The Seoul's Eyes [Kookv]

ตอนที่ 5 : Chapter 4: Identical

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

 


 

“จะไปไหน” น้ำเสียงเรียบนิ่งและท่าทางเยือกเย็นที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้นไม่จำเป็นต้องหันไปลีโอก็สามารถแยกได้ว่าใครกันที่กำลังเอ่ยถามเขาอยู่ พลันร่างสูงสัดส่วนดีผู้เป็นเจ้าของผิวเนื้อเนียนขาวประดุจหิมะนุ่มกลางฤดูหนาวของปีที่กำลังสวมใส่รองเท้าคู่ใจอยู่หน้าประตูก็ชะงักไป หวังให้อีกคนนึกเป็นห่วงและขอให้อยู่ต่ออีกสักหน่อย

“ผมจะไปตลาดแถวนี้” เขาเอ่ยตอบไปด้วยเสียงเรียบเช่นกัน

“อ่อ”

“…”

“หาซื้อหุ่นยนต์ทำความสะอาดมาให้ได้สักตัวจะเป็นอะไรที่ดีมาก ห้องฉันรกเกินไปแล้วเดี๋ยวนี้” แต่บางที่เขาก็อาจจะลืมไปว่ายังไงคุณชายก็ยังเป็นคุณชายอยู่วันยังค่ำ ไม่มีทางที่วีนัสจะรั้งเขาไว้เสียหรอก                

เท่านั้นประตูบานใสก็เลื่อนปิดลงก่อนที่ลีโอจะแตะเบาๆบนสายรัดข้อมือของตัวเองเพื่อเปิดรายการของที่ต้องซื้อทั้งหมดในวันนี้ขึ้นมา จัดการเพิ่มของอย่างสุดท้ายเข้าไปก็เป็นอันเสร็จสิ้น และคาดว่าการไปซื้อของครั้งนี้คงได้กลับค่ำอีกเช่นเคย มันคือความรับผิดชอบของคนที่เป็นตัวแทนออกไปใช้จ่ายในแต่ละวัน อาจแย่ขึ้นมาหน่อยเมื่อในเวลานี้ไม่ได้มีเพียงเขาและวีนัสที่อาศัยอยู่ด้วยกันสองคน ทว่ากลับเหมารวมไปถึงแขกไม่ได้รับเชิญของบ้านอีกด้วย กรรมของลีโอที่หวยดันออกว่าเขาจะได้นอนร่วมห้องกับแขกพวกนั้น นอกจากจะพังบ้านเขาเข้ามาไม่พอยังต้องมาหลับนอนห้องเดียวกันด้วยกันอีกนะ 

แค่คิดสภาพว่าต้องแชร์ห้องน้ำกันก็ทำใจไม่ได้แล้ว 

เรียวขาแกร่งค่อยๆเหยียบขึ้นบนบอร์ดไฟฟ้าสีเงินสง่าของเขาก่อนจะออกคำสั่งให้มอเตอร์เริ่มทำงานผ่านโปรแกรมในสายรัดข้อมือที่สร้างขึ้นมาเอง ยามกลไกภายในเริ่มขยับไอพ่นใต้บอร์ดก็พ่นลมร้อนๆออกมาด้วยความแรงมหาศาลพร้อมๆกับที่เจ้าของและมันเริ่มลอยขึ้นจากพื้น ขยับเท้าไปด้านหน้าหน่อยตัวบอร์ดก็จะลอยไปตามทิศทางของหัวเท้า สมัยนี้แล้วไม่มีใครที่ไหนใช้ไอพ่นไฟอยู่อีกเสียหรอก นอกจากจะเสี่ยงอันตรายต่อผู้คนแล้วมิหนำซ้ำยังเปลืองเชื้อเพลิงอีก ดังนั้นตัวเลือกถัดมาจึงเป็นพลังงานลมอย่างที่เห็น ระยะห่างจากพื้นไม่ได้สูงมากและตัวบอร์ดก็ออกแบบมาปลอดภัยพอตัวที่จะมีสายรัดเท้าไว้ เลยไม่ต้องกลัวที่จะตกเลยแม้แต่น้อยหากทรงตัวเป็น               

ดั่งนกน้อยที่โบยบินอยู่บนท้องฟ้าความรู้สึกของลีโอเมื่อสายลมเย็นเอื่อยๆของวันพัดมากระทบใบหน้าก็เป็นเช่นนั้น กลิ่นอายหอมกรุ่นจางๆของเมล็ดกาแฟชั้นดีพลันก็ล่องลอยมาแตะจมูกแม้ว่ามันจะหายากและขาดตลาดมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม ที่เขารู้จักได้อย่างทุกวันนี้ก็คงเป็นเพราะวีนัสที่พร่ำหาร้านทั้งวัน นอกจากนั้นก็คงมีเพียงเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่เพิ่มคาเฟอีนลงไปก็เท่านั้น ไม่นานนักเสียงของผู้คนที่เดินสรรหาของอยู่ตามซอยก็ดังขึ้น ถึงตอนนั้นไอพ่นก็ค่อยๆเบาลงจนกระทั่งแตะพื้นอีกครั้ง                

ลีโอใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบส่วนปลายบอร์ดไฟฟ้าไว้ก่อนที่จะพลิกมันเข้ามือมาอย่างง่ายดาย คงต้องนับว่าเหตุการณ์ร้ายแรงในครั้งนั้นทำให้พื้นที่ในชินซาดงกว้างขวางขึ้นเยอะ ตึกรามบ้านช่องแม้จะยังคับแคบและแออัดกันมากกว่าเดิมเหตุเพราะผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามาในตัวเมือง แต่ก็ยังพอมีที่สำหรับแหล่งขายเล็กๆราคาถูกให้ผู้คนได้หารายได้อยู่                 

