Hundred and One [Timeverse] | Kookv (End)

ตอนที่ 13 : Special: Always there for you [SF] Pt.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 439
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    7 ก.ค. 63

 

 

ข้าวหนึ่งทับพีกว่าๆถูกตักลงเข้ากล่องพลาสติกใสก่อนจะตามด้วยแกงสีสดน่ากินที่เพิ่งเสร็จๆร้อนขึ้นจากหม้อ ตกแต่งหน้าอาหารสักพัก ฝาใสสีเขียวก็ปิดลงและล็อคให้เรียบร้อย มือเล็กถึงได้ยกมันเข้ากระเป๋าผ้าขนาดพอดิยพอดีกลับกล่องข้าวเช้าเขาตั้งใจทำสุดฝีมือเพื่ออีกคน

 

เวลาผ่านมาร่วมเดือนนับตั้งแต่ที่รุ่นพี่อย่างจองกุกเปิดใจให้เขาได้เข้าไปชะล้างความทรงจำแย่ๆนั้นและแทนที่ด้วยภาพสวยงามชุดใหม่ที่ตั้งใจสร้างมันให้ตริดตรึงในความทรงจำอีกคน เป็นเซฟโซน เป็นคนที่รับฟังทุกอย่าง และเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในวันที่อีกคนรู้สึกแย่ แทฮยองว่าเขาก็เป็นคนที่มีประโยชน์พอสมควรเลยทีเดียว

 

ใช้เวลาไม่นานนักสองเท้าก็เหยียบลงบนพื้นคอนกรีต ณ ลานกว้างของมหาลัย ก่อนที่คนตัวเล็กในชุดนักศึกษาปีหนึ่งจะก้าวตรงไปยังโรงอาหารของคณะ เช่นเดียวกับที่ร่างสูงของรุ่นพี่ปรากฏอยู่ในสายตา รอยยิ้มสี่เหลี่ยมน่ารักก็เผยขึ้นอีกครั้ง แทฮยองตัดสินใขเดินไปยังโต๊ะไม้ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆคนตัวสูงที่หันมายิ้มให้เขาเช่นกันที่เห็น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าจองกุกจะเล่าเรื่องเขาให้เพื่อนในกลุ่มฟังไปคร่าวๆแล้ว แทฮยองก็ได้รู้จักรุ่นพี่ต่างคณะอีกหลายคนจนเรียกได้ว่าแทบจะสนิทกัน เดินสวนกันทีไรก็จะมีคำทักทายให้กันเสมอ อย่างตอนนี้ก็เช่นกัน

 

“อ้าว แทฮยองนั่งๆ ไหนวันนี้มีอะไรให้พี่กินบ้างเอ่ย” เป็นรุ่นพี่ตัวสูงคนหนึ่งที่เอ่ยทักเขา

“ของกู อย่ายุ่ง”

“โหไรวะ เป็นอะไรกันวะ ทำไมน้องทำมาให้แค่มึงอ่ะ” และหากว่ากันด้วยเรื่องสถานะแล้ว

ก็รุ่นน้องไง กูสนิทกับมัน”ใช่ เขายังคงไม่ได้คำตอบอะไรใดๆ ราวกับถูกปล่อยให้ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศอันหนาวเหน็บ และถ้าถามว่ามันเจ็บมากไหม…

 

…ก็เจ็บแหละ แต่ทำอะไรได้

 

“แรงมาก แทฮยองไปจีบคนอื่นเลย ทิ้งมันๆ”แต่ถ้าถามว่าเขาคิดจะทำอะไรไหม…

ไม่เป็นไรหรอกครับ เท่านี้ก็ดีมากแล้ว

“เอ้า ดราม่าเฉย แยกย้ายๆรีบแดกด้วย”

 

จองกุกทำใจหันไปมองร่างเล็กข้างตนที่นั่งนิ่งรอเขาอยู่อย่างเช่นทุกวันด้วยสายตาขอโทษเล็กน้อย ทว่ากลับต้องรู้สึกผิดมากว่าเดิมเมื่ออีกคนทำเพียงส่งยิ้มสดใสมาให้เท่านั้น เป็นร้อยยิ้มที่เขาชอบตั้งแต่แรกเห็น ราวกับว่าเพียงแค่ขยับมันออกเผยฟันเรียงสวยด้านใน โลกทั้งใบก็สดใสขึ้นได้

 

ใช่ว่าลึกๆแล้วเขาจะไม่รู้สึกอะไรกับแทฮยอง เพียงแต่เหตุผลบางอย่างมันค้ำคออยู่ไม่สามารถพูดออกไปได้ จึงทำได้เพียงแค่เก็บมันไว้กับตัว เมื่อฝากล่องข้าวถูกปิดเข้าตามเดิม ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันเข้าเรียนตามตารางของแต่ละคน แทฮยองโค้งตัวบอกลารุ่นพี่ในกลุ่มของจองกุกเสร็จก็ตั้งใจจะเดินต่อไป หากความรู้สึกบางอย่างมันดันทำให้เขารู้เสียก่อนว่ากำลังมีคนเดินตามหลังอยู่

 

