LOVE SICK : ชุลมุนหนุ่มกางเกงน้ำเงิน [YAOI]

ตอนที่ 65 : 55th CHAOS - am I...?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,864
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    2 เม.ย. 63


55th CHAOS - am I...?
 

ดีเซลบนข้อมือผมบอกเวลาเกือบหกโมงเย็นตอนที่เราทั้งคู่มาถึงหน้ารั้วบ้านหลังใหญ่แปะป้าย ภูมิพัฒน์ กัน จะว่าไปแล้วก็ไม่ได้แวะมาพักหนึ่งเลยนะเนี่ย นึกถึงเมื่อปลายปีก่อนที่ถ่อมาเกือบทุกวันแล้วรู้สึกจั๊กจี้พิลึก ผมยืนดูดอกแก้วหน้ารั้วบ้านปุณณ์ที่เริ่มบานส่งกลิ่นหอม ขณะเจ้าของบ้านง่วนกับการเปิดประตูเล็กโดยมีถุงก๊อบแก๊บจากซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มมืออยู่ (ผมช่วยมันถือครึ่งหนึ่งแล้วนะ แต่ไม่รู้แม่งกะซื้อมาล่อน้องแป้งหรือล่อตัวเองกันแน่ เพราะโคตรรรเยอะเลย)

"พี่ปุณณ์!" แต่นั่น เอาแล้วไง มาถึงปุ๊บก็เจอปั๊บ (ยังกับเลี้ยงลูกกรอกตัวเดียวกับพี่ชาย) ผมผงะไปก้าวหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงใส ๆ ตะโกนเรียกพี่ชายตัวเองจากซุ้มไม้ตรงสนามหน้าบ้าน ก่อนน้องแป้งจะผุดยืนขึ้นเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีแค่ปุณณ์ที่เดินเข้ามา

"พี่โน่!!!"

เอ่อ...ถ้าวันนั้นใครอยู่แถวทองหล่อแล้วรู้สึกได้ถึงแผ่นดินไหวก็ไม่ต้องแปลกใจนะครับ -_- เพราะน้องแป้งเล่นแหกปากลั่นยังกับเจอทอง (อ๋อ แต่ก็อย่างว่า เพราะผมมันหนุ่มเนื้อทอง อิอิ แต่เดี๋ยวนะ ใครบอกว่าผมตัวเงินตัวทอง เดี๊ยะะะ) แถมส่งเสียงดังไม่พอ ยังพุ่งมากอดผมแน่นยังกับผมเป็นมาสคอตหมีโคอาล่าอีก!

"ได้ข่าวว่าไม่ยอมอ่านหนังสือสอบ" ดังนั้นพอเจอตัวเจ้าลูกหมีปุ๊บผมจึงแกล้งดุซะเลย หึหึ แต่น้องสาวไอ้ปุณณ์กลับพองลมเข้าแก้มป่อง แถมยังหันไปค้อนพี่ชายอีกต่างหาก "ฟ้องพี่โน่เหรอ!" พี่มันโดนดุเลยแทนครับ ฮ่า ๆ

"เปล่าาา แค่บอก...ก็แป้งดื้อจริง ๆ นี่คะ วันนี้จะอ่านหนังสือได้รึยัง"

"แต่วันนี้ช่องทรูซีรีส์มี American Dad นี่นา แป้งอยากดูอะ" อ๋อ เรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่เองปุณณ์ถึงต้องวุ่นวายควานซื้อขนมในวิลล่าซะหลายชั่วโมง

ผมที่ได้ยินดังนั้นอมยิ้มแก้มปริอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า เหลือบมองดูปุณณ์ก็เห็นว่ามันพยักพเยิดให้หยิบไม้ตายออกมาโชว์สักที "งั้นน้องแป้งไม่เอานี่ใช่ปะ" แท่แด๊ม! มันคือเค้กมูสช็อกโกแลตเนื้อนุ่ม ครีมนิ่ม จากมูสแอนด์เมอแรงก์ ร้านนี้ที่ปุณณ์คอนเฟิร์มว่าน้องแป้งเดินผ่านเมื่อไหร่ เป็นต้องตะครุบกลับบ้านไม่ต่ำกว่า 2 ชิ้นทุกครั้ง เพียงแต่วันนี้น้องแป้งแค่นั่งอ่านหนังสือ(เรียน)อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ต้องออกไปข้างนอกให้เมื่อย ก็ได้กินเค้กอร่อย ๆ แล้ว!

แลกกับการอดดูซีรีส์ (ที่อาทิตย์นึงผมเห็นทรูเอามารีรันตั้งสามสี่รอบ) แล้วก็ไปอ่านหนังสือเตรียมสอบเอ๊ง (แต่ถ้าเป็นผมนะ ผมจะขโมยเค้กมากินไปแล้วก็ดูทรูซีรีส์ไป ไม่เห็นยาก)

"พี่ปุณณ์พี่โน่เล่นงี้เลยเหรอ..." อ้าววว แต่อย่าเอาพี่ไปเหมารวมดิครับแป้ง! แผนชั่วแบบนี้คนบงการเป็นพี่ชายหนูคนเดียว คนจ่ายตังค์ก็มันเองคนเดียวเหมือนกัน พี่ไม่มีเกี่ยวจริง ๆ นะ (เพราะตังค์จะซื้อคลอเร็ทดับกลิ่นปากหลังกินเนื้อย่าง พี่ยังไม่มีเลย)

ผมฉีกยิ้มให้เด็กผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้าพลางขยี้ผมเปียนั้นเบา ๆ อย่างเอ็นดู "ไปอ่านหนังสือไป้ แล้วเดี๋ยวค่อยเล่นเกมกัน"

"จริงนะ! เดี๋ยวแป้งอ่านจบบทที่หกพี่โน่ต้องเล่นเกมกับแป้งนะ"

"อือ แต่อยู่แค่สองทุ่มนะ รีบอ่านละ" ผมกำชับเคอร์ฟิวไว้ก่อนน้องสาวปุณณ์จะยิ้มร่า วิ่งไปหอบเอาเครื่อง PSP ที่คงนั่งเล่นอยู่ในซุ้มตะกี้เข้าบ้าน (เออ นิสัยเหมือนกูแฮะ) โดยมีปุณณ์ตะโกนกำชับไล่หลัง

"อ่านเสร็จแล้วทำแบบฝึกหัดท้ายบทมาให้ตรวจด้วยนะแป้ง!"

"ค่าาา!"

