กรงรักเถื่อนสวาท

ตอนที่ 35 : บทที่ 14 - ในมุมหนึ่ง ( 100% ) ( จบตอน )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    5 ก.พ. 62










เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เพื่อนแพงด้วยนะคะ 





บทที่ 14

ในมุมหนึ่ง




          “นายหญิงจะไม่ให้อภัยนายหน่อยหรือคะ?

          พุดซ้อนเอ่ยถามร่างบางขณะที่เธอกำลังนั่งตัดดอกไม้ในสวน หลังจากคืนวันเกิดที่พิมพ์ชนกระเบิดอารมณ์จนพลั้งมือทำร้ายจนลูเซียโน่นั้น สาวเจ้าก็ยังเหมือนเดิม ไม่ยอมคืนดีทั้งๆ ที่เพิ่งทำให้อีกฝ่ายเจ็บตัว พุดซ้อนและคนอื่นๆ ต่างคิดว่าคราวนี้น่าจะกลับมาคืนดีกันแน่นอน แต่ทว่าผิดคาดไปตามๆ กัน พิมพ์ชนกใจแข็งดุจหิน หล่อนทำเมินอีกฝ่ายได้อย่างหน้าตาเฉย

          “นายเจ็บตัวเพราะนายหญิงนะคะ ทำไมนายหญิงถึง

          “หนูมาคิดๆ ดูแล้วก็สาสมกันดี ตอนนั้นหนูก็เจ็บตัวเพราะเขา มาคราวนี้ถ้าเขาจะเจ็บตัวเพราะหนูบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”

          เธอคิดเช่นนั้นจริงๆ ตอนแรกก็โทษตัวเองตลอด ก่นด่าตัวเองในใจที่กลายเป็นคนฉุนเฉียวเกินเหตุ แต่พอได้ทบทวนก็รู้ว่าสิ่งที่ทำมันยังน้อยนิดหากเทียบกับความทรมานที่เขาสร้างไว้ เธอเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า พอได้ข้อสรุปเช่นนั้นความเครียดที่มีก็หายไป เหลือไว้เพียงความชิงชังที่ยังอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ

          “สงสารนายนะคะ รอให้นายหญิงไปดูแลทุกวัน” แม้ตอนนี้แผลที่ศีรษะจะหายแล้วก็ตาม

          พิมพ์ชนกทำราวกับลูเซียโน่เป็นอากาศธาตุที่ไม่มีค่าในสายตา แต่ชายหนุ่มก็สู้ทนฝืนยิ้มฝืนพูดคุยกับเธอ จนบางครั้งพุดซ้อนยังแอบแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงยอมได้ขนาดนั้น ทั้งๆ ที่อารมณ์ของลูเซียโน่ไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ เลย

          แต่ก็เลือกที่จะยอมให้เมียรักคนเดียว

          “ทีเวลาหนูถูกเขากระทำมีใครเคยคิดสงสารหนูบ้างไหมคะ หรือเพราะเป็นผู้หญิงจึงไม่ควรได้รับความสงสาร”

          พิมพ์ชนกเริ่มพาล ทุกคนเข้าข้างผู้ชายร้ายกาจกันหมด

          “โธ่ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะนายหญิง จะเพศไหนก็ไม่สมควรได้รับความรุนแรงทั้งนั้นแหละค่ะ”

          พุดซ้อนพยายามอธิบาย หญิงชราแค่อยากให้ทั้งสองคืนดีกันเท่านั้น ไม่ได้คิดแบ่งพรรคแบ่งพวกเลยสักนิด

          “ป้าเลิกพูดเรื่องผู้ชายคนนั้นเถอะค่ะ หนูไม่อยากฟังแล้ว หนูเบื่อ”

          อากาศยามเช้าเช่นนี้มันควรสดชื่นสิ ทำไมใครต่อใครต้องเอาเรื่องน่ารำคานใจมาเป่าหูเธอด้วย เขาจะเป็นจะตายยังไงก็ช่างปะไร เกี่ยวอะไรกับเธอ

          “ค่ะ งั้นป้าไม่รบกวนแล้วนะคะ”

          พุดซ้อนตัดสินใจเดินเข้าบ้าน ดูท่าพิมพ์ชนกจะไม่ยอมยกโทษให้เจ้านายง่ายๆ ไม่รู้ว่าหัวจิตหัวใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงแข็งปานนี้

