กำเนิดราชันย์ดารา

ตอนที่ 101 : ฉายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11964
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 881 ครั้ง
    23 พ.ค. 61



โฮกกก! ตูมมม!


เสียงคล้ายระเบิดดังสนั่นขึ้นมาทันที หลังจากที่สัตว์ประหลาดสีดำปะทะเข้ากับพวกกลุ่มของเพ่ยหลานอิง ฝุ่นควันสีเทาดำเข้าปกคลุมเกือบจะทั่วทั้งบริเวณจนบดบังกลุ่มของเพ่ยหลานอิงอย่างรวดเร็ว


จนทำให้ทางด้านของหรงเฟยที่ยืนมองดูไปทางกลุ่มควันอยู่ ค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆพร้อมทั่งคลื่นพลังสีดำที่ปกคลุมตัวมันอยู่ก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆถูกดูดเข้าไปภายในตัวของหรงเฟย 


หลังจากนั้น หรงเฟยก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆพร้อมทั้งนัยย์ของมันก็กลับมาเป็นสีฟ้าครามสดใสดังเช่นปกติเช่นกัน


"ขออภัยท่านผู้อาวุโสหยวน!"


หรงเฟยประสานมือพร้อมโค้งตัวไปทางกลุ่มควันจนทำให้ทั่วทั้งลานประลองตกตะลึงกันทั่วหน้า


กลุ่มควันที่เข้าปกคลุมอยู่ค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ ก่อนจะปรากฎร่างของผู้อาวุโสหยวนหรือท่านเจ้าสำนักที่กำลังยืนเอามือไพร่หลังและยิ้มมาทางหรงเฟย


"ไม่เป็นไร! วันนี้เจ้าทำได้ดีแล้ว!"


บริเวญด้านหลังของเจ้าสำนักหยวนปรากฎร่างของกลุ่มเพ่ยหลานอิงที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนพื้นทุกคน


 จนภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างทำให้ผู้คนรอบๆสงสัยและไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงสลบไป  แต่ทุกคนต่างมั่นใจและคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า วิชาที่หรงเฟยใช้ออกมาเมื่อกี้ มันทั้งรุนแรงและทรงพลังมากที่แม้แต่วิชาประสานทั้ง3ของศิษย์หลักที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถที่จะต่อกรกับมันด้วยได้เลย


"การประลองในวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว! ผู้ชนะคือ หรงเฟย ขอเชิญทุกคนกลับไปพักผ่อนได้!"


ในขณะที่ทุกคนกำลังงุนงงกันอยู่นั้น 


 เจ้าสำนักหยวนก็กล่าวออกมาเสียงดังจนทำให้ทุกคนพากันลุกขึ้นยืนพร้อมทั่งทยอยออกไปอย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะเป็นคำพูดของเจ้าสำนักทุกคนจึงไม่กล้าคัดค้านอะไรมากนั้นเอง


หลังจากนั้นไม่นาน 


พวกผู้อาวุโสเสวี่ยก็เดินขึ้นมาบนเวทีประลอง ก่อนที่ผู้อาวุโสไป๋จะบอกให้คนของพวกเขา ให้พาพวกของเพ่ยหลานอิงไปรักษา


"ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ไป๋หยง เดี่ยวเจ้าไปจัดการเรื่องให้หรงเฟยเป็นศิษย์หลักให้เรียบร้อย แล้วพรุ่งนี้พาเขามาหาข้าด้วย!"


เจ้าสำนักหยวนหันไปกล่าวกับผู้อาวุโสไป๋ก่อนจะหันมายิ้มเบาๆให้หรงเฟย


"ขอรับ! เช่นนั้นข้าขอตัวลาขอรับ ไปกันเถอะ"


ผู้อาวุโสไป๋โค้งตัวลงรับคำสั่งก่อนจะหันไปหาหรงเฟยพร้อมกับชวนออกไปด้วยรอยยิ้ม


"ศิษย์หรงเฟยขอตัวลาขอรับเจ้าสำนักและรองเจ้าสำนัก!"


หรงเฟยโค้งตัวลงเล็กน้อยไปทางทั้ง2


"อืม...ไปเถอะ!"


เจ้าสำนักหยวนและผู้อาวุโสเสวี่ยพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนที่ผู้อาวุโสไป๋จะเดินนำหรงเฟยออกไป


หลังจากที่ทั้ง2จากไปแล้ว 


ตอนนี้ภายในลานประลองมีเพียงแค่เจ้าสำนักหยวนและผู้อาวุโสเสวี่ยเท่านั้น


"เมื่อกี้มันวิชาอะไรกัน?"


ผู้อาวุโสเสวี่ยเอ่ยปากถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่านางอยู่กัน2ต่อ2กับเจ้าสำนักหยวนแล้ว ตัวนางที่ไม่แม้กระทั่งสัมผัสได้ถึงระดับของวิชาของหรงเฟย และไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้นางอดที่จะสงสัยออกมาไม่ได้


"...ข้าไม่รู้!"


