กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 109 : ในที่สุดก็ถึงสักที

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 730 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61

หลังจากที่ทั้งหมดออกเดินทางได้ไม่นาน ทุกคนก็มาถึงชั้นที่3ของหอคอยอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าระยะทางมันจะไกลมากในแต่ละชั้นที่ทุกคนจะต้องเดินทางไปหาประตูมิติตรงใจกลางของชั้นนั้นๆ

แต่ทว่าด้วยความที่ชุนเยี่ยมีสัตว์อสูรรับใช้ "วิหคสีชาด" ที่มีความรวดเร็วเกือบจะเทียบเท่ากับ "เหยี่ยววายุ" ของผู้อาวุโสหยวนเลย นั่นจึงทำให้การเดินทางของทุกคนรวดเร็วยิ่งขึ้นนั้นเอง 


"หรงเฟย! เจ้าอยู่สำนักเดียวกับหยางจุนไม่ใช่หรอ?" 


ในขณะนั้น บนหลังของ "วิหคสีชาด" ที่กำลังบินอยู่กลางเวหา เสียงของจื่อขงก็ดังถามขึ้นมา 


"หืม...เจ้าอยู่สำนัก "ตะวันเบิกอรุณ" เช่นนั้นหรือ?" 


เมื่อทุกคนได้ยินต่างก็สงสัยและหันไปมองทางหรงเฟย


"เอ่อ...ขอรับ! ข้าเป็นศิษย์ของสำนัก "ตะวันเบิกอรุณ" ที่เพิ่งจะเข้าได้ไม่นานมานี้!"


 หรงเฟยที่เห็นว่าไม่มีอะไรต้องปิดบังเรื่องนี้เพราะทุกคนดูเป็นมิตรแถมยังคุยง่ายคงไม่มีอะไรมันจึงกล่าวตอบออกมา


"โอ้ว...นี่เจ้าอย่างน้อยก็ต้องเป็นศิษย์สายในแล้วถึงจะเข้ามาในที่แห่งนี้ได้...!" 


ราวกับว่าเสียงตะโกนออกมาของหยางจุนปลุกระดมความคิดหนึ่งที่วิ่งแล่นเข้ามาในหัวของทุกคน ทั้งหมดหันไปมองหรงเฟยอย่างพร้อมเพียงก่อนจะถามออกมา 


"ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่?" 


เสียงของจื่อขงกล่าวถามออกมาอย่างหวั่นๆที่เต็มไปด้วยความสงสัย และทุกคนเองก็พยักด้วยความอยากรู้เช่นเดียวกัน 


"เอิ่ม...อีกไม่นานข้าก็อายุ16ขอรับ!" 


ราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวของทุกคน ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงที่รับรู้ว่าหรงเฟยอายุเท่าไหร่ 


"1...15งั้นหรือ?" 


จื่อขงอุทานออกมาอย่างตกใจ แต่ท่าทางของมันก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆมากนัก 


"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ขอรับ!" 


หรงเฟยได้แต่ยิ้มแห้งๆออกมาอย่างสงสัย เพราะมันเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้มีท่าทางแบบนี้เมื่อรู้ถึงอายุของมัน 


"เจ้าเข้ามาคนเดียว?" 


ชุนเยี่ยที่หายจากอาการตกตะลึงก็กล่าวถามออกมาอย่างรีบร้อน 


"ใช่ขอรับ! พอดีว่าข้าอยากจะเข้ามาฝึกฝนตนเอง ก็เลยเข้ามาคนเดียวขอรับ!" 


หรงเฟยกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่จริงๆแล้วสิ่งที่มันกล่าวออกมานั้นถูกเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น เพราะการมาที่นี่ของหรงเฟยนั้นคือทักษะวิชาชั้นที่100 

ตัวมันตั้งเป้าเอาไว้และไม่ว่ายังไงก็จะต้องคว้าเอามาให้ได้ ทำให้มันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่คิดถึงวิชาที่จะได้จากชั้นที่100มาครอบครอง 


"...!" 


แต่สิ่งที่หรงเฟยพูดออกมาเมื่อสักครู่ ทุกคนที่ได้ยินต่างนั่งเงียบจ้องมองมาที่หรงเฟยด้วยแววตาที่ซับซ้อนในทันที ทุกๆคนต่างคิดในใจราวกับทั้งหมดมีความคิดเดียวกันปรากฎถอยคำพูดขึ้นมา


'ไอ้นี่บ้าแน่ๆ!' 