แม้ว่าประเทศจะเรียกได้ว่าพัฒนามาไกลอยู่มาก แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่มีวันหายไปนั้นคือฐานะและชนชั้นของมนุษย์ที่แบ่งแยกไว้อย่างชัดเจน และตอนนี้พวกเขาก็เป็นหนึ่งในชนชั้นล่างอีกด้วย การหนีออกมาจากเดอะโซลในครั้งนั้นให้อิสระแก่ตัวก็จริงๆ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้มีอะไรติดตัวมากเลย ไม่มีใครเตรียมรับมือกับชีวิตของโลกภายนอกที่ห่างหายไปนานเป็นปีๆ ดังนั้นการจะหาของประทังชีวิตในแต่ละวันยังจึงเป็นเรื่องยากขนาดนี้                 

ถนนแคบๆนี้ถูกแปลงเป็นตลาดขนาดย่อม ชีวิตของคนที่นี่ไม่ได้ต่างจากเมื่อก่อนมากเพราะมันก็ยังมีกลุ่มคนเดินตามเก็บค่าเช่ารายอาทิตย์อยู่เป็นประจำ โชคดีของลีโอที่วันนี้ไม่มีคนพวกนั้นอยู่ เขาเดินตัดเข้าไปตามทางคับแคบ ผิวผ้าเสียดสีกันไปมาและถึงแม้ว่าอากาศจริงๆจะไม่ได้ร้อน แต่จำนวนผู้คนนี้ก็มากพอที่จะทำให้รูขุมขนผลิตเหงื่อออกมาอย่างง่ายๆ                

หากสงสัยว่าเหตุใดที่ที่เขามากับย่านปกติที่คุณชายของบ้านไปเป็นประจำถึงได้แตกต่างกันราวกับฟ้ากับเหวเช่นนี้ หาใช่ว่าวีนัสเองก็มีฐานะที่ดีกว่าเขา แต่เพราะความสามารถเฉพาะตัวที่มีต่างหากทำให้หลบหนีมากจากการจับโกงของคุณชายในแต่ละวันได้ พลันกลิ่นเหล็กสนิมและอุปกรณ์เครื่องยนต์เก่าๆก็ซัดเข้าใส่จนต้องนิ่วหน้าหนี ถ้าเป็นไปได้ลีโอก็ไม่อยากจะมาที่แบบนี้เหมือนกัน เพราะไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ยังไม่ชินเสียที 

“สนใจเนื้อสดๆไหมจ๊ะพ่อหนุ่ม”  

ใครบางคนตะโกนขึ้นมาจากข้างหลังจนเจ้าของผิวขาวจำต้องหันกลับไปอย่างหัวเสีย เพราะนอกจากเสียงเรียกที่ทั้งแหบพร่าและน่ารำคาญนั่นแล้ว ละอองน้ำบางอย่างยังถูกสาดกระเด็นมาถูกแขนอีกด้วย ก่อนจะต้องตกใจเพราะเสียงที่ทุ้มและแหบนั้นเป็นของหญิงแก่ๆคนนึงที่กำลังยิ้มร่ามาให้เขาอย่างไม่น่าไว้ใจ มือข้างหนึ่งขอเธอยกขึ้นพร้อมกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ยังไม่ตายดี มันไม่ใช่เนื้อวัวอย่างที่พูด หรืออาจใช่เพราะมันก็เป็นเนื้อจากสัตว์ทะเลบางอย่างที่ทั้งน่าขยะแขยงและไม่น่ากลืนลงคอในเวลาเดียวกัน หนวดที่ยังขยับย้วยเยี้ยและส่วนหลังที่มีกระดองอย่างแปลกตา แต่รู้อะไรไหมที่น่าตกใจกว่านั้น ลีโอกลับสามารถจำแนกได้ทันทีเลยว่าสิ่งที่อยู่ในมือเธอนั้นคือปลาหายากชั้นดีที่จำต้องผ่านกฎหมายบางตัวก่อนถึงจะมีสิทธิ์ครอบครองได้อย่างถูกต้อง และเขาเลือกที่จะเดินหน้าต่อไปทันทีที่รู้เพราะอีกไม่นานเจ้าของร้านนั้นคงต้องโดนเล่นงานเป็นแน่ 

เธอกำลังฝ่าฝืนกฎหมาย                

ไม่ทันไรเจ้าหน้าที่สองคนที่ก่อนหน้านี้คงแฝงตัวอยู่กับฝูงชนก็วิ่งออกมาจับกุมตัวเธอไว้ เขาได้ยินเพียงเสียงขัดขืนและตะโกนโวยวายก็เท่านั้น ก่อนจะรีบจับให้ฮู้ดสีเทาของแจ็กเก็ตขึ้นมาคลุมปิดใบหน้าแล้วเดินก้มหัวไว้ นึกโทษตัวเองอยู่ไม่น้อยที่วันนี้เลือกใส่สเวตเตอร์แขนยาวออกมาทั้งที่รู้ว่าบรรยากาศในนี้จะอับชื้นสักแค่ไหน ได้แต่ภาวนาให้เจอของที่ต้องการลีโอจะได้รีบๆก้าวออกไปจากที่แห่งนี้เสียที 

“เอาอันนั้น” เสียงต่ำทุ้มเอ่ยออกไปพร้อมๆกับที่เรียวนิ้วซีดยกชี้ไปที่ซากโลหะที่ผุพังอะไรสักอย่างบนชั้นวางที่ขึ้นสนิม

