กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 236 : วิหคราชันย์หิมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 330 ครั้ง
    4 ก.พ. 62

"ข้ามั่นใจ!" 



แต่ทว่าลู่จินก็กล่าวตอบออกมาแทนหยางจุนด้วยท่าทางจริงจัง ทำให้ถูหยิงได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอลอะไรออกมาอีกเลย พร้อมด้วยทุกคนภายในห้องนี้ที่ปรึกษาหาลือกันเรื่องหรงเฟยต่อไป 


จนเวลาผ่านไปหลายชั่งยามพวกเขาทั้งหมดก็ได้แยกย้ายกันออกไปตามที่ของตนเอง ซึ่งทางหยางจุนและลู่จินนั้น พวกเขาถูกเชิญให้พักในกลุ่ม "เทพอาลัย" ก่อนเพื่อรอหรงเฟย และทางทั้ง2ก็ย่อมไม่ปฎิเสธน้ำใจ เพราะด้วยพวกเขาจำต้องรอหรงเฟยอยู่แล้วและไม่มีความคิดจะไปไหนพอดี... 


ณ ชั้นที่90  



"เฮ้อ...ไข่มุกแห่งธาตุในครั้งนี้เป็นธาตุแสงสินะ!" 



ในขณะนั้นบริเวณใจกลางของห้องโถงกว้างใหญ่ เสียงของเด็กหนุ่มผมสีดำ มีใบหน้าที่หล่อเหลาที่กำลังนั่งขดตัวอยู่กับพื้นก็ถอนหายใจดังขึ้นมาในทันที ซึ่งด้วยในตอนนี้เด็กหนุ่มผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกเสียจากผู้ที่กำลังถูกกล่าวขานในกลุ่มผู้คนทั่วทั้งหอคอย นั่นคือ หรงเฟย 


โดยที่หรงเฟยนั่นเพิ่งจะเสร็จจากการกลืนไข่มุกแห่งธาตุที่ตนเองเพิ่งจะได้รับมาจากการสังหารสัตว์อสูรระดับสวรรค์ขั้นที่8 2ตัวในชั้นที่90ลงได้ไม่นาน อีกทั้งระดับพลังของเขาในปัจจุบันก็คือ ระดับนภาขั้นที่8 และเพียงแค่ก้าวเดียวก็สามารถข้ามขั้นไปอยู่ในขั้นที่9ได้แล้ว เนื่องด้วยตลอดเวลา1เดือนที่ผ่านมาที่หรงเฟยขึ้นมาตั้งแต่ชั้นที่81นั้น 


หกรงเฟยสามารถจัดการสังหารสัตว์อสูรของทุกชั้นได้อย่างยากลำบาก เพราะด้วยสัตว์อสูรพวกนี้ต่างก็เป็นสัตว์อสูรระดับสูงมาก อีกทั้งยังมีจำนวนที่มากเกินกว่าที่เขาคาดคิด ทำให้หรงเฟยเกือบจะนำชีวิตของตนเองมาทิ้ง และหากไม่ได้วิชา "ดาราดับตะวัน" ของเขาช่วยไว้ถึง3 ครั้ง จึงทำให้หรงเฟยรีบเพิ่มพลังฝึกตนของตนเองอย่างบ้าคลั่งนั่นเอง



"ฮึ่ม! ตอนนี้สัตว์อสูรระดับ9ก็คงจะตึงมือข้าเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน พวกท่านคิดว่าข้าควรจะไปต่อดีหรือว่าเพิ่มพลังบ่มเพาะก่อนละ?" 



หรงเฟยกล่าวดังขึ้นมาอีกครั้ง ขณะถามความเห็นจากหลงฉวนและซวนจิงที่อยู่ภายในร่างของตนเอง 



'หึ! ไปต่อเลยสิ...เจ้าจะกลัวอะไร!' 



หลงฉวนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยปนความหงุดหงิดเล็กน้อย เนื่องด้วยตลอดเวลา1เดือนที่ผ่านมา ตัวเขาไม่ออกมาจากร่างของหรงเฟยเลยทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่เช่นกัน 



'นายท่านของข้าแข็งแกร่งอยู่แล้วขอรับ!'



ทางซวนจิงเองก็ไม่น้อยหน้าถึงแม้ว่าเขาจะกล่าวชมหรงเฟยออกมาก็ตามที แต่ลึกๆในใตเข้าก็อยากให้หรงเฟยรีบๆไปให้ถึงชั้นที่100ตามเป้าหมายสักที เพราะด้วยเวลานี้เขาเองก็มีความรู้สึกไม่ต่างจากหลงฉวนมากนัก 



"อ่า...เอาเช่นนั้นก็ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราค่อยไปพักกันที่ชั้น95เป็นเช่นไร!" 



หรงเฟยผงกศรีษะของตนเบาๆขณะกล่าวตอบออกมา  



'อืม เอาเช่นนั้นก็ได้/ขอรับ' 



จากนั้นเมื่อทั้งหลงฉวนและซวนจิงต่างก็เห็นด้วยกับความคิดของหรงเฟย ทำให้หรงเฟยไม่รอช้ารีบมุ่งตรงไปในชั้นต่อไปอย่างรวดเร็ว 


พรึ่บ! 


