LOVE SICK : ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน [YAOI]

ตอนที่ 82 : 64th CHAOS - There will be Love there

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อตอนเช้า ผมรู้สึกว่าตัวเองยิ้มไม่ค่อยออก

จริงอยู่ที่มันควรจะดีใจ เมื่อได้รู้ว่ายูริไม่ได้เกลียดกันอย่างที่ผมคิด แต่ในความเป็นจริงมันเจ็บปวดกว่านั้นมาก เพราะหากยูริเกลียดผมบ้างยังคงพอที่จะหักล้างกับการกระทำของคนขี้ขลาดอย่างผม หรือถ้าหากผมได้รู้มาก่อนบ้างว่ายูริยังมีความรู้สึกดี ๆ หลงเหลืออยู่ ผมจะไม่ยอมปล่อยให้ระหว่างเรามีแต่ความหมางเมินแบบนี้เลย

ผมครุ่นคิดระหว่างเราทุกคนกำลังลากกระเป๋าเดินทางลงมาเพื่อรอเวลาต่อรถสองแถวไปสถานีรถไฟอยู่ แต่สายตาที่จับจ้องเพียงใบหน้าขาวอันคุ้นเคยนั้นของผม ไม่เคยได้รับการตอบกลับมา

ผมคิดอะไรในหัววกวนไปเรื่อยเปื่อย จนไม่รู้ว่าจะเริ่มจัดการกับเรื่องไหนก่อนดี ผมไม่มีสมาธิแม้กระทั่งตอนที่รุ่นพี่เขาเฉลยกิจกรรมปอบกันว่ามีใครในค่ายเป็นปอบบ้าง (ก็ไอ้เหี้ยปุณณ์นั่นแหละครับหนึ่งในพวกปอบ แถมยังมีผลงานดีเด่น เพราะฆ่าทั้งผม ทั้งเอิ้น ทั้งไอ้ปาล์ม ไอ้พีท แถมยังฆ่าคนในสีมันอีก 2 รุ่นพี่ 2 คนสีอื่นอีก 1 ไอ้เหี้ยนี่มันโหดจริง ส่วนไอ้โอมแท้จริงแล้วเสือกเป็นหมอผีครับ มันบอกมันอุตส่าห์เดินโต๋เต๋ไปมาอยู่คนเดียวตั้งหลายที กะจะล่อให้ไอ้ปอบปุณณ์เข้ามาแดกสักหน่อย จะได้จับใส่หม้อถ่วงน้ำซะ แต่เชี่ยปุณณ์ก็เสือกรู้ทัน ไม่ยอมเข้าไปแดกไอ้โอมสักที เชี่ยโอมเลยกลายเป็นหมอผีบ่มิไก๊ จับปอบไม่ได้ โดยทำโทษไปตามวาระครับ แอบสะใจ) หรือแม้แต่ตอนที่พี่เขาเรียกคนโดนปอบฆ่าอย่างพวกผมไปทำโทษซ้ำ (เพราะดันทะเล่อทะล่าให้ปอบแดก) ผมก็ยังไม่มีสมาธิเท่าที่ควร

คนที่รู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่คือปุณณ์ วงแขนอุ่นนั้นดึงผมไปกอดคอหลวม ๆ แล้วตบไหล่เบา ๆ ระหว่างที่เราทั้งหมดกำลังขึ้นรถสองแถวเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟอยู่ ผมยิ้มรับการกระทำนั้นทั้งที่ความรู้สึกหน่วง ๆ ยังไม่หายไปจากใจ หรือแม้กระทั่งบนรถไฟสายเหนือที่กำลังวิ่งกลับกรุงเทพฯ ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวายจากกองสันทนาการและเพื่อนร่วมค่ายคนอื่น ๆ พากันเดินแลกเบอร์โทร แจกอีเมล รวมถึงยื่นสมุดค่ายของตัวเองให้เพื่อน ๆ ช่วยเซ็นกันจ้าละหวั่น แต่ผมกลับไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วมใด ๆ เลย

ครั้งหนึ่งที่โอมถามปุณณ์ว่าผมเป็นอะไร ปุณณ์ตอบเพียงว่า คงจะเหนื่อย ผมแอบขอโทษโอมในใจที่ทำให้มันต้องเป็นห่วงอยู่เสมอ

 

เรามาถึงกรุงเทพฯ กันประมาณสี่โมงเย็นกว่า ๆ เพื่อนทุกคนโบกมือลากันหน้าหัวลำโพงก่อนจะเข้ามาตบหัวตบไหล่ผมคนละทีสองที ผมแค่นยิ้มให้พวกมันอย่างขอบคุณ ก่อนจะถูกทุกคนบังคับให้เกี่ยวก้อยสัญญาว่า พรุ่งนี้เป็นวันเปิดเทอมซัมเมอร์วันแรก ผมต้องไปเรียน และต้องกลับไปบ้าเหมือนเก่าด้วย (หมายความว่าไงวะ บ้าเหมือนเก่า มึงด่ากูบ้าเหรอ) ผมหัวเราะก่อนจะยอมสัญญากับพวกมันทั้งที่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าแค่ผ่านคืนนี้ไปได้ อะไร ๆ ก็คงดีขึ้นตามลำดับเหมือนครั้งที่แล้ว

"เอกมัยครับ"  ปุณณ์ยื่นหัวไปบอกพี่คนขับแท็กซี่ในรถ รอจนเขาพยักหน้ารับแล้วจึงเปิดประตูให้ผมเข้าไปนั่งก่อน ผมยิ้มแห้ง ๆ ขอบคุณมันพลางโยนสัมภาระแล้วยัดตัวเองเข้าไปตามด้วยปุณณ์อีกคน

