากที่หรงเฟยเดินแยกทางกับหลี่เฟิงแล้วนั้นตัวมันก็เดินเล่นอยู่ในถนนเป็นเวลานาน ก่อนจะเดินไปมาอย่างเรื่อยเปื่อยจนในที่สุด ...มันก็หลงทาง


"ท่านลุง! ตละกูลอู๋อยู่ตรงไหนหรือ?"


"เอ่อ...คุณชาย! ทางไปตละกูลอู๋ท่านต้องเดินตรงไปด้านั้นอีกหน่อยขอรับ!"


"ขอบคุณมากท่านลุง!" 


หรงเฟยเองก็ไม่ได้ฉลาดน้อยแต่อย่างใด ตัวมันไล่ถามพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนแถวๆนั้นจนในที่สุดมันก็ไปโผล่ที่ไหนสักแห่งในใจกลางเมืองนภาสีคราม 


แต่ด้วยความที่ว่าสถานที่ๆมันโผล่ไปเจอนั้น คือลานประลองของเมืองนภาสีครามที่มากไปด้วยผู้คนทั้งพ่อค้าและแม่ค้า รวมไปถึงนักสู้และรุ่นเยาว์ของตละกูลต่างๆ  


"เฮ้อ...ทำไมมาออกที่นี่ได้ละเนี้ย?" 


หรงเฟยถอนหายใจออกมาขณะมองตรงไปยังเบื้องหน้าของตน 


ตัวมันถึงแม้จะถามทางจากผู้คนมาไม่น้อย แต่ด้วยความที่ถนนหนทางมันช่างสลับซับซ้อนไปมาและตึกราบ้านช่องก็คล้ายๆกันมาก 


นี่ก็จะโทษแต่หรงเฟยคนเดียวไม่ได้ ในขณะนั้น...สายตาของหรงเฟยก็กวาดไปเห็นร่างๆหนึ่งที่ยืนอยู่บนลานประลองอย่างช่วยไม่ได้ 

โดยร่างที่ยืนอยู่บนลานประลองนั้น คือร่างของบุรุษที่มีอายุ20-25ปี ใบหน้าของมันดูคมคายสมชายชาตรีแต่ก็ไม่ได้ดูหล่อเหลาอะไรมากมาย 


ส่วนตัวมันก็สวมใส่เสื้อสีส้มอ่อนๆที่ถูกตบแต่งไปด้วยสัญลักษณ์รูปเสือที่กลางแผ่นหลังและหรงเฟยก็สามารถที่จะรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นคนจากตละกูลหวาง! และมันก็ยังเป็นคนที่ชอบกลั่นแกล้งทุบตีหรงเฟยด้วยเช่นกัน นามของมันก็คือ หวางจิ้ง 

หรงเฟยมองไปที่ร่างของมันด้วยสายตาที่อาฆาตในทันที 


"มีใครอีกมั้ยที่จะมาสู้กับข้า!"


จู่ๆ บุรุษที่ยืนอยู่บนลานประลองก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น จนผู้คนรอบๆลานประลองที่ได้ยินกันก็รีบหันไปมองรอบๆตัวของตนเองอย่างรวดเร็ว 


แต่เวลาก็ผ่านไปนาน! และไม่มีใครขึ้นไปบนลานประลองเลยสักคน 

หรงเฟยที่กำลังยืนมองอยู่ก็กำลังจะเดินไปทางด้านเวทีในทันที แต่ตัวมันก็ต้องหยุดชะงักเดิน เพราะในตอนนี้มีเงาร่างๆหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนเวทีก่อนจะตะโกนออกมา 


"ข้าเอง!" 



ร่างที่กระโดดขึ้นมานี้เป็นเพียงร่างของชายหนุ่มอายุราวๆ19-20ปี ใบหน้าของมันหล่อเหลาเอาการ บวกกับเสื้อผ้าสีขาวที่ทำให้ตัวมันดูราวกับว่าเป็นคุณชายจากตละกูลใหญ่ๆ สลักรูปม้าสีขาวมีปีกไว้อยู่กลางแผ่นหลังของมัน 


"หึ! อู๋เหลียง! เจ้าก็งั้นรึที่จะมาสู้กับข้า!"


