Hundred and One [Timeverse] | Kookv (End)

ตอนที่ 25 : Epilogue: You at the end (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 532
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    22 ต.ค. 63

 

----------------------------------------

Link of the song: https://www.youtube.com/watch?v=xpFBk05QGFI

 

 

เราต่างไม่ต้องการคำอธิบายใด เพราะเพียงแค่อีกคนอยู่ตรงนี้และพร้อมที่จะหันเข้าหากันอีกครั้ง ก็เพียงพอที่จะรู้แล้วว่าเขานั้นก็คิดเหมือนกับเรา อย่าได้เสียเวลาไปมากกว่านี้เลย บทเรียนในครั้งนี้สอนเราหลายอย่างแล้ว

-

ไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์หลังจากนั้นนาทีก็ได้ออกจากโรงพยาบาล ทุกคนต่างตื่นอกตื่นใจที่จะได้ต้อนรับเขากลับบ้านอีกครั้ง เซนต์ก็มาอยู่เป็นเพื่อนและคอยช่วยเก็บของอย่างเคย อะไรๆต่างก็ดีขึ้นจนไม่น่าเชื่อ กว่าจะรู้ตัวใบหน้าของทุกคนรอบตัวก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเสียแล้ว

                

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ท้องฟ้าช่างสดใสไร้ซึ่งกลีบเมฆบดบัง ร่างเล็กเดินออกจากห้องนอนลงมายังห้องกินข้าวด้วยเวลาเกือบเที่ยง มันแน่อยู่แล้วที่ในวันว่างงานเช่นนี้คนอย่างนาทีจะตื่นสาย ช่วงปลายเดือนนี้เขาได้ย้ายกลับมาที่บ้านอีกครั้งหลังจากที่ถูกตามอยู่นาน ทิ้งให้ใครอีกคนนั่งทำงานเบื่อๆไปอยู่ในเมือง หารู้ไม่นั้นว่าวันนี้อาจมีอะไรพิเศษ

                

นิ้วเล็กยกขึ้นขยี้ตาเบาๆเมื่อเจ้าตัวยังไม่รู้สึกหายง่วง ดวงตาสวยที่ถูกบดบังด้วยหนังตาบางก็ยังไม่ตื่นดีแม้ว่าตอนนี้นั้นกำลังเดินลงบันได นาทียกมือขึ้นบิดตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงเข้ามายังห้องอาหารของบ้าน

                

ทว่าแผ่นหลังของใครบางคนกลับอยู่ในสายตาอย่างไม่น่าเป็นไปได้ พาลให้ดวงตาที่เคยง่วงซึมก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่โครงหน้าเรียวจะค่อยๆหันกลับมาเอ่ยทักทายด้วยเสียงนุ่มทุ้มจนใจสั่นหลังจากห่างหายกันไปเกือบอาทิตย์

                

เขาไม่รอช้าละรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดคนเด็กกว่าตรงหน้าทันที พวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมาร่วมอาทิตย์ คนนึงก็ติดงานส่วนเขาเองก็วุ่นอยู่กับการส่งงานอยู่เช่นกัน ยอมรับว่าแอบน้อยใจที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กันอย่างเมื่อก่อน และแม้ว่าตอนนี้เซนต์จะยอมรับเขาแล้วก็จริง ใจดวงนี้ก็ยังมีแอบหวั่น

                

ใบหน้าสวยซุกเข้าหาอกแกร่งทันทีพร้อมกับถูหัวออดอ้อนราวกับลูกแมว คนที่ถูกกระทำเมื่อเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกอดตอบและใช้มือข้างนึงลูบหัวคนรักเบาๆและประทับจูบเบาบางลงไป พลันเจ้าตัวซนในอ้อมกอดก็หันหน้าขึ้นมาพักปลายคางไว้บนอกช้อนตามองเขาด้วยความคิดถึง ตอนนั้นเองที่ฟางเส้นสุดท้ายขาดลง ริมฝีปากหยักเลยถือวิสาสะลงไปมอบจูบสำหรับเช้านี้ให้ โดยไม่ได้นึกถึงสายตาของคนอื่นๆในห้องที่มองอยู่

 

“เอ้อเซนต์เอ้ย อีกนิดก็กินน้องกูลงไปเลยก็ได้มั้ง”

“ถ้าพี่อนุญาต”

“สัส กูประชดมั้ยล่ะบางที”

 

นับว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียวสำหรับเซนต์ จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและเก็บตัวอยู่กับกองเอกสารไปวันๆ เขาก็ได้เรียนรู้ที่จะรัก มันอาจฟังดูน้ำเน่าไปเสียหน่อยและแม้จะไม่ใช่ความรักเหมือนอย่างที่เคยถูกพรากไป แต่เมื่อมีใครอีกคนเข้ามาต่อเติมก็ราวกับว่าการเกิดมาครั้งนี้ไม่ได้สูญเหล่าไปเสียทั้งหมด

                

ไทม์และเซนต์ก็สนิทกันมากขึ้น อีกคนยอมเปิดใจรับทั้งในฐานะพนักงานและรุ่นน้องคนสนิท หรือแม้กระทั่งน้องเขยในอนาคต อีกทั้งเซนต์เองก็ยังมีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนครอบครัวนี้อยู่บ่อยครั้ง และมันน่าดีใจไม่น้อยเลยที่มีคนยอมรับเราเสมือนว่าเป็นอีกชีวิตนึงในครอบครัว

                

ร่างสูงตอบยียวนประสาทไทม์ไปก่อนจะหันมามาสนใจแมวตัวเล็กในอ้อมแขนอีกครั้ง นาทียังไม่ยอมละออกและเอาแต่ทำหน้าทำตาราวกับเด็กซนงอแงอยู่อย่างนั้น ก็อดไม่ได้ที่กระต่ายยักษ์อย่างเขาจะจับอีกคนอุ้มขึ้นมาแล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้ดีๆเพื่อเตรียมสำหรับอาหารเที่ยง หรือมื้อเช้าของนาที

                