"ไปหาอะไรกินก่อนเข้าบ้านมั้ย"  ปุณณ์ถามผมทั้งรอยยิ้มกว้าง เรียกให้ผมยิ้มตอบก่อนจะส่ายหัวกลับ

"ไม่อะ ที่บ้านกูคงมี"

"งั้นกูไปกินบ้านมึงนะ มีใครอยู่รึเปล่าวันนี้"  หึหึ ถามแบบนี้หมายความว่าไง ผมเลิกคิ้วยียวนกลับ ก่อนจะอ้าปากตอบช้า ๆ ชัด ๆ

"บอก - ให้ - โง่"  ตอบแบบนี้เลยได้รางวัลเป็นกำปั้นเสยหัวทีนึงเลยครับ โอ๊ย นี่มึงไม่เห็นรึไงว่ากูมีสภาพป่วยทางจิตอยู่ ไอ้ชั่ว

ผมเกาหัวเคือง ๆ ระหว่างมองออกนอกกระจกเพื่อจะเจอแต่รถรามากมาย สาเหตุของการจราจรค่อนข้างติดขัดบนถนนเมืองหลวงแห่งนี้ ผมนิ่งมองภาพรถยนต์แน่นขนัดเหล่านั้นโดยมีมอเตอร์ไซค์คอยขับผ่านช่องว่างระหว่างรถเป็นระยะ ๆ ขณะที่รู้สึกทั้งหน่วงและอึดอัดใจ

รอยยิ้มของยูริที่ทะเลหัวหินวันนั้นย้อนกลับมาหาผมอีกครั้ง ผมยังจำได้ว่ารอยยิ้มนั้นน่ามองแค่ไหน น้ำตาของยูริที่หน้าตู้สติ๊กเกอร์วันนั้นกลับมาเตือนความทรงจำผมอีกครั้ง ผมยังจำได้ว่าผมเกลียดตัวเองเพียงใด เช่นเดียวกับภาพยูริที่วิ่งออกมาจากห้องน้ำเมื่อวานนี้ ทุกวินาทียังคงเฝ้าฉายหมุนซ้ำไปซ้ำมาในหัวผมราวกับกดปุ่ม replay โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด และคงเป็นเช่นนั้นต่อไป ถ้าไม่ได้มีท่อนแขนอุ่น ๆ เอื้อมมาโอบไหล่ผมไปกอดไว้หลวม ๆ พลางกดหัวผมลงกับไหล่มันเป็นการบังคับกลาย ๆ ให้นอนซบลงมา ไม่ต้องมองและคิดอะไรอีก

เหอะ ๆ ไอ้เผด็จการ ผมเหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่เปื้อนรอยยิ้มนิด ๆ ของปุณณ์พลางคิดว่ามันเป็นเผด็จการที่น่ารักที่สุดในโลก

ผมหลับตาลงตัดขาดจากสภาพการจราจรอันคับคั่งและสภาพจิตใจอันวุ่นวาย เพื่อดำดิ่งในห้วงนิทราที่มีปุณณ์อยู่ใกล้ ๆ

ฝ่ามืออุ่นที่กุมมือผมไว้แนบแน่น เตือนให้รู้ว่าตราบใดที่ผมมีปุณณ์ ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี

 

***
 

"โน่ ตื่นเร็ว ไปนอนต่อในบ้านนะครับ"  ไม่นานนักเสียงทุ้มก็ปลุกผมตื่นจากฝัน เรียกให้ลืมตาขึ้นมาเห็นรั้วบ้านสีน้ำเงินของตัวเอง

ผมสะบัดหัวไล่ความง่วงก่อนจะโยนสัมภาระให้ปุณณ์ที่ยื่นมือมาช่วยถืออยู่ พลางกระเถิบตัวเองลงจากแท็กซี่บ้าง  "กุญแจบ้านอยู่ไหนวะ"  ผมบ่นขณะล้วงหาในกระเป๋าเป้แต่ไม่เจอ เลยเอื้อมมือไปหมายจะลองรูดซิปเป้อีกใบที่ปุณณ์เอาไปช่วยหิ้วให้ แต่ร่างสูงตรงหน้าผมกลับยืนนิ่งไม่ขยับ

ผมมองตามทิศของนัยน์ตาคมคู่นั้น ภาพที่เห็นในเวลาต่อมาคือ ร่างเล็ก ๆ ที่ผมรู้จักดี กำลังนั่งมองพวกเราอยู่บนกระถางต้นไม้ไม่ไกลนัก

"ยู..."  ผมอุทานชื่อเด็กผู้หญิงตรงหน้าเบา ๆ ก่อนที่ปุณณ์จะบีบไหล่ให้กำลังใจผมแผ่ว ๆ  "กูเข้าไปรอในบ้านนะ"

"อือ"  ผมขานรับคำนั้นทั้งที่ไม่ได้มองหน้าคนพูดสักนิด ภายในความคิดตอนนี้ที่ขาวโพลนไปหมดมีเพียงสิ่งเดียวที่เด่นชัดคือ ยูริกำลังอยู่ตรงหน้า

"รบกวนเวลารึเปล่า"  เสียงเล็กนั้นร้องถามผมแผ่ว ๆ เมื่อสาวเท้าเข้ามา เรียกให้ผมรีบส่ายหัวกลับ ก่อนจะเปิดประตูเล็กให้เธอเข้าไปในบ้าน

"นั่งกันตรงนั้นได้มั้ย"  ยูริถามผมอีกพลางชี้ไปทางบ่อปลาของอาป๊า ผมพยักหน้ารับทันที บอกตามตรงว่าตอนนี้ถึงยูริจะสั่งให้ผมกระโดดลงไปในบ่อปลาผมก็คงทำ ผมยอมเธอทุกอย่างแล้วจริง ๆ

 