อ้าวแล้วนั่นรีบจนสะดุดประตูบ้านอีก ผมละขำกับท่าทางเพี้ยน ๆ ของน้องสาวปุณณ์มัน ก่อนเสียงลูกชายเจ้าของบ้านจะแว่วเข้าหูผมว่า "กูลงทุนซื้อเค้กมาทำไมเนี่ย แป้งเห่อมึงยิ่งกว่าเค้กอีก"

ก็แหงสิ กูมันหล่อนี่หว่า ฮ่า ๆๆ

 

***
 

หลังจากน้องแป้งถอยทัพไปอ่านหนังสือเรียบร้อย เราสองคนก็แวะยืนคุยกับลุงหนันที่กำลังรดน้ำต้นไม้ในสวนอีกพักหนึ่ง แต่แค่นั้นมันไม่สะใจวัยรุ่นครับ เพราะไหน ๆ ชวนลุงหนันคุยซะเพลินแล้วก็ขอลงพื้นที่รดน้ำต้นไม้ด้วยตัวเองสักหน่อย หึหึ แล้วเป็นไงล่ะ ผลตอบรับเสือกดีเกินคาด เพราะสายยางแม่งกวนตีนเหมือนลูกชายเจ้าของบ้านไม่มีผิด! ก็จะไม่ให้ผมด่าสายยางบ้านมันกวนตีนได้ไงอะครับ เพราะพอผมกดปลายสายหวังจะให้น้ำพุ่งไปรดต้นไม้ข้างหน้า แต่มันเสือกพุ่งกลับมาหาตัวผมเองซะงั้น! (ไอ้เวร ไม่รู้จะหาคำไหนมาด่าดี) ปุณณ์บอกว่าผมไม่มีหัวทางฟิสิกส์ (เกี่ยวเหรอวะ) แต่อย่าหวังว่าคนอย่างโน่จะยอมแพ้ เพราะยิ่งโดนดูถูกว่าโง่ฟิสิกส์เท่าไหร่ (ตกลงเกี่ยว?) ก็ยิ่ง...โง่เท่านั้น -_- (กูพูดทำไมวะ) สายยางห่าไรเนี่ยไม่ได้ดั่งใจกูเล้ยยย แถมรดไปรดมา บีบไปบีบมา เสือกแจ็กพอตแตก พุ่งไปทางไอ้หน้าหล่อ (แต่ขี้บ่น) ที่มายืนพล่ามเรื่องแรงดันน้ำและการเสียดสีห่าเหวอะไรสักอย่างอยู่ข้าง ๆ ผมอย่างเต็มเปา ฮ่า ๆๆ กางเกงเปียกเลยมึง!

แต่พอเถอะ -_- เปียกเกินจะทนละ เพราะถ้าสายยางมันทรยศไปพุ่งใส่เจ้าของบ้านได้ คนมาเยือนอย่างผมก็ไม่เหลือเหมือนกัน -_- แม่งกวนตีนกู เดี๋ยวสังคังถามหากันพอดี ผมตัดสินใจยกธงขาว มอบตำแหน่งคืนให้ลุงหนันผู้พิชิต(สายยาง) ก่อนจะเดินเถียงกับปุณณ์ไปตลอดทางว่าใครกันแน่ที่ผิด (แต่ผมว่ามันนั่นแหละผิด ไหนว่าเก่งฟิสิกส์แล้วไม่เสือกคำนวณดูล่ะวะ ว่าตรงที่มึงยืนมันคือวิถีกระสุนพอดี)

เราเดินกันไปเถียงกันไปไม่ยอมหยุดจนถึงโถงของบ้านใหญ่ ที่สามารถมองทะลุไปห้องนั่งเล่นได้ แต่ปุณณ์กลับหยุดฝีเท้าไว้แค่นั้น ปล่อยให้น้ำจากปลายกางเกงและถุงเท้าของเราทั้งคู่ หยดลงบนพื้นหินอ่อนที่เพิ่งเดินเข้ามา

"พ่อ..."

"เออ พ่อมึงดิ ใครใช้ให้ไปยืนตรงนั้นวะ กูบอกแล้วไงว่ากูใช้สายยางมึงไม่เป็น แล้วยัง...อะไรนะ" ผมที่พล่ามเพลินไปหน่อยถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อชักเรียบเรียงถูกว่าอะไรเป็นอะไร

"ปุณณ์ กลับบ้านแล้วเหรอ" แถมเสียงผู้ชายที่แทรกมายังย้ำความโง่ของผมอีก ทำเอาต้องรีบยกมือไหว้แทบไม่ทัน ไอ้หยา

"หว...หวัดดีครับ"

"ไหว้พระเถอะโน่ ไม่ได้มานานเลยนะ" พ่อมันรับไหว้ผมพร้อมรอยยิ้มอย่างใจดี ซึ่งอันที่จริงแล้วผมเคยเจอพ่อปุณณ์บ้างเพราะมาบ้านนี้ออกบ่อย แต่ไม่เคยเจอตั้งแต่หัววันแบบนี้ เพราะปกติทั้งสองคนกลับค่อนข้างดึกแถมยังไม่เป็นเวลาอีกต่างหาก

"แล้วไปซนอะไรมาเนี่ย เปียกกันทั้งคู่เลย" เสียงแม่ปุณณ์เสริมหลังจากเพิ่งรับไหว้ผมเสร็จ ทำเอาผมถึงกับยิ้มแหะ ๆ เพราะสภาพเราสองคนเหมือนเพิ่งขี่มอ'ไซค์ฝ่าวงเล่นสงกรานต์มาก็ไม่ปาน คือมันไม่ถึงกับเปียกซ่กอะครับ แต่มันก็เปียกแบบ...เย็น ๆ ไข่ (เอ๊ะ คำอธิบายผมติดเรตป่าวเนี่ย)

"โน่รดน้ำต้นไม้มาโดนปุณณ์อะแม่ ดูมันดิ" แล้วไอ้ห่านี่ได้ทีฟ้อง! นิสัยเสียนะมึง! ทำตัวเป็นเด็ก ๆ

แบบนี้จะให้ผมยืนเป็นเป้านิ่งให้มันโจมตีได้ไง "ไม่จริงเลยครับแม่ ปุณณ์เอาตัวมารับน้ำแทนต้นไม้เองครับ"

