The Seoul's Eyes [Kookv]

ตอนที่ 2 : Chapter 1: KT-30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

 

 

10 ปีต่อมา

            

ตึก….ตึก…ตึก

ฝ่าเท้าภายใต้ผิวเงาของรองเท้าราคาแพงกระทบไปตามพื้นจนเกิดเสียงเป็นจังหวะ พรมสีแดงสดถูกปูเอาไว้เป็นทางนำพวกเขาไปสู่ห้องประชุมใหญ่ ณ ชั้นสูงสุดของตึกทรงเกลียวนี้ ทางเดินกว้างขวางทว่ากลับเงียบเหงา เดินเข้าไปใกล้อีกนิด เสียงพูดคุยของบุคคลหลายยศศักดิ์ก็เริ่มดังลอดออกมาผ่านประตูที่ถูกเปิดแง้มไว้ 

ความเย็นภายในห้องนั้นอย่าได้พูดถึงเพราะมันถูกปนเปรือไปด้วยไอที่ส่งผ่านออกมาจากเครื่องปรับอากาศทันสมัย แต่ก็มีบ้างที่รังสีเยือกเย็นเหล่านี้จะแผ่มาจากคนกันเองด้วยความเย่อหยิ่งและยโสในยศถาบันดาศักดิ์เช่นกัน นายทหารตำแหน่งต่ำสองคนผลักประตูใหญ่เข้าไปก่อนจะเดินควบชายร่างโปร่งอีกคนเข้าไปด้านใน ทำความเคารพหัวหน้าตามยศต่างๆเรียบร้อย ร่างโปร่งก็ถูกผลักให้นั่งลงบนเก้าอี้กลางห้องอย่างรุนแรง                

ไม่ใส่เสื้ออีกแล้วนะคุณชายวีนัส

โต๊ะประชุมเป็นทรงตัวยูและกึ่งกลางระหว่างหางทั้งสองฝั่งนั้นคือที่ที่เขานั่งอยู่ ท่ามกลางสายตาเหยียดทั้งหลายจากเหล่าคนสำคัญของประเทศ น่าขันสิ้นดีที่หนึ่งในประชาชนกำลังถูกกระทำเช่นนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าเสียอยู่แล้วว่าแผ่นดินที่บิดเบือนนี้มันพังมาตั้งแต่ไหนแต่ไร            

ดร.โรเบิร์ตเอ่ยขึ้นด้วยประโยคนั้นเป็นการทักทายยามแขกพิเศษในวันนี้อย่างวีนัสยังคงเอาแต่ทำตามใจชอบไม่แลผู้อื่น ก่อนที่ทหารชั้นสูงอีกคนภายในห้องอย่างพลเรือโทเจคอปจะเป็นคนที่เดินเอาเสื้อตัวนอกของตนมาคลุมให้เขาเสียเอง 

“ช่วยไม่ได้ อากาศมันร้อน” ริมฝีปากสวยขยับปากเปล่งเสียงออกไปเรียบนิ่ง 

บทสนทนาสัพเพเหระก่อนหน้านี้เงียบลงไปเหลือเพียงสีหน้าตรึงเครียดและจริงจังเสียแทน วีนัสยังคงทำท่าทีเฉยนิ่งไม่สนใจ นั่งไขว้ขากระดิกเท้าไปเสียงั้นๆแม้ว่าหัวข้อการประชุมให้ครั้งนี้หลักจะเกี่ยวกับเขาก็ตามแต่ เขาเหลือบมองทางฝั่งซ้ายมือและขวามือของตัวเองที่ยังมีนายทหารทั้งสองคนที่นำเขาเข้ามาก่อนหน้านี้ยืนคุมอยู่เล็กน้อยก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากขึ้น พลันก็ลากสายตาลงมายังสองมือของตัวเองที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ห่วยๆหนึ่งเส้น 

“ขออภัยครับท่าน เวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว เราควรจะเริ่มการประชุมกันได้แล้ว” ดร.โรเบิร์ตกระซิบกระซาบบางอย่างกับตัวแทนคณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ก่อนที่เขาจะพยักหน้าเป็นเชิงว่าอนุญาต 

ไม่ทันไรจอโฮโลแกรมและเครื่องจำลองภาพสามมิติก็ถูกแสดงขึ้นมากลางอากาศ นักวิจัยหญิงคนนึงเดินอ้อมไปด้านหน้าก่อนจะเริ่มใช้ปากกาเลเซอร์ในมือเธอเองเพื่ออธิบายข้อมูลต่างๆพร้อมๆกับที่ไฟในห้องเริ่มหรี่ลง 

“ดิฉันขอแนะนำท่าน the Heavener ที่นั่งอยู่ด้านหน้าของเรา KT-30”

“ศักยภาพที่ล้นเหลือมากมายของเขาเราไม่อาจตีค่าหรือแสดงเป็นเรตที่ตายตัวได้ จากการฝึกฝนและทดลองอยู่หลายครั้ง ค่าทำลายล้างของเขาไม่เคยตรงกันเลยสักครั้งอีกทั้งยังไม่สามารถหาไทป์ได้ด้วยค่ะ”

“จากที่เห็นกราฟตรงนี้เป็นการทดลองกับ Hephaestus* เมื่อสองปีที่แล้วในห้องทดสอบพิเศษของเรา เราได้คาดการณ์ไว้ว่า the Heavener คนนี้อาจได้อยู่ในเรตบีหรือเอ”

“แต่ดิฉันอยากให้ลองสังเกตุตรงจุดนี้ของวิดีโอไว้ดีๆค่ะ” เธอเว้นช่วงหายใจเพื่อให้ผู้ชมมองตามสักพักก่อนจะค่อยพูดต่อ ทว่าแล้วในเสี้ยววินาทีที่หันมาสบกับสายตาคู่นี้นั้น พลันมือไม้ก็เริ่มสั่นเทาและเกร็ง

“นี่เป็นบันทึกของผู้ทดลอง KT-30 อย่างที่เห็นว่าในช่วงห้านาทีแรกของการทดสอบนั้นแทบจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเมื่อ Hephaestus เรตเอของเราเริ่มจู่โจม เขาก็ยังหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วและว่องไว”