          ร่างบางตัดดอกกุหลาบได้เยอะพอสมควรจึงทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ จัดการตัดกิ่งก้านให้สวยงามเพื่อนำไปแต่งแจกัน ภาพเบื้องหน้าทำให้ผู้มาเยือนยิ้มกว้าง ออสตินถือกระเช้าผลไม้มาหาเธอ พิมพ์ชนกเงยหน้าสบมอง ดวงตาแสนอบอุ่นส่งตรงถึงเธอ

          “สวัสดีครับ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มกล่าวทักทาย

          “นั่งก่อนสิคะ” พิมพ์ชนกผายมือไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงทิ้งตัวนั่งลงตรงหน้าเธอ

          “ขอบคุณมากนะคะ” ร่างบางรับกระเช้าที่เขานำมาฝาก

          ออสตินลอบมองใบหน้าของอีกฝ่าย ดูซีดเซียวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่จนเกินไป พิมพ์ชนกรับรู้ถึงสายตาของเขา หล่อนเงยหน้าขึ้นพลางส่งยิ้มบางเบา

          “สภาพฉันดูแย่ใช่ไหมคะ?

          เธอถามออกไปตรงๆ ยอมรับว่าอายที่ต้องเผชิญหน้ากับเขาหลังจากเกิดเรื่องคืนนั้น ลูเซียโน่ลงทัณฑ์เธอย่างโหดร้ายในขณะที่ทุกคนรับรู้ มันช่างเป็นเรื่องน่าละอายเหลือเกิน

          “ไม่แย่หรอกครับ คุณยังสดใสเหมือนเดิม” ออสตินยิ้มตอบ เขาไม่อยากให้เธอรู้สึกไร้ค่า

          แค่นัยน์ตาหวานเศร้าหมองก็น่าสงสารมากพอแล้ว

          “เขาง้อคุณหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม

          “ฉันไม่ได้ต้องการให้เขามาง้อ”

          ความจริงถ้าเลือกได้หล่อนอยากไปให้พ้นๆ จากตรงนี้ด้วยซ้ำ ไม่อยากอยู่มองคฤหาสน์หลังงามที่มีแต่ภาพความโหดร้ายในค่ำคืนนั้น

          “เขารู้ความจริงทุกอย่างแล้ว เรื่องที่ผมพาคุณไปโรงพยาบาลในคืนนั้น”

          ออสตินพูดต่อ พยายามสังเกตท่าทางของอีกฝ่าย พิมพ์ชนกดูนิ่งจนเขาประหลาดใจ

          “คุณยังโกรธเขาอยู่ใช่ไหมครับ?

          “ฉันเกลียดมากกว่าค่ะ”

          เธอตอบโดยไม่ต้องคิด ออสตินสะท้านใจเล็กน้อย พลันรู้สึกสมน้ำหน้าลูเซียโน่ ดูท่างานนี้คงง้อยากพอสมควร ความจริงเขาก็พอได้ข่าวจากพุดซ้อนมาบ้างว่าส่งดอกไม้ง้อกี่ช่อๆ ก็ถูกตีกลับหมด หนำซ้ำหน้าสาวเจ้าก็ไม่อยากมอง พูดด้วยเธอก็เมินเฉย ทำอะไรให้พิมพ์ชนกก็ละเลยทุกอย่าง

          และหนักสุดก็ถึงขั้นโดนขวดไวน์ฟาดจนหัวหางแตกมาแล้ว สะใจเขานักเชียว!

          “คุณเกลียดเขาจริงๆ หรือครับ” ออสตินถามกลับ หญิงสาวสบมองคนเบื้องหน้า

          “ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะคะ”

          “ไม่รู้สิครับ ผมรู้สึกว่าคุณไม่ได้เกลียดพี่ชายผมจริงๆ”

          ถ้าหล่อนเกลียดลูเซียโน่ดั่งปากว่า คนที่จะดีใจที่สุดคงไม่แคล้วเป็นเขา ออสตินยอมรับอย่างหน้าไม่อายว่าชอบเธอมาก เขาพร้อมที่จะดูแลร่างบางหากเธอเลือกตีห่างจากพี่ชาย

          “ฉันเกลียดการกระทำของเขา เกลียดมาก เกลียดที่สุด!