แต่ไม่รู้มีอะไรน่าขำ เพราะทั้งพ่อแม่ปุณณ์หัวเราะคิก ก่อนผู้หญิงมีอายุตรงหน้าจะโบกมือไล่เรา "แม่ว่าไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนไป โน่ก็ผึ่งเสื้อผ้าไว้ที่ระเบียงห้องปุณณ์ก่อนก็ได้ ผ้าแห้งเมื่อไหร่ค่อยกลับนะ หรือคืนนี้จะค้างจ้ะ"

"อ๋อ ไม่อะครับ เดี๋ยวผ้าแห้งก็กลับแล้ว"

"งั้นปุณณ์กับโน่ขึ้นห้องก่อนนะครับ" ไอ้ปุณณ์ได้ทีรีบตัดบทพลางดันหลังผมหมายจะให้เดินขึ้นบันได แต่ไม่ไวกว่าเสียงพ่อมันที่ดังมาก่อนเราทันขยับขา

"เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมานี่หน่อยนะปุณณ์ พ่อมีเรื่องต้องคุยด้วย"

"ครับ" แต่ทำไมฟังดูเครียด ๆ แฮะ

 

***
 

เราสองคนปิดประตูห้องนอนเนื้อไม้พร้อมทิ้งกระเป๋านักเรียนบนพื้นพรม โดยเจ้าของห้องมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นชัด

ผมแอบมองท่าทางปุณณ์ที่ค่อย ๆ ถอดเสื้อออกราวกับว่าอยากยื้อเวลาให้นานที่สุด แต่ก็ไม่มีความกล้าพอจะถามมันว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมปุณณ์ถึงมีท่าทีแบบนี้หลังจากรู้ว่าพ่อมีเรื่องต้องคุย

"โน่รอในห้องแล้วกัน ผมคุยกับพ่อแป๊บเดียว เดี๋ยวมานะ จะเปิดคอมหรือเล่นเกมรอก็ได้" อืมมม เล่นเกมอยู่แล้วแหละ ผมพยักหน้ารับคำนั้นพลางส่งยิ้มให้คนพูดโดยหวังให้มันสบายใจ แต่ผมจะรู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อยิ้มของปุณณ์ดูแปลกไปไม่เหมือนเคย

"กูรอนะ" ผมพูดย้ำการกระทำอีก เพราะต้องการให้คนฟังรู้ว่า ไม่ว่าสิ่งที่มันกำลังคิดอยู่จะเป็นเรื่องอะไร แต่ปุณณ์ยังมีผมที่รอให้กลับมาพักใจได้เสมอ

ปุณณ์คลี่ยิ้มกว้างก่อนจะดึงผมไปกอดไว้หลวม ๆ "อืม" และใช้ริมฝีปากสีอมส้มนั้นจูบผมแผ่ว ๆ "กูรักมึงนะ เดี๋ยวกูมา"

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ผมก็ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าภาพแผ่นหลังปุณณ์ที่หายไปหลังประตูทำให้เกิดความหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

หรืออาจเป็นตัวผมเอง ที่คิดมากไป
 

...

...
 

'BOMMME'

โอ่ยยย แล้วทำไมแม่งอ่อนจังวะ! ผมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โต๊ะคอมฯ เมื่อทีมตัวเองเพิ่งตีศิลาฝ่ายตรงข้ามแตกเป็นรอบที่ 3 เรียบร้อยศิษย์ลูกอินทรี โดยล่าสุดทีมตรงข้ามพวกผมเป็นเด็กโรงเรียนชายล้วนแถว ๆ สีลม เพื่อนบ้านกันนี่เองครับ ปกติเวลาเจอกันแถวสยาม พวกมันชอบไล่กระทืบเด็กโรงเรียนผมบ่อย ๆ (เป็นไรมากปะ) ด้วยความเก็บกดมาก ๆ เข้า เลยต้องมาไล่ตีพวกแม่งคืนในเกมแทน ฮ่า ๆๆ ไม่ได้ปอดแหกนะ แค่รักความสงบเอ๊งงง

 

BEATdaRULEZ : ek game ma?

 

แล้วไอ้เชี่ยเก่งเอาแรงมาจากไหนนักหนาวะ ขี้เกียจแล้วโว้ยยย ขอทำอย่างอื่นมั่งเห้อะ! ผมกำลังจะพิมพ์ด่ามันอย่างนั้น แต่ไอ้โด่งชิงตัดหน้าก่อน

 

ollo : gu poad taaaaaaaaa out out out

nowayout : ok jer nai m

 

ผมตัดบทก่อนจะปิดเกม เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หน้าต่างเก่งเด้งขึ้นมาทาง MSN พอดี

 

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: แม่งซุยแต่อ่อนชิบหาย

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: กูคิลแม่งเลย

 

สรุปว่ายังอารมณ์ค้างกับเกมเมื่อกี้อยู่ครับ ฮะ ๆๆ ผมขำพลางพิมพ์ข้อความตอบมันในช่องสี่เหลี่ยม

 

โน่ พูดว่า: เกมจบ อารมไม่จบว่ะ 5555+

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: เออ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: เด๋วกุลากไอ้โด่งมาต่างนี้ก่อน

 

มันว่างั้นก่อนจะใช้เวลาไม่ถึงนาที ชื่อของไอ้โด่งก็ถูก invite เข้ามาในห้องสนทนาเดียวกัน

 

++[ •สมาคมเชื้อโรคแห่งประเทศไทย •]++ พูดว่า: ลากไมแสรดดดดดด

++[ •สมาคมเชื้อโรคแห่งประเทศไทย •]++ พูดว่า: กุจะไปอาบน้ามมม

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: อย่าเพิ่งเด้ คุยก่อน

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: นึกจะสะอาดไรวันนี้วะ

++[ •สมาคมเชื้อโรคแห่งประเทศไทย •]++ พูดว่า: ไอ้จวย กุสะอาดทุกวันเหอะ

โน่ พูดว่า: 555+

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: เชี่ยโน่ อย่าเอาแต่ขำ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: มึงอยู่ไหนเนี่ย

 

อ้าว แล้วรู้ได้ไงเนี่ย เก่งสมชื่ออีกละมึง

ผมอึ้งไปก่อนจะพิมพ์ถามกลับแบบยังไม่ยอมรับซะทีเดียว

 

โน่ พูดว่า: ทำไมวะ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: กูจับพลังได้

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: อยู่บ้านไอ้ปุณณ์เหรอ

 

โห ตำรวจเขาฝึกมึงมาดีเนอะ กูว่าเรียนจบไปทำงานดมกระเป๋าตรวจปุ๊นที่สนามบินเถอะ ท่าจะรุ่งกว่าเรียนมหาวิทยาลัยเยอะ

 

โน่ พูดว่า: อือ

++[ •สมาคมเชื้อโรคแห่งประเทศไทย •]++ พูดว่า: อ้าว ไหนว่าวันนี้กลับบ้าน

 

โดนไอ้เก่งจับได้ไม่พอยังโดนไอ้โด่งย้ำอีก! เออ กูก็ว่าจะกลับอยู่ แต่...ผมหันไปมองเนื้อไม้ของประตูห้องนอนเป็นรอบที่ร้อย เพื่อจะพบว่าปุณณ์ยังไม่กลับมา

 

โน่ พูดว่า: กลับดึกๆหน่อยมั้ง?????????