เป็นเวลาพักหนึ่งที่เราต่างนั่งกันเงียบ ๆ ปล่อยให้ปลาสีส้มขาวแหวกว่ายไปมาในสายน้ำใส ผมมองบรรดาลูกรักของอาป๊า (รักมากกว่าผมอีกครับ) พายครีบวนไปมา แล้วก็ต้องลอบมองหน้าเด็กผู้หญิงข้างตัวที่ยังไม่พูดอะไรกับผมสักคำ

ดวงตาโตของยูริจับจ้องบนผืนน้ำกระเพื่อม แต่ราวกับความคิดจะลอยไปไกลกว่านั้นมาก ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ยูริกำลังเห็นภาพอะไรอยู่ ภาพบ่อปลาบ้านผม หรือภาพอื่นที่เธอไม่ควรจำ

"ยูกินไรยัง โน่เข้าไปเอาขนมมาให้มั้ย"  ผมตัดสินใจทำลายความเงียบ จนคู่สนทนาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมาอมยิ้มเหนื่อย ๆ ให้ผม  "ไม่เป็นไร ในกระเป๋ายังมีอยู่ โน่กินมั้ย"  เชื่อเขาเลย ที่ตุนไว้ยังไม่หมดอีกเหรอเนี่ย ผมหลุดขำออกมาพลางส่ายหัว ก่อนที่เราทั้งคู่จะสะดุ้งอีกครั้ง เพราะอยู่ดี ๆ ไฟตรงชานหลังคาบริเวณบ่อปลาก็สว่างโร่

ผมหันไปมองในบ้านเห็นเงาสูง ๆ ป้วนเปี้ยนอยู่แถวสวิตช์ไฟ ปุณณ์คงเห็นว่าเริ่มมืดแล้วเลยเปิดไฟให้ เรื่องแสนรู้แบบนี้รับรองไม่มีใครเกิน

"ปุณณ์อยู่ในบ้านเหรอ"  ยูริถามผมเสียงแผ่วหลังจากเห็นเงายาว ๆ พาดผ่านหลังผ้าม่าน ผมพยักหน้ารับช้า ๆ ด้วยไม่แน่ใจว่าเธอกำลังถามผมด้วยความรู้สึกไหน

"เรื่องตอนนั้น..."  ยูริเกริ่นเสียงเบา ก่อนจะเงียบไป ผมเห็นริมฝีปากเล็ก ๆ เม้มเข้าหากันครู่หนึ่งก่อนจะยอมปริปากพูดต่อ  "ถ้าโน่บอกว่า ไม่ใช่อย่างที่ยูคิด ยูก็จะเชื่อโน่นะ"

"..."

ผมมองตอบนัยน์ตาดวงกลมโตนั้นที่กำลังมองตรงมาราวกับจะร้องขอในสิ่งที่ผมให้ไม่ได้

"โน่ก็รู้ว่ายูเชื่อทุกอย่าง ขอแค่โน่บอก"

"นั่นเป็นเพราะเราไม่เคยโกหกกันไม่ใช่เหรอ"  ผมแทรกขึ้นพร้อมความรู้สึกว่าลำคอแห้งผากจนเราสองคนต่างตกในความเงียบ เด็กสาวตรงหน้าผมเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นก่อนจะผลุบสายตาลงต่ำ

ผมมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่ดูเศร้าสร้อยนั่น ด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กัน  "แต่โน่ยังเป็นเพื่อนคนเดิมของยูเสมอนะ"

สิ้นเสียงผมคือเสียงร้องไห้โฮของยูริ จนผมต้องอึ้งไปเพราะความตกใจ ผมมองศีรษะเล็ก ๆ ที่ฟุบลงกับหัวเข่าทั้งสองข้างนั่น โดยปล่อยให้ช่วงไหล่บางสะอื้นเป็นพัก ๆ อย่างไม่รู้ว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง

ฝ่ามือผมเอื้อมอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไปตบบ่าเด็กสาวข้าง ๆ ก่อนจะลูบเส้นผมลื่นนั้นแผ่ว ๆ เมื่อเห็นเธอไม่ว่าอะไร ยูริยังคงสะอึกสะอื้นกับหัวเข่าตัวเองอีกพักใหญ่ กว่าจะยอมพูดอะไรออกมา

"โน่ได้ยินที่จิ๊ดพูดในห้องน้ำใช่มั้ย"  เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาถามผมทั้งนัยน์ตาที่แดงก่ำ ผมบังคับตัวเองให้พยักหน้าตอบ แม้จะไม่อยากกลับไปคิดถึงเรื่องนั้นเท่าไหร่

"ยูโกรธจนแทบจะฉีกเนื้อมันออกมากินเป็นชิ้น ๆ ที่ว่าโน่เสีย ๆ หาย ๆ แบบนั้น"  ถึงตรงนี้ผมอดขำไม่ได้ ก่อนจะโยกศีรษะผู้หญิงข้าง ๆ เล่นอย่างเอ็นดู

"ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก แค่ยูเข้าใจก็ดีใจแล้ว"

"แต่พอคิดไปคิดมา ยูกลับโกรธตัวเอง จนอยากจะฉีกเนื้อตัวเองเป็นชิ้น ๆ แทน"  แต่คำพูดบนเสียงสั่นเครือในเวลาต่อมากลับทำให้ผมนิ่งไปพักหนึ่ง ผมมองตอบดวงตากลมที่มีน้ำหยดลงมา ก่อนจะใช้หัวนิ้วโป้งเกลี่ยให้เบามือ

"ทำไมล่ะครับ ทำแบบนั้นโน่ก็เสียใจแย่สิ"

ยูริเม้มปากแน่นมองผม ดวงตาแดงช้ำเหมือนคนกลั้นความเสียใจไว้ไม่อยู่ก่อนจะโถมมากอดผมทั้งตัว  "ฮือ..."

