Hundred and One [Timeverse] | Kookv (End)

ตอนที่ 1 : Prologue: At the Café

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    21 ต.ค. 63

 

 

Natee’s Time

 

ติ๊ก ต่อก! ติ๊ก ต่อก!

 

เสียงของนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กที่กำลังดังอยู่ใกล้ๆหูเรียกให้ผมฝืนลืมตาขึ้นอย่างลำบาก พยายามปรับแสงรอบตัวให้เป็นปกติโดยการกะพริบตาอยู่หลายครั้ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นเท่าไหร่ ทันทีที่ยกหัวขึ้นจากแขนที่ก่อนหน้านี้ฟุบลงไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้อาการปวดหัวก็โจมตีเข้าอย่างหนัก ราวกับว่าชาตินี้จะไม่ได้ปวดหัวอีกแล้วเลยขอสไตร์ครอบเดียวไปเลย ผมพยายามส่ายหน้าไปมาไล่ความง่วงออกไปให้มากที่สุด เพราะยังเห็นแก่งานที่ยังกองอยู่ตรงหน้า หันไปมองแก้วกาแฟว่างเปล่า ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็จำได้ว่าตัวเองอัดไปหลายแก้วแล้ว แต่สุดท้ายก็คอพับคออ่อนสลบต่อหน้าโน๊ตบุ๊คอยู่ดี

 

ไม่แน่ใจว่าหลับไปนานเท่าไหร่ แต่ก็คงนานพอที่ท้องฟ้าจะถูกพรากแสงสว่างไปอย่างน่าเสียดาย ผมก้าวเข้าร้านกาแฟร้านนี้ตอนประมาณบ่ายสาม ซึ่งตอนนี้ถ้าไม่มีนาฬิกาก็คงไม่รู้ว่ากี่โมงแล้วเนื่องจากสภาพอากาศด้านนอกบดบังแสงอาทิตย์ไปเกือบหมด ฝนละอองเล็กๆเริ่มประปรายลงมาตามหน้าต่างใสรอบร้าน ภาพวุ่นวายของคนด้านนอกที่วิ่งกันวุ่นเพื่อหาที่หลบฝนทำให้ผมนึกขอบคุณตัวเองที่มาสิงสถิดอยู่ที่ร้านตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าเกิดตอนนี้ตัวเองยังอยู่ข้างนอก ก็นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะได้กลับห้องไปในสภาพแบบไหน ผมดึงแขนเสื้อสีขาวสะอาดลงให้ถึงข้อมือเพราะกำลังถูกจู่โจมจากลมเย็นที่อยู่ดีๆก็พุ่งออกมาจากเครื่องปรับอากาศเหนือหัวทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ยังทำตัวดีอยู่แท้ๆ ไม่รู้ว่านี่เป็นหนึ่งในวิธีที่เจ้าของร้านใช้ไล่ลูกค้าขี้เซาหรอหรืออย่างไร

 

…ไม่ต้องห่วงครับ งานเสร็จผมกลับแน่ ไม่อยู่ให้เปลืองค่าไฟหรอก

 

หลังจากแน่ใจในระดับนึงแล้วว่าตัวเองคงไม่ฟุบลงไปงีบอีกรอบ ผมก็จัดการเปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊คขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้งานที่ทำค้างไว้มันจะเซฟไว้อัตโนมัติหรือเปล่า เพราะถ้าไม่ผมก็คงโทษตัวเองไปทั้งชีวิตที่เห็นความง่วงสำคัญกว่างาน แต่โชคดีที่มันถูกเซฟไว้อย่างดี เนื้อหาทุกอย่างอยู่ครบ เหลือก็แต่เพิ่มรายละเอียดลงไปนิดหน่อย เพียงเท่านี้ผมก็จะได้กลับห้องไปทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆของตัวเองได้อย่างสบายใจ แค่คิดก็ฟินแล้วเนี่ย

 

