The Seoul's Eyes [Kookv]

ตอนที่ 3 : Chapter 2: One starry night

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

 

 

 

กลิ่นอายกาแฟหอมกรุ่นที่พัดโชยมากับสายลมเย็นของฤดูพาลให้เจ้าของใบหน้าดุจหญิงสาวหลับตาพริ้มชื่นชมบรรยากาศยามบ่ายเช่นนี้ เสียงใบไม้แห้งกรอบที่ลากไปตามพื้นถนนขรุขระและเจ้านกน้อยที่บินระบำอยู่ทั่วผืนฟ้า เอ่ยทักทายแสงอาทิตย์อบอุ่นและกลุ่มเมฆที่ไม่ค่อยมากของวัน ท้องฟ้ายังโปร่งอีกเช่นเคย และสิ่งนี้ก็ถูกใจวีนัสไม่น้อย                

ชีวิตผู้คนแถวชินซาดงก็มักจะสุขสบายและเรียบง่ายเสมือนกลิ่นละมุนของเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ได้รับการบดละเอียด และความนุ่มของสัมผัสขมฝาดที่ปลายลิ้นลากไปจนถึงลำคอ ความอบอุ่นร้อนรุ่มที่ราวกับว่ากำลังมีใครโอบกอดเราไว้อยู่ ความรู้สึกเป็นเช่นนี้อยู่ทุกครั้งที่ได้ทิ้งให้ร่างกายพักผ่อนหย่อนใจไปกับสายลม            

สีสันและรูปแบบที่คล้ายคลึงกับฝั่งตะวันตกพาลก็ทำให้คนที่นั่งอยู่สุขสมไม่น้อย หวนให้นึกถึงวันเก่าๆ ภาพของหนังโปรดที่ได้ดูเมื่อยังเด็กและชีวิตที่ใฝ่ฝันอยากจะออกไปแตะสักครั้ง                

พลันเปลือกตาสีดั่งน้ำผึ้งก็ลืมขึ้นอีกครั้ง กวาดสายตาไปรอบๆอย่างที่ชอบทำและคิดเสียว่าหากได้มาเห็นที่แห่งนี้เร็วกว่านี้เสียหน่อยคงจะดีไม่น้อย วีนัสค่อยๆยกปลายนิ้วของตนขึ้นก่อนจะเริ่มชี้ไปที่คนนู้นทีคนนี้ทีพร้อมกับขยับปากพึมพำบางอย่างที่มีเพียงเจ้าตัวที่เข้าใจ 

“45…62…39…81…90”

“22…76…66…102” 

วีนัสทำเช่นนี้วนไปในขณะที่ก็นั่งยกแก้วกระเบื้องลายสวยขึ้นจิบกาแฟพลาง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินแหวกว่ายผ่านกันอยู่เต็มถนน และโชคดีหน่อยที่วันนี้คนค่อนข้างเยอะและเขาเองก็เลือกที่จะนั่ง ณ ร้านหัวมุมสี่แยก มันเลยมีอะไรสนุกๆให้ทำกว่าวันก่อนๆเสียหน่อย                

ยามปลายแก้วละออกจากริมฝีปากเล็กแดงสด คราบสีน้ำตาลอ่อนๆของกาแฟก็ติดหลงเหลืออยู่บนขอบปากก่อนที่ปลายลิ้นเล็กจะแลบออกมาเก็บเกี่ยวมันเข้าไป โดยไม่ทันได้ระวังตัวเลยว่ามีสายตามากมายจ้องมองอยู่ แต่แล้วสมาธิของการนั่งคำนวณสถิติบางอย่างในหัวอยู่นั้นก็ถูกรบกวนด้วยเสียงเจื้อยแจ้วเล็กๆของหญิงสาวสองคนที่นั่งถัดจากเขาไปด้านหลังเพียงนิดเดียว 

“เห็นข่าวนี้ยัง ตอนนี้ลงกันว่อนแล้วนะ แต่เขาบอกห้ามใครเอาไปพูดในที่สาธารณะ”     

“แล้วเธอมาพูดแบบนี้เราจะไม่โดนหรอ”

“ไม่มีใครได้ยินหรอกน่า ดูนี่สิ” คิ้วเรียวสวยสีอ่อนพลันก็เลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะค่อยๆเอนหลังลงไปพิงเกาอี้ให้มากที่สุดแล้วถอดแว่นกรอบบางบนใบหน้าออก วางไว้อย่างเบามือบนโต๊ะของตน 

สองสาวยังคงยื่นหน้ากระซิบบางอย่างกันอยู่หารู้ไม่นั้นว่าการกระทำของพวกเธอถูกแว่นเลนส์พิเศษนี้จับภาพไว้อยู่ วีนัสหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะทำตัวให้สบาย ค่อยๆตัดเสียงน่ารำคาญรอบข้างออกไป เหลือไว้เพียงเสียงพูดคุยของสองสาวที่นั่งอยู่ตรงนี้ 

“องค์กรกำลังตามหาเจ็ดคนนี้อยู่ แต่คนที่เขาต้องการมากที่สุดคือนคนนี้ เห็นว่าบางที่มีการเอารูปขึ้นเลยนะ”

“แต่นี่ก็สองปีแล้วนะตั้งแต่ข่าวตอนนั้น ยังจะหากันอยู่อีกหรอ”     

“เอ้า ก็นี่ไงกบฏของประเทศ ขืนหาไม่เจอเดี๋ยวก็ซวยกันหมดพอดี” 

หืม…กบฏของประเทศหรอ

ใครกันช่างปล่อยข่าวแบบนี้ 

“เชื่อได้รึเปล่าก็ไม่รู้ นี่เด็กแค่สิบเก้าเองนะ ถ้าปีนี้ก็ยี่สิบเอ็ดเอง อายุยี่สิบเอ็ด”

“ยังใช้พลังตัวเองไม่เป็นก็เงียบไปเถอะ อายุยี่สิบเอ็ดก็ทำลายล้างโลกได้แล้ว ไม่งั้นรัฐจะออกตามหาขนาดนี้ทำไม เอาเวลาที่ไม่เชื่อฉันไปฝึกเพิ่มเรตตัวเองก็แล้วกัน”

“นี่!” 