หวางจิ้งกล่าวขึ้นมาอย่างเย้ยหยันทันที เมื่อเห็นร่างที่กระโดดขึ้นมายืนอยู่บนลานประลอง 


"เงียบเถอะ! หวางจิ้ง! ทำไมพวกเราไม่มาสู้กันดีกว่าเล่า?" 


ชายหนุ่มเสื้อขาวที่ดูหล่อเหลาหรือก็คืออู๋เหลียงตามที่หวางจิ้งกล่าวขึ้นมา

ตัวมันไม่สนใจคำพูดเย้ยหยันจากฝ่ายตรงข้ามเลยแม้แต่น้อยขณะกล่าวขึ้นมาอย่างเย็นชา 


"หึ! อู๋เหลียง! ถึงแม้เจ้าจะอยู่ในระดับกำเนิดขั้นที่7เทียบเท่ากันกับข้า! แต่เจ้าก็ควรจะรู้เอาไว้ว่าเจ้ามันยังไม่ใช่คู่มือของข้า!"


หวางจิ้งที่ได้ยินก็กล่าวขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อตัวมันเห็นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้สนใจคำพูดของมันเลยแม้แต่น้อย ตัวมันก็ค่อยๆชูมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะปรากฎหอกหรือทวนสีขาวขึ้นมาในมือทันที

"โอ้ววว! คุณชายหวางเอา "ทวนจรัสแสง" ออกมาแล้ว!" 


"นั้นมันอาวุธประจำตัวของคุณชายหวางเลย! ข้าได้ยินมาว่า อาวุธชิ้นนั้นอยู่ในระดับ3เชียวละ!" 


"ใช่ๆ! ข้าก็ได้ยินมา"


ผู้คนรอบๆลานประลองที่เห็นหอกในมือของหวางจิ้งต่างก็ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น บ้างก็ซุบซิบกันไปมาในกลุ่มทันที 


เพราะพวกมันต่างก็จะได้เห็นการประลองที่สมน้ำสมเนื้อและหาดูได้ยากเอามากๆ เหตุฉไหนพวกมันถึงไม่ตื่นเต้นเล่า 


"ดี! ข้าเองก็อยากจะลองดูว่าฝีมือของเจ้าเทียบเท่ากับฝีปากหรือไม่!" 


อู๋เหลียงที่เห็นหวางจิ้งเรียกอาวุธประจำตัวของตนออกมาแล้ว ตัวมันก็ไม่รอช้า รีบสบัดมือเบาๆพร้อมกับกระบี่ที่ปรากฎขึ้นมาในมือทันที  


"นั่น! "กระบี่สุริยัน" ใช่หรือไม่?!"


"ห้ะ! "กระบี่สุริยัน" ที่เป็นอาวุธระดับ4ชิ้นนั้นหน่ะรึ?" 


"ใช่ๆ! จริงๆด้วย! ตละกูลอู๋ช่างร่ำรวยเสียจริงๆ!" 


ทันทีที่ผู้คนเห็นกระบี่ที่ปรากฎขึ้นมาในมือของอู๋เหลียง ความโกลาหลก็ถาโถมเข้าใส่ฝูงชนในทันที พวกมันบางคนต่างก็โหร้องออกมาอย่างตื่นเต้น บางคนก็ตะโกนออกมาแบบปรัชญา บางก็เล่าถึงตำนานของ "กระบี่สุริยัน!"  


แต่ในขณะที่เสียงรอบๆดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้นนั้น ตอนนี้ใบหน้าของหวางจิ้งบิดเบี้ยวจนหน้าเกลียดทันทีที่มันเห็นกระบี่ที่อยู่ในมืออู๋เหลียง 


"เจ้า! เจ้ามีมันได้ยังไง?" 