“พี่จองกุกมีอะไรหรือเปล่าครับ เก้าโมงครึ่งแล้วนะ พี่ไม่ขึ้นหรอ” ดวงหน้าเล็กเอียงคอมองร่างสูงด้วยสายตาใสซื่ออย่างทุกครั้ง ก่อนที่ขาแกร่งจะก้าวเข้าไปหาเพื่อลดระยะห่าง และฝ่ามือแกร่งที่ยกขึ้นวางลงเบาๆบนกลุ่มผมนุ่มของคนตัวเล็กกว่า

“ตั้งใจเรียนนนะ อย่าดื้อล่ะ”

“อื้อ ครับ”

 

อีกแล้วที่รอยยิ้มนั้นทำให้คนอย่างเขาเสียอาการ นึกอยากจะจับปากแบนนั้นมาบีบเล่นทั้งวันหากอีกคนอนุญาตแทฮยองเดินออกไปแล้วทิ้งให้เขาคิดทบทวนอยู่สักพัก ก่อนจะเดินกลับในทางที่มา

 

 

 

 

 

“เลิกสักทีโว้ยยยย”เสียงทุ้มๆของเพื่อนหน้าม้าดังขึ้นหลังจากที่ในที่สุดคาบเรียนแนน่าเบื่อทั้งวันก็ได้จบลงเสียที สภาพที่แต่ละคนเดินกลับออกมาจากห้องนั้นราวกับถูกดูดวิญญาณไป มือแกร่งยกขึ้นเสยผมที่ลงมาปิดหน้าปิดตาหลังจากไม่มีเวลาไปตัดนานขึ้นไปติดรำคาญเล็กน้อย ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นต่อสายถึงใครบางคน

 

มันอาจเป็นโชคร้ายของวันสำหรับเขาที่ทั้งวันนี้แล้วนอกจากตอนเช้าเขาก็ไม่ได้มีโอกาสทักรุ่นน้องตัวเล็กอีกเลย แม้กระทั่งชายเสื้ออีกคนก็ยังไม่โผล่มาให้เห็น แม้ว่าข้อความที่ส่งหากันจะได้รับการอ่านและตอบอย่างเช่นทุกครั้ง ร่างสูงก็อดเป็นห่วงอีกคนไม่ได้ ความรู้สึกราวกับว่ากำลังโดนไฟจี้บั้นท้ายมันเป็นเช่นนี้เสียนี้เอง ความรู้สึกของคนที่อยู่นิ่ๆงไม่ค่อยๆได้

 

รู้ไว้เลยว่าตอนนี้เขาลนที่สุดในชีวิตแล้ว

 

เป็นอีกครั้งที่พระเจ้าไม่เป็นใจให้เขาติดต่อใครอีกคน เมื่อสายนั้นไม่ได้ถูกรับและเช่นเดียวกับที่เพื่อนตัวขาวเดินตาตั้งมาหาราวกับเกิดเรื่องขึ้น

 

“ไอกุก”

“ไร ทำหน้าอย่างกับเจอผีมา”

“เออ ยิ่งกว่าผี เดย์มาหามึง

 

x…

 

คิ้วเรียวดกดำสีเดียวกับเส้นผมขวดเข้าหากันจนเกือบเป็นปม เห็นดังนั้นแล้วยุนกิก็อดที่จะเห็นใจเพื่อนสนิทของตนไม่ได้ เพราะหากว่ากันถึงความเป็นไปได้ที่แฟนสาวคนเก่าของจองกุกจะมาหาในเวลาเช่นนี้แล้ว มันก็ไม่ยากนักเลยหากคำตอบจะถูก

 

ร่างสูงไม่ได้ให้เพื่อนตัวขาวตามเขาไปเพื่อหวังว่าปัญหาในครั้งนี้เขาจะสามารถจัดการเองได้ จนในที่สุดร่างผอมบางในเครื่องแบบค้ายคลึงกับเขาก็มาอยู่ตรงหน้า ในเวลานี้เขาเลือกที่จะขีดเส้นให้ชัดเจน เว้นระยะห่างให้พอดี ไม่ให้ตกหลุมพรางอีกครั้ง

 

ใบหน้าที่เขาเคยเห็นว่ามันงดงามและใสซื่อนั้นในยามนี้มันช่างดูบิดเบี้ยวไม่เป็นภาพเสียแล้ว แม้ว่าหยาดน้ำตาที่อีกคนพยายามจะแสร้งบีบมันออกมาหรือแม้กระทั่งแรงบีบเบาๆที่มือก็ไม่สามารถยื้อได้อีกต่อไป เพราะเขาก้าวออกมาจากที่ตรงนั้นมากแล้ว

 

“ฮึก กุก เขาทิ้งเดย์ เขาทำร้ายเดย์ ทุกวันนี้เหมือนตกอยู่ในฝันร้ายเลย จะทำยังไงดี เดย์ไม่รู้จะทำยังไงแล้วกุก”

“…” เขาเลือกที่จะเงียบปากเอาไว้เมื่อคนตรงหน้าถลกแขนเสื้อขาวขึ้นให้เห็นรอยช้ำเป็นจ้ำๆอย่างน่าสงสาร

“ทำไมเดย์โง่จังก็ไม่รู้ ไม่มีใครดีเท่ากุกแล้วจริงๆด้วย อึก กลับมาได้มั้ยไ กลับมาเป็นเหมือนเดินกันนะ ขอร้อ-”

ตอแหล

“อ…อะไรนะ”

“ก็ได้ยินนี่ เราบอกว่าเธอตอแหล เห็นเขาบนหัวเราหรอ คิดได้ไงวะมาปั่นหัวกันขนาดนี้”