สิ้นสุดประโยคนั้นบทสนทนาก็แปรเปลี่ยนหัวข้อไป พลันเจ้าของร่างบางก็ยกนิ้วขึ้นกดปุ่มบางอย่างบนแว่นก่อนจะนำมันใส่กลับบนหน้าเหมือนเดิม เขากระตุกยิ้มมุมปาก เรื่องนินทาซุบซิบนี่ไม่ว่ารุ่นไหนก็ยังหนีไม่รอดจริงๆสินะ                

หลังจากนั้นอีกไม่นานพวกเธอก็ลุกออกไปจากร้าน โชคยังดีที่ตอนเดินออกไปเขานั่งก้มหน้าอยู่ ไม่เช่นนั้นก็คงได้เกิดเรื่องเป็นแน่ วีนัสกลับมาใช้ชีวิตในเวลาว่างอย่างที่ชอบทำอีกครั้งโดยการนั่งคำนวณค่าปริมาณของพลังแต่ละคนที่เดินอยู่ตามเรตที่แสดงอยู่เหนือหัว มันคงน่าแปลกที่เขาสามารถเห็นมัน แต่ก็นั่นแหละยังไงเสียงานอดิเรกนี้ก็ยั่งน่าเบื่ออยู่ดี 

“22…98…37…62…หืม” ครั้นดวงตาสีสวยดุจอัญมณีเหลือบไปเห็นร่างสูงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนตรงนั้น คิ้วก็เลิกขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัยก่อนจะค่อยๆเพ่งมองจนกล้ามเนื้อตาระบม ใครคนนั้นไม่ได้ยืนอยู่ไกลมากจนแทบจะมองไม่เห็น แต่เพราะตัวเลขพลังและเรตที่วีนัสควรจะเห็นอยู่เหนือหัวเสียต่างหากที่ไม่มีอะไรปรากฏอยู่เลย 

ใครคนนั้นที่อยู่ในชุดเครื่องแบบของทหาร ใบหน้าไร้ริ้วรอยที่แสดงถึงความอาวุโส อีกไหนจะความรู้สึกบางอย่างที่บ่งบอกเขาว่าเจ้าตัวยังอายุน้อยอยู่มาก แล้วนี่มันอะไรกัน เดี๋ยวนี้มีทหารอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเสียด้วยหรอกหรอ                

ไวเท่าความคิด ร่างบางก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ลอยอยูเหนือพื้นก่อนจะเดินลงไปแล้วตรงไปหาอีกคน วินาทีหนึ่งที่แม้จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนมากมายระหว่างพวกเขา ในตอนที่ใครคนนั้นอีกฝั่งพลันหันกลับมาและดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน วีนัสรู้สึกบางอย่างถึงความคุ้นเคย จนกระทั่งเป็นเขาเองที่หยุดเดินลงและไม่สามารถก้าวออกไปได้                

แต่แล้วก็แลเหมือนว่าการกระทำของเขาจะเข้าเป้าสายตาไปเสียก่อน ชายคนนั้นเดินเข้ามาหาเขาก่อนจะหยุดลงตรงหน้า ส่วนวีนัสเองก็เงยหน้าขึ้นไปหาพร้อมกับรอยยิ้มเสแสร้งเฉพาะตัวอีกครั้ง 

“สวัสดี คุณทหารอากาศ”

“สวัสดี น่าประทับใจที่คุณรู้จักเครื่องแบบของเรา”

“ไม่แปลก สมัยนี้อยากรู้อะไรเราก็เข้าข้อมูลกลางได้หมด” วีนัสเอ่ยทักทายอย่างเป็นธรรมาติ ก่อนจะใช้มือข้างขวาจับดันแว่นให้ขึ้นไปพอดีอีกครั้ง

“มีอะไรหรือเปล่าครับเดินเข้ามาหาผมแบบนี้”

“ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าคุณเองหรอกหรอที่จ้องผมตั้งแต่ในร้านแล้ว”

“หวาแย่จัง ผมทำเรื่องอีกแล้วสินะ”       

“ขออนุญาตแนะนำตัว กระผมพลเอกเจสเตอร์” ด้วยความสูงที่ใกล้เคียงกันคนตรงหน้าทำเพียงยื่นมือมาให้เท่านั้น และเขาเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะสานต่อการรู้จักในครั้งนี้

“ยินดีที่ได้รู้จัก คุณชายวีนัส” พลันดวงตาคู่สวยก็กระตุกไปด้วยความตกใจ เบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็น แต่แล้วในสถานการณ์เช่นนี้วีนัสรู้ดีว่าควรวางตัวอย่างไร เขาถึงได้ก้มหน้าและยกยิ้มขึ้นมาจางๆ                   

“ไม่ยักรู้ว่าผมดังใช่เล่น”