ผมมีอาชีพเป็นนักเขียนอิสระที่มีความชื่นชอบในการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อหาแรงบันดาใจในการแต่ง เลือกไปตั้งแต่สถานที่ที่ต่างจังหวัด ตามชานเมือง รวมไปจนถึงต่างประเทศที่ส่วนใหญ่จะไปปีละครั้งเพราะไม่ได้มีเงินเก็บเยอะขนาดนั้น และก็เช่นเดียวกับการที่ผมเลือกสถานที่แห่งนี้ในการนั่งทำงาน คาเฟ่เล็กๆขนาดน่ารักที่ถูกตกแต่งตามสไตล์วินเทจ สีร้านเป็นโทนเย็นๆสบายตา ตัดด้วยแสงสีเหลืองอบอุ่นที่สาดส่องลงมาจากเพดานร้าน ตามผนังมีถาพวาดสีน้ำตกแต่งอยู่ทั่วทุกด้าน เจ้าของร้านคงอารมณ์ศิลป์น่าดูถึงได้เลือกของแบบนี้มาแขวนโชว์ แถมตามขอบหน้าต่างร้านยังมีตะบองเพชรต้นเล็กๆประดับประดาทำให้คาเฟ่นี้ยิ่งดูน่ารักเข้าไปใหญ่ ทั้งเรียบง่ายแต่ก็มีความโดดเด่นไปในตัว

 

แม้ว่าผมจะทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจไปกับงานเขียน แต่ลำพังจะเอาแต่นั่งเขียนนิยายเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถยาไส้ผมได้ทั้งชีวิต ผมเลยจำเป็นต้องมีอาชีพเสริมน่ารักๆเอาไว้ตกแต่งชีวิตเล่นๆคือรับงานดนตรี แม้ว่าค่าจ้างที่ได้ในแต่ละวันมันจะไม่มากนัก แต่เจ้าของร้านก็ใจดีพอและเห็นแก่ความสนิทสนมของเราที่เอาแต่คอยผลักดันให้ผมเลิกทำงานในร้านเล็กๆแบบนี้แล้วไปสายดนตรีจริงๆจังๆเสียที ไม่รู้ว่าพี่เขาเห็นอะไรในตัวผมถึงได้พูดออกมาแบบนั้น แต่ผมก็ทำได้แค่พยักหน้ารับคำชมมาทุกรอบ

 

ผมยืดตัวขึ้นแล้วบิดขี้เกียจนิดหน่อย สบัดหัวไปมาจนผมหน้าม้าที่ยาวลงมาถึงตาพริ้วไหวไปด้วย ผมเริ่มกลับมาโฟกัสกับงานตรงหน้า ปลายนิ้วทั้งสิบสัมผัสลงบนแป้นพิมพ์อันคุ้นเคยเนื่องจากเราอาศัยอยู่ร่วมกันมาเกือบ 4 ปีแล้วตั้งแต่เริ่มผันตัวเองมาจริงจังกับงานเขียน ผมลังเลอยู่นานว่าควรจะลุกไปสั่งกาแฟมาเยียวยาชีวิตในค่ำคืนนี้อีกสักแก้วดีไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจสั่งแค่โกโก้ร้อนมาดื่มแทน แต่ระหว่างที่กำลังถือแก้วกระเบื้องใบเล็กพร้อมเครื่องดื่มกลับมาที่โต๊ะ ก็เหมือนกับว่าพระเจ้าตั้งใจกลั่นแกล้งให้ผมสะดุดขาตัวเองจนเกือบหน้าคว่ำ ทั้งๆที่ขาก็สั้นอยู่แค่นี้ยังจะอุตส่าห์สะดุดได้อีก ภาพในหัวที่โผล่แวบเข้ามาคือตอนที่ตัวเองกำลังตีลังกาสามตลบพร้อมกับแก้วโกโก้ที่ล่องลอยไปในอากาศจนกลายเป็นฝนโกโก้พร่ำพรายตามพื้นร้าน…

 

…อืม น่าจะแต่งนิยายมากไปจินตนาการล้ำเลิศมาก

 

และแล้วภาพวาดเพ้อฝันที่วาดเอาไว้ในหัวก็ถูกสลัดออกไปเมื่อปรากฏว่าโกโก้ในแก้วไม่ได้หกเรี่ยราดไปตามพื้นร้าน แต่ดันหวยออกบนเสื้อสีขาวที่ผมใส่อยู่ อืม ก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องโดนเขาด่าที่ทำพื้นร้านเปื้อน เป็นคนเช็ดให้เลย แมนพอเว้ย!

