LOVE SICK : ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน [YAOI]

ตอนที่ 76 : 62nd CHAOS - Pleased

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    7 เม.ย. 63

62nd CHAOS - Pleased
 

แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริง ๆ ครับ ว่าไอ้นี่มัน ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียดตัวพ่อ!

ก็ดูดิ ตั้งแต่เล่นเกมจบก็ทำหน้าบูดเป็นตูดทั้งที่สีมันได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง ทิ้งห่างสีคนอื่นลิ่ว ๆ อยู่แท้ ๆ ยังมาจะทำอารมณ์เสียอีก แล้วแทนที่มันจะอารมณ์เสียหงุดหงิด ๆ แล้วเมิน ๆ หน้าผมไป ดันนนยิ่งวนเวียนอยู่รอบตัวผมยิ่งกว่าเก่า! โอ่ยยย

จริง ๆ ผมน่าจะรู้ว่าคนอย่างปุณณ์ ภูมิพัฒน์ นี่เป็นประเภทกัดแล้วไม่ยอมปล่อย โดยเฉพาะเวลาอารมณ์เสียยิ่งกัดแน่นกว่าเก่า หลักฐานก็คือพอเล่นเกมจบ ทันทีที่พี่สตาฟร้องสั่งให้ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวและเข้านอนได้ มันก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินลิ่ว ๆๆ มาทางผมแบบไม่สนใจใคร เรียกได้ว่าหลังจากนั้นเอิ้นไม่มีโอกาสได้เดินข้างผม หรือชวนผมคุยอีก ตราบใดที่มีไอ้ปุณณ์ขวางอยู่ทุกประตูแบบนี้

แต่ก็ใช่ว่ามายืนขวางแล้วมันจะยอมพูดกับผมนะครับ! เพราะแม้ปุณณ์จะยืนจังก้ายังกับหมาเฝ้ายาม แต่ไม่ยักเปิดปากคุยกับผมอยู่ดี มีแต่หันไปคุยกับโจ๊กบ้าง นันท์บ้าง พวกเพื่อน ๆ ผม ไอ้โอม ไอ้ปาล์ม ไอ้พ้ง หรือแม้แต่เอิ้นกับพีท ก็ยังคุยด้วยได้ เว้นแต่กับผมคนเดียวนี่แหละ ที่มันทำเงียบใส่

แล้วแบบนี้มึงจะมาป้วนเปี้ยนทำหน้าดุอยู่ข้างกู จนคนอื่นเขาพลอยไม่กล้าคุยกับกูด้วยทำไมวะ

ไอ้...!

ผมว่าจะหันไปด่าหลายรอบละ แต่ขี้เกียจ ประกอบกับมันไม่ยอมคุยกับผมด้วย ผมเลยไม่อยากชวนคุยก่อน (เหอะ ๆ) ถ้าอย่างนั้นช่างแม่งแล้วกัน ผมคิดอย่างเซ็ง ๆ แล้วก็ทำทุกอย่างตามปกติ โดยมีปุณณ์คอยวนเวียนเป็นเงาตามตัวแบบไม่ปกติตลอดเวลา

ก็จะให้เรียกว่าปกติได้ไงครับ! ในเมื่อมันตามผมต้อย ๆๆ ขนาดไปอาบน้ำ ก็ตามไปอาบด้วย แถมห้องน้ำดันเป็นแบบ open air อีก คือมีอ่างใส่น้ำใหญ่ ๆ ตรงกลางให้ทุกคนตักอาบกันแบบโชว์สเต็ปเทพ (ใครไม่เทพก็โชว์ของดีไป แต่กูไม่อยากดู) แน่นอนว่ายิ่งห้องน้ำเป็นแบบนี้มันยิ่งตัวติดกับผมเข้าไปใหญ่ ทำเอาผมถึงกับเหวอตอนไอ้เลขาสภาฯ หันมาสาดน้ำโครม ๆๆ ใส่ แล้วยื่นสบู่ให้ผมถู ตามด้วยสาดน้ำโครม ๆๆ ล้างสบู่ผมอีก ก่อนมันจะโบกมือไล่ผมให้ออกไปแต่งตัวอย่างไว

เชี้ยยย เร็วไปปะ! แน่นอนว่าถ้ายอมออกง่าย ๆ ก็ไม่ใช่โน่แล้วว เหอะ ๆ ผมยังดื้อยืนสาดน้ำเล่นกับพวกไอ้โอมไอ้ปาล์มต่อ โดยไม่สนใจสายตามาคุที่ใครไม่รู้ส่งมา โดยเฉพาะตอนพวกผมรุมสกรัมไอ้พ้งครับ แหม ก็น่ารุมไหมล่ะ มันเป็นคนเดียวที่รู้ทันว่าห้องน้ำจะเป็นแบบอาบรวมครับ (เพราะแอบโทรไปถามพี่สตาฟก่อนมาค่ายแล้ว) แต่ไม่ยอมบอกพวกผม! เป็นสาเหตุให้มันไหวตัวทัน เตรียมบ๊อกเซอร์สีแดงเข้มฉิบหายมาอาบน้ำอย่างสบายใจคนเดียว ต่างกับบ๊อกเซอร์สีเขียวอ่อน เหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน ของพวกผมโดยสิ้นเชิง (แทบไม่มีอะไรถูกปิดบังแล้ว ณ จุดนี้) แน่นอนว่าทำตัวแปลกแยกแบบนี้ มึงต้องโดน!

ถอด!!!

ก๊ากกก สะใจฉิบตอนเห็นไอ้คุณหนูพ้งเอาตัวซึ่งถูสบู่จนหอมฉุยแล้ว ลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนพื้นปูนซีเมนต์สาก ๆ ในห้องน้ำ (ย้ำอีกที! ว่าเป็นพื้นซีเมนต์ ไม่ใช่พื้นกระเบื้องครับ) หึหึหึ ดูไกล ๆ เหมือนพวกผมรุมกระทืบมันอย่างบอกไม่ถูก แต่ ณ เวลานั้น ให้พวกผมรุมกระทืบไอ้พ้งก็อาจจะดีใจกว่าโดนรุมถอดกางเกงแบบนี้ ก๊ากกก เสียใจด้วยนะ แต่ไหน ๆ พวกกูก็โป๊เปลือยกันขนาดนี้แล้ว มึงอย่าหวังจะรอด!

ผมกับเพื่อนคนอื่น ๆ รุมแกล้งไอ้พ้งกันเสียงโคตรดังในห้องน้ำ ก่อนโอมจะ mission complete ดึงบ๊อกเซอร์ลายดาวสีแดงแจ๋ของคุณหนูพ้งออกมาสำเร็จ! ก๊ากกก เสียดายจริง ๆ ไม่ได้พกกล้องถ่ายรูปมาอาบน้ำด้วย (ใครจะพก!) พวกผมเป่าปากล้อไอ้พ้งกันยกใหญ่ก่อนจะสำเหนียกได้ว่าควรเริ่มอาบน้ำใหม่สักที เพราะเมื่อกี้ลงทุนมากไปหน่อย ถึงกับมีการสไลด์ตัวนอนบนพื้นซีเมนต์แหยะ ๆ เลยทีเดียว (อี๋) ว่าแต่ทำไมไอ้โอมอาบน้ำเสร็จเร็วจังวะ ผมที่เพิ่งตักน้ำล้างสบู่ขันแรกหันไปมองโอมผู้ซึ่งเดินลิ่ว ๆๆ ไปทางราวแขวนผ้าแบบงง ๆ ก่อนจะถึงบางอ้อ

ไอ้เวร ใช้ผ้าขนหนูกูอีกแล้ว!