เจ้าสำนักหยวนส่ายหัวไปมาเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นมามองดูด้วยสายตาที่ซับซ้อน


"เจ้า...ตาเฒ่าทำไมมือเจ้าเป็นเช่นนี้!"


ทันทีที่ผู้อาวุโสเสวี่ยเห็นมือของเจ้าสำนักหยวน ตัวนางก็กล่าวออกมาด้วยความตกใจ เพราะในตอนนี้มือขวาของเจ้าสำนักหยวน ทั้งห้านิ้วต่างหักงอจนผิดรูปและมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก 


 แถมแขนเสื้อที่ขาดยังเผยให้เห็นร่องรอยของบาดแผลและกระดูกที่โผล่ออกมาจนดูน่ากลัวอยู่ด้วยเช่นกัน


"ข้าใช้มันป้องกันวิชาของหรงเฟย!"


เจ้าสำนักหยวนกล่าวออกมาด้วยแววตาที่สับสนขณะจมปักคิดถึงตอนที่ตัวเขาสะบัดมือใช้พลังปราณสลายวิชาของหรงเฟย


แต่ทว่าเจ้าสำนักหยวนกับคิดไม่ถึง เพราะเมื่อเขาที่มั่นใจระดับพลังของตนว่าหรงเฟยไม่สามารถที่จะทำอะไรแม้เพียงรอยขีดข่วนตนเองได้นั้น ทำให้เขาเกิดความประมาทวิชาของหรงเฟยขึ้นมาในทันที แต่ยังดีที่ตัวเขามีสติและไหวพริบที่ดี ทำให้เจ้าสำนักหยวนรีบงัดวิชาระดับ5ออกมาป้องกันได้ทัน ไม่อย่างนั้นตัวเขาต้องบาดเจ็บสาหัสมากกว่านี้อีกหลายเท่า 


และไม่ต้องพูดถึงศิษย์หลักอีก3คนแต่อย่างใด ที่พวกเขาสลบไปเป็นเพราะแรงกดดันของเจ้าสำนักหยวนตอนที่ป้องกันพลังของหรงเฟยนั่นเอง 


หากเจ้าสำนักหยวนไม่เข้ามาป้องกันเอาไว้ละก็ เป็นที่แน่นอนเลยว่าทั้ง3คนไม่มีชีวิตรอดแต่อย่างใด


"เจ้าอย่าบอกนะว่าวิชาของเจ้าหนูนั่นถึงขนาดทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บขนาดนี้เลย!"


ผู้อาวุโสเสวี่ยกล่าวออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเองนัก นางที่มั่นใจว่าหรงเฟยไม่มีทางที่จะสามารถสร้างบาดแผลให้กับเจ้าสำนักหยวนได้อย่างแน่นอน 


 เพราะระดับพลังมันยังห่างกันอีกไกล เพียงต่อให้เจ้าสำนักหยวนใช้แค่มือเปล่าๆ ผู้ที่อยู่ในระดับนภาขั้นต้นก็ไม่สามารถที่จะสร้างแม้รอยขีดข่วนให้กับเขาได้เลย แต่หรงเฟยกับมีพลังเพียงระดับวิญญาณขั้นที่8 ไหนเลยจะไปทำเช่นนั้นได้


"อืม..."


เจ้าสำนักหยวนพยักหน้าตอบเบาๆ ทำให้ผู้อาวุโสเสวี่ยตกตะลึง ก่อนที่นางจะได้สติและพาเจ้าสำนักหยวนไปรักษาบาดแผลที่ห้องของตนเองอย่างรวดเร็ว 


และเรื่องนี้ก็ถูกปิดเป็นความลับระหว่าง2คน เพราะหากมีผู้ใดรู้ว่าเจ้าสำนักหยวนบาดเจ็บเพราะเด็กหนุ่มอายุ15 นั่นไม่ใช่เรื่องดีทั้ง2ฝ่ายแน่นอน


.......................


ตัดมาที่หรงเฟย 


หลังจากที่หรงเฟยเดินตามผู้อาวุโสไป๋มาไม่นานเท่าไหร่ 


ในที่สุด ตัวมันก็มาหยุดยืนที่หน้าบ้านหลังใหญ่แห่งหนึ่งที่อยู่ในเขตของศิษย์หลัก


"เอิ่ม...ผู้อาวุโสไป๋ขอรับ! ข้าอยากจะขอตราสัญลักษณ์ประจำตัวของข้าหน่อยจะได้หรือไม่ขอรับ!"


