กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 38 : #36 ประตูเมืองนภาสีคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 833 ครั้ง
    2 ก.พ. 61


อย่าลืมติดตามกลุ่มด้วยครับ ขอบคุณครับ

กลุ่มฟรี กำเนิดราชันย์ดารา. มีถึงตอนที่37
กลุ่มVip-1 มีถึงตอนที่65 แล้วครับ


..........................................


"ขอบคุณขอรับ/ค่ะ" 


พวกที่เหลือต่างก็ก้มหัวลงขอบคุณหรงเฟยเช่นกัน 


"อืม..ไม่เป็นไร! ในเมื่อมันคือศัตรูของข้า! ข้าก็ต้องสังหารพวกมันอยู่แล้ว!" 


หรงเฟยผงกศรีษะเบาๆก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเย็นชา 


จากนั้น มันก็เหลือบตาไปมองที่ร่างของอู๋หลงที่นอนสลบอยู่และกล่าวต่อทันที 


"เจ้าจะรอให้พี่ชายของเจ้าฟื้นขึ้นมาก่อน หรือพวกเราจะออกเดินทางกันเลย?" 


กลุ่มของอู๋เหมยที่ได้ยินคำพูดของหรงเฟย พวกเขาทั้งหมดก็รีบหันหน้ามองกันและกันอย่างรวดเร็ว 


ก่อนที่ทุกคนจะจ้องมองไปยังร่างของอู๋หลงที่สลบอยู่ทันที 


"เดินทางกันต่อเลยขอรับ! เดี่ยวข้าแบกคุณชายเอง!" 


เสียงพูดของอู๋กงดังขึ้นมาในทันที ขณะที่ทุกคนกำลังจ้องมองไปที่ร่างของอู๋หลงอยู่ 


อู๋กงค่อยๆยกร่างของอู๋หลงแบกขึ้นบนหลังก่อนจะก้มหัวไปทางอู๋เหมยเล็กน้อยในทันที 


"อืม!...ถ้างั้นพวกเราก็รีบเดินทางกันเถอะ! เดี่ยวตะวันจะตกดินซะก่อน!" 


อู๋เหมยที่เห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว ตัวนางก็กล่าวออกมาขณะหันหน้าไปมองหรงเฟยในทันที 


"เดี่ยวก่อนขอรับ!" 


เสียงชายฉกรรจ์หนึ่งในสามที่เป็นพวกของอู๋เหมยกล่าวขึ้นมาทันที 


ทุกคนหันไปมองยังต้นเสียงอย่างพร้อมเพียงด้วยความสงสัย ก่อนอู๋เหมยจะกล่าวขึ้นมา 


"มีอะไรหรือ?.."


 

ชายฉกรรจ์คนที่พูดไม่ได้ตอบอะไร ก่อนที่ตัวมันจะรีบวิ่งไปด้านหน้าของตนอย่างรวดเร็ว

 พร้อมกับก้มตัวลงเก็บอะไรบางอย่างแล้ววิ่งกลับมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของหรงเฟยในทันที 


"นี่ขอรับท่านหรง!!" 


ตัวมันเมื่อวิ่งมาหยุดที่ด้านหน้าของหรงเฟย แล้วก็กล่าวขึ้นมาขณะยื่นมือไปทางหรงเฟยก่อนจะแบมือออกมาทันที 


"แหวนมิติ?" 


ทุกคนที่ได้เห็นก็ตกตะลึงในทันที 


เพราะแหวนมิตินั้น ต่อให้มันจะเป็นแหวนที่บรรจุสิ่งของได้น้อยที่สุด แต่มันก็มีราคาแพงมากจนพวกตละกูลเล็กๆหรือกลางๆก็ไม่มีทางที่จะสามารถหาซื้อมันมาได้แน่นอน 


หรงเฟยค่อยๆยื่มมือไปเอาแหวนมิติจากมือของชายฉกรรจ์อย่างช้าๆ 


ก่อนจะใช้พลังปราณตรวจสอบดูของภายในแหวนมิติทันที 


ภายในแหวนมิตินั้นมีพวกอาวุธธรรมดาอยู่หลายชิ้น แต่อาวุธที่มีระดับมีชิ้นเดียว และพวกเครื่องเพชร เงินทองจำนวนเกือบหมื่นทองและเม็ดยาระดับต่ำเกือบร้อยเม็ด เม็ดยาระดับกลางหนึ่งเม็ด?  