          แววตาเธอร้อนแรง พิมพ์ชนกรู้สึกโมโหที่ออสตินทำท่าทีราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งอย่างในใจเธอ

          “โอเคครับ โอเค ผมเชื่อแล้วว่าคุณเกลียดเขาจริงๆ”

          ชายหนุ่มยกมือยอมแพ้ หล่อนเคืองเขาที่ตั้งคำถามจี้ใจดำ

          “ว่าแต่คุณเถอะค่ะ” พิมพ์ชนกว่า

          “ผมทำไมครับ?” ออสตินสงสัย

          “ที่คุณพูดคืนนั้นหมายความว่ายังไงคะ”

          พิมพ์ชนกอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาพูดแบบนั้นออกมา สีหน้าทะเล้นของออสตินเปลี่ยนไป

          “เอ่อ ฉันขอโทษนะคะที่ถาม ถ้าคุณไม่สะดวกใจที่จะตอบก็ไม่เป็นไรค่ะ”

          หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทจนเกินไป เรื่องในครอบครัวเขาคนนอกอย่างเธอไม่ควรยุ่ง

          “ไม่เป็นไรครับ จริงๆ แล้วให้คุณรู้ถึงความเลวของมันบ้างก็ดีเหมือนกัน” น้ำเสียงเขาดุดันขึ้น

          “คุณบอกว่าเพื่อนของคุณถูก” พิมพ์ชนกไม่กล้าพูดต่อ เห็นแววตาปวดร้าวของเขาแล้วพลันสงสาร

          เรื่องที่เกิดขึ้นคงสร้างความเจ็บปวดให้แก่เขามาก

          “ครับ เพื่อนของผมถูกมันฆ่าอย่างเลือดเย็น!

          พิมพ์ชนกยกมือป้องปาก แค่ได้ยินว่าลูเซียโน่ฆ่าคนหัวใจเธอก็ปวดแปลบ ที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่รู้ถึงความโหดร้าย เพียงแต่หล่อนไม่คาดคิดว่าเขาจะเหี้ยมขนาดปลิดชีพเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้ลงคอ

          น่ากลัวเกินไปแล้ว

          “ทำไมล่ะคะ”

          คำถามของเธอทำให้ออสตินเงียบไป เขาไม่อยากรื้อฟื้นให้ใจเจ็บ ทุกวันนี้ภาพของเพื่อนรักก่อนสิ้นใจยังคงตามหลอกหลอน เหมือนหอกทิ่มแทงความรู้สึกตลอดเวลา ต่อให้ผ่านไปอีกสักกี่ปีเขาก็คงลืมไม่ลง

          และไม่อาจลืมเลือนเช่นกัน

          “เอ่อ ฉันคงถามมากเกินไป”

          พิมพ์ชนกรู้สึกผิด หล่อนเห็นใจชายหนุ่ม เพื่อนคนหนึ่งตายเพราะน้ำมือของญาติตัวเองเขาคงเสียใจมาก มือเรียวค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสมือหนา คนที่กำลังเหม่อลอยสะดุ้งเล็กน้อย ทอดมองใบหน้าหวานเปี่ยมรอยยิ้ม

          “ฉันเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ”

          น้ำเสียงของเจ้าหล่อนน่าฟังเสมอ หัวใจแสนรวดร้าวสดชื่นขึ้นมา ออสตินส่งยิ้มตอบ

          “ขอบคุณมากนะครับ”

          เขาจับมือเธอเป็นเชิงขอบคุณทางกาย พิมพ์ชนกมักเป็นเช่นนี้เสมอ เวลาที่เห็นใครทุกข์หรือเศร้าหมองหล่อนมักจะคอยพูดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกดี

          ทั้งสองเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่ต้องการให้บรรยกาศอึมครึม ร่างบางยิ้มและหัวเราะได้มากขึ้นยามอยู่กับออสติน ชายหนุ่มมักจะทำหน้าทะเล้นเวลาที่เถียงอะไรเธอสักอย่างแล้วไม่ชนะ นิสัยของเขาเหมือนเด็กแต่ในขณะเดียวกันก็เหมือนเพื่อนชายที่พูดคุยกันได้ทุกเรื่อง เธอสบายใจเวลาอยู่กับเขา

          ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับผู้ชายคนนั้น พิมพ์ชนกเกลียดเหลือแสน

          ถ้าทำได้หล่อนไม่ขอมองหน้าเขาอีกเลย!