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: กิ้วๆๆๆ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: ติดแฟนเหรอหนุ่มน้อยยยย

โน่ พูดว่า: พ่อง

 

ก็ปากมึงเนี่ยนะ เลี้ยงหมาพอ ๆ กะไอ้เชี่ยโอมเลย ผมส่ายหัวขำ โดยมีเลข 5 ยาวยืดจากไอ้สมาคมเชื้อโรคแห่งประเทศไทย ก่อนมันจะขอตัวออฟไลน์ไปอาบน้ำ (อาบน้ำแค่นี้ถึงกับ offline ว่ะ) สุดท้ายเหลือแค่เก่งกับผมในห้องสนทนา

 

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: เออไอ้โน่

โน่ พูดว่า: ไร

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: กูมีเรื่องอยากถามมึงมาพักนึงและ

โน่ พูดว่า: เรื่องไรวะ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: มึงกะไอ้ปุณณ์อะ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: เป็นไรกันวะ

 

อ้าว...ข้อความที่เก่งเพิ่งพิมพ์ส่งมาทำเอาผมถึงกับนิ่ง ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ ระหว่างอ่านทวนประโยคนั้นเป็นรอบที่สอง

จะว่าไปผมก็ไม่เคยบอกใครให้กระจ่างเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองกับปุณณ์จริง ๆ ผมปล่อยให้คนนู้นคนนี้แซวตามสะดวก แรก ๆ อาจมีด่ากลับบ้างตามประสาคนไม่ชิน แต่ช่วงหลัง ๆ ผมปล่อยคนนู้นคนนี้แซวไปตามชอบ โดยไม่เคยออกมาพูดว่าความจริงคืออะไรเลยสักครั้ง จนบางทีผมก็เกือบลืมไปแล้วว่า ที่เพื่อนพูดเพื่อนแซวกันน่ะ มันเป็นการแซวโดยที่คนพูดแทบไม่รู้ความจริงเลยด้วยซ้ำ

 

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: หรือไม่สะดวกบอกกูวะ

บร๊ะเจ้าโจ๊ก ชาบู ชาบู พูดว่า: ไม่เป็นไรนะมึง

 

ผมคิดว่าเก่งคงรู้สึกไม่น้อยกับการที่ผมไม่เคยบอก ทั้งที่เราสนิทกันในระดับหนึ่ง ผมยอมรับว่าถ้าตัวเองเป็นเก่งก็คงรู้สึกประหลาด ถ้าต้องฟังเรื่องเพื่อนตัวเองผ่านปากคนอื่น โดยที่เราไม่เคยรู้ความจริงจากเพื่อนของเราเลยสักนิด

นิ้วมือผมพรมบนคีย์บอร์ดด้วยความตั้งใจจะตอบ ถ้าเสียงเคาะประตูไม่ดังขึ้นก่อน

ก็อก ก็อก ก็อก

ปุณณ์? ผมสะดุ้งพร้อมหันไปมองประตูเร็วยิ่งกว่าถูกไฟช็อต และเพียงแค่กระโดดพรวดเดียวก็คว้าถึงลูกบิดทันที "เป็นไงมั่งวะ! อ้าว น้องแป้ง"

เพราะคนที่ยืนรออยู่ไม่ใช่เจ้าของห้องแต่เป็นน้องสาวมันครับ ผมตะลึงมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนหยดน้ำตาเต็มสองแก้มด้วยทำอะไรไม่ถูก "น้องแป้งเป็นไรครับ"

"ฮึก...ฮึก...ฮึก..." แต่น้องแป้งไม่ตอบคำถามผม มีเพียงข้อมือเล็ก ๆ ที่ปาดน้ำตาตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายเท่านั้น เมื่อเป็นอย่างนี้ผมจึงต้องพาแป้งเข้ามาในห้องก่อน

"แป้งอย่าเช็ดแรงงั้นสิเดี๋ยวเป็นรอยนะ" หันรีหันขวางเห็นกล่องทิชชูตั้งบนชั้นข้างทีวี ผมก็คว้ามายื่นให้เด็กผู้หญิงตรงหน้าทันที "ไม่ร้องนะครับคนเก่ง"

น้องแป้งดึงทิชชูจากกล่องมาเช็ดน้ำตาก่อนจะทรุดตัวนั่งทั้งที่ไหล่บางยังสะท้านอยู่ "ฮึก...ฮึก...พี่ปุณณ์...พี่ปุณณ์..."

"พี่ปุณณ์ทำไมครับแป้ง" สมองผมตอนนี้เบลอจนแทบเรียบเรียงอะไรไม่ถูกสักอย่าง

แป้งสูดน้ำมูกแรง ๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะแค่นคำพูดต่อมาอย่างยากลำบาก "พี่ปุณณ์ทะเลาะกับพ่อ ฮือออ"

"พี่ปุณณ์ทะเลาะกับพ่อแล้วแป้งร้องไห้ทำไม"

"ก็แป้ง...แป้งเป็นคนบอกพี่ปุณณ์ว่าแป้ง ฮึก จะช่วยพูดกับพ่อให้ ฮึก แต่แป้งช่วยไม่ได้ ฮือออ" ถึงตรงนี้ผมเริ่มปะติดปะต่อถูกแล้วครับว่าน้องแป้งกำลังพูดถึงอะไร ในขณะที่สมองผมขาวโพลนเพราะไม่รู้ว่าควรรู้สึกแบบไหนดี

ติ๊ง!