ริมฝีปากเล็กง้ำงอและเบะคว่ำลงเล็กน้อย ถึงตอนนี้แล้วเซนต์ก็เริ่มที่ไม่แน่ใจว่านาทีกำลังเป็นอะไรกันแน่ นั่งรอไม่นานนักทั้งพ่อแม่และฝุ่นต่างก็มาร่วมโต๊ะอาหารครั้งนี้กับพวกเขา บทสนทนาก่อตัวขึ้นด้วยการไถ่ถามเรื่องสัพเพเหระของแต่ละคนไป ก่อนจะกลายเป็นการชวนคุยเรื่องทั่วไปอย่างสนุกสนาน

               

ทว่าก็ยังมีหนึ่งบุคคลไม่ยอมร่วมด้วยกับพวกเขา เซนต์หันกลับมานั่งหันหน้าเข้าเจ้าตัวซนอีกครั้งก่อนจะคว้าเอามืออีกคนมากุมไว้พร้อมออกแรงบีบเบาๆเพื่อให้หันมา มันก็ได้ผลแต่นาทีก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากบอกอะไร

 

“เป็นอะไรครับ”

“…”

ที่รัก

ก็เธอไม่บอกเค้าว่าจะมา หายไปเป็นอาทิตย์อีก มันน่าโมโหนะ” เซนต์หลุดยิ้มให้กับประโยคนั้นเล็กน้อย

“ก็อุตส่าห์มาเซอร์ไพรส์ ที่รักไม่ชอบหรอครับ”

“ฮื่อ ก็เค้าคิดถึงเธอ วันนี้เธอต้องพาเค้าไปเที่ยวด้วยเลย” คนตัวเล็กกว่าว่า ก่อนจะอ้าแขนทั้งสองข้างออกให้อีกคน

“ไม่บอกก็จะพาไปอยู่แล้วครับ”

 

พูดจบสมาชิกใหม่ของบ้านอย่างเขาก็โค้งให้ผู้ใหญ่บนโต๊ะไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ก่อนจะช้อนตัวคนขี้อ้อนขึ้นไปยังห้องข้างบน ไม่รู้ว่าเขารู้สึกไปเองหรือไม่ แต่หลังจากที่นาทีฟื้นขึ้นมาก็อ้อนเขาอยู่ตลอดเวลาเสียเลย ไม่แน่ใจว่านี่เป็นการผูกเขาและทำให้เชื่องเพื่อไม่ให้หลุดไปไหนอีกหรือไม่ เพราะถ้าใช่มันก็กำลังได้ผลอย่างมากเลย

                

แขนแกร่งว่างร่างเล็กลงบนเตียงอย่างเบามือก่อนจะฉวยโอกาสขึ้นคร่อมใช้แขนล็อคตัวอีกคนไว้ ในทีแรกนาทีก็มีท่าทีตกใจเล็กน้อยแต่เพราะแมวตัวนี้นั้นนึกอยากจะเป็นเสือถึงได้พยายามเชิดหน้าไม่สนใจเขาอยู่อย่างนั้น เซนต์จึงค่อยโน้มหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะกดริมฝีปากเข้าหาอวัยวะเดียวกันของอีกคนอย่างโหยหา มอบจูบที่แสนเนิบนาบและเนิ่นนานไปให้จนคิดว่าอีกไม่นานอีกคนคงผลักเขาออกเพราะขาดอากาศหายใจ ทว่ากลับเป็นเขาที่คิดผิด

                

เซนต์ตั้งใจจะละออกมายามเห็นว่าจูบครั้งนี้นาทีแลดูนิ่งไป แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ถอดถอนออกจากกัน แขนเล็กก็วาดขึ้นมารั้งเขาลงไปอีกเสียก่อนจนกลายเป็นเซนต์เองที่ตกใจอย่างมาก มิหนำซ้ำเจ้าตัวซนยังดันร่างตัวเองเข้าหาเขาอีกอย่างที่ไม่เคยทำ ด้วยความตกใจและสัญชาติญาณเซนต์ถึงได้ใช้มือข้างนึงประคองหลังอีกคนไว้ ไม่ทันไรก็กลายเป็นว่านาทีขึ้นมานั่งคร่อมบนตักเขาแทนเสียแล้ว

                

เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อคนตัวเล็กกว่าโดยการลอบสัมผัสบั้นท้ายกลมของอีกคน ใช่อยู่ที่ว่าภายนอกนั้นาทีแลดูผอมบางมาก แต่อาจเป็นเพราะช่วงที่กลับมาบ้านคงได้อยู่กินสบายหน่อยถึงได้อวบขึ้นมาบ้าง มันเลยกำลังพอดีมือกระต่ายเจ้าเล่ห์ตัวนี้อย่างพอเหมาะ พลันเขาก็ใช้มือตีลงไปไม่เบาไม่แรงมากจนอีกคนสะดุ้ง แต่ไม่วายก็ยังไม่ยอมที่จะละริมฝีปากออก

                

คงต้องโทษชุดนอนที่นาทีกำลังใส่อยู่ตอนนี้ เพราะมันเป็นเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นสีเทาบางๆก็เท่านั้น ช่างล่อแหลมและล่อน้ำลายกระต่ายป่าอย่างเขาไม่น้อย ยอมทิ้งตัวลงให้แผ่นหลังสัมผัสกับผิวเตียงยามอีกคนผลักและโน้มตัวเข้ามาใกล้ บดเบียดส่วนล่างจนไม่เชื่อว่านี่คือนาทีคนที่เขาเคยเห็น ทว่าก็คงต้องยอมรับว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการเอาใจเขาไม่น้อย 

            

เขาจงใจบดจูบลงไปหนักๆในครั้งนี้ก่อนจะใช้ฟันขาวขบเม้มริมฝีปากล่างของอีกคนเบาๆ ใช้นิ้วจับปลายคางให้ปากเล็กอ้าออกเล็กน้อยเพื่อเข้าไปสำรวจและเชยชิมความหอมหวานจากข้างใน แกล้งเล่นโดยการใช้ปลายลิ้นแตะเพดานปากอีกคนเบาๆจนสะดุ้งโหยงก่อนจะกลับออกมาจูบอย่างเดิม ไม่ลืมที่จะเก็บโกยหยาดน้ำหวานที่ไหลเยิ้มออกมาจากมุมปากเล็ก

            