“แต่แล้วเกมส์ก็กลับพลิกในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีหลังจากที่ Hephaestus เริ่มเหนื่อย จะเห็นว่าสภาพของเขานั้นเทียบอะไรไม่ได้เลยกับ KT-30 ที่ยังยืนนิ่งอยู่ ขอย้ำนะคะว่าวิดีโอนี้ไม่ได้รับการตัดต่อหรือเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น และสิ่งที่ท่านจะเห็นนับจากนี้คือความจริงทั้งหมด” 

ปลายนิ้วโป้งเรียวของนักวิจัยหญิงออกแรงกดปุ่มเลเซอร์เพื่อเล่นวิดีโอต่ออีกครั้ง ผู้ชมทุกคนภายในห้องต่างก็รับชมและให้ความตั้งใจกับมันเป็นตาเดียวในขณะที่วีนัสก็ยังได้แต่นิ่งเฉยลอบมองเสี้ยวหน้าที่ประกอบไปด้วยสันกรามคมของทหารอายุน้อยทว่าศักดิ์สูงอย่างพลเรือโทเจคอปไปไม่รู้เบื่อ                

วิดีโอถูกย้อนกลับไปเล็กน้อยเพื่อให้เห็นภาพรวมของการต่อสู้ในพื้นที่เล็กระหว่างชายต่างรูปร่างสองคนและหนึ่งในนั้นคือเขา แน่อยู่แล้วว่าคนที่ตัวเล็กกว่านั้นคือวีนัส ตามหลักของธรรมชาติเดิมทีผู้ที่มีพละกำลังแข็งแกร่งกว่ามักจะได้เปรียบ หรือหากพูดให้สอดคล้องกับวิดีโอนี้ มันก็น่าจะหมายความว่าเขาก็แลดูจะแพ้ตั้งแต่แรกเสียแล้ว                

แต่เปล่าเลย เขาไม่ได้แพ้ ทันทีที่ร่างใหญ่ของผู้ทดลองอีกคนเริ่มเหนื่อย วีนัสก็เดินเข้าไปใกล้ยอมย่อตัวลงนั่งเพื่อให้ระดับสายตานั้นอยู่เท่ากัน ก่อนที่จะทันได้ทำอะไรชายคนนั้นก็ถูกไฟครอกไปทั้งตัวเสียแล้ว                

เสียงฮือฮาของแขกในห้องต่างก็ดังขึ้นด้วยความงุนงงเพราะอย่างที่รู้กันดีว่าไฟที่จู่ๆก็ลุกขึ้นมานั้นไม่ได้มาจากที่ไหนเสียนอกจากพลังของผู้ทดลองคนนั้นเอง วีนัสในวิดีโอยันตัวลุกขึ้นอีกครั้งก่อนจะค่อยๆเสมองมายังกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งของมุมห้อง และแล้วมันก็ถูกตัดลงหลงเหลือเพียงภาพบอร์ดสีขาวด้านหลังโฮโลแกรม            

ไฟในห้องต่างก็สว่างขึ้นอีกครั้งก่อนที่นักวิจัยหญิงคนเดิมจะเดินมายังกลางห้องเพื่อให้ตนหันหน้าเข้ากับแขกทุกคน เธอมีสีหน้าที่ลำบากใจเล็กน้อยก่อนจะปรับให้เป็นปกติและสานต่อเพื่อให้การประชุมนี้รีบๆจบลงเสียที 

“มีอีกหนึ่งอย่างที่กล้องของเราจับภาพไม่ทันเพราะมันเกิดขัดข้องและดับไปค่ะ”          

“หลังจากที่เราเห็นภาพนั้น เจ้าหน้าที่ก็ถูกส่งตัวไปทันที และอย่างที่รู้ดีว่าห้องแลปและห้องทดลองต่างๆของตึกหลวงล้วนแข็งแรงและทนทานต่อเกือบจะทุกสิ่งเนื่องจากมันถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ แต่เพราะการทดลองครั้งนี้ค่าเสียหายเลยเพิ่มขึ้นเพราะผนังฝั่งหนึ่งถูกพังออกไปโดยที่ผู้ทดลอง KT-30 ถูกพบอีกที ณ ห้องขังของเขาค่ะ”

“นี่คุณจะบอกว่าผู้ทดลองคนนี้พังมันออกและเดินหลับห้องเองไปอย่างนั้นหรอ?!” เธอก้มหัวแทนการที่จะตอบ 

ผู้ร่วมประชุมที่เหลือนับหลายสิบคนเริ่มออกความเห็นกันอย่างออกรสอีกครั้ง นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าประเด็นหลักของเรื่องเสียเลย วีนัสยังคงนั่งกระดิกขาตามเดิมก่อนจะหันไปสบสายตากับชายวัยกลางคนร่างผอมสูงอย่าง ดร.โรเบิร์ต อย่างยียวน ก่อนจะยกมือที่ถูกรัดไว้ด้วยโซ่ขึ้นให้เขาดู                

ดร.โรเบิร์ตยกยิ้มเล็กๆกลับไปก่อนจะยืนขึ้นกลางห้องและทุบโต๊ะเบาๆเป็นการดึงความสนใจมาที่ตัว และมันก็เป็นผลเมื่อทุกคนต่างเงียบลงเพื่อรอฟังเขา 

“ไหนก็มาถึงช่วงท้ายของการประชุมแล้ว หัวข้อหลักๆที่เราอยากจะนำเสนอ โอ๊ะ ไม่สิครับมันต้องนับเป็นการสั่งมากกว่า กระผมตัวแทนองค์กร the Heavener ถึงตัวแทนคณะรัฐมนตรีในที่ประชุมแห่งนี้ กรุณาอนุมัติให้เราได้ใช้โถงใต้ดินของเดอะโซลสำหรับผู้ทดลอง KT-30 ด้วยครับ”

“ว่ายังไงนะ ดร.โรเบิร์ต!”