แล้วใครวะเสือกทักกูมาตอนนี้! ผมหันไปมองคอมพิวเตอร์เครื่องที่เพิ่งร้องบอกว่ามีคนทักผมทาง MSN ผมจึงลูบไหล่แป้งเบา ๆ ก่อนจะเดินไปยังหน้าจออย่างเหนื่อยอ่อน

 

OHM..............ohm........ พูดว่า: ส่งคลิปน้องปูเป้เมื่อคืนให้กุหน่อยดิ

OHM..............ohm........ พูดว่า: อั๋นแม่งเผลอลบของกุ

OHM..............ohm........ พูดว่า: เซงสาดดดดดดด

 

มึงไปขอคนอื่นแล้วกัน ผมบอกโอมในใจก่อนจะกด Sign out จากโปรแกรม รวมถึง Shut down เครื่องทันที

น้องแป้งดูเย็นลงมากแล้ว ไม่ร้องไห้หนักเหมือนห้านาทีก่อน แต่ก็ยังมีอาการสะอื้นไม่หยุดอยู่ ผมก้าวขามานั่งข้าง ๆ เธอพลางตบหลังมือเล็ก ๆ นั่นให้ทำใจเย็น "ไม่เป็นไรนะแป้ง ทุกอย่างมีทางออก"

"แต่ถ้าพ่อรู้เรื่องพี่ปุณณ์กับพี่โน่ล่ะ!" เสียงเล็กนั่นแหวลั่นด้วยความกังวล จนผมต้องแอบถอนหายใจโล่งออกมา เพราะถ้าแป้งพูดแบบนี้ ก็แสดงว่าบ้านปุณณ์ยังไม่รู้เรื่องของเรา

"ก็ให้ถึงเวลานั้นก่อนแล้วค่อยว่ากันนะ" ผมตอบคำถามน้องแป้งทั้งรอยยิ้ม ด้วยหวังว่าจะทำให้เธอสงบได้ "พี่ปุณณ์ของน้องแป้งเก่งอยู่แล้ว ไว้ใจพี่ปุณณ์หน่อยสิ"

"แต่แป้งกลัว แป้งชอบพี่โน่ แป้งไม่อยากให้พี่ปุณณ์คบคนอื่น"

"ก็ถ้าพี่ปุณณ์เขาชอบพี่ เขาก็คงไม่คบคนอื่นหรอก แป้งคิดว่าพี่ปุณณ์ชอบพี่มั้ยล่ะ" ด้วยคำถามนี้ทำเอาเด็กสาวตาลุกวาวรีบตอบผมเสียงดังฟังชัดทันที

"พี่ปุณณ์รักพี่โน่ล้านเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว!"

"ถ้างั้นจะกลัวอะไรเนอะ" ผมฉีกยิ้มกว้างแม้ว่าในใจจะทำสิ่งตรงข้าม แต่การดึงเอาแป้งมาพลอยกังวลไปด้วยไม่ใช่เรื่องดี "เราไปแกะหนมเค้กกินแก้เซ็งกันมั้ย"

"ไปค่ะ!" เอ้อ แล้วน้องมันก็ว่าง่ายเหมือนปลาโลมาจริง ๆ เอาของกินมาล่อหน่อยเดียวละตาเป็นมัน

ผมขำกับท่าทางไร้เดียงสานั่น ก่อนจะลุกขึ้นจูงน้องแป้ง โดยมีเป้าหมายเป็นกล่องขนมเค้กที่ฝากป้าน้อยแช่ไว้ในครัวมากินแก้เซ็ง แต่เมื่อเปิดประตูออก กลับพบร่างสูงของปุณณ์กำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดี

"พี่ปุณณ์!" แป้งตะโกนเรียกพี่ชายตัวเองลั่นก่อนจะวิ่งไปกอดแน่น ผมยืนมองปุณณ์ที่ดูเหนื่อย ๆ แต่ก็กอดตอบน้องสาวอย่างแผ่วเบา "จะชวนพี่โน่ไปซนที่ไหนอีกคะ"

"เปล่า จะลงไปกินเค้ก พี่ปุณณ์ไหวมั้ย"

ดวงตาคมนั้นแม้จะดูหมองไป แต่ริมฝีปากยังยิ้มได้อยู่ "สบายอยู่แล้ว แต่แป้งลงไปกินคนเดียวได้มั้ยคะ พี่ขอคุยกับพี่โน่หน่อยนะ" ผมไม่ชอบเวลาที่ปุณณ์ฝืนยิ้มแบบนี้เลย

น้องแป้งหันมามองผมแว่บหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ "ค่ะ งั้นแป้งไปนะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"

"เช่นกันค่ะ"

ปุณณ์โบกมือลาน้องสาว ก่อนจะลากเท้ามาหาผมเมื่อน้องแป้งลงบันไดไป

ร่างสูงนั้นดันผมเข้าห้องก่อนจะปิดล็อกประตู "ไหวเปล่ามึง" ผมเอ่ยถามเมื่อยิ่งเห็นปุณณ์ใกล้ ๆ ยิ่งรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้ามีสภาพจิตใจอย่างไร ปุณณ์เม้มปากตัวเองแน่นก่อนจะโถมร่างมากอดผมทั้งตัว

"โน่..."

"ว...ว่าไง" ผมอึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็กอดปุณณ์กลับ จึงได้รู้ว่าไหล่นั้นกำลังสั่น

เสียงทุ้มของปุณณ์แหบพร่าราวกับคนไร้เรี่ยวแรง "วันนี้อยู่กับกูก่อนนะ กูต้องการมึงจริง ๆ"

ในเวลาที่ปุณณ์เป็นแบบนี้ ผมคงไม่สามารถไปไหนแล้วมีความสุขได้

ถ้าไม่ได้อยู่ข้าง ๆ ปุณณ์

 

***
 

เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้วที่ปุณณ์เหนื่อยจนหลับไป แต่อย่าคิดอกุศลเชียวนะครับพี่น้องงง มันเหนื่อยจากเหตุการณ์ทั้งหมดในวันนี้ แถมยังเหนื่อยกับความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ นานาของตัวมันเองอีก จนผมต้องเป็นคนกล่อมปุณณ์ให้หลับคามือ (ไม่ได้ต่อยจนสลบแต่อย่างใด) เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการเครียดจนปวดหัว และผมคิดว่าการพักผ่อนคือทางออกที่ดีที่สุด

ใบหน้าของปุณณ์ตอนหลับยังดูเคร่งเครียดอยู่ ผมมองหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นแล้วก็ตัดสินใจลูบคลายปมขมวดให้เจ้าของมัน