แต่คงเป็นเขาเองที่ลืมไปว่านาทีก็ยังคงเป็นนิยามของคำว่าน่ารัก เจ้าตัวซนที่คร่อมอยู่บนตัวเขาค่อยละจูบออกอย่างช้าๆ ก่อนจะไล่จุ๊บไปทั่วหน้าอย่างออดอ้อนพร้อมกับพร่ำพูดคำว่าคิดถึงอยู่ซ้ำๆ จากแม่เสือสาวยั่วสวาทในตอนแรกครานี้ก็กลายร่างกลับเป็นลูกแมวเสียเหมือนเดิม เป็นเขาเองเสียที่เริ่มปรับตัวไม่ทัน

 

จุ๊บ

 

จุ๊บ

 

จุ๊บ

                

 

“ไปอาบน้ำดีกว่า” ฮ่าๆ เห็นไหมว่าเจ้าตัวซนก็ยังซนอยู่วันยังค่ำ

 

 

 

 

 

รถสีแดงคันหรูเคลื่อนมาจอดยังลานกว้าง ณ ที่คุ้นตาอีกครั้งหลังจากที่ขับออกมาจากตัวบ้านนานพอสมควร เซนต์เปิดประตูลงจากรถออกมา ก่อนจะเดินอ้อมไปยืนรออีกคน เนื่องจากกลางวันเช่นนี้แสงแดดอาจจ้าเกินไปยาทีถึงได้เอาแต่ยืนหยีตาอยู่เช่นนั้น เขาเลยรีบพาอีกคนเดินเข้าสิ่งก่อสร้างด้านหน้าเสียก่อน

                

มันเป็นที่เดิมที่เราเคยมา เป็นสถานที่แรกๆที่เราร่วมใช้เวลาด้วยกัน มันคือโดมกระจกในครั้งนั้นที่ไม่ลืม เขาพานาทีเดินเข้ามาจากประตูด้านหลังโดยไม่ลืมที่จะบอกให้อีกคนปืดตาไว้ จูงมือเดินมายังตรงกลางของโถงใหญ่นี้ก่อนจะค่อยๆละมือออก คนเด็กกว่าเลือกที่จะค่อยๆเดินออกไปแล้วทิ้งให้นาทีอยู่ในความเงียบ

                

เมื่อไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใดและหลังจากการที่เขาเรียกอีกคนไปหลายครั้งและไร้ซึ่งเสียงขานตอบ นาทีก็ค่อยๆยกมือที่ปิดตาทั้งสองข้างไว้อยู่ออกเพื่อมาพบกับความสวยงามตรงหน้า ดวงตาสวยกวาดสายตาไปรอบๆด้วยความรู้สึกมากมายที่ปนเปรืออยู่ด้านใน พลันมือเล็ฏก็ยกขึ้นปิดปากกลั้นบางอย่างที่ค่อยๆตีขึ้นมา จากในตอนแรกที่นึกจะโกรธอีกคนเพราะทิ้งเขาเอาไว้ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้นาทีเองก็นึกจะโกรธอะไรเซนต์ไม่ลงเสียแล้ว

                

ก่อนจะได้ว่าอะไรไปมากกว่านี้เขาคงลืมบอกว่าถึงเซนต์จะยอมรับเขาแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้คบกัน หากแต่การกลับมาครั้งนี้นาทีก็ยังที่จะเชื่อใจอีกคน โดยไม่รู้เลยว่ามันได้สิ้นสุดของการรอคอยแล้ว

                

ภาพตรงหน้าที่เห็นตั้งแต่วินาทีแรกที่ลืมตาขึ้นมานั้นก็ต้องทำให้ม่านน้ำตาก่อตัวขึ้นรวดเร็วอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งโดมกระจกเก่าๆนี้ที่เคยรกล้างและเงียบเหงา ที่ๆเขาเคยนั่งฟังเพลงด้วยกัน บัดนี้มันถูกทำความสะอาดขึ้นไปบางส่วนพร้อมกับรูปภาพมากมายที่ถูกติดให้ห้อยลงมาอย่างงดงาม แต่รู้ไหมอะไรที่พิเศษ รูปภาพพวกนี้ไง เพราะมันเป็นภาพของพวกเขาที่เคยไปด้วยกันทุกที่ ที่เคยได้ใช้เวลาร่วมกัน ที่เคยแบ่งปันกัน มันถูกเก็บรวมไว้ที่นี่หมดเสียแล้ว

                

นาทีอึ้งไปสักพักก่อนที่หยาดน้ำตาจะไหลรินด้วยความประทับใจ เขาไม่เคยนึกเลยว่าการถ่ายรูปจะสามารถเก็บความทรงจำได้มากมายขนาดนี้ และเมื่อลองนึกถึงเวลาในการติดทุกรูปภาพที่ถ่ายมา ก็พลันหลงรักคนคนนี้เพิ่มขึ้นไปอีก สถานที่นี้คงจะกลายเป็นศูนย์รวบรวมความทรงจำของเขาไปเสียแล้ว มันเป็นความสุขที่อัดรวมตัวกันอยู่ข้างในจนเขาคิดเสียว่ามันคงไม่มีอะไรมาเทียบได้เท่านี้อีกแล้ว

                

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างสูงของคนรักที่เดินเข้ามา นาทีหันกลับไปส่งยิ้มให้พร้อมกับคราบน้ำตาแห่งความสุขที่ยังไม่เหือดแห้งไปบนใบหน้าสวย เซนต์ก้าวเข้ามาแต่ยังไม่ถึงตัวเขา ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือขึ้นไปจับเชือกเล็กเส้นหนึ่งแล้วดึงเบาๆ นาทีมองตามการกระทำอีกคน แต่ทว่ายังไม่ทันได้มองไปถึงต้นตอของมัน สิ่งของบางอย่างก็ถูกปล่อยห้อยลงมาตรงหน้าอย่างพอดิบพอดีก่อนเสียแล้ว

                

แหวน…

 

มันเป็นแหวนสีเงินวงเล็กๆที่ไม่ได้หรูหราหรือดูแพงอะไรมาก แต่กลับสามารถสร้างความสุขของคนคนนึงให้ล้นเหลือขนาดนี้ได้ นาทีจับมันแก้ปมออกจากเชือกก่อนจะหยิบขึ้นมาสำรวจ รอยสลักด้านในที่เป็นชื่อของเขาและเซนต์ พลันน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ 

                