 

ผมที่กำลังจะพาตัวเปื้อนๆเดินไปยังห้องน้ำเล็กๆที่อยู่หลังร้านค่อยๆยันตัวลุกจากพื้น แต่แล้วในนาทีนั้นผมก็ตระหนักได้ว่า ก้นทั้งสองข้างมันปวดระบมอย่างหนักจนน้ำตาแทบไหล นึกท่าตัวเองตอนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะไม่ออกจริงๆว่ามันจะลงเอยด้วยสภาพแบบไหนประตูบานเล็กถูกเปิดออกในขณะที่ผู้โชคร้ายอย่างผมกำลังพยายามลากสังขารตัวเองด้วยแรงอันน้อยนิดเข้าไปจนได้ ผมยืนอยู่หน้ากระจกสักพักนึกคิดหาวิธีจัดการกับเสื้อสีขาวที่กำลังใส่อยู่ เสื้อก็ไม่มีจะเปลี่ยน จะซักตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปตากที่ไหน ไม่งั้นคงได้เปลือยท่อนบนกลับห้องไปทั้งแบบนี้แน่ๆ แต่แล้วผมก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเอาแจ็กเก็ตสำรองมาอีกตัว คิ้กค้าก ไม่ตายแล้วว้อยย

 

หลังจากที่เดินกลับไปกลับมาที่โต๊ะกับห้องน้ำอยู่หลายรอบจนกระทั่งพนักงานที่เคาน์เตอร์เริ่มมองแรงใส่ ผมก็จัดการถอดเสื้อออก แล้วกะจะสวมแจ็กเก็ตทับในทันทีที่ซักเสร็จป้องกันไม่ให้ตัวเองไข้จับเพราะลมเป่าของแอร์ที่เย็นยะเยือกราวกับลมหายใจหิมะ ไม่รู้ว่ารวยมากจากไหน ขนาดคาเฟ่ขนาดเล็กๆแค่นี้ยังต้องอุตส่าห์ใจดีติดแอร์ไว้ในห้องน้ำ ผมนี่นับถือเจ้าของร้านเขาจริงๆ ทุกวันนี้สภาพอากาศรอบตัวก็ไม่ได้จัดว่าร้อนตับแลบเสียเท่าไหร่ ให้นั่งโง่ๆแบบไม่เปิดแอร์ทั้งวันยังสามารถขนลุกได้เลยแล้วประสาอะไรกับการเปิดแอร์ในหน้าหนาว เหอะๆ อีกนิดจะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งแล้วเนี่ย!

 

สายน้ำเย็นจากก็อกไหลลงมากระทบกับเนื้อผ้านุ่มของเสื้อคอเต่าสีขาวที่ยามนี้ถูกเคลือบด้วยโกโก้ร้อน ชำระเอาคราบสีน้ำตาลหวานออกไป ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าเก็บมันไว้แบบนี้จนกว่าจะถึงห้อง ผมดึงกระดาษทิชชู่บางส่วนมาทบกันเป็นชั้นบางๆก่อนจะพรมน้ำหยดเล็กลงไปแล้วนำมาเช็ดตามหน้าท้องแบนราบของตัวเองที่เริ่มเหนียวเพราะโกโก้ที่หกใส่ เอาน้ำถูตัวแล้วล้างหน้าอีกนิดหน่อยให้สดชื่น แต่แล้วสายตาของผมก็ไปหยุดอยู่บนเลขสองหลักที่ต้นคอด้านซ้าย

 

ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับเลขหนึ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดอย่างช่วยไม่ได้แถวๆบริเวณต้นคอด้านซ้ายที่ลากต่ำลงมาหน่อยจนเกือบจะแตะไหปลาร้า ตัวเลขจะค่อยๆขยับเพิ่มขึ้นทีละหนึ่งทุกๆปีตามวันเกิด แต่บางครั้งก็มีบ้างที่มันจะรวนขยับเพิ่มขึ้นทีละสามหรือสี่โดยที่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใด เรียวนิ้วเล็กของผมเลื่อนไปสัมผัสกับรอยเลขยี่สิบแปดที่เด่นหราอยู่ตรงต้นคอ นึกแล้วก็แอบปวดใจ มีคนเคยบอกว่าคนประเภทแบบผมที่เกิดมาพร้อมกับตัวเลขจำเป็นต้องหาคู่ชีวิตหรืออะไรก็ตามที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าโซลเมทให้เจอ แล้วเลขของเราจะหยุดอยู่ที่ 50 แต่แล้วไงล่ะ ใช้ชีวิตมาจนจะเหี่ยวตายอยู่แล้วยังไม่มีท่าทีว่าผมจะได้เจอโซลเมทอะไรนั่นเร็วๆนี้เลย