"ไอ้โอมมม สันดานนน!" ผมตะโกนด่าไอ้เพื่อนชั่วลั่นห้องน้ำ โดยที่อีกฝ่ายแค่ส่งเสียงหัวเราะกลับมาแบบไม่สะทก (ชั่ว!) ว่าจะอ้าปากด่าต่อให้หายแค้นแต่ก็มีผ้าขนหนูผืนหอมกลิ่นคุ้นเคยโปะลงบนหัวซะก่อน

ปุณณ์ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้พลางเอามือสางผมเปียก ๆ ของตัวเอง โดยใช้ลำตัวบังผมเอาไว้มิด ผมขมวดคิ้วก่อนจะก้มมองบ๊อกเซอร์สีฟ้าอ่อนของตัวเอง ที่ถึงจะบางจ๋อยแต่ก็ไม่ได้ดูเซ็กซี่สักเท่าไหร่ (เมื่อเทียบกับบ๊อกเซอร์สีเหลืองอ่อนของไอ้ปาล์มแล้ว ฮ่า ๆๆ) กระนั้นผมก็ยอมรับผ้าขนหนูปุณณ์มาเช็ดตัวแต่โดยดี

ผมรับผ้าขนหนูลายทางเนื้อแห้งสนิทของปุณณ์มาใช้อย่างระมัดระวัง เพราะไม่อยากให้เปียกมาก ก่อนจะรีบคืนกลับไปให้เจ้าของมันที่ใส่บ๊อกเซอร์สีส้มอ่อน ๆ ซ้ำยังเปื่อยน้ำจนยุ่ยแทบเห็นไปถึงไหนต่อไหน เหอะ ๆ อยากจะตะโกนบอกจริง ๆ ว่ากูหวงมึงนะ! แต่ก็ไม่อยากเป็นคนเริ่มพูดก่อนนี่หว่า

ผมกับปุณณ์ได้แต่ยืนแต่งตัวข้างกันอย่างเงียบ ๆ (ต่างคนต่างคอยบังให้อีกฝ่ายครับ) ก่อนจะเดินกลับตึกนอนด้วยกัน ระหว่างทางผมลอบมองใบหน้าด้านขวาของปุณณ์ที่ยังคงนิ่งเฉย แต่วงแขนแกร่งหอบเอาข้าวของผมไปถือให้ทั้งหมด จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าผมฉวยเอาของเหล่านั้นมาถือไว้ แล้วปุณณ์จะยอมยื่นมือข้างที่ว่างมาประคองฝ่ามือผมหรือเปล่า

ผมรู้ดีว่าคำตอบจะเป็นแบบไหน

 

แล้วเราทั้งหมดก็มาถึงห้องนอนกันครับ! ซึ่งจริง ๆ มันคือห้องเรียนต่างหาก (ก็ที่นี่มันโรงเรียนนี่นา ไม่ใช่โรงแรม Y_Y) ห้องนอนของพวกเราเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่ให้ชาวค่ายใช้นอนรวมกันยังกับแรงงานต่างด้าว ซึ่งแน่นอนว่าพอเข้าไปถึง เพื่อนร่วมค่ายคนอื่น ๆ ก็หลับปุ๋ยกันหมดแล้ว เป็นซะอย่างนั้นพวกผมจึงต้องรีบสงบปากสงบคำแล้วหารูนอนเป็นของตัวเองทันที นับว่าโชคยังดีที่วางกระเป๋าจองรูนอนเอาไว้ก่อน ไม่งั้นคงได้ไปนอนขี่กันแหง

ผมนั่งเก็บของใส่กระเป๋าตัวเองซึ่งอยู่ติดกับโอมที่กำลังทาโลชั่นกลิ่นหอมฉุยอยู่ ถุ้ย ไอ้หล่อ! ทาให้ตายมึงก็ไม่ขาวขึ้นหรอก ก๊ากกก ผมแค่คิดในใจยังไม่ทันอ้าปากด่ามันสักคำ แต่เสือกมีมือยื่นมาตบหัวผมดังปั้ก!

"เหี้ย ตบกูทำไม!" ผัวะ! นี่แน่ะ เอาคืนมั่ง คราวนี้เลยได้เป็นโลชั่นขวดเบ้อเร่อประเคนใส่หัวผมกลับมา อูยยย ทำร้ายกู!

"ดูหน้ามึงก็รู้แล้วว่ากำลังด่ากูในใจ" ทำไมมึงแม่น เฮ้ย ไม่ใช่! ทำไมมึงชั่วงี้! ถึงกูจะด่าจริง ๆ ก็เถอะ แต่ถ้าวันไหนกูไม่ได้ด่าขึ้นมาก็โดนตบฟรีดิวะ! ผมชูนิ้วกลางใส่มันก่อนจะเปลี่ยนเป็นแบมือขอทาโลชั่นมั่งแทน อิอิ ก็ผมชอบใช้โลชั่นไอ้โอมนี่นา หอมดี เวลาไปบ้านมันผมก็ขอทาบ่อย ๆ เพราะทาแล้วหลับสบาย แต่ไม่เคยคิดซื้อเองเลย เพราะแพงมาก (พวกเกิดมาไม่หล่อก็ต้องลงทุนเยอะหน่อยล่ะครับ ผมเข้าใจ ก๊าก ๆ)

"นอนยัง ๆ พรุ่งนี้พี่เค้านัดเช้านะ เดี๋ยวไม่ตื่น" เสียงไอ้ปาล์มร้องถามพวกผมจากข้าง ๆ พ้ง ซึ่งอยู่ถัดไอ้โอมไป เรียกให้ผมมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเองที่บอกเวลาตีหนึ่งกว่าแล้วก็รีบพยักหน้า รูปซิปปิดเป้โดยไว

"งั้นกูปิดไฟเลยนะ" เสียงเอิ้นถามเพราะมันอยู่ใกล้สวิตช์ไฟมากที่สุด นำให้พวกผมพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนไฟจะมืดลง ช่วงก่อนปิดไฟผมแอบเห็นว่าปุณณ์นอนกับโจ๊กและนันท์ ซึ่งอยู่คนละฝั่งห้องกัน จนอดคิดไม่ได้ว่ามันเลิกตามผมแล้วรึไง แต่ช่างเถอะ ง่วงจะตายห่า ผมคิดพลางหาวปากกว้างเมื่อหัวถึงหมอน (ที่จริง ๆ แล้วเป็นเป้ แต่ติ๊งต่างว่าคือหมอน) และคงหลับตายไปแล้ว ถ้าไม่ได้รู้สึกว่า...

มีสิ่งแปลกปลอมมานอนแทรกกลางระหว่างผมกับพีทซะก่อน (ขวาผมเป็นโอม ซ้ายผมเป็นพีทครับ ถัดจากพีทไปเป็นเอิ้น) ว่าแต่ใครวะมานอนแทรก ผมพลิกตัวหันไปมองด้วยสายตาที่เริ่มชินกับความมืด จึงได้เห็นว่าเป็น...

ไอ้ปุณณ์ ภูมิพัฒน์

เฮ้ย! ก็กะจะแหกปากด่าแล้วถ้าไม่ได้มีมืออุ่น ๆ ปิดไว้ก่อน ผมขมวดคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายที่เคยเห็นว่าบูดสนิทตั้งแต่หัวค่ำ ผิดกับตอนนี้ที่เจ้าของมันกำลังยกมือทำท่าจุ๊ ๆ พาให้ผมว่าง่ายพยักหน้าตาม ผมขมวดคิ้วแน่นก่อนจะอดมองซ้ายแลขวาไม่ได้ ว่ามีใครตื่นมาเห็นเราหรือเปล่า

และนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ชั่วโมงที่ผมเห็นมันยิ้ม (ให้ผม) เสียแต่มืดจนมองไม่ถนัดว่ามันกำลังยิ้มจริงหรือผมตาฝาด ระหว่างที่กำลังเพ่งสายตาอยู่ พลันรู้สึกได้ถึงวงแขนอุ่น ๆ ที่รวบตัวผมไปกอดไว้แผ่วเบาอย่างคุ้นเคย

ปุณณ์กอดผมเบา ๆ เหมือนเวลามันอยากกล่อมให้หลับฝันดี ฝ่ามืออุ่นข้างนั้นลูบหัวผมเล่นไปมา ขณะริมฝีปากหยุ่นประทับจูบบนหน้าผากผมผะแผ่ว ทั้งหมดเรียกให้ผมทำสิ่งที่เหมือนกันกลับไป ก่อนจะผล็อยหลับในอ้อมแขนอบอุ่นของปุณณ์

ผมไม่รู้ว่าตอนเช้าจะมีใครตื่นมาเห็นเราหรือเปล่า

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้ามีปุณณ์ ผมจะปลอดภัย

ผมเชื่ออย่างนั้น : )

 

***
 

"@(#$*{)(@^!*)(*_)_(*^(*)"

โว่ยยย แล้วเสียงอะไรดังจ้อกแจ้กแต่เช้าวะ คนยังนอนไม่เต็มอิ่มเลยแม่งงง ผมขมวดคิ้วทั้งที่หลับตาปี๋เพราะรู้สึกเหมือนแสงแดดจ้ากำลังพยายามแยงเข้ามา

"ไอ้โน่ ตื่น! ตื่นนน ตื่นนน" แล้วขอโทษเถอะนะ ไอ้ประเภทยื่นเท้ามาสะกิดกูเนี่ยมีคนเดียว ผมพลิกตัวหนีเท้าไอ้โอม ก่อนจะวาดแขนไปกอดคนข้าง ๆ ด้วยความเคยชินที่ทำมาตลอดคืน

"เฮ้ย!!!" แต่มันจะร้องทำไมวะ แล้วนี่ไม่ใช่เสียงปุณณ์นี่หว่า! ผมสะดุ้งโหยง รีบปล่อยแขนออกก่อนจะลืมตามาพบว่า คนที่ซวยโดนกอดไปเต็มเปาเมื่อกี้นี้คือ พีท!