“พ…พูดอะไรกุก เดย์ไม่ได้จะปั่นหัวกุกนะ แล้วทำไมต้องว่ากันแรงขนาดนั้นด้วย”

“เป็นผู้ชายก็ใช่ว่าจะต้องให้เกียรติผู้หญิงเสมอไปนะ ขนาดเธอยังไม่เห็นหัวเราตอนมีเขาเลยซันเดย์เลิกพ่นอะไรไร้สาระสักที มันเสียเวลา

 

ไม่บ่อยนักที่จองกุกจะหัวเสียได้เท่านี้ และส่วนใหญ่ก็มักเป็นเรื่องสาหัสเท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามผ่านขีดความอดทนเขาไปได้ นับว่าผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อเขามากทีเดียว ทว่ากลับในทางที่ไม่ค่อยดีนัก

 

ขาแกร่งที่กำลังจะก้าวออกกลับต้องชะงักไปและหยุดนิ่งยามที่อีกคนยังไม่หยุดการกระทำงี่เง่า ก่อนจะยืนฟังเพียงเงียบๆพร้อมกับกำหมัดที่เริ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆจนข้อขาว

 

“เพราะไอเด็กนั่นใช่มั้ย เดย์เห็นนะวันนั้น แหมแรดไม่เบาเนาะ คงจ้องจะเอากุกต่อจากเดย์ล่ะสิ น่าสมเพช”

“…”

“จะบอกให้นะ มันไม่ดีอะไรหรอกกุก ก็แค่เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนึง ผู้ชายอีกต่างหาก ผิดหวังจากเดย์ขนาดจนต้องไปกินพวกเดียวกันเองเลยรึไง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเว่ย!”

 

เป็นเสียงห้ามปรามของเพื่อนสนิทที่เข้ามาได้ยินตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่มีใครรู้ และจองกุกเลือกที่จะยืนหันหลังให้เหตุการ์ณต่างๆอยู่เช่นนั้นทบทวนตัวเองและคำพูดของอีกคน เห็นดังนั้นไม่ต้องว่าความให้มากยุนกิก็เข้าใจถึงได้เดินเข้าไปหาก่อนจะส่งหมัดไม่แรงไม่เบาไปหนึ่งครั้งด้วยความคุกรุ่นที่ไม่ต่างกันจนโครงหน้าเรียวหันไปตามแรง เรียกสติให้คนที่กำลังหลงผิดคิดฟุ้งซ่านไปไกล ก่อนที่ดวงตาเรียวทั้งสองคู่จะสบเข้าหากัน

 

หากว่าเปลวไฟสามารถปรากฏอยู่ในดวงตาของคนเราได้จริงๆ จองกุกก็คงจะเห็นมันอยู่ในสายตาของคนตรงหน้า ใบหน้าเรียบนิ่งท่วากับแฝงความรู้สึกหลายๆอย่างไว้ด้านในนั้นเขาไม่สามรถคาดเดามันได้เลย ก่อนที่จะหลุดจากภวังค์หันมองตามความชุลมุนด้านหลัง ถึงได้รู้ว่าเพื่อนๆของเขากำลังหาทางจัดการแฟนสาวคนเก่าอยู่

 

“อย่ามาทำตัวน่ารำคาญแถวนี้ โตขนาดนี้แล้วคิดให้มันเป็นสิวะ! นั่นแค่ผู้หญิงคนเดียวไง ทำไมคล้อยตามง่ายจังวะ”

“ทำไม…”เสียงกดชัตเตอร์และวีดีโอดังขึ้นหลายครั้งพร้อมกับกลุ่มคนที่เริ่มเข้ามามุงพวกเขา หญิงสาวในศักดิ์ดาวคณะหลังจากเกิดอาการบ้าคลั่งแล้วก็ถูกลากไปสงบสติสักแห่ง ทิ้งให้เขาที่กำลังเป็นข่าวอยู่ตอนนี้ได้แต่ยืนงง

“กูจะบอกเอาบุญให้นะ เมื่อกี้แทฮยองก็อยู่ว่ะ”

“อะไรนะ”

 

ได้ยินดังนั้นจองกุกก็ไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับแทฮยองแล้วเขามักจะลนลานอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าที่แปะไปด้วยรอยยิ้มนั้นเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วอีกคนกำลังรู้สึกอะไร หลังจากที่ฝ่าออกมาจากฝูงคนแล้ว ก่อนจะกดโทรออกอยู่หลายครั้งทว่ากลับไร้เสียงตอบรับ

 

สายตาคมกวาดมองหาทั่วทุกแห่งไปพร้อมๆกับสองขาที่เดินไม่หยุดพักสักนิด จนกระทั่งในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ความพยายามนั้นลดเหลือไม่มาก ร่างเล็กของใครคนนั้นก็กลายเป็นภาพนิ่งผ่านทางหางตา จองกุกไม่รีรอและก้าวเข้าไปหาทันทีทว่าจู่ๆการเคลื่อนไหวทุกอย่างก็กลับนิ่งไปเสียดื้อๆ เมื่อใครอีกคนกำลังยืนอยู่ตรงข้ามกับแทฮยองอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มบนทั้งสองกระตุ้นบางอย่างด้านในเขา และเพราะเหตุใดทั้งคู่ถึงได้ดูมีความสุขเช่นนี้