บัดนี้ร่างสูงก็ได้เดินเข้ามาใกล้แล้วก่อนจะหยุดตรงหน้าเขา นาทีปาดหยาดน้ำตาออกเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นใบหน้าอีกคนชัดขึ้นก่อนจะต้องตกใจ เมื่อจู่ๆเซนต์ก็ย่อตัวลงไปคุกเข่ากับพื้นพร้อมๆกับที่ช่อดอกไม้ช่อใหญ่ถูกยื่นมาข้างหน้า

                

 มันคือดอกยิปโซ…

และเขาคงไม่น้ำตาไหลมากเท่านี้หากเขาไม่ได้รู้ความหมายของมัน

 

                

ว่ากันว่าดอกยิปโซคือตัวแทนของความบริสุทธิ์ แต่สำหรับการให้ครั้งนี้มันกลับหมายถึงความรักชั่วนิรันดร์ที่จะอยู่กับพวกเขาไปชั่วกาลนาน เป็นการเริ่มต้นครั้งใหม่ที่สดใสและพร้อมที่จะก้าวต่อไปด้วยกัน

                

นาทีไม่แน่ใจว่าแท้ที่จริงแล้วเขากำลังรู้สึกอย่างไรเมื่อความดีใจและทุกอย่างมันกำลังปนกันไปหมด มือข้างหนึ่งของเขาถูกจับไว้ก่อนที่ริมฝีปากของเซนต์จะค่อยๆแนบลงมาอย่างอ่อนโยน พลันหัวใจดวงนี้ก็เต้นกระส่ำไม่เป็นจังหวะ ก่อนที่เขาเองจะสังเกตุเห็นแหวนแบบเดียวกันบนนิ้วอีกคน

 

“อาจจะช้าไปหน่อย”

“…”

“แต่งงานกับผมนะครับ”

 

เขาแทบจะทรุดลงเมื่อรู้ตัวแล้วว่าการเดินทางอันแสนยาวไกลครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงเสียที เซนต์ยันตัวขึ้นก่อนจะหยิบแหวนในมือที่เขากำลังถอไว้สวมเข้าที่นิ้วนาง ต่างคนต่างประคองมือกันและแม้ต่อไปนี้จะมีอุปสรรคใดๆอีก ก็หวังเพียงว่ามันจะไม่ละออกจากกัน…อย่างที่เคย

                

คนตัวสูงกว่ารวบนาทีเข้าอ้อมกอดก่อนจะกระชับให้แน่นขึ้นเพื่อความอบอุ่นที่หวังจะได้ส่งมันผ่านไป และดวงหน้าที่ซุกเข้าหาด้วยความรัก ราวกับปลายทางนี้ไม่อาจหาได้ที่ไหนอีก โอบกอดกันประสานมือเข้าห้ากัน จากนี้ไปก็จะทำเช่นนี้เพื่อที่จะได้เห็นฟ้าหลังฝนในทุกๆครั้ง

                

ริมฝีปากหยักแตะเข้าที่ปากเล็กเบาๆอีกครั้ง จูบซับน้ำตาแห่งความสุขในครั้งนี้ก่อนจะจับผมบางส่วนทัดไว้หลังหู 

 

“ฮึก ฮือ เซนต์…”

“สะอื้นใหญ่แล้ว อยู่นี่แล้วครับที่รัก

“อึก เรา…รักเซนต์มากๆเลยนะ”

“รักเหมือนกันครับ”

“…”

และจะรักจนกว่าแสงสุดท้ายของโลกจะดับสิ้นไป” 

 

 

 

Natee’s Part

ท่ามกลางสายลมยามบ่ายและแสงแดดแก่ๆของวัน เราทั้งคู่กำลังเฝ้ามองใครบางคนอยู่ ผมไม่เคยเห็นเธอจริงๆหรอก แต่รูปภาพที่เคยผ่านตามาอยู่บ้างก็พอจะทำให้รู้ว่าหน้าตาสละสลวยเท่าใด ลูกชายถึงได้ดีไม่แพ้กัน ผมยื่นดอกไม้ในมือไปให้เขาก่อนที่เซนต์จะทรุดตัวลง

                

เราต่างก็ทำอะไรให้กันมามากแล้ว ถึงคราที่จะตอบแทนผู้มีพระคุณกว่านั้นบ้าง ผมพอจะรู้เรื่องราวของเซนต์มาแล้วในระดับนึงเกี่ยวกับความสัมพันธุ์ที่ไม่ค่อยลงตัวกับแม่ของเขา พยายามลูบปลอบอีกคนให้ทำใจให้สบายและรอมรับความจริงเสีย ว่าสิ่งที่เขาได้รับมาตลอดนั้นคือความรักที่บริสุทธิ์จากผู้เป็นแม่ เป็นไปได้ก็คงไม่มีใครอยากจากลูกตัวเองไปหรอก

            

เซนต์ตัวสั่นไปเล็กน้อยยามเขาสบเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวบนแผ่นหินที่ถูกสลักชื่อเอาไว้ ในตอนนี้มันช่างเงียบเหงา เขาไม่ได้ร้องไห้อย่างที่เคยเวลาได้ยินชื่อมารดาของตน และถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นผมก็คงไม่อาจเรียกได้ว่ามันคือการอ่อนแอ เราทุกคนต่างก็เป็นได้ทั้งนั้น แต่เพราะตอนนี้เขาโตขึ้นมากแล้ว เป็นผู้ชายที่แข็งแกร่ง อาจไม่ใช่คนที่เพอร์เฟ็ค แต่ก็พอดีสำหรับครอบครัวของเรา

            

เขาส่งยิ้มจางๆไปด้านหน้าหลุมศพก่อนจะวางดอกไม้กลีบขาวไว้เหนือดิน ปลายนิ้วสัมผัสรูปภาพของผู้เป็นแม่ และพลันดวงตาก็สั่นคลอ หากใช่เพราะความเจ็บปวดและฝังใจอย่างเคย ทว่าเป็นความคิดถึงที่รู้ว่าเขาคงไม่กลับมาอีกแล้ว และสำหรับคนที่ยังอยู่คงมีสิ่งเดียวที่เราทำได้ คือจดจำและนึกถึงช่วงเวลาดีๆที่ได้ใช้ร่วมกับเขา จำ…ไว้ว่าครั้งหนึ่งก็เคยได้รู้จักมัน 