3,800 วอน” เจ้าของร้านตอบกลังอย่างไม่ไยดีนัก

“ได้มาจากตึกก่อสร้างใหม่แถวนี้ เท่านี้ถือว่าถูกมากๆแล้ว” เขาคงเห็นลีโอนิ่งไปสักพักถึงได้พูดโน้มน้าวขึ้นมา

“อืม” 

ว่าจบเจ้าของผิวซีดก็ยื่นข้อมือไปให้เจ้าของร้านก่อนจะค่อยๆถกแขนเสื้อเทาขึ้นเผยให้เห็นสายรัดตัวเดิมอีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันกลับปรากฏเป็นเพียงขีดเล็กๆและจำนวนด้านบนเท่านั้น ปลายนิ้วโป้งทาบลงไปกับมันเบาๆหลังจากนั้นการตรวจสอบก็เสร็จสิ้น จัดการโอนหน่วย digital token ให้อีกคนก็เป็นอันจบ พร้อมๆกับที่ของที่ต้องการเข้ามาอยู่ในมือ                

ไม่มีการขอบคุณหรืออำลา เมื่อการค้าขายสิ้นสุดลงต่างคนก็ต่างเดินจากกันไป ลีโอยังคงเดินก้มหน้าอยู่ยังไงเสียคนที่นี่ก็ไม่มีใครคิดจะสนใจท่าทางประหลาดๆของเขาอยู่แล้ว หากไม่ได้เผลอตัวไปทำให้ใครเดือดร้อนก็ชีวิตใครชีวิตมัน จนกระทั่งเสียงบางอย่างดังมาจากท้ายซอยที่ที่เขากำลังมุ่งหน้าไป พลันดวงตาเรียบนิ่งก็เงยขึ้นมองตามต้นเสียงก่อนที่ใครบางคนจะวิ่งสวนมาชนเขาเต็มแรงไร้ความปราณี อาจเป็นเพราะความแออัดในนี้ด้วยที่ทำให้ขยับตัวยากมากกว่าเดิม แต่ไม่วายลีโอก็ยังมีสติที่จะพยุงตัวเองไว้ไม่ให้ล้ม 

ปั้ก!                

ขวางทางจังวะ…” เป็นการสบถกับตัวเบาๆที่เขาบังเอิญได้ยิน และอย่างหนึ่งที่ควรรู้ไว้ว่าภายนอกของลีโอดูนิ่งเท่าใด นิสัยกวนๆและการหาเรื่องก็เป็นสิ่งตรงข้ามกับเขามากเท่านั้น ด้วยความเร็วเสมือนสายฟ้าแลบแขนแกร่งใต้เนื้อผ้าเทาวาดไปฉุดแขนอีกคนไว้อย่างแน่นก่อนจะคลาดกันไปจนผู้ร้ายที่ชนเขาเมื่อครู่จำต้องหยุดแล้วหันกลับมามอง และเสี้ยววินาทีนั้นสาบานได้เลยว่าไม่มีครั้งไหนที่ลีโอจะตกใจเท่าครั้งนี้มาก่อน 

เป็นเวลาสั้นๆก่อนที่คำพูดด่าทอจากสุดซอยจะดังขึ้นอีกระรอกและภาพของชายตัวใหญ่ที่วิ่งเข้ามาหา กลางถนนที่ทั้งเหม็นคาวฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายโลหะเก่าๆและผู้คนที่พลุกพล่าน ดวงตาต่างสายเลือดพลันสบเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ ด้วยใบหน้าที่ช่างเหมือนกันประดุจรูปปั้นที่ถูกแกะสลักออกมา สีกายที่ละม้ายคล้ายคลึงจนน่าตกใจถึงจะแปดเปื้อนไปด้วยคราบๆดินบนใบหน้า และแม้ว่าลีโอจะมีรูปร่างที่สูงโตแข็งแรงกว่าแต่มันก็มากพอที่จะทำให้เขาทั้งสองงุนงงไปชั่วขณะ ไม่ทันที่แม้แต่จะปริปากพูดอะไร คนตัวสูงกว่าก็ยกมือขึ้นแตะบางอย่างที่หลังคอก่อนที่หน้ากากไฟเบอร์สีดำๆจะเด้งขึ้นมาคลุมหน้าอย่างรวดเร็ว 

“เห้ย! จับมันไว้! ขโมยๆ!” 

ไม่ยากที่จะปะติดปะต่อว่าเสียงที่ดังขึ้นนี้กำลังเรียกหาใคร ลีโอเหลือบมองคนตรงหน้าอีกครั้งผ่านหน้ากากสีดำบนหน้าที่อีกคนคงไม่เห็นก่อนจะถอนหายใจเบาๆอย่างช่วยไม่ได้ และในตอนที่เผลอเขาก็จับล็อคคอไว้ให้หันหลัง จนกระทั่งเสียงตะโกนใกล้เข้ามา ฝ่ามือที่ลอดผ่านแขนเสื้อยาวออกมาก็วาดนิ้วในอากาศเล่นๆก่อนที่ชายคนนั้นที่ตะโกนจะลื่นล้มลงเพราะแอ่งน้ำปริศนาที่จู่ๆก็ผุดขึ้นมาจากพื้นอย่างไร้ร่องรอย                

