Hundred and One [Timeverse] | Kookv (End)

ตอนที่ 29 : Special Chapter (3/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

 

 

‘Don’t’ go tonight, stay here one more time 

Remind me what it’s like’

 

ร่างสูงสมส่วนของเจ้าของห้องคนที่สองอย่างเซนต์สะลึมสะลือตื่นขึ้นมากลางดึก และส่วนมากสาเหตุที่จะเป็นเช่นนี้ก็มักจะมีอยู่ไม่กี่อย่าง หากเป็นเมื่อก่อนคงได้คำตอบว่าข้างห้องที่คอนโดเก่าของเขาเกิดฮึกเหิมขึ้นมาตำน้ำพริกตอนตีสอง แต่ถ้าลองมาเป็นตอนนี้ ตอนที่เพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจริงๆก็คงเป็นเพราะการหายตัวไปของโซลเมทตัวเล็ก

            

เพราะยังไม่ได้ถึงกับขั้นตาสว่างมากนัก เซนต์ยันตัวลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมไปยังโต๊ะข้างเตียงแล้วควานหาบางอย่างในความมืด จนกระทั่งปลายนิ้วสากสัมผัสเข้ากับปุ่มบนนาฬิกาหัวเตียง แสงสว่างจากหน้าปัดสีชมพูของจอดิจิตอลก็สว่างวาบขึ้นมาจนคนที่ยังไม่ตื่นดีแทบอยากจะมุดหน้าหนี

 

04:12 AM

 

อ่า เขาตื่นมาตอนนี้ทำไมกันนะ

 

ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสบถกับตัวเองในใจ แน่นอนอยู่แล้วว่าการที่จะต้องตื่นเช้าเพื่อไปทำงานหาเงินประทังชีวิตต่างถิ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และการตื่นขึ้นมากลางคันจะยิ่งทำให้เขาง่วงงุนเข้าไปใหญ่ นึกแล้วก็อยากจะรีบทิ้งหัวลงไปหาหมอนอีกครั้ง ทว่าพื้นที่ของเตียงฝั่งซ้ายยังว่างเปล่าอยู่

                

เจ้าของร่างสูงตัดสินใจลุกขึ้น ใช้มือพยุงตัวเองตามผนังไปเรื่อยๆพร้อมกับอีกข้างที่จัดการเปิดแฟลชจากมือถือส่องไปตามพื้นห้อง เขายังไม่พร้อมเปิดไฟให้สว่างจ้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ กะเอาไว้ว่าเวลาเช่นนี้นาทีคงจะปวดท้องกลางดึกแล้วเกรงใจที่จะปลุกเขา จึงกระโดดขึ้นวีลแชร์แล้วไปห้องน้ำเสียคนเดียวเป็นแน่

                

คิดได้ดังนั้นเซนต์ก็ตรงไปยังห้องน้ำทันทีไม่รีรอ ยืนกระแอมไอสักสองสามครั้งให้เสียงกลับมา ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะเบาๆแล้วเอ่ยเรียกคนด้านใน

 

“ปวดท้องอีกแล้วหรอครับ”

 

เงียบ…

 

“พี่นาที ได้ยินผมรึเปล่า” ตามด้วยเสียงเคาะอีกสองครั้ง แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีการตอบกลับมาจากอีกฟากของประตู เมื่อเห็นดังนั้นใจของคนที่อยู่ด้านนอกก็กระตุกวูบ จนหัวคิดไปต่างๆนานาว่านาทีอาจจะล้มหรือเป็นอะไรด้านใน รัวเสียงเคาะอีกหลายครั้ง…แต่ก็ยังไม่มีการตอบกลับ

“ถ้าไม่ตอบผมขอเปิดเข้าไปนะครับ” เซนต์เดินปรี่ไปหยิบเอากุญแจที่หัวเตียงอีกครั้ง ก่อนจะตรงกลับมาเพื่อเปิดประตูอย่างที่ให้คำไว้ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ยัดลูกกุญแจใส่ประตู ความคิดหนึ่งก็ฉุกเข้าในหัวก่อน และนั่นเป็นเหตุที่ว่าทำไมตอนนี้ฝ่ามือใหญ่กำลังบีบกลอนแน่นจนเส้นเลือดขึ้นริ้วปูด

 

แกร็ก…

 

ไม่ดีแน่ๆ

 