 

ความรัก…และความสุข

กับคนคนนี้

 

จู่ๆเซนต์ก็ฉุดให้ผมนั่งลงไปข้างๆ ก่อนที่จะเป็นเขาที่ใช้แขนโอบไหล่ผมไว้ ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเขาจะทำอะไรแต่ก็ยอมไปอย่างไม่ขัดขืน

 

“แม่ครับ ตอนนี้เซนต์โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ”

“มีงานดีๆทำอย่างคนอื่นแล้วแหละ แม่เคยกลัวว่าเซนต์จะสอบคณิตตกใช่มั้ย”

“แม่รู้อะไรมั้ยครับ สอบรอบนั้นที่แม่ไม่ได้อยู่ฟังคะแนน”

เซนต์จำที่แม่สอนได้ทุกอย่าง แล้วทำข้อสอบได้เต็มเลยนะ” แต่พลันก้อนสะอื้นด้านในก็ตีขึ้นอกมายามอีกคนเอ่ยถ้อยคำถึงแม่ มันมากพอที่จะทำให้คนนอกอย่างผมเข้าใจความรู้สึกของเด็กตัวเล็กๆในตอนนั้นเลย ทรมาร…มากเลยสินะ

“ไม่พอนะครับ เซนต์ยังเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิตด้วย”

“ตอนแรกรู้สึกว่าตัวเองคงจะแย่ไปหน่อย แต่ตอนนี้เรามีความสุขมากๆเลยครับ”

“นี่ไง ลูกสะใภ้แม่” ผมหันไปยิ้มตอบทั้งน้ำตาก่อนจะหันกลับไปทางหลุมศพพร้อมโค้งหัวเล็กน้อยอย่างที่ทำเวลาเจอผู้ใหญ่

“สวัสดีครับ ผมชื่อนาที”

“คุณแม่ไม่ต้องห่วงแวนะครับ ผมสัญญาจะดูเซนต์ให้อย่างดี”

“เขาจะได้ไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างเคยแล้ว เนาะ” เรากอดกันหลวมๆอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้น แล้วก็เป็นผมที่เลือกจะกอดเจ้าเด็กยักษ์นี่อีกครั้งเพื่อให้กำลังใจ เซนต์อาจดูเข้มแข็งและโหดร้ายไปมากสำหรับคนที่เห็นจากมุมนอก แต่เพราะเป็นผมที่เข้าใจก็ไม่นึกโกรธอีก เราต่างล้วนมีสิ่งที่ฝังลึกอยู่ด้านในไม่กล้าเผย แต่เพราะห้องลับนั้นในตอนนี้ได้ถูกไขเพื่อเอาความทุกข์ใจออกไปเสียหมดแล้ว หลังจากนี้ก็หวังแต่จะให้เปิดรับแต่สิ่งดีๆเขาไป

“อย่าเศร้าไปเลยนะ”

ท่านต้องภูมิใจในตัวเรามากๆ

 

เซนต์ฝังใบหน้าลงบนไหล่ผม และตอนนั้นเองที่ความชื้นจากดวงตาเขาซึมผ่านเข้ามา อ่อนแอบ้างก็ได้จะได้ช่วยประคองกันต่อไปถูก อย่าให้ใครคนหนึ่งรู้สึกเข้มแข็งอยู่ฝ่ายเดียวเลย เพราะบางครั้งความเข้มแข็งนี้ ก็เป็นเพียงเกราะจอมปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อทำให้เหมือนตัวเองยังไม่เป็นอะไร…

End Natee’s Part

14 ปีต่อมา

            

คนตัวเล็กผมชมพูยืนอย่างตื่นเต้นอยู่หน้าโรงพัก ช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะได้มาเยี่ยมเยียนบ่อยครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนน่าดีใจเท่าครั้งนี้ วันนี้ ไทม์เดินตามเข้ามานับว่าช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมาพวกเขาเติบโตขึ้นมาก เจ้าของผิวาวด้านข้างนี้ก็ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปมากมาย และเงินเดือนทั้งเขาและไทม์ตอนนี้ก็มากพอที่จะช่วยกันซื้อบ้านอีกหลังสำหรับการเติบโตครั้งใหม่ไว้เสียแล้ว

                

ฝ่ามือใหญ่ยกมือขึ้นยีหัวคนรักเล็กน้อยด้วยความหมั่นเขี้ยว ก็วันนี้น่ะฝุ่นวางแผนที่จะตื่นเช้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรเพื่อเดินทางมาที่นี่ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางและตั้งแต่เขายังไม่ทันได้แปลงฟันเสียด้วย น่าขันดีที่ขนาดนี้แล้วก็ยังยอมที่จะตามออกมา ทำไงได้เมื่อวันนี้เป็นวันปล่อยตัวของพี่ไอน้ำหลังจากที่ติดตารางไปนาน เจ้าของผมชมพูที่ยืนอยู่ข้างเขาก็ดีใจเป็นพิเศษเสียหน่อย

                

“พี่ไทม์ เมื่อไหร่พี่ไอจะออกมานะ” คนตัวเล็กหันมาถามเขาและมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างของใครบางคนเดินออกมาด้วยสภาพน่าตาที่ดูดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงภาพลักษณ์ เพราะเขากำลังพูดถึงสีหน้าของเจ้าตัว

                

ไทม์ยกยิ้มน้อยก่อนจะชี้ไปทางด้านหลังฝุ่น พลันคนตัวเล็กก็รีบหันขวับไป รีบยกมือไม้โบกให้ใครคนนั้นเห็น สองพี่น้องยิ้มให้กันอย่างมีความสุข และมันก็พาลให้เขายิ้มตามไปอีกต่างหาก

                