“ได้ยินไม่ผิดหรอกครับท่านรัฐมนตรี ก็ได้เห็นแล้วหนิครับว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง หากไม่หาห้องกุมขังที่ดีกว่านี้ ต่อไปเดอะโซลอาจจะกลายเป็นเถ้าธุลีก็เป็นได้นะครับ”

“คุณ!” รัฐมนตรีร่างท้วมเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจากสีหน้าที่แดงก่ำและเส้นเลือดที่ปูดขึ้นตามขมับด้วยความโกรธ เขาหันขวับไปมองนักวิจัยที่มีอำนาจมากที่สุดในองค์กร the Heavener อย่างดร.โรเบิร์ตที่นั่งอยู่ข้างตนก่อนจะกัดฟันกรอดและข่มความร้อนรุ่มนี้กลับไปเมื่ออีกคนเอาแต่ทำหน้าตายอยู่อย่างนั้น

“ไหนคุณว่าเขาอาจอยู่ที่เรตบีหรือเอไง ถ้าไม่ได้อยู่สูงเท่านั้นก็ใช้ห้องต่ำๆที่เหลือไปก่อนก็ได้นี่”

“ด็อกเตอร์ คุณก็รู้หนิว่าห้องใต้ดินของเดอะโซลไม่ใช่ว่าจะใช้ทำอะไรก็ได้ มันถูกสร้างเพื่อนำมาใช้เป็นตัวเลือกที่สองของตึกก็เท่านั้น แล้วจะเอาผู้ทดลองคนนี้ลงไปก็หมายความว่า…” เป็นพลเอกโจฮันที่เอ่ยตัดขึ้นมาหลังจากที่นั่งฟังเงียบๆอยู่นาน เขาเป็นทหารที่มีอายุไม่มากแต่ก็มากประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับองค์กรเช่นกัน ไม่แปลกนักที่ตอนท้ายของประโยคจะเริ่มปะติดปะต่อได้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาพยายามจะสื่อถึงอะไร

“ใช่ครับ KT-30 ไม่ได้อยู่เรตบีหรือเอทั้งสิ้น เพราะเขาผู้นี้” เขาเว้นช่วงไปก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

“…”

เป็นผู้ทดลองคนแรกในประวัติศาสตร์ของ the Heavener ที่มีพลังสูงถึงเรตเอสเอสครับ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”

“ขอจบการประชุมเพียงเท่านี้” 

ดร.โรเบิร์ตเลือกที่จะตัดจบไปตรงนั้นทันทีไม่สนใจว่ารัฐมนตรีที่นั่งอยู่ในห้องจะได้ทันค้านอะไร เขาเก็บปากกาด้ามเดียวที่พกมาเข้ากระเป๋าเสื้อก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างสบายในขณะที่ชายข้างเขายังไม่วายโมโหกับสิ่งที่เขาทำ วีนัสถูกสั่งให้ลุกขึ้นและเตรียมตัวสำหรับการย้ายไปห้องพักใหม่ ทว่าฝ่าเท้าเปลือยเปล่าก็กลับชะงักไปก่อนจะหันกลับมาทางด็อกเตอร์อีกครั้ง                

เจ้าของร่างโปร่งยกฝ่าเท้าของตนขึ้นมาจนมันอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าไปทางชายวัยกลางคนกลางโต๊ะประชุมอย่างไม่มีมารยาทและไร้ซึ่งความเคารพใดๆ ก่อนจะเอียงคอออกมาส่งยิ้มจนตาปิดให้อย่างกวนๆ                

“ด็อกเตอร์ฮะ อนุญาตให้ใส่รองเท้าเร็วๆหน่อยนะ พื้นเย็นจะแย่แล้ว” แล้วเขาก็ถูกน้ำตัวออกไป

  


นายทหารสองคนเดิมเดินควบร่างโปร่งมาจนถึงลิฟต์แก้วก่อนจะผลักเขาเข้าไปอีกครั้ง มันก็เนิ่นนานมาแล้วนะที่ถูกกระทำเยี่ยงสัตว์เช่นนี้ อาจนับได้เป็นความชิน แต่แล้วก็ยังไม่เคยรู้สึกเสียที ประตูเลื่อนปิดลงก่อนที่ตัวหลอดแก้วนี้จะค่อยๆเคลื่อนลงต่ำไปตามชั้นที่กด เขาไม่สามารถใช้ลิฟต์แก้วนี้ลงไปยังโถงใต้ดินได้ทันทีเพราะมีเพียงทางเดียวที่จะลงไปได้คือด้วยบันได พลันดวงตาสีฟ้าเหลือบเทาสวยก็มองสำรวจผู้ทดลองคนอื่นๆทีละชั้นด้วยใบหน้าที่ไม่อาจเดาความรู้สึกได้ ก่อนี่ภายในเวลาไม่นานมันจะหยุดนิ่งลงที่ชั้นล่างสุดของตึก หลังจากนี้ก็เป็นพวกเขาแล้วที่ต้องเดินลงไปใต้ดิน                

ว่ากันว่าเดอะโซลนี้ช่างใหญ่กว้างขวางและสูงนักสูงหนา แต่ผู้ทดลองที่อาศัยอยู่ในนี้อย่างเขาก็ไม่ค่อยมีทางที่จะได้เห็นภาพรวมภายนอกของมันเสียเท่าไหร่ แต่ก็คงจะใหญ่พอถึงกับขนาดที่ชั้นต่างๆในตึกถูกแบ่งออกเป็นเขตๆ จากการที่ได้ร่วมเข้าประชุมเมื่อเช้าก็พอจะรู้กันบ้างแล้วว่าโครงสร้างของตึกนี้เป็นเช่นไร ผู้ทดลองถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มตามพลังและเรตที่ได้รับ เรตน้อยหรือต่ำสุดก็จะได้ใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ชั้นบนๆที่มีทั้งหน้าต่างบานใหญ่ๆและเครื่องมือหรูหรามากมายราวกับคนปกติ ไล่ลงมาเรตที่สูงขึ้นจนถึงชั้นนี้ ชั้นที่วีนัสและผู้คุมอีกสองคนกำลังยืนอยู่ นอกจากที่เรตของเขาจะถูกแบ่งตามชั้นแล้ว มันก็มีผู้ทดลองจำพวกหนึ่งที่ทนพิษของคลื่นไม่ได้จนเสียสติและไร้ซึ่งการควบคุมพลัง นี่ก็อีกครั้งที่การแบ่งเขตเป็นการลำดับพลังทำลายล้างโดยรวมของพวกเขา และกลุ่มคนเหล่านี้ถูกขนานนามว่า the wild                  