อีกครั้งที่สิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้นหากตัดจากการที่เพิ่งได้เจอบุคคลหน้าเหมือนสำหรับลีโอไป เพราะจู่ๆคนในพันธนาการของเขาก็เกิดฮึดจับทั้งร่างทุ่มลงพื้นอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีเวลาพอแม้กระทั่งกับการหายใจ ว่องไวราวกับสัตว์ร้ายในป่าสน ไม่ทันไรแผ่นหลังแกร่งก็กระแทกลงพื้นหยาบไปอย่างจัง แรงทุ่มมหาศาลที่ไม่ว่าเท่าไหร่ชาตินี้เขาก็ไม่คิดว่าจะทำได้ ความปวดแล่นขึ้นมาจนร้าวไปทั้งอก โชคยังดีที่เกราะดำบนหน้าไม่ได้แตก และยังไม่ทันที่จะได้ยันตัวขึ้นมาอีกครั้ง บุคคลปริศนานั้นก็หายลับไปเสียแล้ว

 

  

“ต้องการให้จับกุมเลยไหมครับท่าน”

            

 

“ยัง”

 

 

ฉันยังมีที่ที่ต้องไปอีก


/


“หนึ่ง…สอง…โอย…” 

ไม่ใช่การนับเลขแบบใหม่หรืออย่างไร เพียงแต่ลีโอต้องการจะพยุงสติไม่ให้หลุดไปในการกลับบ้านเท่านั้น ถึงเท้าทั้งสองข้างจะยังอยู่บนบอร์ดไฟฟ้า แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าในอีกห้านาทีข้างหน้าเขาจะยังอยู่อย่างปลอดภัยหรือไม่ เสียงอุทานด้านหลังคงเป็นเพียงการแสดงความเจ็บปวดเท่านั้น เพราะท่าทางเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากคนบ้าที่เอาแต่ยืนโก่งหลังและกุมซี่โครงในเวลาเดียวกันเลย 

น่าขายหน้าเสียจริง 

และแล้วสวรรค์ก็มาโปรดเมื่อรั้วบ้านไม้ปรากฏแก่ตา พลันมือข้างหนึ่งก็รีบยกผลักมันออกเบาๆเพื่อพาตัวเองเข้าไป แต่เหมือนว่าวันนี้จะยังไม่ใช่วันของเขา ฟ้าฝนคงกลั่นแกล้งที่ดลบันดาลให้เพื่อนร่วมบ้านอย่างวีนัสออกมายืนต้อนรับเขาในวันนี้ จะว่าไปแล้วมันก็ยังมีข้อดีแม้ว่าความเสียวสันหลังในตอนนี้จะมากกว่า เพราะคุณชายของเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมาไม่รู้ถึงได้กลับมาติดนิสัยถอดเสื้ออยู่บ้านอีกครั้ง อุปนิสัยที่นานวันกว่าจะแก้ได้และมันก็เป็นสิ่งที่วีนัสทำตั้งแต่ออกเดอะโซลมา ทำให้ชีวิตที่เหี่ยวแห้งไร้ความชุ่มชื้นของลีโอก่อนหน้านี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก่อนจะตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยแม้แต่น้อย                

อย่างที่บอกว่าน้อยครั้งคนอย่างวีนัสจะออกมายืนรอเขา และนั่นก็มักจะเป็นเพียงวันที่ลีโอมีความผิดอะไรติดตัวสักอย่างก่อนออกไปด้านนอก ไม่ก็เกิดเรื่องบางอย่างที่บ้านแล้วความผิดดันตกลงที่เขา ตอนนั้นแหละที่คุณชายจะออกมายืนต้อนรับยืนยิ้มให้เช่นนี้ ใบหน้าที่เคยขาวเพราะสีผิวเฉพาะตัวอยู่แล้ว อีกไหนจะซีดลงเพราะอาการเจ็บที่อกจากตลาด และตอนนี้ก็เพราะรังสีพิฆาตจากเพื่อนร่วมบ้านนั่นเอง 

“เป็นไงลีโอ กลับช้าเชียวนะได้อะไรกลับมาบ้างมั้ยเนี่ย”  

น้ำเสียงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งบนเทือกเขา…และตอนนี้มันกำลังสะเทือนถึงลีโอ 

“คุณชาย…” รู้ทั้งรู้ว่าน้ำเสียงออดอ้อนและการกระทำละลายความเย็นนี้ไม่มีทางได้ผล และจะมีแต่เพิ่มให้แย่ แต่มันก็อดไม่ได้ที่ลีโอจะขอร้องให้ครั้งนี้พวกเขาสงบศึกกันก่อน หลังจากนี้ถ้ากลับมาหายใจได้สบายปอดเหมือนปกติได้จะไม่ว่าอะไรเลย 

แลเหมือนว่าวีนัสจะเห็นบางอย่างในท่าทางเหล่านี้ เจ้าตัวถึงได้ลดความแข็งกร้างในสายตาลงแล้วเดินเข้ามาหาเขา ยอมรับเลยว่าในวินาทีแรกที่เห็นว่าปลายนิ้วเรียวสวยนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ลีโอแทบจะสะดุ้งโหยง พลันก็เสียวไปถึงใบหูเกรงว่ามันกำลังจะหลุดออกในเร็ววัน ทว่าเรื่องราวกลับพลิกเมื่อมือทั้งสองข้างนั้นเอื้อมมาช่วยพยุงเขาไว้อย่างที่ไม่เคยทำ 

“เข้าบ้านไป” แต่จะมีใครเคยบอกไหมว่าอย่าใช้น้ำเสียงแบบนี้กับคนป่วย!!