“ชื่อนี้มีอยู่ถมเถไป ผมเองก็บังเอิญได้ยินมาจากกรมก็เท่านั้น อย่าได้ถือสา”

“ไม่อยู่แล้ว เชิญคุณเถอะ” วีนัสเอ่ยจบก่อนจะรอให้คนตรงหน้าเดินจากไป ใบหน้านั้นส่งยิ้มมาให้เขาเล็กน้อย ทว่าเขากับรู้เป็นอย่างดีเลยว่าคนคนนี้ม่ได้เป็นมิตรเสียแล้ว


/


“กลับมาแล้วหรอคุณชาย”

“เป็นอะไรกันทำไมคนเอาแต่เรียกฉันว่าคุณชาย” ร่างบางว่าทันทีที่เสียงทุ้มต่ำๆดังเข้ามาให้ได้ยินเมื่อเขาเดินกลับเข้ามาในบ้านอีกครั้ง พลางถอดรองเท้าคู่สวยที่ใส่ออกไปวันนี้

“วันนี้ไปไหนมาอีกล่ะ คงไม่ได้ไปนั่งทิ้งเวลาไปวันๆนะ”

“นอกจากจะไม่ฟังกันแล้วยังประชดเก่งอีกนะ นายลีโอ” วีนัสตอบไปอย่างกวนๆ ก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องทำงานใหญ่ของอีกคน ทิ้งตัวลงนั่งบนตักแกร่งนั้นแล้วยกมือกอดคอไว้อย่างที่ทำประจำ และลีโอเองก็ใช้มือโอบเอวประคองเขาไว้ด้วยเช่นกัน

“นี่ทำอะไรอยู่” เขาพูดในขณะที่ตาก็จ้องไปบนหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายอยู่บนโต๊ะและนิ้วมือที่ไล่ดูข้อมูลบางอย่างราวกับว่าเขาจะเข้าใจ

“คุณไม่เข้าใจหรอก” นั่นไง ไม่ทันขาดคำ

“นี่จะทำตัวๆดีกันสักวันได้มั้ย ฉันก็อยากช่วยอะไรได้บ้าง”

“อยู่เป็นคนสวยของผมไปวันก็พอแล้ว” คนตัวขาวว่าก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเชยปลายคางมนของเขาขึ้น

“น่ารำคาญจริงๆ” 

เขาได้ยินเสียงลอบขำนิดๆจากคนด้านหลังก่อนที่วีนัสจะยันตัวลุกขึ้นเตรียมกลับห้องตัวเองไป แต่แล้วไม่วายคนคนนี้ก็ไม่ยอมเอามือละออกไปจากเอวเขา 

วีนัสปลายตามองนิดๆก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแทนการถามและสิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็เป็นเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เท่านั้น อดไม่ได้ที่จะกวนประสาทโดยการก้มลงไปหาและท้าวแขนไว้กับเก้าอี้ แล้วเอ่ยประซิบประโยคชวนฝันพังทลายด้วยเสียงนุ่มทุ้มที่ยังติดหวานอยู่                

“นายไม่มีวันได้หรอกลีโอ”

“ใจแข็งจริงๆนะวีนัส นี่เราก็อยู่ด้วยกันมาสองปีแล้ว ยังไม่ไว้ใจผมอยู่อีกหรอ อยากเห็นรอยสักคุณจะตายแล้ว” ลีโอตอบก่อนๆจะค่อยๆปล่อยมือจากเอวคอดที่หลงนักหลงหนาไปอย่างอ้อยอิ่ง ตีหน้าเศร้าราวกับว่าคนใจแข็งตรงหน้านี้จะเห็นใจ

“กับคนอย่างนาย อีกสิบปีฉันก็ยังไม่ไว้ใจเสียหรอก เป็นพวก wild รึเปล่ายังไม่รู้เลย”

“เป็นงั้นจริงผมก็จับคุณกินไปนานแล้ว” 

“แล้วแต่คุณเลย อ้อ วันนี้ฉันเจออะไรแปลกๆด้วย แว่นนี่มีปัญหาอะไรมั้ย เหมือนฉันจะไม่เห็นค่าพลังของบางคน”

“นั่นไง ออกไปทำเรื่องไร้สาระอีกจนได้ ทำไมไม่รู้จักระวังตัวเลยนะวีนัส คุณก็รู้อยู่ว่าตัวเองโดนจับตามอง”

“ก็ช่วยไม่ได้ ชีวิตมันน่าเบื่อเกินไป”

“ไหนผมขอดูแว่นหน่อย แต่ครั้งล่าสุดที่ลองให้มันก็ยังปกติดีนะ” ลีโอเอ่ยก่อนจะรับแว่นจากเขาไป ถ้าจำไม่ผิดพวกเขาสองคนก็คงเจอกันเมื่อสองปีที่แล้ววันที่ได้รับการปลดปล่อยเสียนั่นแหละ เวลานั้นวีนัสจำได้ดีเลยว่าเจ้านี่น่ะดูเนิร์ดเสียแค่ไหน ที่ได้เป็นเพื่อนกันนี้ก็เพราะผลประโยชน์โดยล้วนๆ หากลีโอไม่ได้เก่งเรื่องเทคโนโลยีขั้นเทพ ก็ฝันไปเถอะว่าชีวิตนี้วีนัสจะยอมทำความรู้จัก                

