The Seoul's Eyes [Kookv]

ตอนที่ 8 : [OS] Come Back Home (Halloween Edition)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    26 ต.ค. 63





‘My legs went weak

My head spinning

Pinched myself to

Make sure I'm not dreaming’

(Song: November - PatrickReza)

 

          กริ๊ง

          กระดิ่งเหนือประตูกระจกใสของร้านอาหารเล็กแห่งหนึ่งย่านกวางจูส่งเสียงยามเจ้าของร่างสูงโปร่งผลักบานประตูเข้ามาในร้าน เสียงครึกครื้นของผู้คนยังทำให้ย่านนี้คึกคักและน่าเที่ยวอยู่เสมอ ยิ่งในเวลาย่ำค่ำเช่นนี้ร้านค้ามากมายต่างก็เปิดไฟแสงสีสดใสแข่งกันเรียกลูกค้าเข้าร้านตนกันใหญ่ เป็นแบบนี้แล้วจะให้พลาดความสนุกไปได้อย่างไรกัน

          คิม แทฮยองใช้เรียวนิ้วยาวคีบเอาก้านอมยิ้มในปากออกก่อนจะเขย่งชะเง้อมองหากลุ่มเพื่อนที่นัดเขามาในวันนี้ ไม่ทันไรใครบางคน ณ มุมหนึ่งของร้านก็ชูมือขึ้นโบกเป็นสัญญาให้เดินไปหา เห็นดังนั้นเจ้าตัวก็ยกยิ้มมุมปาก ยัดอมยิ้มกลับเข้าไปดูดความหวานเล่นอีกครั้งพร้อมๆกับที่ขากำลังสาวเท้าไปที่โต๊ะ

          ไง ไอน้องนัมจุนรุ่นพี่ที่อายุห่างกันสองปีเอ่ยทักทันทีที่แทฮยองแทรกตัวผ่านผู้คนไปถึง ก่อนจะยกยื่นแก้วค็อกเทลแก้วหนึ่งจากโต๊ะให้แล้วเอียงหัวไปทางซ้ายเป็นเชิงบอกให้นั่ง

          อ้อ ไม่เป็นไร ผมนั่งข้างจีมินตรงนี้ดีกว่าแต่แล้วเด็กหนุ่มก็ปฏิเสธน้ำใจรุ่นพี่แล้วทิ้งตัวลงข้างเพื่อนสนิทอยากปาร์ค จีมินเสียแทน

          ครบแล้วหนิ มึงเริ่มเลยรุ่นพี่ตัวขาวอีกคนพูดพร้อมกระทุ้งศอกเข้าสีข้างของเพื่อนหัวส้มที่นั่งถัดไปอย่างไม่จริงจังมากนัก เห็นดังนั้นโฮซอกจึงค่อยหยิบเอากล้องโกโปรขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าทั้งหมดเจ็ดอันแจกให้พวกเขาในกลุ่มตามจำนวนคน แน่นอนว่ารุ่นน้องทั้งสามอย่างแทฮยอง จีมิน และจองกุกที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวนั้นทำได้เพียงนั่งเป็นไก่ตาแตกท่ามกลางวงเหล้าของรุ่นพี่

          ไหนๆก็จะวันฮาโลวีนแล้วกูว่าเราก็ควรจะทำอะไรเป็นการต้อนรับสักหน่อยรุ่นพี่หัวส้มโครงหน้าเหมือนม้าเริ่มก่อนจะอธิบายรายละเอียดอื่นๆต่อ

          ห่างออกไปจากตรงนี้เกือบยี่สิบนาทีคือโรงพยาบาลร้างที่ถูกเล่าขนานนามมาปากต่อปากถึงความหลอนที่ผู้คนแถวนั้นเจอ ฉันรู้ว่าพวกนายอาจจะไม่เคยได้ยิน แต่มันก็เป็นที่พูดต่อในคนหมู่มาก

          โรงพยาบาลอะไรหรอครับเยาวชนอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นถามด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา โดยที่ยังไม่ทันได้รู้ประเด็นหลักของเรื่อง และนั่นทำให้คิม ซอกจินที่แฝงตัวอยู่ในมุมมืดแสยะยิ้ม

          โรงพยาบาลจิตเวชกนเจียม แต่พูดไปนายก็ไม่รู้จักหรอกจองกุก ของแบบนี้ถ้าไม่แสวงหาจริงๆอาจไม่มีวันได้ยินเลยด้วยซ้ำโฮซอกอธิบายคร่าวๆรุ่นน้องตัวเล็กก่อนจะพากลับเข้าประเด็นสำคัญ

          เดี๋ยวฉันจะแชร์โลเคชั่นให้ทุกคน แล้วสองทุ่มครึ่งเราไปเจอกันที่นั่น เก็บกล้องไว้ดีๆล่ะเดี๋ยวเราต้องใช้มัน อ้อจริงสิ ที่สำคัญอย่าลืมใส่ชุดดีๆล่ะ อ่าฉันควรพูดยังไงนะ

          แต่งเป็นผีมาแค่นั้นแหละมิน ยุนกิพูดเสริม

          ก็ตามนั้น มีอะไรจะถามไหม เพราะหลังจากนี้กว่าจะเจอกันก็อีกเกือบชั่วโมง

          ที่ให้เราแต่งผีนี่เพราะมันใกล้วันฮาโลวีนแค่นั้นเลยหรอเป็นจีมินที่ถามออกไปด้วยเสียงเนือยๆ ฟังดูก็รู้ว่าเจ้าตัวรำคาญแค่ไหนกับการแต่งตัวแต่งหน้าเป็นผีต่างๆ คงจะเพราะประสบการณ์โดนแกล้งจากปีที่แล้วเสียด้วยกระมัง ถึงทำให้เด็กหนุ่มไม่ค่อยสนใจการแต่งหน้าแต่งตัวเท่าไหร่

          ก็ไม่รู้สินะจีมิน แต่ฉันว่าเราก็ควรเซฟไว้ก่อน เรื่องเล่ามันก็มีมากมาย เว้นแต่ว่า…”

          อะไรครับ

          นายอยากจะเป็นเหยื่อคนแรกยังไงล่ะ ฮ่าๆ

          โถ่ ฮยองก็

          หลังจากนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระต่างๆนานาเสร็จ สามหนุ่มรุ่นน้องก็ขอปลีกตัวออกมาจากกลิ่นเหล้าหลายยี่ห้อที่คละคลุ้งฟุ้งทั่วอยู่เต็มร้าน ก็ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ของคิมแทฮยองเด็กติดอมยิ้มกับปาร์คจีมินหนุ่มล่อสาวจะดูแย่เท่าไหร่ พวกเขาก็ยังไม่ขอไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขในวัยนี้ พวกรุ่นพี่นั่นจะทำอะไรก็เชิญเถอะ อายุจะเกินสิบแปดกันทุกคนแล้ว

          ทันทีที่ร่างทั้งสามเดินพ้นประตูร้านมาได้แทฮยองก็ได้ฤกษ์ถีบปาร์คจีมินกระเด็นออกไปจากสายตา ก่อนจะเดินกระโดดอย่างอารมณ์ดีไปหาจองกุกที่ยืนทำหน้าใส่ซื่ออยู่เหมือนเดิม แต่ก็อย่างว่าแหละ หน้าตาไร้ภัยแบบนี้คิมแทฮยองชอบเป็นไหนๆ ร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่พลันก็เอื้อมมือไปคล้องคอคนเด็กไว้ก่อนจะพาเดินกลับไปตามถนนแคบที่มีเพียงไฟสลัวๆส่องมาจากเหนือหัว

          แหม ได้ทีแล้วก็เอาใหญ่ ฉันมันกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้วเพื่อนสนิทว่าก่อนจะแกล้งเดินตุ๊บป่องราวกับว่ามันจะทำให้ตัวเองดูน่าเอ็นดูขึ้น

