กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 271 : ความต้องการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    22 มิ.ย. 62

"ฮึก! อย่าเพิ่ง! ข้า....ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า!" 


เพียงแต่ทางหนิงฮวาที่ได้ยินก็ทำเพียงผ่อนแรงออกเท่านั้นแต่ไม่ได้ปล่อยกอดจากหรงเฟย เนื่องด้วยตอนนี้นางเองไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น และด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางรู้สึกอายไม่น้อยที่กระทำเช่นนี้ต่อหน้าหรงเฟย 


"ฮะๆ! อะไรกัน? เจ้ายังจะอายอีกหรือ!" 


หรงเฟยหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความขบขันอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเขาเองก็เคยเห็นมาแล้วทุกซอกทุกมุม ทำให้ไม่มีอะไรที่หนิงฮวาจะต้องอายเลยแม้แต่นิดเดียว 


"เจ้าบ้า! หันไปเลยนะ!" 


แต่ดูเหมือนว่าหนิงฮวาจะเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาเพื่อกลบเกลือนความเขอะเขินของตน ก่อนจะรีบหมุนตัวของหรงเฟยหันกลับหลังและกระโดดกลับขึ้นบนเตียงนอนพร้อมด้วยใช้ผ้าห่มปิดบังร่างกายทันที


"หึๆ! ดูเหมือนว่าเจ้าจะ..." 


หรงเฟยสัมผัสได้ว่าหนิงฮวากระโดดขึ้นไปบนเตียงแล้ว ตัวเขาก็รีบหันมายิ้มเจ้าเลห์ให้กับหนิงฮวา


"มะ...ไม่ใช่! เจ้าลามก!" 


หนิงฮวารีบถลึงตาใส่หรงเฟยด้วยใบหน้าแดงๆก่อนที่นางจะลุกขึ้นวิ่งตรงเข้าในห้องน้ำพร้อมผ้าห่มที่ปิดบังร่างกายอย่างรวดเร็ว 


"ฮะๆ! น่าช่างนักรักเสียจริงๆ!" 


หรงเฟยที่มองตามหนิงฮวาวิ่งเข้าห้องน้ำ ใบหน้าของเขาก็ปรากฎรอบยิ้มเล็กๆขึ้นมาอย่างมาความสุข 

พรึ่บๆ! 

แต่ในขณะนั้น ลำแสงสีดำและสีขาวก็พุ่งออกมาจากร่างของหรงเฟยก่อนจะกลายเป็นซวนจิงและหลงฉวนที่นั่งจ้องมองหรงเฟยอยู่บนเตียงด้วยสายตาเคืองๆทันที 


"เจ้านี่ลืมพวกข้าไปได้ยังไงกัน?" 


หลงฉวนกล่าวดังขึ้นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ เนื่องจากตั้งแต่ที่หรงเฟยมายังเมืองแห่งนี้ พวกเขาทั้ง2ก็ได้ออกมาจากร่างของหรงเฟยเพียงแค่ตอนไปทานอาหารกันแบบส่วนตัวเท่านั้น 


"ฮะๆ ข้าก็ตั้งใจว่าจะพาพวกท่านไปเลี้ยงฉลองสักหน่อย!" 


หรงเฟยที่ได้ยินก็หัวเราะตอบออกมาแห้งๆขณะใส่ชุดที่หยิบออกมาจากแหวนมิติเมื่อสักครู่ 


"หึ! แค่เลี้ยงอาหารมันยังไม่พอหรอกนะ! ข้าอยากได้อย่างอื่น!" 


แต่หลงฉวนยังมีท่าทีเช่นเดิม ถึงแม้หรงเฟยจะไถ่โทษด้วยการเลี้ยงอาหารก็ตาม 


"อย่างอื่นนี้คืออะไรกัน?" 


หรงเฟยจ้องมองหลงฉวนด้วยความสงสัย 


"หึหึ! ข้ารู้ว่าเจ้าจะบุกเดี่ยวไปจัดการกับราชวงศ์เจาใช่มั้ย?..." 


หลงฉวนตอบออกมาด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายเบาๆ


"ฮ่าๆ! ข้าก็คิดว่าเรื่องอะไร!" 


หรงเฟยที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างรู้ใจ เนื่องด้วยเขาเองพอจะคาดเดาได้แล้วว่าหลงฉวนต้องการอะไร 


"แต่นายท่าน! ในการประลองเมื่อวานนี้ ข้าสัมผัสได้ว่าพวกคนจากแดนบรรพชนนั้นแข่งแกร่งอยู่ไม่น้อย และหากพวกเขาเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย ข้าคิดว่าพวกเราจะลำบากอยู่นะ!" 


ซวนจิงที่เงียบอยู่สักพักก็กล่าวขึ้นเมื่อได้ยินว่าทั้งคู่จะบุกไปหาราชวงศ์เจา  


"เจ้าแมวโง่! เพียงแค่พวกอ่อนแอพวกนั้นไม่กี่คนคิดหรือว่าพวกมันจะมีปัญญาทำให้เราลำบาก?"