ปุณณ์กับพ่อมีปากเสียงกันค่อนข้างใหญ่โตเมื่อเย็นที่ผ่านมาครับ ผมเพิ่งได้ฟังเรื่องเต็ม ๆ จากปุณณ์หลังเหตุการณ์ทุกอย่างสงบแล้ว จึงทำให้รู้ว่าเราทั้งคู่ดูเหมือนจะลืมเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งไป เรื่องที่เป็นต้นเหตุของความสัมพันธ์ทั้งหมดระหว่างผมกับปุณณ์

ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึงการดูตัวของปุณณ์ ที่จะว่าไปแล้ว เรียกแบบนั้นอาจไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะครอบครัวภูมิพัฒน์ไม่ได้มีใครในใจเป็นพิเศษ ที่จะให้ลูกชายวัย 17 ของพวกเขาเป็นคู่ด้วย เพียงแต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ลูกชายของเพื่อนร่วมพรรคการเมืองที่พ่อปุณณ์สังกัด เพิ่งมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับผู้หญิงลงในคอลัมน์ซุบซิบของหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ทำเอาคนพูดต่อกันไปทั้งวงการ จนต้องส่งไปเรียนเมืองนอกเพราะทนอยู่ประเทศไทยไม่ได้ แน่นอนว่าหลังจากเหตุการณ์นั้น หัวใจคนเป็นพ่อก็คงอดคิดเผื่อมาถึงลูกชายตัวเองไม่ได้

เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหน อยากเห็นลูกตัวเองตกอยู่ในสภาพพ่ายแพ้แก่สังคมแบบนั้น ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวภูมิพัฒน์ ที่ผมเห็นความรักและห่วงใยที่บ้านนี้มีให้กันมาตลอด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พ่อจะอยากรู้ว่าตอนนี้ปุณณ์กำลังคบหากับใคร ความสัมพันธ์เป็นอย่างไร และคน ๆ นั้นมีแนวโน้มจะสร้างบาดแผลให้ปุณณ์หรือไม่ ในขณะที่ทั้งหมดกลายเป็นเรื่องน้ำท่วมปาก เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับปุณณ์ที่จะยอมรับความจริงออกไป แต่ก็ไม่สามารถหันหลังกลับได้เช่นกัน เมื่อน้องแป้งพลั้งปากพูดว่า 'พี่ปุณณ์มีแฟนแล้ว'

ยิ่งปิดบังก็ยิ่งน่าสงสัย ผมรู้ว่าคำนี้มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง เพราะยิ่งปุณณ์ดึงดันไม่ยอมบอกพ่อมากเท่าไร ความบาดหมางก็ยิ่งทวีคูณมากเท่านั้น สองพ่อลูกปะทะคารมกันรุนแรงด้วยความรู้สึกที่สวนทางกันทั้งสองฝ่าย ในขณะที่พ่อต้องการรู้ว่าปุณณ์คบหาใคร แต่ปุณณ์กลับยืนยันเจตนารมณ์แน่วแน่ว่า ความรักเป็นสิทธิส่วนบุคคล

เรื่องราวค่อย ๆ แย่ลงไปอีกเมื่อความบาดหมางเริ่มเพิ่มระดับเป็นความต้องการเอาชนะ เมื่อพ่อยื่นคำขาดว่าหากปุณณ์ไม่บอก เขาจะถือว่าปุณณ์ไม่มีใคร และสั่งให้เลขาฯ หาเด็กผู้หญิงดี ๆ ให้คบไว้สักคนทันที จนปุณณ์ต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนคือ ตวาดพ่อตัวเอง

"ถ้าทำแบบนี้ก็ไม่ต้องคิดว่าปุณณ์เป็นลูกเลยดีกว่า!"

เป็นคำที่ทำให้ปุณณ์ต้องเสียใจในเวลาต่อมา เพราะปุณณ์ที่ผมรู้จักไม่เคยถูกไล่ต้อนจนจนตรอกขนาดต้องทำแบบนั้น และผมก็รู้ว่ามันผิดหวังในตัวเองไม่น้อย

ผมไม่ใช่คนที่อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่มีสิทธิ์วิจารณ์ว่าสิ่งที่ปุณณ์ทำไปรุนแรงหรือเกินกว่าเหตุหรือเปล่า แต่สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือเยียวยาความรู้สึกทั้งหมดของปุณณ์ ที่แม้จะเป็นผู้จบบทสนทนา แต่กลับมีสภาพราวกับคนพ่ายแพ้กลับมา ผมรู้ว่าความรู้สึกสุดท้ายของปุณณ์ที่ห้องโถงนั้นไม่ใช่ความกระอักกระอ่วนเกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองคบใคร ไม่ใช่ความโกรธที่ถูกพ่อไล่ต้อน แต่เป็นความละอายใจที่พูดไม่ดีกับคนที่มันบอกว่ามันรักที่สุด

"ตลอดเวลาที่ผ่านมา กูไม่เคยทำให้เขาเสียใจมาก่อนเลย กูไม่เคยแม้แต่จะดื้อ หรือทำอะไรให้เขาไม่สบายใจ กูรู้ว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อกูกับแป้ง กูถึงได้พยายามทำให้เขาสบายใจและวางใจในตัวกูมาตลอด แต่วันนี้กู...เลือกที่จะทำร้ายจิตใจเขา กูทำให้เขามองกูอย่างผิดหวัง โดยที่กูก็ผิดหวังในตัวเอง โน่...กูไม่ชอบตัวกูตอนนี้เลย กูอยากจะโยนตัวกูเมื่อเย็นทิ้งไป แต่กูไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว"

สองสิ่งที่คนเราเรียกกลับมาไม่ได้คือ คำพูดและเวลา ซึ่งเป็นสองสิ่งที่ปุณณ์ต้องการเรียกมันกลับมาที่สุด แต่ต่อให้เก่งแค่ไหนก็คงทำไม่ได้ โดยเฉพาะคนห่วย ๆ อย่างผม

ผมปลอบใจปุณณ์จนมันคล้อยหลับไปในที่สุด คราบน้ำตาที่ยังคงติดอยู่บริเวณแก้ม ย้ำให้ผมรู้ว่าคนตรงหน้าเจ็บปวดแค่ไหน ซึ่งไม่ต่างกันจากผมเลย

 

....