          ไปไกลๆหน่า นายก็รู้ตัวดี

          วันนี้ให้ฉันไปค้างที่ห้องด้วยเถอะ สัญญาจะไม่หิ้วใครกลับ นะๆแทฮยองอ่า

          เสียใจด้วยนายปาร์ค วันนี้ฉันจะไปกับคุณจอนเขาแทฮยองตอบกลับอย่างยียวนก่อนจะเอนหัวซับไหล่กว้างของรุ่นน้องที่จู่ๆใบหน้าอ่อนวัยก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

          หึ เสียอาการน่ารักไปรึเปล่าจอน จองกุก

          แต่จริงๆผมว่าให้จีมินฮยองไปด้วยกันก็ดีนะครับ จะได้ไม่เหงาไง

          เห็นมั้ย เด็กนี่ยังไม่ว่าอะ-โอ๊ยพลันยังไม่ทันได้จบประโยคเจ้าของผมดำที่เพิ่งย้อมกลับอย่างจีมินก็ต้องร้องโอ๊ย เพราะแรงที่กระแทกเท้าเขามาจากแทฮยองน้อยที่ไหน ซ้ำยังขยี้ทับอีกเป็นการปิดปาก จนตอนนี้สีหน้าเขาคงไม่ต่างอะไรจากคนที่เพิ่งโดนเล่นงานจุดสำคัญเลย

          จองกุกอ่า ไหนสัญญาแล้วไงว่าจะให้ฉันไปค้างแค่คนเดียว ฉันว่ามันไม่น่าเหงาหรอก แต่ถ้าเอานายนี่ไปนี่สิ…” เจ้าตัวเว้นระยะห่างก่อนจะปรายตาหันกลับไปมองเพื่อนสนิทอีกครั้งอย่างกวนๆ ก็แทฮยองน่ะรู้ดีว่าเมื่อไหร่แล้วกับใครที่เขาควรใช้เสน่ห์ด้วย แล้วกับใครที่ต้องใช้ไม้ตาย

          เออๆ พวกนายไปกันเถอะ แต่ยังไงถ้าจะออกมาโทรมาบอกกันก็ดี ฉันไม่อยากไปที่แบบนั้นคนเดียว

 

 

          ไม่ทันที่เจ้าของห้องจะได้เดินเข้ามาเปิดไฟ แขกคนพิเศษอย่างแทฮยองก็ถือวิสาสะแทรกตัวผ่านประตูเข้ามาสำรวจห้องรุ่นน้องเอาเองก่อนเสียแล้ว และมันดีเอามากๆที่วันนี้โชคดันเข้าข้างเขาเพราะพ่อแม่ของจองกุกเองดันมีงานที่ต่างจังหวัดพอดี เหมาะเจาะกับเวลาที่กลุ่มเขาจะหาอะไรสนุกๆทำกันเสียหน่อย

          ก็อย่างว่าวันนี้มันเป็นวันของเขา

          ร่างสูงของจองกุกเปิดไฟแต่ละดวงในห้องก่อนจะตามคนพี่เข้าไปในห้องตัวเอง ไออาการขัดเขินมันก็มีอยู่บ้างอยู่แล้ว แต่หลังจากที่รู้ว่าวันนี้รุ่นพี่อย่างแทฮยองจะมาจองกุกก็จัดการเก็บกวาดของให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ตั้งแต่เช้า อาจจะมีบ้างที่โปสเตอร์บนผนังของเขายังเป็นตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบอยู่จนอาจดูไร้สาระ แต่ถึงอย่างนั้นอีกคนก็ยังเข้าใจว่าจอนจองกุกน่ะ เป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆของเขา

          ว้าว ห้องสะอาดกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะ คิดว่านายเป็นพวกคลั่งฟิกเกอร์การ์ตูนซะอีกเด็กหนุ่มแอบอมยิ้มให้กับคำชมนั้น ก่อนจะจับหัวไหล่มนทั้งสองข้างของคนแก่ว่าแล้วดันไปยังอีกมุมหนึ่งของห้องที่มีตู้กระจกสะสมฟิกเกอร์ของเขาตั้งอยู่

          นี่ไงครับ ของรักของหวงของผมเลยนะเขาเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ

          แล้วฉันดูได้รึเปล่าเป็นแทฮยองที่เอี้ยวตัวหันมาถามด้วยสายตาที่คาดหวังคำตอบ ดวงตาสีเฮเซลนัทที่ขลับให้ใบหน้ายิ่งดูสวยขึ้นไปใหญ่กับเส้นผมที่ถูกย้อมให้เป็นบลอนด์ทองจ้องลึกเข้ามาหาจองกุกจนเสี้ยววินาทีหนึ่งเด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนว่าจะยืนไม่ไหว

          ก็ สสำหรับฮยองดูได้ทุกตัวเลยครับ แค่อย่าทำมันตกเป็นพอได้ยินแบบนั้นแทฮยองก็ยิ้มร่าใหญ่ก่อนจะรีบหันไปสนใจฟิกเกอร์หุ่นตัวการ์ตูนญี่ปุ่นทีละตัว แน่ล่ะสมัยที่เขาอายุเท่าจองกุกหรือเด็กกว่านั้นไม่เห็นจะเคยได้ครอบครองของแบบนี้ ไล่นิ้วสัมผัสหุ่นตัวเล็กทีละตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ จนช่วงหนึ่งของลมหายใจก็พลันติดขัดเมื่อหางตาดันไปจับภาพรุ่นน้องตัวดีที่แอบมองเขาอยู่ใกล้ๆได้

          จะเอาแต่ยืนมองฉันอย่างเดียวหรือไง

          เปล่าสักหน่อยนะครับ แค่ เอ่อ ตอนฮยองสนใจอะไรแบบนี้แล้วมันน่ามองมาก-”

          ส่วนท้ายของประโยคถูกกลืนลงท้องไปทันทีที่รุ่นพี่ร่างบางโน้มใบหน้าเข้ามาประกบจูบ ริมฝีปากนุ่มยุ่นที่สัมผัสเข้าที่อวัยวะส่วนเดียวของเขา พลันความรู้สึกบางอย่างในท้องก็วูบวาบอย่างบอกไม่ถูก จอน จองกุกได้แต่ยืนนิ่งแข็งเป็นหินไม่กล้าขยับเมื่อรุ่นพี่ที่แอบชอบดันกลายมาเป็นจูบแรกของเขาเสียได้ แต่ความเกร็งนั้นก็ค่อยๆหายไปยามคนตรงหน้าส่งมือเอื้อมมาคลึงท้ายทอยเขาเบาๆ และแล้วก็เป็นจองกุกที่ขยับเข้าหาแทฮยองแล้วเลื่อนมือไปโอบเอวเล็กไว้ ลองผิดลองถูกเอียงใบหน้าหาองศาที่พอเหมาะก่อนที่แทฮยองจะยกมือขึ้นคล้องลำคอแกร่งของรุ่นน้องบ้าง สัมผัสเนิบนาบที่ในคราแรกเป็นเพียงจูบธรรมดา ณ บัดนี้แทฮยองก็ได้แสดงให้จองกุกเห็นแล้วว่าจริงๆเขาปรารถนาสิ่งใด รุ่นน้องภักดีก็ถือโอกาสเผยอริมฝีปากออกให้อีกคนได้เข้าไปลิ้มลองด้านใน หยอกล้อกับปลายลิ้นซนที่ยังทุลักทุเลในการจูบ ไล่ซับหยาดน้ำหวานตามมุมปากก่อนจะกลับมาบดจูบอีกครั้ง ขบเม้มซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งจองกุกทำบางอย่างที่ทำให้แทฮยองคนมากประสบการณ์ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