ประตูที่ตอนแรกคาดไว้ว่าเจ้าตัวอาจจะล็อกแล้วเผลอขังตัวเองไว้ในนั้นถูกเปิดออกอย่างง่ายดายจนไม่ต้องพึ่งกุญแจ และทันทีที่มันตีออกแล้วเผยให้เห็นพื้นที่ว่างเปล่าในห้องน้ำ หัวใจของผู้เห็นก็กระตุกวูบ รีบก้าวเข้าไปเปิดม่านและทุกอย่างที่ทำได้ แม้ว่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าห้องน้ำก็มีแค่นั้น และไม่อยู่…ก็แปลว่าไม่อยู่

                

คราวนี้ความง่วงก็ถูกสลัดออกไปอย่างจัง ร่างสูงรีบเดินไปยังสวิตซ์ไปทั้งห้องแล้วเปิดไฟให้ครบทุกดวงเพื่อเจอกับความว่างเปล่าสับสน งุนงง ไม่เข้าใจสักอย่าง ยากที่จะพยายามคิดอะไรในเวลานี้ แต่เมื่อตั้งตัวได้เขาก็ไม่รีรอที่จะลงไปสำรวจที่อื่นๆของบ้านให้แน่ใจอีกครั้ง เริ่มจากห้องครัวเป็นอย่างแรกที่เมื่อเปิดประตูออกมาก็อยู่ตรงหน้า

                 

สายตาคมไล่มองทุกมุมตั้งแต่โต๊ะกินข้าวไปยังมุมทำอาหารของอาเจษ แต่ไม่ว่าจะเปิดเข้าออกเดินผ่านกี่บานประตู ก็ยังไม่มีวี่แววของร่างเล็กที่ตามหาอยู่สักที่ จนกระทั่งเขาเลือกที่จะเดินขึ้นไปหาชั้นบน ซึ่งมันเป็นไม่ได้ยากมากๆที่นาทีจะขึ้นไปได้ ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่ได้แข็งแรงมากนัก นับไดว่าตั้งแต่มาที่นี่เจ้าตัวเองยังไม่ค่อยได้ขึ้นไปเลย

                

และในคราที่ขายาวแกร่งของเซนต์กับเวลาตีสี่ครึ่งของแคนาดาที่กำลังก้าวลงบันไดมาทีละขั้น ดวงตาพลันก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผิดแปลกไปทางประตูบ้านไม้หลังนี้ มันถูกเปิดแง้มไว้อยู่อย่างไม่ต้องสงสัย พัดเอาความหนาวเญ้นระดับเยือกแข็งเข้ามาผ่านช่องเล็กๆนั่นอยู่นานแสนนาน แต่นั่นคงเป็นเพราะเซนต์กำลังสนใจสิ่งที่สำคัญกว่ามากจึงไม่ได้รับรู้ถึงมัน เขาพยายามคุมให้ลมหายใจนิ่งแม้ว่าด้านในจะหวาดระแวงและกังวลแค่ไหนก็ตาม ทำใจเปิดประตูออกไปปะทะกับลมหิมะของเวลาย่ำรุงด้วยชุดนอนธรรมตาตัวเดียว

                

พลันฝ่ามือใหญ่ก็จำต้องยกขึ้นมาบังใบหน้ากันไม่ให้เศสฝุ่นและดินที่ลมหนาวพัดพามาเข้าตา ก่อนจะพยายามหรี่ตามองในความมืดท่ามกลางกระแสแรงของลมไปด้านหน้า แต่ไม่ทันไรก็เหมือนว่าทุกสิ่งหยุดนิ่ง

                

ตรงหน้าเขานั้นในขณะที่ยืนอยู่บนชานพักหน้าบ้านที่มีบันไดสามสี่ขั้นต่อลงไปหน่อย ปรากฏเป็นภาพของวีลแชร์ไฟฟ้าที่นาทีมัดจะใช้ประจำอยู่ ทว่าในตอนนี้มันกลับล้มตึงลงพื้นไปด้วยความแรงของสายลมหิมะ แต่ก็อย่างว่า อะไรจำทำให้ใจเสียไปได้กว่านี้นอกจากการที่มันออกมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่

            

“เชี่ยเอ๊ย!”