 

…ฮื่ออ พูดแล้วเศร้าT^T

 

เคยพยายามเปิดใจให้ใครหลายครั้ง แต่สุดท้ายมันก็จบด้วยการที่ว่าแต่ละคนก็ต่างพากันเจอโซลเมทของตัวเอง แล้วผมก็ได้แต่มองตามตาละห้อยแบบที่ว่าไม่มีทางทำอะไรได้เลย อิจฉาพวกที่ได้เจอคนของตัวเองแล้ว เขาคงมีความสุขกันน่าดู แล้วตัดมาที่ฉันสิ แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมมม

 

เลือกให้เจอโซลเมทได้หรือเปล่า

เพ้อเจ้อเข้าไปใหญ่ละ

ถ้ามันง่ายเหมือนเดินหาผักสดตามตลาดป่านนี้คนทั้งโลกคงสมหวังกันไปนานแล้ว

 

ผมหยิบแจ็กเก็ตตัวโปรดสีดำที่มักจะพกมันไปทุกที่ขึ้นมาใส่ จัดการรูดซิบขึ้นให้สุดเพราะไม่อยากให้ใครเห็นเนื้อหนังมังสาอันน้อยนิดของผมแล้วสวมฮู้ดทับอีกที ก่อนจะเดินต้อยๆออกมาจากห้องน้ำแล้วกลับโต๊ะไปเงียบๆ แต่แล้วก็ต้องตกใจเพราะเมื่ออกมาแล้วกลับพบว่าคนในร้านลดลงไปเยอะมาก ผมรีบเดินกลับโต๊ะไปเช็คเวลาก่อนจะพบว่าผมใช้เวลาจัดการเสื้อตัวเองไปเกือบครึ่งชั่วโมง มันคงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรมากถ้าไม่ติดที่ว่าอีกสิบห้านาทีเป็นเวลาปิดร้าน กรรมๆๆ ไม่ต้องทำมันละงานเนี่ย กลับห้อง!

 

แต่แล้วในวินาทีที่ผมกำลังลุกออกจากโต๊ะมุมสุดของร้านที่ตัวเองนั่งทำงานมาทั้งวัน กลับเป็นตอนที่ใครบางคนเดินสวนเข้ามาในร้านพอดี สภาพของใครคนนั้นเปียกโชกไปด้วยละอองน้ำฝนที่กระหน่ำลงมาอยู่นอกร้าน แม้ว่าในเวลานี้จะซาลงไปบ้าง แต่ก็ยังสร้างความลำบากไม่มากก็น้อยให้ผู้มาเยือนคนใหม่อยู่ดี

 

ร่างสูงเดินเสยเส้นผมดกดำที่ตอนนี้อาจดูลีบไปบ้างเนื่องจากความชื้นด้านนอกแต่ก็พูดอย่างช่วยไม่ได้ว่าคนคนนั้นก็ยังดูดีไม่น้อย โครงหน้าเรียวยาวเข้ารูปกับดวงตารีเล็กคมกริบราวกับตาเหยี่ยวมองตรงไปยังเคาน์เตอร์ร้านทันทีที่เดินเข้ามาราวกับว่าเป็นที่ที่ตนคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เขาคงเป็นแค่ลูกค้าทั่วไปที่เข้ามาสั่งซื้อเครื่องดื่มแล้วเดินออกไปหลังจากได้ของที่ต้องการ ถ้าไม่ติดที่ว่า

 

อึก…

 

บางอย่างกำลังโจมตีผมจากข้างในโดยที่ผมไม่มีทางรู้ว่ามันคืออะไร ความรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ส่วนอกราวกับโดนของมีคมแทงเข้าอย่างเต็มแรง มือของผมยกขึ้นไปกุมโดยอัตโนมัติ หวังว่าความรู้สึกเจ็บนี้จะรีบๆหายไป

 

เพราะมันทรมานอย่างมากราวกับกำลังโดนแทงอยู่จริงๆ

 