          อ้ะ

          ฝ่าเท้าเปลื่อยเปล่าเล็กพลันก็ลอยขึ้นจากพื้นยามรุ่นน้องตัวสูงที่แม้จะส่วนสูงไล่เลี่ยกับเขาแต่แทฮยองน่ะจัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่ตัวเล็กกว่ามาก ทั้งผอมบางและไร้กล้ามเนื้อ มันจึงเป็นการง่ายนักที่จองกุกจะจับคนตรงหน้าอุ้มขึ้นมาอย่างง่ายๆ เป็นดังนั้นคนเป็นพี่ก็ขยับกระชับขาทั้งสองข้างขึ้นเกี่ยวเอวหนาของรุ่นน้องน่ารักเอาไว้ คล้องแขนทั้งสองข้างเข้าที่ลำคอดังเดิมก่อนจะโน้มหน้าประชิดอีกครั้ง เด็กหนุ่นประคองร่างรุ่นพี่ตัวเล็กบนตัวไว้อย่างดี ใช้มือรองบั้นท้ายกลมกลึงทั้งสองข้างไว้รับจูบเร่าร้อนที่อีกคนส่งมา ในขณะที่ก็เดินพาตัวเองและคนในกอดไปยังโซฟากลางห้องเช่นกัน

          ก็จอน จองกุกน่ะ ใสซื่อให้แค่แทฮยองเอ็นดูเท่านั้นแหละ

          เป็นจองกุกที่เอนตัวเองลงนั่งบนโซฟาปล่อยให้รุ่นพี่เจ้าของใบหน้าสวยนั่งคร่อมป้อนจูบอยู่บนตัวเขา เสียงเฉอะแฉะดังกึกก้องไปทั้งห้อง ทว่าในเวลาที่ความรุ่มร้อนในตัวกำลังพุ่งพล่าน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะทุกสิ่งเสียก่อน

          แทฮยองรีบผละออกมาอย่างตกใจไม่ทันได้ตั้งตัว เห็นดังนั้นไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเวลาป่านนี้เจ้าของสายจะเป็นใคร เตรียมลุกออกจากตักแกร่งของรุ่นน้องแต่แล้วก็ถูกแขนรวบเข้าที่เอวคอดรั้งไม่ให้ไปไหน รุ่นพี่ตัวบางถึงได้ยกยิ้มขึ้นมาอย่างชอบใจ

          จีมินแน่ๆเขาเอ่ยก่อนจะนั่งมองใบหน้าอ่อนเยาว์ทว่าคมคายของจองกุกท่ามกลางแสงไฟสลัวๆเอื้อมไปหยิบมือถือขึ้นมาตอบปลายสาย

          ฮัลโหลครับ อ่าครับผม ฮ่าๆขอโทษจริงๆครับ ผมคงยืนโชว์ฟิกเกอร์ให้ฮยองเขานานไปหน่อยจนลืมดูเวลาได้ยินเช่นนั้นเจ้าของผิวสีแทนก็ยกยิ้มอีกครั้งเอนตัวพิงอกรุ่นน้องช้อนตาออดอ้อนอย่างน่ารัก เฝ้ามองสันกรามของคนเด็กกว่าไล่นิ้วเกลี่ยช้าๆจงใจแกล้ง

          อย่าได้ครับๆ จะพาไปเดี๋ยวนี้ จีมินฮยองเดินมารอหน้าบ้านผมเลยก็ได้ โอเคครับ

          ว่าจบสายก็ถูกวางไปก่อนที่ข้อมือเล็กจะถูกรวบไว้อย่างเร็วพร้อมสายตามีนัยที่เด็กหนุ่มส่งมาให้ ซ้ำยังดึงมือไปมอบจุมพิตเบาๆ อุ้มร่างรุ่นพี่ขึ้นอีกครั้งก่อนจะปล่อยลงพื้นเมื่อถึงเวลา

          จองกุกอ่าแต่ระดับแทฮยองแล้วมีน่ะหรอที่จะยอมง่ายๆอยู่ฝ่ายเดียว

          ไปเถอะครับ เดี๋ยวคนอื่นรอนาน

          ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี แทฮยองเดินไปหยิบสเวตเตอร์ตัวสีเทาที่เผลอถอดทิ้งไว้ตอนไหนก็ไม่รู้แถวตู้ฟิกเกอร์ที่รุ่นน้องพาละออกมา จับสวมอีกครั้งก่อนจะดึงฮู้ตขึ้นคลุมหัวเพราะอากาศหนาวของคืน แต่แล้วยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาออกจากห้อง เสียงแตกหนุ่มที่ทั้งทุ้มและแหบของจองกุกก็เรียกให้กลับไปสนใจอีกครั้ง

          แน่ใจหรอครับว่าพวกเราจะไม่แต่งผีไปน่ะรุ่นพี่ร่างบางยิ้มร้าย ใช้ลิ้นดุนแก้มก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาให้อย่างที่ชอบทำ

          ก็เดี๋ยวมาดูกันสิ ว่าระหว่างวิญญาณกับแทฮยอง ใครมันจะแน่กว่ากัน

 

 

          ขอร้องเลย ปล่อยให้ฉันรอมาขนาดนี้แล้วไม่ต้องออกมาก็ได้มั้ง

          อ้าว ทำไมไม่บอกล่ะจีมินนี่ จริงๆฉันก็ว่าจะไม่มาแล้วอยู่พอดี

          ร้ายสมแทฮยองจริงๆ

          เจ้าของชื่อทำเพียงยักไหล่รับคำชมก่อนจะเดินนำหน้าเพื่อนและรุ่นน้องทั้งสองไป ถ้าว่ากันตามจริงแล้วคิม แทฮยองน่ะรักสันโดษจะตาย จะมีก็แต่รุ่นน้องหน้ากระต่ายนั่นที่พังกำแพงเข้ามาได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ชอบการแสดงความชอบในที่สาธารณะอยู่ดี ขึ้นชื่อว่าเป็นคนสำคัญก็ควรจะถูกปฏิบัติอย่างพิเศษเท่านั้น

          เกือบยี่สิบห้านาทีกว่าเด็กหนุ่มทั้งสามจะมาปรากฏต่อหน้ารุ่นพี่ได้ อาจเพราะจีมินที่เอาแต่ชวนคุยไม่สนทางจนเกือบหลง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้โดนก่นด่าอะไร ซ้ำเป็นแทฮยองด้วยที่รีบเดินปรี่เข้าไปหาเรื่องแขวะรุ่นพี่ตัวขาวอย่างยุนกิที่ทำตัวเงียบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

          กากว่ะน้อง ดูดได้แต่อมยิ้มก็ไปนอนนะแต่ก็ดันพลาดท่าโดนแซะก่อนจนได้

          ก็มาดิค้าบ ฮยองต่างหากที่เลิกบุหรี่ให้ได้แล้วมาดูดอมยิ้มโง่ๆแบบผมดีกว่า แน่จริงอ่ะ ทำได้เปล่าคนโดนกวนเอ่ยอย่างไม่ยอมก่อนจะเกี่ยวก้านอมยิ้มออกมาจากปากแล้วเลื่อนไปชี้หน้ารุ่นพี่อย่างกวนๆ แน่ล่ะว่าพอเป็นใครโดนแบบนี้ก็คงจะไปไม่เป็นบ้าง ก็จุดอ่อนของยุนกิน่ะคือของหวานที่ใครๆก็รู้