"โน่ปล้นความบริสุทธิ์ผม!" เฮ้ยยย ผมตาสว่างก่อนจะชูนิ้วกลางใส่พีททั้งที่เราไม่ค่อยสนิทกัน (แต่ตอนนี้มึงกวนตีนกูและ!) เอ๊ะ หรือผมจะเป็นฝ่ายผิดเองวะ เพราะดันไปกอดมันก่อน ฮา ๆ ว่าแต่เมื่อคืนที่เห็นปุณณ์นอนข้าง ๆ นี่ผมฝันหรืออะไร ไม่ใช่ว่าจริง ๆ กลายเป็นนอนกอดพีทตลอดคืนนะ! ชักกลัวว่ะ

ผมขยี้ตาไล่ความเบลอก่อนจะพยายามสังเกตว่าไอ้ปุณณ์อยู่ไหน สรุปว่ามันยังหลับปุ๋ยอีกฝั่งห้องครับ (แต่ทำไมไม่มีใครปลุกบ้างอะ!) ส่วนข้าง ๆ ผมที่หลงคิดว่าเป็นปุณณ์ตลอดคืน ดันแปลงร่างกลายเป็นพีท ผู้ซึ่งเพิ่งโดนลูกหลง เจอผมกอดซะเต็มเปาไปแหม็บ ๆ นับว่ายังโชคดีที่มันหันไปหัวเราะเฮฮากับเพื่อนคนอื่น ๆ ต่อ ดูไม่ได้คิดมากอะไร (เออ ผมก็ไม่คิดเหมือนกัน) เป็นอย่างนั้นผมจึงได้แต่เกาหัวตัวเองเก้อ เพราะสงสัยเมื่อคืนจะฝันไป เหรอวะ

เออ ช่างเถอะ! มึน ตอนนี้ไอ้ปุณณ์ตื่นแล้วครับเพราะเสียงโวยวายของพวกผม ตามด้วยอีหรอบเดิม คือไม่ยอมพูดด้วยเหมื๊อนนนเคย ได้แต่ถืออุปกรณ์ล้างหน้าแปรงฟันมายืนจังก้า คงจะรอให้ผมออกไปพร้อมกัน แต่เหอะ! ใครจะไปกะเมิ้งงง ผมเลิกคิ้วมองกวนเบื้องล่างปุณณ์ ก่อนจะนั่งรอไอ้ปาล์มไอ้พ้งจนเตรียมของเสร็จ แล้วออกไปพร้อมพวกมัน เว้นไอ้โอมไว้ เพราะเจ้าตัวบอกจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว (ตั้งแต่ตอนไหนวะ) ขอนอนต่ออีกหน่อยแล้วกัน เออ เรื่องของมึง

แน่นอนว่าพอกลับมา ป้ายชื่อไอ้ปาล์มก็แหว่ง ก๊ากกก เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าค่ายนี้เขาเล่นปอบอยู่ แถมไอ้ปาล์มก็โง่ วางป้ายชื่อทิ้งไว้หราคาห้องนอนอีก เลยถูกปอบฉีกทีเผลอตามระเบียบ (ว่าแต่มีการฆ่ารูปแบบนี้ด้วยเหรอวะ!) แถวบ้านกูเรียกไหลตาย ตายไม่รู้ตัวนะมึง ฮ่า ๆๆ แล้วใครฆ่ามันวะ! ผมหันไปมองหน้าไอ้โอมโดยอัตโนมัติ เห็นมันแสยะยิ้มกลับมาประมาณว่าเผลอเมื่อไหร่มึงตาย ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ ต้องรีบหยิบป้ายชื่อตัวเองมาแขวนคอด่วน! เออ จริง ๆ แล้วการมีปุณณ์คอยตามตูดต้อย ๆ นี่ก็ดีอย่างเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยไอ้โอมก็ฆ่าผมไม่ได้ไง!

หลังจากเหตุการณ์ลอบฆ่าสยอง (จนป้ายชื่อไอ้ปาล์มแหว่งนำความฉงนสู่ประชาชี ว่าทำไมไอ้ห่านี่ตายตั้งแต่มาถึงได้แค่วันเดียว) พวกเราก็ลงไปรวมตัวกันบริเวณสนามบอลหน้าตึกเรียนครับ พี่ ๆ เขาให้แบ่งกลุ่มยืนเรียงกันตามสีเหมือนเด็กประถมไม่มีผิด แน่นอนว่าปุณณ์โดนแยกให้ไปนั่งกับพลพรรคคนป้ายเหลือง (ก่อนไปยังไม่วายส่งสายตาดุ ๆ มาอีกนะ) ส่วนผมอยู่กับฝูงชนคนป้ายแดง (การเมืองไปปะครับ) แล้วรุ่นพี่ก็เริ่มแจกแจงว่ากิจกรรมวันนี้มีอะไรบ้าง และสีไหนต้องรับผิดชอบงานส่วนไหนกัน

แน่นอนว่ากิจกรรมค่ายปลูกป่าก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปลูกต้นไม้ แต่มันป่าตรงไหนวะ เพราะฟังไปฟังมา ตกลงค่ายนี้พี่เขาจะให้เราปลูกหญ้าแฝกครับ เพื่อช่วยเป็นปราการด่านธรรมชาติ คอยดูดซึมน้ำรอบ ๆ ฝาย อืม...ก็ดีเหมือนกัน ฟังดูเหมือนเรื่องง่าย ๆ กะอีแค่ปักหญ้าลงดิน ผมเริ่มนั่งหาวระหว่างพวกพี่ ๆ สตาฟกำลังสอนวิธีปลูกหญ้าอยู่ หนังตาเริ่มจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ จนเอิ้นที่นั่งข้างผมต้องหลุดขำออกมา

"ง่วงเหรอโน่ เมื่อคืนนอนหลับเปล่า"

"อืมมม..." ผมนั่งใช้ความคิดอย่างหนักเมื่อเอิ้นพูดถึงเรื่องเมื่อคืน อืมมม กูว่าเมื่อคืนกูก็นอนหลับนะ แต่ทำไมเหมือนฝันเห็นไอ้ปุณณ์เลยวะ อืม...ไม่ใช่มั้ง

ผมหันไปทำหน้าง่วงตอบเอิ้น "หลับ แต่อยากหลับอีก"

"ฮ่า ๆ นอนดิ เสร็จแล้วเดี๋ยวปลุก" เยี่ยมไปเลยจอร์จ! ผมฉีกยิ้มรับคำพูดเอิ้นก่อนจะฟุบหน้าลงกับหัวเข่าตัวเองทันที ฝากด้วยนะมึง!

 

...
 

"โน่ ๆ ไปกัน ไปกันได้แล้ว"

อ๊ะ หือ...อะไรวะ

ผมโงหัวจากเข่าตัวเอง เห็นชาวค่ายคนอื่น ๆ กำลังลุกเตรียมตัวย้ายกำลังพลไปฝาย จนเหลือแค่ผมที่รู้ตัวช้ากว่าชาวบ้านเขา (มัวแต่หลับ) เลยต้องสำลักบรรดาฝุ่นผงและเศษหญ้าที่คนอื่น ๆ ปัดออกจากก้นจนฟุ้งทั่วไปหมด

"แค่ก แค่ก แค่กกก" โอย ไอ้พวกบ้า ปัดเบา ๆ หน่อยเส่ะวะ กูยังนั่งอยู่นะเฟ้ยยย!

ผมโวยวายในใจก่อนผ้าขนหนูผืนเล็กจะถูกโยนมา

"แต๊งกิ้วว่ะเอิ้น!" แน่นอนว่าผมรีบรับไว้อุดจมูกก่อนถือโอกาสลุกขึ้นยืนบ้างเพื่อประจันหน้ากับ...ปุณณ์

ฉิบหายแล้วชีวิต กูนึกว่าเอิ้น! ซวยแล้วไงงง

ผมยืนหน้าเหวอมองปุณณ์ที่ทำเป็นหูหนวก ไม่ได้ยินว่าผมพูดขอบคุณใครเมื่อกี้นี้ เอ่อ...ก็คงดีมั้ง เป็นอย่างนั้นผมจึงอ้าปากกะจะขอบคุณมันหน่อย แต่ก็นึกออกว่าถ้าเริ่มพูดก่อนเท่ากับเกมนี้ผมแพ้ดิ (ตกลงนี่กำลังเล่นเกมเหรอ) คิดได้ดังนั้นผมจึงยื่นผ้าขนหนูกลับไป (ใช้เสร็จแล้ว) ซึ่งปุณณ์ก็รับไว้โดยไม่ตอบอะไร แค่ไม่ยอมเดินไปไหน ถ้าหากผมไม่ไปด้วยเท่านั้นเอง

ให้มันได้อย่างงี้สิ!