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผมอีกครั้งเมื่ออาการแปรปรวนบางอย่างก็เกิดขึ้นที่บิรเวณคอ ความรู้สึกเหมือนเครื่องจักรที่กำลังขัดข้องทางเทคนิค ความเจ็บที่หน้าอกก็ยังไม่ละหายไป ผมจึงตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจถอดเสื้ออกทันที ผมไม่รอช้ารูดซิบแจ็กเก็ตออกลงไปครึ่งตัว ก่อนจะเอียงองศาของหน้าให้อยู่ในจุดที่คิดว่าตัวเองน่าจะเห็นชัดที่สุด และมันก็เป็นความจริง

 

…เลขที่คอผมกำลังเปลี่ยน

และมันกำลังเฉียดเข้าใกล้ 50 ขึ้นเรื่อยๆ

 

จู่ๆภาพเหตุการณ์ตอนที่เคยคุยกับเพื่อนเรื่องโซลเมทบ้าบอนี่ก็กลับมาฉายซ้ำในหัวจนผมเกือบจะขาพับทรุดลงไปกับพื้น โชคดีที่ยังมีมือคว้าขอบอ่างล้างมือไว้ได้ทัน ก่อนจะเริ่มประติดประต่อเรื่องต่างๆได้ในเวลาต่อมา แล้วก็เดาไว้ไม่ผิดว่าอาการที่ผมกำลังเป็นอยู่นี่ คืออาการของคนที่เพิ่งจะได้เจอโซลเมทดีๆนี่เอง

 

ถ้ามีใครเกิดเดินเข้ามาตอนนี้ก็คงมองผมไม่ต่างจากคนเสียสติคนหนึ่ง เพราะขนาดตัวเองก็ยังบังคับส่วนต่างๆของร่างกายตอนนี้ให้ปกติไม่ได้ มือทั้งสองข้างสั่นเทาไม่ต่างอะไรจากนาฬิกาปลุกตอนมันสั่นขึ้นตามเวลาที่ตั้งไว้ เหงื่อแตกพลั่กอย่างไม่รู้ตัว สายตาลนลานกวาดมองไปทั่วทั้งๆที่ก็รู้ว่ามันไม่มีอะไรให้มอง ก่อนที่จะค่อยๆรู้สึกตัวตอนที่หยดน้ำอุ่นๆบางอย่างหยดกระทบลงบนแก้ม

 

ผมร้องไห้หรอ?

ร้องทำไมล่ะ?

ร้องเพราะเสียดายชีวิตตัวเองที่เหลือต่อจากนี้

หรือร้องเพราะได้เจอโซลเมทตัวเองสักทีกันแน่

 

ถ้าใครคนนั้น คนที่อาจกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์และอาจกำลังสั่งเครื่องดื่มอยู่ตอนนี้ ใครคนนั้นที่เพิ่งจะเดินเข้าร้านมาเมื่อห้านาทีก่อน คือต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงของเลขที่คอผม แล้วหลังจากนี้จะต้องทำอะไรต่อ ต้องออกไปเผยตัวว่าเป็นโซลเมทกันเลยมั้ย หรือไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วถ้าเกิดว่าใครคนนั้นไม่ยอมรับผม ผมควรจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ไปพร้อมกับเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างกระทันหันและไม่มีทางลดลงกลับไปเท่าเดิมอีกแล้วอย่างนั้นหรอ?

 

 

 

 

 

 

 

TBC

#ร้อยนาทีของเซนต์

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

174 ความคิดเห็น

  1. #174 Meowwx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 17:16

    เเนื้อเรื่องดีมากๆแต่ดูผ่านๆน่าละเศร้ามากๆ

    #174
    0
  2. #143 chopettatavv (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 14:40
    ไม่เคยอ่านเวิสแนวนี้เรยย น่าสนใจมากขออนุญาติอ่านต่อเรยฮับบ😍😍
    #143
    0
  3. #108 Nuttysnoopy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:43
    แงงง ไรทบรรยายดีมากกกกก ชอบบจังงงงงงงงงง ดีมาก
    #108
    0
  4. #36 puncharatppai (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 09:35

    ในที่สุดนาทีก็ได้เจอโซลเมทซักที
    #36
    0
  5. #6 patsaweepakpp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 23:38
    ภาษากับตัวหนังสืออ่านง่าย สบายตามากเลยค่ะ สนุกด้วย สู้ๆนะคะจะคอยติดตามค่ะ<3
    #6
    1
  6. #1 hathaichanoksri (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 19:26

    สู้ๆนะคะ สนุกดี
    #1
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(