กว่าจะได้รู้ว่าตัวเองตกหลุมพลางเมื่อไหร่ ก็ตอนที่ตกลงย้ายมาอยู่ในบ้านพักนี้กับเจ้าตัวเสียแล้ว ก่อนหน้านี้ที่รู้จักกันเพียงเผินๆ เขาเองก็ไม่คิดว่าเจ้านี่มันจะเป็นหนุ่มแอบร้อนแรง บางครั้งแค่เขาเดินเข้าห้องครัวมายังแอบกลัวเลยว่ามันจะปล้ำเขาเข้าสักวัน แต่งตัวปกติยังโดน โชคดีหน่อยที่ลีโอยังมีความเป็นสุภาพบุรุษ แต่ภาพโดยรวมของมันก็ยังไม่เคยดีในสายตาของวีนัสเสียอยู่ดี 

“เดี๋ยวผมจะเช็คให้ คุณเข้าไปพักผ่อนเถอะ แล้วคราวหน้าอย่าเอาเลนส์อัลฟ่าสิบห้านี่ไปเล่นอีกล่ะ ผมทำให้คุณเพื่อให้เห็นเรตของศัตรูในยามจำเป็น ไม่ได้ให้เอาไปนั่งคำนวณว่าใครจะข้ามขั้นเมื่อไหร่”

“รู้แล้วหน่า เสร็จแล้วก็เอาเข้าไปวางที่โต๊ะเหมือนเดิมด้วย ฉันว่าจะไปแช่น้ำร้อนสักหน่อย”

“ตามสบายเถอะคุณชาย”

“แบบนี้สิค่อยน่ารักหน่อย”

 

/


ท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปคงมีเหตุมาจากการที่พายุกำลังจะเข้าในวันนี้ รู้สึกแย่เล็กน้อยที่ผืนฟ้าสว่างสวยจะถูกพรากความสดใสไป เช่นเดียวกับความรู้สึกของคนที่เห็นก็หดหู่พลาง มันเริ่มแล้วยามสายฝนค่อยๆทยอยตกลงมาปรอยๆ พลันประตูกระจกของห้องน้ำหรูก็เปิดออกก่อนที่เจ้าของร่างสวยจะเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าคลุมเพียงตัวเดียว                

ดวงตาสีฟ้าเหลือบเทาก็เสมองไปทางหน้าต่าง ด้วยการที่โครงสร้างของบ้านหลังนี้ค่อนข้างเปิดกว้าง ห้องน้ำห้องนี้ถึงได้มีห้องกระจกโผล่ออกไปนิดหน่อยติดกับสวนหลังบ้านที่ตอนนี้พืชไม้และดอกมากมายต่างก็รอรับน้ำฝนกลางเดือนหนาว ฝนตกในฤดูหนาวไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่หรอก เพราะนอกจากจะติดอยู่ในบ้านเสียแล้ว บางครั้งมันก็ส่งผลให้ลีโอเองใช้พลังไม่ค่อยจะได้เหมือนกัน                

ครั้นเจ้าของใบหน้าดุจเทพธิดาได้ลอบมองเสี้ยวหน้าของตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้า หัวใจก็กระส่ำอย่างที่ไม่ค่อยเป็น หวนคืนใบหน้าของผู้เป็นแม่ที่ได้เห็นนับครั้งได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ทำตามคำสั่งเธอเมื่อสองปีก่อนในการหลบหนีออกมา เขาก็ยังไม่ได้พบเธออีกเลยจนถึงวันนี้                

การที่เด็กอายุเพียงเกือบสิบขวบใช้ชีวิตอยู่คนเดียวท่ามกลางคนแปลกหน้ามากมายในเดอะโซลมาร่วมสิบปีเขาก็ว่ามันน่าจะสาหัสพอแล้ว แต่เปล่าเลย การที่รู้ว่าแม่เขาสามารถเข้าไปในนั้นได้แท้ๆแต่กลับไม่เคยเจอแลยต่างหากที่ทำให้รู้สึกน้อยใจ จนกระทั่งวีนัสเลือกที่จะอยู่ด้วยตัวเองและสร้างกำแพงนี้ขึ้นมา มันจะไม่มีใครเข้ามาได้อีก                

ริมฝีปากได้รูปสวยพรูลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปทางประตูกระจกติดฝ้าของห้องน้ำด้วยความเบื่อหน่ายกับการกระทำสิ้นคิดนี้ของเพื่อนบ้านอย่างลีโอ 

“ถ้าไม่ออกไปก่อนฉันนับถึงสาม นายได้ตายจริงๆแน่” 

ก็เป็นอันจบเมื่ออีกคนยอมถอยออกไปจากบริเวณหน้าห้องน้ำ และแล้วชิ้นผ้าผืนเดียวบนกายก็ถูกถอดออก ร่างกายไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆปกปิดก็เผยให้เห็นบนกระจกอีกครั้ง แม้ภายนอกที่หลังจากได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเรียบร้อยแล้วเขาจะดูตัวเล็กลงไปมากนัก แต่แท้จริงแล้วนั้นวีนัสไม่คนอ่อนปวกเปียกเลยแม้แต่น้อย อาจมีบ้างบางมุมที่ส่วนเอวนั้นจะคอดราวกับผู้หญิง แต่ตอนนี้ที่ได้เห็นร่างนี้ด้วยตาตัวเองเขาก็เริ่มมั่นใจว่ามันไม่ใช่อย่างที่ใครๆพูด 

“มิน่าล่ะพวกเขตหกถึงได้อยากนักอยากหนา”

“อยากเอามากก็ทำให้หุ่นตัวเองเป็นแบบนี้สิ” 