 

เขาไม่ชอบเสียเลย

ไม่ชอบที่มีคนอื่นนอกจากเขาทำให้แทฮยองยิ้มได้

 

“แทฮยอง”เป็นเขาที่เอยเรียกอีกคนที่กำลังยืนคุยกับคนที่อาจมีศักดิ์เป็นรุ่นพี่ในคณะอยู่อย่างออกรส

“อ้าว มาแล้วหรอครับ ผมกำลังคุ-”

“กลับ”

“อะไรนะครับ”

กูบอกให้กลับ”จองกุกกดเสียงตัวเองให้ต่ำลงเพื่อให้อีกคนฟังและเพื่อระงับความร้อนรุ่มในอกเช่นกัน ทว่าดวงตากลมโตที่เอาแต่จ้องเขาอย่างไม่เข้าใจกลับยิ่งทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง มันกำลังทำให้เขาหงุดหงิด

“อะไร อยากอยู่คุยต่อกันมากรึไง”

“ไม่ใช่นะครับพี่จองกุก แต่-”

“แทฮยองไปเถอะ เขาคงมีเรื่องด่วน”

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเพียงเพราะคำพูดของไอหน้าขาวนั่นแทฮยองถึงได้ยอมเดินตามเขามาในที่สุด และนั่นยิ่งทวีความโกรธข้างในให้มากขึ้นจนไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอระบายมันออกไปผ่านแรงบีบที่ข้อมือเล็ก กว่าจะรู้สึกตัวก็ในตอนที่อีกคนร้องประท้วงขึ้นมาเสียแล้ว

 

“พี่จองกุกครับ ผมเจ็บ”

“เออ กูรู้ กูตั้งใจ”

 

หลังจากนั้นอาการขุ่นเคืองทุกอย่างก็ครอบงำ ร่างเล็กของรุ่นน้องถูกจับเข้าสู่รถคันหรูอย่างไม่ใยดี ก่อนที่เจ้าของรถอย่างจองกุกจะขับออกไปด้วยความเร็วที่ไม่ยอมลดต่ำลงและมีแต่จะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ในคราแรกนั้นแทฮยองเองก็ตกใจไม่น้อยและได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าขัด จนเมื่อนานเข้าบรรยากาศภายในรถก็ยังไม่ดีขึ้น แม้ยามแสงด้านนอกจะเริ่มลับหายไปจนเกือบหมด ผ่านต้นไม้ ตึกสูง และร้านค้าๆต่างๆล้วนไม่ใช่ทางที่เขาคุ้นตาแม้แต่น้อย

 

ในที่สุดความอึดอัดด้านในก็ถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสายน้ำตาที่ไหลรินผ่านเนื้อเนียนของใบหน้าสวย ทว่ากลับไร้เสียงสะอื้น เขาเลือกที่จะเบนสายตาไปพักไว้กับภาพนอกหน้าต่างแม้ว่าในยามนี้ยากที่จะเห็นอะไรก็ตามแต่ มีเพียงเสียงลมๆเย็นและลมหายใจที่เริ่มขัดข้องไม่เป็นจังหวะของแทฮยองเท่านั้นที่ดังอยู่ ต่างจากจองกุกที่เอาแต่ขับรถไปเงียบไม่แม้แต่จะละสายตามามองเขาหรือชวนคุยอย่างก่อนหน้านี้ เขาไม่แน่ใจนักว่าทำอะไรผิดมา แต่ถ้าหากว่ามันหนักหนามากนักเขาก็พร้อมจะขอโทษ อาจเป็นบางอย่างที่เขาเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากให้คนด้านข้างโกรธเขานานนัก…

 

…จิตใจคนรอมันมีแค่นี้นะพี่จองกุก อย่าทำเฉยเมยไปมากกว่านี้เลย

 

ล้อทั้งสี่หยุดนิ่งลงยามสิ่งก่อสร้างขนาดไม่ใหญ่มากนักปรากฏอยู่ตรงหน้า เป็นอีกครั้งที่สภาพอากาศไม่เป็นใจนักจึงได้ปล่อยฝนห่าใหญ่ลงมาไม่ขาดสาย แม้คราบน้ำตาจะเหือดแห้งแล้วบางส่วนแต่ความรู้สึกลึกๆแล้วของแทฮยองยังคงไม่ได้รับการเยียวยาอยู่เช่นนั้น ประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออกก่อนตามด้วยร่างสูงของรุ่นพี่ผู้เป็นที่รักจะเดินลงไปโดยไม่กลัวว่าตนนั้นจะเปียกแม้แต่น้อย แทฮยองได้หลุบตาลงต่ำมองนิ้วมือตัวเองที่กุมกันไม่เป็ฯท่าด้วยความกังวลและม่านน้ำตาที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ประตูฝั่งคนตัวเล็กถูกเปิดออกโดยจองกุก นึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ไม่ได้มีร่มติดไว้กับรถสักคัน แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเขาก็มีทางแก้ไว้ในหัวแล้ว

 

“ลงมา”

 