ฝุ่นไม่รีรอช้าและวิ่งเข้าไปโผกอดพี่ชายทันที นับว่านานทีเดียวกว่าจะทำใจรอได้ถึงเท่านี้ ไอน้ำเองก็ได้เข้าใจและรับบทเรียนแล้ว สองมือเล็กวาดเข้าไปกอดเอวสอบของคนเป็นพี่ก่อนจะฝังหน้าหอเข้าไปอย่างจังจนไอน้ำแอบเซ แต่ก็ยังไม่วายกอดตอบน้องรักคนนี้ ไอน้ำเองก็ดีใจไม่น้อยเลยที่มีน้องชายแสนน่ารักเช่นนี้ ที่ยอมรับและยังคงรักเขาในแบบที่เขาเป็น ให้โอกาสและเชื่อใจ มันถึงได้เป็นแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้เขากลับตัวกลับใจมาเป็นคนดีได้ เวลานานเท่านี้มันมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่าง เขาถูกพาไปบำบัดทุกอาทิตย์จนกระทั่งตอนนี้สภาพจิตและทุกอย่างคงที่ พร้อมที่จะกลับมาหาครอบครัวอบอุ่นนี้ที่มีสามแม่ลูกอีกครั้ง

                

คนเป็นพี่ยกมือขึ้นลูบหัวด้วยความเอ็นดูก่อนจะเริ่มงงงวยเมื่อเจ้าตัวชมพูที่กอดอยู่นี้ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองกัน ไอน้ำใช้สีหน้าถามไทม์เล็กน้อย และอีกฝ่ายทำเพียงยักไหล่ให้ก็เท่านั้น ไอน้ำค่อยๆจับประคองใบหน้าของน้องขึ้นมาก่อนจะพบว่าเจ้าดื้อนี้เอาแต่ร้องไห้ขี้แยอยู่นั่นเอง

                

เขาปาดน้ำตาออกไปให้ก่อนจะจ้องตาน้องชายอย่างเอ็นดู พร้อมลูบพวงแก้มน่ารักนี้พลาง

 

กลับบ้านเรากัน ฝุ่น

            

 

ทันทีที่เห็นลูกชายผู้เป็นที่รักกลับมาถึงบ้านอีกครั้ง หญิงร่างท้วมคนนี้ก็แทบอยากจะวิ่งเข้าไปหา แต่เพราะไอน้ำอาจไม่รู้ว่าเวลาที่ตนใช้ชีวิตอยู่ด้านในนั้นมันมากพอที่จะทำให้มารดาของเขาแก่ตัวไปมากเท่าใด พลันดวงตาเขาก็ซึมยามเห็นผู้เป็นแม่พยายามเข้าหาตนแม้จะยังนั่งอยู่บนรถเข็น เป็นเขาเองที่วิ่งไปหาและทรุดตัวลงนั่งข้างตักของแม่ เขายิ้มให้เธอยามฝ่ามือที่เหี่ยวย่นนี้ยกขึ้นลูบหัว

 

“กลับมาแล้วนะแม่ กลับมาหาแม่แล้ว”

 

ปากของผู้เป็นแม่ขยับเล็กน้อยแต่ไร้ซึ่งเสียงใดๆที่เปล่งออกมา ไอน้ำปาดหยาดน้ำตาของตนออกก่อนจะค่อยๆก้มลงไปหาฝ่าเท้าที่เคยเดินไปมาเพื่ดูแลเขา พนมมือทั้งสองข้างให้ชิดกัน แล้วน้อมก้มลงกราบผู้มีพระคุณคนนี้ท่ามกลางสายตาของคนที่ภูมิใจในตัวพี่ชายอย่างฝุ่นและคนรักของเขา

                

บรรยากาศของครอบครัวสุขสันต์พาลก็กลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยรอยยิ้มของทุกๆคน เราเห็นตรงกันที่จะลืมเลือนเรื่องเมื่อก่อนออกไป เพราะต่างคนต่างก็ผิดพลาดกันได้ มันอยู่ที่ว่าใครต่างหากที่สามารถกลับตัวได้เร็วกว่ากัน ช่วงเย็นๆของวัน ฝุ่นเลือกที่จะมานั่งเล่นกับพี่ชายแสนรักของเขา แช่ขาลงไปในสระเล็กของบ้านและรอคอยการลาจากของพระอาทิตย์สำหรับวันนี้

 

“เอ้อพี่ไอ อายุก็เท่านี้แล้วออกไปหาสาวบ้างก็ได้นะ จะได้มีคนดูแลพี่”

“ไม่หรอก พี่ว่าจะไม่แต่งงาน”

“เห้ย ได้ไง เดี๋ยวน้องก็จะแต่งแล้วเนี่ย” ใช่ ฝุ่นเป็นคนเลือกที่จะรอวันที่พี่ชายคนนี้ได้กลับออกมา เพื่อมาร่วมงานแต่งของเขา แม้ว่าเพื่อนสนิทอย่างนาทีตอนนี้จะเป็นฝั่งเป็นฝาไปหลายปีแล้ว

“ฝุ่นก็แต่งไป พี่ว่าหลังจากนี้จะอยู่กับแม่”

“…”

“พี่ทำให้แกทุกข์มาเยอะแล้ว ถึงเวลาดูแลแม่บ้าง” ฝุ่นนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มกลับมาให้อีกคน        

“ขอบคุณพี่ไอนะ ที่กลับมาหาพวกเรา”

“ผิดแล้วฝุ่น พี่ต้องขอบคุณพวกเราต่างหาก ที่ไม่เคยหนีไปไหน”

“อื้ม”

“เอ้อฝุ่น”

“ครับ”

“เดี๋ยวพี่ออกไปข้างนอกแป๊ปนึงนะ”

“อ้าว จะไปไหนอ่ะ ให้ไปส่งป่าว”

“ไม่ต้องหรอก ว่าจะไปทำธุระสุดท้ายให้เสร็จ

 

 

 

 

 

 

ร่างสูงของไอน้ำเดินทางมายังร้านกาแฟร้านเล็กร้านหนึ่งอีกครั้ง ที่ใชคำว่าอีกครั้งเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกนั่นเองที่ได้มาเหยียบที่นี่ มันเป็นสถานที่ที่เคยสำคัญกับเขาไม่น้อย ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงความทรงจำเสียที่คงไม่หวนนึกถึงมันอีก เขาเลือกเครื่องดื่มมาหนึ่งอย่างและนั่งรอในร้านสักพัก รถยนต์คุ้นตาก็เคลื่อนมาจอดอีกฝั่งตรงข้ามกับร้าน

                

เขาเห็นภาพที่น่ารักของคนตัวเล็กและเจ้าเด็กสูงเดินลงมาจากรถด้วยกัน เห็นมือทั้งสองคู่นั้นที่ขยับเข้าประสานกันอีกครั้ง และพลันตัวเขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่เคยคิดพรากมันออก เขาลุกขึ้นยืนพร้อมจัดชุดให้เรียบร้อยเล็กน้อยก่อนจะเดินไปรับทั้งสองคน