หวางจิ้งกล่าวออกมาอย่างร้อนร้น ตัวมันรู้ดีว่าพลังของมันและอู๋เหลียงต่างเท่าเทียมกัน 

แต่หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะชนะก็คงจะขึ้นอยู่กับทักษะและอาวุธเพียงเท่านั้น 


เมื่อครั้งก่อนหน้าที่มันมั่นใจว่าอู๋เหลียงไม่มีทางที่จะชนะมันได้นั้น 


เป็นเพราะว่า ครั้งหนึ่งตัวมันเคยต่อสู้กับอู๋เหลียงมาแล้ว แต่เนื่องด้วยทั้งคู่มีพลังเท่ากัน และอู๋เหลียงก็มีเพียงอาวุธอยู่ในระดับ2เมื่อตอนนั้น แต่ตัวมันก็ครอบครอง "หอกจรัสแสง" อันนี้ในการต่อสู้ครั้งนั้น 


นั่นจึงทำให้ผลที่ออกมาคือมันชนะ 


แต่เมื่อมันเห็นกระบี่ที่อยู่ในมือของอู๋เหลียง ตัวมันก็เริ่มที่จะไม่แน่ใจในทันทีเพราะอาวุธที่อยู่ในระดับ3และระดับ4มันต่างกันมากเกินไป 


"หึ! ครั้งก่อนที่เราสู้กัน ตอนนั้นเจ้ามีอาวุธระดับ3จึงทำให้เจ้าชนะข้าได้! แต่ตอนนี้ข้าเองก็มีอาวุธเหนือกว่าเจ้าหนึ่งระดับเช่นกัน! แล้วเจ้าจะหาข้าโกงไม่ได้นะ! ฮ่าๆ"


อู๋เหลียงที่เห็นใบหน้าของหวางจิ้งค่อยๆบิดเบี้ยว ตัวมันก็แสยะยิ้มออกมาก่อนจะกล่าว ออกมาอย่างยินดี


ในตอนนี้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของหวางจิ้งกลับบิดเบี้ยวเข้าไปอีกทันทีที่มันได้ยินคำพูดของอู๋เหลียง เพราะตอนนี้หากมันจะขอยอมแพ้ ผู้คนรอบๆลานประลองคงจะหัวเราะเยาะเย้ยมันเป็นแน่ 


แต่หากจะต้องให้สู้กับอู๋เหลียงในตอนนี้ ตัวมันก็ไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะชนะ 


"เจ้าอย่าได้คิดว่าเมื่อตัวเจ้ามีอาวุธระดับ4แล้วจะชนะข้าได้! เพราะยังไงเจ้ามันก็เป็นคนสวะอยู่วันยังค่ำ!" 


หวางจิ้งที่ไม่มีทางเลือกมากนักทำให้ตัวมันตัดสินใจเดิมพันกับบการต่อสู้ในทันทีก่อนจะตั้งท่าเตรียมต่อสู้อย่างรวดเร็ว 


"งั้นก็ดี! วันนี้ข้าจะทวงความเป็นธรรมให้แก่ตัวเองในครั้งนั้น!"




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 886 ครั้ง

1,991 ความคิดเห็น

  1. #1000 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 04:57
    ขอบคุณครับ
    #1000
    0
  2. #335 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:14
    จะเก่งตามปากไหมหนออออ
    #335
    0
  3. #331 jjpp5678 (@Pear5678) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:28
    สู้ๆติดตามอยู่
    #331
    0
  4. #330 jjpp5678 (@Pear5678) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:28
    อยากให้ถึงตอน พระเอกของเราถล่มตระกูลหวางไม่ไหวเเล้ว
    #330
    0
  5. #329 jjpp5678 (@Pear5678) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:27
    สนุกดี
    #329
    0
  6. #328 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:46
    สนุกดีครับ
    #328
    0
  7. #327 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:16
    ขอบคุณครับ
    #327
    0
  8. #326 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:36
    ค้างงงง รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #326
    0