เมื่อหรงเฟยตรวจสอบทุกอย่างจนเสร็จสิ้นแล้ว ตัวมันก็โอนพวกเครื่องเพชรและเงินทองทั้งหมดเข้าสู่แหวนมิติของมันในทันที 


ก่อนจะโยนแหวนมิติคืนให้กับคนที่เก็บมา  ‎


"ที่เหลือเจ้ารับไป นี่คือสิ่งตอบแทน!"  ‎


หรงเฟยกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม 


‎เมื่อชายฉกรรจ์ได้ยินสิ่งที่หรงเฟยกล่าวออกมา ตัวมันก็รีบก้มหัวขอบคุณหรงเฟยอย่างดีใจก่อนจะรีบตรวจสอบของภายในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว  


และ‎เมื่อมันเห็นสิ่งที่อยู่ภายในแหวนมิติแล้วนั้น ตัวมันก็เบิกตากว้างด้วยความตะลึง ก่อนจะมองไปที่หรงเฟยด้วยความเคารพอย่างสุดซึ้งในทันที 


ทางด้านเพื่อนๆทุกคนของชายฉกรรจ์ได้แต่มองมาที่ตัวมันอย่างอิจฉา 


บางคนก็คิดในใจว่าถ้าหากกลับไปที่เมืองแล้ว คงต้องขอส่วนแบ่งจากมันมาให้ได้ในทันที  ‎ 


...‎หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว หรงเฟยก็กล่าวขึ้นมาขณะมองไปทางอู๋เหมย


"เชิญพวกเจ้านำทางเลย!" 


ทันทีที่หรงเฟยกล่าวจบ อู๋เหมยก็พยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบออกตัวเดินไปทางยังที่ตั้งของเมืองนภาสีคราม พร้อมกับทุกคนในกลุ่มของนางในทันที



หรงเฟยที่เห็นทุกคนเดินนำตนเองไปแล้ว ตัวมันก็หันหน้ากลับไปมองที่ด้านหลังของตนเอง พร้อมกับยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ากลับไปทางเดิมแล้วเริ่มเดินออกไปในทันที 


.......



แต๊ก ๆ ๆ



หลังจากที่กลุ่มของหรงเฟยจากไปแล้วไม่นาน 

เสียงเสียงฝีเท้าค่อยๆดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา 

พร้อมกับปรากฎร่างๆหนึ่งที่เดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ในทิศทางที่หรงเฟยมองมาก่อนหน้านี้ในทันที 


ร่างที่เดินออกมานั้น ทั่วทั้งตัวของมันสวมใส่ชุดสีดำสนิทที่ปกปิดทุกส่วนตามร่างกายอย่างมิดชิด จนดูคล้ายกับชุดของพวกกลุ่มโจรเสือดำที่พวกมันสวมใส่ก่อนหน้านี้ 


"มันรู้ว่าข้าอยู่ตรงนี้งั้นรึ?.." 


ร่างที่สวมใส่ชุดดำพรึมพรำขึ้นมาขณะสายตาจับจ้องไปยังทิศทางที่หรงเฟยจากไปในทันที 


โดยในน้ำเสียงของมันที่กล่าวออกมานั้น มันเป็นน้ำเสียงของบุรุษเพศอย่างแน่นอน  


ร่างชุดดำหรือชายชุดดำส่ายหัวไปมาเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอออกมาทันที 


"หึหึๆ! มันรู้แน่ชัด...ว่าข้าอยู่ตรงนี้ แต่ตัวมันก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนของข้า? ทำไมกัน!" 


ชายชุดดำพรึมพรำออกมาอย่างสงสัย เพราะช่วยไม่ได้ที่จะไม่ทำให้มันไม่สงสัย ในก่อนหน้านี้ ตัวมันก็อยู่ด้วยในตอนที่หรงเฟยกล่าวออกมา

"มี21คน.." 

ตัวมันได้ยินอย่างแจ่มชัด ทำให้ตัวมันตกใจเล็กน้อย 

แต่มันก็คิดว่าหรงเฟยน่าจะคาดเดาผิด เพราะไม่มีทางที่หรงเฟยจะรับรู้ถึงตัวตนของมันที่ใช้วิชาลบตัวตนในระดับสูงได้เป็นแน่ 


แต่หลังจากที่การต่อสู้สิ้นสุดลง หรงเฟยก็หันมามองในทิศทางที่ตัวมันแอบอยู่ ก่อนที่มันจะยิ้มออกมาและจากไปในทันที  


และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้มันสงสัยว่าทำไมหรงเฟยถึงไม่เปิดเผยตัวตนของมันกัน? 

แต่หลังจากที่ชายชุดดำครุ่นคิดอยู่สักพัก ตัวมันก็เลิกสงสัยในเหตุผลนั้น ก่อนจะมองไปหาศพรอบๆที่เหลือแต่เศษขี้เถ้าก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับหันหลังเดินจากไปในทันที.... 


........................................ 


(ผมจะใช้เวลาของไทยแทนนะครับ ย่ามจื่อ ยามอินอะไรนั้นมันเข้าใจยากเกิน ปวดหัว5555 แต่หากอยากให้ผมใช่พวกศัพท์แบบนั้นละก็ ผมคงต้องแต่งนิยายช้าแน่ๆ นั้นหมายถึงผมจะต้องลงนิยายช้ากว่าเดิมถึง 2-3 จากเวลาเดิมก็ช้าอยู่แล้วด้วย555555) 


........................................