 

                

ไม่นานรถเก๋งคู่บ้านก็ถูกขับออกมาเลี้ยวข้าถนนเส้นเล็กที่ตัดผ่านหน้าบ้านแล้วค่อยๆขับไปเรื่อยๆด้วยความเร็วที่ไม่มากจนเกินไป ในขณะที่สายตาของคนขับก็คอยเสมองทั้งสองข้างทางสลับกัน ตามหาบุคคลที่หายไปในเวลาที่น่าเป็นห่วงที่สุด เซนต์ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ได้แต่ภวานาในใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าให้สาเหตุมันเป็นไปอย่างที่เขาคาดไว้เป็นพอ 

                

ไฟหน้ารถทั้งสองข้างในยามนี้ยังทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก เพราะนอกจากทางด้านหน้าแล้วเขาก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัดอีกเลย จนกระทั่งความเร็วของรถยนต์ขับออกมาได้เกือบยี่สิบนาที ทั้งสี่ล้อก็เคลื่อนลงก่อนที่ประตูฝั่งคนขับจะเปิดออกและร่างสูงที่ก้าวลงไป

                

เสื้อขนเป็ดตัวใหญ่ถูกกระชับให้แนบตัวก่อนที่ฝ่าเท้าจะตัดสินใจนำทางต่อด้วยตัวเอง เหมือนโชคชะตาจะคอยเล่นตลกกับพวกเขาเสียอยู่เรื่อยอย่างกับโดนลิขิตไว้ พื้นถนนแคบและสองข้างทางที่ประกบไปด้วยป่าสนอึมครืม เซนต์ลอบถอนหายใจซ้ำแล้วพลางตะโกนเรียกชื่อโซลเมทตัวเล็กสลับระหว่างทาง

 

“พี่นาที!” แต่ก็ยังไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา

 

จนกระทั่งเกือบถึงหุบเขาที่ห่างไปเกือบสิบกิโลจากบ้านพักของอาเจษ ร่างเทาๆของใครบางคนก็ปรากฏอยู่ในระยะสายตา ต่ำลงไปจากพื้นถนน ข้างทางในป่าสน ใครบางคนตกอยู่ในกองหิมะ เห็นเช่นนั้นไม่ว่าตรงนั้นจะเป็นใครร่างสูงก็รีบวิ่งเข้าไปดูอย่างผลุนผลัน ก่อนที่ทั้งโลกจะดับลงเพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่ตามหาอยู่

                

สองขายาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาล่างตรงหน้าอย่างทุกลักทุเล เพราะความไม่ต่างระดับของหิมะและความนุ่มของมันที่ดันมาให้ชมเชยผิดที่ผิดเวลา จนเนื้อตัวใต้ผ้าหน้าขูดครืดไปกับกิ่งก้านใหญ่ของไม้สูง ใบหน้าซีดเผือดของคนตรงหน้าไม่ได้ต่างไปจากเขาตอนนี้ เพียงแต่สิ่งที่กำลังตอกย้ำความเจ็บปวดคือริมฝีปากบางที่ทั้งซีดอมม่วงและสั่นระริกอย่างน่าสงสาร

 

“พี่นาที! ทำ-ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้ครับ” เหมือนจะห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่ แน่นอนว่าสภาพตอนนี้ของนาทีนั้น-เหมือนถูกแช่แข็งมาแล้วนานนับชั่วโมง ไม่ว่าจะเพราะอะไรตอนนี้เขาต้องการแค่นาทีปลอดภัยเท่านั้น

 

ฝ่ามืออุ่นนุ่มจับประคองใบหน้าของอีกคนขึ้นมา ก่อนที่สายตาจะลากลงไปพบว่าแท้ที่จริงแล้วสถานการณ์ตอนนี้กำลังเป็นอย่างไร เรียวขาเล็กทั้งสองข้างที่กำลังถูกฝังลึกลงไปในกองหิมะหนาและเจ้าตัวที่นอนตัวซีดไร้แม้กระทั่งเสื้อคลุม เห็นดังนั้นเซนต์ก็รีบช้อนแขนเข้าใต้รักแร้ร่างเล็กเพื่อดึงขึ้นมา แต่มันยากเสียเหลือเกินเมื่อนาทีไม่สามารถขยับขาถีบตัวเองขึ้นมาได้

 