          พอๆ มารวมกันตรงนี้ได้แล้ว เอากล้องมากันพร้อมใช่มั้ย อ้าว แล้วนี่แทฮยองทำไมไม่แต่งชุดกันมาให้เรียบร้อย ฉันว่าฉันบอกครบตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะโฮซอกว่าขึ้นเตือนอีกครั้ง แม้ว่าน้ำเสียงจะฟังดูขุ่นเคืองไปบ้าง แต่หลักๆก็เพราะเป็นห่วงรุ่นน้องทั้งนั้นเนื่องจากทางบ้านที่มีความเชื่อด้านนี้เป็นพิเศษเท่านั้น

          อ่าก็ ผมกับจองกุกดันลืมชุดไว้ที่ล็อกเกอร์โรงเรียนน่ะสิ เฮ้อขี้ลืมจังนะ แต่ไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ใช่มั้ยครับฮยอง

          ลืมหรืออยากเจอดีจริงๆกันแน่

          ว้า ซอกจินซอนแบไม่เชื่อใจแทฮยองจริงๆด้วยสินะฮะ ถ้าเป็นห่วงผมขนาดนั้นก็เอาสร้อยกางเขนที่คอฮยองมาให้ผมแทนซะสิ

          ย่าห์ ใครจะหวงเด็กอย่างนายกัน แล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องให้ หาไม่ได้ก็เรื่องขอนายได้ยินเช่นนั้นแทฮยองก็พลางกลอกตาตามอย่างหน่ายๆ

          อ่ะๆช่างมันเถอะ งั้นเรารีบเข้าไปแล้วรีบออกมาก็เท่านั้น พวกฉันไม่ได้จริงจังอะไรขนาดนั้นอยู่แล้ว หนึ่งสอง...สามสี่ห้าหกเจ็ด ครบ เอ้อแทฮยอง ว่าแต่แน่ใจนะว่าพ่อเลี้ยงนายอนุญาตจริงๆนัมจุนเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ทุกคนในกลุ่มต่างเคยได้ยินเรื่องราวของพ่อเลี้ยงเขามาเยอะในเรื่องของความโหด แต่ก็เท่านั้นแหละ ยังไงแค่พ่อเลี้ยงก็มาห้ามเขาไม่ได้อยู่แล้ว

          ไม่อยู่บ้านตั้งแต่บ่าย เรื่องของเขาเถอะ

          เดี๋ยวนี้เริ่มมีข่าวล่าเด็กตอนกลางคืนด้วยสิแทฮยองอ่า หรือจริงๆพ่อนายจะออกไป…” ซอกจินจงใจเว้นท้ายประโยคเพื่อแกล้งรุ่นน้องอย่างเห็นได้ชัด จากการที่แทฮยองชักสีหน้าใส่อีกทั้งยกมือขึ้นทำท่าจะทุบอีก อย่างกับลูกแมวขู่ไม่มีผิด

          ยามทั้งบรรยากาศรอบข้างเริ่มเงียบสงบและเย็นลงเรื่อยๆ เจ้าของผิวสีแทนถึงเพิ่งจะสบโอกาสไล่มองการแต่งตัวของแต่ละคน เริ่มจากโฮซอกรุ่นพี่หัวส้มที่จัดเต็มสุดทั้งแต่งหน้าและชุดที่ออกแนวเป็นทหารโบราณ เขาไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ก็ทำนองพวกตำนานศพทหารในวังเก่าๆนั่นแหละ มิน ยุนกิที่เลือกแวมไพร์มาเป็นตัวต้นแบบ แค่ใส่ชุดคุมสีดำพร้อมประกอบเขี้ยวทั้งสองข้างก็เสร็จ เรื่องผิวซีดน่ะต้องยกให้คนนี้ที่หนึ่งอยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้นก็จะมีบุหรี่ที่ดูดอยู่นั่นแหละที่จะทำแวมไพร์ตนนี้ปอดพังก่อนได้โดนตอกลิ่มทะลุหัวใจ ผลัดมาที่นัมจุน รุ่นพี่ตัวสูงขี้เต๊าะแทฮยองที่ยกมุขเสี่ยวให้เป็นกิมมิคอันดับหนึ่งของเจ้าตัว คืนนี้มาในธีมสเลนเดอร์แมนเพราะความสูง แอบเหลือบไปเห็นผ้าคลุมหัวขาวบางในมือ เดาไม่ผิดต้องใช้ขึ้นมาปกปิดใบหน้าเป็นแน่ และแล้วก็มาถึงซอกจิน คนสุดแสนจะกวนบาทาเจ้าของผิวสีแทนที่แต่งชุดมาดำทั้งตัว หากแต่ได้มองดีๆจะเห็นว่ามีหัวฟักทองที่เจ้าตัวจงใจซ่อนไว้อยู่ด้านหลัง จบที่จีมินที่มากับผ้าคลุมเตียงขาวผืนใหญ่เท่านั้น

          นี่มันผีสิ้นคิดชัดๆ

          ตัดจองกุกกับแทฮยองออกไปได้เลย เพราะทางนี้ดันเอาแต่เอ้อระเหยกันอยู่สองคนจนไม่มีเวลาเตรียมตัว

          จะสามทุ่มแล้ว ฉันว่าเราเริ่มกันเลยดีกว่า ใครอยากอาสาไปคนแรก

          ฉันเองนัมจุนตอบพลางสวมกล้องโกโปรอันเล็กคล้องหัว แทฮยองคงไม่ได้สนใจอะไรหรอกถ้าเจ้าตัวไม่ได้หันมาขยิบตาให้เป็นการบอกว่าตัวเองเท่ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง

          เอาเข้าไป เดี๋ยวเจอมาจะไม่มีแม้แต่แรงกะพริบตาเลยคอยดู

          กฎของเกมวัดความกล้าในครั้งนี้ก็มีอยู่ง่ายๆ เพียงแค่เข้าไปทีละคนกดเปิดกล้องโกโปรบนหัวให้เรียบร้อยแล้วเดินสำรวจให้รอบโรงพยาบาล อยากจะขึ้นไปถึงชั้นไหนก็แล้วแต่ใจของคนคนนั้น จัดการเดินให้ทั่วชั้นแล้วจึงได้กลับออกมา แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ ฟังดูง่ายใช่มั้ยล่ะ

          อย่าลืมว่าก่อนก้าวข้ามธรณีประตูทางเข้าไปตบมือเรียกก่อนด้วยล่ะแต่แล้วรุ่นพี่เรือนผมส้มก็ย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

          เกือบห้านาทีหลังจากนั้นพวกเขาทำได้เพียงยืนอยู่เงียบ เวลาของคนด้านนอกน่ะพอไม่มีอะไรทำเหมือนว่ามันจะเดินช้าไปมากจนสุดแสนจะน่าเบื่อ ถ้ายังอยู่ที่ห้องป่านนี้แทฮยองก็คงเดินเข้าไปออเซาะรุ่นน้องน่ารักใหญ่แล้ว ทว่าพอมาอยู่ข้างนอก เขากลับทำได้แค่นั่งเขี่ยดินรอ

          แฮ่กๆก่อนที่ผู้โชคดีคนแรกที่เข้าไปจะกลับออกมายืนหอบต่อหน้าพวกเขาอย่างตอนนี้

          ให้ตายเถอะนัมจุน สาบานได้ว่านายไม่ได้วิ่งรอบโรงบาลฯโฮซอกเอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนมาถึง ทั้งหน้าทั้งตัวรุ่นพี่ตัวสูงอดีตประธานนักเรียนเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ ไม่แปลกถ้าคนอื่นๆจะนึกห่วง