ณ ด้านหน้าประตูขนาดใหญ่ของเมืองนภาสีคราม 


ด้านหน้าประตูเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังยืนเข้าแถวรอเข้าไปในเมืองกันอย่างคึกคัก  


ห่างออกไปจากหน้าประตูประมาณ500เมตร 


ปรากฎกลุ่มคนประมาณ8-9คนกำลังเดินตรงมาที่ทางด้านหน้าประตูกันอย่างไม่รีบร้อน 


กลุ่มคนพวกนี้คือกลุ่มของอู๋เหมยและหรงเฟยที่เพิ่งจะเดินทางออกจากป่าอสูรมาได้ไม่นาน 

พวกเขาใช้เวลาเกือบ3ชั่วยามในการเดินออกมาหลังจากที่จัดการกับกลุ่มโจรเสือดำเสร็จแล้ว  


และในทันทีที่ทุกคนเห็นประตูขนาดใหญ่และมีกำแพงที่ล้อมรอบอยู่นั้น 


พวกเขาก็ต่างมีความสุขเป็นอย่างมาก  

แต่จะมีก็เพียงหรงเฟยเท่านั้นที่ยังคงดูสงบนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยหากแต่ดูจากภายนอกเท่านั้น 


แต่ถ้าเกิดสังเกตุดีๆที่นัยย์ตาของมันละก็ 

จะสามารถเห็นถึงแววตาที่อาฆาตกำลังจับจ้องไปที่ด้านหน้าของประตูอยู่ของมันในทันที 


แต่ก็มีเพียงแค่แว๊บเดียวเท่านั้นก่อนที่แววตาอาฆาตของหรงเฟยจะพลันสลายไปเมื่อตัวมันได้ยินเสียงพูดขึ้นมา 


"ท่านหรง! พวกเรารีบไปกันเถอะ ข้าสามารถที่จะผ่านเข้าไปในเมืองได้โดยไม่ต้องเข้าแถวเลย!" 


อู๋เหมยกล่าวขึ้นมาขณะที่กลุ่มของนางรีบเดินไปทางด้านยามที่เฝ้าประตูทันที 


หรงเฟยเองก็เดินตามไปติดๆ จนเมื่อยามเฝ้าประตูเห็นกลุ่มของอู๋เหมยเดินมา ตัวมันก็ก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนกล่าวออกมา 


"คาราวะคุณหนูอู๋และคุณชายอู๋!" 


อู๋เหมยที่เห็นเช่นนั้นตัวนางก็พยักนางเบาๆก่อนจะพูดออกมา 


"ข้าต้องรีบพาท่านพี่ไปรักษา! ส่วนคนผู้นี้คือสหายของข้า!" 


ทันทีที่ยามเฝ้าประตูได้ยินคำกล่าวของอู๋เหมยนั้น 


มันก็มองไปที่ร่างของอู๋หลงที่อยู่บนหลังของอู๋กง ก่อนจะละสายตาไปจ้องมองร่างของหรงเฟยในทันที 


จากนั้น มันก็กล่าวออกมา 


"เชิญพวกท่านด้านในได้เลยขอรับ!" 


ตัวของยามเฝ้าประตูเมื่อเห็นว่าหรงเฟยที่มากับพวกของอู๋เหมย ตัวมันก็คิดว่าคงจะเป็นบุตรจะตละกูลใหญ่จากเมืองอื่นที่มาเยี่ยมชมเมืองนภาสีคราม 


มันจึงปล่อยผ่านไปในทันทีเพราะไม่อยากมีปัญหามากนัก 


"อืม!" 


อู๋เหมยพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินนำกลุ่มของตนเองและหรงเฟยเข้าไปในเมืองทันที






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 833 ครั้ง

1,986 ความคิดเห็น

  1. #1237 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:24
    ทำไมถึงจงใจปล่อยปลาตัวใหญ่ไปนะ
    #1237
    0
  2. #998 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 04:55
    ขอบคุณครับ
    #998
    0
  3. #712 hareming (@hareming) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 17:03
    <p>ผมชอบพระเอกแบบนี้เเหละไม่ใช่ช่วยเหลือคนอื่นของก็ไม่เอา</p>
    #712
    0
  4. #332 AmbusH08 (@AmbusH08) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:49
    จงใจปล่อยทำไมหว่าาา
    #332
    0
  5. #307 jjpp5678 (@Pear5678) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:29
    ขอบคุณจ้าาาา
    #307
    0
  6. #306 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:07
    สนุกดีครับ
    #306
    0
  7. #305 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:06
    ขอบคุณครับ
    #305
    0
  8. #304 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:01
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #304
    0