สิ้นเสียงของซวนจิง หลงฉวนก็กล่าวดังขึ้นด้วยความดูถูก เนื่องจากเวลานี้หลงฉวนมั่นใจในฝีมือของตนเองและหรงเฟยไม่น้อยว่าหากจัดการกับพวกดินแดนบรรพชนที่อยู่ด้วยเมื่อวานแค่10คน พวกตนเองก็สามารถจัดการพวกมันลงได้อย่างไม่ ลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว 


"หึ! เจ้าคิดหรือว่าหากจัดการกับพวกเขาแล้ว คนจากดินแดนบรรพชนจะไม่ส่งพวกที่มีฝีมือเข้ามาอีก?" 


เพียงแต่ซวนจิงก็กล่าวใช้เหตุผลขึ้นมาอีกครั้ง เพราะด้วยความคิดของเขาที่คิดว่าต่อให้สังหารคนพวกนี้ไปแล้วก็ตาม แต่แน่นอนว่าทางคนจากดินแดนบรรพชนจำต้องสงสัยและส่งคนที่มีพลังมากกว่ามาตรวจสอบอีก และด้วยเหตุนี้ พวกเขาก็จะไม่รู้เลยว่าคนที่ถูกส่งมามีระดับพลังเท่าใด ซึ่งเอาแน่ๆเลยก็คือ หากหรงเฟยใช้พลังทั้งหมดที่ตนเองมีแล้ว แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่อาจคาดเดาได้เช่นกันว่าหรงเฟยจะจัดการศัตรูได้หรือไม่


"อืม...ที่ท่านซวนจิงกล่าวมาก็จริง แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ต้องเกิดขึ้น เพราะด้วยราชวงศ์เจามันกล้าส่งคนมาลอบสังหารข้าก่อน และข้าก็มั่นใจว่าพวกมันจะไม่หยุดลงเพียงเท่านี้!" 


หรงเฟยพยักหน้าเบาๆขณะครุ่นคิดถึงเหตุผลที่ซวนจิงกล่าวขึ้นมา 


"ฮ่าๆ! แบบนี้สิถึงจะเป็นหรงเฟยที่ข้ารู้จัก!" 


หลงฉวนที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาดังลั่น เนื่องจากเขานั้นต้องการให้หรงเฟยทำแบบนั้นอยู่แล้ว ต่างจากซวนจิงที่ทำเพียงแค่ถอนหายใจกับตนเองเบาๆเท่านั้น แต่ก็พยักหน้ารับอย่างเตรียมพร้อมที่จะปะทะกับใครก็ตามที่เป็นศัตรูของหรงเฟยทุกเวลา 

หลังจากนั้น เมื่อหนิงฮวาออกมาจากห้องน้ำแล้ว พวกหรงเฟยและหลงฉวนก็หยุดคุยเรื่องราวนี้กัน ก่อนจะบอกหนิงฮวาว่าตนเองจะพาหลงฉวนและซวนจิงไปทานอาหารและเดินเล่นฆ่าเวลา เนื่องจากเวลาการเริ่มประลองนั้นค่อนข้างจะอีกเกือบราวๆ1ชั่วยามทำให้พวกเขาพอจะมีเวลาอยู่บ้าง  


"อืม..เช่นนั้นข้าจะไปด้วย!" 


เมื่อหนิงฮวาได้ยินเช่นยั้น นางก็พยักหน้าตอบตกลงก่อนจะขอไปด้วย และเมื่อพวกเขาตกลงกันได้แล้ว ทั้งหมดก็เดินตรงออกจากห้องพักไปตามเป้าหมายของตนเองในทันที 


.... 


ท่ามกลางตำหนักที่ถูกรายล้อมไปด้วยตำหนักเล๋กตำหนักใหญ่ ภายในห้องโถงของตำหนักแห่งนี้ปรากฎบุคคลผู้หนึ่งซึ่งแน่นอนว่าตัวเขานั้นคือจักรรพดิ์เจาที่หลายคนต่างให้ความเคารพและเป็นที่รู้จักกันดีกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่บนบัลลังค์ด้วยความโกรธแค้น 


"พวกเจ้าทำงานกันยังไง? แค่เด็กคนเดียวยังไม่มีปัญญาสังหารได้ทั้งๆที่ใช้พิษแทรกวิญญาณของข้าไปตั้ง3เม็ด!" 


ในขณะนั้น เสียงของจักรพรรดิ์เจาก็ดังขึ้นมาอย่างโกรธเกรี้ยว เนื่องจากข่าวมือสังหารที่ลูกน้องของตนส่งไปลอบสังหารหรงเฟยนั้นกลับถูกสังหารลงไป2คน ส่วนอีกหนึ่งก็หนีไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เพียงแต่ถ้าด้วยเหตุผลแค่นี้ ตัวเขายังนับว่าไม่โมโหเท่าไหร่ที่ลูกน้องของตนที่ส่งไปตกตายลง แต่ด้วยพิษแทรกวิญญาณที่ลูกน้องของตนเองมอบให้กับพวหมันไปถึง3เม็ด กลับถูกใช้ทั้งหมด ซ้ำยังไม่อาจสังหารเด็กหนุ่มได้ นี่จึงทำให้เขารู้สึกโกรธมากที่ตนเองต้องเสียพิษแทรกวิญญาณที่หาได้ยากยิ่งไปอย่างไร้สาระ 


"ขออภัยท่านจักรพรรดิ์! ข้าผิดไปแล้วขอรับที่ส่งคนไม่ได้เรื่องไปทำงานนี้!" 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

1,986 ความคิดเห็น