ว่าพลางก่อนเรียวขายาวจะเดินพาเจ้าตัวไปยังอ่างอาบน้ำหินอ่อนทรงกลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางส่วนที่ถูกยืดออกไปทางสวนเล็กน้อย ความดำเงาของอ่างเป็นสิ่งที่วีนัสหลงใหลและชอบที่จะทิ้งตัวไว้อยู่ในนั้น ความรู้สึกผ่อนคลายจากการถูกโอบกอดไว้ด้วยน้ำที่อุณหภูมิพอเหมาะก็เหมือนกับการได้ลิ้มลองกาแฟยามเช้า ที่ทั้งนุ่มลิ้นแต่ก็ขมฝาดไปในเวลาเดียวกัน           

ทันทีที่ปลายเท้าเรียวสวยสัมผัสกับผิวน้ำอุ่นก่อนจะหย่อนตัวลงไปความสบายก็แล่นพล่านไปทั้งตัว ไล่ขึ้นมาตั้งแต่ข้อเท้าเล็ก ท่อนขาเรียวและส่วนนั้นของกายชายอย่างเขา จนกระทั่งได้แตะเบาๆบนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเป็นหกลอนอย่างสวยงาม ขึ้นมาอีกหน่อยก็คงเป็นอก แต่ทว่าสิ่งที่ลีโอนึกอยากครอบครองก็อยู่ตรงนี้เองเช่นกัน                

บนผิวเนื้อเนียนสีน้ำผึ้งทั้งปวงมีบางอย่างแปลกเม็ดสีไปอยู่ ที่บริเวณใต้อกคือรอยสักของวีนัส มันเป็นช่วงนั้นที่ทั้งเขาและลีโอต่างก็เพิ่งย้ายมาใหม่ เราเห็นดีที่จะแยกห้องกันอยู่เพื่อให้พื้นท่าวนตัวซึ่งกันและกัน แต่ก็เป็นตอนนั้นเองที่เจ้าตัวขาวของเขาดันเบลอเผลอเปิดเข้ามาผิดห้องในขณะที่วีนัสกำลังใส่เสื้อผ้าอยู่ แล้วสิ่งที่มันดันจับภาพได้เป็นอย่างแรกก็ดันเป็นรอยสักตรงนี้เสียด้วย               

แท้ที่จรงเขารอยสักนี้มันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไร ก็แค่รอยสักเลเซอร์ธรรมดาที่ทำตั้งแต่อายุสิบหกจนตอนนี้ก็ลากมาปีที่ยี่สิบเอ็ดของชีวิต เพียงแต่ว่าภาพที่ลีโอเสียอาการเป็นเอามากในตอนนั้นมันกลับทำให้เขานึกสนุก มันคงเป็นพวกคลั่งของมินิมอลแบบนี้ถึงได้ขอดูอีกตั้งหลายครั้ง แต่เขาก็ยังจะแกล้งไปอย่างนี้ จนกว่ามันจะยอมเลิกไปเสียเอง                

และหากถามว่ารอยสักตรงนี้เป็นรูปอะไร หากว่าตอนนี้เขาเปรียบเสมือนดาวเคราะห์ที่ถูกทิ้งให้โดเดี่ยวอยู่ในอวกาศที่แสนมืดมิด เขาก็คงอยากจะเป็นโลกที่ได้มีบริวารเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้นก็ไม่น่าแปลกที่รอยสักนี้จะเป็นเสี้ยวดวงจันทร์ที่ยกยิ้มให้เขาเสียตลอดเวลานั่นเอง               

เฝ้ามองหยดน้ำฝนที่เกาะหน้าต่างแพรวราวพลางตวัดน้ำราดไปตามเนื้อกาย วีนัสดันตัวไปยังฝั่งที่ติดหน้าต่างของอ่างก่อนจะพาดแขนไว้อย่างนั้นหลับตารับฟังเสียงฝนที่ตกกระทบผืนดินและใบไม้บนถนน นึกไปถึงคนด้านนอกที่ป่านนี้คงจะวิ่งหาที่กำบังกันอยู่                

แต่แล้วดวงตาก็เปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมๆกับที่ปลายนิ้วสัมผัสแผงควบคุมเล็กๆบนขอบอ่างไม่กี่ครั้ง และแล้วหน้าจอบางอย่างก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า เสมือนว่าเป็นหน่วยความทรงจำเล็กของเขา การที่ได้มาเจอลีโอก็ถือว่าเป็นโชคช่วยอย่างมาก ลีโอประดิษฐ์อุปกรณ์มากมายให้เขาใช้ ไม่ได้เหมือนกับของที่ใช้ทั่วไป เพราะพวกมันถูกสร้างมาเพื่อเขา เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในแบบของเขา อย่างการที่จู่ๆก็ได้รับการปลดปล่อยออกมานี้ แว่นที่เขาใส่ไปก็คอยเก็บภาพต่างๆให้ได้กลับมาเปิดดู หากพูดให้เข้าใจง่ายมันก็คงเหมือนกล้องแหละมั้ง แต่เพียงขนาดเล็กกว่าและใช้ได้ง่ายกว่าเมื่อสามารถออกคำสั่งผ่านเสียงพูด 

จอมอนิเตอร์ขนาดเล็กตรงหน้าทำการสแกนใบหน้าเขาเป็นที่เรียบร้อย รูปภาพที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความทรงจำเล็กๆนี้ต่างก็โผล่ขึ้นมา เขาเลื่อนดูรูปเก่าสักพักก็เตรียมเจาะเข้าบันทึกของวันนี้ แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ในนี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเวลาสองปีเท่านั้น