พวกเขามีทั้งหมดหกเขตด้วยกันโดยเขตทั้งหมดนี้ก็ถือว่ายังดีที่พวกเจ้าหน้าที่สามารถคุมได้อยู่ แต่ก็หน้าเสียดายหน่อยที่ทางผ่านไปยังโถงใต้ดินของวีนัสนับจากนี้จะต้องเดินผ่านห้องขังของเขตหกมากมาย และนอกจากที่เขตหกจะไร้สติมากที่สุดแล้วนั้น พวกมันยังหื่นกระหายในความใคร่ด้วยอีกเช่นกัน            

ไม่ต้องรอให้ประตูลิฟต์เปิดออกเพราะทันทีที่ผู้ทดลองในเขตหกเห็นเขาพวกมันก็เริ่มที่จะคลั่งขึ้นมาบ้างแล้ว เดิมที the Heavener มักจะอนุญาตให้อยู่กันเป็นกลุ่มได้ แต่กับคนพวกนี้หนึ่งคนต่อหนึ่งกรงขังเท่านั้น ผู้คุมคนหนึ่งที่เดินมากับเขาตะโกนบอกให้พวกมันเงยบปากไปเล็กน้อยก่อนจะนำทางต่อไป แต่ก็คงต้องโทษตัววีนัสเองที่ดันเกิดมาเป็นคนที่ซ็กซ์แอพพีลสูงขนาดนี้ บวกกับนิสัยขี้ร้อนที่ไม่ชอบการใส่เสื้อไปวันๆแล้วนั้น พวก wild ก็ยิ่งหื่นกระหาย และฟีโรโมนที่หอมหวานของเจ้าตัวคงเป็นอีกหนึ่งเหตุผล หากพูดกันตามตรงแล้ววีนัสก็คงเป็นคนที่หน้าดึงดูดที่สุดทั้งกับเพศตรงข้ามและเพศเดียวกันก็ว่าได้                

แต่เขาก็ไม่ได้ผอมบางและแรงน้อยขนาดนั้นเชียว จากการที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เดอะโซลมาร่วมสิบปีเขาก็ได้เข้าร่วมคลาสต่อสู้มากมาย จนเสมือนว่าที่แห่งนี้เป็นโรงยิมขนาดยักษ์ วันๆหนึ่งมีตั้งหลายบททดสอบรออยู่ กล้ามเขาก็มีลองวิ่งเข้าหาสักตัวเดี๋ยวก็โดนซัดจนล้มเสียเอง           

เจ้าของร่างโปร่งหันไปยกยิ้มๆล่อเท้าให้หนึ่งในพวกมันเมื่อตนกำลังเดินไปทางบันได คนของเดอะโซลไม่ว่าจะเป็นใครต่างรู้ดีทั้งนั้นว่าไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับชนชั้นที่อยู่ชั้นต่ำลงไปกว่า เพราะจุดสูงสุดของโซ่อาหารในที่แห่งนี้เป็นได้แค่เหยื่อก็เท่านั้น 

“นี่ อยากโชว์หุ่นมากวันหลังก็แก้ผ้ามาเลยดีกว่า” นายทหารคนหนึ่งที่ทำหน้าที่คุมเขาเอ่ยขึ้นขณะเดินลงบันไดไป

“ฮ่าๆ คุณผู้คุมครับ ทำได้ผมก็ทำไปนานแล้ว”                

ไม่นานนักประตูเหล็กเคลือบขาวขนาดใหญ่ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า ดีหน่อยที่ยังมีหน้าต่างขนาดเล็กๆให้คนด้านในพอส่องออกมาได้ นึกภาพไม่ออกเสียเลยว่าด้านในนั้นจะเป็นเช่นไร จะเต็มไปด้วยสิ่งของมากมายหรือจะว่างเปล่าอย่างเคย            

และเขาก็เดาถูกอีกจนได้เมื่อทั้งห้องนั้นขาวโพลนไม่มีอะไรอยู่เลย เป็นห้องแปดเหลี่ยมขนาดมหึมาแต่กลับไร้ซึ่งสิ่งของใดๆ แม้แต่เตียงนอนก็ยังไม่มี อีกทั้งยังไม่มีทางเชื่อมไปหาผู้ทดลองคนอื่นๆอย่างชั้นบนๆ มันคือห้องขังอย่างแท้จริง มันไม่ได้คับแคบและมีพื้นที่กว้างพอสำหรับวิ่งเล่น แต่ตอนนี้วีนัสกำลังรู้สึกอึดอัดอย่างมาก 

“เข้าไปซะ อยู่ได้ใช่มั้ย”

“แน่อยู่แล้วครับ แค่นี้สบายๆ” เขาแสร้งยิ้มกลับไป


/


ไม่ทันไรประตูเหล็กด้านหนึ่งของห้องก็มีเสียงบางอย่างแทรกเข้ามา มันเป็นเพียงเสียงเคาะเบาๆและนั่นก็คงเป็นเพราะว่าเหล็กชั้นดีนี้หนามาก ร่างสูงโปร่งที่นั่งคุดตัวกอดเข่าอยู่กลางห้องในตอนแรกได้ยินเช่นนั้นก็ค่อยๆคลานเข่าเข้าไปใกล้ก่อนจะแอบชะเง้อหัวขึ้นไปมองผ่านหน้าต่างบานเล็กเหนือหัว                

วีนัสเห็นเพียงหัวของใครบางคนเท่านั้นที่ตัวเล็กกว่าเขาหน่อย เห็นเพียงเส้นผมสีน้ำตาลธรรมดาไม่แม้กระทั่งใบหน้าหรือรูปร่างของเจ้าตัว พลันเขาก็นึกสงสัยก่อนจะลองเคาะกลับไปบ้าง                