"เฮ้ย! อย่าร้องดิ ตกใจหมด เป็นไรอะ บอกโน่ได้นะ"

"ยู ฮึก ยูโกรธจิ๊ดว่าไม่รู้อะไร แล้วก็มาว่าโน่ ฮึก ทั้งที่จริงแล้ว ที่ยูทำมัน ฮึก แย่ยิ่งกว่าอีก ทั้งที่ยูบอกใคร ๆ ว่ารู้จักโน่ดี แต่ยูยัง ฮึก ยังทำแบบนั้นกับโน่ ฮึก ทั้งที่ยูรู้ว่าโน่ดีขนาดไหน ยูก็ยังเอาเรื่องไร้สาระมา ฮึก เอามาทำให้เป็นเรื่องใหญ่"

หยดน้ำตามากมายเปียกไหล่เสื้อผมจนชื้นไปหมด ผมลูบปลอบใจเส้นผมลื่นนั้นแผ่ว ๆ ให้รู้ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยถือสาเลย

ยูริกระชับกอดผมแน่นด้วยสองแขนที่ยังสั่นเทาไม่หยุด  "ฮึก ยูด่าว่าจิ๊ดไม่รู้อะไรแล้วมาพูด ฮึก ไม่ได้ดูตัวเองเลยว่า ยูนี่แหละที่น่าจะรู้ดี ว่าอะไรเป็นอะไร ฮึก คนที่น่าจะรู้ดีว่าไม่ว่าโน่จะรักใคร แต่โน่ก็ยังเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดเหมือนเดิม ฮึก ทั้งที่มันน่าจะเป็นยูที่รู้ แต่ยูก็ยัง ฮึก"  ผมลูบเส้นผมนั้นแผ่ว ๆ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดันร่างยูให้เราสบตากัน

ดวงตากลมโตนั้นชื้นด้วยหยดน้ำจนผมต้องปาดให้เบามือ ผมส่งรอยยิ้มออกไปโดยหวังว่าจะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย  "ยูฟังนะ ที่ผ่านมาไม่เป็นไร โน่ก็ขอโทษที่ไม่บอก เชี่ยมากที่ให้ยูรู้เองด้วยวิธีนั้น"  ผมพูดก่อนเราสองคนจะเงียบไป รู้ว่าในหัวยูริกำลังย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องวันนั้นเช่นเดียวกับผม มันเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดจนไม่อยากนึกถึงอีก แต่บางครั้งคนเราก็จำเป็นต้องหันไปมองอดีตอันเจ็บช้ำ เพื่อย้ำตัวเองให้รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราต่างเจ็บปวดอยู่แบบนี้

นัยน์ตาแดงก่ำของยูมองตรงมาที่ผมราวกับจะอ้อนวอนให้ปฏิเสธ หรือบอกอะไรเธอสักอย่างที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ผมรู้ว่ามันเป็นเพียงความสุขจอมปลอม ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องยืดอกยอมรับบางสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่สักที

ผมบีบบ่ายูริเบา ๆ ให้ฟังคำพูดต่อจากนี้ โดยไม่คาดหวังให้เธออภัย หายโกรธ หรือเปลี่ยนความรู้สึกผิดหวังที่มีต่อผมได้  "เรื่องปุณณ์ ก็ไม่รู้จะบอกยังไงดีเหมือนกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน หรือเป็นอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กับยูโน่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะ โน่ยังเป็นเพื่อนที่ยอมอ่อนข้อให้ยูเสมอเหมือนเดิมนะ"  ผมพูดติดตลกให้เธอได้พ่นหัวเราะเบา ๆ ทั้งคราบน้ำตาในตอนหลัง ก่อนฝ่ามือเล็กนั่นจะเช็ดน้ำตาตัวเองป้อย ๆ

"บ้าเหรอ ยูเคยบังคับอะไรโน่ด้วยรึไง"

"โห ให้กลับบ้านไปคิดหนึ่งคืนเลยดีมะ จะได้ครบ หึหึ"  ผมว่าพลางโยกหัวเล็กนั้นเบา ๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนตรงหน้า จนอดรู้สึกอุ่นใจไม่ได้

ยูริคลี่ยิ้มกว้างตอบผม ก่อนจะเหลือบมองในตัวบ้านที่มีเสียงทีวีลอดออกมาแผ่ว ๆ  "แต่ตกใจอะ จู่ ๆ โน่ก็กลายเป็นอย่างนั้นกับปุณณ์เฉยเลย ยูไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าโน่จะเป็น...เอ่อ เป็น..."

"เป็นอะไร พูดให้ชัด ๆ"  ผมว่าพลางบีบจมูกเล็ก ๆ นั่นอย่างหยอกล้อ

"โอ๊ยยย ก็พูดได้รึไงล่ะ!"  เธอโวยพลางปัดมือผมเป็นการใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือเล็ก ๆ มาบีบจมูกผมคืนบ้าง เราสองคนเล่นแกล้งกันไปมาเหมือนเด็ก ๆ อยู่พักหนึ่งก่อนผมจะยกมือยอมแพ้เอง (ก็ยูริเล็บยาวมากนี่ครับ ข่วนมาทีหน้าผมหมดหล่อพอดี ยิ่งไม่เหลือ ๆ อยู่ ฮ่า ๆ)

ผมโคลงหัวไปมากับคำถามนั้น เพราะจะว่าไปมันก็ใหม่สำหรับผมพอดู  "พูดได้ดิ แต่จริง ๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้ชายคนอื่นนะ ถ้าไม่นับปุณณ์แล้วก็ยังชอบผู้หญิงเหมือนเดิม เจอสาว ๆ น่ารักยังอยากไปขอเบอร์เลย หึหึ"

"อืมมม งั้น...ศูนย์ แปด สี่ หก หนึ่ง...!!!"