"สีเหลืองโดนโซนไหนอะปุณณ์ ไกลปะ" เอิ้นร้องถามขณะเรา 3 คนกำลังมุ่งหน้าไปฝาย ดูจากระยะทางแล้วคงอีกยาวไกล แต่ผมไม่รู้หรอกว่าจริง ๆ แล้วฝายอยู่ตรงไหน เพราะตอนเขาบอกมัวแต่หลับเพลิน

"ก็ต้นฝายอะ เห็นพี่เค้าว่าตรงกูมีน้ำด้วย" ปุณณ์ตอบพร้อมรอยยิ้มทั้งที่มือแบกเสียมไว้ 2 เล่ม (ของผมเล่มหนึ่ง) นำให้เอิ้นยิ้มกลับ

"ดีว่ะ ของสีกูเค้าให้ไปท้ายฝาย รู้สึกน้ำจะแห้ง ต้องร้อนแน่เลย โน่! ไหวปะ" เหอะ ๆ คุยกันสองคนแล้วยังอุตส่าห์มีน้ำใจลากกูเข้าวงอีกนะ ผมกะพริบตาปริบ ๆ สองที พลางเงยมองพระอาทิตย์จ้าก่อนจะฉีกยิ้มแหย ๆ

"ไหวสิวะ รด.กูก็เรียนนะ" แค่โดดเกิน 4 ครั้งแล้วเท่านั้นเอง แหะ ๆๆ

"เรียนศูนย์ย่อยทำเป็นอวดว่ะ ไว้โดนศูนย์ใหญ่อย่างพวกกูก่อนค่อยมาคุยกัน ฮ่า ๆ จริงเปล่าวะปุณณ์" อ้าวไอ้นี่ กูดวงดีได้เรียนศูนย์ย่อยแล้วไงวะ ไอ้พวกซวยโดนศูนย์ใหญ่อิจฉาละสิ ผมเหล่มองเอิ้นเคือง ๆ แต่มันเลิกสนใจกัดผมแล้ว เพราะมัวนินทาทหารศูนย์ใหญ่ที่พวกมันสองคนเจอกันอย่างสนุกปาก เออ เอาเถอะ เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยจริง ๆ

ผมเหลือบมองไอ้สองคนที่เดินคุยกันอย่างออกรสแล้วอดยิ้มไม่ได้ ผมชอบปุณณ์ตรงนี้ละ เพราะถึงมันจะขี้หึง ขี้หวง (เรื่องนี้ไม่มีใครรู้หรอกครับนอกจากผม) แต่มันไม่ใช่คนพาล ปุณณ์ไม่เคยเอาความไม่พอใจไปลงกับเพื่อน ๆ ผมให้ผมขายหน้า ปุณณ์ไม่เคยทำร้ายร่างกายผมให้ผมเสียใจ จะมีก็แต่งอนแล้วทำอะไรเพี้ยน ๆ ตามประสาคนแบบมันเท่านั้น (อย่างที่กำลังทำอยู่ตอนนี้เป็นต้น) หรือไม่ก็แอบกันท่าผมเงียบ ๆ ไอ้เรื่องจะให้ยื้อยุดฉุดกระชากแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของออกนอกหน้าน่ะ ลืมไปได้เลย และผมก็ชอบปุณณ์ที่ให้เกียรติกันแบบนี้มาก

ผมเหลือบมองใบหน้าคมยิ้ม ๆ เห็นเจ้าตัวทำหน้างง ๆ เหมือนอยากถามว่าผมยิ้มอะไร แต่มันไม่ถามหรอก (เพราะเราทำสงครามเย็นกันอยู่) หึหึ ยิ่งเห็นมันทำหน้าสงสัยผมยิ่งผิวปากอารมณ์ดีก่อนจะมีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา

"โน่อรุณสวัสดิ์! ลืมตาเดินอยู่รึเปล่าเนี่ย อิอิ" แต่นี่เสียงใครวะ ผมหันรีหันขวางไปมองต้นเสียงที่จะว่าคุ้นก็คุ้น จะว่าไม่คุ้นก็ไม่คุ้น จนได้เห็นนั่นละครับถึงรู้ว่า อ้าว...

เด็กผู้หญิงจากชมรมดนตรีคอนแวนต์นี่หว่า!

ซวยแล้ววว ผมรู้ว่าตัวเองกำลังหน้าซีดเผือด เพราะเธอเล่นจำผมได้ มีแต่ผมนี่แหละที่ยังนึกไม่ออก เอ่อ เอาไงดีวะ ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าผมจำไม่ได้จะเสียใจไหม โอย อยากได้ตัวช่วยจริงจริงงง

ขณะที่ผมกำลังคิดชื่อเด็กผู้หญิงตรงหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้น จู่ ๆ เธอก็เป็นฝ่ายชี้ทางสว่างให้ผมเอง "จิ๊ดเห็นโน่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วแหละ ว่าจะทักแต่กลัวโน่จำไม่ได้" เออใช่ จิ๊ด! ใช่เลย นึกออกแล้ววว

ทันทีที่จิ๊ดหลุดบอกชื่อตัวเองออกมาผมก็ยิ้มกว้างกลับไปแบบโคตรผิดปกติ (ทำไงได้ครับ คนมันดีใจอะ) แม้จะเหลือบเห็นใบหน้าปุณณ์ดูฉุนไปแว่บหนึ่ง แต่ผมไม่ทันใส่ใจอะไรมาก

"ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะ จำได้ดิครับ แหะ ๆๆ" มุสาวาทา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ...สาธุ จดความเลวนี้ลงบัญชีหนังหมาของนายนภัทรเพิ่มอีกหนึ่งประการเลยก็ได้ครับท่านยมบาล เดี๋ยวผมค่อยไปชดใช้กรรมให้อีกทีในนรกเลยแล้วกัน

ก็อย่างน้อยคำโกหกของผมทำให้จิ๊ดยิ้มออกนี่ "ดีใจจัง ฮิ ๆ จริง ๆ แล้วจิ๊ดเจอโน่แถวโรงเรียนบ่อยมากเลย แต่ไม่กล้าทัก กลัวโน่จำไม่ได้" อืม อย่าย้ำได้มั้ยเรื่องจำไม่ได้เนี่ย (เพราะจำไม่ได้จริง ๆ -_-) ผมฉีกยิ้มแหย ๆ ตอบ แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้คุยอะไรกัน เสียงทุ้มที่ผมรู้จักดีก็ชิงแทรกเข้ามา

"จิ๊ดอยู่สีชมพูเหรอ ก็อยู่กับโอมสิ"

"อื้ม โอมที่ป่วน ๆ ใช่มั้ย ปุณณ์อยู่สีเหลืองก็สีเดียวกับยูริสิ"

"ใช่" แล้วสองคนนั้นก็เปิดประเด็นคุยกันยาววว จนไม่เหลือช่องให้จิ๊ดได้หันมาชวนผมคุยอีก ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เอาเล้ย ตามสบาย มึงอยากจะเดินแทรกกลางระหว่างกูกับเอิ้น แถมยังชวนจิ๊ดคุยตลอดทางด้วยก็ตามสบายยย (ฮึ่ม!)

 

แล้วแม่งก็ทำจริง ๆ ครับ -_- ผมละอะเมซซิ่งที่มันสามารถชวนจิ๊ดคุยได้ตลอดทางอย่างน่าทึ่ง! (ปกติอยู่ด้วยกันมันยังไม่เคยพูดมากขนาดนี้เลยนะ) คิดดูว่าขนาดเดินลัดบนคันนา คันนาจริง ๆ ครับ มีต้นข้าวด้วย เหอ ๆๆ คือทางไปฝายเนี่ย ต้องเลาะคันนาไปประมาณหกเจ็ดแปลงได้กว่าจะถึง แต่แม้จะมีอุปสรรคเป็นคันนามาขวางกั้น มันก็ยังไม่ลดละที่จะหันมาชวนจิ๊ดคุยแบบ non-stop ไม่มีสะดุด เหอะ ๆ ดีเนอะมึง เต็มที่เล้ยยย จริง ๆ มึงกะจะจีบเขาใช่ไหม ผมแอบเห็นนัยน์ตาจิ๊ดเคลิ้ม ๆ อยู่เหมือนกัน เล่นเอาคันปาก อยากเตือนปุณณ์ตงิด ๆ ว่าระวังงานจะเข้าตัวเอง

ในที่สุด ฝัน(ของใคร)ก็สลาย เมื่อปุณณ์ถึงเวลาต้องจากพวกเราไปประจำโซนสีเหลืองของมันที่ต้นฝาย ทิ้งให้จิ๊ด เอิ้น และผม เดินต่อไปยังท้ายฝายเพียง 3 คน ซึ่งแน่นอนว่าก่อนไป แม่งยังไม่ลืมที่จะส่งสายตาดุ ๆ มาให้ เหอะ ๆ อะไรของมึง กลัวกูแย่งจีบเขารึไง เหอะ ป่านนี้เขาหลงรักมึงไปแล้วมั้ง