เขาเดาว่าใครด้านนอกนักคงจะเป็นผู้หญิงจากทรงผมที่เห็นเมื่อครู่ กลับลงมานั่งเอาหูพิงแนบประตูอีกครั้งก่อนจะต้องสะดุ้งเพราะความเย็นบนผิวโลหะแต่ก็ไม่ละความท้อถอย อยากจะรู้นักใครจะมาทำอะไรตอนนี้ก่อนที่จะได้รับเป็นเพียงความเงียบกลับมาอีกครั้ง                

วีนัสเริ่มที่จะหงุดหงิดเมื่อถูกรบกวนการอยู่คนเดียวด้วยเสียงเคาะไร้สาระนี่ เขาไม่สนที่จะนั่งรอมันอีกแล้วจึงรีบเดินกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเอง ทว่าก่อนที่จะได้เดินออกไปเกินสองก้าวเสียงบางอย่างก็แล่นเข้าหูอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับไม่ใช่เพียงเสียงเคาะโลหะอย่างในตอนแรก กลับกันเขากับสัมผัสได้ว่ามันเป็นคลื่นความถี่บางอย่างที่ต่างจากๆอะไรที่เคยได้พบเห็น และอนุภาพของมันก็มากพอที่จะทำให้เขาทรุดลงกับพื้นอย่างง่ายดาย จนกระทั่งเริ่มเข้าใจความเจ็บปวดเหล่านี้ก็จางหายไป                

ตอนนี้เหลือเพียงความเงียบราวกับถูกปล่อยเคว้งอยู่ในอวกาศ เงียบที่หมายถึงไร้ซึ่งเสียงใดๆ แม้แต่สียงของลมหายใจก็ยังไม่ได้ยิน พลันดวงตาสีดุจอัญมณีก็กวาดไปรอบตัวอีกครั้ง ฝ่ามือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นแนบหูก่อนหน้านี้ค่อยคลายออก ก่อนที่ใครบางคนจะเอ่ยเรียกเขา 

วีนัส 

เจ้าของชื่อหันมั่วเพราะไม่มั่นใจนักว่าที่มาของเสียงอยู่ไหน เขายังคงมั่นใจว่ามีใครด้านนอกนั้นตั้งใจจะกวนประสาทเขาอยู่ อาจเป็น ดร.โรเบิร์ต ที่ชอบเล่นอะไรแผลงๆ หรือใครสักคนในห้องทดลองที่เริ่มบททดสอบโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว วีนัสยันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเลก่อนจะไล่เดินทุบผนังทั้งแปดอย่างไร้สติตราบใดที่เขายังได้ยินเพียงเสียงเรียกชื่อของใครก็ไม่รู้อยู่ แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เมื่อเขากลับไม่พบช่องว่างใดๆของบททดสอบนี้อย่างที่เคยเลย 

“วีนัส” เขาถูกเรียกอีกครั้ง

“ใคร” และเป็นครั้งนี้ที่เขาเลือกจะขานรับออกไปพร้อมๆกับที่ค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่ทั้งน่าเหลือเชื่อและพิศวง รู้อะไรไหม การตอบกลับไปเมื่อครู่นี้เขายังไม่ได้แม้แต่จะขยับปากเลย เพียงแค่ตอบกลับไปในใจก็ได้ยินเสียงของตัวเอง  

วีนัสคิ้วขมวดกันมุ่นก่อนจะลองทำอย่างเดิมซ้ำๆจนเขาได้ยินเสียงหัวเราะของอีกคน และมันคุ้นหูเป็นอย่างมาก 

“ผมถามว่าใคร!”

“เธอไม่ต้องรู้หรอก”

“ถ้าจะทดสอบอะไรกันก็บอกดีๆสิ”

“เข้าใจผิดแล้ว นี่ไม่ใช่บททดสอบ”

“…”

“ห้องใหญ่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ”

“คุณเป็นใคร”

“คงเหงาน่าดูเนาะ”

“ผมถามว่าคุณเป็นใคร! เลิกกวนประสาทสักทีได้มั้ยถ้าไม่อยากตา-”

“อยากออกไปจากที่นี่มั้ยวีนัส” พลันเขาก็เป็นฝ่ายที่ยอมเงียบไปก่อนจะวิเคราะห์คำพูดของอีกฝ่าย อาจเป็นชั่ววินาทีที่เขาสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงนั้นช่างสั่นคลอไปด้วยก้อนสะอื้นบางอย่าง แต่ก็เลือกที่จะไม่สนใจ

“ไม่ ผมไม่เคยอยากออกไปจากที่นี่เลย”

“ถ้าอยากเดี๋ยวประตูบันไดจะเปิดให้เองอีกประมาณสักสามนาที ส่วนระบบไฟฟ้าทั้งหมดในตึกยกเว้นโถงจะถูกชัดดาวน์ ออกไปจากตรงนี้ได้แล้วก็อาศัยช่วงชุลมุนหาทางขึ้นไปชั้นบนสุดได้นะ”

“ก็บอกว่าไม่อยากไง!”

“ชั้นบนสุดเธออาจจะเห็นแค่ห้องประชุม แต่เดินเข้าไปในห้องเดียวกับที่ประชุมเมื่อเช้า ไปนั่งบนเก้าอี้ที่รัฐมนตรีนั่งเมื่อเช้านะ แล้วกดปุ่มขวามือใต้โต๊ะ”

“อะไรวะ เปิดสิ! ออกมา!” เขาเลือกที่จะไม่เชื่อและไม่ฟังแผนการบ้าๆบอๆนี้ใดๆทั้งสิ้นก่อนจะเริ่มทุบไปกับประตูเพื่อหาทางเปิดจะได้รู้เสียทีว่าคนที่พร่ำไร้สาระอยู่นี่เป็นใครกัน ทำไมผู้คุมถึงได้ปล่อยคนแบบนี้มาชั้นด้านล่างที่ควรจะสงบสุขเช่นนี้

“ถึงตรงนี้เธอจะได้ขึ้นไปอีกห้องนึงด้านบน มันเป็นห้องควบคุมลับ เดินเข้าไปแล้วกดปุ่มควบคุมสีม่วงบนแผงซะแล้วหนีไป”

“ผมบอกให้หยุ-”

วีนัส! ขอร้อง…

“…”

หนีออกไปให้ได้เถอะนะขอร้อง”  

ทันใดนั้นประตูเหล็กหนาชั้นดีที่องค์กรพูดไว้ว่ามันแข็งแกร่งและคงทนนั้นก็ถูกแรงอะไรบางอย่างด้านนอกค่อยๆพังเข้ามา วีนัสตกใจจนรีบถอยตัวหนีไปยังอีกฝั่งของห้อง ก่อนที่เสียงดังคล้ายระเบิดจะดังขึ้น

 

ตู้ม!