“คุณเจ้าของบ้านเป็นอะไรน่ะ” ใครบางคนตะโกนออกมาจากสวนหลังบ้านที่ประตูทางไปของมันถูกเปิดอ้าไว้อยู่ ลีโอเลือกที่จะเอี้ยวตัวหันไปมองก่อนจะพบร่างเล็กๆของแขกคนหนึ่งของบ้านอย่างแมททีโอยืนโบกมือให้อยู่ แต่ถ้าถามว่าเขาทำอะไรเป็นการตอบแทนสำหรับการทักทายครั้งนี้เสียน่ะหรอ 

แบร่~ 

แมททีโอที่ยืนอยู่ปลายทางเดินถึงกับนิ่งไปเมื่อถูกแลบลิ้นใส่อย่างงุนงง แต่แล้วก็พอเข้าใจถึงได้คิ้วขมวดมุ่นขนาดนั้นยามเห็นว่าคนที่กำลังพยุงเขาอยู่นั้นเป็นใคร แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาไม่นานมากนักกับการที่แขกทั้งสองเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน แต่มันก็มากพอที่จะทำให้พวกนั้นตกหลุมรักใบหน้าสง่างามดั่งเทพธิดาของวีนัสเช่นนี้ พวกเขามองข้ามการกระทำและสายตาเย็นชานั่นไปอย่างสิ้นเชิง ในแต่ละวันได้แต่แข่งกันนับว่าใครได้เข้าใกล้มากกว่ากัน หรืออาจจะพูดให้ถูก มีแค่เขากับแมททีโอเท่านั้นแหละที่ก่อตั้งการแข่งขันนี้ขึ้นมา                

สีหน้าที่ขุ่นเคืองนั้นพาลให้ลีโอโถมตัวเข้าหาคุณชายมากกว่าเดิมจนคนตัวเล็กเดินกระทืบเท้ากลับสวนหลังบ้านไป ยกยิ้มด้วยชัยชนะเท่านี้ก็รู้แล้วว่าคะแนนใครมากกว่ากัน ให้มันรู้บ้างว่านี่ถิ่นใคร แต่ถ้าคำถามนี้วีนัสเป็นคนถาม เขาเองก็คงจะต้องตอบว่าเป็นของวีนัสอีกเหมือนกันนั่นแหละ 

เป็นห่วงโซ่อาหารของบ้านที่น่าสับสนไม่ใช่น้อย 

เขาถูกพาตัวมายังห้องรักษาขนาดย่อมของบ้านที่ถูกสร้างต่อออกมาจากตัวบ้านจริงๆนิดหน่อย ทันทีที่เดินผ่านประตูเข้าไปและเซนเซอร์ตรวจจับได้ไฟทุกดวงในห้องก็พากันติด มันเป็นพื้นที่ที่เล็กที่สุดของบ้านและมีเพียงจำนวนคนเล็กๆเท่านั้นที่จะเข้ามาได้ ประกอบไปด้วยผนังฝั่งหนึ่งที่มีโต๊ะเครื่องมืออุปกรณ์ติด ส่วนกลางที่มีเพียงเก้าอี้สำหรับผู้เจ็บคนเดียว และอีกฝั่งที่เป็นอ่างล้างเล็กๆ โดยรวมแล้วก็เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ค่อนข้างแคบมากเลยทีเดียว                

มือเล็กจัดการหยิบจับสำลีและน้ำเกลือล้างแผลมาไว้ตรงโต๊ะ เอื้อมไปหยิบผ้าพันแผลมาอีกหน่อยก่อนจะขยับเข้าใกล้ลีโอ และการที่อีกคนก้าวเข้ามายืนระหว่างขาเขานั้นยิ่งทำให้คุณชายตัวเล็กลงยิ่งกว่าเดิม อาจเป็นเพราะว่าแม้ความสูงเขาจะน้อยกว่า แต่ร่างที่กำยำและแข็งแกร่งทำให้บางครั้งวีนัสก็ตัวหดลงอย่างง่ายๆ วีนัสไม่เคยที่จะหวงตัวเลยแม้แต่น้อย ขณะที่ว่าขนาดเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งสองแล้วนั้นลีโอก็ยังไม่สามารถคุมไม่ให้ตัวเองสำรวจเรือนร่างสวยของอีกคน นึกขันที่ใบหน้าหวานและโครงหน้าสวยนี้กลับมีกล้ามเนื้อหกก้อนอยู่ที่หน้าท้อง และกล้ามเนื้อที่แขนให้พอเห็น            

แผลถลอกบนตัวเขาถูกพลาสเตอร์ทีละจุด จนกระทั่งความปวดส่วนอกถูกบรรเทาโดยการทานยาและผ้าพันแผลที่จะช่วยยึดไม่ให้ขยับผิดท่าไว้ เวลาอันแสนสุขของลีโอเกือบจะจบลงตรงนั้นหากเขาไม่ได้เอ่ยเริ่มบทสนทนาเสียก่อน 

“ไม่โกรธที่ผมไม่ได้ซื้อหุ่นยนต์กลับมาให้หรอครับ ไม่คิดจะถามหน่อยหรอว่าเจออะไรมา”

“ถ้านายอยากพูดนายก็คงพูดมานานแล้วลีโอ ฉันไม่โกรธหรอก”

“แล้วทำไมถึงออกมายืนรอผมหน้าบ้าน แถมถอดเสื้อแบบนี้อีก คนธรรมดาข้างบ้านเรากลายเป็นโรคจิตได้แค่เพราะเห็นคุณเลยนะครับ” เขาพูด ขณะที่มือซุกซนก็ไล่ลูบไล้ไปตามเอวเล็กของอีกคน

“อย่าเยอะ แล้วที่ฉันออกไปยืนเพราะนายมีคดีติดตัวอยู่”