          ดะ ด้านด้านใน

          ใจเย็นๆ เอ้าดื่มน้ำซะ สรุปคือนายเจอหรอ

          ด้านในเมื่อกี๊ ใช่คือ ฉันวิ่ง บรรยากาศโดยเฉพาะชั้นบนๆเงียบสงัดมากแถมยังเย็นกว่านี้เป็นหลายเท่า หนาวชนิดที่ว่าขนลุกเลยก็ได้ ทั้งรกทั้งร้าง โคตรพ่อโคตรแม่หลอนเลยว่ะเมื่อเรื่องเล่าดำเนินมาถึงจุดนี้ แทฮยองที่ยืนอยู่วงนอกก็ได้แต่ยืนยิ้มเยาะ ก่อนหน้านี้เอาแต่เก๊กซะดิบดี ออกมาแล้วไม่เหลือสถาพ คนเราน่ะนะจะสร้างภาพไว้ให้ตัวเองแย่ทำไมกัน

          แทฮยอง! นี่นายไม่เชื่อฉันหรอคงจะเห็นสีหน้าเขาน่ะสิถึงได้โวยวายขึ้นมาแบบนี้

          อ่า ก็ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อสักหน่อยหนิครับ

          มันมีเสียงเท้าตามมาเวลาฉันวิ่งด้วยนะ! เหมือนยิ่งวิ่งเท่าไหร่ก็เหมือนยิ่งเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

          อาจจะเป็นเสียงเท้าฮยองเองก็ได้นี่หน่า ตึกเก่าแบบนี้ต้องมีเสียงสะท้อนอยู่แล้ว

          นายไม่เชื่อจริงๆด้วย!”

          พอแล้วหน่านัมจุน ออกมาแล้วก็ไปพักซะ จะหาเรื่องกันไปเพื่ออะไร เอ้า ใครอยากเข้าเป็นคนต่อไปก็เชิญ

          จอง โฮซอกเอ่ยขึ้นถามอีกครั้ง ทว่าคราวนี้คนที่ก้าวออกมากลับเป็นซอกจินรุ่นพี่ร่างสูงสุดกวนคู่กัดคิม แทฮยองโดยเฉพาะ เจ้าตัวทำเพียงพยักหน้าเป็นอันเข้าใจกับรุ่นพี่หัวส้มเท่านั้น ก่อนจะยกหัวฟักทองในมือครอบใส่แล้วเดินเข้าไป อาจเป็นเพราะว่ารอบแรกเขายังไม่รู้กฎของการตบมือ หากแต่พอรู้แล้วทุกสายตาต่างก็จับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างเป็นตาเดียว

          แปะๆ!

          พร้อมๆกับที่ความมืดที่เหลือกลืนกินซอกจินเข้าไป และแล้วหลังจากนั้นความตื่นเต้นก็สลายหายไปจนหมด ก่อนที่เสียงพูดคุยของสองรุ่นพี่เพื่อนสนิทจะดังขึ้นมาอีกครั้งในขณะที่กล้องโกโปรตัวเล็กถูกเปิดภาพวิดีโอที่บันทึกไว้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สามหนุ่มจูเนียร์ก็พาตัวเองไปร่วมวงเช่นกัน

          จอขนาดเล็กฉายภาพตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในตัวอาคาร สภาพรกร้างตามที่นัมจุนอธิบายไว้เมื่อครู่และความทรุดโทรมที่มองได้จากด้านนอก ทั้งเศษกระจกตามทางเดินและแผ่นไม้ที่หักคา ก็ไม่น่าเดายากว่าทำไมโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้ถึงได้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนความหลอน เพราะแค่บรรยากาศที่เห็นได้จากเสี้ยววินาทีแรกของคลิปก็เป็นหลักฐานชั้นดีแล้วของการสร้างบรรยากาศเช่นนี้

          เห้ย หยุด! นายลองเลื่อนกลับไปตรงเมื่อกี๊ซิ

          อะไรของมึงโฮซอกเป็นยุนกิที่โพล่งขึ้นมากลางคันอาจเพราะถูกขัดความกลัวที่กำลังเติบโต

          พอ! นั่นไงเห็นมั้ย ริมประตูตรงนั้นน่ะคนผมส้มว่าก่อนจะใช้นิ้วชี้แนะทางเพื่อนเข้าไปในจอเล็ก เช่นเดียวกับพวกเขาสามคนที่แทบจะยืดคอสุดขีดเพื่อเข้าไปดู แต่อย่างว่าภาพขาวดำของโกโปรธรรมดาๆจะไปทำให้มองเห็นอะไรได้

          โอ๊ะ ฮยองหมายถึงรองเท้าคู่นั้นหรอจีมินเอ่ยถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ เพราะนอกจากสภาพเก่าๆของโรงพยาบาลแล้วก็ไม่มีอะไรเตะตาได้เท่ากับรองเท้าสีแดงที่ปรากฏให้เห็นในจอได้อีก

          “Damn! ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าเห็นรองเท้าแบบนั้นอยู่ในตึกด้วย แต่ดูแบบนี้มันยังดูใหม่อยู่เลยแฮะ หรือจริงๆบางทีอาจจะมีคนลองทำอะไรเหมือนเรา

          นั่นไม่ใช่พ้อยท์หลักที่นายต้องดูสักหน่อยนัมจุน แต่มันคือการที่สีของรองเท้าเด่นชัดในกล้องขาวดำต่างหากแต่แล้วแทฮยองก็หลุดขำพรืดให้กับข้อสันนิษฐานนั้นจนความสนใจเลื่อนมาอยู่ที่เขา

          ฮ่าๆขอโทษครับ แต่แบบนี้มันทำลายความหลอนหมดเลยนะ

          แทฮยองก็ อ่ะฮ่าๆ เพื่อนผมมันก็งี้แหละครับ ฮยองดูต่อกันไปก่อนเลยนะมานี่คำสุดท้ายนั่นจีมินตั้งใจหันมาพูดใส่เขา ก่อนจะพาลากออกมาจากวงของรุ่นพี่ แทฮยองยังคงกลอกตาให้กับความพยายามนั้น และก็สะบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุมในที่สุด

          บางเรื่องไม่ต้องพูดออกมาทุกอย่างก็ได้เมื่อเห็นว่าห่างออกมาพอควรแล้วเจ้าเพื่อนตัวเล็กก็เอ่ยห้ามปรามด้วยเสียงที่พวกเขาได้ยินกันเพียงสองคน

          ฉันทำอะไรผิด

          เมื่อไหร่จะเลิกชักสีหน้าเก่งสักที ฉันพยายามเตือนนายตั้งหลายครั้งแล้วนะ บางครั้งมันก็ดูเสียมารยาท

          อ่า รู้แล้วน่าเด็กหนุ่มเจ้าของผิวสีแทนตอบก่อนจะพยายามดึงฮู้ตลงมาปิดหน้าตัวเอง ทว่าข้อมือเล็กก็ดันถูกรั้งเอาไว้ก่อนจนเจ้าของตองเงยหน้ามอง

          คิม แทฮยองอ่า ปาร์ค จีมินโหมดจริงจังแบบนี้ไม่เห็นจะทำใจชินได้สักที

          เข้าใจแล้วครับ จะพยายามนะครับท่านปาร์ค

          เห้อ บ๊องเอ๊ยสั่งสอนจบนายปาร์คตรงหน้าก็เลื่อนมือมายีหัวเล่น ให้ตายเถอะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนแทฮยองคงมีใจสั่นบ้าง แต่ตอนนี้ที่จีมินเป็นเพื่อนสนิทจนรู้ถึงไส้ถึงพุงขนาดนี้ วางเงินล้านก็ไม่มีทางพนันชนะว่าจีมินชอบเขา

          กว่าพวกเขาสองคนจะเดินกลับไปถึงอีกที ซอกจินก็กลับออกมาแล้วพร้อมๆกับที่มิน ยุนกิเข้าไปต่อ สีหน้ารุ่นพี่เจ้าของไหล่กว้างอาจไม่ถึงกับขั้นหวาดกลัวสุดขีดแบบนัมจุน แต่ใบหน้าซีดเผือดก็บ่งบอกได้ดีว่ารายนี้เจออะไรมาอีกคน