“ไม่…พี่จะไม่เป็นอะไร ผมจะพาพี่ออกมาให้ได้นะ พี่เชื่อใจผมนะ” เขาว่าพลางใช้มือด้านหนึ่งรูดปาดหยาดน้ำใสออกจากใบหน้า ถอดเสื้อตัวนอกที่ใส่อยู่แล้วพันรอบคนตัวเล็กอย่างร้อนรน ก่อนจะออกแรงยกอีกครั้งจนในที่สุดนาทีก็ออกมา

“ฮึก” เป็นร่างสูงที่หลุดสะอื้นออกมาในตอนที่พาโซลเมทตัวเล็กออกมาจากหลุมหิมะสำเร็จ ดึงเข้าอ้อมกอดอย่างไม่ต้องคิด แล้วเพิ่มความอบอุ่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าก็ยังสู้ไม่ได้เลยกับความเย็นจากร่างเล็กที่เอาแต่แผ่ออกมาเสมือนว่าตอนนี้ไม่เหลือไออุ่นในร่างอีกต่อไปแล้ว

“ผม จะ-จะเรียกรถพยาบาลนะ พี่ไม่ต้องห่วง” เขาว่าในขณะที่มือก็พยายามกดหน้าจอโทรศัพท์เพื่อโทรตามเบอร์โรงพยาบาบด้วยมือที่สั่นเทาจากความหนาว

“เซนต์…”

“ทำไมไม่มีสัญญาวะ! พี่นาที เราไปขึ้นรถกันนะครับ นะ กลับไปที่บ้านอุ่นๆก่อนก็ได้นะ ฮึก” เซนต์ทำอย่างที่พูด รีบช้อนตัวนาทีขึ้นจากตักตัวเองในตอนแรกแล้วใช้แรงพยุงตัวเองขึ้นตามมา มุ่งหน้ากลับไปยังถนนเส้นเดิมที่เขาตัดลงมาในตอนแรกโดยไม่สนใจเสียงเรีกพึมพำของนาทีเลยสักนิด

“เซนต์”

“ครับ ว่าไงครับคนเก่ง” ไม่ได้ต่างอะไรจากคนเสียสติ สายตาพร่ามัวและปลายขนตาที่เต็มไปด้วยหิมะของเซนต์ค่อยๆหันมามองดวงหน้าเล็กในอ้อมกอดอย่างช้าๆ เสียงตะกุกตะกักแลละคำพูดที่หลุดออกมาได้ยินบ้างแม้บางครั้งจะสลายหายไปกับสายลม เขาพยายามฉีกยิ้มให้คนเรียกก่อนจะพร่ำบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะพานาทีกลับบ้านให้ได้ แม้ว่าตอนนี้แรงลมจะแรงขึ้นจนเข้าข่ายพายุแล้วก็ตามแต่

“เราขอโทษ” ประโยคนั้นเบาเสียจนคนฟังแทบจะไม่ได้ยิน ก่อนที่ปลายนิ้วเนียนจะค่อยๆลากขึ้นมาสัมผัสโครงหน้าคมของคนรักจนร่างสูงพลันสะดุ้ง จนต้องละสายตาจากถนนตรงหน้าหันกลับมามองใบหน้านี้อีกครั้ง ทว่าสองขาก็ยังไม่หยุดเดินต่อไป แม้ว่าไอเยือกเย็นที่มีแต่จะปะทะเข้ามาเริ่มทำให้ขาชาแล้วก็ตาม

 

ไม่ทันไรม่านน้ำตาก็ก่อตัวอีกครั้งจนต้องรีบหันหนีไม่ให้นาทีเห็นมัน กะพริบตาถี่เพื่อไล่มันไปแต่ก็มีแต่จะแย่ ข่มไม่ให้หลุดสะอื้นอีกครั้งออกไป เมื่อคนที่อยู่ในอ้อมกอดตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากเจ้าหญิงหิมะแล้ว ทั้งดวงหน้าที่ไร้สีเลือดฝาด ริมฝีปากแห้งที่มีหิมะเกาะกรัง ปลายสัมผัสที่เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง เขาไม่รู้ว่านาทีอยู่ตรงนี้มานาเท่าไหร่แล้วและไม่อยากรู้เพราะกลัวว่ามันอาจจะบั่นทอนกำลังใจที่เหลือน้อยนิดในตอนนี้ ทำไมเขาจะไม่รู้ ลางงสางหรณ์เขาก็บอกอยู่ทนโท่ว่าต่อให้ยื้ออีกนิดก็มีแต่จะแย่ เขาเลยเลือกที่จะเมินเฉยต่อมันและทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในตอนที่ยังทำได้