“…” นั่นไง

“ก็แล้วถ้าไม่ใช่กลับช้า ของไม่ได้ แล้วมันเรื่องอะไรกันล่ะครับ”

“นาย”

“ครับ”

“ทำไมไม่เช็คว่าเครื่องปรับอากาศมันพังก่อนออกจากบ้าน” ประโยคนั้นไม่ได้มีความก้าวร้าวอยู่นั้นเลย ไม่เลยแม้แต่น้อยแต่ก็แล้วอีกครั้งที่ลีโอผวาไปเพราะความผิดที่เพิ่งรู้ตัว

“คุณก็เลยออกมาเดินถอดเสื้อเล่นแบบนี้น่ะหรอ”

“แล้วทำไมต้องมาโมโหฉันกลับด้วยลีโอ นี่มันความผิดนายล้วนๆเลยนะ ก็รู้อยู่ว่าฉันเกลียดอากาศร้อ-”

“แล้วมันใช่เรื่องไหมครับวีนัส” เป็นครั้งแรกในรอบสองปีล่ะมั้งที่ลีโอจะปิดท้ายประโยคด้วยชื่อเทวาผู้นี้ ด้วยความร้อนรุ่มในอกที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ เขาจับเหวี่ยงร่างตรงหน้ากลับไปนั่งลงบนเก้าอี้แทนเขา ก่อนจะกักขังไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยึดไว้กับพนักพิง เพียงแค่อีกคนโทรมาแล้วบอกว่าอะไรเขาก็คงจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนั้น ไม่ใช่เหตุเลยที่เพราะแค่เครื่องมันเสียแล้วจะออกมาเดินเตร็ดเตร่เปลือยท่อนบนแบบนี้ หากแค่วีนัสมีความห่วงตัวเองบ้างอีกสักหน่อย

“เป็นนายรึเปล่าที่หวงฉันมากเกินไป” ลีโอชะงักไป

“Damn! คุณชาย!” 

“น่ารำคาญอีกแล้ว” พลันเข่าของวีนัสก็พุ่งขึ้นสวนเข้าแก่นกายของลีโอไปอย่างเต็มๆ ไร้การยั้งแรง เสี้ยววินาทีหนึ่งเขาเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของอีกคนผ่านสายตา แฝงไปด้วยความผิดหวังแต่แล้วไม่ถึงวิหลังจากนั้นมันก็สลายไป จนลีโอแทบจะคิดว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น 

ทันทีที่ฉุกคิดได้เขาก็รีบวิ่งตามอีกคนออกไปทว่าป่านนี้ก็คงถึงห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมันเป็นที่รู้ดีของบ้านว่าไม่ควรมีใครถูกรบกวน จะเหลือก็เพียงรอยยิ้มเย้อหยันของแมททีโอเท่านั้นที่มายืนรอหน้าห้องรักษาตั้งแต่ก็ไม่รู้ แลดูจะพอใจอะไรสักอย่างในขณะที่เขาได้แต่เคืองตัวเองที่พลั้งพูดออกไป 

“ทำคุณเขาโกรธจนได้สินะ”

“รู้ได้ไง”

“ก็เนี่ย…คุณวีนัสถึงกับทิ้งถุงกาแฟไว้ก็น่าจะรู้แล้วนะครับ”

  


ยามเวลามื้อเย็นมาเยือนสีฟ้าด้านนอกก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มคล้อยไปทางฟ้าทมึนๆของค่ำคืนที่ขยับเขยื้อนเข้ามา ลีโอยังไม่ได้หาทางคุยกับวีนัสเลยหลังจากนั้น ทุกคนต่างปิดห้องเงียบๆใช้เวลาของตัวเอง ทางเดินกลับมาเงียบสงบทว่ากลิ่นอายหอมกรุ่นจากเมล็ดกาแฟยังโชยอยู่ทั่วทุกตารางนิ้วของบ้าน                

ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดพวกเขามักจะเห็นถุงกระสอบเล็กๆที่สานขึ้นจากผ้าของเมล็ดกาแฟถูกนำออกมาจากกระเป๋ากางเกงของวีนัสทุกเย็น เลือกที่จะปล่อยให้มันเป็นเพียงหนึ่งในกิจวัตรประจำวันไปก็เท่านั้น ว่าถ้าวันไหนมันไม่ได้ถูกหยิบออกมาวางไว้เพื่อสลับเปลี่ยนเมล็ดชุดใหม่เข้าไป ถือว่าคุณชายยังไม่ได้กลับบ้านมาจริงๆ               

ห้องกินข้าวถูกยึดพื้นที่สองเก้าอี้โดยแมททีโอและเจฮันแล้ว จะมีก็แต่เขากับวีนัสที่ยังไม่ได้เข้าไปร่วม แต่แล้วความรู้สึกลึกๆก็บอกเขาว่ามีบางอย่างผิดแปลกไป ทั้งบ้านเงียบผิดปกติอีกทั้งเจฮันยังได้แต่นั่งนิ่งด้วยสีหน้าประหลาด อดไม่ได้ที่จะรีบมุ่งตรงไปยังห้องของวีนัส แล้วยกมือขึ้นเคาะทันที 

“วีนัสครับ เวลาอาหารเย็นแล้วนะ ผมทำไว้ให้เหมือนเดิมแล้ว” ลีโอเอ่ยออกไปด้วยเสียงที่สั่น อย่างหนึ่งคงมาจากความกลัวว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้น เมื่อจิตใจไม่อยู่กับตัว ด้วยความร้อนรนเขาก็ผลุนผลันเปิดประตูเข้าไปดูทันที ลางสังหรณ์ก็กลับทวีคูณขึ้นเมื่อมันไร้ซึ่งวี่แววของอีกคน เนื้อตัวสั่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่ค่อยๆถี่ขึ้น 