เพราะการที่เด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง15ปี กลับต้องมาไต่หอคอยด้วยตัวคนเดียวเช่นนี้มันก็ออกจะเกินไปเสียหน่อย และอีกอย่าง ในหอคอยแห่งนี้มีน้อยคนนักที่มีอายุต่ำกว่า18ปีจะเข้ามาในหอคอยและยิ่งแทบจะไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว นั่นเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกัดดันที่จะทำให้ลำบากมากในการเคลื่อนไหว อีกทั้งยิ่งผู้คนที่เป็นโจรแอบจ้องปล้นอยู่ตามในป่ามากมาย นั่นจึงเป็นเหตุทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะเข้ามาภายในหอคอยคนเดียวเลย 


"เอิ่ม...มีอะไรหรือขอรับ?" 


หรงเฟยที่เห็นท่าทางของทุกคนก็ยิ่งทำให้มันสงสัยเพิ่มขึ้นไปอีกจึงอดที่จะถามอออกมาไม่ได้


"ไม่...ไม่มีอะไร!" 


ทุกคนได้แต่ส่ายหัวไปมาทันทีพร้อมทั้งกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ต่างกับจื่อขงที่ตอนนี้กำลังทำท่าทางครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่จะโพล่งกล่าวขึ้นมา 


"เจ้าสนใจเข้าร่วมกลุ่ม "ราตรีมรณะ" ของพวกข้ามั้ย?" 


ทันทีที่จื่อขงกล่าวจบ ทุกคนรีบหันไปมองทางจื่อขงเป็นตาเดียวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่บนใบหน้าของพวกชุนเยี่ยทั้ง3คนจะปรากฎรอยยิ้มและหันกลับไปมองทางหรงเฟย


"ใช่แล้ว! ในเมื่อเจ้ามาคนเดียว งั้นเจ้าก็เข้าร่วมกลุ่มกับพวกเราเลยสิ!" ลู่จินกล่าว 


"ความคิดไม่เลว! ดีซะอีกพวกเราจะได้มีเพื่อนเพิ่ม...!" ชุนเยี่ยผงกหัวตอบด้วยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน 


"ถามน้องเฟยก่อนมั้ยว่าเขาอยากจะเข้าร่วมหรือเปล่าไม่ใช่ยัดเยียดให้เขาแบบนี้! เป็นไง เข้าเลยมั้ยน้องเฟย!..." หยางจุนกล่าวขัดขึ้นมาก่อนจะหันไปกล่าวกับหรงิฟยด้วยรอยยิ้ม


ปั๊ป! โอ้ยย! "ไอ้บ้าหยางจุนอย่าเสียมารยาทสิ! ว่าไงน้องชาย! เจ้าจะเข้าร่วมกลุ่มกับพวกเรามั้ย?" จื่อขงที่ได้ยินหยางจุนกล่าวตัวมันก็ตบไปที่ศรีษะของหยางจุนเบาๆก่อนจะหันไปกล่าวกับหรงเฟยเช่นเดียวกับที่หยางจุนกล่าวเมื่อกี้ไม่มีผิด 


ปั๊ป! "โอ้ย ไอ้บ้าหยางจุน....อึก!" ในขณะนั้นก็มีมืออีกมือฟาดเข้าที่ศรีษะของจื่อขงในทันทีพร้อมทั้งจื่อขงที่สถบดังลั่นก่อนจะหันไปด่าคนที่ตบมันจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยโทสะก่อนหน้านี้พลันซีดเผือกลงอย่างรวดเร็วเพราะคนที่ตบศรีษะของมันเมื่อกี้หาใช่หยางจุนไม่ แต่เป็นชุนเยี่ยนั้นเอง 


"เลิกไร้สาระได้แล้ว! ข้าจะฟังคำตอบจากน้องเฟย!" 


ชุนเยี่ยถลึงตาใส่จื่อขงอย่างโมโห ทำให้จื่อขงก้มหน้าเงียบลงอย่างรวดเร็ว 


ฮ่าๆ ๆ ฮะ ฮะ!  


ทุกคนที่เห็นสภาพของจื่อขงได้แต่หัวเราะกร๊ากออกมาเสียงดังลั่นโดยเฉพาะหยางจุนที่ตอนนี้รู้สึกสะใจกับภาพตรงหน้าอยู่ไม่น้อย 


"ว่าไงน้องเฟย?" 


ชุนเยี่ยไม่สนใจอะไรนักก่อนจะกล่าวกับหรงเฟยต่อในทันที 


"เอิ่ม...เรื่องนี้! ข้าต้องขอโทษพวกท่านด้วยเพราะตอนนี้ข้าไม่มีความคิดจะเข้าร่วมกลุ่มกับใคร แต่ข้าจะขอนับพวกท่านเป็นพี่น้องจะได้หรือไม่?" 


หรงเฟยกล่าวตอบปฎิเสธอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้มหลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง หรงเฟยในตอนนี้ ตัวมันไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับใครเลย เพราะมันเองก็ไม่อยากจะเพิ่มปัญหาอะไรให้กับตนเองมากนักทำให้ตอนนี้มันจึงเลือกที่ปฎิเสธออกไป 


"ฮะๆ ๆ! ดี! เช่นนั้นข้าก็จะเป็นพี่ใหญ่ให้เอง!" 