          เดี๋ยวผมเข้าคนต่อไปเองยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไร เด็กหนุ่มก็เอ่ยตัดขึ้นมาเอาไว้แล้ว

          แน่ใจหรอครับ หน้าฮยองแต่ละคนดูไม่ค่อยดีเลยนะเสียงนุ่มทุ้มนั้นเอ่ยขึ้หลังใบหู พลันความเย็นจากอากาศก็แทบจะสลายหายไปเมื่อมีลมหายใจร้อนรดรินแทนที่ แทฮยองกระตุกยิ้มก่อนจะหมุนกลับไปประจันหน้ากับรุ่นน้องที่รัก

          ฉันก็แค่อยากรีบทำให้มันจบๆก็เท่านั้นเองจองกุก ไม่งั้นถ้านายไม่อยากทำเราชิ่งหนีกันมั้ย

          ฮยอง?! แต่ว่าพวกเราสัญญากันไว้แล้วหนิครับว่าจะเข้าไปทุกคน

          ก็เอาหน่า เดี๋ยวตอนพวกนี้เผลอแล้วฉันเข้าไป นายก็เดินเอามอเตอร์ไซค์นั่นไปรอด้านหลังตึก กว่าพวกนี้จะรู้ตัว ฉันกับนายก็คงจะถึงบ้านพอดี

          แต่มอเตอร์ไซค์นั่นไม่ใช่ของเรา

          ชู่วว เจ้าของเป็นใครน่ะไม่สำคัญหรอก ฉันเหลือบไปเห็นกุญแจตอนเดินออกไปกับจีมิน ถ้าอยากกลับจริงๆก็ทำตามซะ

          “…”

          อ๋า ยุนกิฮยองออกมาแล้วซะด้วยสิ

          “…”

          หวังว่าจะเจอนายที่หลังตึกนะจองกุก

          ทันทีที่บทสนทนาถูกตัดจบลงอย่างรวบรัด เจ้าของร่างบางก็เดินเอามือสอดเข้ากระเป๋าสวนกับมิน ยุนกิไปทางตึกร้างโดยทันที ทำให้สายตาจากรุ่นพี่ที่อยู่ด้านนอกอดที่จะทึ่งในความกล้านั้นไม่ได้ ทว่าคนที่กลับออกมาแล้วต่างรู้ดีว่าจะเจออะไร สีหน้าพวกเขาถึงได้เป็นห่วงขนาดนี้

          ไอหนาวพัดเข้ามากระทบกายอีกระรอกในตอนที่สองขาหยัดยืนอยู่หน้าทางเข้า เด็กหนุ่มสูดหายใจลึกๆเข้าหนึ่งครั้งก่อนจะนำมือทั้งสองข้างออกมา หลับตาแล้ว

          แปะๆ!

          และแล้วฝ่าเท้าบางใต้ผ้าใบก็ก้าวเข้าไปในที่สุด

 

 

          ไงมึง สีหน้าโอเคกว่าพวกกูเยอะเลยนะนัมจุนทักถามยุนกิทันทีที่เดินมาถึง 

          ข้างในหนาวชิบหาย เหม็นอับมาก แต่กูยังไม่โดนอะไร

          อ่าว ซอกจิน กูเห็นคล้ายกันหมด

          ถ้าหมายถึงรองเท้าแดงกับเสียงเด็กนั่นก็ใช่ แต่ก็ไม่ได้เจอเป็นตัวเป็นตน

          โถพ่อคุ๊ณ ยังจะหวังอยากเจอเป็นตัวเป็นตน แค่เสียงกับรองเท้าไอ้นัมจุนก็หนีเตลิดแล้ว

          ก็ไม่รู้ คิดว่าช่วงใกล้ฮาโลวีนจะมีอะไรมากกว่านี้ เออว่าแต่เมื่อกี๊ แทฮยองมันรีบไปไหนของมันวะ กูคิดว่าพวกเราจะทำให้เสร็จก่อนแล้วรอน้องซะอีก

          อันนั้นไม่รู้เหมือนกัน แทฮยองมันเด็กห้าวโชว์กร่างไปงั้น

          เหมือนมึงอัคติกับน้องมันนะจิน      

          เปล่าเว่ย! แค่ไม่ชอบเวลาต้องกัดกับเด็กมันเฉยๆ

          เฮ้ย แล้วนี่จองกุกหายไปไหนวะ

          แย่แล้วไงมึง บอกพ่อแม่ไว้อย่างดีว่าจะพาน้องกลับมาส่ง แล้วมันมาหายไปไหนตอนนี้วะ

 

 

          สองขาเรียวยังคงก้าวเดินไปตามทางเดินยาวเหยียดของโรงพยาบาล คิม แทฮยองเลือกที่จะเดินมายังชั้นสองก่อนจะไล่ขึ้นไปยังชั้นสาม อ่า เขาต้องเริ่มเดินให้ครบชั้นนี้แค่นั้นสินะ คิดแล้วก็ไม่รีรอเพราะเขาเองก็แอบหวังว่าเมื่อออกไปแล้วจะเจอจองกุกอยู่รออยู่เหมือนกัน

          แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่อากาศก็บางลงเสมือนขึ้นที่สูงมากเท่านั้น เด็กหนุ่มค่อยๆพรูลมหายใจออกมาอย่างยากลำบากเพราะความรู้สึกที่เหมือนมีใครอุดจมูกและปากไว้จนอึดอัด พลันหัวคิ้วสวยก็ขมวดมุ่นเข้าหากันกระชับสเวตเตอร์ตัวใหญ่ให้แน่นขึ้นไปอีก จังหวะการเดินเริ่มที่จะเร็วขึ้นในตอนที่ไอเย็นวาบสัมผัสเข้าที่หลังคอจนสะดุ้ง ร่างเล็กหันขวับกลับไปดูอย่างรวดเร็วก่อนจะพบเพียงความว่างเปล่าและมืดมิด หน้าต่างและประตูหลายสิบบานที่เปิดอ้าไว้อยู่ไม่ได้ช่วยให้แสงไฟถนนหรือแสงจันทร์จากข้างนอกให้ส่องเข้ามาได้เลย มีเพียงไฟฉายโง่ๆกับแสงกะพริบจากกล้องโกโปรตัวเล็กๆบนหน้าผากเท่านั้นที่ยังช่วยให้แทฮยองอยู่รอด

          เมื่อกี้พวกนั้นเจอรองเท้าที่ชั้นไหนกันนะ

          คำถามนี้โผล่ขึ้นมาในหัวระหว่างทาง ดูจากด้านนอกไม่มีทางเดาได้เลยว่าพื้นที่ในนี้กว้างขนาดไหนจนกว่าจะได้เข้ามาสำรวจเอง และแทฮยองว่ามันเป็นโรงพยาบาลจิตเวชที่ใหญ่มาก ที่แม้แต่ชั้นเดียวยังใช้เวลาเดินเกือบสิบนาที จนกระทั่งบางอย่างดันสะกิดเรียกให้เด็กหนุ่มชะงักหันกลับไปมองเสียก่อน

          ฮยองแทฮยองอ่า

          เสียงเย็นยะเยือกและเรียบนั้นฟังดูก็รู้ว่าเป็นเสียงของสตรีที่ดังแว่วมาจากด้านหลัง แทฮยองหันขวับไปพร้อมกับความรู้สึกเสียวสันหลังวาบอีกครั้ง ครั้นจะลองตะโกนตอบกลับไปโบราณก็ดันว่าไว้ว่าไม่ดี จึงทำได้เพียงลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะตั้งตัวให้เลิกสนใจอีกครั้ง หากบางอย่างไม่ได้ดึงความสนใจเขาไว้ผ่านหางตาเสียก่อน