                

ประตูร้านเปิดออกและในยามนี้ก็น้อยคนนักที่นั่งอยู่ด้านใน เขาฉีกยิ้มให้สองคนตรงหน้าก่อนจะเอ่ยทักทายไปอย่างเก้อกังๆ

 

“สวัสดีครับ คุณนาที คงเป็นครั้งแรกที่ได้คุยกันปกติแบบนี้เนาะ”

“ทีรู้เรื่องพี่ไอจากฝุ่นมาแล้ว ไม่ต้องคิดมากแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็ใช้ชีวิตพี่ให้มีความสุขสุดๆไปเลยนะ”

“ขอบคุณมากๆครับ ขอโทษสำหรับเรื่องก่อนหน้านี้ ขอโทษเราด้วยนะเซนต์

“อืม” เซนต์เอ่ยกลับไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงนาทีถึงได้ตีไหล่หนาเบาๆพร้อมกระซิบบางอย่างไป

“นี่ พูดกับพี่เขาให้มันดีๆหน่อย”         

“นี่คนที่มันแทงเค้าไงที่รัก”

“เซนต์”

“รู้แล้วค้าบ” ไม่ต้องบอกก็ดูออกว่าใครกลัวเมีย ไอน้ำนึกขันเล็กน้อยก่อนจะตีหน้ายิ้มไปให้ทั้งสองอีกครั้ง เขามาก็แค่เพื่อมาขอโทษ จะได้ต่างเลิกคิดแค้นซึ่งกันและกัน และสำหรับตัวเขาจะได้เลิกยึดติดละก้าวเดินต่อไปเสียที

 

ไอน้ำที่กำลังจะเอ่ยบอกลาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างขยับอยู่ด้านหลังนาทีถึงได้มีสีหน้าที่ตกใจ ก่อนจะเงยขึ้นไปสบกับดวงตาสวยพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมาให้ เขาถึงได้ดีใจแทนทั้งคู่ด้วยอีกครั้ง ก้มลงไปเล่นด้วยเล็กน้อยก็กลับบ้านไปด้วยความรู้สึกโล่ง ในที่สุดก็ได้รับการปลดปล่อยเสียที

                

หลังจากไปน้ำกลับไปแล้วเซนต์กับนาทีก็พากันเดินเข้าไปร้านไปยังเคาน์เตอร์ ร้านกาแฟร้านนี้ที่เขาทั้งสองพบเจอกันครั้งแรก ในคืนที่ฝนพรำ นับว่าก็เป็นความทรงจำที่ดีอยู่เหมือนกันที่พาเขาทั้งคู่โคจรมาเจอ หลายปีที่ผ่านมามีทั้งพนักงานใหม่และเก่าที่ยังอยู่ มันกลายเป็นร้านโปรดขอพวกเขาไปเสียแล้ว อาจเป็นทั้งบรรยากาศและความทรงจำในวันนั้นที่ไม่หายไปไหน ครั้งนี้ก็เช่นกันแต่มันคงเป็นครั้งแรกที่พนักงานต้อนรับจะได้เห็นเขาทั้งสองเดินเข้าร้านมาพร้อมกันด้วยรอยยิ้มที่สดใสเต็มเปี่ยม และใครอีกคนด้านล่าง

                

เครื่องดื่มเย็นดับร้อนถูกยื่นมาให้สองแก้วก่อนที่ทั้งเซนต์และนาทีจะรับมาไว้ในมือ พวกเขาหันไปยิ้มให้กันเล็กน้อยยามเห็นว่าใครอีกคนยังเอาแต่นั่งเล่นไม่สนใจ จึงกะแกล้งเดินออกมาก่อน

                

แต่เพราะเจ้าตัวเล็กที่แต่งตัวน่ารักและได้หลายๆอย่างจากทั้งพ่อและแม่คนนี้ช่างมีไหวพริบ ครั้นเขาสองคนหายไปจากสายตา เจ้าเด็กก็รีบลุกขึ้นวิ่งต้อยตามไปติดๆแม้ว่าขาทั้งสองข้างจะยังสั้นและก้าวได้เพียงเล็กๆ ตัวที่ยังสูงไม่พ้นขาของผู้เป็นแม่แต่เธอก็ยังเดินตามไป

                

ใช่ เด็กวัยหกขวบกว่าคนนี้คือลูกสาวที่น่ารักของเซนต์และนาที หลังจากที่แต่งงานกันไปพวกเขาก็ถือกำเนิดบุตรสาวหน้าตางดงามดั่งมารดา ในขณะที่ก็หัวฉลาดไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อ และเธอเป็นส่วนผสมที่ลลงตัวไม่น้อย เจ้าตัวเล็กรีบวิ่งไปดึงขากางเกงนาทีอย่างน่ารัก พร้อมกับเอ่ยเรียกไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว       

 

“หม่ามี๊ ปาปี๊ รอหนูด้วยสิคะ”

 

 

 

 

 

และจงจำไว้ เด็กคนนี้นามว่าเยียร์

 

 

 

 

 

 

 

THE END

#ร้อยนาทีของเซนต์

 

 

 

 

 

 

Talk:

แฮปปี้เอนดิ้งมั้ย แฮปปี้พอมั้ย เย่ๆๆๆ จบแล้ว ทุกคนคะเราดีใจมากๆเลยนะ ตื้นตันมากต้องบอกจริงๆ

การเดินทางครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้วนะคะ ต่างคนต่างก็เดินไปตามทางของตน เราดีใจมากๆเลยที่แต่งจบ ขอบคุณมากจริงๆนะคะที่

ติดตามกันมาถึงตรงนี้ ขอบคุณมากจริงๆ ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็อยากจะให้ช่วยอ่านทอล์คนี้ให้จบหน่อยนะคะ

 

ขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ชื่อกั๊ตจัง เป็นนักเขียนฝึกหัด

เราเป็นคนที่ชอบการเขียนบรรยายมากจนกระทั่งได้มารู้จักถึงโลกนิยาย และรู้สึกหลงใหลมันมากๆเลยค่ะ