ผมเบะปากใส่ไอ้ปุณณ์ก่อนจะเดินจากมาพร้อมทั้งจิ๊ดและเอิ้นโดยแทบไม่ได้คุยอะไรกัน ไม่ใช่ว่าหงุดหงิดหรืออะไรหรอกนะครับ แต่อากาศมันร้อนมากกก ร้อนจนต้องเอาผ้าคลุมหัว ไม่งั้นได้เป็นลมแดดแหง นี่ขนาดไม่ทันเริ่มงานยังส่อแววอยากกลับไปนอนต่อขนาดนี้ แล้วพอเริ่มงานจะขนาดไหน ผมกับเอิ้นเดินบ่นเรื่องดินฟ้าอากาศเพลิน ๆ จิ๊ดก็ขอตัวแยกไป เพราะเรามาถึงโซนกลางฝายของพวกสีชมพูแล้ว ผมเหลือบเห็นไอ้โอมกำลังช่วยเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแบกกองหญ้าแฝกที่ต้องปลูกอยู่ไกล ๆ แต่ถึงไกลแค่ไหนมันก็ไม่ละความพยายามที่จะส่งยิ้มแถมทำหน้าชนะเลิศมาให้ หึหึ ไอ้เวร ทีงี้ละทำเป็นสุภาพบุรุษ แต่เวลาอยู่กับพวกกูน่ะกินแรงเอา กินแรงเอา ไอ้...! เป็นซะอย่างนั้นผมจึงชูนิ้วกลางใส่หน้ามันก่อนจะเดินผ่านไปอย่างละเหี่ยใจ

"โซนนึงกว้างเหมือนกันนะ จะทำไหวรึเปล่าเนี่ย" เอิ้นบ่นเสียงแผ่วเมื่อชักรู้สึกว่ากว่าจะเดินผ่านโซนที่สีต่าง ๆ รับผิดชอบนี่มันนานพอตัว นานจนไม่อยากจินตนาการว่าโซนตัวเองจะใหญ่แค่ไหน แถมไอ้ผมเป็นประเภทไม่ค่อยออกกำลังกายซะด้วย ก็ถึงจะอยู่วงโยฯ แต่หลัง ๆ มานี้แทบไม่เคยออกไปเดินแถวเลย มีแต่อู้ซ้อมในห้องตลอด ผิดกับเอิ้นที่ผมว่าไม่เห็นมีอะไรน่ากังวล ในเมื่อตอนซ้อมเชียร์พวกพี่เชียร์โดนหนักขนาดนั้น ใคร ๆ ก็รู้ว่าถ้าไม่ถึกจริงเป็นประธานเชียร์ไม่ได้หรอก

"ทำเป็นบ่นว่ะ มึงสบายอยู่แล้ว" คิดได้ดังนั้นผมจึงตบบ่ามันดังป้าบสองทีพร้อมรอยยิ้มเผล่ แต่ไอ้คนโดนตบแค่หันมายิ้มบาง ๆ ตอบ

"กูหมายถึงมึงอะ จะไหวรึเปล่า" อ้าวไอ้นี่ หวังดีหรือดูถูกกูวะ! ผมเลยต้องเลื่อนจากมือที่ตบหลังเป็นตบหัวแม่งแทน ฮ่า ๆๆ ประธานเชียร์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ถูกประธานชมรมต๊อกต๋อยบ้องเอาได้ง่าย ๆ เหมือนกันครับ ขอบอก

"โห! กูฟิตขนาดนี้ ดู ๆๆ" ว่าแล้วก็โชว์กล้ามแขน(หรือก้อนไขมัน) ให้มันดูเป็นขวัญตาซะหน่อย ฮ่า ๆๆ ไอ้เอิ้นถึงกับอึ้งไปเลย ก่อนมันจะเปิดปากพูดว่า

"โน่ มึงควรลดความอ้วนได้แล้วนะ" สัดดด ไม่ได้ขอความเห็นเว้ย!

 

***
 

เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ผมชักจะเห็นด้วยกับคำแนะนำของเอิ้นตงิด ๆ

ก็โอยยย ทำไมอากาศถึงได้ร้อนอย่างงี้วะ! ร้อนจนไขมันผมจะละลายหมดแล้วเนี่ย แถมยังซวยอีกที่ไขมันเยอะ เลยพากันละลายไหลออกมามากเป็นพิเศษ ฮึ่ยยย ครั้นจะให้ถอดเสื้อทิ้งตรงนี้ก็เกรงใจเด็กผู้หญิงในสี ไหนจะพวกแก๊งนางฟ้าต่างโรงเรียนที่อยู่ร่วมทีมเดียวกันอีก เป็นซะอย่างนั้นผมจึงต้องทนใส่เสื้อสีเขียวที่โคตรดูดซับความร้อนพอสมควรนี่ต่อไป แง่งงง

แถมการปลูกหญ้าก็ดูจะยากกว่าที่คิด เพราะจากตอนแรกนึกว่าจะง่าย ๆ สบาย ๆ ชิล ๆ แค่เอาเสียมขุดรูแล้วปักหญ้าลงไปก็เป็นอันเสร็จพิธี แต่ความเป็นจริงมันรันทดกว่านั้นมากครับ เพราะพื้นดินภาคอีสานนี้โคตรแห้งแล้ง (เกิดมาเพิ่งเคยเจอคำว่าแล้งของจริง ไม่เห็นกับตาคงไม่รู้ว่าจะแล้งได้ขนาดนี้) พื้นงี้แห้ง แตกระแหงจนเป็นดินแข็งโป๊กไปหมด ทำเอาพวกผมแทบขุดไม่ลง แถมเสียมก็มีไม่พอจำนวนคนอีก เลยต้องยกเสียมให้พวกผู้หญิงกับผู้ชาย(ที่ใจเป็นหญิง)แทน ส่วนไอ้แมน ๆ อย่างผมน่ะ (แมนจริง อะไรจริงครับ ณ จุดนี้ห้ามเถียง ฮาาา) ใช้มือโลด!

แน่นอนว่าผมใช้สองมือตะกุยดินเพื่อปักหญ้าแฝกจนฝ่ามือแตกลอกเป็นแผ่น ๆ ไปหมด พอ ๆ กับเอิ้นที่เริ่มมีเลือดไหลซึมบริเวณปลายเล็บ (ไอ้นี่โง่เอาเล็บจิกด้วยเหรอวะ) เราจึงชวนกันมานั่งอู้งานแถวใต้พุ่มไม้หลังเริ่มสำเหนียกว่าไม่ไหวจะตะกุยดินอีกต่อไป แต่แถวนี้ก็ดันไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเลยครับ จะมีก็แต่กอหญ้าสูง ๆ พอให้เข้าไปนั่งหลบแดดได้เท่านั้นเอง

"เฮ้ยโน่ มือเป็นไงมั่ง เอามาดูดิ๊" แล้วแม่งยังจะทำเป็นคนดีอีกนะไอ้เอิ้น เหอ ๆ ผมแค่นหัวเราะมองมือตัวเองที่มีแต่แผลกับรอยถลอกก่อนจะเหล่มองมือคนตรงหน้าที่อาการหนักกว่านั้นมาก จนปากผมอดที่จะเตือนสติมันไมได้ "กล้าถามกูนะ ดูมือมึงเองเหอะ เดี๋ยวกูเดินไปขออุปกรณ์ทำแผลให้เอามะ"

"เฮ้ยไม่ต้องอะ มือกูมันไม่สำคัญ มือมึงเหอะ เดี๋ยวเล่นดนตรีไม่ได้นะ"

โอ้ ผมเกือบลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลยนะเนี่ย "ไม่เป็นไร้! กูชิล เล่นไม่ได้ก็ดี จะได้ถือโอกาสอู้ชมรม ก๊ากกก" โอ๊ย! แล้วจะโบกหัวผมทำไมวะไอ้นี่! วิญญาณพี่ดิวเข้าสิงแม่งรึง้ายยย ผมกุมหัวตัวเองก่อนจะชี้หน้าไอ้เอิ้นเป็นเชิงฝากเอาไว้ก่อน

อันที่จริง ที่ตอนนี้ผมกับมันมีเวลามานั่งอู้ก็เพราะเหลือหญ้าอีกไม่เยอะเท่าไหร่แล้วครับ สีเราผลัดเวรกันพักเป็นคู่ ๆ (เป็นขี้ไม่ดีครับ เหม็น อ้าว ไม่ขำเหรอ เออ ไม่ปล่อยมุกแล้วก็ได้ ชิ!) และผมกับเอิ้นก็คือสองคนที่ยังไม่ได้พัก (โชว์แมนกันแบบสุด ๆ) ดังนั้นเพื่อนร่วมสีคนอื่นจึงเห็นพ้องต้องกันว่าควรให้พวกผมออกมานั่งพักสักที ส่วนหญ้าที่เหลืออีกนิดหน่อยพวกมันจะจัดการเอง อืม นี่ละคือสาเหตุที่ทำให้ผมได้มานั่งอิงแอบแนบชิดกับเอิ้นที่ข้างฝายอย่างนี้ แต่...แน่ะ ๆๆ แล้วไม่ต้องคิดจะเอาไปฟ้องไอ้ปุณณ์อะ เพราะมันน่ะเดินมานู่นแล้ว!