          รองเท้าแดง

          เมื่อกี๊เดินผ่านมาไม่เห็นนี่ ตาฝาดหรอวะ ช่างแม่งก่อนแล้วกัน

          กึก

          พลันลูกแก้วขนาดเท่าหัวแม่โป้งก็ดันกลิ้งมาอยู่ที่เท้าได้ แทฮยองค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบากแล้วเหลือบไปมองสุดทางเดิน พร้อมกับเงาของเด็กที่วิ่งหายเข้ากำแพงไปต่อหน้าต่อตา ความจริงเขาไม่ใช่คนจิตแข็งอะไรซ้ำยังเอนไปทางจิตอ่อนอีกด้วย แต่เพราะนิสัยติดตัวที่มักจะพูดโกหกตัวเองอยู่ตลอดทำให้ไม่เคยมีสักครั้งที่จะหลุดพูดคำว่ากลัวออกไปต่อหน้าใครแม้กระทั่งกับคนสนิท

          เข่าแทบจะทรุด ณ ตรงนั้นริมฝีปากบางขบเม้มตัวเองสุดแรงด้วยความกลัว ก่อนที่มือข้างหนึ่งจะรีบยันกำแพงไว้เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างกะทันหัน มือไม้พลันก็สั่นระริกราวกับลูกหมาขี้กลัว ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้วคือคำเดียวที่อยู่ในหัว

          ณ ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นอะไรเขาไม่สนห่าอะไรทั้งนั้น เด็กหนุ่มหันตัวกลับทันทีที่ขยับแข้งขาได้ ย้อนกลับไปยังทางที่ตนเดินมา หากแต่เปลี่ยนบันไดเมื่อถึงชั้นสองเพื่อไปออกทางประตูหลัง แสงจากด้านนอกส่องมาอยู่ปลายทางร่ำไร ทว่ายังไม่ทันที่จะถึง ในคราที่เผลอหันกลับไปมองหลังแทฮยองดันไปบังเอิญเห็นเงาใครอีกคนอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะล้มลงไปที่พื้นด้วยความเจ็บที่แล่นผ่านข้อเท้าเข้ามา

          โอ๊ย!” โชคไม่เข้าข้างเมื่อร่างเล็กที่เพิ่งเซลงพื้นไปดันล้มไปผิดท่าเป็นเหตุให้ข้อเท้าแพลงอย่างผิดจังหวะ หันไปมองตามเงาทะมึนนั้นอีกครั้ง มันก็ยิ่งคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ

          ไม่! ไม่เอา! ออกไปนะ!”

          เขาเปล่งเสียงตะโกนก่อนจะรีบยันตัวลุกจากพื้นสกปรกที่เต็มไปด้วยเศษแก้วเศษกระจก ไม่สนใจว่าเนื้อตัวจะเปื้อนหยาดแดงสดเท่าใด ตอนนี้ขอแค่ได้ออกไปเท่านั้น อะไรก็ได้แต่แค่ได้ออกไป

          แทบจะล้มทั้งยืนทันทีที่ก้าวพ้นประตูออกมาทางด้านหลังของตึก แทฮยองเอนพิงขอบประตูหอบอย่างน่าสงสารโดยไม่ทันได้สังเกตุสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจับจ้องมาอยู่ห่างๆ

          แทฮยอง! เป็นยังไงบ้างครับเมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วเจอจองกุก เปอร์เซ็นต์ความโล่งอกก็เพิ่มไปแล้วเกินครึ่ง ร่างบางปาดเหงื่อออกจากใบหน้าก่อนจะตรงไปหารุ่นน้องที่นั่งรออยู่แล้วบนมอเตอร์ไซค์ที่เขาบอกให้ไปเอาก่อนหน้านี้

          ฮ่า กินพลังไปเยอะเหมือนกันนะเมื่อกี๊ จองกุกอ่า พาฉันกลับไปพักหน่อยนะไม่ว่าเปล่าหากแต่ยังเอนหน้าซบแผ่นหลังอุ่นของคนด้านหน้าด้วย เอื้อมมือไปกอดเอวสอบหลวมๆออดอ้อนแต่พอดี เพราะถึงจะเหนื่อยจะกลัวเท่าใด จ้างให้ตายแทฮยองก็จะยังเฟลิร์ตรุ่นน้องคนนี้แล้วเก็บอย่างอื่นไว้กับตัวอยู่ดี

               

 

          ทำไมป่านนี้แล้วแทฮยองยังไม่ออกมาวะ แล้วนั่นพวกมึงเจอจองกุกบ้างยังคนต้นคิดเกมอย่างโฮซอกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดห่วง ถึงจะนับว่าเป็นการท้าทายแค่ไหนที่มาเล่นกับที่แบบนี้แต่เขาก็เชื่อในระดับนึงว่าตัวเองรับมือได้หากคนอื่นๆพร้อมจะฟัง ครอบครัวเขาน่ะเป็นพวกคลั่งศาสนา ดังนั้นหมดห่วงได้เลยถ้าโดนอะไรขึ้นมา

          ไม่เลยว่ะ ถนนโล่งหมดเลยนัมจุนตอบ

          เห้อ นี่มันเรื่องอะไรวะเนี่ย จีมิน นายรู้อะไรกับพวกนั้นรึเปล่า

          ผมจะไปรู้อะไร ยืนอยู่กับพวกพี่มาตั้งนานแล้ว แบบนี้เราควรจะเข้าไปตามแทฮยองรึเปล่า ผมเป็นห่วงมัน

          เออ เดี๋ยวคงได้แบ่งคนเข้าไปแน่ แต่ตอนนี้ กูเริ่มมีลางสางหรณ์ไม่ดีแล้วว่ะ

 

 

          สองหนุ่มเดินกลับเข้ามายังบ้านรุ่นน้องอย่างจองกุกอีกครั้ง และแทฮยองเองก็เริ่มรู้สึกสบายตัวอย่างมากที่ได้ออกมาจากที่แบบนั้นเสียที เดินกะเผลกไปเปิดห้องน้องตามเดิมก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างอ่อนล้าลงบนเบาะนิ่มของโซฟา ในขณะที่จองกุกเดินหายเข้าไปยังห้องหนึ่งก่อนจะกลับออกมาพร้อมกล่องทำแผล

          ผมเห็นพี่เดินกะเผลกตั้งแต่ลงรถมา ขาพลิกหรอครับ

          อ่า นิดหน่อยเอง ฉันไม่เป็นไรหรอก

          เขาว่าพลางหลับตาลงปล่อยให้ตัวเคลิ้มไปกับกลิ่นอายประจำตัวของรุ่นน้องที่คละคลุ้งอยู่ทั้งห้อง สัมผัสบางเบาเข้าที่ข้อเท้าก่อนจะถูกนำขึ้นมา จองกุกคงพยายามจะทำแผลให้เขาอยู่จนเกือบลืมไปเสียสนิทว่ายังมีรอยแผลจากเศษแก้วตามร่างกายอีกด้วย แทฮยองระบายยิ้มจางๆก่อนที่ความหอมจะเริ่มทำให้เขาสะลึมสะลือ

          อีกคนละออกไปแล้วทิ้งให้เจ้าของผิวแทนนอนสบายอยู่ตรงนั้น ทว่าสักพักแรงสั่นบางอย่างในกระเป๋าก็ทำให้คิ้วขมวดมุ่นอีกครา ก่อนจะค่อยๆหยิบเอาตัวการออกมาแล้วพบว่าปลายสายคือโฮซอก

          ในตอนแรกเขากะไว้ว่าจะทิ้งให้สายดับไปเองแต่มันคงจะไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อโทรศัพท์ข้างตัวยังดังไม่หยุดจนจำต้องรับพร้อมข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ค่อยจะขึ้น

          ฮัลโห-”