วีนัสหายไปไหน 

แต่เขาจะไม่ยอมหยุดเช่นนั้น อาจมีโอกาสที่วีนัสจะโกรธเขาแล้วต้องการระบายมันโดยการแช่ตัวในอ่างๆอุ่นอย่างที่ชอบทำ แต่แล้วการที่เงาของเขาปรากฏอยู่หน้าประตูติดฝ้าก็แล้วกลับยังไม่มีเสียงโวยวายออกมาก็มากพอที่จะทำให้รู้ว่าต่อให้พลิกบ้านหาก็ไม่มีทางเจอคุณชาย 

“เลิกหาเถอะ”

“เจฮัน! บอกผมสิว่าเขาอยู่ที่ไหน!”

“ไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว”

“…”

วีนัสหายเข้าป่าไปนานมากแล้ว


/


กรอบแกรบๆๆๆๆ!!! 

เสียงฝ่าเท้าที่กดลงไปบนใบไม้แห้งด้วยความหนักแน่นในแต่ละก้าวและแรงที่ยังไม่ลดถอยเลยตั้งแต่เข้ามา ด้วยความว่องไวและความยืดหยุ่นของตัวที่ทำให้การวิ่งของวีนัสทั้งรวดเร็วๆและคล่องตัวไร้ที่ติ สมกับที่ฝึกอยู่เดอะโซลมานานสิบปี หากว่าตอนนี้เขายังอยู่ที่นั่นก็คงได้รับคำชมไม่น้อย                

ถึงคราที่ภูตจันทราจะเข้าครองพื้นที่ฟ้าและสลัดความสว่างแสบตานี่ออกไป โอบกอดผืนงามด้วยความมืดที่แสนน่าหลงใหล ประดับประดาด้วยแสงระยิบระยับเล็กน้อยและความสว่างสลัวๆของดวงจันทร์ ความมืดมิดไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขา และไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องก้าวต่อไปข้างหน้าให้ได้                

เพราะอะไรหลายๆอย่างที่เป็นอยู่ส่งผลให้การมาเยือนบ้านครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งต่อๆไป บางอย่างที่กระทบกระเทือนจนไม่อาจคลายความเคืองนี้เพียงแค่สายน้ำอุ่นๆได้ สองขาผลัดวิ่งไปตามพื้นดินสากที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้อย่างไร้จุดหมาย และถึงจะเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าท้ายที่สุดจะไปโผล่ที่ไหนเขาก็จะไม่หยุด ลึกเข้าไปเรื่อยๆพร้อมกับความมืดมัวและอับแสงที่ครอบงำ ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นแสงสว่างหนึ่งเดียวที่กระจ่างตรงนี้แลจะเป็นดวงตาคู่สวยสีทองอร่ามที่เด่นหราอยู่ท่ามกลางหลังคาสูงของใบไม้ที่ปกปิด            

มีเพียงแสงจากฟ้าบางส่วนที่สามารถทอผ่านลงมาตามซอกเล็กๆของใบไม้ที่เติบโตทับกันได้ กระทบกับดินชุ่มและรอยเท้าที่กดลง จนกระทั่งเคลื่อนมาหยุดอยู่ใจกลางของป่าลึกแห่งนี้ที่เป็นพื้นที่เปิดและผืนดินปกคลุมไปด้วยหิมะจากฤดูก่อนของปีที่ผ่านมา การวิ่งก็หยุดลง สองฝีเท้าแน่นิ่งทว่าเสียงหอบที่ดังขึ้นมาแทน            

ใช่ว่าการที่ฝ่าเท้านี้หยุดลงแล้วส่วนอื่นๆของร่างกายนี้จะหยุดตาม วีนัสพาตัวเองไปหยุดที่หน้าต้นไม้สูงตนหนึ่งที่อายุยาวนานนับร้อยปีและโคนต้นที่หนาแน่น ดวงตาที่ยังไม่วายเรืองขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศทมึน สองมือกำหมัดแน่นและแล้วมันก็พุ่งเข้าใส่สิ่งตรงหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธเคือง

 

ผลั่ก! ผลั่ก! ผลั่ก!

 

“อ๊ากกกกกกก” 

เขาโกรธทุกอย่าง โกรธตัวเอง โกรธสิ่งรอบข้าง และเกลียดทุกอย่างที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ พลันของเหลวข้นสีแดงฉานก็เริ่มซึมไหลออกมาจากบาดแผลของความกริ้ว แต่ก็ไม่สนที่จะหยุด เสียงของการกระแทกนี้กึกก้องไปทั่วผืนป่า สะท้อนอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ด้านในจวบจนใกล้จะหายไป เหยื่อตัวแรกของเขาก็ปรากฏตัว                

สี่ขาแกร่งและกรงเล็บที่ยาวแหลม ปลายเขี้ยวขาวที่โผล่ออกมาและเส้นขนหนาสีขาวตัดดำนั้นช่างสง่า มุมปากเล็กเหยียดยิ้มมุมปากขึ้น ก่อนจะกลับตัวแล้วก้าวเข้าไปหา หยุดลงเมื่อระยะห่างไม่ใกล้ไม่ไกลจนเกินไป วีนัสย่อตัวลงแก่ราชันขาวแห่งป่าตรงหน้า ปลายนิ้วสัมผัสผิวดินและในวินาทีที่มันกำลังจะพุ่งตัวเข้าหา เปลือกตาบางก็ปิดและเปิดขึ้นอีกครั้งในตอนที่ดวงตาสีทองนี้สว่างไสวและแข็งกร้าวเสียขึ้นกว่าเดิม                