 

          “เฮ้อ…!

          เสียงเข้มระบายความเหนื่อยล้าก่อนจะทิ้งตัวนอนราบไปกับเตียงกว้าง ออสตินยกมือก่ายหน้าผากพลางคิดถึงใบหน้าหวานของพิมพ์ชนก เขาอยากได้เธอมาเคียงข้างเหลือเกิน แต่ดูจากสายตาก็รู้ว่าสาวเจ้าไม่ได้มีเขาอยู่ในนั้น หล่อนเป็นผู้หญิงปากแข็ง ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าพิมพ์ชนกคิดยังไงกับลูเซียโน่

          รอยยิ้มหยันปรากฏบนเรียวปากหยัก รู้สึกสมเพชตัวเอง ทำไมคนเลวๆ อย่างมันถึงได้รับแต่สิ่งดีๆ ขนาดทำชั่วฆ่าคนบริสุทธิ์ตายยังลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ปราศจากความทุกข์ร้อนใดๆ ลูเซียโน่ทำได้ยังไง เพื่อนรักของเขาต้องตายเพราะน้ำมือญาติผู้พี่มันคือความเจ็บปวดที่เขาไม่อาจลืม ทุกวันภาพเลือดและใบหน้าแสนทรมานมักจะลอยเข้ามาในมโนสำนึก ออสตินกล้ำกลืนความระทมไว้ในอก ไม่มีใครเข้าใจเขาเลยสักคน แม้แต่พ่อกับแม่ก็เข้าข้างลูเซียโน่ ทุกคนมองว่าการกระทำของมันเป็นสิ่งที่สมควร

          นั่นสินะ ความจริงออสตินก็ไม่แปลกใจหรอกหากใครๆ จะเข้าข้างฆาตรกรเลือดเย็น เพราะลูเซียโน่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งธุรกิจคาสิโน หนำซ้ำหยิบจับอะไรก็กลายเป็นเงินเป็นทองไปซะหมด ครอบครัวของเราถึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลที่มั่งคั่งและร่ำรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศและทวีปเอเชีย แม้แต่ธุรกิจที่พ่อกับแม่เขาทำเงินสนับสนุนก็มาจากลูเซียโน่ทั้งสิ้น

          ผิดกับเขา ออสตินไม่อาจยอมรับสภาพที่ต้องแบมือขอเงินจากอีกฝ่ายได้ ชายหนุ่มใช้ความสามารถที่มีผลักดันตัวเองให้กลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เขาผันตัวเองจากการเล่นหุ้นทำให้มีเงินมากมายต่อยอดโปรเจคคอนโดฯ ย่านใจกลางเมืองแห่งประเทศฮ่องกง เขาต้องการสร้างจุดยืนและแสดงศักยภาพให้พ่อกับแม่เห็นว่าเขาก็มีดีไม่แพ้ใคร

          “ไอ้คาเตอร์ ความฝันของแกกับฉันใกล้เป็นจริงแล้วนะ”

          เสียงเข้มบอกเพื่อนรักผ่านความว่างเปล่า

 

          “กรี๊ด! อย่านะ อย่าเอาของฉันไป ฮือ อย่านะ”

          นงลักษณ์และบุตรสาวทั้งสองต่างร้องห่มร้องไห้หลังจากถูกเจ้าหนี้ยกพวกมายึดของมีค่าในบ้านไปจนหมด สามแม่ลูกนั่งกอดกันท่ามกลางปืนที่จ่ออยู่ตรงหน้า

          “เสี่ยอย่าทำอะไรพวกเราเลยนะคะ นะคะเสี่ย” นงลักษณ์ยกมือไหว้ร้องขอความเมตตา

          “เป็นหนี้มันก็ต้องใช้สิวะ ทำไมถึงคิดเบี้ยวล่ะ กล้าดียังไงหะ!