          (นี่! แทฮยอง นั่นนายใช่มั้ย! ได้ยินฉันรึเปล่า!) เสียงเจ้าตัวดังเข้ามาอย่างดังจนแทฮยองต้องเลื่อนหน้าหนี

          ครับ ผมเอง

          (กลับไปแล้วหรอ! โอ๊ย ลมแถวนี้ทำไมแรงจังวะ นี่ ได้ยินรึเปล่าแทฮยอง นายกลับไปปลอดภัยดีใช่มั้ย) ผิดคาดเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่จะถามว่าเขาชิ่งออกมาก่อนทำไม

          อ่า ผมกลับมาแล้ว

          (นายกลับไปกับใครน่ะแทฮยอง กลับเองคนเดียวเลยหรอ อันตรายนะ) ทว่าประโยคนั้นทำเขาชะงักไป ก็ถ้าคนทางนั้นจะดูออกว่าเขากลับมาขนาดนี้ จองกุกที่ไม่อยู่เหมือนกันทำไมถึงไม่คิดว่ากลับมากับเขา

          คือฮยอง ผมกลับมากับจองกุกเองแหละ

          (ห้ะ นายว่าอะไรนะแทฮยอง) ไม่รู้เพราะกระแสลมที่จู่ๆก็พัดแรงขึ้นแถวนั้นหรือสัญญาณที่ดันมาไม่เสถียรตอนนี้ แทฮยองค่อยตอบกลับไปโดยไม่ใช้อารมณ์อีกครั้ง

          ผม กลับ มา กับ จอง กุก ครับ

          (จะได้ยังไงแทฮยอง จองกุกอยู่กับเราที่นี่)

          พี่อย่ามาทำให้ผมหัวเสียเปล่าๆดีกว่า ก็เห็นอยู่ว่าจองกุกอยู่กับผมเหมือนว่าเขาจะถูกรุมแกล้งเมื่อเห็นว่าดันชิ่งหนีกลับมาก่อนได้ พวกรุ่นพี่ก็เหลิงกันใหญ่ และจังหวะที่เหมือนปลายสายตั้งใจจะเปิดเป็นโหมดวิดีโอคอลให้ดูอะไรสักอย่าง กลับเป็นเวลาเดียวกันกับที่จองกุกที่ยืนมุ่นอยู่ที่โต๊ะทำงานยืนหันหลังแล้วพูดบางอย่างขึ้นมา

          แทฮยองรู้รึเปล่าครับว่าจริงๆออกมาก่อนแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ

          พูดอะไรของนายกันจองกุก ก็ไหนว่าเห็นดีตรงกันไง

          ฮยองลืมหรือเปล่าครับว่าจริงๆตอนเข้าไปที่ตบมือน่ะเพื่อเรียกวิญญาณ แต่ดันออกมาโดยที่ไม่ได้ทำอะไรเนี่ยพวกเขาจะไม่ติดกลับมาหรอครับ

          ไร้สาระ ไม่งั้นฉันต้องทำอะไรล่ะ ยืนตบมือโง่ๆอีกรอบหรอ

          จริงๆตามที่ตกลงกันไว้ ฮยองต้องเดินกลับไปให้โฮซอกปลดปล่อยวิญญาณต่างหาก

          (แทฮยองได้ยินฉันมั้ย! นี่ไง พวกเราเดินมาหาน้องด้านหลังจนเจอสลบอยู่ตรงนี้เนี่ย! แทฮยองดูนี่สิ!)

          ก็จะเป็นไปได้ยังไง จองกุกอยู่กับผมจริง…” บางอย่างกำลังวูบไหว อาจเป็นความรู้สึกกลัวของแทฮยองหรือไอดำบางอย่างที่ฟุ้งอยู่เต็มบรรยากาศของห้อง ก่อนจะค่อยๆเสมองไปยังอีกร่างที่ยังยืนหันหลังให้เขาอยู่ จะว่าไปเขาเองควรจะสังเกตุตั้งแต่เสียงที่ทุ้มต่ำผิดปกติและรูปร่างที่บึกบึนขึ้นของจองกุกตังแต่ก้าวเข้าบ้านมาแล้ว

          (แทฮยองนี่นายลืมขั้นตอนปลดวิญญาณของพวกเราไปจริงๆแล้วใช่มั้ย)

          แล้วรู้รึเปล่าว่าถ้าไม่ทำตามขั้นตอนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

          (แทฮยอง! ได้ยินฉันมั้ย ตอบหน่อยแทฮยอง! พวกเราเป็นห่วงนายนะ แทฮยอง!) คำพูดที่เหลือจากรุ่นพี่เป็นอะไรไม่รู้เพราะโทรศัพท์ได้ตกจากฝ่ามือเล็กไปนานแล้ว

          เด็กไม่ดีต้องโดนอะไรน้า

          เหลือเพียงใบหน้าซีดเผือดและเนื้อตัวที่สั่นเทาของร่างเล็กที่ทรุดลงไปกับพื้น ขบเม้มริมฝีปากหวังจะระบายความกลัวทั้งหมดที่มีตอนนี้แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร พลันก้อนสะอื้นก็ตีขึ้นคอมาจวนให้การกายใจยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีกเท่าตัว แทฮยองพยายามกะพริบตาเพื่อไล่ม่านน้ำใสออกไปก่อนที่มันจะกลายมาเป็นอุปสรรคในการมองเห็น ทว่าก็ดันไม่สำเร็จ เมื่อเสียงที่กลายเป็นของชายสูงอายุของรุ่นน้องในห้องดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาดำรอบกายหนาที่พุ่งขึ้นสูงยันเพดานและอาวุธแหลมคมขนาดใหญ่บางอย่างที่ถูกชักออกมาจากเสื้อด้านใน

          อ๊ากกกก!!!”

          (แทฮยอง! ฮัลโหล! ขอร้องช่วยตอบพวกเราที)

          “-”

          (คิม แทฮยอง…)

 

          - ติ๊ด! -


The End:)







Talk:

พักด้วย OS กันค้าบจริงๆตั้งใจจะลงเสาร์หน้าแต่ตื่นเต้นไปหน่อย เดี๋ยวพอเข้าอาทิตย์หน้าเราก็จะยุ่งอีกแน้วเพราะใกล้สอบT^T เดี๋ยวข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโรงพยาบาลเราแปะไว้ข้างล่างให้นะคะ ใครที่กดเข้ามาอ่านแล้วไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่ถ้าชอบก็เม้นให้เราชื่นใจหน่อยนะคะแงง พาร์ทนี้พูมจัยนำเหนอเพราะอะไรรู้แมะ เพราะแทฮยองเวอร์นี้ผ้มแต่งให้แซ่บเว่อ555555555

ใครที่ยังไม่รู้เรามีนิยายแยกไว้สำหรับ OS/SF แล้วนะค้าบ จะพยายามแต่งให้ครบทุกคู่เพราะนี่ก็คันไม้คันมือมากโดยเฉพาะมินวี กรั่กๆ เป็นยังไงเข้าไปรีวิวในแท็กนิยายได้เลยนะคับแง รักคนอ่านทู้กคนน ไปแน้ว

Twitter: @bythesxn

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงพยาบาลและวันฮาโลวีน

http://seoulrooms.blogspot.com/2014/11/3.html      

https://www.lookmhee.com/news/99650


SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #37 vVv-Tae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 19:16
    กลัวอ่าาาา
    #37
    0
  2. #36 K.E.Y Y (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 23:08
    ชอบมาก🥺 สนุกมากเลยค่ะ
    #36
    0
  3. #35 นิวเองง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 15:39
    แทฮยองลูก โถ ดีนะที่อ่านตอนบ่ายๆ ไม่งั้นนะ ระแวงขั้นสุด55555
    #35
    0