น้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกของคนเป็นพี่นั้นเป็นสิ่งที่แทฮยองกลัวที่สุด ขาเล็กก้าวออกมาจากรถโดยพยายามทำตัวให้ลีบที่สุดเพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกเกะกะ ก่อนจะเดินต้อยๆตามคนตัวสูงไป นิ้วเรียวของคนเป็นพี่ยกขึ้นกดเลขหกหลักบนแป้นรหัสของประตูก่อนที่มันจะเปิดออก เผยให้เห็นทรงบ้านขนาดใหญ่จนแทฮยองนึกตะลึงไปสักพัก แม้ว่าตอนนี้ทั้งคู่จะเดินเข้ามายืนใต้หลังคาขนาดใหญ่แล้ว สภาพที่เปียกปอนราวกับลูกหมาตกน้ำยังไม่ได้ดีขึ้น หนำซ้ำอากาศชื้นเย็นก็เข้ากระทบเป็นพักๆจนคนตัวเล็กหนาวสั่น ริมฝีปากบางที่เริ่มที่ซีดลงและเผยอออกเพื่อกอบโกยอากาศเข้าปอดหลังจากที่เริ่มหายใจไม่ถนัด

 

เขายังทำได้เพียงเดินตามจองกุกขึ้นไปยังชั้นสองก่อนที่คนแก่กว่าจะปิดประตูลงจนเกิดเสียงดังที่ทำให้แทฮยองสะดุ้งๆได้ง่ายๆ ไฟภายในห้องสว่างขึ้นทีละดวง เผยให้เห็นเฟอร์นิเจอร์สไตล์มินิมอลที่ไม่ต้องเดาให้ยากก็พอรู้ว่าเจ้าของห้องเป็นใคร

 

จู่ๆร่างของรุ่นน้องที่ยังยืนนิ่งก้มหน้าอยู่กลางห้องก็ถูกช้อนตัวขึ้น และด้วยความขี้ตกใจสองแขนเล็กก็ยกขึ้นเกี่ยวคออีกคนไว้ด้วยความกลัวว่าจะตก และถึงจะเป็นในเวลาเช่นนี้แล้ว เสี้ยวหน้าของจองกุกก็ยังทำให้เขาใจสั่นได้เลย แม้ว่าตั้งแต่มาจะไร้บทสนทนาใดๆก็ตามแต่ ดวงตาใสซื่อเลือกที่จะหันหนีและเหนี่ยวอีกคนไว้เบาๆ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกอุ้มไปไหน ก็ตอนที่ร่างเล็กสัมผัสเข้ากับน้ำอุ่นๆพอดีในอ่างกว้างเสียแล้ว

 

แทฮยองสะดุ้งอีกครั้งเมื่อุณหภูมิแรกสัมผัสของมันสูงจนทำให้เนื้อตัวใต้ผ้าขาวแดงขึ้นจากที่ก่อนหน้านี้ยังหนีความเย็นยะเยือกของน้ำฝนอยู่ ร่างเล็กถูกวางลงอย่างเบามือก่อนที่จองกุกจะเดินออกไปจัดการบางอย่างทิ้งให้เขาได้แต่นั่งเงียบๆคนเดียว มีเพียงเสียงสายน้ำสายที่ตกกระทบกันเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนแทฮยอง

 

ไม่นานนักความอบอุ่นที่ต่างออกไปจากอุณหภูมิของน้ำก็แล่นเข้าขางหลัง ก่อนที่แขนแกร่งของใครสักคนจะเอื้อมมาด้านหน้าและรวบร่างเล็กเข้าไปกอดจนแผ่นหลังบางจนอก ก๊อกน้ำถูกปิดลง หลงเหลือเพียงเสียงหายใจที่รดรินกันไปมาเท่านั้นกลางบรรยากาศในห้องน้ำหรูจองกุกเลือกที่จะทิ้งหน้าผากกว้างของตนบนไหล่แคบของคนตัวเล็ก ค้างไว้เช่นนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน เช่นเดียวกับแทฮยองที่ตามใจอีกคนครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่คิดจะใส่ใจความรู้สึกที่แท้จริงๆของตัวเองแม้แต่น้อย คนเป็นพี่กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นหลังจากภาพที่คนในกอดของตนเมื่อตอนกลางวันยืนส่งยิ้มให้ใครอีกคนแล่นเข้ามาในหัว และความรู้สึกราวกับว่าร่างนี้อาจสลายหายไปเมื่อใดก็ได้ ว่าให้ถูกแล้ว จองกุกก็พร้อมจะยอมรับว่าเขามันเป็นเพียงเด็กหวงของที่ไม่รู้จักโต เพียงแต่ว่าของสิ่งนี้ ที่เป็นแทฮยองแล้ว เขากลับไม่อยากกจะปันให้ใครอีกเลย

 

ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยท่อยคำใดๆ ปล่อยให้สายน้ำอุ่นชะล้างความคิดต่างๆออกไป ไอจางๆที่ลอยขึ้นฟุ้งไปทั่วห้อง ผิวเนื้อที่แตะสัมผัสกันผ่านเนื้อผ้าบางๆ และลมหายใจร้อนรุ่มของคนเป็นพี่ที่รดรินหัวไหล่มน ทำให้หยาดน้ำใสทะลักออกมาอีกครั้งอย่างเงียบๆ ร่างที่เริ่มสั่นเทาเพราะหวาดกลัวและหนาวเหน็บหากใช่ผ่านทางผิวหนัง รู้สึกเช่นนั้นคนแต่โทษตัวเองและพังความเงียบลง

 

“ขอโทษ”

“…”