มุมปากสวยพลันก็กระตุกยิ้มขึ้นมุมปากอย่างพึงพอใจยามใบหน้าของใครบางคนปรากฏต่อสายตา ท่ามกลางหมู่คนทั้งหลายเขากลับดูเด่นที่สุด ทั้งชุดเครื่องแบบที่ต่างออกไปและสายตาที่คาดเดาไม่ออก อย่างสุดท้ายคงเป็นคำพูด ที่ทั้งแสดงความเป็นมิตรแต่ก็มีสิทธิ์เป็นศัตรูเช่นกัน

ราวกับว่าสามารถสัมผัสได้ วีนัสเลือกที่จะไล้ปลายนิ้วของเขาไปตามโครงหน้าของอีกคน และแม้ว่าในภาพนั้นอีกคนจะดูห่างไกลเช่นไร แต่เขาก็ยังเชื่อเสียอยู่ดีว่าคงได้เจอในอีกไม่นาน เพราะก็ช่วยไม่ได้เหมือนกันที่รัฐส่งคนอย่างเจสเตอร์มาตามเขา เรื่องแค่นี้เด็กปอสามยังดูออกเลย เพราะฉะนั้นยังไงเกมส์ไล่จับนี้ก็คงสนุกเป็นแน่ 

เพราะผู้ล่ากำลังล่ากันเอง


/


วีนัสเดินเข้าไปในห้องน้ำตั้งนานแล้ว และหลังจากที่เขาเดินไปตรวจและได้คำพูดแช่งตายกลับมานั้นลีโอก็มั่นใจว่าเพื่อนร่วมบ้านของเขาคงไม่ออกมาในเร็วๆนี้เป็นแน่                

พลันเจ้าของผิวขาวก็รีบเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวเองอีกครั้ง ไม่ลืมที่จะออกคำสั่งให้ห้องเปิดระบบล็อคประตู เพราะสิ่งที่เขากำลังจะดูต่อไปนี้ ต้องมั่นใจเสียว่าวีนัสจะไม่มีทางเห็น อาจใช่ที่ต่อหน้าเขาจะดูเป็นกันเองกับวีนัสเสียมาก แต่แท้ที่จริงแล้วความลับทั้งหมดทั้งปวงเขาก็รู้เองได้โดยที่ไม่ต้องเอ่ยปากถามเจ้าตัวเหมือนกัน                

ลีโอทิ้งตัวลงนั่งด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดจนหัวคิ้วทั้งสองข้างแทบจะแตะกัน ดวงตายังคงจดจ้องไปยังภาพบนหน้าจอด้านหน้าที่มีบันทึกของสิ่งที่เกิดวันนี้เสียอยู่ เขาไล่ดูมันตั้งแต่ตอนที่อีกคนเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปก่อนจะตรงไปตามถนนคนเดินของย่านชินซาดง มันแทบจะไม่มีอะไรผิดปกติเลยจนกระทั่งเด็กสาวสองคนนั้นปรากฏตัว นับว่าก็ชาญฉลาดพอตัวที่วีนัสตั้งแว่นไว้ทันและมันก็พอดิบพอดีกับที่เสียงบทสนทนาเหล่านั้นถูกบันทึกไว้                 

เขานั่งฟังวนไปสักพักก่อนจะกรอบันทึกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและหยุด

 

กึก!

 

ปลายนิ้วขาวชะงักไปแทบจะทันทีที่เห็นใบหน้าของใครบางคนและหากฟังไปอีกสักพักก็คงจะพอรู้ว่าชื่อของเขานั้นคือเจสเตอร์ พลอากาศเอกเจสเตอร์ หลังจากที่เขาสืบข้อมูลไปสักพัก มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญสำหรับคนทั่วไปที่เห็นคนปูซานอยู่โซล ทว่าสำหรับเขาเองนั้นมันกลับเป็นลางไม่ดีอย่างมาก                

จาการคาดเดาของเขา คนที่วีนัสไม่เห็นค่าพลังและเรตอาจเป็นพลอากาศเอกเจสเตอร์เสียเอง และถ้าหากว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆตอนนี้เจ้าตัวก็คงจะอยู่ในอันตรายเสียแล้ว แว่นที่เขาให้ไปไม่ได้มีปัญหาแต่เพราะตัววีนัสเองต่างหากที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ แม้ว่าคนคนนี้จะมียศอยู่ในทหารอากาศก็ตามแต่ อาจเป็นไปได้ยากที่จะเป็นเรื่องจริง แต่การที่เจอทหารในเวลาเดียวกับที่ข่าวตามตัววีนัสออกสื่อนั้นไม่ยากเลยที่จะนำทุกอย่างมาปะติดปะต่อเข้ากันทั้งหมด และหากการที่ค่าพลังไม่แสดงอยู่บนหน้าจอให้เห็นก็อาจมีอยู่อสองคำตอบ 

อย่างแรกคือการที่ทหารผู้นี้เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีเป้าหมายจับกุมวีนัส

หรือ…

เป็นหนึ่งใน Heavener ที่มีพลังมาก จนไม่สามารถจำกัดได้ด้วยตัวเลขหรือเรตได้ 

'นายลีโอ ข้าวเย็นฉันอยู่ที่ไหน’          