 

เขาหลับตาหยีไม่กล้ามองจนกระทั่งมันเงียบหายไปเปลือกตาสีน้ำผึ้งก็ลืมดูอีกครั้งประตูขนาดใหญ่ถูกพังเข้ามาจากข้างนอกด้วยอะไรบางอย่างจนเกิดเป็นรูขนาดใหญ่ตรงกลางอย่างไม่น่าเหลือเชื่อ ควันโขมงลอยฟุ้งไปทั่วด้วยเศษฝุ่น เขาเผลอสำลักควันและไอไปครั้งก่อนจะรีบวิ่งไปดูด้านนอก 

ไม่มีใครอยู่แล้ว… 

วีนัสนึกหงุดหงิดอีกครั้งที่ตนนั้นช้าไป พลันก็เริ่มลังเลที่จะก้าวออกไปจากตรงนี้หรือรอให้พวกเจ้าหน้าที่ทั้งหลายมาพบและกล่าวหาว่าเขาทำลายสิ่งของอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ร่างโปร่งก็สบเข้ากับบางอย่างบนพื้นด้านหน้าห้องโถงที่เขาอยู่ ก่อนจะก้มไปหยิบขึ้นมาไว้ในมือด้วยความรู้สึกที่เริ่มหวั่นไหว                

มันเป็นสร้อยข้อมืออันเล็กๆที่ถูกทำขึ้นมาจากลูกปัดหลากสีธรรมดาและเส้นเอ็นเส้นหนึ่งที่ตอนนี้ได้ขาดออกจากกันเสียแล้ว ปลายนิ้วเนียนสัมผัสมันอย่างบางเบาก่อนที่สายตาที่เคยแข็งกร้าวจะเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา เพราสร้อยเส้นนี้มันมีเพียงเส้นเดียวในโลกที่เขาจำได้อย่างดีว่าตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อใคร และเหตุที่มันตกอยู่ตรงนี้เป็นร่องรอยของการช่วยเหลือก็จับต้นชนปลายได้อย่างง่ายดาย 

แม่…

สร้อยเส้นนี้เป็นของแม่ 

ไม่ทันไรไฟทุกดวงของชั้นก็ดับลงจนเหลือเพียงความมืดมิด และโชคร้ายเป็นอย่างมากที่ชั้นใต้ดินเช่นนี้จะอาศัยเพียงแหล่งพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น พลันวีนัสก็นึกย้อนกลับไปถึงคำพูดอีกคน แม้ว่าเขาจะเอาแต่เถียงและห้ามปรามแต่สิ่งหนึ่งที่ทำได้ดีนั้นคือความจำ เขามีความจำเป็นเลิศ น่าเสียดายที่ไม่หัดใช้มันตอนได้ยินเสียงผู้เป็นแม่               

ครั้นเรียบเรียงจับใจความสำคัญทั้งหมดได้แล้วเขาก็ไม่รีรอที่จะทำให้ความหวังของแม่เป็นจริง ตามสิ่งที่ได้ยินมานี่คงเป็นขั้นแรกที่ระบบไฟของทั้งตึกจะถูกดับลง ป่านนี้ที่ห้องวิจัยก็คงวุ่นกันใหญ่และช่วงเวลานี้คงเป็นเพียงช่องว่างนิดเดียวก่อนจะไปถึงห้องประชุมได้ ขาเรียวรีบออกตัววิ่งขึ้นบันไดไปทันทีโดยไม่คิดกลัวกับเขตหกที่กำลังจะไปเผชิญหน้ากัน พลันประตูอีกบานาก็ถูกผลักออกก่อนที่ฝูงของพวก wild จะประจักษ์อยู่ตรงหน้าและอาจมีสิ่งหนึ่งแล้วที่วีนัสถูกหลอกตลอดมา 

เขตหกไม่ได้ขังแบบหนึ่งคนต่อหนึ่งห้อง 

นึกอยากจะสบถออกมาแต่ก็โชคดีที่เขายังมีสติพอไม่ใช้คำหยาบแก้ปัญหา แต่ไม่ทันไรเหล่าประชาชนเขตหกก็รับรู้ถึงการมาเยือนของเขา จากโถงที่เคยดูกว้างขวาง ณ บัดนี้ก็ถูกเบียดแออัดไปด้วยสิ่งมีชีวิตน่าขยะแขยงอย่างพวก wild วีนัสนึกอยากจะหายตัวไปจากที่นี่เร็วๆเสียหากทำได้ แต่ต่อให้ตายยังไงมันก็ไม่เป็นจริงอยู่ดี                

พวกมันเริ่มเปลี่ยนทิศทางจากที่จะพยายามขึ้นไปชั้นๆอื่นๆในตอนแรกก็หันขวับกลับมาทางเขา ไม่ทันที่ตาจะได้กะพริบครบครั้งฝูงชนตรงหน้าก็กรูกันเข้าหาเสียแล้ว แต่ทว่ายังไงก็ตาม the Heavener ที่ถูกจัดให้อยู่ในเรตเอสเอสก็ต้องว่องไวกว่าอยู่แล้ว วีนัสหันเบี่ยงตัวยามหนึ่งในพวกมันพุ่งตัวเข้าใส่ก่อนจะหน้าทิ่มลงไปด้านหลังเสียเอง ไม่ลืมที่จะกลับมาตั้งตัวแล้วใช้วิชาต่อสู้ที่ได้เรียนมาให้เป็นประโยชน์ จับแขนหักกระแทกเข้ากับเข่าของตน ในขณะที่ตาก็ยังคอยมองเหยื่อรายอื่นๆที่นึกอยากจะเข้ามาใกล้ และในตอนนั้นเองที่พวกมันกำลังแหวกว่ายมาหาเขา วีนัสก็ก้มลงก่อนจะคลานผ่านไปยังประตูอีกได้อย่างหวุดหวิด                