กลัวกูหรอ” จู่ๆร่างในอ้อมกอดก็สั่นไหวอีกครั้งพร้อมๆกับสายน้ำตาที่พรั่งพรูออก และมือเล็กทั้งสองข้างที่ยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นแม้ว่าท้ายที่สุดจะไม่ได้ช่วยนัก เขาไม่ได้กลัว พี่จองกุกอย่าเข้าใจผิด ขอร้อง โปรดอย่าเข้าใจแทฮยองผิด

“แทฮยอง เป็นอะไร” หัวทุยที่จะตอบปัดด้วยการส่ายหัวอีกครั้งทว่าเนื้อตัวก็ยังคงสั่นเพราะแรงสะอื้นไม่หยุด จนในสุดท้ายจองกุกถึงได้ตัดสินใจอุ้มให้รุ่นน้องตัวเล็กหันไปประจันหน้ากับเขา

 

ดวงหน้าเล็กได้แต่ก้มลงมองต่ำไม่กล้าสบตาและมือที่ยังไม่ยอมละไปไหน เห็นดังนั้นคนเป็นพี่จึงจัดท่านั่งให้แทฮยองขึ้นมานั่งคร่อมบนตักในขณะที่ตนก็ยืดขาให้สบายจ้องมองอีกคนอย่างรู้สึกผิด มือแกร่งค่อยๆเลื่อนขึ้นกุมฝ่ามือเล็กไว้ก่อนจะจับมันคลายออกเบาๆ และในที่สุดเสียงสะอื้นก็ดังออกมาไม่ยั้ง ริมฝีปากที่อีกคนขบกัดด้วยแรงไม่น้อยเกิดเป็นห้อเลือดอย่างน่าสงสาร ทั้งหมดเป็นเพราะเขาเองที่เอาแต่วู่วามและไม่คิด ก้อนเนื้อด้านในบีบตัวครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเจ็บปวดเพราะสภาพของรุ่นน้อง

 

“ฮึก อึก ผมขอโทษ ขอโทษๆ ฮื่อ ไม่โกรธได้มั้ยครับ ผมขอโทษ ฮึก”

“...”

“อ…อย่าโกรธผมนะครับ อึก ขอร้อง พี่จองกุกโกรธที่ผมคุยกับรุ่นพี่คนนั้นใช่ม…มั้ย ฮึก”

“กูไม่ได้โกรธ ไม่ต้องร้องแล้ว”

“ม…มันไม่มีอะไร ผมมีแค่พี่จองกุกคนเดียว ฮื่อ เชื่อผมนะครับ”

“…” คนเป็นพี่ใจอ่อนยวบยามดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้างช้อนขึ้นมาสบตา ปลายนิ้วโป้งลูบปัดน้ำตาออกอย่างช้าๆลูบวนเบาๆบนหนังตาบางก่อนจะจูบซับมันอย่างไม่รังเกียจ

“พี่จองกุก อึก โกรธที่ผมคุยกับพี่คนนั้นท…ทำไมครับ”

“กูไม่ชอบ”

“เรา…เป็นอะไรกันครับ” ได้ยินดังนั้นจู่ๆคนเป็นพี่ก็ชะงักไปเมื่อคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้านั้นล้วนเป็นความจริง ทว่ามันกลับทำให้เขาหงุดหงิดจนพาลไปลงที่แทฮยองอีกครั้ง

“นี่จะทวงสถานะหรอ”

“ไม่ใช่ อึก นะครับ ก็แค่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน พ…พี่จะโกรธผมทำไม”

“พูดแบบนี้ก็คือมึงจะเลิกแล้วใช่มั้ย”

“พ…พี่จองกุก ฮึก อย่าเข้าใจผมผิดได้มั้ยครับ ฮื่อ ผมจะเป็นเซฟโซนให้พี่อยู่ตรงนี้เสมอ ต…แต่เราอย่ารั้งกันไว้ดีมั้ยครับ”

“…”

คนทำหน้าที่นี้ก็เหนื่อยเป็นเหมือนกันถ้ามันไม่ได้กำลังใจเลยแม้แต่น้อย

“แทฮยอง”

“ผมได้ยินที่พี่ซันเดย์เขาพูดนะครับ บางที ฮึก พี่อาจจะแค่สับสน คนคนนั้นไม่ใช่ผมหรอก”

 

ก่อนที่คนตัวเล็กจะได้ลุกขึ้นก้าวออกจากห่างไปมือแกร่งก็รั้งลงมาอีกครั้งด้วยแรงที่ไม่ได้ยั้งทำให้เนื้อตัวกระแทกเข้ากับขอบจนขึ้นรอยแดง แรงสะอื้นจนตัวโยนทำให้แทฮยองสั่นไหวอย่างน่าสงสารจนคนเห็นหัวใจปวดหนึบ

 

“เลิกคิดเองสักทีได้มั้ยแทฮยอง กูเคยพูดหรอว่-”

ผมยอมถอย

“กูบอกให้หยุดพูดไงวะ!”