 

“ขอโทษทำไมครับคนเก่ง ฮึ พี่ไม่ผิดสักหน่อย เห็นตรงนั้นมั้ยครับ เดี๋ยวจะถึงรถเราแล้วนะ” พวกเขาพยายามสื่อสารกันผ่านความมืดและเสียงลมที่กระหน่ำพัดอีกครั้ง

“รู้อะไรไหมเซนต์ ปล่อยเราไปเถอะ

“ไม่! ฮึก ผมไม่ปล่อยอึก ไม่เอา!”

“เมื่อเดือนที่แล้วเราได้ยินตอนอาเจษคุยโทรศัพท์กับพ่อด้วยฮ่าๆ วันนั้นเขาว่าอะไรนะ อ้อ จริงๆอาเจษไม่ได้ตั้งใจออกจากโรงพยาบาลแหละ เขาโกหกเพื่อจะออกมาช่วยเรา ทั้งๆที่ทำงานที่บ้านหนักกว่าตอนอยู่โรงพยาบาลอีก

“ไม่ครับ ไม่ พี่ได้ยินผิดแล้ว ไม่ใช่แบบนั้นเลย เลิกพูดเถอะนะ”

“วันนั้นด้วยที่พี่ไทม์คุยกับฝุ่น เราเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องห่างกันแท้ๆเลยเซนต์ ฮ่าๆ”

“ผมบอกให้พี่หยุดพูด!” ทั้งๆที่รถอยู่แค่ตรงนั้นแท้ๆ อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว แต่ทำไม…แข้งขาถึงได้หนักขนาดนี้

“จริงๆเราก็คิดมาสักพักแล้ว จริงๆเราตั้งใจ

“…”

เราตั้งใจออกมาเอง

 

ผลึบ!

 

พลันสองร่างที่โอบอุ้มกันมาก็ทรุดลงพื้นเมื่อเซนต์ไม่สามารถทนกับคำพูดพวกนั้นไหว แต่ไม่วายก็เลื่อนไปปัดทุกอณูฝุ่นและหิมะออกจากร่างนาทีแล้วประคองขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขายังไม่อยากยอมแพ้

 

“ฮึบ เห็นมั้ย ฮึก ใกล้ถึงแล้วจริงๆด้วยครับ อยู่แค่ตรงนั้นเอง”

“เรา- เราขอโทษ แต่ปล่อยเราเถอะนะ ไม่ได้อยากสู้ต่อแล้วเซนต์

“ไม่ๆๆไม่! แล้วที่ผ่านมาพี่จะให้มันสูญเปล่าหรอ! ทำไมเราลองกันอีกสักครั้งไม่ได้ล่ะครับ ฮึก ไม่รักผมแล้วจริงๆหรอ”

รักสิ รักทุกคนที่สุดในโลกเลย รักจนไม่อยากอยู่ให้ใครลำบากแล้ว

“อ๊ากกก ขยับสิวะ! ไม่ครับไม่ ไม่ลำบากไง ไม่เลย” และแล้วเขาก็ล้มลงอีกครั้งเพราะความเย็นที่เข้าคลุมจนขาไม่สามารถรู้สึกอะไรได้อีก แม้แต่แผลถลอกที่เกิดจากการขูดกับพื้นถนนหยาบ ก็ยังไม่แม้แต่จะรู้สึกเจ็บ

“เมื่อกี้เราก็ลองแล้ว ขาอยู่ในหิมะตั้งนาน มันไม่รู้สึกอะไรเลยเซนต์ ไม่แม้แต่นิดเดียว” เซนต์ไล่สายตาไปตามถนนอีกครั้ง ข้างหน้าอีกไม่ไกลมีแสงที่เขาเดาว่ามาจากหน้ารถของตนส่องมาอยู่ ขนาดเขาที่เพิ่งออกมาได้ไม่นานยังทรมานขนาดนี้ แล้วนาทีที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ล่ะ 

ทนอยู่ขนาดนี้ได้ไงครับ

“ก็อยากไปจริงๆไง เรารู้มันดูงี่เง่าดีนะ แต่ว่า-” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดจบ ร่างสูงก็จับประกบจูบนุ่มนวลลงไปอย่างรวดเร็ว หวังให้ไออุ่นจากการกระทำนี้จะทำให้นาทีคิดเปลี่ยนใจได้บ้าง หวังให้มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนตัวเล็กอยากจะสู้ต่อ พลันเปลือกตาบางก็ปิดลงมาน้อมรับความอบอุ่นนั้นอย่างเต็มใจ ก่อนที่เซนต์จะเป็นฝ่ายละออกไปแล้วจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยอีกครั้ง

 

แหมะ..