"เฮ้ย อะไร!"  แต่พอจบคำอธิบาย ผมก็ต้องโวยใส่เจ้าของเสียงเล็ก ๆ ที่ท่องเบอร์ตัวเองให้ฟังดังลั่น

ยูริยิ้มเผล่ตอบ  "ก็ไม่เอาหรอกเหรอ เบอร์สาวน่ารักอะ อิอิ"  แถมไอ้น้ำเสียงเจ้าเล่ห์กับรอยยิ้มซุกซนนั่น ทำเอาผมอดไม่ได้ที่จะขอบ้องหัวคนตรงหน้าสักทีสิน่า เพี้ยนจริง ๆ หึหึ

ผมหัวเราะพลางส่ายหัวขำ ขณะที่ยูริยิ้มร่า เราเงียบกันไปพักหนึ่ง ก่อนเธอจะยันแขนเพื่อเอนตัวไปด้านหลัง แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำสนิท

"แบบนี้ถ้าโน่เลิกกับปุณณ์เมื่อไหร่ ยูก็มีสิทธิ์น่ะสิ"

"แช่งเลยเหรอ หือ"

"อือ นิดนึง ฮิฮิ"  เจ้าของคำพูดนั้นหันมายิ้มอวดเขี้ยวสวยให้ผม ก่อนจะอิงหัวบนไหล่ผมเบา ๆ

น้ำเสียงนั้นออดอ้อนเหมือนที่เคยเป็นในวันเก่า  "ไม่เกลียดยูจริง ๆ นะ"

"ไม่เคยแม้แต่จะคิดเลยครับ"

ฝ่ามือเล็กบีบมือผมแน่น ขณะที่เสียงเริ่มเบาลงไปอีก  "ยกโทษให้ยูใช่มั้ย"

แล้วแบบนี้จะมีใครจะใจร้ายโกรธได้ลงคอ  "ไม่เคยโกรธอยู่แล้ว ไม่ต้องขอโทษ รู้เปล่า"  ผมตอบพลางตบหัวเล็กนั้นเบา ๆ สองที ยูริซบไหล่ผมนิ่งอย่างนั้นอีกครู่หนึ่ง ก่อนจะกระเด้งหัวตัวเองออกแล้วฉีกยิ้มตาหยี พลางกางแขนเล็ก ๆ อ้าออกกว้าง

"งั้นขอกอดหน่อย"

ผมยิ้มให้ท่าทางน่ารักดังเก่าของคนตรงหน้าก่อนจะอ้าแขนกอดยูริมาแนบตัว เสียงเธออู้อี้กับแผ่นอกผมเบา ๆ ว่า  "กอดแฟนคนอื่นบาปไหมเนี้ย"

"บริสุทธิ์ใจรึเปล่าล่ะ"  เป็นอย่างนั้นผมจึงเย้ากลับ ไม่บอกก็รู้ว่ายูริกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่

"ถามแบบนี้ยูคงต้องเตรียมตัวปีนต้นงิ้วแล้ว"

"เฮ้ย ศาสนาคริสต์มีต้นงิ้วด้วยเหรอ"  ผมถามอย่างงง ๆ (เพราะยูริเป็นคริสเตียนครับ) แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะคิกคัก

"ไม่รู้ดิ ฮิฮิ โอ๊ยร้อน ปล่อยได้แล้ว อึดอัด!"  ร่างเล็ก ๆ บอกปัดพลางดันตัวผมออกห่างก่อนจะทำท่าพัด ๆ เหมือนคนร้อนซะเต็มประดา เลยโดนผมบ้องหัวเล็ก ๆ นั่นเข้าให้ โทษฐานกวนประสาทเกินกว่าจำเป็น (แต่แค่ตบเบา ๆ ไม่แรงอย่างเวลาตบไอ้โอมหรอกครับ วางใจได้ ฮา ๆ)

ผมเริ่มบ่นอุบ  "บอกให้กอดเองแท้ ๆ นะ"  แต่ยูริกลับลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ

"อิอิ แล้วปุณณ์ทำไรอยู่ในบ้านอะ เรียกออกมาเร็ว ปุณณ์! ปุณณ์!"  แถมไอ้นิสัยพูดปุ๊บทำปั๊บนี่ก็ไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ แฮะ ผมส่ายหัวพลางขำกับความเพี้ยนของผู้หญิงตรงหน้า ก่อนเสียงประตูบ้านจะเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นหน้ามึน ๆ ของเลขาสภาฯ

"ห...หา เรียกไมครับ"  แล้วไอ้ห่านี่มึงเป็นใครเนี่ย! เอากางเกงบอลกูมาใส่โดยพลการเชียวนะ!

ยูริยิ้มร่าก่อนจะพูดต่อ  "ขอบคุณมากจ้าสำหรับรองเท้า ตอนเดินกลับเจ็บไหมอะ"  เธอว่าพลางถอดรองเท้าแตะของไอ้ปุณณ์ออก เฮ้ย! นั่นมันรองเท้าแตะปุณณ์นี่หว่า เพิ่งสังเกตนะเนี่ย แล้วไปแลกกันใส่มาตอนไหนวะ

ปุณณ์ยิ้มกว้างพลางชี้ให้ยูริถอดรองเท้าคู่นั้นเก็บไว้บนชั้น  "นิดหน่อย แต่เดินหลบ ๆ หินเอาก็ไหวอยู่"  แถมไอ้บทสนทนาชวนงงนี่มันไม่ประเทืองปัญญาคนนอกอย่างผมเลยว่ะ ผมได้แต่มองตามทั้งคู่ที่ดูมีเลศนัยตาปริบ ๆ โดยไม่เห็นจะมีใครสนใจไขข้อสงสัยให้ผมเลยสักคน