“…”

“พอได้มั้ยแทฮยอง เลิกสนใจคนอื่นสักพักแล้วแคร์ความรู้สึกตัวเองบ้างได้มั้ย”

“พี่จะให้ผมทำยังไงครับ”

“…”

ผมเลิกสนใจความรู้สึกตัวเองตั้งแต่ตกหลุมรักพี่แล้ว” เพียงเท่านั้นสายน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาก่อนที่เจ้าของใบหน้าสวยจะถูกรั้งเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ดิ้นหรือพยายามคิดหนี แต่เพราะอะไรบางอย่างกลับตอกย้ำจองกุกอยู่เรื่อยๆว่าเพียงแค่เขาคลายอ้อมกอดและลืมตาขึ้นมาอีกที แทฮยองอาจไม่อยู่ตรงนี้แล้วก็ได้ ทำให้เขาพยายามถึงที่สุดในการรักษาของชิ้นนี้เอาไว้ ที่ผ่านมาเขารู้ตัวแล้วว่าเห็นแก่ตัวมากเพียงใด สุดท้ายทุกอย่างก็หวนกลับเข้าตัว ทุกความรู้สึกที่แทฮยองปิดบังมันผ่านรอยยิ้มบนใบหน้า ณ ตอนนี้เขารับรู้มันทุกอย่างแล้ว ขอเพียงอย่างเดียว เราหันหน้าเข้าหากันแล้วเริ่มต้นกันใหม่จะได้หรือไม่ และหากเวลานั้นเขาไม่อาจรั้งได้อีกต่อไป เขาจะยอมปล่อยให้คนคนนี้ไปใช้ชีวิตที่ดีกว่า

“กูขอโทษแทฮยอง ให้โอกาสกูนะ เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้มั้ยครับ”

“ฮื่อ ฮึกๆ พี่จ…จองกุก”

“อย่าผลักไสพี่แล้วได้มั้ย จะอยู่ตรงนี้แล้ว”

“ฮื่อ ไม่เอาแล้ว อึก” เขาเลือกที่จะกระชับทั้งสองแข็งให้แน่นขึ้นก่อนจะเริ่มโยกไปมาเบาเพื่อปลอประโลม ริมฝีปากหยักได้รูปประทับจูบอ่อนโยนข้างขมับเล็กๆและค้างไว้เช่นนั้นเนิ่นนาน ส่งผ่านทุกความรู้สึกที่หล่อหลอมมาตั้งแต่ได้พบเจอคนคนนี้ แทฮยองก็เป็นแค่ความสดใสของโลก เป็นคนเดียวกันกับที่ฉุดเขาขึ้นมาจากความมืดมิดที่ไม่ควรต้องแปดเปื้อนด้วยคราบน้ำตา ต่อไปนี้ไม่เอาอีกแล้ว ไม่ให้ร้องไห้อีกแล้ว

 

ร่างสูงละออกมาก่อนจะจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตที่ยังคงถูกเคลือบไว้ด้วยน้ำใสๆ ก่อนจะค่อยๆขยับเข้าหาและราวกับว่ามีแม่เหล็กอยู่ระหว่างทั้งสอง ริมฝีปากก็เขยื้อนหากันอย่างโหยหา ปันแบ่งความหวงแหนผ่านจูบในครั้งนี้ ริมฝีปากของเป็นพี่ที่ค่อยๆนำไปอย่างเชื่องช้าโดยมีแทฮยองเป็นผู้ตาม หนังตาสีมุกก็ถึงคราปิดลงมาหลั่งไหลสายน้ำครั้งสุดท้ายต้อนรับวันใหม่ที่อีกคนมอบให้ เนิ่นนานจนกระทั่งปลายนิ้วแกร่งจับเบาๆเข้าที่คางเพื่อให้คนตัวเล็กอ้าปากออก ตามด้วยเรียวลิ้นสากที่เข้าไปเก็บเกี่ยวความหอมหวานในโพรงปากเล็กอย่างไม่หื่นกระหาย ยามปลายลิ้นแตะเข้ากับเพดานปากคนตัวเล็กก็สะดุ้งโหยงจนจองกุกต้องลูบหลังเพื่อให้อีกคนเย็นลง มืออีกข้างที่ว่างก็ทำหน้าที่ประคองเอวเล็กให้ขยับเข้าหาและนั่งในท่าที่ถนัด และจูบอย่างไม่ยั้งไปเรื่อยๆอยู่เช่นนั้น หยอกล้อเล่นกันผ่านปลายลิ้นทั้งสอง ก่อนที่จองกุกจะละออกมาเก็บเกี่ยวน้ำหวานตามขอบปากของคนตัวเล็ก จูบที่เงอะงะของแทฮยองทำเอาจองกุกพึงพอใจไม่น้อย ไล่ต้อนให้อีกคนจนมุม จนเมื่อรู้ตัวอีกทีแผ่นหลังแคบก็นอนลงไปแนบกับขอบอ่างอีกฝั่งโดยมีสองแขนแกร่งของคนแก่กว่ากักขังไว้ เขานึกเอ็นดูมือเล็กทั้งสองข้างที่กำขอบเสื้อทั้งสองข้างเอาไว้อย่างน่ารัก และเมื่อคราที่ละริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่งแล้ว ก็ไม่วายคว้ามือคู่นั้นขึ้นมาจุมพิตค้างไว้ ทิ้งให้คนตัวเล็กนั่งหอบไป

 

“ต่อไปนี้”

“…”

มึงเป็นของกูคนเดียวนะ

“พี่จองกุก”

“อืม”

“...”