 

แสงจันทร์ที่ส่องผ่านหน้าต่างบานโตเข้ามาในห้องอันเงียบสงัด ดูเวิ้งว้างและเศร้าสร้อยผิดกับวันไหน ๆ ผมกุมมือปุณณ์เบา ๆ ขณะมองดวงจันทร์ด้วยลำคอแห้งผาก

คนเราถ้าได้กินอะไรหวาน ๆ จะคลายเครียดได้ ผมนึกถึงคำพูดยูริที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ แล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เพราะถึงเวลาจะล่วงเลยจนเราแทบไม่ได้เจอกันอีก แต่ยูริยังเป็นคนที่ช่วยประคองผมไว้

ผมตัดสินใจปล่อยมือปุณณ์ ก่อนจะปิดประตูห้องนอน มุ่งหน้าลงไปชั้นล่างอันเงียบสงัด

 

***
 

แต่มาคิดอีกที ผมคิดผิดรึเปล่าเนี่ยที่ลงมา เพราะข้างล่างเงียบฉิบหาย เงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกา ผมเหลือบมองนาฬิกาลูกตุ้มที่ตั้งอยู่แถวบันไดกำลังบอกเวลาเกือบตีหนึ่ง ยิ่งทำให้ขนลุกเกรียว...ถึงจะรู้ว่าในบ้านมีผีบ้านผีเรือนคอยคุ้มครองเจ้าของบ้านอยู่ก็เถอะ แต่ผมไม่ใช่เจ้าของบ้านนี่หว่า Y_Y แบบนี้คุณผีจะคุ้มครองผมไหมครับเนี่ย Y_Y

ผมเดินฟุ้งซ่านไป ท่องนะโมตัสสะในใจไป ขณะค่อย ๆ ลากเท้าถึงห้องครัว โอยยย แล้วทำไมกูไม่เอาขนมขึ้นมาแช่ในตู้เย็นห้องปุณณ์วะ! กระแดะจะอ้อนป้าน้อยก็ต้องรับกรรมอย่างนี้แหละ T_T

ผมรีบเปิดช่องแช่แข็งคว้าเอาช็อกโกแลตสองสามกล่องออกมา หมายจะรีบหยิบรีบเผ่น ถ้าสายตาไม่ได้สะดุดกับเงาราง ๆ ในโถงห้องนั่งเล่นระหว่างผมกำลังจะวิ่งขึ้นบันไดเสียก่อน

เหยยย เงาอะไรวะ!

ฝีเท้าผมหยุดกึกโดยอัตโนมัติขณะที่จิตใต้สำนึกตีกันยุ่งระหว่างความอยากรู้อยากเห็นและความกลัว Y_Y แต่ดูเหมือนความอยากรู้อยากเห็นจะนำหน้าไปไกล เพราะตอนนี้เท้าผมกำลังเขยิบใกล้ห้องนั่งเล่นเรื่อย ๆ แม้สมองอีกฟากจะตะโกนบอกว่า ไอ้โง่! อย่าไปสนใจ!

แต่ไม่ทันแล้วอะ T_T ตอนนี้ผมมาหยุดอยู่หน้าห้องนั่งเล่นแล้ว และเมื่อสายตาคุ้นชินกับความมืดจนได้มองดี ๆ ก็พบกับ...

"ยังไม่นอนเหรอครับแม่" เป็นแม่ไอ้ปุณณ์นั่นเองครับ เฮ้อ มานั่งทำอะไรเงียบ ๆ คนเดียว แถมปิดไฟมืดอย่างนี้เนี่ย

ดูท่าคนที่ผมเอ่ยปากทักจะตกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน สังเกตได้จากแรงสะดุ้ง (แสดงว่าแม่แอบกลัวเหมือนกันครับ ฮ่า ๆ) แต่เพียงเธอหันมาเจอหน้าแป้นแล้นของผม ก็ถอนหายใจโล่ง ๆ ทันที

"แล้วน้องโน่ล่ะจ๊ะลงมาทำอะไร อ๋อ ทานขนมเหรอ" แม่มันคลี่ยิ้มเมื่อเห็นคำตอบในมือผม ก่อนจะตบเบาะข้าง ๆ ให้ลงไปนั่งด้วยกัน "มานั่งสิโน่"

"ครับ" ผมยิ้มตอบก่อนจะเดินไปนั่งด้วยคน

ระหว่างผมกับแม่ปุณณ์ เราต่างเงียบกันพักหนึ่งก่อนที่น้ำเสียงซึ่งแฝงความกังวลของผู้หญิงข้างผมจะดังขึ้น "น้องปุณณ์นอนรึยังจ๊ะ"

ริมฝีปากผมแห้งผากขณะตอบ "นอนแล้วครับ"

"เขาเป็นเด็กเซนส์สิทีฟนะ"

"ใช่ครับ..."

"ปุณณ์เล่าอะไรให้โน่ฟังรึเปล่าจ๊ะ" ดวงตาของคุณแม่ที่ใช้มองผมนั้น ทั้งคมแต่แฝงด้วยแววของคนจิตใจดีเหมือนปุณณ์ไม่มีผิด เป็นดวงตาที่ผมไม่เคยโกหกอะไรได้สักครั้ง

"ก็เล่าครับ" เสียงผมเบาเหมือนคนกระซิบ

ริมฝีปากของแม่ปุณณ์คลี่ยิ้ม ก่อนจะเบนหน้าไปทางผนังอันมืดมิด แต่ดูเหมือนสายตามองไปไกลเกินกว่านั้น "ไม่เคยเห็นพ่อลูกเขาทะเลาะกันมาก่อนเลย ตกใจเหมือนกันนะ"

"..."

"ปุณณ์เป็นเด็กดี ว่าง่าย ให้ทำอะไรก็เต็มใจทำ แล้วยังทำความดีกับทุกคนอีก พ่อกับแม่รักเขามากเลยนะ ทุกคืนแม่ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ที่ส่งให้น้องปุณณ์มาเป็นลูกแม่"

"แม่ไม่อยากให้เขาโกรธพ่อ เพราะว่าพ่อเขารักปุณณ์มาก ปุณณ์เป็นเด็กดี นิสัยดี ไม่เคยทำเรื่องเหลวไหล แม่กับพ่ออยากให้เด็กดีอย่างเขาเจอแต่อะไรดี ๆ ตลอดไป ไม่อยากให้เขาพลาดไปเจอสิ่งไม่ดี แม่รู้ว่าในอนาคต ปุณณ์จะเป็นคนหนึ่งที่ยืนในสังคมได้อย่างองอาจ และกว่าจะถึงเวลานั้น แม่กับพ่อก็อยากดูแลเขาให้ดีที่สุด"