คลื่นคำสั่งถูกส่งไปผ่านผิวดิน วิ่งแล่นไล่ผ่านไปตามช่องว่างจนกระทั่งมันสัมผัสคู่ต่อสู้อีกหนึ่งเมตรด้านหน้า จากการจู่โจมก้คลายเป็นก้มคำนับแทบเท้า เสมือนว่าการต่อสู้คลายสิ้นสุดลง อารมณ์ร้อนรนภายในพาลก็เย็นลงยามเกล็ดขาวและหิมะแรกแห่งปีตกลงจากฟากฟ้ากระทบผิวเนื้อสีน้ำผึ้ง เสื้อยืดสีน้ำตาลที่ใส่มาเพียงตัวเดียวตอนแรกพลันก็เผยให้เห็นผิวเนื้อสวยจากรอยขาดที่เกิดจากกิ่งไม้คม รอยแดงจางๆก็ถึงคราแต่งแต้มเมื่อความหนาวเกาะกิน                

ฝ่ามือสวยวางลงศีรษะของสัตว์ป่าตรงหน้าอย่างสงบ ยังไงเสียเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะออกมาสู้อยู่แล้ว นึกขอบคุณมันที่ให้เวลาส่วนหนึ่งในการทำลายอารมณ์ร้อนของเขาในวันนี้ เป็นตอนนั้นที่รอยยิ้มที่นุ่มนวลและบางเบาที่สุดปรากฏบนใบหน้า ด้วยสายตาที่อ่อนล้าและใกล้จะปิดอยู่เต็มที ก้มลงไปโอบกอดเจ้าตัวใหญ่ไว้เพื่อความอบอุ่น แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ต้องการ สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ วีนัสคือเจ้าแห่งป่า            

อีกครั้งที่มีใครอีกคนออกมาทักทาย องครักษ์ผู้ภักดีของเขา ขาทั้งสองข้างที่เหยียบลงบนไหล่แคบ ปลายขนนุ่มแสนเย่อหยิ่งและใบหน้าที่เรียบนิ่งเสมือนเจ้าของ ดวงตากลมโตวาวเจ้าของผืนฟ้ามืดมิด เสียงร้องที่ดังกังวานของค่ำคืน ปีกทั้งสองสะบัดลงยืนนิ่งอย่างเชื่องช้า ไปตามกาลเวลาที่ไหลเวียนของหิมะ จบลงแล้วสำหรับวันนี้ที่ได้กลับมา                

แต่แล้วการเคลื่อนไหวบางอย่างหลังต้นไม้ใหญ่ด้านหลังนั้นก็ถูกค้นพบโดยสายตาทั้งสามคู่ที่หันขวับกลับไปหาทันควัน ในเงามืดที่คนใต้แสงจันทร์ไม่มีทางเห็นได้ชัด ไม่แน่ใจว่านับเป็นโชคดีหรือร้ายของเจสเตอร์ที่ในที่สุดสิ่งที่ตามหาก็มาอยู่ตรงหน้า แต่เขาพบแล้ว ครั้นจันทราทอแสงกระทบเข้าดวงตาของบุตรชายแห่งปฐพี ถึงคราความจริงเปิดเผย พลันสองดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นทองอร่ามอย่างเคย เขาผู้นั้นคือกบฏของประเทศ ตอนนี้…ทุกอย่างประจักษ์อยู่ตรงหน้าแล้ว

 

แต่คงไม่มีใครบอกว่าภาพของกบฏและสัตว์ป่าร้ายตรงหน้าจะงดงามและสง่าดั่งฑูตสวรรค์เช่นนี้…

 

۞

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC…

#อย่าจ้องกุกวี

 

 

 

 

 

 

Talk:

สกรีมแท็ก #อย่าจ้องกุกวี

ไม่รู้ว่าวีนัสคลั่งทำไม 

ไม่รู้ว่าคนที่ลีโอเจอที่ตลาดคือใคร

แต่ที่รู้ๆ วีนัสกับเจสเตอร์สบตากันล้าว กี้ดๆ

ปล. ลีโอจะมีสิทธ์เป็นคนคลั่งรักวีนัสในอนาคตบ้างมั้ยค้าบ

*ภาพของอารักษ์และอื่นๆจะลงในทวิตติดแท็กนิยาย

 

 

                

 

 

 

 

 

 

SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #44 RUbeluga (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 22:28
    เจอกันอีกรอบแน้วว
    #44
    0
  2. #27 tylane_GRAVITY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 02:04
    ว้าวว วีนัสคือจ้าวแห่งป่า ในโลกยุคอนาคตที่มีแต่เทคโนโลยีและสงคราม ธรรมชาติคงโดนทำลายไปไม่น้อย ถ้าวีนัสฟื้นฟูธรรมชาติ = เป็นกบฎในโลกระบอบทุนนิยมเลยทีเดียว สนุกมว้ากกกกก เจสเตอร์ตะลึงในความสวยของน้องหรอ 55555
    #27
    0
  3. #22 mycouldy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 21:00
    ลีโอแอบชอบวีนัสเหรอเนี่ย....
    #22
    0
  4. #18 deffang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 16:22
    ทุกคนต้องสยบแด่ความสวยของวีนัส
    #18
    0
  5. #16 puncharatppai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 11:24

    เจอกันอีกรอบแล้ว วีนัสสวยที่สุดเลยใช่มั้ยเจสเตอร์555
    #16
    0