“เป็นแฟนกูนะแทฮยอง”

“อื้อ ค…ครับๆ ฮื่อ”

“เลิกร้องได้แล้วขี้แย”

 

รอยยิ้มบางๆของจองกุกระบายออกมาอยู่บนโครงหน้าเรียวเช่นเดียวกันกับคนตัวเล็กที่ทั้งยิ้มกว้างและร้องไห้ในเวลาเดียวกันจนเขานึกอยากจะกอดเอาไว้นานๆ เข้าใจเสียแล้วว่าการตกหลุมรักคนคนนึงนั้นเป็นเช่นไร เพียงแต่สิ่งนึงที่ต่างออกไปสำหรับเขานั้น คือการที่ได้ตกหลุมรักคนคนนี้ซ้ำๆ และมันจะเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

 

คนตัวสูงโน้มลงไปประกบจูบอีกครั้งทว่าครั้งนี้นั้นไร้การรุกล้ำๆใด กดทับซ้ำเป็นการบอกความเป็นเจ้าของ ก่อนจะเลื่อนลงมาบริเวณไหล่ลาด นิ้วเรียวจับปกเสื้อนักศึกษาของอีกคนลงเล็กน้อยก่อนจะเริ่มปลดกระดุมเม็ดแรก ฝังริมฝีปากตนลงไปกับกระดูกไหปลาร้าที่เผยให้เห็นยามไร้เนื้อผ้าผกผิดส่วนนั้น สัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมและเสียงหัวใจของอีกคนก่อนจะต้องเผยยิ้ม ทว่าไม่ทันไรก็ขบเม้มดูดคลึงบนเนื้อเนียนแรงๆจนเกิดรอยสีกุหลาบขึ้น แทฮยองรู้สึกเจ็บดังนั้นก็เกือบจะผลักอีกคนออกหากจองกุกไม่ได้ขึ้นมาจูบประโลมเขาเสียก่อนจนคล้อยตาม และไม่รู้ตัวเลยว่ามือซุกซนของอีกคนไล่เล่นไปทั่วจนตอนนี้เสื้อนักศึกษาสีขาวสะอาดหล่นไปอยู่ครึ่งตัว

 

ยอมรับไม่ได้เลยว่าเรือนร่างที่มีส่วนเว้าคอดราวกับผู้หญิงของอีกคนนั้นงดงามและเป็นที่สะกดเพียงใด ยามที่มันอยู่ใต้เนื้อผ้าเปียกบางๆก็ยิ่งดึงดูดเขาไม่น้อย พยายามนึกห้ามใจอยู่นานก็ไม่อาจเป็นผลจนเมื่อเส้นของความอดทนขาดผลึงยามที่แทฮยองหลุดครางออกมาเบาๆเพื่อค้าน หากแต่เป็นการกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของจองกุกไปเสียแล้ว

 

“อื้อ...”

“แทฮยอง”

“…”

คืนนี้เป็นเด็กดีของกูนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The End:)

 

 

 

 

 

 

Talk:

เป็นไง เราปั่นเร็วป่ะ หืดหาดๆ อมก เขาละมุนกันมากเลยค่ะแม่ กี๊ดดดดดด ทุกคนพอเข้าใจเนื้อเรื่องมั้ย คือแบบว่าเราไม่อยากยืดเยื้อตอนสเปนานเพราะเดี๋ยวมันจะขัดฟีลเรื่องหลักเลยตั้งใจจะแต่งแค่สองตอน แล้วพอแต่งจบแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันรวบรัดไปมั้ย แบบเข้าใจที่เราจะสื่อป่ะ 5555 แม่งพูดไม่รู้เรื่องอ่ะไรท์ แง้งงงง

นั่นแหละค่ะ รอบที่แล้วการโวทมันเป็นไปไม่ค่อยดีนัก เราเห็นแค่โวทเดียวเลยเอาสเปมาแต่งให้จบไปเลย อันนี้ไม่ได้ต้องการให้คนไปฟอลนะคะ แต่ถ้าทุกคนไปตามทวิตเราเวลาจะโวทมันง่ายกว่าจริงๆ หรือถ้าไม่ฟอลก็ไม่ว่าอะไร แต่คราวหน้าทุกคนต้อวคอมเม้นต์แล้วจริงๆนะ ถือว่าไรท์ขอ T^T ค่ะ เพียงเท่านี้ ติชมได้เหมือนเดิม อาทิตย์จบไปอีกสองตอน ตอนหน้าก็เป็นเนื้อเรื่องหลักสักที เย้!!! รักนะคะ คิ้กค้าก

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #55 AumphaiJenjob (@AumphaiJenjob) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 12:59
    งื้ออน่ารัก
    #55
    0
  2. #54 valkyries9795 (@valkyrie-0810529) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 17:59
    แอแง้้้ เอ็นดูน้อง ว่าแต่เป็นแฟนปุ๊บก็แส่บปั๊บเลยหยอ ไวไฟหว่ะ 555555555555
    #54
    0
  3. #46 pmgot7 (@pmgot7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 21:11
    ฟินค่ะไรท์ แล้วทอร์คที่ไรท์ให้ไปอ่านเราขอโทษหาไม่เจอ555
    #46
    1
    • #46-1 heli_ophilia (@heli_ophilia) (จากตอนที่ 13)
      16 พฤษภาคม 2563 / 21:35
      ไม่เป็นไรค่ะตัวเทอ ไว้ครั้งหน้านะ จุ๊บๆ5555
      #46-1