"เฮ้ย ไปแลกกันมาตอนไหนเนี่ย"  เป็นอย่างนั้นก็ต้องถามเองดิครับ ผมอ้าปากเหวออย่างงงงวย ขณะที่ไอ้ปุณณ์ยักคิ้วกวน ๆ กลับ

"คิดว่ามึงเป็นพระเอกคนเดียวรึไง หึหึ"

"สัด จะบอกดี ๆ มะ"

"โอ๊ย ไม่ต้องตีกัน"  สุดท้ายเป็นยูรินั่นเองครับที่สวมบทแม่นางห้ามทัพพวกผม ก่อนผมกับไอ้ปุณณ์จะแง่ง ๆ ใส่กันมากไปกว่านี้ มือเล็ก ๆ ของเธอหยิบรองเท้าแตะปุณณ์วางไว้บนชั้นรองเท้า ขณะเริ่มอธิบายให้ฟังเสียงแจ้ว ๆ

"ก็ตอนถูกโยนลงน้ำ รองเท้ายูหล่นในฝายด้วยอะ ปุณณ์เลยถอดให้ใส่ ขอบคุณมากนะ"

"ไม่เป็นไรครับ"  ปุณณ์รับคำขอบคุณจากยูริยิ้ม ๆ ขณะที่ผมมึนไป เพราะไม่ได้สังเกตเลยว่าปุณณ์เดินเลาะคันนากลับมาทั้งเท้าเปล่า ๆ สงสัยตอนนั้นจะหนาวมากไปหน่อย เลยเอาแต่เดินจ้ำ ๆ ให้ถึงโรงเรียนเร็ว ๆ

"แล้วก็ขอบคุณโน่ด้วยนะ เรื่องเสื้อ แต่ยูไม่คืนนะ! อิอิ"  อ้าว อ้าว อ้าววว แล้วไหงเป็นงั้นล่ะครับพี่น้องงง เสื้อตัวนั้นน่ะของโอนิซึกะ แพงด้วยนะเฮ้ย!

"จะเอาไปนอนกอด แล้วก็ทำไสยศาสตร์อะ ฮิฮิ"  น่ากลัวที่สุดผู้หญิงคนนี้ -_- ผมถอนหายใจขำ แล้วพยักหน้าเป็นเชิง จะทำอะไรก็ทำเห้อะ ก่อนไอ้ปุณณ์จะส่งเสียงกวน ๆ มา

"ไม่ทันแล้วยู ผมทำไปก่อนหน้ายูแล้ว ฮ่า ๆ"  โหไอ้สัด กูรู้ความจริงแล้ววันนี้ มึงร่ายยาเสน่ห์ใส่จนกูสับสนนี่เอง นิสัย!

ยูริขำเสียงดังเอิ๊ก ๆ พลางยกนาฬิกาสีขาวบนข้อมือมาดู  "ฝากไว้ก่อนเถอะปุณณ์ มืดแล้วอะ ยูต้องกลับแล้ว ปุณณ์นอนนี่เหรอ"  แต่จะไปยังไม่วายหันมาทิ้งระเบิดอีก ผมรู้สึกเหงื่อตก ขณะที่ไอ้คนถูกถามยังจะมีหน้าส่งยิ้มแบบไม่สะทก

"ใช่แล้ว ให้โน่อยู่คนเดียวมีหวังโจรลูบปากหวานหมูเลย"  เอ๊ะไอ้นี่ เห็นกูเป็นคนยังไง แค่วันก่อนกูเข้านอนแต่ลืมล็อกบ้านเองนะ (คืนเดียวเท่านั้น!) ทำเป็นล้อกูไม่หยุดว่ะ!

ยูริส่งเสียงหัวเราะร่าก่อนจะส่ายหน้าล้อเลียนกลับ  "ยูว่าปุณณ์น่ากลัวกว่าโจรอีก"  จริงครับ! แต่เรื่องแบบนี้ฟังยูริพูดแล้วรู้สึกปะแล่มแฮะ -_-a ผมมัวแต่ฉีกยิ้มแห้ง ๆ จนไม่ทันตั้งตัวตอนถูกยูริโน้มคอลงไปหอมแก้มฟอดใหญ่

ริมฝีปากอิ่มกับปลายจมูกเล็กชนติดกับแก้มผมเนิ่นนานกว่าเจ้าตัวจะยอมปล่อยออก ยูริมองหน้าผมกับปุณณ์ที่โคตรเหวอก่อนจะคลี่ยิ้มกว้าง  "ถ้าปุณณ์ดูแลโน่ไม่ดีโดนแย่งแน่ ๆ ระวังเหอะ! ไปก่อนนะ บ๊ายบาย ไว้เจอกันอีก"

ตอนนี้เด็กสาวร่างเล็กโบกมือลาและวิ่งออกจากรั้วบ้านผมเรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้ผู้ชายอย่างเรา ๆ ยืนโบกมือตอบอย่างมึน ๆ โดยที่ความรู้สึกชื้นบริเวณแก้มยังติดอยู่ไม่ไปไหน

"ไง เสน่ห์แรงไม่ยอมเลิกซักทีนะ"  ปุณณ์หันมายักคิ้วล้อเลียนผมเลยได้คำตอบเป็นนิ้วกลางกลับไป ก่อนผมจะค่อย ๆ ถอดรองเท้าเก็บขึ้นชั้น (อันที่จริงเรียกว่ายกเท้าขึ้นไปวางบนชั้นแล้วสะบัดออกจะถูกต้องกว่าครับ) ไม่นานปุณณ์ก็ดึงคอผมไปโอบให้เดินเข้าบ้านพร้อมมัน  "แต่น่าเสียดายที่ยูริจะคอยเก้อ"