เสียงที่ดังเข้ามาจากระบบไมค์ด้านนอกทำให้ลีโอสะดุ้งไปก่อนจะรีบปิดหน้าจอตรงหน้าลงไปและนำหน้าต่างอื่นขึ้นแสดงแทน เขาใช้แขนวาดเศษกระดาษที่เขียนจดบางอย่างไว้ลงถังขยะไปก่อนจะรีบขานตอบอีกคน ดีหน่อยที่เขาไม่ลืมที่จะล็อคประตู ไม่เช่นนั้นทุกอย่างคงแย่ไปกว่านี้ 

“เดี๋ยวผมออกไปทำให้” เขาตอบ

 

 

“ทำอะไรด้านในทำไมต้องล็อคห้องด้วย”

“ไม่มีอะไรหรอกน่า ทำให้กินแล้วก็กินไปสิ”

“เดี๋ยวนี้หัดยอกย้อน หรือว่า! นายแอบเจาะเข้าเว็บหนังโป๊อีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย?!”

“ขอร้องล่ะคุณชาย คนที่ผมคลั่งตอนนี้ก็มีแค่คุณนะ”

“เห้อ ไม่น่าเล่นเลยวีนัส” เจ้าตัวว่าก่อนจะทำหน้าทำตาเบ้ปากและมองบนใส่ จนคนที่เห็นอดไม่ได้ที่จะยกช้อนข้าวในมือตีเข้าที่หน้าผากกว้างนั้น เขาชอบนะที่เวลาอยู่บ้านเช่นนี้วีนัสจะใส่ผ้ารัดหัวเก็บผมขึ้นไป เขาดูเป็นเด็กน้อยที่ไม่รู้จักโต ต่างจากเวลาข้างนอกที่เอาแต่ทำตัวกร่างอยู่เช่นนั้น

ลีโอตักซุปในหม้อใส่ถ้วยก่อนจะยื่นไปตรงหน้าอีกคน เท่านั้นวีนัสก็พร้อมจะส่งยิ้มแฉ่งกลับมาให้อย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นง่ายๆและเขาเองก็พลันยิ้มตาม

“ทำไมถึงอยากให้ผมทำแต่ซุปนี้ให้ทั้งที่เดี๋ยวนี้แค่กินแคปซูลคาร์บเข้าปากก็อิ่มท้องแล้ว นี่มันจะกลายเป็นของโบราณอยู่แล้วนะ”

“งั้นฉันก็จะชอบของโบราณแบบนี้เนี่ยแหละ อื้ม นี่นายยังทำไม่อร่อยเท่าเลยนะ”

“แล้วต้องใช้สูตรไหนล่ะถึงจะถูกใจคุณ”

“เปล่าหรอก ช่างเถอะ นายมากินด้วยกันสิ”

“คุณทานให้อร่อยเถอะวีนัส ผมไม่ได้จะขยันบ่อยๆ” 

เขาตอบปัดอีกคนก่อนจะเดินพาตัวเองไปยังเคาน์เตอร์แล้วเปิดตู้หยิบแคปซูลคาร์บอย่างที่พูดไว้เมื่อกี้เข้าปากไปสองสามเม็ด เคี้ยวๆสักพักมันก็ละลายลงท้องไป นับว่าเป็นการกินที่ค่อนข้างสะดวกและเรียบง่ายเลยทีเดียว แต่แล้วก็ยังจะมีหนึ่งบุคคลที่ลีโอเชื่อว่าทั้งชีวิตไม่เคยเจอใครแตกต่างเท่านี้มาก่อน คนอย่างวีนัสที่เลือกจะกินอาหารทำมือธรรมดา คนก่อนนอนยังอยากให้มีคนร้องเพลงกล่อมให้ฟัง คนที่ยังต้องการเพื่อนและไม่สามารถอยู่คนเดียวได้ในที่มืด คือคนเดียวกันกับที่บุกออกมาจากเดอะโซลด้วยตัวเองเมื่อสองปีก่อน

ลีโอเหลือบมองเพื่อนร่วมบ้านอีกครั้งพลันก็นึกขอโทษอยู่ในใจที่ต้องทำให้เรื่องมันยากลำบากแบบนี้ เขาพอจะรู้แล้วว่าวีนัสเองก็รู้ตัวว่าเจสเตอร์นั้นโผล่หัวมาทำไม แต่สิ่งที่วีนัสไม่รู้คือตัวเองนั้นกำลังเผชิญอยู่กับใคร เพราะวีนัสชอบการท้าทาย โดยที่ไม่คิดจะห่วงตัวเองเลยว่าจะอยู่หรือตาย แค่ต้องการเอาชนะ… 

แต่เพราะเขายังต้องการให้คนคนนี้อยู่ด้วยกันก่อน และหวังเพียงว่ามันจะไม่ได้ผิดมากนักที่กำลังปกปิดเช่นนี้                


ผลึบ! 


และแล้วจู่ๆไฟทุกดวงในบ้านก็ดับไปจนมืดสนิท ไม่มีใครมองเห็นใคร และไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเช่นกัน ก่อนที่ลางสังหรณ์ของลีโอจะเพิ่มขึ้นเมื่อเสียงไซเรนตรงประตูหน้าที่ควรจะดังเฉพาะเวลามีผู้บุกรุกเกิดดังขึ้นมาเสียตอนนี้ และยังไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหน ใครบางคนก็พังเข้ามาเสียแล้ว

 

เพล้ง!