 

หยดน้ำใสตกกระทบผิวแก้มเนียนที่ ณ ตอนนี้ห่อหุ้มไปด้วยเกล็ดหิมะจากไอหนาว เมื่อเขาไม่พบอะไรหลงเหลืออยู่อีกแล้วในความสวยงามนั้น เหมือนกับว่าการกระทำในครั้งนี้นาทีไตร่ตรองและตัดสินใจมาดีแล้ว จนไม่หลงเหลือแม้แต่ความลังเลในสายตา

 

“ทำไมถึงต้องทิ้งผม ฮึก ผมยังอยากมีพี่อยู่ในชีวิตอยู่เลย” ร่างในอ้อมกอดสบตาเข้ากับคนรักตัวสูงอีกครั้ง ก่อนจะใช้มือล้วงเข้าไปหยิบบางอย่างจากกระเป๋ากางเกงของตนออกมายัดเข้าฝ่ามือใหญ่ไป

“ตั้งใจทำให้มากๆเลยนะ” เขาค่อยๆแบมืออกแล้วจ้องนิ่งไปยังวัตถุในมือ ผ้าเช็ดหน้าเย็บมือที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างปรานีต มุมด้านหนึ่งถูกสลักไว้ด้วยชื่อที่ไม่ว่าจะเห็นเมื่อไหร่ ต่อจากนี้ก็คงมีแต่คำว่าคิดถึง

“กลับไปเถอะ ทิ้งเราไว้ตรงนี้”

“ไม่ ผมยังรั้งพี่ไว้ได้อยู่มั้ย” นาทีไม่ได้ตอบกลับมาทว่าทำเพียงยิ้มอย่างเหนื่อยล้าเต็มทน ที่แม้การกะพริบตาหนึ่งครั้งยังยากลำบาก

“งั้นถ้าพี่จะไป ผมก็จะอยู่เป็นเพื่อนพี่

 

 

 

 

ยามสายลมนิ่งสนิทและผิวน้ำที่ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว แสงอรุณพลันเอ่ยขึ้นมาทักทายขอบฟ้าแห่งวันใหม่ ไออุ่นจากดวงตะวันถูกพัดมากับลมเฉื่อยๆ โอบอุ้มโลกด้านนี้ด้วยแสงสว่างอีกครั้ง พวกเขายังอยู่ตรงนั้นที่เดิม หิมะยังเกาะกรังอยู่เต็มใบหน้าแต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ เซนต์ก้มลงมองร่างในอ้อมกอดของตัวเองอีกครั้งพร้อมๆกับที่น้ำตาหยดสุดท้ายหยดกระทบไร้ซึ่งเสียงสะอื้น ข้อมือเล็กที่เคยกอบกุมไว้ล่วงหล่นสู่พื้นดินด้วยแรงดึงดูดอีกครั้ง และเขาที่เฝ้ามองลมหายใจจากอีกคนที่ท้ายที่สุด ไม่หลงเหลือไออุ่นให้เล็ดลอดออกมาอีก

 

 

 

 

 

- THE END -

 

 

 

 

 

 

Talk:

ไม่ทอล์คเนอะ เดี๋ยวโดนด่า 5555555555555555555555


Pics cr. https://www.pinterest.co.kr/pin/776941373188274077/?amp_client_id=CLIENT_ID(_)&mweb_unauth_id=&from_amp_pin_page=true&nic_v2=1a6MGGcCT 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #173 M.Mareeya (@6699TT) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 21:17
    ห้ะ?.....
    #173
    0
  2. #168 w060846 (@w060846) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 22:32
    ไรท์คะ...
    #168
    0
  3. #165 VtoVjjkkk (@VtoVjjkkk) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 19:14
    น้องนาที แงงงงงงงงงงงงงง
    #165
    0