          เสี่ยวิชัย ตบใบหน้าของนงลักษณ์จนสะบัดหัน มารตีและสาวิการีบปรี่เข้าไปประคองร่างของผู้เป็นแม่

          “อย่าทำอะไรแม่ฉันนะ!” มารตีลุกขึ้นจ้องตาเขม็ง

          เสี่ยวิชายิ้มพลางลูบปลายคาง นัยน์ตาเป็นประกายยอมมองสตรีเบื้องหน้า  

          “จะว่าไปถ้าแกไม่มีเงินมาใช้หนี้ที่ยืมไปก็ต้องเอาอะไรมาแลกเปลี่ยนซี้”

          มารตีเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี สายตาที่เสี่ยวิชัยมองตนน่ากลัวเกินกว่าจะอยู่ใกล้ ร่างบางทำท่าจะถอยห่างแต่ก็ช้าไปกว่ามือหนาหยาบกร้านที่รีบกอดเอวของหญิงสาวเอาไว้

          “ยัยตรี!” นงลักษณ์ร้องเสียงหลง

          “ฉันชอบคนนี้ สวยดี เอาได้ไหม?” ตาแก่ตัณหากลับพูดถามราวกับเป็นเรื่องปกติ มารตีเบิกตากว้าง

          “ไม่นะ อย่ามายุ่งกับฉัน!

          หล่อนรังเกียจเนื้อตัวเหม็นๆ ของไอ้เสี่ยบ้ากาม พอได้ยินคำต่อต้านแทนที่จะโกรธ เสี่ยวิชัยกลับระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นราวกับชอบอกชอบใจเหลือคณา

          “ถ้ายกให้ฉันหนี้เราจบกัน”

          สาวิกายิ้มกว้าง มองหน้านงลักษณ์ที่เริ่มลังเลเล็กน้อย

          “เอาไปเลยค่ะเสี่ย พี่สาวฉันมันขายตัวอยู่แล้ว เอาไปเลยค่ะ” สาวิกาที่กลัวหัวหดรีบลนลานบอก

          “อีสา! อีน้องชั่ว” มารตีกรีดร้อง ส่งสายตาปวดร้าวไปยังมารดา “แม่ช่วยตรีด้วย”

          นงลักษณ์สงสารบุตรสาวจับใจ แต่พอมองไปรอบๆ บ้านที่ไม่เหลือแม้แต่เฟอร์นิเจอร์สักชิ้นก็อดสูเหลือเกิน เงินไม่มีว่ารันทดแล้ว ที่ซุกหัวนอนก็เริ่มจะกลายเป็นของที่แตะต้องไม่ได้ บ้านหลังนี้เธอเอาไปจำนองกับเสี่ยวิชัยเพื่อกู้เงินมาใช้หนี้พนัน สุดท้ายก็จนปัญญาที่จะใช้คืน

          “ถ้าฉันยกลูกสาวให้เสี่ย เสี่ยจะยอมปล่อยพวกเราไปใช่ไหม”

          “แม่!” มารตีอกกลัดหนอง เหมือนถูกของแข็งฟาดเข้าที่หน้าอย่างแรง

          เสี่ยวิชัยลูบไล้ทรวดทรงองค์เอวของมารตีแล้วสูดดมความหอมจากซอกคอระหงส์ เสียงลมหายใจหื่นกามนั้นเธอรังเกียจเหลือเกิน

          “หนี้ทุกอย่างฉันจะยกให้ แล้วถ้าลูกแกทำตัวดีๆ กับฉัน ทำให้ฉันพอใจฉันจะให้เงินใช้สบายๆ เอาไหม?

          ประโยคหลังหันไปถามสองแม่ลูกที่นั่งยกมือไหว้ท่วมหัว

          “เอาจ้ะ เอา!” สาวิการีบพยักหน้ารับ มารตีจ้องน้องสาวร่วมสายเลือดด้วยความเคียดแค้น

          “อีสา! มึงมันชั่ว” หล่อนชี้หน้าด่า

          “พี่ตรีถนัดอยู่แล้วนี่ น่าจะดีใจเสียอีกที่เสี่ยเขาชอบพี่”

          สาวิกาไร้สำนึก หล่อนรักตัวกลัวตายมากกว่าจะเห็นคุณค่าของสายใยครอบครัว

          “ไปกันเถอะจ้ะ เราไปหาความสุขกันดีกว่า ฮ่าๆ” เสี่ยวิชัยออกแรงฉุดกระชากมารตีทั้งๆ ที่ร่างบางขัดขืนสุดฤทธิ์

          “สวยๆ แบบนี้กูจะเอาให้หนำใจเลยมึง ฮ่าๆ”

          ผู้ชายบ้ากามหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข

          “ไม่ไป! ฉันไม่ไป แม่ช่วยตรีด้วย แม่…!!!