 

เป็นเสียงกระจกแตกที่ไม่มั่นใจนักว่ามาจากส่วนไหนของบ้าน เขาเริ่มลนมากขึ้นไปอีกเมื่อคนที่ดูแลระบบต่างๆของบ้านอย่างเขารู้ดีว่ามันปลอดภัยขนาดไหน ไม่มีใครเตรียมรับมือกับการบุกรุกเช่นนี้ แต่ก็อย่างว่าวีนัสก็ยังคงเอาแต่นั่งซดซุปเสียอยู่อย่างนั้นไม่ได้แลดูเกรงกลัวต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเลยสักนิด 

“นี่ลีโอ แค่ไฟตกทำไมต้องทำข้าวของแตกกระจายด้วย” และเขาก็อยากจะวิ่งเอามือไปอุดปากอีกคนทันทีที่นึกพูดขึ้นมาตอนนี้ เกิดคนที่บุกเข้ามาได้ยินเสียงพวกเขาอาจแย่กันหมด ลีโอจึงรีบวิ่งไปหาอีกคนและดึงแขนเล็กให้ตามไปยังอีกฝั่งของบ้าน ซึ่งวีนัสก็ยังขัดขืนและเริ่มหงุดหงิดอีกเช่นเคย

“ทำบ้าอะไรเนี่ย ไม่เห็นรึไงว่ากินข้าวอยู่”

“อยู่เงียบๆเถอะน่า ทำไมสมองช้าขนาดนี้เนี่ย”

“ไหน มีคนบุกบ้านเราหรอ เดี๋ยวฉันออกไปจัดการให้-”

“ชู่ว!” พลันนิ้วขาวก็ยกขึ้นแตะริมฝีปากเล็กอีกคนจนวีนัสยอมเงียบไป เช่นเดียวกับเสียงด้านนอก ฝนฟ้ายังไม่เลิกดีก็มีงานเข้าใหม่ เขาเลือกที่จะมายังห้องลับอีกห้องนึงที่มีทางเชื่อมไปยังห้องทำงาน เพื่อที่จะเข้าไปดูกล้องวงจรปิด ตอนนี้มันน่าแปลกนักที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างไม่สามาถใช้ได้ แม้แต่สายข้อมือพิเศษบนข้อมือก็เช่นกัน 

สภาพของพวกเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่เล่นซ่อนแอบกันเสียเลย หลบแอบใต้โต๊ะก่อนจะค่อยๆย่องไปตามทางเดินที่มีเพียงแสงจันทร์เท่านั้นที่ลอดส่องเข้ามา ฉับพลันความเงียบก็เข้าครอบครองที่แห่งนี้และไม่นานพวกเขาก็ถึงห้องทำงานของลีโอ                

ทว่าอาจเป็นความผิดเขาเองที่ไม่หัดฟังต้นเสียงให้ดีถึงได้มีจุดจบเช่นนี้ เมื่อใดที่เหล่า Heavener อย่างเราถูกคุกคาม สัญชาตญาณความเป็นนักล่ามักจะเข้าครอบงำ และแย่หน่อยที่เวลานี้พวกเขาต่างเห็นหน้ากันและกันแล้ว มันคงถึงเวลาที่ลีโอจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องตัวเองจากภัยตรงหน้า                

เป็นวีนัสที่หันไปเห็นว่าตอนนี้ดวงตาของอีกคนข้างตัวเริ่มเปลี่ยนสีและเรืองแสงเท่าใด สีฟ้าสว่างของดวงตาคู่นั้นช่างน่าหลงใหลเสียจนต้องยกยิ้ม พลันความคิดในหัวก็วิ่งแล่นกันพล่านและเขาก็เริ่มสงสัยเสียแล้วว่าเกมส์ครั้งนี้จะสนุกเท่าใด             

เป็นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อยยามได้เห็นว่ามีพวกเขาอีกคนแวะมาเยี่ยมเยียน ใครคนนั้นคงกระโจนเข้าใส่หน้าต่างห้องทำงานของลีโอมาถึงได้ยังนั่งย่ออยู่บนโต๊ะ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วว่าทำไมจู่ๆไฟในบ้านดันดับไปพร้อมกันเสียหมด ก็เพราะคนตรงหน้านี้ไง คือหนึ่งใน Fulgora เรตสูงที่หลุดลอดออกมา

 

۞

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC…

#อย่าจ้องกุกวี

 

 

SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #42 RUbeluga (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 19:57
    ใครครับเนี่ยยย
    #42
    0
  2. #25 tylane_GRAVITY (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 01:35
    ชอบอ่ะ บู๊ทุกตอนเลยย ชอบบุคลิกของวีนัสที่เป็นคนวร้ายๆ แต่แอบมีความน่ารักสูง
    #25
    0
  3. #20 mycouldy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 20:45
    อห 5555555 ชั้นชอบคสพของลีโอกับวีนัสอะ ออกทางเพื่อนสนิท เพื่อนเกลอ พูดไรได้หมด
    #20
    0
  4. #14 deffang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 10:10
    สนุกเว่ออ่ะ สนุกขึ้นทุกตอนๆ
    #14
    0
  5. #9 0863538696 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 17:20
    โอ้ยยยยยยยยสนุก555555
    #9
    0
  6. #8 C6C6D0 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 13:02
    พลอตน่าสนใจมากๆๆๆน่าติดตามมากค่า เป็นกำลังใจให้ค่า ปล.พ่อหนุ่มelectric controller นี่มาดีหรือมาร้ายกันนะ
    #8
    0
  7. #7 puncharatppai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 17:43

    เจสเตอร์ต้องไม่ธรรมดาแล้วมั้ยอ่ะ
    #7
    0