"ยังไม่เสร็จอีกเหรอเอิ้น" แล้วก็ฟอร์มเดิม ไม่คุยกับผม แต่คุยกับคนรอบตัวผมตลอด! ผมเหล่ไอ้ตัวดีที่เดินยิ้มเผล่มาแต่ไกล ก่อนจะนั่งแทรกกลางระหว่างเอิ้นกับผมอย่างโคตรไร้มารยาท

ขาดความอบอุ่นรึไงวะไอ้นี่!

"อือ เหลืออีกนิดอะ ฝายมึงเสร็จแล้วเหรอวะ"

"อืม เสร็จแล้ว มีคนโดดลงไปเล่นน้ำตรึม" แต่โหย ฟังดูน่าสนุกว่ะ! ผมที่นั่งฟังอยู่เกือบอดใจไม่ไหว จะอ้าปากชวนมันไปเล่นน้ำด้วยกันอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้นึกออกก่อนว่ายังเล่นสงครามเย็นกันอยู่นี่หว่า

แม่งเอ๊ย บางทีก็เบื่อทิฐิของตัวเองจริง ๆ

คิดได้ดังนั้นผมจึงหุบปากเงียบ แล้วปล่อยให้เอิ้นกับปุณณ์นั่งคุยรื่องสัพเพเหระร้อยแปดกันไปตามความพอใจ ขณะที่ความรู้สึกจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่เริ่มเข้าเล่นงานผมอย่างหนัก คงเป็นเพราะอากาศที่โคตรร้อนจนอยากจะนอนสลบไปให้พ้น ๆ นี่ละมั้ง แต่ระหว่างที่ผมกำลังนั่งสัปหงกหนังตาปรือจนแทบจะปิดอยู่แล้วนั่นเอง ดันเสือกเหลือบไปเห็นมือปุณณ์ที่มีแต่รอยเลือดกรังอยู่เต็มไปหมดเสียก่อน

"..." อยากถามว่ามันเจ็บไหมใจจะขาด แต่ก็ดันทิฐิเยอะจนไม่กล้าออกปากพูดก่อนซะนี่ สมเพชตัวเองไหมวะ

แต่แค่นี้คงไม่เสียฟอร์มมั้ง ผมแอบจับมือข้างนั้นของปุณณ์มากุมไว้เบา ๆ อย่างทะนุถนอม ด้วยเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเจ็บ พลางได้แต่หวังว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้คงทำให้มันรู้สึกได้ ว่าผมเป็นห่วงมัน

ปุณณ์ที่กำลังคุยอยู่กับเอิ้นหันมามองหน้าผมแว่บหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้ ฝ่ามืออีกข้างของปุณณ์ยื่นมาลูบหัวผมให้เอนซบบนแผ่นหลังกว้างของมัน จนผมต้องยิ้มรับการกระทำนั้น ก่อนจะแนบแก้มลงบนหลังปุณณ์ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังตระกองมือของปุณณ์ไว้

เมื่อไหร่มันจะยอมพูดกับผมก่อนสักที ผมอยากอ้อนมันใจจะขาดแล้วนะ

 

...
 

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ที่ความสงบสุขโอบล้อมรอบตัวผม ผมฝันหวานถึงกล่องข้าวปิกนิกบนยอดดอยท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย พร้อมเบียร์นุ่ม ๆ ผ่อนคลายจิตใจ และเสียงกีตาร์โปร่งส่งสำเนียงเป็นจังหวะครื้นเครง มันเป็นฝันหวานจนแทบไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมามาเจอความจริง (ว่าโคตรร้อน) แถมยิ่งมีสาวสวยกำลังรายล้อมพวกเราอยู่แบบนี้ด้วยละก็...

แต่เฮ้ย!!! ใครวะผลักกูตกเหว! ตกใจหมด!!! ผมที่หัวทิ่มลงไปเกือบถึงพื้น (ดีนะมีมือไอ้ปุณณ์คอยรองเอาไว้อยู่) ถึงกับสะดุ้งเฮือกตื่นเต็มตา ก่อนจะรู้ว่าไม่ได้มีใครผลักผมตกเหวหรอก แต่เป็นไอ้ปุณณ์ตัวขัดลาภต่างหาก ที่อยู่ดี ๆ ก็เสือกเขยิบตัวหนี ทำเอาผมสะดุ้งตื่นจากฝันดี แถมยังเกือบได้หัวทิ่มลงไปไถพื้นอย่างเมื่อกี้อีก ไอ้...!

"อ...!!!" กำลังจะอ้าปากด่าแต่ลืมตัวไปครับว่าอยู่ในช่วงสงครามเย็น ใครพูดก่อนแพ้ (แบบนี้ก็มีเหรอวะ) คิดได้ดังนั้นผมจึงต้องรีบเก็บคำด่าไว้ในใจ แต่ส่งออกไปทางสายตาอย่างเต็มเปี่ยม(และเคียดแค้น)แทน 'ไอ้สัด! มึงแกล้งกูเหรอ!' แน่นอนว่าผมส่งสายตาออกไปแบบนั้น ขณะที่ก็รู้สึกได้ว่าสายตาของไอ้ปุณณ์มันส่งกลับมาว่า 'ใช่ ก็กูแกล้งมึง จะทำไม' หน็อยแน่ะ ฝากเอาไว้ก่อน!

เสียงไอ้เอิ้นหัวเราะเอิ๊ก ๆ อะไรของมันอยู่ไม่รู้ครู่ใหญ่ ขณะที่ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นโดยมีมือของปุณณ์ช่วยพยุงให้ หึ! ไม่ต้องมาทำดีกลบเกลื่อนความเลวของมึงเมื่อกี้เลย กูไม่ว่าแต่กูไม่ลืม! ผมคิดอย่างแค้น ๆ ระหว่างปัดเศษดินและเริ่มเดินกลับไปยังหัวฝายกับพวกมัน

"เสร็จนานยังวะเอิ้น โทษทีกูหลับเพลิน" ผมเอ่ยปากขอโทษเอิ้น ก่อนมันจะโบกมือเป็นเชิงไม่ถือสา

"เออ ไม่เป็นไรไม่นาน เพิ่งเสร็จเมื่อกี้เอง เมื่อกี้โอม พ้ง กับปาล์มก็เดินมา แต่เห็นมึงหลับมันเลยหายไปละ สงสัยไปเล่นน้ำกัน"

"เชี่ย กูเล่นด้วยยย" โอ๊ย ยิ่งรู้แบบนี้ยิ่งพลาดไม่ได้ครับ! เพราะตอนขามาที่ผมเดินผ่านหัวฝายแล้วเห็นน้ำนองเต็มตลิ่งเนี่ย ต้องห้ามใจแทบแย่ไม่ให้ตัวเองกระโดดตู้มมม! ลงไป แล้วยิ่งได้มารู้ว่าเพื่อน ๆ แห่กันลงไปเล่นน้ำตีโป่งรอกันหมดแล้วแบบนี้ ยิ่งอดใจไม่ไหว อยากจะเหาะไปให้ถึงหัวฝายไว ๆ จะได้เล่นน้ำชุ่มฉ่ำสมใจสักที! (จำไม่ได้แล้วแฮะ ว่าเมื่อกี้ใครนอนหลับหมดแรงอยู่)

"เออ ไปดิ รีบ ๆๆ เดี๋ยวหมดเวลา" เอิ้นพูดพลางมองนาฬิกาข้อมือตัวเองแล้วดันหลังผมให้เร่งฝีเท้า ซึ่งแน่นอนว่าผมทำอยู่แล้ว

เย้! จะได้โดดน้ำแล้วว้อยยย

 

....
 