"อะไรของมึง"  ด้วยคำของปุณณ์ทำเอาผมคิ้วขมวด ยิ่งตอนถูกมันลากคอเข้าบ้านพร้อมปิดประตูลงกลอนอย่างดี ยิ่งทำเอารู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ จนไม่รู้คิดไปเองรึเปล่า ว่าสีหน้าไอ้ปุณณ์ดูแช่มชื่นผิดปกติ

"ก็คงไม่ได้แย่งหรอก เพราะกูดูแลมึงดีอยู่แล้ว จริงปะ"  หืม ไอ้คนหลงตัวเอง ผมเลิกคิ้วมองหน้ามันที่ทำมาเป็นพยักพเยิดแล้วก็ต้องเบะปาก

"เหรอวะ"

"ช่ายยย แล้วถึงยูริจะได้หอมแก้มมึง ฟอดดด เบ้อเร่อ"  แถมคราวนี้ไม่พูดเปล่า ยังเอื้อมมือมาถูแก้มผมอีก โอ๊ย นี่มึงจงใจจะทำอะไรเนี่ย!

"แต่กูได้ทำมากกว่านั้นอยู่แล้ว หึหึหึ"  แต่เสียงทุ้มนั้นที่ยังพูดไปหัวเราะในลำคอไปแบบโคตรไม่น่าไว้ใจ ทำเอาผมเริ่มหนาวปะแล่ม ก่อนจะคิดไปถึงคำพูดของยูริที่ว่า 'ปุณณ์น่ากลัวกว่าโจร' แล้วพลันเห็นด้วยตงิด ๆ

ผมยักคิ้วกลับไปให้ไอ้หน้าหล่อนี่  "อืม ขึ้นห้องนอนเลยเปล่าล่ะ"

เรียกให้ไอ้ปุณณ์ตาโตทันที  "เฮ้ย เอาจริง?"

"อืม"  ผมพยักหน้ารับแล้วลากแขนมันขึ้นชั้นสองของตัวบ้านอย่างง่ายดาย คิดเหมือนกันไหมครับว่าเรื่องแบบนี้ไอ้ปุณณ์จะว่านอนสอนง่ายเป็นพิเศษ หึหึหึ

เราสองคนมาหยุดยืนหน้าห้องนอน ก่อนผมจะประทับจูบบนริมฝีปากหยุ่นของมันผะแผ่ว  "ราตรีสวัสดิ์นะ ไอ้...โง่!!!"

ก๊ากกก เสียงไอ้ปุณณ์ทุบประตูห้องนอนผมรัวหลังจากที่ผมเพิ่งปิดปัง! ใส่หน้ามัน ฮ่า ๆๆ เชี่ยแม่งหน้าตามีแต่ความหื่น รับไม่ได้ว่ะ ต้องดัดสันดานซะบ้าง ผมผิวปากสบายใจขณะที่ไอ้หน้าห้องยังโวยวายไม่หยุด

"เชี่ยโน่! มึงเปิดประตูเดี๋ยวนี้!"

"ไร มึงกล้าสั่งกูเหรอ!"

"โน่ครับ เปิดประตูหน่อยนะ นะนะ"

"เสียใจ กูง่วงแล้ว ฝันดี"

"ขอกูนอนด้วยนะ กูไม่ทำไรจริง ๆ ขอแค่นอนกอดนะ"

"ฮ้าว..."

"ไม่กอดก็ได้ ขอแค่นอนเตียงเดียวกันนะ"

"กู้ดไนต์"

"โอ๊ยยย นอนพื้นก็ได้ ขอนอนในห้องเดียวกันนะ"

หึหึหึ ฝันดีแน่เลยคืนนี้ ZZZzzz

 

 

TBC.

 

 

Postscript : เย้วววววววววววววววววววววววว ในที่สุดก็เดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว (*กระโดดรอบบ้าน*) เหนื่อยมาก ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจาก

 

รอติดตาม LOVE SICK : ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน ตอนจบบริบูรณ์( เหรอ?) ได้ในวันที่ 13 พ.ค. ที่นี่ค่า!!! ^___________^ แหะ ๆๆ คิดแล้วใจหายเหมือนกันแฮะ Y___Y

 

ส่วนสำหรับใครที่โอนเงินค่าหนังสือมาแล้ว อดใจรอใบตอบรับสักครู่นะจ๊ะ เราจะพยายาม (เน้นว่า “พยายาม”) ตอบทุกคนภายใน 7 วัน แต่ถ้าหลังจาก 7 วันเรายังไม่ตอบเมลมาจิกได้เลยนะ บอกด้วยก็ดีเน่อว่าเมลมาครั้งที่ 2 เผื่อเราเบลอไป (มันเช็กยากได้โล่จริง ๆ ปวดหัววว) ส่วนใครที่เมลมาจองไว้ก็อดใจรอการตอบรับและใบแจ้งโอนเงินสักครู่เด้อ.... Y___Y มันเป็นช่วงวิกฤติของชีวิตเราจริง ๆ ตอนนี้ (ต้องส่งใบอะไรต่อมิอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ชักมึน...) แต่จะพยายามเก็บให้ครบทุกคนไม่ให้ตกหล่นค่า!!