          เสียงร้องขอความช่วยเหลือของลูกกรีดหัวใจนงลักษณ์เหลือเกิน หล่อนเจ็บปวดยามต้องมองผู้ชายกักขฬะลากร่างของเลือดเนื้อเชื้อไขหายลับไปกับตา

          “เรารอดแล้วแม่!

          สาวิกาพูดหลังแน่ใจว่ารถของเสี่ยวิชัยและพรรคพวกอันตรธานหายไปแล้ว

          “ต่อไปนี้บ้านเราก็จะไม่ถูกยึด เดี๋ยวพอเสี่ยเอาพี่ตรีเสร็จก็คงให้คนขนของมาคืนเราใช่ไหมแม่ แล้วถ้าพี่ตรีมันทำให้เสี่ยติดใจในลีลาของมันได้เราก็จะมีเงินใช้ใช่ไหมแม่”

          นงลักษณ์มองใบหน้ายิ้มแย้มของสาวิกาแล้วยิ่งทุกข์ ไม่คิดว่าบุตรสาวคนเล็กจะใจร้ายใจดำถึงเพียงนี้ หล่อนเลี้ยงลูกคนหรือลูกปีศาจกันแน่

          “ดีแล้วที่เป็นอีพี่ตรี สาเกลียดมัน! สมน้ำหน้าที่ต้องไปบำเรอไอ้เสี่ยอ้วนบ้ากาม โดนเอาจนพรุนแน่!

          เพียะ!

          ใบหน้าสวยสะบัดหัน สาวิกาจ้องมารดาทั้งน้ำตา

          “แม่ตบสาทำไม” คนที่ถูกตามใจตั้งแต่เด็กร้องถาม

          “แกมันชั่ว! นั่นพี่สาวแกนะ ทำไมถึงใจร้ายใจดำแบบนี้ ทำไม?!” นงลักษณ์ตะคอกลั่นบ้าน ร้องไห้ปานจะขาดใจ

          “พี่แกถูกส่งตัวไปบำเรอผู้ชายอื่นนะ ทำไมแกไม่เห็นใจยัยตรีบ้าง แกยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า”

          “ถ้าจะพูดถึงความเป็นคนพวกเราก็ไม่เคยมีมานานแล้ว!

          สาวิกาเถียงกลับ ลุกขึ้นยืนมองแม่ที่นั่งร้องไห้หมดสภาพ

          “แก

          “ตอนขายอีข้าวสาก็ไม่เห็นจะมีใครเสียอกเสียใจเลยสักคน พวกเรามองเป็นเรื่องปกติ ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่ไล่อีข้าวไปให้พ้นๆ แถมยังได้เงินใช้เป็นร้อยๆ ล้าน แล้วพอมาตอนนี้จะคิดเยอะแยะอะไรนักหนา พี่ตรีก็เหมือนอีข้าวนั่นแหละ มันไปบำเรอคนรวยๆ อีกหน่อยก็จะสบายเหมือนอีข้าว เราสองคนก็จะได้สบายด้วย”

          เหมือนตอกย้ำให้นงลักษณ์เห็นความเลวในอดีต ภาพที่พิมพ์ชนกถูกลูเซียโน่ฉุดกระชากให้ไปกับเขาในตอนนั้นทุกคนมองด้วยความสะใจปนสมเพช ไม่คิดเลยว่าตอนนี้ลูกสาวของเธอจะเป็นฝ่ายถูกกระทำไม่ต่างกัน

          นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าเวรกรรม!