หรงเฟยกล่าวถามออกมาขณะหันหน้าไปมองที่ผู้อาวุโสไป๋


โดยหรงเฟยต้องการที่จะได้ตราสัญลักษณ์ประจำตัวเพื่อเอาไปใช้ในหอคอย เพราะมันเองก็แทบจะอดทนรอเกี่ยวกับเรื่องนั้นไม่ไหวแล้วเช่นกัน


"อืม...เอาเป็นพรุ่งนี้ละกัน และนับตั้งแต่นี้ไป บ้านหลังนี้คือของเจ้า และเรื่องของศิษย์หลัก ข้าจะให้หลี่เฟิงมาบอกเจ้าเอง! ข้าขอตัวก่อน"


ผู้อาวุโสไป๋พยักหน้าตอบเบาๆก่อนจะหันหลังและรีบเดินออกไปด้วยความรีบร้อน


"ขอบคุณขอรับผู้อาวุโสไป๋"


หรงเฟยกุมมือประสานขึ้นขอบคุณในทันที ก่อนที่มันจะเดินเข้าไปภายในบ้านเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว


โดยบ้านหลังนี้ของหรงเฟย เป็นบ้านหนึ่งชั้นที่มีพื้นที่กว้างขว้าง  และตั้งอยู่ห่างจากพื้นที่ที่อยู่อาศัยของผู้คนมากแม้กระทั่งของพวกศิษย์หลักด้วยกันเอง 


แต่ที่น่าประทับใจก็คือความสงบแถมยังมีตึกที่ห่างออกไปไม่ไกลอยู่ด้วยและที่นั่นก็คือที่ๆพวกของเจ้าสำนักอาศัยอยู่ ทำให้หรงเฟยชอบบรรยากาศแบบนี้ไม่น้อย


หลังจากที่หรงเฟยเข้ามาภายในบ้านแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ต่างมีมากกว่าของศิษย์สายในอย่างชัดเจน 


ที่แม้แต่กระทั่งของเล็กๆน้อยก็แทบจะมีให้เห็นเลยด้วยซ้ำ ทำให้ภายในบ้านหลังนี้ช่างสะดวกสบายยิ่งนัก แต่หรงเฟยเองก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่ เพราะมันเองที่เหนื่อยจะการประลองเนื่องจากวิชา "ดาราดับตะวัน" ที่ใช้ออกมา แทบจะทำให้พลังปราณภายในร่างของมันเหือดแห้งจนหมด


หรงเฟยไม่รอช้าหยิบเม็ดยา "ฟื้นฟูพลัง" ระดับสูงออกมา2-3เม็ด ก่อนจะโยนเข้าปากและเริ่มฟื้นฟูพลังของตนเอง


และหรงเฟยเองก็หารู้ไม่ว่า หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกลับไปแล้วในตอนที่เสร็จสิ้นการประลอง 


 ชื่อเสียงของหรงเฟยต่างดังขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ภายในสำนักแห่งนี้แทบจะไม่มีคนที่ไม่เอ่ยถึงชื่อของหรงเฟยเลย และยิ่งทุกคนเองต่างเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้กับคนที่ไม่ได้มาดู พร้อมทั้งแต่งสีเติมไฟลงไปมากมายจนเรื่องมันก็ค่อยๆบิดเพี้ยนไปเล็กน้อย 


แต่ทว่าทุกคนก็ต่างประจักษ์แก่สายตาแล้วแน่ชัดว่าหรงเฟยสมควรที่จะเป็นศิษย์หลักของสำนัก "ตะวันเบิกอรุณ" แห่งนี้โดยที่ไม่มีใครคัดค้านแม้แต่คนเดียว 


ก่อนที่จะมีบางคนเริ่มตั้งฉายาให้หรงเฟยว่า "ปีศาจลึกลับ" บ้างก็ "อสูรสีดำ" บ้างก็ "มารน้อย"

แต่สิ่งที่โด่งดังและถูกใจทุกคนที่สุกก็คือฉายา "อสูรแห่งดารา" ซึ่งฉายานี้มีที่มาเนื่องจากวิชาที่หรงเฟยใช้ในตอนจบการต่อสู้ และมีบางคนที่ได้ยินแว่วๆว่า "ดารา" อะไรสักอย่างพร้อมทั้งนำสัตว์ประหลาดสีดำที่ดูราวกับมีชีวิตมาผสมปนเปก็จึงออกมาเป็น "อสูรแห่งดารา" อย่างที่ทุกคนเข้าใจ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 881 ครั้ง

1,986 ความคิดเห็น

  1. #1296 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 15:07
    เป็นวิชาที่ร้ายกาจขนาดเจ้าสำนักหยวนยังได้รับบาดเจ็บเลย
    #1296
    0
  2. #1071 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 10:39
    ขอบคุณครับ
    #1071
    0
  3. #899 sirapapha92 (@sirapapha92) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 19:02
    ขอบคุณคะ
    #899
    0
  4. #898 amporn (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 13:47
    ขอบคุณค่ะ
    #898
    0
  5. #897 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 13:06
    ขอบคุณครับ
    #897
    0
  6. #896 makototipzall (@makototipzall) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 12:48
    สนุกมากคะ
    #896
    0