แล้วก็เป็นอย่างที่เอิ้นบอกจริง ๆ ด้วยครับ ที่ตอนนี้ชาวค่ายหลายสิบชีวิตกำลังกระโดดน้ำเล่นกันในฝายตูม ๆๆ อย่างเมามัน โดยเฉพาะไอ้โอม ที่โชว์ท่าลังกาหลังซะอลังการเพื่อหลีสาว (ถุย! หัวโขกขอบฝายกูจะขำซ้ำให้ฟันร่วง) แต่ดูเหมือนฝ่ายที่กรี๊ดรับมันเสียงดังระงมจะเป็นกะเทยซะเกินครึ่งมากกว่า (ก๊ากกก) เห็นดังนั้นผมจึงรีบถอดรองเท้าแล้วเดินตีนเปล่าไปสมทบกับเพื่อน ๆ โรงเรียนตัวเองและโรงเรียนอื่น ๆ ที่กำลังเล่นน้ำอยู่อย่างโคตรน่าสนุกทันที

"เฮ้ยเล่นด้วย ๆ โซนมึงเสร็จนานแล้วเหรอ" ผมนั่งยอง ๆ ถามไอ้โอมก่อน เพราะยังคิดไม่ตกว่าจะกระโดดท่าไหนดีจะถึงเท่กินใจสาว ทำเอาไอ้โอมที่กำลังสอนไอ้ปาล์มทำท่าปลาดาวในน้ำอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาตอบ

"เออ สีกูเสร็จนานแล้ว เล่นจนตัวจะเปื่อยแล้วเนี่ย"

"สีไอ้โอมเสร็จโคตรเร็วอะ แม่งโกงชัวร์" ไอ้ปาล์มได้ทีเงยหน้าจากท่าปลาดาวมาฟ้องผมบ้าง เลยถูกไอ้โอมไถบาซูก้าน้ำซัดเข้าใส่เต็มเปา เหอะ ๆ พวกมึงจะเล่นอะไรกันก็ช่วยคำนึงถึงอายุตามบัตรประชาชนบ้างอะไรบ้าง แล้วไอ้โอมมึงรู้ไหมว่านี่มันน้ำในฝาย ไม่ใช่ทะเลนะไอ้เพื่อนเวร

"กูว่าที่เสร็จเร็วเพราะไอ้โอมแดกเข้าไปไง เห็นหญ้าเป็นไม่ได้"

"พ่องงง" ฮ่า ๆๆๆ พวกผมระเบิดหัวเราะพลางแปะมือแท็กกันอย่างสะใจที่หลอกด่ามันได้ ก่อนเสียงดัง ๆ คู่หนึ่งจะตะโกนมาจากด้านหลังผมเอง

"ถอย ๆๆๆๆ!!!" มันคือเสียงไอ้เอิ้นกับไอ้ปุณณ์ครับที่วิ่งตะโกนขอทางมาแต่ไกล ก่อนจะแท็กทีมกันกระโดดลงฝายอย่างเด่น! สุดยอดดด หล่อแล้วยังโดดท่าเท่อีก แล้วกูจะเอาท่าไหนดีเนี่ย ผมเริ่มยืนมั่งพลางคิดว่าจะกระโดดหน้าลังกาเกลียวดี หรือควรบิดตัวครึ่งรอบ (นี่ก็เว่อร์ไป) แต่ดันมีใครไม่รู้มาชนผมจากด้านหลังเสียก่อน

ตู้มมม

ท่าเด็ดของผมเลยกลายเป็นเอาพุงลงน้ำด้วยประการฉะนี้ แอ็ก!!! เอวัง...

จุกกก!

เสียงชาวค่ายในฝายฮาครืนอีกครั้งเพราะท่าผมคงเหี้ยมาก (ไม่เจ๊งงง) แถมยังเจ็บพุงโคตร ๆ อีกต่างหาก โอยยย พุงกูจะแตก อย่าให้จับได้นะว่าใครถลามาชน พ่อจะฉีกเนื้อกินเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ผมร้องโอดโอยในน้ำเพราะจุก ขณะที่ไอ้เพื่อนเหี้ยนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว ยังมีหน้ามาสามัคคีกันกดหัวผมซ้ำอีก

แล้วเราก็เล่นน้ำอย่างสนุกสนานโคตร ๆ กันครับ เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเล่นน้ำในฝายแบบนี้เป็นครั้งแรก เพราะปกติจะเล่นแต่น้ำทะเล น้ำสระ หรือไม่ก็น้ำตกมาตลอด แต่น้ำในฝายทดน้ำอย่างนี้ยังไม่เคยลอง แล้วก็รู้สึกว่าชักจะน่ากลัวใช่ย่อยเหมือนกัน (เพราะลึกมาก ยืนไม่ถึงพื้นเลยครับ) แต่สนุกโคตร ๆ คงเป็นเพราะเพื่อนเยอะจนมั่นใจได้ว่าต่อให้จมน้ำไปก็คงมีคนช่วยทันแน่ ๆ ฮ่า ๆๆ (แล้วจะแช่งตัวเองทำไมวะ)

"กรี๊ดดด ไม่อ๊าววว"

แต่ระหว่างที่เรากำลังสนุกสนานกับการปีนขึ้นบนขอบฝายแล้วกระโดดตูมลงมาใหม่เพื่อครีเอตท่าประหลาดที่สุดเท่าที่จะประหลาดได้อยู่นั้น พลันก็มีเสียงกรี๊ดดังสนั่นจากแถว ๆ รถขายไอติมซึ่งมาจอดแวะเวียนขายไอติมแก่คนในค่ายอยู่ไม่ไกล

พวกผมหันไปมองต้นเสียงพร้อมกันเป็นตาเดียว จึงเห็นเด็กผู้หญิงหน้าตาอาโนเนะผิวขาวจั๊วะแต่ตัวแห้งสนิท (สาบานนะว่าวันนี้ตากแดดมาแล้วทั้งวันเหมือนกันน่ะ) กำลังถูกบรรดาเพื่อนสาวเนื้อตัวเปียกปอน พากันรุมฉุดกระชากลากถูให้ลงมาเล่นน้ำด้วยกันอยู่

"ม้ายยย ไม่เอาจริง ๆ นะ นะ นะ นะะะ" ผมมองยูริที่มือข้างหนึ่งถือช้อนไอติม ส่วนมืออีกข้างหนึ่งยกขึ้นไหว้บรรดาเพื่อนตัวดีปลก ๆ เป็นเชิงว่าไม่อยากลงน้ำจริง ๆ แต่ไม่ยักมีใครฟังสักคน ฮ่า ๆ (ว่าแต่ยูริกลัวน้ำเป็นด้วยเหรอ ผมเห็นตอนไปทะเลด้วยกันนี่แทบจะวิ่งลงคนแรก) แถมบรรดาสาวคอนแวนต์ก็ดูจะแรงเยอะมากเป็นพิเศษกับเรื่องแบบนี้ (ทีตอนปักหญ้าล่ะทำเป็นเหนื่อย ฮา) พวกเธอฉุดยูริมาจนถึงขอบฝายก่อนจะช่วยกันผลักเต็มแรง

ตู้มมม!

"ใจร้ายยย!!!" ยูริที่ถูกโยนลงมาไม่ไกลนักจากตัวผมหายลงไปในน้ำพักหนึ่งก่อนจะผุดขึ้นมาแหวเพื่อนตัวเองเสียงดังลั่น นำให้สาว ๆ คอนแวนต์กลุ่มนั้น (ที่มีจิ๊ดรวมอยู่ด้วย) หัวเราะตบมือกันสนุกสนาน ก่อนจะกระโดดน้ำตามลงมาเล่นด้วยกันอย่างครื้นเครง

"แฟนเก่าโน่ปะ น่ารักอะ ขอเซ้งได้มะ" พีทว่ายน้ำมาเลียบ ๆ เคียง ๆ ถามข้างหูผมเป็นเชิงแซว แต่เอาเถ้อะ ถ้าจีบติดก็เอา ทำให้ยูริมีความสุขยิ้มกว้าง ๆ ได้แบบเดิม ก็ตามสบาย

พวกผมทั้งหมดเล่นน้ำในฝายกันอีกพักใหญ่จนพี่สตาฟค่ายมาตบมือเรียกให้ขึ้นได้ เนื่องจากมีภารกิจต้องไปอาบน้ำแต่งตัว และเตรียมทานข้าวเย็นกันต่ออีก ดังนั้นพวกเราจึงทยอยขึ้นน้ำกัน แต่ขณะที่ผมกำลังยืนบิดน้ำออกจากเสื้ออยู่นั้น กลับเห็นว่าเหลือยูริเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมปีนขึ้นจากน้ำสักที

"ยูเป็นไรอะ" เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมจำได้ว่าชื่อเมย์ตะโกนถามยูริจากขอบฝาย เพราะคนอื่น ๆ พากันขึ้นมาหมดแล้ว แต่ยูริยังส่ายหน้าไม่ยอมตอบ

"ขึ้นมาสิยู เดี๋ยวห้องน้ำคนเยอะนะ" แต่ยูริก็ยังไม่ยอมขึ้นอยู่ดี

ผมหันไปมองยูริขณะกำลังยืนบิดน้ำออกจากเสื้อสีเขียวของตัวเอง ที่ตอนนี้เปียกโชกจนกลายเป็นสีเขียวเข้ม ๆ เรียบร้อย แล้วก็เกิดนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง

"เฮ้ยโน่ ไปยัง" โจ๊กหันมาถามผมขณะมันกำลังใส่รองเท้าแตะเพื่อเตรียมตัวเดินกลับโรงเรียนอยู่ (เน้นอีกที ไม่ใช่โรงแรม) แต่ผมยกมือขอเวลาแป๊บ ก่อนจะถอดรองเท้าแตะแล้วกระโดดลงไปในน้ำใหม่อีกครั้ง