ทันทีที่หรงเฟยขึ้นมาอยู่ในชั้นที่91 ใบหน้าของเขาถึงกับเปลี่ยนแปลงไปเป็นรอยยิ้มเจือนๆอย่างรวดเร็ว 



"นี่...ข้าคิดว่ามันออกจะต่างจากชั้นที่แล้วๆมาไปสักเล็กน้อยนะ" 



หรงเฟยพรึมพรำออกมาเบาๆขณะสายตากวาดมองไปรอบๆด้วยท่าทีลำบากใจ 


เนื่องด้วยตอนนี้ห่างออกไปเบื้องหน้าดขาไม่ไกล ปรากฎกลุ่มของสัตว์อสูรหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับหมูป่า เสือ หมาป่า นกยักษ์ และอื่นๆอีกมากมายรวมๆกันแล้วพวกมันทั้งหมดมีมากกว่าพันตัว อีกทั้งในตอนนี้ที่หรงเฟยสัมผัสพลังของพวกมันได้นั้น ตัวที่ต่ำสุดอยู่ที่ระดับสวรรค์ขั้นที่7ที่มีอยู่ราวๆเกือบครึ่งนึงในกลุ่มอสูรเบื้องหน้า ส่วนอีกครึ่งนึงก็เป็นพวกระดับสวรรค์ขั้นที่8ทั้งหมด 


ยกเว้นเพียงตัวเดียวที่มีรูปลักษณ์ดั่งเหยีี่ยวขนาดยักษ์สีขาวที่ปีกคู่งามของมันนั้นกว้างถึงข้างละเป็นลี้ และด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่ล่วงหล่นลงมาจากปีกทั้ง2ข้างของมัน ทำให้หรงเฟยรู้ได้ทันทีว่ามันคืออสูรสายธาตุ อีกทั้งพลังของมันที่อยู่ในระดับสวรรค์ขั้นที่9 ทำให้หรงเฟยขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อมองที่แววตาของมันในทันที 



"หากมันมีมากถึงขนาดนี้! ข้าเกรงว่าข้าคงจะต้องลำบากแน่ๆเลย พวกท่านว่ามั้ย?" 



หรงเฟยพรึมพรำกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาๆ ขณะถามหลงฉวนและซวนจิงที่อยู่ภายในร่างของตน แต่ทว่าทั้ง2ตนนั้นกลับเงียบนิ่งไม่ได้ตอบอะไรกับมา ทำให้หรงเฟยถึงกับยิ้มไม่ออกเลยทีเดียว 



"เอาวะ! อย่างน้อยข้าก็ต้องสังหารมันลงได้แน่ๆ" "ดาราดับตะวัน" 



เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากหลงฉวนและซวนจิง หรงเฟยก็ตวาดออกมาเสียงดังลั่นเพื่อให้กำลังใจตนเองไปในตัว ก่อนที่เขาไม่รอช้าเปิดการโจมตีใส่กลุ่มอสูรนับพันเบื้องหน้าตนด้วยท่าที่แรงที่สุดของเขาทันที 


ตูมๆๆ 


ผ่านไปนานเกือบ2ชั่วยาม หนึ่งเด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ด้วยสภาพเหนื่อยหอบกำลังจ้องอมงไปทางเบื้องหน้าของตนด้วยท่าทีที่ซับซ้อน ห่างออกไปเบื้องหน้าของเขาไม่ไกลกลุ่มของสัตว์อสูรที่ก่อนหน้าเคยมีนับพันได้เหลือเพียงแค่สิบกว่าตัวแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้เกิดจากการที่หรงเฟใช้วิชา "ดาราดับตะวัน" เข้าช่วยทำให้การโจมตีของเขาในหนึ่งครั้งสามารถล้มสัตว์อสูรได้เกือบร้อยตัว 


ส่วนที่ยังเหลืออยู่ก็อยู่ในสภาพที่ล่อแล่เกินกว่าจะต่อสู้ด้วยไหว และมีเพียงตัวเดียวนั่นคือวิหคราชันย์หิมะอสูรที่มีพลังถึงระดับสวรรค์ขั้นที่9 ที่ยังคงสภาพของตนเองไว้เกือบสมบูรณ์ อีกทั้งแววตาของมันที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดกำลังจ้องมองหรงเฟยอยู่ราวกับว่าตนเองนั้นกำลังมองดูมดปลวกก็ไม่ปาน


ทำให้ทางหรงเฟยที่เห็นสายจาของมันรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่นัก เพียงแต่ด้วยสภาพในตอนนี้ของเขานั่นค่อนข้างที่จะอ่อนล้าจากการใช้วิชา "ดาราดับตะวัน" ที่มากไป ทำให้พลังปราณภายในร่างของเขาหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด  



"บัดซบ! ข้าไม่อาจสังหารมันลงได้แน่!" 



หรงเฟยสถบออกมาด้วยความเจ็บใจ  เพราะด้วยในตอนนี้ตัวเขารู้ดีว่าไม่อาจจะต่อกรกับวิหคราชันย์หิมะเบื้องหน้าได้เลย ทำให้เขารู้สึกสมเพชตนเองไม่น้อยที่จำต้องมาถึงทางตันในชั้นนี้ 


กี๊ซววววว! 


แต่ทว่ามีหรือที่วิหคราชันย์หิมะจะยอมอยู่นิ่งๆจ้องมองหรงเฟยอยู่อย่างเดียว เสียงกรีดร้องขู่คำรามของวิหคราชันย์หิมะพลันดังออกมากึกก้องข่มขวัญหรงเฟยที่อยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว 


โฮกกก! 

กร๊าซซซ! 


ทันทีที่เสียงของมันหยุดลง เสียงของสัตว์อสูรที่ก่อนหน้านี้อยู่ในสภาพล่อแล่พลันตั้งตัวตรงราวกับมีกำลังใจอะไรบางอย่างทำให้ให้พวกมันฮึดสู้ขึ้นมาในทันที



*ที่ไม่ได้ลงหลายวันเพราะติดปัญหาอยู่ที่กลุ่มหลักครับ กำลังคิดนิยายอยู่




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 330 ครั้ง

1,987 ความคิดเห็น

  1. #1728 EternalLight (@EternalLight) (จากตอนที่ 236)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:24
    Thank you
    #1728
    0