ส่วนใครที่ยังไม่รู้ข่าว ก็ติดตามข่าว LOVE SICK กำลังจะรวมเล่มเป็นหนังสือแล้ว ที่นี่จ้า!

http://writer.dek-d.com/hedfuc/story/viewlongc.php?id=436675chapter=81

 

เห้อ... เหนื่อย เจอกันตอนหน้า.... วันที่ 13 พ.ค. นะจ๊ะ ^__^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31,679 ความคิดเห็น

  1. #31592 สุดารัตน์ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 11:16

    อ่านแล้ว ยิ้มแก้มแตกได้ตลอดจริงๆ

    #31,592
    0
  2. #30729 Lucia Eve (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 13:15
    สงสัยดึกๆ จะมีผีผ้าห่มงัดประตูเข้ามา
    #30,729
    0
  3. #30612 mitake (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:22
    โอ๊ยยยยยยยยย ไม่ไหวแล้ว! ยูริน่ารักเกินนนนนน ><
    #30,612
    0
  4. #30480 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 21:08
    รักยูริเรายอมเป็นทอมให้เลยเอามะนี่พูดจริงรักนางอ่ะ 
    สมน้ำหน้าปุณ555555555555555555555555
    #30,480
    0
  5. #30399 pinpin (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 18:12
    ตอนนี้คือดีเนอะ โล่งอ่ะ 55555555555
    #30,399
    0
  6. วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 10:56
    ยูริคนดีมาก >______<

    แอบฮาตอนสุดท้าย 55555555
    #30,138
    0
  7. #30124 แรมน้อย (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 02:56
    จะผิดมั้ยถ้าบอกว่ารักยูริมากกกกกกกกกก

    ผู้หญิงอะไร น่ารัก นิสัยดี คิดบวก เป็นกันเอง

    รักทุกๆอย่างที่เป็นเธอจริงๆ ขอให้ยูริเจอคนๆนั้นของยูริบ้างนะ



    ส่วนปุณณ์ อยากจะบอกว่า ราตรีสวัสดิ์นะ ไอ่โง่!! ฮ่าๆๆๆ  หื่นจริง
    #30,124
    0
  8. #29805 crow (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 01:45
    แหมตอนสุดท้ายสะใจปุณณ์สุดๆ กร๊ากกๆๆๆ แต่ยูริเธอคือยอดหญิงในใจฉันจริงๆซูฮกๆ
    #29,805
    0
  9. #29638 ELFIM_JUNG (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 22:10
    อยากเห็นหน้าปุณณ์หื่นจัง 5555555555555
    #29,638
    0
  10. #29578 Nut (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 18:59
    ปุณหื่นอะ แต่โคตรชอบบบ 55555.
    #29,578
    0
  11. #29562 เจ้าหญิงตุ๊บป่อง (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 16:55
    ยูริ เธอน่ารักมาก ผู้หญิงแบบนี้น่ารักที่สุดดดดดดดดดดด

    โน่อะ อย่าแกล้งปุณณ์เด้ !!!!!! ฮิฮิฮิ
    #29,562
    0
  12. #29432 MayKamon (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 00:18
    ยูริ ทำไมหนูน่ารักแบบนี้ค่ะ^^
    จะว่าไปน้องโน่เค้าเสน่ห์แรงไม่มีตกมาตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วอ่ะนะปุณ(เพียงแต่ว่ามันไม่ค่อยรู้ตัว แค่น้านนนนน)
    และแล้วน้องปุณก็มาเสียหมาในตอนนี้นะค่ะ พี่เสียใจด้วยจริงๆ^^
    #29,432
    0
  13. #29328 gemello (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 21:17
    ยูริน่ารัก
    โน่แกล้งปุณณ์
    #29,328
    0
  14. #29172 ฮอลล (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 มีนาคม 2556 / 13:36
    หื่นจริง
    #29,172
    0
  15. #29136 little-candle (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 22:20
    ปุณณ์เอ๊ยยยย โน่เค้าไม่ทิ้งให้แกนอนหน้าบ้านก็ดีแค่ไหนแล้วลูกกก
    #29,136
    0
  16. #28981 เดินผ่านมา (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 15:29
    ยูริเป็นคนดีมากๆจริงๆ แบบนี้ต้องให้โล่
    #28,981
    0
  17. #28970 ∞.βaяrettë (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 03:12
    ขออีกรอบว่ายูริน่ารักมาก นี่ปลื้มนางสุดใจจจ อ่านที่ยูริคุยกับโน่ปุณณ์แล้วยิ้มเหมือนบ้า เธอน่ารักมากก

    ว่าแต่ปุณณ์นอนไหน 555555555555555555
    #28,970
    0
  18. #28951 โส-มม (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 21:45
    ฮาปุณณ์ หื่นไม่เลือกเจอโน่แบบนี้เป็นไง 5555555555555555555555555
    #28,951
    0
  19. #28808 Princecloudye (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 21:29
    เคลียร์แล้ววว~

    โน่แสบมากอะ 5555555555
    #28,808
    0
  20. #28772 Cartoon_Ppan (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:08
    555555+ สมน้ำหน้าปุณณ์ ดีใจเรื่องโน่กะยูริด้วยน้าา
    #28,772
    0
  21. #28659 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:02
    เย้!!!! ดีใจที่ยูริเข้าใจความรักระหว่างปุณณ์กับโน่..>////< 
    แล้วก็ดีใจที่โน่ไม่หลอกความรู้สึกของตัวเองเพื่อโกหกยูริด้วย.. 
    แต่นิยายเรื่องนี้จะจบแล้วเหรอ..แอบเสียดายอ่ะ T T
    ยังอยากเห็นฉากหวานๆ(มีด้วยเหรอ? เห็นมีแต่กวนTeenกัน)ของปุณณ์กับโน่อยู่เลย T T ฮือออออออ
    #28,659
    0
  22. #28557 JENNYHA (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 31 มกราคม 2556 / 21:02
    ไ่ม่ได้แอ้มเฟรอก
    #28,557
    0
  23. #28470 Purich28 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 20:02
    รักยูริจังเลย ^^



    สมปุณณ์ หื่นตลอด
    #28,470
    0
  24. #28381 KiHaE*129 (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 01:54
    ยูน่ารักอ่ะ

    มาหาเรามะ

    ปุณณ์โน่แมร่งเกรียน
    #28,381
    0
  25. #28063 berry berry (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 18:55
    เห็นมั้ยว่ายูริน่ะ เป็นผู้หญิงที่น่ารักที่ซู๊ดดดดดด
    #28,063
    0