         

 

 

 

         

         

 

 

 คุยกันหน่อยนะคะ

        ออสตินจงเกลียดจงชังพี่ชายมาก ฮ่าๆ เดี๋ยวตอนหน้าน้องข้าวจะละลายแล้วนะ มาแบบให้อ่านรวดเดียวไปเลย 100% ชอบไม่ชอบยังไง เม้นบอกเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ รักๆ >O<

        อัพให้อ่านเป็นตัวอย่างก่อน E-Book จะวางจำหน่ายประมาณ 50% ของเนื้อเรื่องนะคะ ฝากติดตามด้วยน้า

        อัพนิยายทุก จ - และ หยุดอัพวันอาทิตย์นะคะ

        เม้นๆ โหวตๆ เป็นกำลังใจให้เก๋าด้วยน้าตะเอง จุ๊บๆ




ตัวอย่างบทที่ 15

( บทสุดท้ายที่จะอัพให้อ่านแล้วจ้า เพราะ E-Book ออกแล้ว ฝากด้วยนะคะทุกคน ^^ )

        “คืนนั้นกลัวมากใช่ไหม?” เขาถามอ่อนโยน พิมพ์ชนกพยักหน้าแทนคำตอบ

        “งั้นคืนนี้ฉันจะลบภาพความเลวร้ายออกไปให้หมด” เขาว่าแล้วประคองร่างบางนอนราบกับเตียง

        “มะ ไม่นะคะ” พิมพ์ชนกตกใจ

        “อย่าห้าม” เขาส่ายหน้าปราม “ในเมื่อฉันเป็นคนสร้างบาดแผลเหล่านั้น ก็ขอให้ฉันได้ทำหน้าที่รักษามันเถอะนะ”

        ลูเซียโน่ต้องการชดใช้ให้เธอ สัมผัสหยาบคายที่เขาทำในคืนนั้นเขาจะลบล้างด้วยตัวเอง

        “คืนนี้ฉันจะรักเธอ จะหอมเธอ จูบเธอ และจะทนุถนอมเธออย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้” เขาจูบใบหูขาวสะอาด พิมพ์ชนกสั่นไหว

        “เปิดใจรับฉันเถอะนะ ใบข้าว”

        เสียงเข้มเรียกชื่อเล่นของเมียรัก พิมพ์ชนกหลับตาแน่นไม่ได้ว่าอะไร ลูเซียโน่จดจ้องดวงหน้าหวานก่อนจะประทับจูบบนเปลือกตาคู่งามอีกครั้ง กดสัมผัสให้ตราตรึงเพื่อสร้างความผ่อนคลายต่อร่างบาง ลากไล้จมูกโด่งคมสันคลอเคลียแก้มใสไม่ห่าง พิมพ์ชนกเริ่มปล่อยตัว เธอค่อยๆ ปรือตามองเขา

        “จูบได้ไหม” เขาถาม ดวงตาคมกล้าบัดนี้หวานซึ้งจนหัวใจสาวเต้นแรง

        พิมพ์ชนกพยักหน้าแทนคำตอบ หล่อนวางมือทาบอกแกร่งเบาๆ ลูเซียโน่ประกบปากหยักแนบสู่กลีบปากนุ่มละมุน สอดใส่เรียวลิ้นเข้าไปช้าๆ ไล่ต้อนลิ้นเล็กอย่างอ่อนโยนเพื่อไม่ให้เธอหวาดกลัว มือหนาลูบแก้มเนียนตลอดเวลา สัมผัสหวามที่ทำให้คนตัวเล็กเคลิบเคลิ้ม

        “อืม หวานเสมอ”


 

 

มาแว้ววววว!!!!!!!

กรงรักเถื่อนสวาท สามารถดาวน์โหลดได้แล้วนะคะ

ราคาเป็นมิตรฝุด 159 บาทเท่านั้น

ไปโหลดกันเยอะๆ นะคะ

เพื่อนแพงจะอัพในเว็บถึงบทที่ 15 นะคะ ( ยืดให้อีก 2 บทจ้า )

จากนั้นจะหยุดอัพนะคะ เพราะ E-Book ออกแล้ว

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและการติดตามที่ดีเสมอมาจ้า








ฝากนิยาย E-Book ของเพื่อนแพงด้วยนะคะ

รับรองว่า แซ่บ สนุก จ้า

กดเข้ามาที่ลิ้งค์นี้เลยค่ะ จะเจอนิยายทุกเรื่องของเพื่อนแพง

https://www.mebmarket.com/index.php?action=SearchBook&page_no=1&type=tab_all&search=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%87

 


ฝากแฟนเพจด้วยนะคะทุกคน

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

11 ความคิดเห็น