ยูริดูตกใจไม่น้อยที่ผมแหวกน้ำตรงไปหาเธอ แต่ผมก็ยังดึงดันที่จะทำแบบนั้นต่อ แม้ยูริอาจไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอย่างผมแล้วก็ตาม

ผมหยุดประจันกับใบหน้าที่เคยรู้จักดี ก่อนจะถอดเสื้อยืดของตัวเองออก แล้วค่อย ๆ สวมให้อีกฝ่าย

"ไม่ต้องคืนก็ได้นะ" ผิวเนื้อขาวเย็นชืดของยูริแทบจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกับเสื้อยืดสีขาวตัวบางเธอที่ใส่อยู่ เผยให้เห็นสายเสื้อในสีดำโผล่ออกมาชัดเจน เพียงเท่านี้ผมก็พอเข้าใจ ว่าทำไมยูริจึงไม่ยอมขึ้นจากน้ำ และทำไมเธอถึงไม่อยากเล่นน้ำตั้งแต่แรก

ยูริก้มหน้านิ่งไม่สบตาผม ซึ่งผมก็ไม่ได้หวังคำขอบคุณหรืออะไรตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อสวมเสื้อยืดสีเขียวเข้มให้เธอเสร็จ ผมจึงรีบว่ายน้ำกลับมาหาเพื่อน ๆ อีกฝั่งทันที

"โห่ โชว์แมนว่ะ พุงยื่นแล้วยังจะเดินถอดเสื้อกลับอีก ฮ่า ๆ หนาวปะวะ" ไอ้โอมครับ มันโยกหัวผมไปมาเหมือนอยากล้อ แต่ฟังคำหลังดูก็พอจะรู้ว่าแอบห่วง ผมยอมรับว่ารู้สึกเย็น ๆ นิดหน่อยแต่ทนได้สบายมาก เห็นพวกเพื่อน ๆ มองหน้ากันเองเหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนไอ้นันท์จะเริ่มถอดเสื้อออกบ้างเป็นคนแรก

"อะ! ไหน ๆ โน่ก็โป๊แล้ว เอาเป็นเพื่อนมันหน่อยละกัน!" ว่าแล้วทุกคนก็ร้องเฮพลางถอดเสื้อออกมาพาดบ่าหมด! ฮ่า ๆ เสื่อมว่ะ เด็กผู้หญิงเขากลัวพวกมึงจะทำไง ผมยกมือตบไหล่พวกมันทุกคนแทนคำขอบคุณที่ช่วยมาหนาวเป็นเพื่อนกัน ก่อนจะพากันกอดคอเดินจากบริเวณฝายไป

ความรู้สึกหัวใจกำลังพองโตแบบนี้ คงไม่ได้เป็นเพราะมันบวมน้ำใช่มั้ย : )

 

 

TBC.

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31,671 ความคิดเห็น

  1. #30806 meenty1234 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 14:52
    โน่คงไม่คิดจะกับไปคบกับยูใช่ไหม
    #30,806
    0
  2. #30726 Lucia Eve (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 12:41
    โน่อยากอ้อนปุณณ์จะตายอยู่แล้ว จบสงครามเถอะแฟนเกิร์ลจะบร้าตาย ><
    #30,726
    0
  3. #30609 mitake (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:55
    งอนกันได้น่ารักมากกกกกก จะรอดูนะว่าใครจะหลุดก่อนกัน 555555555
    #30,609
    0
  4. #30474 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 18:34
    โอ้ยยยยยยยยยยยยฮาสงครามเย็นโว้ะ

    ถ้าจะงอนกันน่ารักขนาดนี้อ่ะนะ555555555555

    โอ้ยยยยยยยยตอนนี้โน่หล่อมากอ่ะสุดๆงืออออออออเขิน

    #30,474
    0
  5. #30396 pinpin (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 6 มกราคม 2557 / 17:41
    ทำไมงอนกันน่ารักจังคู่นี้ 555555555
    ตอนนี้โน่อย่างหล่ออ่ะ ฮิ้วววววว
    #30,396
    0
  6. #30230 SMOKYRAIN (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 19:58
    สงครามเย็นคู่นี้ฮาาาา 55555
    แก๊งนี้ก็น่ารักก><

    โน่ยังเป็นสุภาพบุรุษเหมือนเดิม
    ยูยังจะโกรธลงจริงๆหรอ><

    ปล.ตกลงโน่อ้วนจริงใช่มั้ยย5555555
    #30,230
    0
  7. วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 11:56
    อ่านแล้วฮามากกกกกก ยิ้มไม่หุบเลย ชอบอ่ะ เพื่อนแก๊งนี้น่ารักมากๆ รักเพื่อนแบบนี้ ><
    #30,127
    0
  8. #30121 แรมน้อย (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 02:00
    โอ๊ยยยย กูฮาสงครามเย็นนนนนนนนนน ไอ่คู่นี้น่ารักจริง ขนาดเอิ้นยังแอบขำ


    กรี๊ดดดด โน่แมนเว่อ ยูหายโกรธโน่นะ


    ปล. คิดถึงสันทนาการ คิดถึงบรรยากาศค่ายอาสาเลย คิดถึงมหาลัยจัง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 27 ตุลาคม 2556 / 02:03
    #30,121
    0
  9. #29953 Akanan Nakbunnon (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 14:49
    สนุกมากกกก อ่านมาสองรอบ(รอบแรกไม่อ่านตอนจบ)#เพื่ออออ แต่ก็ต้องขอบคุณพี่เห็ดมากๆที่แต่งนิยายสนุกๆ เนื้อหาดีเรื่องนี้มาให้อ่าน เป็นนิยายที่ครบทุกรสจริงๆ ขอขึ้นแท่นนิยายในดวงใจไว้เลย >.<
    #29,953
    0
  10. #29886 sosozee (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 12 กันยายน 2556 / 13:03
    รัก โน่ ปุณน์(o^^o)
    #29,886
    0
  11. #29634 ELFIM_JUNG (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2556 / 01:42
    แมนมากกกกกกกก
    #29,634
    0
  12. #29604 Pann (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 20:52
    ย้ายทัพกลัยมาเป็นแม่ยกปุณ มีแฟนงี้รักตาย จะหึงแต่ก็ยังมาตามหวง คริคริ น่ารักอ่าาาาา (พูดเป็นรอบที่ร้อยเจ็ดสิบเก้าตั้งแต่อ่านมา)
    #29,604
    0
  13. #29575 Nut (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 16:14
    โน่อย่างแมนนนนนนนนนนนนนนน
    #29,575
    0
  14. #29429 MayKamon (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 23:03
    ช้านอยากได้เทอเป็นพ่อของลูกนะโน่^^
    (อิปุณกระโดดถีบ)
    #29,429
    0
  15. #29324 gemello (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 18:22
    เล่นสงครามเย็นกันอยู่นั่นแหละ
    #29,324
    0
  16. #29164 ฮอลล (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 21:34
    โน่แมนมากกก
    #29,164
    0
  17. #28967 ∞.βaяrettë (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 02:06
    โน่น่ารักอ่ะะ 555555555555
    #28,967
    0
  18. #28945 โส-มม (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 21:34
    สงครามเย็น แต่โน่น่ารักอ่ะ อ้อนปุณณ์ 5555555555555555555
    #28,945
    0
  19. #28805 Princecloudye (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 09:56
    โน่แม่งซึน 5555555555



    โน่นายแมนมากอะ



    เพื่อนโน่มีถอดเสื้อเป็นเพื่อนด้วยยยย 
    #28,805
    0
  20. #28769 Cartoon_Ppan (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:43
    เพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัวจริงๆ

    ยูริเข้าใจโน่ที่เหอะ
    #28,769
    0
  21. #28655 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:19
    โว๊ะ!!! คู่นี้เมื่อไหร่จะเคลียร์กันได้ซักทีเนี่ย..
    งอนกันไปงอนกันมาอยู่นั่น.. - -"
    น้องปุณณ์ก็เลิกงอนน้องโน่ได้แล้วคะ..
    น้องโน่เค้าบอกอยากอ้อนน้องปุณณ์ไม่ไหวแล้วนะ..
    กร๊ากกกกกก ณ จุดจุดนี้มันฟินคะ!!! >////<
    #28,655
    0
  22. #28554 JENNYHA (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 31 มกราคม 2556 / 19:28
    เพิ่อนที่ดีจัง
    #28,554
    0
  23. #28467 Purich28 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 18:24
    ปุณณ์อ่า หึงก็ไปพูดตรงๆดิ ฮ่าๆ
    #28,467
    0
  24. #28378 KiHaE*129 (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 01:17
    เล่นสงครามเย็นกันจริงๆ

    แมนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #28,378
    0
  25. #28059 berry berry (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2555 / 18:21
    ยูหายโกรธโน่ได้แล้วน๊าาาาาาา
    #28,059
    0