ความชอบนี้ก็ได้ถือกำเนิดฟิคเรื่องนี้ขึ้นมา ขอบอกตามตรงว่ามีหลายเรื่องที่เราแต่งไว้มาก 

และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราอยากเอามาลงด้วย

พล็อตเรื่องนี้มันผุดขึ้นมาในหัวค่ะตอนก่อนสอบ มันเป็นแค่การวางแบบง่ายๆในตอนแรก 

จนถึงตอนนี้ก็ไม่นึกเลยค่ะว่าจะมาได้ขนาดนี้

แต่ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าเราจะพาน้องนาทีมาได้ขนาดนี้ ภาษาเราอาจไม่ได้เลิศหรูอะไรมากเพราะเราเองก็แค่เด็กมัธยมคนนึง

แต่ก็สัญญากับตัวเองไว้แล้วค่ะว่าจะพัฒนาไปเรื่อยๆ

มีจุดเริ่มต้นก็มีที่สิ้นสุด และเรื่องราวของเซนต์และนาทีจบลงตรงนี้ค่ะ ที่เหลือขึ้นอยู่กับเขาแล้วว่าจะเป็นยังไงต่อ

ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะ เก่งจริงๆที่อยู่กับเรามาเท่านี้ 

สี่เดือนเลยนะที่อยู่กับเรื่องนี้มา ถ้าไม่ว่าอะไรกันก็ขอให้นึกถึงน้องนาทีในวันที่เปิดเรื่องนี้นะคะ

ใครชอบหรือถูกใจตอนไหนของเรื่องก็กลับมาอ่านได้เรื่อยๆนะ และอย่าลืมไปเขียนรีวิวกันด้วยล่ะ

ผลงานหน้ามาใหม่อีกแน่นอนค่ะ อยากให้อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆนะ

ขอบคุณจริงๆค่ะ เพราะมันเป็นฟิคเรื่องแรกของเราที่แต่งจบในชีวิต 

เลยรู้สึกขอบคุณผู้อ่านทุกคนมากจริงๆ

 

            

                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #172 Wayvay_T (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2563 / 10:30
    ตอนท้ายเสียน้ำตาไปเยอะมากเลยมุแงง มันดีมักครบรสเรยจิงๆ
    #172
    0
  2. #145 deffang (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 14:57
    โอ้ยยย น่ารักมากเลย ขอให้มีความสุขกันมากๆนะคะเจ้านาทีเจ้าเซนต์และเจ้าหนูเยียร์
    #145
    0
  3. #135 sukhita3667 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 22:39

    พึ่งมาอ่านเรื่องนี้แบบรวดเดียวจบเลยค่ะ ตอนแรกก็คิดไว้แล้วว่าดราม่าเีื่องนี้ก็น่าจะพอตัวอยู่โดยปกติแล้วเราไม่อ่านแนวนี้เลยค่ะ แล้วก็ตามนั้นพยายามทำใจแข็งอ่านน้ำตาก็ไหลไปพลางเลยค่ะ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนึงที่ทำให้เราเปิดใจอ่านแนวนี้ได้ มันอบอุ่นเคบ้่น้ำตาจริงๆค่ะ ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายเรื่องนี้ให้รักเช่นเราได้อ่านนิยายแนวนี้นะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ
    #135
    2
    • #135-2 sukhita3667(จากตอนที่ 25)
      15 กรกฎาคม 2563 / 00:12

      ค่าาาาไรท์
      #135-2
  4. #130 pmgot7 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 22:31
    จบแล้วอบอุ่นจริงๆขอโทษที่มาอ่านช้านะไรท์ช่วงนี้งานเยอะปลื้มใจมากๆอยากให้มีพากย์ต่ออะแง่งงง
    #130
    2
  5. #129 Nuttysnoopy (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 22:23
    ไม่ไหววว มันดีมาก นี่ที่เค้าเรียกกันว่า ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ ชอบตอนที่พวกเค้ารักกัน มันมุ้งมิ้งไม่ไหวว ไรทเขียนดีมากเลย เปนคนที่บรรยายได้ดีมาก อินมาก รู้สึกไปกับการบรรยายขอบไรทมากกกก ชอบจังเลย เปนกำลังใจให้ต่อไปนะคะะะะะสู้ๆๆ นะคะ ไรททท
    #129
    1
  6. #107 Pon_jjj2610 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 03:06
    จบแล้ว อบอุ่นมาก อยากขอบคุณไรท์ที่สร้างฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่าน ฟิคดีๆแบบนี้จะเป็นอีกหนึ่งเรื่องในใจเรา คุณไรท์เก่งมาก ทั้งเนื้อเรื่อง การบรรยาย ครส.ของตัวละคร ขอบคุณนะคะ// ขอให้ทุกคนในเรื่องมีแต่ความสุขนะ
    #107
    1
  7. #106 valkyrie-0810529 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 01:31
    เก่งมากเลยค่ะ ขอบคุณมากๆเลยที่เขียนเรื่องนี้ บรรยายดีมากเนื้อเรื่องทุกอย่างสมเหตุสมผล เก่งมากๆเลยคุณไรท์ สู้ๆต่อไปนะคะ ขอให้ครอบครัวเซนนาทีมีแต่ความสุข พี่ไอก็ต้องมีความสุขต่อไปด้วยเหมือนกัน ขอบคุณมากๆนะคะ
    #106
    1
  8. #105 Thingyib (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 23:26
    จบเเล้วววฮื่อขอบคุณไรท์มากๆเลยค่ะสนุกมากๆ น่ารักมากๆ ขอบคุณไรท์จริงๆค่ะ love u
    #105
    1
    • #105-1 heli_ophilia(จากตอนที่ 25)
      11 กรกฎาคม 2563 / 23:28
      แงงง ขอบคุณที่อ่านจนจบเหมือนกันค่ะ;-;
      #105-1
  9. #104 w060846 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:45
    ดีมากกกกชอบมากกกชอบภาษาลงตัวไปหมดเลยค่ะไรท์ 👍🏻ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ
    #104
    1
  10. #103 0863538696 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 22:01
    จบแล้ววว แต่งเก่งมากค่ะ
    #103
    1
    • #103-1 heli_ophilia(จากตอนที่ 25)
      11 กรกฎาคม 2563 / 23:28
      ขอบคุณค้าบ
      #103-1