ผมนิ่งฟังคำพูดราวกับอยากระบายของแม่ปุณณ์ด้วยสมองว่างเปล่า รู้สึกว่าความรักของตัวเองช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับผู้หญิงคนนี้ จนความรู้สึกบางอย่างปะทุขึ้นในจิตใจ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร

"น้องโน่บอกแม่ไม่ได้ใช่ไหม ว่าน้องปุณณ์กำลังคบอยู่กับใคร" ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ทั้งยังสายตาคล้ายเว้าวอนของผู้หญิงตรงหน้าที่ทำผมใจอ่อนลงครึ่งหนึ่งอีก แต่ผมไม่อยู่สถานะที่จะเป็นฝ่ายพูดจริง ๆ

"ก็...ถ้าปุณณ์เขาไม่พูด ผมก็คงไม่ควรพูดหรอกครับ"

เสียงถอนลมหายใจเฮือกหนึ่งดังมาหลังผมพูดจบ "แต่แม่ดีใจนะ ที่เขามีน้องโน่เป็นเพื่อน"

ใบหน้าสวยของหญิงตรงหน้าผมคลี่ยิ้มละมุนอย่างที่เธอมักเอ็นดูผมมาตลอด "แม่เชื่อว่าน้องโน่จะช่วยประคับประคองน้องปุณณ์ไปได้ ครั้งนี้แม่ก็ขอฝากปุณณ์ด้วยนะ" ฝ่ามืออุ่นของเธอเลื่อนมากุมมือผมด้วยความรู้สึกหนึ่งที่รับรู้ได้ว่า เธอไว้ใจผมเต็มปรี่

"ช่วยดูแลให้เขาเจอแต่ความรักดี ๆ สมกับที่เขาเป็นคนดีด้วยนะจ๊ะ"

"ครับแม่" ผมรับปากด้วยคำพูดอันเบาหวิว เพราะลึก ๆ แล้วผมคงเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ

 

ความรักที่ดีเป็นอย่างไรเหรอครับแม่

หากมีคนหนึ่งรักลูกแม่ด้วยใจจริง แต่รักของเขาไม่ใช่สิ่งที่สังคมยอมรับ

ความรักนี้ถือเป็นรักที่ดีหรือเปล่าครับแม่...

 

TBC.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

31,679 ความคิดเห็น

  1. #30905 ingyeye (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 01:18
    ดราม่าอ้ะ ขอให้ปุณณ์โน่เข้มแข็งต่อไปนะจ๊ะ
    #30,905
    0
  2. #30809 Kbuna (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 19:45
    ร้องไห้แพ็พT_t
    #30,809
    0
  3. #30719 Lucia Eve (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 09:40
    ดราม่าฟุ้งเชียว ;_;
    #30,719
    0
  4. #30598 mitake (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 19:04
    มาม่าเต็มเลยยยยยยย T^T
    #30,598
    0
  5. #30466 ลูกหลานป๋าเจ๊ (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 23:19
    ปิดได้แบบพรากมากนี่พูดเลย 
    #30,466
    0
  6. #30389 pinpin (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 มกราคม 2557 / 14:25
    ตะไมอ่านแล้วเครียดแทน...TTTTTT
    #30,389
    0
  7. #30229 SMOKYRAIN (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 16:38
    ปิดจบได้บาดใจมาก T^T
    #30,229
    0
  8. #30177 InLove (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 21:26
    เวลาแบบนี้โน่ต้องอยู่กับปุณณ์นะ
    ปล.หนูไม่อยากกินมาม่า T^T
    #30,177
    0
  9. #30114 แรมน้อย (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 00:21
    ถึงใครจะไม่เข้าใจปุณณ์

    แต่โน่จะเข้าใจปุณใช่มั้ย

    โน่สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างปุณใช่มั้ย

    โน่อย่าทิ้งปุณนะ
    #30,114
    0
  10. วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 10:28
    มันเศร้าๆๆ T____T
    #30,033
    0
  11. #29902 little_champenge (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 กันยายน 2556 / 22:12
    โอ๊ยยยยยยยยยยยย ตายยยยย

    ปุณณืจะบอกยังไงเนี่ย ว่าเป็นแฟนกับโน่

    ยิ่งพ่อมีหน้ามีตาในสังคมอีกกกกกก

    เพลียๆๆๆๆๆ
    #29,902
    0
  12. #29793 Crow (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 23:24
    ปุณณ์เอ๊ยชาดที่แล้วทำกรรมอะไรมาเนี่ยอุปสรรคเอ็งเยอะจริงๆแต่สู้ๆนะเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
    #29,793
    0
  13. #29581 ELFIM_JUNG (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 00:47
    ทำไมตอนนี้เครียดอ่ะฮรือออ
    #29,581
    0
  14. #29559 Nut (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 13:08
    เอ้ออ ดราม่าอีกแล้วอะ :(
    #29,559
    0
  15. #29558 Nut (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 13:06
    เอ้ออ ดราม่าอีกแล้วอะ :(
    #29,558
    0
  16. #29557 Nut (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 13:02
    เอ้ออ ดราม่าอีกแล้วอะ :(
    #29,557
    0
  17. #29439 AomEiei (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 19:34
    ทำไมถึงมีแต่เรื่องอย่างงี้T^T
    #29,439
    0
  18. #29414 MayKamon (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 13:22
    เอาแล้วไง แต่เพิ่งได้คบกันเองไม่ใช่หรอ เฮ้ยยยยย
    #29,414
    0
  19. #29317 gemello (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 16:53
    มาอีกเรื่องแล้ว
    #29,317
    0
  20. #29156 ฮอลล (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 15 มีนาคม 2556 / 18:29
    สู้ๆนะ
    #29,156
    0
  21. #28975 SomHzKs (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 10 มีนาคม 2556 / 11:48
    เศร้าเลย TT
    #28,975
    0
  22. #28938 โส-มม (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 21:27
    กินมาม่า ;____;
    #28,938
    0
  23. #28922 ∞.βaяrettë (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 9 มีนาคม 2556 / 19:58
    โฮ กุมขมับ c'est la vie แบบที่พี่เห็ดบอกจริงๆ
    ชอลฟิคเรื่องนี้ตรงนี้ที่มันอิงกับความเป็นจริงของสังคม;-;
    #28,922
    0
  24. #28798 Princecloudye (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 16:46
    ดราม่ามาอีกแล้ววว T^T
    #28,798
    0
  25. #28762 Cartoon_Ppan (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:01
    น่าสงสารทั้ง2คนเลย
    #28,762
    0