หยางจุนที่ได้ยินพลันหัวเราะออกมาอย่างยินดีในทันที ถึงแม้ว่าหรงเฟยจะไม่เข้าร่วมกลุ่มกับพวกตน แต่นั้นก็ยังดีที่อย่างน้อยก็ได้น้องชายเพิ่มมาหนึ่งคน เพราะพวกมันรู้สึกถูกชะตากับหรงเฟยอยู่ไม่น้อยนั่นเอง


"ใช่! เจ้าไม่ต้องคิดมากพวกเราเองก็คิดว่าเจ้าเป็นน้องชายของพวกเราอยู่แล้ว!" 


ชุนเยี่ยกล่าวตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม ทุกคนก็พยักตอบรับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เพราะหลังจากที่ทุกคนได้รู้จักกับหรงเฟยมาถึงแม้จะแค่วันเดียว แต่นั้นก็พอที่จะทำให้ทุกคนได้รู้ว่าหรงเฟยเองก็เป็นคนที่น่าคบหาด้วยไม่น้อย 


และทั้งหมดจึงตัดสินใจยอมรับหรงเฟยเปรียบเวมือนน้องชายของตน


"ขอบคุณพวกท่านทุกคนมากขอรับ!" 


หรงเฟยยิ้มออกมาด้วยความยินดี เพราะตอนนี้ภายในใจของมันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาไม่น้อยและมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะทำให้หรงเฟยรู้สึกเช่นนี้ได้ โดยที่สำคัญเลยก็คือ ทุกคนที่อยู่เบื้องหน้าของมันยินดีที่จะรับมันเป็นน้องชายโดยไม่หวังผลประโยชน์เข้าตัวอะไรเลย นั่นทำให้มันรู้สึกชื่นชมทุกคน


"อืม..!" 


ทุกคนยิ้มตอบให้กับหรงเฟยก่อนจะเริ่มพูดคุยและหัวเราะกันต่ออย่างสนุกสนาน


หลังจากนั้นการเดินทางของทุกคนก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปใช้เวลา5ชั่วยามครึ่งในการเดินทาง แล้วหยุดให้ "วิหคสีชาด" หยุดพักเป็นเวลา2ชั่วยามครึ่ง แต่บางครั้งก็อาจจะมีพักนานขึ้นเล็กน้อย 


จนในที่สุดเวลาก็ผ่านไปถึง10วันจนตอนนี้ทั้งหมดก็เดินทางมากถึงชั้นที่40เรียบร้อยแล้ว ราวกับว่าภายใน10วันที่หรงเฟยอยู่กับกลุ่มของจื่อขงนั้นนานเป็นชาติ 


แต่นั้นก็ทำให้หรงเฟยรู้สึกดีไม่น้อยเพราะทุกคนค่อยๆสนิทกันจนเรียกได้ว่าหนาแน่นเลยทีเดียว และด้วยความที่ทุกคนเป็นห่วงหรงเฟยที่เพิ่งจะเคยขึ้นมายังชั้นที่สูงๆทำให้ทั้งหมดคอยตรวจสอบความผิดปกติของหรงเฟยเพราะยิ่งขึ้นมาชั้นที่สูงมากเท่าไหร่ แรงกดดันจะค่อยๆเพราะขึ้นทุกชั้น 


แต่ทว่าทุกคนก็ต้องประหลาดใจมากเพราะหรงเฟยกลับไม่แสดงอาการของความผิดปกติเลยแต่อย่างใด เพราะด้วยที่ทุกคนต่างก็ทราบกันดีว่าการที่จะขึ้นมาถึงชั้นที่30ได้นั้นมันไม่ง่ายเลย และยิ่งชั้นที่40นี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนที่มีพลังต่ำกว่าระดับปฐพีจะขึ้นมาได้ นั่นทำให้ทุกคนเริ่มที่จะสงสัย สับสน และงงงวยกับถึงระดับพลังของหรงเฟย แต่ทุกคนก็ไม่อยากที่จะถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้นักเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของหรงเฟย ทำให้ทุกคนเก็บคำถามนี้เอาไว้กับตัวก่อนจะค่อยๆลืมเรื่องนี้ไปโดยปริยาย 


"อ่า...ในทีสุดก็มาถึงแล้ว!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 730 ครั้ง

1,990 ความคิดเห็น

  1. #1303 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 16:24
    เริ่มล่าสมุนไพรเถอะ อิอิ
    #1303
    0
  2. #1161 cute-pukky (@cute-pukky) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 10:05
    สนุกมากๆๆ
    #1161
    0