ภาพรวมของพวกเขตหกมันก็เป็นได้เพียงผีดิบบ้าพลัง เพราะถึงแม้จะยังไม่ตาย สภาพและความคิดก็ไม่ค่อยต่างกัน เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจมากนักก่อนจะผิวปากเรียกให้พวกมันหันกลับมาสนใจเล็กน้อย แต่แล้วไม่ทันไรก็กลับมาบ้าคลั่งอีกครั้ง วีนัสเหนื่อยที่จะถอนหายกับเขตหกซ้ำๆเสียจริง แต่อย่างว่าพวกมันก็เหมือนสัตว์เลี้ยง อยากจะให้สัตว์เลี้ยงไม่ดุกับเจ้าของ ก็ควรที่จะทำให้มันเชื่องเสียหน่อย

“หยุด!”

เสียงทุ้มท่วาติดหวานนุ่มของวีนัสเอ่ยออกไป ก่อนที่เจ้าตัวจะค่อยๆลืมตาขึ้น เผยให้เห็นลูกแก้วสีสวยจากที่เคยน่าหลงใหลไปด้วยความลงตัวของสีฟ้าเหลือบเทาก็แปรเปลี่ยนเป็นทองอร่ามดุจขุมทรัพย์ใต้มหาสมุทร ราวกับว่ามีโลกอีกใบอยู่ในนั้น มันสว่างไสวและงดงามไปด้วยประกายมากมายทั้งหลายที่สามารถสะกดพวกเขตหกให้ต้องมนต์ได้ในครั้งเดียว วีนัสเหยียดยิ้มอย่างพอใจก่อนจะเสยผมดำดกของตัวเองขึ้นไปเล็กน้อย

“แบบนี้ค่อยง่ายหน่อย เอาล่ะ”

“พี่จ๋าทั้งหลาย เราไปถล่มพวกชั้นบนกันดีกว่าเนอะ:)”

 


นั่นเสียงอะไรน่ะ

“รีบๆซ่อมระบบเร็วสิ”

“ด็อกเตอร์คะ!”

“เขตหกบุกขึ้นมาชั้นหนึ่งแล้วค่ะ!” 

ดร.โรเบิร์ตที่กำลังมุ่นอยู่กับการซ่อมระบบไฟฟ้าของตึกอยู่นั้นพลันก็ต้องตกใจเมื่อลูกน้องของตนบอกสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้มา ในฐานะที่เป็นทั้งนักวิจัยที่เชี่ยวชาญด้านนี้และทำงานเกี่ยวกับองค์กรนี้มานาน โรเบิร์ตพอที่จะแน่ใจในระดับนึงเสียเลยว่าพวกเขตหกไม่มีทางหาเรื่องใครก่อนยกเว้นในเวลาที่พวกมันเกิดความอยากใคร่ เพราะหากไม่โดนคุกคามก่อน เขตหกก็เหมือนเป็นเพียงคนเหม่อคนหนึ่ง เว้นเสียก็แต่อาจมีใครบังคับบงการมันอยู่ด้านหลัง           

เขาเลือกที่จะหันตัวกลับไปยังหน้าจอมอนิเตอร์โฮโลแกรมบนโต๊ะทำงานของตัวเอง ใช้นิ้วสัมผัสเซนเซอร์ในอากาศไม่กี่ครั้งภาพของกล้องวงจรปิดที่ควรจะมีวีนัสอยู่ในนั้นก็แสดงขึ้นมาตรงหน้า ทว่าบุคคลที่เขาพยายามตามหากลับไม่อยู่ในภาพ วินาทีนั้นเขาก็เริ่มเข้าใจดีเลยว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้เริ่มโมโหจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้แบบนี้ 

“อ๊ากกก! พวกมึงทุกคน! ตาม KT-30 ให้เจอ! ถ้ายังไม่เจอก็อย่าโผล่หัวมาให้กูเห็นอีก ไป!!!” 

ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหลายวีนัสนึกขันที่พวกเหล่านักวิจัยที่ได้คำชมว่าฉลาดและเก่งนับพันครั้งกลับไม่สามารถไล่ตามเขาในตอนนี้ ร่างโปร่งอาศัยจังหวะนี้เองที่พาตัวขึ้นมายังชั้นหนึ่งแต่ก็อย่างว่าตึกนี้มันสูงจนเกินไปและในเวลาที่ระบบไฟฟ้าไม่ทำงานเช่นนี้ วีนัสคงไม่มีทางขึ้นไปถึงชั้นที่ร้อยสามเป็นแน่ โชคดีหน่อยที่เขาอยู่ที่นี่มานานและช่างสังเกตุ มันเลยค่อนข้างง่ายที่หาทางหนีทีไล่ที่คนปกติไม่เคยเห็น               

ขาเรียวพาเจ้าของร่างปีนขึ้นไปสูงหน่อยก่อนจะถีบฝาท่อระบายอากาศที่ติดอยู่บนผนังให้หลุดออกยามผู้คนอื่นๆต่างก็วิ่งวุ่นกันอยู่กลางฮอลล์ ก่อนจะแทรกตัวเข้าไปด้านในคลานไปจนสุดอีกฝั่งฝาท่อก็เปิดออกก่อนที่เขาจะมาโผล่อยู่ ณ ลานจอดยานแทน ใช้ความผอมและตัวอ่อนในการหลบหลีกสายตาของเจ้าหน้าที่เล็กน้อย วีนัสก็พาตัวเองเข้ายึดลานลำหนึ่งได้ในที่สุดพร้อมๆกับที่เสียงตะโกนเรียกของผู้คุมค่อยๆดังขึ้น บางคนถึงกับใช้ปืนเลเซอร์ยิงใส่ น่าเสียดายที่พวกเขาดันประดิษฐ์ยานกันกระสุนขึ้นมาเสียเอง เรื่องนี้ก็คงจะโทษใครไม่ได้อีกเหมือนกัน                

ผู้คนที่ถูกเลือกเข้ามาอยู่ในเดอะโซลจะรู้ดีว่าชีวิตในนี้นั้นไม่ได้สะดวกสบายอย่างที่เข้าใจ อาจใช่กับพวกเรตต่ำๆ แต่สูงขึ้นมาอีกหน่อยจะถูกฝึกเยี่ยงทหาร ในจุดนี้ก็เช่นกัน จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมวีนัสถึงได้ขับยานประจำองค์กรได้คล่องเช่นนี้ มันเหมือนกับว่าแท้ที่จริงแล้วพวกเขากลับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์บางอย่างเสียมากกว่า ยานบินรุ่นพิเศษลำนี้ขับโฉบขึ้นไปบนฟากฟ้า เลี้ยวตีวงรอบค่อยๆไต่รอบตึกขึ้นไปจนกระทั่งมาอยู่ในระดับเดียวกับหน้าต่างของทางเดินห้องประชุม วีนัสไม่ลังเลเลยที่จะขับพุ่งเข้าไปแม้ว่ากระจกจะกระเด็นแตกและค่าเสียหายจะมากมายแค่ไหน เขาเด้งตัวออกจากยานทันทีที่ทำได้แล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตไปทางห้องประชุมเมื่อหางตาดันจับภาพของ ดร.โรเบิร์ตเข้าได้ 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะวีนัส!”

“หยุดให้โง่ดิด็อกเตอร์” 

ในที่สุดประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเข้าไปก่อนที่ร่างโปร่งจะวิ่งไปยังเก้าอี้ของรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อเช้า ทว่ามันก็อาจช้าไปเมื่อนักวิจัยคนนั้นก้าวตามเข้ามาในห้องแล้วไม่ทันที่วีนัสจะหาปุ่มใต้โต๊ะเจอ แต่แล้วร่างของหญิงผู้เป็นที่รักก็โผล่เข้ามาให้เห็นจริงๆ เขาก็เกิดไขว้เขวเล็กน้อยแต่แล้วเมื่อเห็นว่าแม่กำลังจะทำอะไร มันกลับเป็นตอนที่เขาเจอปุ่มแล้วกดเข้าไปแล้วเสีย 

“วีนั-”

            

ฉึก!

 

เข็มยาขนาดใหญ่ถูกปักเข้าที่คอของด็อกเตอร์โรเบิร์ตด้วยฝีมือของแม่ก่อนที่เขาจะได้เอยชื่อจบ ไม่ทันไรร่างผอมแห้งของนักวิจัยรุ่นอาวุโสก็ล้มพับลงไปกับพื้น 

“แม่!” 

เก้าอี้กำลังเคลื่อนขึ้นไปอย่างที่ได้ฟังมา มันเป็นเรื่องจริงที่ด้านบนนั้นมีห้องลับอีกห้องหนึ่ง แต่เขาก็กลับสงสัยนักว่ามันไว้เพื่ออะไร มันเป็นเพียงห้องใต้ยอดกระจกใสของเดอะโซลเล็กๆที่มีเพียงหนึ่งคนสามารถอยู่ในนี้ได้ พลันน้ำตาก็ไหลรินด้วยเหตุผลบางอย่าง ก่อนที่นิ้วเรียวจะยื่นไปด้านหน้าหาปุ่มสีม่วงปุ่มเดียวบนแผงควบคุมแปลกตานี้

 

 

 

 

 

แค่กดมันแล้วจะได้รับการปลดปล่อย…

 

 

 

 

การปลดปล่อย…

 

 

 

 

 

ปิ๊ป!

 

۞

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC…

#อย่าจ้องกุกวี

 

 

 

 

 

 

Talk:

ตัวละครอื่นค่าตัวแพงนะคะยังไม่โผล่มา ยังไงก็ขอผากตัวด้วยนะคะ

เป็นอีกแนวที่อยากลองแต่งแล้วรู้สึกสนุกมากๆเลย 

งงศัพท์กันมั้ยเอ่ย อย่าเอามาปนกันนะคะ The Seoul คือชื่อตึก

เรื่องนี้วางปมไว้ค่อนข้างเยอะ และจะพยายามให้มากสุดอย่างเดิม

ขอบคุณที่กดเข้ามาอ่านนะคะ แอ่ะ;-;

ปล. สำหรับใครที่นึกภาพเดอะโซลไม่ออก นี่ค่ะเรามีภาพประกอบให้ เครดิตอยู่ในลิ้งค์ด้านล่างนะ

https://decor.mthai.com/other/21138.html

 

 

 

 

SQW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

44 ความคิดเห็น

  1. #41 RUbeluga (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 10:19
    วีนัสเก่งมาก บรรยายดีมากๆเลยค่ะ เห็นภาพเลย
    #41
    0
  2. #39 Gene1123 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 13:19

    ภาษาสวยมาก บรรยายได้ดีมากๆเลยค่ะ รู้สึกอินและลุ้นไปกับวีนัสว่าจะออกจากเดอะโซลได้มั้ย ที่เห็นเลยคือน้องเซ็กซี่ยั่วยวนมาก แถมพลังก็สุดยอดสุดๆ

    #39
    0
  3. #24 tylane_GRAVITY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 01:22
    อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้น คอยลุ้นไปกับวีนัสว่าให้รอดออกจากตึกให้ได้ สนุกมากเลย 😂
    #24
    0
  4. #13 deffang (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 01:07
    สนุกมากเลยค่ะคุณไรท์ จะรออ่านจนจบเลยค่าาา
    #13
    0
  5. #6 puncharatppai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 16:57

    วีนัสจะได้ออกไปเจออะไรบ้างเนี่ย
    #6
    0